Mag-log in'เจมส์' หลวมตัวกดเข้าไปเล่นเกมสุดกากที่เพิ่งออกมาใหม่ด้วยความเบื่อหน่าย พระเอกในเกมนั้นกลับเป็นตัวดึงดูดความโชคร้ายจนทำให้เขาหัวร้อน พลาดลื่นล้มหัวโขกหน้าจอตาย เขากลับไม่ได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก พระเอกได้สติขึ้นมาในความมืดโดยมีสิ่งที่เรียกตัวเองว่า 'ระบบ' 'ระบบ' บอกว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมน่าโมโหที่เขาเพิ่งเล่นไปและชีวิตยังผูกติดกับโฮสต์ซึ่งก็คือพระเอกดวงกุดในเกมนั้นอย่าง 'เฟลิกซ์' อีก แถมวิธีที่จะกลับไปยังโลกเดิมได้โดยไม่เป็นวิญญาณไร้ร่างให้สิงสู่คือต้องช่วยเฟลิกซ์ทำภารกิจช่วยเจ้าหญิงที่ถูกมังกรแดงลักพาตัวไปให้สำเร็จเพื่อไปขอพรจากโหรหลวงอีกต่างหาก โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในภารกิจมีอันตรายแอบแฝงอยู่ ออกเดินทางก็ต้องมีอาวุธ เจมส์กับเฟลิกซ์ไปตามหาดาบเวทประจำตระกูลของเฟลิกซ์กลับได้สมาชิกร่วมปาร์ตี้มาเป็นเอล์ฟขี้เมากับนักบวชขี้เซาผู้ถูกสาปโดยสิ่งที่เรียกว่า 'ร่องรอยแห่งอนธการ' จากนั้นยังได้เหยื่อของร่องรอยแห่งอนธการอีกตัวอย่างนกเรเวนปากแจ๋วมาร่วมกลุ่ม การเดินทางสุดโบ๊ะบ๊ะขายขำของคณะผู้กล้าทั้งห้า เพื่อไปช่วยเจ้าหญิงผู้ถูกมังกรแดงลักพาตัวไปและสืบหาเบื้องหลังของร่องรอยแห่งอนธการจึงเริ่มต้นขึ้น
view moreตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง
ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา
ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม
ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ
บทที่ 40แรงก์เอสจงเจริญ!“สหายเจมส์ สหายเฟลิกซ์ เจ้าดูเอาเถิด คนพวกนี้ไม่ยอมให้ข้าถอนภารกิจที่เจ้าจ้างวานไว้ บอกว่าข้าไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้จ้างวานล่ะ” เอลดรอนขมวดคิ้วข้าง เลิกคิ้วข้าง แสยะยิ้มได้ดูชั่วร้ายเป็นที่สุด“อ้อ” เจมส์ตอบรับแล้วเดินไปเซ็นใบเพิกถอนภารกิจบนโต๊ะอย่างงง ๆ นั่นก็เป็นเรื่อง
บทที่ 37ยินดีต้อนรับกลับมารีฮานัสหยุดฝีเท้า เบื้องหน้าคือโขดหินขนาดใหญ่อันมีความสูงเกินกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเอล์ฟจะเอื้อมถึงยอด เหนือโขดหินมีต้นไม้ขนาดใหญ่ยิ่งกว่ายืนต้นสูงขึ้นไปบนฟ้า ส่งรากแขนงน้อยใหญ่ห้อยระย้าลงมาตามร่องโขดหิน สีเขียวเย็นตาเรืองรองออกมาตามรอยราก ละอองแสงลอยไปมาดั่งหิ่งห้อยนั
บทที่ 21นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ ใหญ่จริง ๆ!เฟลิกซ์ชักดาบลีอาธิลกระโจนออกจากพุ่มไม้ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ ก็อบลินลาดตระเวนที่สังเกตเห็นพวกเขาถูกสังหารจนเกลี้ยงในสามกระบวนท่า เสียงกรีดร้องก่อนสิ้นลมของพวกมันเรียกให้ก็อบลินในบริเวณโดยรอบวิ่งเข้ามาดู“ผู้บุกรุก!”ก็อบลินทุกตนควักอาวุธประจำกายออกมาแล้ววิ่งเข
บทที่ 8เอล์ฟขี้เมา กับ นักบวชขี้เซา“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”เฟลิกซ์ตรงปรี่เข้าไปผลักเอล์ฟขี้เมากลิ้งลงจากเนินฝังร่างของบิดาไปนอนแผ่อยู่ด้านข้าง เจมส์มองด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มผู้นี้แสดงความเกรี้ยวกราดมาก่อน เฟลิกซ์ลูบเนินดินไปมาปัดเศษดินเศษหญ้าที่ถูกรุกรานจนแหว่งเป็นหย่อม ดวงตาแอเมทิส





