INICIAR SESIÓN'เจมส์' หลวมตัวกดเข้าไปเล่นเกมสุดกากที่เพิ่งออกมาใหม่ด้วยความเบื่อหน่าย พระเอกในเกมนั้นกลับเป็นตัวดึงดูดความโชคร้ายจนทำให้เขาหัวร้อน พลาดลื่นล้มหัวโขกหน้าจอตาย เขากลับไม่ได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก พระเอกได้สติขึ้นมาในความมืดโดยมีสิ่งที่เรียกตัวเองว่า 'ระบบ' 'ระบบ' บอกว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมน่าโมโหที่เขาเพิ่งเล่นไปและชีวิตยังผูกติดกับโฮสต์ซึ่งก็คือพระเอกดวงกุดในเกมนั้นอย่าง 'เฟลิกซ์' อีก แถมวิธีที่จะกลับไปยังโลกเดิมได้โดยไม่เป็นวิญญาณไร้ร่างให้สิงสู่คือต้องช่วยเฟลิกซ์ทำภารกิจช่วยเจ้าหญิงที่ถูกมังกรแดงลักพาตัวไปให้สำเร็จเพื่อไปขอพรจากโหรหลวงอีกต่างหาก โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในภารกิจมีอันตรายแอบแฝงอยู่ ออกเดินทางก็ต้องมีอาวุธ เจมส์กับเฟลิกซ์ไปตามหาดาบเวทประจำตระกูลของเฟลิกซ์กลับได้สมาชิกร่วมปาร์ตี้มาเป็นเอล์ฟขี้เมากับนักบวชขี้เซาผู้ถูกสาปโดยสิ่งที่เรียกว่า 'ร่องรอยแห่งอนธการ' จากนั้นยังได้เหยื่อของร่องรอยแห่งอนธการอีกตัวอย่างนกเรเวนปากแจ๋วมาร่วมกลุ่ม การเดินทางสุดโบ๊ะบ๊ะขายขำของคณะผู้กล้าทั้งห้า เพื่อไปช่วยเจ้าหญิงผู้ถูกมังกรแดงลักพาตัวไปและสืบหาเบื้องหลังของร่องรอยแห่งอนธการจึงเริ่มต้นขึ้น
Ver másยินดีต้อนรับเข้าสู่เกม SAVE FELIX!
เจมส์เคลียร์เกมจบไปอีกเกมแล้ว เขาจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์พื้นหลังสีดำที่มีรายชื่อผู้จัดทำเฉียดร้อยรายชื่อไหลผ่านไปเรื่อย ๆ ด้วยความว่างเปล่า
“จบแล้ว? แค่นี้?”
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาเลื่อนดูรายชื่อเกมในสโตรม เกมในรายการที่เขามีอยู่ต่างก็ถูกเคลียร์ไปจนหมด เก็บถ้วยความสำเร็จไปจนเกือบครบ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจหรืออยากนำไปโอ้อวดกับเพื่อนเหมือนเคย
น่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน
ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อ ทั้งยังทำใจทิ้งหน้าจอไปสะสางงานที่คั่งค้างไม่ได้ เจมส์จึงกดเข้าไปที่หน้าต่างเกมออกใหม่ในสโตรม รายชื่อเกมและหน้าปกฉูดฉาดไหลผ่านตาไป บ้างก็สะดุดตาแต่ราคาแพงเกินกำลังซื้อ บ้างก็นำเสนอได้น่าสนใจแต่ไม่ใช่แนวที่เขาชอบ พลันหน้าจอก็กะพริบวูบก่อนทุกเกมจะเลื่อนลงไปด้านล่าง
“อะไรกันนี่ รีเฟรชเหรอ”
เจมส์เลื่อนสายตาไปที่ด้านบนสุด สัญลักษณ์ ‘ใหม่ล่าสุด’ ขึ้นเด่นหรา เกมที่เพิ่งปล่อยตัวมาไม่กี่วินาทีจนรีเฟรชเข้ามาแทรกให้ทุกเกมร่วงลงไปทั้งแถบคือเกมอะไรกันนะ
‘SAVE FELIX!’
เมื่อกดเข้าไปดูเจมส์ก็ต้องผิดหวัง เกมใหม่ล่าสุดที่เขาน่าจะกดเข้าชมเป็นรายแรก ๆ เป็นแค่เกมโหล ๆ ภาพกาก ๆ เหมือนใช้โปรแกรมวาดรูปที่ติดมากับโน้ตบุ๊กสร้าง ตัวอักษรก็เป็นพิกเซล[1] ทั้งไม่โดดเด่น ทั้งไม่เตะตา ผู้สร้างก็เป็นโนเนมไร้ประสบการณ์สร้างเกมมาก่อน อันที่จริงก็น่าเห็นใจอยู่บ้าง คงจะเป็นพวกมือใหม่ที่ไม่มีงบและสตูดิโอเป็นของตัวเองเป็นแน่ ตัวเกมที่ปล่อยออกมานั้นก็ยังเปิดให้เล่นฟรีเหมือนกลัวว่าจะไม่มีใครกดโหลดไปเล่นอีก
เจมส์พรั่งพรูลมออกจมูกด้วยความเซ็งสุดขีด ไหน ๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร เข้าไปลองหน่อยก็แล้วกัน ถือว่าช่วยสนับสนุนผู้ทำเกมรายใหม่
เกมติดตั้งสำเร็จเจมส์ก็กดปุ่มเริ่มต้นเข้าไปลองเล่นทันที เกมเริ่มต้นด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเป็นภาพนิ่งและตัวอักษรพิกเซล ใจความประมาณว่ามีมังกรมาลักพาตัวเจ้าหญิงไป พระราชาส่งคนไปประกาศที่จัตุรัสกลางเมือง หากผู้ใดช่วยเจ้าหญิงได้ จะได้อภิเษกสมรสกับนางและขึ้นเป็นพระราชาแห่งอาณาจักรฟีโฮเดล บังเอิญมีเด็กหนุ่มที่กำลังไปเร่ขายมันเผาที่จัตุรัสผู้กล้าได้ยินเข้าพอดี ก็มุ่งมั่นที่จะไปช่วยเจ้าหญิงให้จงได้
“โคตรจะธรรมดา”
แต่มีเรื่องที่เจมส์ไม่เข้าใจ อิเวนต์หลักของเกมคือให้ไปช่วยเจ้าหญิงจากมังกร แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อเกมว่า ‘SAVE PRINCESS!’ แต่กลับตั้งว่า ‘SAVE FELIX!’ แทนล่ะ?
จบบทนำก็เข้าสู่ช่วงเล่าภูมิหลังของพระเอก ในเกมนี้ผู้เล่นจะได้เล่นเป็นตัวละคร ‘เฟลิกซ์’ เด็กหนุ่มผู้มาจากครอบครัวยากจน อาศัยอยู่กับมารดาในบ้านหลังเล็กมอซอกันเพียงสองคน หาเลี้ยงชีพด้วยการเร่ขายมันเผา จบการเล่าเรื่องราวก็เริ่มเกมด้วยฉากเฟลิกซ์ตื่นนอน เขาลุกขึ้นมาจากเตียงหลังเก่าทรุดโทรม เจมส์กดคีย์บอร์ดควบคุมให้เฟลิกซ์เดินลงจากเตียง
ขณะที่เฟลิกซ์กำลังวางเท้า ลมจากหน้าต่างสายหนึ่งก็พัดเอาผ้าห่มตกลงไปบนพื้นตำแหน่งใต้เท้าของเฟลิกซ์พอดี เมื่อเด็กหนุ่มก้าวเดินก็ลื่นล้มหัวคะมำไปโขกกับเสาเตียง หน้าจอมอนิเตอร์ดับมืดไป ตรงกลางจอปรากฏข้อความ
‘You've failed to save Felix’
“…”
เจมส์เงียบไปด้วยความอึ้งก่อนจะโวยวายขึ้นมา “นี่มันเกมบ้าอะไรกันห๊ะ!”
แม้จะอยากกดลบเกมกวนประสาทนี่เสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่จิตวิญญาณเกมเมอร์นักเก็บถ้วยความสำเร็จบอกให้เจมส์ไม่ยอมแพ้ เขากดปุ่มเริ่มต้นใหม่อย่างไม่รีรอ เฟลิกซ์ตื่นขึ้นมาบนเตียงอีกครั้ง
คราวนี้เจมส์ไม่มีทางพลาดซ้ำสอง เขากดที่หน้าต่างควบคุมให้ตัวละครเฟลิกซ์ปิดมันลง เจมส์ยกยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ
“ครั้งนี้เล่นฉันไม่ได้หรอก!”
เจมส์พาเฟลิกซ์เดินลงจากเตียงอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีลมมาพัดผ้าห่มให้ตกลงมาอีก เฟลิกซ์เดินลงจากเตียงสำเร็จ เมื่อลงมาก็ไม่ได้เดินตรงไปที่ประตูห้องทันที เจมส์พาเขาเดินอ้อมหลบแผ่นไม้ที่มีรอยร้าวบนพื้นไปได้โดยปลอดภัย
“เป็นไงล่ะ! แค่ระวังนิดหน่อยก็รอดแล้ว ของแค่นี้ไม่คณามือท่านเจมส์หรอก!”
เจมส์ควบคุมเฟลิกซ์เดินไปเหยียบลงบนพรมซึ่งวางตัวอยู่ถัดจากพื้นไม้แผ่นที่มีรอยร้าว ฉับพลัน ทั้งพรมทั้งเฟลิกซ์ก็ตกลงไปในรูบนพื้นที่พังอยู่เดิมแล้วนำพรมมาวางปิดไว้ หน้าจอมอนิเตอร์ดำมืดอีกครั้ง
‘You've failed to save Felix’
“…”
หางตาเจมส์กระตุกถี่รัวพร้อมกับความร้อนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในศีรษะ “ใครมันเอาพรมไปปิดหลุมกันหา?! ถ้าจะปิดเพราะเป็นหลุมทำไมไม่มีป้ายแจ้งเตือนติดไว้ แล้วนาย เฟลิกซ์ นายมันเจ้าของห้องไม่ใช่หรือไง ทำไมมีรูในห้องตัวเองถึงไม่รู้กันห๊ะ?!”
เจมส์เข้าใจอย่างสุดซึ้งแล้วว่าทำไมเกมนี้ถึงตั้งชื่อว่า ‘SAVE FELIX!’ เพราะเฟลิกซ์คือตัวแทนแห่งความดวงซวยถึงขั้นที่ว่าแค่ก้าวเท้าผิดข้างก็เป็นสาเหตุทำให้บาดเจ็บล้มตายได้แล้ว และทุกครั้งที่ตายก็จะกลับมาเกิดบนเตียงใหม่อีกครั้ง!
ด้วยใจที่มุ่งมั่นจะรีบผ่านด่านห้องนอนสุดหฤโหดไปให้ได้ เจมส์จึงตั้งสมาธิไปกับการหาวิธีแก้ความซวยที่พบเจอล่าสุด เป็นผลให้ในการกลับมาเกิดใหม่แต่ละรอบเขาลืมรายละเอียดเล็กน้อยบางจุดระหว่างทางจนพลาดซ้ำ ๆ ทั้งยังโดนเล่นงานในจุดใหม่แทบจะทุกครั้งหลังผ่านของเดิมมาได้ กว่าเจมส์จะจิกเม้าส์พาเฟลิกซ์ออกจากห้องนอนรูหนูนี้ได้ก็ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนด้วยความหัวร้อน ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาไม่มีเงินซื้อคอมพิวเตอร์ชุดใหม่คงต่อยจอพังไปแล้ว
“เกมบ้าไรนี่! เสียเวลาชีวิตชะมัด ถ้าคนมันจะซวยขนาดนั้นก็ตาย ๆ ไปซะเถอะ!”
จังหวะที่เจมส์ลุกพรวดขึ้นมา เขากลับลืมตัวว่าวางเท้าอยู่บนขาเก้าอี้ล้อเลื่อน แรงจากการลุกยืนส่งให้ล้อเลื่อนไปด้านหลัง เจมส์เสียหลักล้มลงไปด้านหน้า ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบจอมอนิเตอร์อย่างแรง ไม่ต่างจากเฟลิกซ์ยามลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วสะดุดผ้าห่มลื่นล้มหัวโขกเสาเตียงเลย
อะไรกัน นี่มันไม่ต่างจากในเกมเลยไม่ใช่หรือไง?
แค่เล่นเป็นนาย ฉันก็ซวยเหมือนนายแล้วเหรอ...เฟลิกซ์
ท่ามกลางสติแสนเลือนราง สิ่งสุดท้ายที่เจมส์นึกถึงกลับเป็นเกมกวนประสาทอันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุน่าขายหน้านี้
สัมผัสอุ่นร้อนเปียกชื้นไหลลงมาท่วมใบหน้าบดบังสายตาที่พร่ามัวอยู่เดิม ภาพตรงหน้ามืดสลัวลงไปไม่ต่างจากหน้าจอมอนิเตอร์หลังเฟลิกซ์ตาย
ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง
ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา
ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม
ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ





