Masukซูเหยาหญิงสาวโสดอายุ 30 ปี บ้างาน มีห้างสรรพสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่มีคนรัก มุ่งทำงาน เพราะเธอต้องการหาเงินมาเปย์นิยายที่ชอบอ่าน จนวันหนึ่งเธออ่านนิยายถึงขั้นไม่หลับไม่นอน แล้วสติของตนก็ดับลง ทั้งที่ยังอ่านนิยายเรื่องนั้นค้างอยู่ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าได้อยู่ในสถานที่แปลกประหลาด ที่มีความทรงจำของใครอีกคนผุดขึ้นมาในหัวของตน ทำให้ตัวเองได้รู้ว่าตอนนี้เธอได้อยู่ในร่างของแม่เลี้ยงใจร้ายในนิยายที่เธออ่านค้างไว้ไปเสียแล้ว
Lihat lebih banyakหนุ่มน้อยคนเล็กของครอบครัวเทียนที่ตอนนี้ได้ก้าวเท้าเข้าสู่การเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง คณะบริหารธุรกิจตามที่ตัวเองต้องการ เช่นเดียวกับชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายคนโตของซูหลงที่ต้องการจะเป็นพ่อครัวอันดับหนึ่งตามรอยเท้าของคนเป็นพ่ออีกหนึ่งก็คือบุตรชายคนโตของครอบครัวเจียงสามที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่สมาชิกครอบครัวนี้ก็มีเพียงเจียงเจ๋อที่มีครอบครัว ซึ่งตอนนี้เจียงฮวนได้มีน้องสาวน้องชายมาเพิ่มอีกอย่างละหนึ่งทั้งสามคนมีบุคลิกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่ก็ยังคงสนิทกัน เนื่องจากทั้งสามมีอายุไล่เลี่ยกันเกิดก่อนหลังห่างกันไม่มากทำให้ได้อยู่ปีเดียวกันเทียนหยุนนั้นเป็นเหมืนเมฆตามชื่อล่องลอยอย่างอิสระ แต่ในเรื่องความรับผิดชอบเขามีเต็มร้อยเนื่องจากได้รับการฝึกฝนมาจากผู้เป็นแม่และพ่อในการทำงานซูตงที่แม้จะมีบุคลิกหนาวเหน็บตามชื่อแต่เมื่อไหร่ที่ได้ทำอาหารหรือขนมชายหนุ่มผมยาวผู้นี้จะมีความอ่อนโยนดุจสายน้ำคนสุดท้ายเจียงฮวนชายหนุ่มผู้มีความนิ่งมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเขาก็มักจะทำตัวนิ่งอยู่เสมอต้นเสมอปลาย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที
ชายหนุ่มที่โดนหญิงสาวคนนี้กอดขาของตนเขาก็ตกใจ แต่เมื่อเห็นอาการอันสั่นเทาของหญิงสาวฮุ่ยหมิ่นก็รู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนี้ไม่น้อย ทำให้เขาก้มตัวลงไปจับไหล่บางของหญิงสาวด้วยมือทั้งสองข้าง“สหายตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว” เสียงอันอ่อนโยนของชายหนุ่มปลอบหญิงสาวที่ยังไม่ยอมลืมตาด้วยความเห็นใจเมื่อหญิงสาวผมสั้นได้ยินเสียงอันทุ้มนุ่มที่อยู่เหนือศีรษะของตนหญิงสาวก็ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ พร้อมกับลืมตามองสิ่งที่ตัวเองกอดอยู่ก็เห็นเป็นกางเกงสีเขียวของทหารฉินเซียวซานเมื่อเห็นแบบนี้หล่อนจึงได้ผละตัวออกทันทีก่อนที่ตัวเองเกือบจะนั่งลงไปกับพื้นหิมะโชคดีที่ว่าชายหนุ่มจับไหล่ของเธอเอาไว้ ทำให้หล่อนไม่นั่งจ้ำเบ้าลงไปบนพื้นอันเย็นเฉียบ“สหายระวัง” ฮุ่ยหมิ่นกล่าวออกมาเสียงดังด้วยความตกใจที่หญิงคนนี้อยู่ ๆ ก็ผละออกจากเขากะทันหันหญิงสาวผมสั้นเมื่อได้ยินเสียงของคนพูดหล่อนจึงได้แหงนหน้าของตนมองขึ้นไปด้านบน ทำให้ดวงตากลมโตของเธอสบกับดวงตาเรียวคมดุของคนเบื้องหน้าที่กำลังมองเธออยู่เช่นกันในช่วงเวลาที่คนทั้งสองกำลังสบตากั
หิมะตกหนักท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้ายของปีที่ภัยพิบัติได้มาเยือนในเขตภาคเหนือของประเทศทำให้ทหารต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อันห่างไกลการเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้มู่ซือกับฮุ่ยหมิ่นที่ได้เลื่อนตำแหน่งไปด้วยกันเป็นทีมแรก ท่ามกลางหิมะกองสูงพวกเขาจะต้องเดินฝ่าเพื่อไปยังหมู่บ้านเบื้องหน้าที่มีคนติดต่อมาว่าได้ถูกหิมะถล่มหลังคา ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บกันเป็นจำนวนมากและยังมีอีกหลายชีวิตที่ติดอยู่ภายใต้ซากหลังคาที่ถล่มทำให้หน่วยงานของพวกเขาจำเป็นต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่การเดินทางฝ่าหิมะไม่ใช่เรื่องง่ายในระหว่างที่ทหารในกลุ่มของสองพี่น้องกำลังเดินทางพวกเขาก็ได้ยินเสียงของสุนัขป่าเห่ากรรโชกเสียงดังเหมือนข่มขู่อะไรบางอย่างด้านหน้าห่างจากพวกเขาไม่มากนัก ทำให้คนในกลุ่มพากันเร่งฝีเท้าของพวกตนให้เร็วขึ้น ท่ามกลางฝูงหมาป่าหกตัวที่ล้อมหญิงสาวสองคน หนึ่งในนั้นเป็นคนที่สองพี่น้องย่อมจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี“เจินเจินพวกเราจะทำยังไงกันดีจะไปตามคนมาช่วยดันจะมากลายเป็นอาหารหมาป่าเข้าเสียได้” เสียงหญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมงกล่าวกับเพื
ภายนอกถ้ำที่โจรทั้งหกนั่งรอบกองไฟที่พวกมันก่อ บัดนี้ได้มีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังโอบล้อมพวกมันตามที่เทียนเฉินได้คาดการณ์เอาไว้“ผู้กองหานพวกเราจะรอถึงเมื่อไหร่ครับ” มู่ซือถามกับครูฝึกของตนด้วยความร้อนใจ เนื่องจากเป็นห่วงน้องชายที่อาสาเป็นตัวประกัน“เกือบได้เวลาแล้วนายก็ใจเย็นลงสักหน่อยเถอะ นายต้องเชื่อใจเทียนเฉินสิ” คนที่เป็นทั้งครูฝึกและกำลังจะเป็นน้องเขยของคนตรงหน้ากล่าว“ผมทราบครับแต่นั่นน้องชายผมนะครับ หากผมใจร้อนป่านนี้ผมบุกเข้าไปแล้ว” คนเป็นว่าที่พี่เมียแย้งพวกเขาซุ่มดูพวกมันมาจะครึ่งคืนแล้วไม่เห็นวี่แววว่าโจรร้ายพวกนี้จะหลับสักที หานจ้านจึงได้นึกถึงสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้คนสลบออกมา“มู่ซือนายเอาเจ้านี่ไปเผาให้ควันไปทางพวกมันนะรับรองพวกมันหลับแน่ ไม่หลับก็อาจจะสะลึมสะลือใช้ระวังหน่อยก็แล้วกันผลงานน้องสาวนายเลยนะ” คนเป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจมู่ซือแม้อยากจะพูดอะไรแต่เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมดังนั้นเขาจึงได้นำสหายร่วมรบไปกับตนอีกสองคนเพื่อไปทำตามคำสั่ง
“ขอบคุณค่ะ/ครับ” ทั้งสองคนนั่งลงที่เก้าอี้ด้านตรงข้ามกับเจ้าบ้านทั้งสอง เจ้าก้อนกลมที่ได้นั่งอยู่บนตักแข็งของคนเป็นพ่อทำให้เจ้าตัวเล็กยู่หน้าด้วยความไม่ชอบใจสักเท่าไหร่“ปล่อยลูกลงก็ได้นะอาหาน คงจะไม่ซนหรอกใช่ไหมเสี่ยวหยุน” ฮุ่ยซิ่วกล่าวออกมาเมื่อเห็นความนั่งไม่นิ่ง
ตั้งแต่ที่ตงหยางกับฮุ่ยหมิ่นเจอพ่อแม่ของพวกเขาทั้งสองก็มีความสุขมากกว่าแต่ก่อนทางด้านสี่พี่น้องเจียงที่ได้ทราบเรื่องนี้ก็ได้แจ้งไปยังน้องสาวบุญธรรมของตนเพื่อให้หล่อนได้แจ้งไปยังครอบครัวของคนทั้งสองอีกครั้งอย่างน้อยคนแก่อย่างคนเป็นพ่อแม่ก็จะได้มีกำลังใจในการอยู่ต่อเพื่อที่จะได้พบหน้าลูกชาย
“เสี่ยวตงลูกเป็นยังไงได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า”“ผมไม่เป็นไรครับพ่อวางใจได้ เอาไว้เราไปถึงที่พักค่อยคุยกันตอนนี้พวกเราต้องรีบกลับหากเกิดดินถล่มขึ้นจะแย่ได้” ชายหนุ่มยิ้มตอบคนเป็นพ่อ“ได้เอาตามที่ลูกว่า” คนเป็นพ่อก็ไม่ขัดเนื่องจากสถานที่พวกเขาอยู่ยังไ
“ภรรยาครับผมว่าหากคุณยังไม่ง่วงถ้าอย่างนั้นผม...” เทียนหานไม่คิดจะพูดอะไรเพิ่มอีก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าใกล้ภรรยาสาวจากนั้นก็ประกบปากหยักได้รูปของตนลงไปที่ปากอิ่มสวยของภรรยา ชายหนุ่มค่อย ๆ ละเลียดชิมริมฝีปากน้อยที่เริ่มเผยอตามการรุกลานของตนไปทีละนิด จากที่เริ่มแรกหวานละมุนก็กลายเป






Ulasan-ulasan