ซูเหยาเมื่อฉันกลายเป็นแม่เลี้ยงผู้โหดร้าย

ซูเหยาเมื่อฉันกลายเป็นแม่เลี้ยงผู้โหดร้าย

last updateDernière mise à jour : 2025-04-26
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
8
1 Note. 1 commentaire
291Chapitres
11.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ซูเหยาหญิงสาวโสดอายุ 30 ปี บ้างาน มีห้างสรรพสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่มีคนรัก มุ่งทำงาน เพราะเธอต้องการหาเงินมาเปย์นิยายที่ชอบอ่าน จนวันหนึ่งเธออ่านนิยายถึงขั้นไม่หลับไม่นอน แล้วสติของตนก็ดับลง ทั้งที่ยังอ่านนิยายเรื่องนั้นค้างอยู่ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าได้อยู่ในสถานที่แปลกประหลาด ที่มีความทรงจำของใครอีกคนผุดขึ้นมาในหัวของตน ทำให้ตัวเองได้รู้ว่าตอนนี้เธอได้อยู่ในร่างของแม่เลี้ยงใจร้ายในนิยายที่เธออ่านค้างไว้ไปเสียแล้ว

Voir plus

Chapitre 1

ตอน ช่วงเวลานี้ฉันอยู่ที่ไหนกัน

ในระหว่างที่ซูเหยากำลังหมดสติอยู่นั้นเหมือนเธอจะได้ยินเสียงเล็กๆ บางอย่างดังอยู่ที่ข้างหูของตน

“ระบบได้เจอผู้ที่เหมาะสมแล้ว ท่านต้องการที่จะเชื่อมต่อกับระบบหรือไม่” เสียงเล็กๆ นั้นได้ถามกับซูเหยาออกมาอย่างเฉยชา

“ระบบอย่างนั้นเหรอ นี่ฉันกำลังฝันถึงเรื่องอะไรอยู่ สงสัยตัวเราน่าจะอ่านนิยายมากไปอย่างแน่นอน” ซูเหยาโต้ตอบกับเสียงที่ได้ยินที่เธอคิดว่าเป็นความฝัน

“ระบบขอถามอีกครั้ง ท่านยินดีจะเชื่อมต่อกับระบบหรือไม่ หากท่านไม่เชื่อมต่อ ระบบขอเตือนว่าวิญญาณของท่านจะต้องสูญสลายไป

เพราะตอนนี้ท่านเป็นร่างที่เกือบจะตายอย่างสมบูรณ์แล้ว” เสียงเล็กๆ ของระบบได้ดังขึ้นอีกครั้งอย่างเย็นชาเหมือนเดิม

“อะไรนะฉันเกือบจะตายแล้วอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง ฉันยังอ่านนิยายเรื่องที่ซื้อมาล่าสุดยังไม่จบเลยนะ ฮือๆ” เสียงซูเหยาร้องไห้ด้วยความคร่ำครวญ

“100..99..98..97..” ในระหว่างที่ซูเหยาร้องไห้อยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงเล็กๆ นับเวลาถอยหลังลงเรื่อยๆ อย่างใจเย็น   จนตอนนี้เธอได้ยินเสียงนับเวลาเหลือแค่สิบแล้ว เธอจึงเริ่มที่จะลนลาน

“ตกลงๆ ฉันยินยอมรับการเชื่อมต่อกับระบบ” ซูเหยารีบร้องตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง เพราะเธอคิดว่าตอบตกลงไปก่อนแล้วกันดีกว่าที่วิญญาณจะสูญสลาย

“ถือว่าคุณตัดสินใจได้ฉลาดมาก เอาล่ะต่อไปนี้เรามีภารกิจให้คุณทำ คุณจะต้องเข้าไปแก้ไขเรื่องราวในนิยายที่คุณได้อ่านค้างไว้ให้ดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง

ที่ทางเราตัดสินใจในการเลือกคุณเป็นนักท่องเวลาในครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากเหล่าตัวละครในนิยายที่มักจะถูกกระทำด้วยความโหดร้าย พวกเขาต้องการ การเปลี่ยนแปลงที่ดีดังนั้นจำเป็นต้องมีสื่อกลางยกตัวอย่างเช่นคุณ เหตุผลที่ทางเราเลือกคุณเพราะทางเราเห็นว่าคุณชอบอ่านนิยายเป็นชีวิต และเวลาบนโลกปัจจุบันของคุณเหลือน้อย

แต่คุณไม่ต้องกลัว เพราะทางระบบได้ทำการนำห้างสรรพสินค้า ที่เป็นสมบัติของคุณทำการเชื่อมต่อกับทางจิตวิญญาณให้กับคุณแล้ว หรือที่เรียกกันว่ามิตินั่นแหละ

แต่มีข้อแม้ว่าของชิ้นนั้นจะลดจำนวนลงตามที่ห้างของคุณได้สต็อกสินค้าเอาไว้ ส่วนภารกิจคือแก้ไขเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของคนในครอบครัวที่คุณเข้าไปอยู่

เมื่อคุณไปถึงคุณก็จะรู้เอง เราขอให้คุณโชคดีกับภารกิจครั้งนี้” เมื่อสิ้นเสียงจากระบบแล้ว ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบและความมืด

“สวัสดีระบบ คุณได้ยินเสียงฉันไหม อย่าเพิ่งไปสิ เฮ้ ระบบ..” ซูเหยาร้องเรียกระบบอย่างเสียงดัง พร้อมกับคิดว่าอะไรจะมาเร็วไปเร็วแบบนี้กัน แล้วเธอจะไปอยู่ยุคไหนและนิยายเรื่องอะไรกันล่ะ

“โอ้ย! ปวดหัวหัวจะระเบิดอยู่แล้ว” เสียงซูเหยาร้องออกมาอย่างเสียงดัง ซึ่งเธอไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ร่างกายของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว และก็ไม่ได้อยู่ยุคสมัยเดิมอีกต่อไป

“พี่ชาย น้าเหยาจะเป็นอะไรไหม” เด็กหญิงตัวเล็กหน้าตามอมแมม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าบางๆ ขาดวิ่น ถามกับพี่ชายที่โตกว่าเล็กน้อยออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นแสดงความหวาดกลัว

“คนใจร้ายแบบนี้คงจะไม่ตายง่ายๆ หรอก ถ้าหากเธอตื่นขึ้นมาพวกเราก็จะโดนทุบตีโดยไม่มีเหตุผลอีกอย่างแน่นอน”พี่ชายที่โตกว่าเล็กน้อยตอบน้องสาวด้วยน้ำเสียงแสดงความเย้ยหยัน

“อ่า เสียงใครพูดกัน ขอน้ำกินหน่อยได้ไหม” เสียงซูเหยาถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

ซึ่งตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองคนได้วิ่งหนีเธอออกมาอยู่ในห้องโถงของตัวบ้าน ด้วยความหวาดกลัวไปเสียแล้ว พร้อมกับที่สองเด็กน้อยก็พากันกอดกันตัวกลมด้วยอาการสั่นกลัว

เมื่อซูเหยารออยู่นานก็ไม่เห็นว่าจะมีใครส่งน้ำมาให้เธอเสียที เธอจึงนอนลืมตานิ่งอยู่อย่างนั้น พร้อมกับคิดถึงเรื่องในสิ่งที่ได้ยินมาจากระบบ

“น้ำเปล่าหนึ่งขวดเล็ก” ซูเหยาจึงลองเรียกน้ำเปล่าออกมาจากห้างที่ระบบได้พูดถึง ซึ่งตอนนี้เธอก็รู้สึกว่ามีของบางสิ่งอยู่ในมือเธอ  เธอจึงได้ยกมือที่จับสิ่งของนั้นขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นขวดน้ำดื่มที่มีขายอยู่ในห้างของตนเอง

“กรี๊ด” ตอนนี้ซูเหยาได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจเพราะเรื่องระบบไม่ได้เป็นเพียงความฝัน

“แต่ว่าตอนนี้เธอมาอยู่ที่ไหนกัน” ซูเหยาถามกับตัวเองพร้อมกับลุกขึ้นนั่งอยู่บนที่นอน และเธอก็ใช้สายตากวาดมองรอบๆ ห้องด้วยความสงสัย

เธอมองสภาพห้องที่ผนังเป็นกำแพงดิน บนหลังคาก็เหมือนกับถูกมุงด้วยสภาพหญ้าแห้ง ที่เธอเคยเห็นบ้านตามชนบทสมัยก่อน

ตอนนี้เธอถึงกับยู่หน้าขยี้จมูกของตัวเอง เพราะเธอได้กลิ่นของความอับชื้นที่โชยเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอรู้สึกไม่ชอบเป็นอย่างมาก

เธอนั่งนิ่งๆ อยู่สักพัก พร้อมกับคิดทบทวนในตอนที่เธอหลับอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะได้รับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมมาด้วย เจ้าของร่างเดิมก็มีชื่อเดียวกับเธอ แต่เธอยังไม่เห็นหน้าค่าตาว่าเจ้าของร่างเดิมหน้าตาเป็นแบบไหน

ตอนนี้เด็กน้อยสองคนด้านนอกได้พากันหวาดผวาให้กับเสียงกรีดร้องของเธอมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

“พะพี่ชายเราจะทำยังไงดี เหมือนว่าน้าเหยาจะ..จะฟื้นแล้ว”เด็กหญิงซึ่งได้กอดพี่ชายแน่นถามพี่ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆเหมือนใกล้จะร้องไห้เต็มที

“มะ..ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องน้องเอง” เสียงพี่ชายเองก็สั่นกลัวไม่ต่างจากน้องสาว แต่ด้วยความเป็นพี่เขาจะต้องปกป้องน้องให้ได้

“นั่นใคร เสียงใครพูดอยู่ด้านนอกเข้ามาเดี๋ยวนี้นะ” ซูเหยาถามขึ้นด้วยเสียงอันแหบแห้ง แต่ว่าติดความดุเล็กน้อย

ซึ่งเธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่าได้ทำให้สองพี่น้องหวาดกลัวเธอขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

“พะ..พวกเราเองน้าเหยา” เด็กชายได้จูงมือน้องสาวตัวเล็กเดินเข้ามาภายในห้องที่แม่เลี้ยงของพวกเขานอนอยู่

ตอนนี้ซูเหยาเมื่อได้เห็นสภาพเด็กทั้งสองเธอก็ถึงกับตกตะลึง เพราะสภาพเนื้อตัวของเด็กน้อยภายนอกที่เห็นมีแต่ร่องรอยของการถูกเฆี่ยนตี

 และเสื้อผ้าก็ขาดรุ่งริ่ง หน้าตามอมแมม รูปร่างผอมแห้ง     มีแต่หนังติดกระดูกเพียงเท่านั้น

‘นางเหยา เธอมันคนใจร้ายเธอทำกับเด็กตัวเล็กๆ ได้ยังไงกัน’ ซูเหยาถึงกับสบถด่าเจ้าของร่างเดิมด้วยความคับแค้นใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ น้าขอโทษนะที่น้าเคยทำไม่ดีกับพวกเธอสองคนเอาไว้ ต่อไปนี้น้าสัญญาว่าจะดูแลพวกเธออย่างดี”  ซูเหยากล่าวขอโทษเด็กทั้งสองออกมาด้วยความเสียใจ ถึงแม้ว่าการทำร้ายเด็กน้อยจะไม่ใช่ฝีมือของตนก็ตาม

ตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองได้เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำพูดของแม่เลี้ยงไปแล้ว

“แล้วนี่เธอสองคนกินข้าวกันแล้วหรือยัง” ซูเหยาถามเด็กสองคนด้วยความเป็นห่วง ซึ่งตอนนี้เด็กทั้งสองรู้สึกหวาดกลัวเธอมากกว่าเดิมเสียอีก

เพราะพวกเขาไม่เคยคิดว่าคนที่ทำร้ายพวกเขามาตลอดจะมาขอโทษและพูดกับพวกเขาดีๆ ได้

“พี่ว่าเธอจะต้องทำดีกับเราแล้ววางแผนหลอกเราไปขายแน่ๆ” มู่เฟยพี่ชายคนโตกระซิบใส่หูน้องสาว

ซึ่งซูเหยาเองก็ได้ยินประโยคนี้เช่นกัน แต่เอาเถอะทุกอย่างให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเองก็แล้วกัน เพราะจะให้เด็กที่ถูกทำร้ายเป็นเวลานานมาเชื่อเธอทีเดียวก็คงจะเป็นไปไม่ได้เธอคิดอย่างปลงๆ

พร้อมกับพยายามทำใจยอมรับกับสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ และจากความทรงจำของร่างเดิมดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องสุดท้ายที่เธออ่านค้างอยู่

ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่เลี้ยงใจร้าย ที่ตัวเอกหญิงก็คือซูเหยา ที่ได้ตกลงแต่งงานกับมู่หาน ซึ่งเป็นคนขยันที่ภรรยาได้ตายจากการคลอดลูกสาวคนเล็ก

ที่ซูเหยาตัดสินใจแต่งงานกับพ่อม่ายลูกสองอย่างมู่หาน      ก็เพราะเขาเป็นคนขยันและเธอก็ไม่ต้องการทำงานในทุ่งนาเพราะบ้านของเธอเลี้ยงเธอมาแบบตามใจ ซึ่งผิดแปลกจากคนในยุคนี้ที่รักลูกผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ทำให้ซูเหยามีนิสัยเกียจคร้านเห็นแก่ตัว ซึ่งก็ได้ทำให้ทะเลาะกับพี่สะใภ้ทั้งสองอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเมื่อมีแม่สื่อได้ติดต่อมา เธอจึงตอบตกลงทันที ท่ามกลางความเป็นห่วงของพ่อแม่และพี่ชาย

“นะ.. น้าเหยาต้องการใช้อะไรพวกเราหรือครับ” เด็กชายซึ่งอายุไม่น่าจะเกินหกขวบถามออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ไม่จ้ะ น้าว่าพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ น้าจะเข้าไปดูในครัวก่อนว่ามีอะไรที่พอจะทำได้หรือเปล่า” ซูเหยาพูดกับเด็กๆด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งผิดจากน้ำเสียงเจ้าของร่างเดิมอย่างลิบลับ

“น้าเหยาคะ อาหารส่วนใหญ่ถูกน้าเก็บล็อคไว้ในตู้นั่นนะคะ” เด็กหญิงตัวเล็กพูดออกมาด้วยความงุนงง พร้อมกับเอานิ้วชี้ของตนชี้ไปยังตู้ใบเล็กข้างเตียงของหญิงสาว

“โอ้น้าลืมจ้ะ ขอบใจผิงผิงนะ” ซูเหยาพูดกับเด็กน้อยพร้อมรอยยิ้มกว้าง ซึ่งได้ทำให้ใบหน้าของเธอดูงดงามและสว่างไสวจนทำให้เด็กน้อยทั้งสองรู้สึกตาพร่า

“ผิงผิง น้องไม่กลัวโดนตีเหมือนที่ผ่านมาอีกอย่างนั้นเหรอ” มู่เฟยอดพูดเอ็ดน้องสาวออกมาไม่ได้

“เสี่ยวเฟยอย่าดุน้อง เราเป็นพี่ต้องค่อยๆ พูดกับน้อง น้าบอกว่าน้าเปลี่ยนไปแล้ว หากพวกหนูไม่ดื้อน้าก็จะไม่ทำโทษพวกหนูอย่างเด็ดขาด” ซูเหยาหันไปพูดกับเด็กชาย

ตอนนี้เมื่อเธอได้เปิดตู้ส่วนตัวของตนออกก็ได้เห็นว่ามีไข่ไก่อยู่หนึ่งตะกร้า มีขนมและนมผง ซึ่งยุคนี้ของเหล่านี้เป็นสิ่งของที่แพงมาก

“เสี่ยวเฟยไปหยิบตะกร้าข้างนอกมา น้าจะเอาของพวกนี้ไปไว้ในครัวทั้งหมด” ซูเหยาผินหน้าไปบอกกับเด็กชาย             มู่เฟยถึงกับสะดุ้งเมื่อเขาถูกเรียกชื่อ

เมื่อซูเหยาเห็นอาการของเด็กชายแบบนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่าเจ้าของร่างเดิมอีกครั้ง

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-09-27 00:40:45
1
0
291
ตอน ฉันไม่ใช่ลูกพลับนิ่มนะ
เด็กชายมองไปทางน้องสาวด้วยความห่วงใย เพราะเขากลัวว่าถ้าหากเขาวิ่งไปหยิบของด้านนอกแล้วน้องสาวอาจจะถูกรังแกเหมือนที่ผ่านมา“ไปเถอะ น้าจะนั่งอยู่ตรงนี้ เอาตะกร้าใบใหญ่หน่อยนะ” ซูเหยาพูดกับเด็กชายออกมาอีกรอบซึ่งตอนนี้มู่เฟยได้วิ่งปรู๊ดออกจากห้องนอนของแม่เลี้ยงไปแล้วอย่างรวดเร็ว ส่วนผิงผิงเด็กหญิงตัวน้อยก็จ้องมองไปยังขนมในตู้ของซูเหยาด้วยความอยากกินจนน้ำลายสอ“ผิงผิง มาเอาไปกินรอพี่ชายก่อนสิจ้ะ” ซูเหยาได้กวักมือเรียกเด็กตัวน้อยให้เข้ามาหาตนเพื่อที่จะได้มาเอาขนมซึ่งผิงผิงเองก็กำลังจะเดินเข้าไปหาแม่เลี้ยงอยู่แล้ว แต่ว่าเธอกลับนึกถึงภาพอันโหดร้ายที่เธอเคยถูกตีขึ้นมาได้เสียก่อนจนทำให้เธอส่ายหัวปฏิเสธออกมาด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับน้ำตาคลอด้วยซูเหยาเมื่อได้เห็นเด็กตัวเล็กๆ เป็นแบบนี้เธอก็ได้แต่รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ“ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปนี้น้าจะไม่ตีพวกหนูแล้ว” ซูเหยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง เพราะเธอในตอนนี้ยังไม่ฟื้นไข้ดีนักหนึ่งผู้ใหญ่ หนึ่งเด็กน้อยจ้องตากันอยู่สักพัก พวกเธอก็ได้ยินเสียงวิ่งที่มาจากด้านนอก ซึ่งเป็นเสียงฝีเท้าของมู่เฟยนั่นเองที่ได้กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่
Read More
ตอน เด็กน้อยผู้น่าสงสารทั้งสองคน
เด็กทั้งสองที่นั่งรออยู่บนเตียงภายในห้องต่างก็เฝ้ามองไปที่ประตูห้องของตนอย่างใจจดจ่อว่าแม่เลี้ยงของตนจะทำตามที่พูดไว้จริงหรือไม่“พี่ชายน้าเหยาจะเอาเสื้อผ้ามาให้เราสองคนจริงๆ เหรอ”น้องสาวตัวน้อยถามพี่ชายอย่างไม่แน่ใจ แต่แววตาแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” พี่ชายที่แก่กว่าหนึ่งปีพูดออกมาพร้อมกับส่ายหัวให้กับคำถามของน้อง“เสี่ยวเฟยเปิดประตูห้องให้น้าที” เสียงซูเหยาดังขึ้นจากหน้าประตูในระหว่างที่สองพี่น้องกำลังสนทนากันเมื่อเสี่ยวเฟยได้ยินเสียงของแม่เลี้ยง เขาก็รีบกุลีกุจอลงจากเตียงมาเปิดประตูให้กับซูเหยาอย่างรวดเร็ว เพราะเขากลัวว่าถ้าหากว่าทำอะไรช้าเกินไปก็อาจจะโดนตีได้เมื่อประตูเปิดแล้วเด็กชายตัวน้อยก็มองไปที่ซูเหยาด้วยหน้าตาที่แสดงความตกใจ เพราะเขาเห็นสิ่งของมากมายที่แม่เลี้ยงได้ถืออยู่ในมือ“นะ..น้าเหยาผะ..ผมช่วยครับ” เด็กน้อยถามออกไปด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว“ได้สิจ๊ะ เสี่ยวเฟยช่วยน้าถือถุงเล็กนี่ก็แล้วกันนะมันไม่ค่อยหนัก” ซูเหยาก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของเด็กน้อยเธอจึงยื่นถุงขนมส่งให้“น้าเหยาคะ แล้วจะให้หนูช่วยถืออะไรบ้างไหม” เด็กหญิงตัวน้อยที่ได้ลงจากเตียงก็มายืนอยู่ข้า
Read More
ตอน เข้าป่ามีของดีตรงไหนก็ไปเก็บตรงนั้น
หลังจากที่ซูเหยาตัดเล็บให้ทั้งสองคนเสร็จ เธอก็ได้หาผ้าเก่าๆ มาโกยเอาเศษเล็บที่กองไว้ใส่ใบไม้ใบใหญ่ที่เสี่ยวเฟยได้ไปหามาจากด้านนอก แล้วให้เด็กชายเอาไปทิ้งไว้ที่โคนต้นไม้ เพราะที่นี่ไม่มีถังขยะเหมือนกับโลกที่เธอจากมาซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าคนที่นี่เขาจัดการกับเศษขยะกันยังไง ส่วนห้องน้ำก็เป็นส้วมหลุมที่อยู่ห่างไกลจากบ้าน เพราะเธอเพิ่งจะไปเข้ามา โดยที่กลิ่นมันช่างสุดจะทานทนเมื่อเสี่ยวเฟยเข้ามา เธอก็ได้เข้าไปต้มน้ำร้อนในครัว โดยมีผิงน้อยที่ถูกทำแผลที่มือเดินตามเธอมาด้วย“พวกหนูสองคนรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวน้ามา” ซูเหยาบอกกับเด็กน้อยเพราะเธอตั้งใจจะเข้าไปจัดการเตียงของเด็กๆและจะเอาเครื่องนอนออกมาด้วยพอเธอกลับเข้ามาในห้องของเด็กๆ อีกครั้ง เธอก็ได้รื้อผ้าที่ปูทับหญ้าแห้งเก่าๆ อยู่ออก และจับสิ่งที่เธอรื้อออกยัดใส่ถุงขยะที่เธอเตรียมไว้ตอนนี้ซูเหยาถึงกับจามออกมาอย่างแรงจากความฉุนและฝุ่นละอองที่ปลิวไสวผสมกับหญ้าแห้ง เธอเรียกอุปกรณ์ทำความสะอาดทุกอย่างออกมาอย่างมากมาย รวมทั้งน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยในระหว่างที่เธอกำลังทำความสะอาดอยู่ในห้อง ด้านนอกที่สองพี่น้องตัวเล็กนั่งอยู่ เด็กน้อยสองพี่น้
Read More
ช่วยพระเอกแต่ได้หมูเป็นของแถม(2)
ด้านเพื่อนของมู่หานที่ตอนนี้แต่ละคนได้เดินกลับมายังที่ตัวเองเคยยืนอยู่กันเมื่อครู่นี้ ตอนนี้พวกเขาก็พากันยืนอ้าปากตาค้างด้วยความตกใจกันทุกคนเมื่อพวกเขาได้มองลงไปในหลุมที่พวกเขาไม่เคยเห็นในครั้งแรก “หลุมนี้มาได้ยังไงกัน นี่พวกเราโชคดีมากเลยนะที่ได้เดินออกไปดูตามเสียงของซูเหยา เพราะถ้าเราอยู่” ชายคนที่ได้อยู่ในกลุ่มพูดกับคนในกลุ่มพร้อมกับกลืนน้ำลายลงด้วยความหวาดเสียว“มีอะไรกันหรือเปล่า ทำไมพวกนายถึงได้ยืนนิ่งกันแบบนี้”  มู่หานถามคนที่อยู่ในกลุ่มด้วยความสงสัย พร้อมกับที่เขาก็ได้เดินเข้ามายังที่คนพวกนี้มุง“หมูป่า หมูป่าจริงเสียด้วย ว่าแต่ทำไมถึงมีหลุมกับดักอยู่ที่นี่กัน” มู่หานพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจและตัวเขาได้เดินตรวจสภาพรอบปากหลุมลึกนั้นอย่างระมัดระวัง ส่วนเจ้าหมูเซ่อที่ตกลงไปในหลุมยามนี้มันได้เงียบเสียงของมันลงไปนานแล้ว เนื่องจากมันได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก“หมูมันน่าจะตายแล้ว พวกเรามาช่วยกันหาวิธีเอามันขึ้นมาจากหลุมกันเถอะ” ชายรูปร่างเตี้ยที่เป็นชาวบ้านที่มาด้วยกันพูดขึ้น“ก็ดีเ
Read More
ตอน ช่วยพระเอกแต่ได้หมูเป็นของแถม(1)
ซูเหยาคิดไปเรื่อยเปื่อยพร้อมกับที่เธอก็เอามีดยาวที่จับไว้ในมือกวาดไปที่พงหญ้ารก เพื่อเป็นการไล่สัตว์ร้ายมีพิษก่อนที่เธอจะเดินต่อไปก็เธอนะเป็นนางร้ายนะ ดังนั้นถ้าจะหวังให้โชคช่วยแบบนางเอกนะเหรอไม่มีทางหรอก ดังนั้นจะต้องทำเองจากสองมือเพียงอย่างเดียวเมื่อเธอก้าวเดินไปตามสัญลักษณ์ที่มู่หานทำไว้ ในที่สุดเธอก็เหมือนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก ซึ่งเธอคิดว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะต้องเป็นพวกของมู่หานอย่างแน่นอน“โอ้ย ช่วยฉันด้วยมีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ” ซูเหยาแสร้งทำหกล้มนั่งกุมขอเท้าของตนด้วยท่าทางที่แสดงความเจ็บปวดน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร‘รางวัลนักแสดงต้องมาแล้วล่ะ แสดงได้เนียนขนาดนี้’ เธอคิดขึ้นในใจ และที่ซูเหยาต้องร้องเรียกคนเหล่านั้นให้ออกมาตรงนี้ ก็เพราะว่าตามนิยายที่ได้บรรยายเอาไว้ว่าหลังจากที่   มู่หานได้ตกลงไปในหลุมดักสัตว์เก่า และเพื่อนช่วยเขาขึ้นมาได้แล้ว ก็จะมีหมูป่าที่ไม่มองอะไรเลยพุ่งตกลงไปในหลุมกับดักยังไงล่ะเธอเดาเอาว่าช่วงเวลาและสถานที่อาจจะเป็นที่นี่ เพราะตอนนี้เธอไม่ได้ยินเสียงว่าพวกเข
Read More
ตอน จ่ายค่าชดเชยมาถ้าไม่จ่ายฉันจะแจ้งทางการ(1)
“หมู นั่นหมูจริงๆ เสียด้วย ตัวมันใหญ่มากเลย” ฉินเจียวได้ส่งเสียงแหลมของตนร้องออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด“ถอยไป หลบไป ฉันเป็นแม่ของมู่หาน ฉันจะเข้าไปหาลูกชายฉัน” ฉินเจียวทั้งผลักทั้งดันคนรอบข้างให้แหวกทางให้กับตน โดยมีจิวเหลียนหญิงร่างใหญ่เป็นผู้ช่วยซูเหยาเมื่อเธอมองเห็นภาพนี้เธอถึงกับเบะปากใส่คนทั้งสอง ‘ช่วยหาก็ไม่ได้ช่วย คิดแต่จะหาผลประโยชน์อย่างเดียว’ เธอคิดเมื่อเธอเห็นแม่ผัวลูกสะใภ้มหาประลัยเดินมาแล้ว ซูเหยาจึงได้หลบฉากเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านไปหาเด็กน้อยน่ารัก ที่ตอนนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้างก็ไม่รู้ และได้กินข้าวกันหรือยังแต่เมื่อเธอมาถึงบ้าน เธอก็ได้ยืนช็อกกับสภาพประตูหน้าบ้านของตนไปแล้ว เพราะประตูได้ถูกเปิดออกโดยมีร่องรอยการจามด้วยขวานตัดไม้ซึ่งน่าจะมีขนาดใหญ่เมื่อซูเหยาได้เห็นสภาพบ้านแบบนี้ ตอนนี้ใจเธอถึงกับหล่นวูบไปเลยทีเดียว เด็กน้อยลูกทั้งสองจะเป็นอย่างไร“เสี่ยวเฟย เสี่ยวผิงอยู่ที่ไหนกัน ได้ยินเสียงน้าไหม พวกหนูอยู่ไหน” ซูเหยารีบวิ่งเข้าไปด้านในด้วยสีหน้าแตกตื่น
Read More
จ่ายค่าชดเชยมาถ้าไม่จ่ายฉันจะแจ้งทางการ(2)
ตอนนี้เด็กๆ ทั้งสองก็ร้องไห้ตามซูเหยาออกมาเช่นกัน เพราะพวกเขาคิดว่าถ้าน้าเหยาที่ดีกับเขาคนนี้ร้องไห้เสียใจแล้วพวกเขาอาจจะอดตายได้เสียงของคนทั้งสามร้องไห้ระงมอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่เสียงดัง “มันเกิดอะไรขึ้นเงียบก่อนค่อยๆ พูด” ฉีอันพูดขึ้นห้ามปรามการร้องไห้ของสามแม่ลูกออกมาเสียงดังคนทั้งสามที่ได้ยินเสียงของชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาพวกตนด้วยท่าทางที่ดูเป็นมิตร พวกเขาก็เหลือเพียงเสียงสะอื้นเท่านั้น“เสี่ยวผิง เสี่ยวเฟย บอกตาฉีอันไปเลยลูกว่าใครเข้าไปทำอะไรในบ้านของเรา” ซูเหยาบอกกับเด็กน้อยทั้งสองด้วยความอ่อนโยนเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาถามเขาก็คือฉีอันผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านตงไห่จากความทรงจำของร่างนี้“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง การกระทำของลูกชายหญิงได้ทำให้มู่หานรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย พร้อมคิดว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับคนสามคนในบ้านของเขากัน เขาคิดอย่างงุนงง “ย่ากับป้าสะใภ้มาเคาะประตูหน้าบ้านของพวกเรา แต่ว่าน้าเหยาได้สั่งเอาไว้ว่าห้ามเปิดประตู เพราะอาจจะเป็นคนไม่ดีพวกเราก็ไม่เปิดพ
Read More
ตอน มู่หานฉันต้องการแยกออกจากบ้านมู่(1)
ในระหว่างที่ซูเหยาได้รอฉินเจียวเอาเงินมาให้ตนอยู่ เธอก็ได้หันไปพูดกับมู่หานที่กำลังสำรวจลูกชายหญิงของตน“ฉันต้องการแยกออกมาจากบ้านมู่อย่างเด็ดขาด คุณทำให้ได้ไหม” ซูเหยาพูดพร้อมกับมองหน้าสามีในนามของตน ที่ตอนนี้ได้ยืนขึ้นมาประสานสายตากับเธอแล้วอย่างหนักแน่น“ผมเองก็เคยคิดจะแยกบ้านออกมาเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่มีเงินซื้อที่ดินและเงินสำหรับสร้างบ้าน ไหนจะที่นาอีก ถ้าเราย้ายออกมาจะหาเงินที่ไหนไปเช่าที่ทำกินกัน” มู่หานเขาพรั่งพรูคำพูดในสิ่งที่เขาเคยคิดเอาไว้ออกมา“คุณตอบฉันได้ไหมตอนนี้ปีอะไร” ซูเหยาถามในสิ่งที่ตนสงสัย เนื่องจากในนิยายไม่ได้กล่าวเอาไว้ เธอรู้แต่เพียงว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโลกที่อ้างอิงมาจากเดิมเพียงเท่านั้น“คุณเป็นอะไรไป ไม่ใช่ว่าโดนแม่และพี่สะใภ้ตีหัวหรอกนะแม้แต่วันเดือนปีก็หลงลืมเสียหมด ปีนี้เป็นปี 1965 ยังไงล่ะ” มู่หานบอกกับภรรยาสาวในนามซูเหยาเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่หานพูด เธอถึงกับอยากจะต่อว่าระบบเสียจริง ที่บังคับส่งเธอมาอยู่ในช่วงก่อนปีการปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงปีข้างหน้า“ฉันมีเงิน คุณรีบไปขอซื้อที่ดินกับลุงผู้ใหญ่บ้านซะในตอ
Read More
ตอน มู่หานฉันต้องการแยกออกจากบ้านมู่(2)
“หล่อนเป็นบ้าหรือไง ฉันจะบอกว่าแท้จริงแล้วมู่หานเป็นหลานชายของฉัน เขาเป็นลูกของพี่มู่ไห่ พี่ชายของฉันที่ตรอมใจเพราะแม่ของมู่หานหนีไปต่างหาก” เสียงดังที่ออกมาจากปากของมู่จางทำให้ทุกคนที่ได้ยินถึงกับงุนงงในเรื่องนี้‘โอ้ ที่แท้เรื่องราวที่นักเขียนไม่ได้ระบุไว้กำลังจะถูกเปิดเผย’ ซูเหยาคิด และเธอรู้สึกว่ากำลังเป็นผู้ชมละครเรื่องหนึ่งที่มีปมอยู่แบบชิดขอบสนาม“คุณโกหก” ฉินเจียวเองก็ยังไม่ยอมแพ้ จึงได้แผดเสียงออกมา ถ้าเป็นเรื่องจริงการที่เธอถูกตบก็เพราะไปด่าบรรพบุรุษของเขาแน่ๆ“ไหนนายบอกว่ามู่ไห่กับครอบครัวไปทำงานที่เมืองหลวงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมันมากลายเป็นแบบนี้” ฉีอันเขาอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้จึงได้ถามออกมา“ทุกคนรู้ใช่ไหมว่าพี่ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนละหมู่บ้าน และตอนนั้นพี่มู่ไห่ก็ไปอยู่ที่นั่นโดยไม่ได้กลับมา มีอยู่วันหนึ่งได้มีคนมาบอกกับผมว่ามู่ไห่ต้องการพบ ผมก็เลยได้ตามชายคนนั้นไปและก็เห็นสภาพพี่ชายผมไม่สู้ดีนัก เขาได้ฝากเด็กที่เพิ่งจะเกิดได้ไม่กี่เดือนเอาไว้กับผม ซึ่งก็คือมู่หานนี่แหละตอนนั้นเขาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องความอัปยศของตน เขาจึงบอกกับผมว่าให้บอกกับทุกคนว่าได้เก็บเด็กคนนี้มาเลี้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status