ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก

ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก

last updateDernière mise à jour : 2026-03-04
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
9
2 Notes. 2 commentaires
268Chapitres
2.7KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชีวิตเก่าสิ้นสุดดุจบุปผาร่วงหล่น วิญญาณนักวิทยาศาสตร์สาวจากศตวรรษที่ 21 จึงต้องเริ่มต้นใหม่ในโลกที่ไม่รู้จัก เธอจะยอมเป็นโคลนดินใช้ความรู้จากอนาคตค้ำจุนรากเหง้าแห่งครอบครัวใหม่ให้เติบโตงอกงามได้หรือไม่

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

เสียงประกาศสถานีต่อไปแว่วมาจากลำโพงที่ติดตั้งอยู่เหนือศีรษะ ปลุกให้หลินเวยละสายตาจากทิวทัศน์ทุ่งนาสีเขียวชอุ่มที่วิ่งผ่านอยู่นอกหน้าต่างรถไฟความเร็วสูง เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอีกสิบห้านาทีก็จะถึงจุดหมายปลายทาง

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เธออนุญาตให้ตัวเองว่างอย่างแท้จริงโดยที่ไม่มีภาพของกราฟข้อมูล สมการเคมี และภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมากวนใจหลังจากที่โครงการวิจัยไกอา-7 ที่เธอเป็นหัวหน้าทีมนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ข้าวสาลีสายพันธุ์ใหม่ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเกษตรในพื้นที่ทุรกันดาร ทุกคนเฉลิมฉลอง แต่สำหรับเธอผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของมันกลับทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

ในตอนนั้นเธอเริ่มเบื่อเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและแสงสี ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ดังนั้นหลินเวยจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ผัดผ่อนมาเนิ่นนาน... นั่นก็คือการเดินทางกลับไปยังบ้านเก่าของคุณย่าผู้ล่วงลับ

บ้านไม้หลังเล็กในเมืองต่างจังหวัดที่เงียบสงบ สถานที่... ที่เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง และเป็นที่เดียวที่เธอรู้สึกว่าสามารถทิ้งตำแหน่ง ดร.หลินและกลับไปเป็นเพียงเวยเวยเด็กหญิงตัวน้อยของย่าได้อีกครั้ง

เมื่อรถแท็กซี่จากสถานีรถไฟจอดลงที่หน้าซอยคุ้นตาและขับจากไปทิ้งให้เธออยู่กับกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว ความเงียบก็เข้าโอบล้อมรอบตัว เสียงจอแจของเมืองหลวงถูกแทนที่ด้วยเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้

หลินเวยยืนสูดอากาศที่เจือด้วยกลิ่นดินและกลิ่นดอกไม้จางเข้าเต็มปอด ก่อนจะเดินลากกระเป๋าไปยังบ้านหลังท้ายสุด... สุดซอย บ้านที่รอคอยการกลับมาของเธออย่างเงียบงัน

กุญแจดอกเก่าในมือฝืดเล็กน้อยเมื่อไขเข้าไปในรูกุญแจที่ไม่ได้ใช้งานมานาน บานประตูไม้ส่งเสียงครืดคราดราวกับกำลังบ่นอุบในความเงียบว่าทำไมเธอถึงเพิ่งกลับมา

และวินาทีที่หลินเวยก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาปะทะจมูก... กลิ่นฝุ่นที่ผสมกับกลิ่นไม้การบูรและกลิ่นกระดาษเก่า มันคือกลิ่นของอดีต คือกลิ่นของความทรงจำ

เธอวางกระเป๋าลงและเริ่มลงมือสะสางอดีตอย่างไม่เร่งรีบ โดยเริ่มจากการปัดฝุ่นชั้นหนังสือ การเปิดดูอัลบั้มรูปถ่ายสมัยเก่า ทำให้ความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานค่อย ๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่อบอุ่น

ขณะที่หลินเวยกำลังจัดเก็บข้าวของภายในห้องที่แม้จะมีการจ้างคนมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่ฝุ่นละอองก็ยังคงจับให้เห็นอยู่ทั่วไปนั้นเอง...

สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับหีบไม้การบูรใบเล็กซึ่งถูกเก็บซ่อนและลืมเลือนไว้ใต้เตียงนอนของย่า และเมื่อเธอเปิดออกก็พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นคือพู่หยกชิ้นหนึ่งที่กำลังนอนสงบอยู่บนกองผ้าไหมเก่าเก็บ ราวกับรอคอยการค้นพบมาเนิ่นนาน

ซึ่งมันเป็นของตกทอดจากบรรพบุรุษที่ไม่มีใครในยุคของเธอเคยใส่ใจจะค้นหาที่มาอีกแล้ว หลินเวยได้หยิบมันขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ตัวหยกแกะสลักอย่างเรียบง่ายเป็นรูปหน่อไม้อ่อนที่ม้วนตัวอย่างน่าเอ็นดู

แต่สีของเนื้อหยกกลับดูธรรมดาอย่างยิ่ง เนื้อของมันเป็นสีเขียวจางขุ่นมัวไร้ประกายราวกับหยกคุณภาพต่ำที่หาได้ดาษดื่นตามท้องตลาดทั่วไป

ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เธอมองมันเป็นเพียงวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นหยกเนไฟรต์ธรรมดา ๆ ที่มีตำหนิภายในเยอะจนแสงไม่อาจส่องผ่านได้

แต่ด้วยความรู้สึกผูกพันบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เธอกลับกำมันไว้ในมือแน่น ขณะที่ใช้มืออีกข้างพยายามจะงัดฝากล่องไม้เก่า ๆ อีกใบที่อยู่ข้างกัน และนั่นคือจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งแม้แต่ชีวิตของเธอด้วยอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อเสี้ยนไม้ได้บาดเข้าที่ปลายนิ้วของเธอเข้าอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาพร้อมกับหยดเลือดสีแดงสดที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจเธอจึงสะบัดมือและเผลอกำพู่หยกแน่นขึ้น เลือดหยดนั้นจึงร่วงหล่นลงบนเนื้อหยกอย่างแม่นยำราวจับวาง

และในทันทีทันใดนั้นเอง ปาฏิหาริย์ที่เธอไม่เคยเชื่อมาก่อนในชีวิตนอกจากเรื่องของวิทยาศาสตร์... ก็ได้บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

หยกสีเขียวจางที่เคยขุ่นมัวพลันดูดซับหยดเลือดของเธอเข้าไปจนหมดสิ้นราวกับฟองน้ำที่กระหาย ในชั่วพริบตาแสงสีเขียวอ่อนจางก็สว่างวาบขึ้นจากภายในเนื้อหยก ขับไล่ความขุ่นมัวทั้งหมดออกไป

พู่หยกในมือของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตผ่องใส งดงามราวกับมีน้ำทิพย์แห่งวสันตฤดูหล่อเลี้ยงอยู่ภายใน เธอมองเห็นเส้นใยสีทองละเอียดราวกับเส้นเลือดวิ่งวนอยู่ในเนื้อหยกอย่างน่าอัศจรรย์ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านจากฝ่ามือขึ้นไล้มาตามท่อนแขนอย่างอ่อนโยน

ยังไม่ทันที่สมองนักวิทยาศาสตร์ของเธอจะเริ่มวิเคราะห์ปรากฏการณ์ตรงหน้า ในห้วงมโนสำนึกของหลินเวยก็ปรากฏภาพของหน่อไม้อ่อนที่อยู่ใจกลางเนื้อหยกค่อย ๆ คลายตัวออกอย่างเนิบช้า เผยให้เห็นใบเลี้ยงขนาดเล็กคู่หนึ่ง พร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสเหมือนกระดิ่งลมที่ดังก้องขึ้นในจิตวิญญาณของเธอ

‘ในที่สุดเราก็เจอกันแล้ว... นายท่านของข้า...’

สิ้นเสียงนั้น พลังงานมหาศาลก็พลันระเบิดออกจากพู่หยก แสงสีเขียวเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วทั้งห้องจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน ร่างของหลินเวยชาวาบ ความรู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากร่างกายอย่างรุนแรงคือสัมผัสสุดท้ายที่เธอรับรู้ ก่อนที่โลกทั้งใบของเธอจะหมุนคว้างและสลายไปพร้อมกับแสงสีเขียวอันไร้ที่สิ้นสุด...

และในตอนนี้เอง ชีวิตในฐานะนักวิทยาศาสตร์ของหลินเวยได้จบสิ้นลงแล้ว... ดุจบุปผาที่ร่วงหล่นจากกิ่งก้าน สู่การเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่อาจหยั่งรู้...

ราชวงศ์ต้าเฉิง ปีรัชศกจิ่งไท่ที่สิบห้าที่ไม่มีอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งกำลังเป็นฤดูร้อน ภายในจวนตระกูลเสิ่น อำเภอซีซานเสียงจักจั่นกำลังร้องระงมก้องไปทั่วบริเวณ ไอร้อนลอยขึ้นมาจากพื้นหินจนภาพเบื้องหน้าดูบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย

ที่ริมสระบัวซึ่งบานสะพรั่งรับแสงตะวัน เด็กชายสามคนกำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างสนุกสนานขณะใช้สวิงไล่ต้อนฝูงปลาหลีฮื้อ… ห่างออกไปเล็กน้อยใต้ร่มหลิวได้มีเด็กหญิงร่างเล็กผอมบางในชุดสีชมพูอ่อนกำลังนั่งกอดเข่ามองดูพี่ชายด้วยดวงตาที่เริ่มปรือลง

ก่อนที่ภาพตรงหน้าของนางจะหมุนคว้าง รวมถึงเสียงจักจั่นที่เคยดังหนวกหูกลับค่อย ๆ แผ่วลง ตุบ! ในเสี้ยวลมหายใจต่อมา ร่างเล็กนั้นก็ได้ร่วงผล็อยลงไปนอนกองกับพื้นหญ้าอย่าง ไร้สติ

“น้องเล็ก!” เสิ่นจวินหลี่ เด็กชายวัยหกขวบที่อยู่ใกล้ที่สุดร้องตะโกนเสียงหลง เขาทิ้งสวิงแล้วถลาเข้าไปหาน้องสาวเป็น คนแรก

ก่อนจะตามมาด้วยเสิ่นจวินโม่ พี่ชายคนรองวัยแปดปี เด็กชายย่อตัวลงอังจมูกน้องสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนบอกพี่ใหญ่ที่กำลังวิ่งหน้าตื่นมาทางนี้

“พี่ใหญ่ นางยังหายใจอยู่!” คำพูดของน้องชายคนที่สองหาได้ทำให้เสิ่นจวินสือพี่ชายคนโตวัยสิบปีรู้สึกเบาใจแต่อย่างใด

เด็กชายรีบช้อนตัวน้องสาวที่เบาหวิวขึ้นมาอุ้มแนบอกแล้วออกวิ่งทันที ความสนุกสนานเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดบนใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสามคนที่กำลังเป็นห่วงน้องน้อยจับใจ

ภายในห้วงมโนสำนึกของหลินเวย หลังจากที่จิตวิญญาณของเธอราวกับถูกกระชากเข้ามาในร่างนี้ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาปะปนกับเสียงกระซิบของภูตน้อย… ‘นายท่าน... บ้านใหม่...’

ยังไม่ทันที่หลินเวยจะได้ประมวลผลให้กระจ่างแจ้ง เสียงร้อนใจของใครคนหนึ่งก็ได้ดังเข้าหัวของเธอขึ้นเสียก่อน

“เวยเวย! เวยเวยของแม่!”

เสียงร้องไห้ด้วยความตกใจของหลิวซูซินดังขึ้นทันทีที่บุตรชายคนโตอุ้มร่างไร้สติของบุตรสาวเข้ามาในเรือน ก่อนที่นางจะรีบเข้ามารับร่างนั้นไปวางบนเตียงอย่างนุ่มนวล มือไม้สั่นด้วยความกลัว

ไม่นานนักทั้งนายอำเภอเสิ่นอี้หานผู้เป็นพ่อและหลินเยว่เอ๋อผู้เป็นย่าของเด็กทั้งสี่ก็ได้มารวมตัวกันที่ห้องนอนของเด็กหญิงด้วยความร้อนใจ ก่อนจะตามมาด้วยร่างของท่านหมอจาง ชายชราผมขาวที่บ่าวในเรือนแทบจะอุ้มเข้ามา

หมอชราตรวจชีพจรของผู้ที่ยังนอนสลบอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบเคราแล้วกล่าวกับทุกคนตามที่วินิจฉัยได้

“เป็นเพียงอาการเมาแดดบวกกับร่างกายที่คุณหนูเล็กอ่อนแอแต่กำเนิดเท่านั้นขอรับ ให้นางพักผ่อนมาก ๆ ดื่มยาบำรุงสักสองสามเทียบก็หายดีแล้ว” คำกล่าวของเขาได้ทำให้ทุกคนภายในบ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วหลินเวยคนเดิมนั้นจิตวิญญาณของนางได้หลอมรวมอย่างสมบูรณ์แล้วกับหลินเวยผู้มาจากอนาคต
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

เทพประจักษ์ นาสมฝั
เทพประจักษ์ นาสมฝั
สนุกน่ารักมากๆๆค่ะ
2026-02-22 23:32:04
1
0
สเมิร์ฟแมวมึน
สเมิร์ฟแมวมึน
ลงสลับตอนไปมา งงมาก
2026-02-24 23:54:55
1
0
268
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status