LOGINเมื่อนางถูกรักโดยนักฆ่า ความรักของเขาช่างน่าหวาดหวั่นมากกว่าหวานซึ้ง แต่สุดท้ายเมื่อได้ใกล้ชิดกัน นางกลับพบว่าภายใต้ความอำมหิตนั้นกลับเต็มไปด้วยเบื้องหลังที่คาดไม่ถึง
View Moreสายลมอ่อนในฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านลานฝึกกว้างเบื้องหลังจวนสกุลสวี่ กลิ่นหอมบางเบาของเหล่าบุปผาในสวนลอยคลุ้งอยู่ในอากาศในลานฝึก สวี่จื่อเฟิงในชุดฝึกสีเข้มกำลังก้มตัวสอนท่ารำดาบให้กับเด็กชายวัยห้าขวบที่ยืนถือดาบไม้ด้วยความตั้งอกตั้งใจ“มั่นใจในฝีเท้า กำมือให้แน่น อย่ารีบร้อน” เสียงของเขานุ่มลึก แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มงวดที่แผ่วเบา เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะทำท่ารำอีกครั้ง ดวงตาสดใสเปล่งประกายเหมือนอยากจะให้บิดาภูมิใจห่างออกไปใต้ต้นหลิวริมศาลา ไป๋ซืออวี่ในชุดผ้าแพรสีอ่อน นั่งพิงหมอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มองดูบุตรีวัยสามขวบวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลกับลูกๆ ของเสี่ยวไป๋ เด็กหญิงหัวเราะคิกคักให้อาหารกระต่ายเหล่านั้น แล้วพูดเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขไป๋ซืออวี่มองภาพบุตรสาววิ่งเล่นด้วยสายตาที่เอ็นดู ก่อนจะปรายตามองไปยังสามีและลูกชายที่ยังคงฝึกอยู่กลางลาน สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และแววตาของความพึงใจในชะตาชีวิตที่มอบให้ทุกสิ่งอย่าง“พอแค่นี้ก่อนเถอะ ดื่มน้ำพักเสียหน่อย” เสียงหวานของนางเอ่ยเรียกเบาๆสวี่จื่อเฟิงละสายตาจากลูกชาย หันไปยิ้มให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน
ยามราตรีคลี่คลุมทั่วเรือนใหญ่ แสงเทียนในห้องนอนถูกหรี่ให้เหลือเพียงเล่มเดียวบนเตียงไม้แกะสลักลวดลายอ่อนช้อย ไป๋ซืออวี่เอนกายพิงอกสามีเบาๆ สวี่จื่อเฟิงโอบเอวภรรยาไว้แน่น มือหนาลูบเบาๆ ที่หน้าท้องนูนของนางด้วยความทะนุถนอม“ลูกของเรา จะเหมือนเจ้าหรือข้านะ” เขาถามเสียงนุ่มราวกลัวจะรบกวนชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์“ข้าว่าขอแค่สุขภาพแข็งแรงก็พอ จะเหมือนใครก็ได้” ไป๋ซืออวี่ยิ้ม“แต่หากเหมือนเจ้า ข้าคงได้ลูกที่อ่อนโยนและใจดี” ชายหนุ่มว่าเสียงแผ่ว มืออีกข้างของเขาจับมือของนางแน่น “และความอ่อนโยนนี้ทำให้ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ”นางเอนหัวพิงไหล่เขาแน่นขึ้น น้ำเสียงละมุนยิ่งกว่าเสียงลม “ข้าสั่งท่านสังหารท่านลุง ข้าลงโทษบ่าวไพร่ที่รังแกข้าในคืนเข้าหอ ท่านยังรักข้าอยู่หรือไม่”“เจ้าเพียงเข้มแข็งขึ้น ไม่ได้อ่อนแอให้ใครรังแกง่ายๆ แต่หัวใจเจ้ายังคงอ่อนโยนเช่นเดิม และที่สำคัญ ข้ารักเจ้าที่เป็นเจ้า ไม่ว่าอนาคตเจ้าจะกลายเป็นสตรีที่ดุร้าย ข้าก็จะยังรักเจ้าเพียงผู้เดียว”เขาหันหน้ามามองดวงตานางใต้แสงเทียน เสียงหัวใจของเขาและนางที่เต้นในจังหวะเด
สวี่จื่อเฟิงเดินเร็วแทบกลายเป็นวิชาตัวเบาเข้าไปในเรือนของท่านปู่ ขณะนั้นสวี่หลุนจื่อกำลังนั่งจิบชา นั่งอ่านรายการบัญชีที่หลานสะใภ้ทำอย่างละเอียดด้วยความชื่นชม“ท่านปู่” เสียงของสวี่จื่อเฟิงดังขึ้นก่อนตัวจะมาถึงสวี่หลุนจื่อเงยหน้าขึ้น มองหลานชายที่ปกติเงียบขรึม แต่ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าเหมือนเด็กหนุ่มผู้เพิ่งได้ขนมโปรด“อะไรของเจ้า รีบวิ่งอย่างกับถูกหลานสะใภ้ไล่”“นางท้อง” เขาเอ่ยแทรก รอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าเปล่งประกาย บ่งบอกว่าข่าวที่น่ายินดีนี้เป็นเรื่องจริง“หา?” ท่านปู่วางถ้วยชาลงอย่างไม่รู้ตัว ขมวดคิ้ว ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้น“เจ้าว่าอะไรนะ”“ภรรยาของข้า ไป๋ซืออวี่นางตั้งครรภ์ ท่านปู่ ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยตอนที่พูดประโยคนั้นจบลงสวี่หลุนจื่อยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะแตะรอยยิ้มอ่อนโยน และตาเริ่มแดงวาวด้วยความปลื้มใจ“สวรรค์เมตตา ข้าคิดว่าข้าคงไม่ได้อยู่จนเห็นวันนี้เสียแล้ว”“ข้าจะดูแลนางและลูกให้ดีที่สุด ท่านปู่ไม่ต้องเป็นห่วง”“ลูกเจ้าต้องแข็งแรง ข้าจะให้ห
วันสอบขุนนางฝ่ายบู๊เวียนมาถึง ลานกว้างหน้าวังหลวงคลาคล่ำด้วยชายหนุ่มผู้มุ่งหวังจะรับใช้แผ่นดิน หลายคนถือดาบเคียงข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ต่างจากใครบางคนที่เดินเข้ามาเงียบๆ พลางเหยียบเงาตนเองด้วยก้าวเดินที่มั่นคงสวี่จื่อเฟิง สวมชุดนักเรียนสอบของฝ่ายบู๊ สะอาดเรียบ แม้เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านทุกกระเบียด เขายืนอยู่ท้ายแถว ไม่ยอมหยิ่งผยองแต่อย่างใด“นั่นใครน่ะ ท่าทางเย็นชาและไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย”“ได้ยินว่าเป็นหลานของท่านโหวสวี่หลุนจื่อ ทายาทที่พลัดพรากสิบกว่าปี”“ยังไม่สอบระดับท้องถิ่นแต่เหตุใดจึงได้มาสอบระดับเมืองหลวง หรือว่าใช้เส้นสายอย่างนั้นหรือ”“อย่าเอ็ดไป ที่ซื่อจื่อได้ร่วมสอบ เพราะก่อนหน้านี้เคยจับโจรที่บุกจวนเสนาบดีต้วน ฝีมือเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับการยกเว้นให้ร่วมสอบเป็นกรณีพิเศษ”เสียงซุบซิบเหล่านั้นลอยมาเบาๆ แต่เจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยเมื่อการสอบเริ่มขึ้น แต่ละคนต้องแสดงฝีมือการต่อสู้ การยิงธนู การประลองดาบ และทดสอบสติปัญญาผ่านบทสถานการณ์ต่างๆ ในสนามทดสอบจำลองสวี่จื่อเฟิงก้าวออกไปอย่างเงียบเชียบ มือข้าง
ภายในเรือนหลักของจวนสกุลสวี่ จางหมิ่นเอ๋อร์คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าสวี่หลุนจื่อผู้นำตระกูลสวี่ ใบหน้าของนางบวมช้ำจากการถูกตบ ฟันบนด้านซ้ายที่เป็นเขี้ยวเล็กๆ หลุดร่วงไปหนึ่งซี่จนต้องเม้มปากปกปิดเอาไว้ด้วยความอับอายแต่กระนั้นสีหน้าของนางก็ยังคงซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ถูกทำร้ายขนาดนี
ท่ามกลางการเฉลิมฉลองภายในงาน สวี่จื่อเฟิงและไป๋ซืออวี่กลับเข้าห้องหอที่ถูกเตรียมไว้ด้วยความเงียบสงบภายในห้องหอ สวี่จื่อเฟิงวางร่างเจ้าสาวของเขาลงบนขอบเตียง แล้วถอยห่างออกมาครึ่งก้าว เขายืนนิ่ง มองนางด้วยแววตาแน่นิ่ง แล้วกล่าวเสียงต่ำแผ่วเบา“คืนนี้ ข้าควรจะขอโทษเจ้าหลายสิ่ง แต่ข้าไม่มีถ้อยคำใดจะเท
บรรยากาศยามเช้าในเมืองหลวงวันนี้ชื่นบานกว่าทุกวัน ขบวนแห่เกี้ยวเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวจากจวนสกุลสวี่อย่างสง่างาม ผ่านกลางตลาดและตรอกซอยต่าง ๆ ท่ามกลางสายตาชาวเมืองที่ต่างออกมายืนดูด้วยความตื่นเต้นเสียงดนตรีกลอง ฉาบ และพิณดังไพเราะ ขบวนเกี้ยวสีแดงประดับลวดลายมงคลเดินอย่างเนิบช้าสมฐานะของซื่อจื่อแห่งตระก
แสงจันทร์อาบทั่วฟ้า ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีในเมืองหลวง แต่สำหรับสวี่จื่อเฟิงแล้ว ความเงียบเช่นนี้กลับไม่อาจทำให้ใจสงบลงได้เลยซื่อจื่อวัยยี่สิบเอ็ดออกจากหอนอน ทะยานตัวขึ้นหลังคาอย่างคล่องแคล่ว ด้วยวิชาตัวเบาอันแสนล้ำลึก เขาลอบออกจากจวนสกุลสวี่ มุ่งหน้าไปยังเมืองเสียนไป่ที่ซึ่งหัวใจของเขารออยู่





