ฮัวอวี้หลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นตามคำบอกของหลานสาว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ดินแดนกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอ่อน และลมที่พัดมาแผ่วเบา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง
“ที่นี่… ที่ไหนกัน เซียงเอ๋อร์?” ฮัวอวี้หลินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาของหญิงชราเต็มไปด้วยคำถาม
“ที่นี่คือมิติของฉันค่ะย่า” หรูอวี้เซียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มันเป็นสถานที่ที่ฉันเพิ่งค้นพบว่าตัวเองมี… และเราสามารถใช้มันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง”
ฮัวอวี้หลินขมวดคิ้ว “อนาคตที่กำลังจะมาถึง? ลูกหมายถึงอะไร?”
หรูอวี้เซียงสูดลมหายใจลึกก่อนจะเริ่มเล่าทุกอย่าง “ย่าคะ… ฉันไม่ได้บอกย่ามาก่อน แต่ฉันรู้ว่าอีกไม่นานจะเกิด มหันตภัยขึ้นบนโลกนี้ มีโรคร้ายระบาด มีซอมบี้ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
“อะไรนะ?” ฮัวอวี้หลินอุทาน สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
“ลูกแน่ใจหรือว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น?”
“แน่ใจค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในอดีต… ฉันเคยเห็นมันมาแล้ว ฉันรู้ว่าสิ่งที่พูดอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ทั้งหมดนี้คือความจริง”
ฮัวอวี้หลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “งั้นลูกพาย่ามาที่นี่เพราะอะไร?”
หรูอวี้เซียงยิ้มเล็กน้อย “เพราะฉันอยากให้ย่าเห็นว่าที่นี่จะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเรา ฉันตั้งใจจะใช้มิตินี้เพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และสะสมทรัพยากรสำหรับอนาคต… และฉันอยากให้ย่ารู้ว่าไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องย่า”
ฮัวอวี้หลินมองหลานสาวด้วยแววตาอ่อนโยน แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความกังวล
“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม? สิ่งที่ลูกเล่า… มันน่ากลัวมากนะ”
“ฉันคิดดีแล้วค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบ “ฉันไม่อยากให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก… และฉันเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ เพราะฉันมีย่า พี่ไห่ตง และคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเรา”
ฮัวอวี้หลินพยักหน้าเบา ๆ
“งั้นย่าจะเชื่อในตัวหลาน ย่าจะช่วยทำทุกอย่างที่ทำได้”
ขณะที่สองย่าหลานกำลังพูดคุยกัน เสียงของไหหม่าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“เธอทั้งสองควรเริ่มลงมือแล้วนะ พวกเรามีงานอีกเยอะ!”
ฮัวอวี้หลินหันไปมองม้าน้ำโปร่งแสงด้วยความประหลาดใจ
“ตัวเล็กนี่… พูดได้ด้วยเหรอ?”
ไหหม่าลอยวนไปมาพร้อมเปล่งแสง “แน่นอนว่าพูดได้ ฉันไม่ใช่ตัวเล็กธรรมดาหรอกนะคุณย่า ฉันคือระบบผู้ช่วยของ เซียงเซียง”
ฮัวอวี้หลินหัวเราะเบา ๆ “งั้นฉันฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าตัวเล็กด้วยนะ”
“ได้เลยคุณย่า แต่ต้องเรียกฉันว่าไหหม่าสิ” ม้าน้ำโปร่งแสงตอบอย่างภูมิใจ
เสียงหัวเราะของสองย่าหลานดังไปทั่วมิติ บรรยากาศที่อบอุ่นนี้ทำให้หรูอวี้เซียงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เธอรู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกต่อไป
ในระหว่างที่หรูอวี้เซียงชี้ชวนให้ย่าของตนดูสิ่งต่าง ๆ ในมิติ พลันเสียงของไหหม่าก็ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นในความคิดของเธอ
“เซียงเซียง ถึงเวลาที่เธอต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ไม่แน่ว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้อาจจะนำพาความเปลี่ยนแปลงบางอย่างมาให้!”
“ความเปลี่ยนแปลงมันคืออะไรอย่างนั้นเหรอ” หรูอวี้เซียงรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“อย่ามัวแต่ถามสิ เมื่อเธอลงมือทำก็จะรู้คำตอบเอง” ไหหม่าตอบด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหยิ่ง
“ก็ได้ ๆ ฉันยอมให้นายเลยจริง ๆ” หรูอวี้เซียงพูดเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับรู้สึกยอมแพ้ให้กับท่าทางของม้าน้ำตัวจิ๋ว
ในขณะเดียวกันเจ้าเฮยก็ยังคงวิ่งไล่ตามไหหม่าที่กำลังหยอกเย้ามันไม่หยุด
หรูอวี้เซียงมองภาพสัตว์ต่างชนิดทั้งสองเล่นกันก่อนจะบ่ายหน้ามาทางหญิงชราที่ดูจะสนใจพืชผักตรงหน้า
“ย่าคะ เราจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตกันค่ะ”
ฮัวอวี้หลินพยักหน้าอย่างสนใจ “ได้เลยลูก ย่าจะช่วยเองว่าแต่เราจะทำกันสองคนไหวหรือลูก”
หรูอวี้เซียงส่งยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเปิดหน้าต่างระบบโปร่งแสงซึ่งฮัวอวี้หลินรู้สึกสนใจกับสิ่งที่หลานสาวกระทำเป็นอย่างมาก ทว่าเธอก็ยังไม่เอ่ยปากถามจึงได้เลือกเฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
มือของหรูอวี้เซียงจิ้มไปตรงปุ่ม เก็บเกี่ยวทั้งหมด แล้วกดลงไป เสียงระบบดังขึ้นทันที
[ระบบ]: การเก็บเกี่ยวสำเร็จ พืชทั้งหมดถูกจัดเก็บในโรงเรือน
[ระบบ]: พลังงานมิติเพิ่มขึ้น 50%
[ระบบ]: เลเวลมิติอัปเกรดเป็น 3 ฟังก์ชันการปลูกพืชอัตโนมัติปลดล็อกแล้ว
ดินในแปลงผักเริ่มขยับเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นช่วยกันเก็บเกี่ยวพืชผล ทุกอย่างถูกจัดเก็บลงในโรงเรือนอย่างรวดเร็ว ฮัวอวี้หลินมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง
“นี่มัน... วิเศษมากเลยลูก” เธอพูดพลางหันไปมองหลานสาว
ไหหม่าลอยวนไปมาพร้อมกับแสงระยิบระยับ “เซียงเซียงมิติของเธอเพิ่งอัปเลเวล และตอนนี้เธอสามารถปลูกพืชแบบอัตโนมัติได้แล้ว”
“จริงเหรอ! แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาปลูกเองแล้วสินะ” หรูอวี้เซียงพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ใช่แล้ว และไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้มิติของเธอมีโรงเรือนที่สามารถเก็บเกี่ยวและจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เธอสามารถตั้งเวลาได้ว่าต้องการปลูกพืชอะไรในแต่ละช่วงเวลา”
ฮัวอวี้หลินมองหลานสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “หลานรัก ย่ารู้สึกว่าที่นี่จะเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้มากในอนาคตหากว่าเกิดสิ่งที่หลานพูดเป็นความจริง”
“ค่ะย่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หนูจะใช้มิตินี้เพื่อสร้างแหล่งอาหารและความมั่นคงให้กับเราทุกคน”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในกันและกัน ขณะที่ไหหม่าลอยวนไปมาอย่างตื่นเต้น เสียงหัวเราะและบรรยากาศอันอบอุ่นของสองย่าหลานทำให้มิตินี้ดูสดใสและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น โดยมีเจ้าเฮยส่งเสียงเห่าอย่างดีใจทั้งที่มันไม่รู้ว่าเจ้านายทั้งสองอารมณ์ดีเพราะเรื่องอะไรก็ตาม
“ย่าคะ พวกเราอยู่ในนี้นานมากแล้ว ฉันคิดว่าเราควรออกไปดีไหมคะ”
“ได้สิลูก ป่านนี้ข้างนอกไม่มืดไปแล้วเหรอ” หรูอวี้เซียงไม่ได้ตอบคำถามของย่าเนื่องจากเธออยากให้หญิงชราได้เห็นด้วยตาของตัวเอง
เสียงนกร้องและลมพัดแผ่วเบาต้อนรับพวกเขากลับสู่โลกภายนอก เมื่อฮัวอวี้หลินลืมตาขึ้นเธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในบ้านหลังเดิม ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงอ่อน ๆ ราวกับว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“นี่มัน… เราออกไปนานแล้วทำไมเวลาข้างนอกถึงยังเหมือนเดิม?” ฮัวอวี้หลินพูดด้วยความแปลกใจขณะมองไปยังนาฬิกาเรือนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะ
หรูอวี้เซียงยิ้มเล็กน้อย “ย่าคะ ในมิติเวลาจะเดินช้ากว่าเวลาปกติ หรือบางครั้งอาจหยุดนิ่งก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับระดับของมิติ”
ฮัวอวี้หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย “แสดงว่าเราสามารถใช้เวลาที่นั่นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาข้างนอกเลยใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะย่า” หรูอวี้เซียงตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “นี่แหละค่ะคือข้อได้เปรียบของมิติ เราสามารถทำอะไรได้มากมายในนั้นโดยที่ไม่กระทบกับชีวิตด้านนอกเลย”
ฮัวอวี้หลินยังคงมองนาฬิกาอย่างไม่เชื่อสายตา เธอคิดย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่อยู่ในมิติ ทั้งการเดินสำรวจและการเก็บเกี่ยวพืชผลใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่อออกมากลับพบว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
“หลานรัก สิ่งที่เธอมีนี่ช่างวิเศษจริง ๆ” ฮัวอวี้หลินพูดพร้อมกับยิ้มออกมา
“ย่าคะ เราจะใช้มันเพื่อช่วยครอบครัวและทุกคนในหมู่บ้านให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้ค่ะ” หรูอวี้เซียงพูดด้วยแววตาแน่วแน่
เจ้าเฮยที่หมอบอยู่ใกล้ ๆ ก็ส่งเสียงเห่าเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ จึงทำให้ฮัวอวี้หลินส่งเสียงหัวเราะให้กับมัน
“ขนาดเจ้าเฮยยังสนับสนุนหลานเลย”
ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง บรรยากาศในบ้านยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นแม้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องเตรียมเผชิญหน้าในอนาคตจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตอนนี้หัวใจของทั้งสองเต็มไปด้วยความหวัง
“ไปเถอะลูก ย่าจะช่วยหลานเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้” ฮัวอวี้หลินพูดก่อนจะลุกขึ้นและเดินเข้าไปในครัว
หรูอวี้เซียงยิ้มตามก่อนจะเดินไปช่วยย่าของเธอ ภายในใจคิดถึงแผนการในวันข้างหน้า ทั้งการสร้างแหล่งอาหาร การสร้างฟาร์ม และการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ทุกก้าวเดินของพวกเขาต่อจากนี้คือก้าวที่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในมิติและในโลกแห่งความจริง