Accueil / รักโบราณ / ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา / ตอนที่ 4 เจ้าคือตัวนำโชค 1

Share

ตอนที่ 4 เจ้าคือตัวนำโชค 1

last update Dernière mise à jour: 2024-12-14 09:55:54

"ท่านพ่อ!! ท่านแม่รอพวกท่านจนอยู่ไม่เป็นสุข เหตุใดพวกท่านถึงไปนานเพียงนี้ล่ะขอรับ" หลี่เฉินบุตรชายคนเล็กวัยสี่ขวบรีบเดินออกมารับตรงถนนและพยายามช่วยลากรถด้วยพลังอันเต็มเปี่ยมของเขา แต่ทว่ารถลากกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เมื่อหลี่หงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มอ่อนให้กับบุตรชายคนเล็กที่มีน้ำใจอยากจะช่วยเหลือ แต่เขาตัวเล็กเกินไปจึงไม่สามารถช่วยได้ หลี่หงเลยบอกว่าหิวน้ำเขาจึงรีบวิ่งสับขาสั้น ๆ เข้าบ้านไปหาน้ำหาท่ามาให้ท่านพ่อด้วยความยินดี

"ชื่นใจนัก" เขาชมบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงอบอุ่น และส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู

"ท่านแม่ดูสิขอรับ เราได้ปลามาเยอะมากเลยขอรับ" บุตรชายคนโตถือพวงปลาที่ร้อยมาอย่างดิบดียกชูสูงขึ้นเหนือศีรษะด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

"ได้มาจากที่ใดกันทำไมถึงได้เยอะเพียงนี้ แถมทุกตัวอวบอ้วนทั้งนั้น"

หลี่จงหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วบอกท่านแม่อย่างละเอียดว่าน้องรองเราเก่งกาจเพียงใด หวังลู่ยิ้มกว้างย่อตัวลงสวมกอดสาวน้อยที่สวมมงกุฎดอกหญ้าอย่างรักใคร่ ลูกสาวข้าคือตัวนำโชคจริง ๆ ทั้งแกงเห็ดที่อร่อยอีกทั้งลูกหนามที่หอมหวานก็ถูกนางค้นพบ ถ้าจะมีอะไรที่แปลกมากกว่านี้ข้าก็จะไม่สงสัยเลยที่นางทำได้ เพราะนางคือดวงใจของข้า

"ท่านแม่น้องรองบอกว่าจะทำอาหารเลิศรสให้เราได้ทานด้วยนะขอรับ"

"ดูเอาเถิด นางให้ข้ากับท่านพ่อช่วยเก็บยอดอ่อนของต้นไผ่มามากมายเลยนะขอรับ"

"ไหนบอกแม่ซิ เจ้าอยากทำอะไร เดี๋ยวแม่จะเป็นลูกมือช่วยเจ้าทำเอง" หวังลู่ยิ้มบาง ๆ พร้อมลุกขึ้นยืนหยิบปลาที่ร้อยเป็นพวงมาจากบุตรชาย แล้วมายืนข้างกายลูกสาวก่อนที่จะพานางเข้าบ้าน ดูจากเหงื่อที่ไหลอาบแก้มน้อย ๆ นางคงเหนื่อยล้าเอาการ นางหวังจึงพาบุตรสาวเข้าบ้านไปพักก่อน

"ข้าต้องใช้หน่อไม้กับเห็ดด้วย" นางดึงมือผู้เป็นมารดาให้หยุดเดิน แล้วชี้ไปบนรถลากที่มีของเต็มรถ

"เดี๋ยวพี่จะเอาไปให้ เจ้าตามท่านแม่เข้าไปบ้านไปก่อนเถิด"

หลี่จงเข้าใจว่าท่านแม่เป็นห่วงน้องรองที่พึ่งหายไข้ ถึงภายนอกนางจะดูปกติแต่รอยเขียวช้ำยังคงอยู่ภายใต้เสื้อผ้าอย่างเด่นชัด ถึงน้องรองจะไม่ได้พูดถึงมันอีกแต่ทุกคนก็ยังสลดใจกับเรื่องก่อนหน้าอยู่มาก

"ได้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะช่วยท่านแม่ล้าง และทำความสะอาดปลาพวกนี้รอนะเจ้าคะ"

หลี่หลิวที่ไม่สนใจความเหนื่อยล้าเท่าไหร่นักเพราะนางเริ่มหิวแล้ว จึงตามท่านแม่ไปล้างหน้าคลายร้อน และดื่มน้ำให้ชื่นใจแล้วจึงมาช่วยท่านแม่ทำครัว เมื่อขอดเกล็ดล้างข้างในพุงปลาเสร็จพี่ใหญ่ก็เอาหน่อไม้ และเห็ดมาให้ หลี่หลิวบอกท่านแม่ว่าต้องปลอกหน่อไม้เช่นไรหั่นแบบไหน แล้วตัวเองไปนั่งล้างเห็ดด้วยการใส่เกลือลงในน้ำไปเล็กน้อยดินโคลนที่ติดมาถึงจะหลุดออกได้โดยง่าย หลี่หลิวก่อไฟตั้งน้ำด้วยหม้อที่ใหญ่ที่สุด มันสามารถใส่น้ำได้มากกว่าสองลิตรเป็นหม้อเหล็กเก่าที่ยังใช้งานได้อยู่ถึงจะไม่มีฝาปิดก็ตาม ด้วยเครื่องปรุงตอนนี้ที่มีแต่เกลือถึงจะมีของที่น่าอร่อยเพียงใดแต่รสชาติคงมีแต่เค็มเพียงเท่านั้น เมื่อน้ำเริ่มเดือดแล้วหลี่หลิวใส่ปลาแล้วตามด้วยขิงที่หั่นเป็นแว่น ๆ เพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นใส่หน่อไม้ที่ท่านแม่หั่นตามด้วยเห็ดโคนและใส่เกลือปลายช้อน ด้วยความมันของปลาความหวานจากเห็ดก็จะได้รสชาติกลมกล่อม หวังลู่มองดูเด็กน้อยที่คอยจับนั่นนิดหยิบนี่หน่อยอย่างคล่องมือ และไม่ลืมที่จะเป็นลูกมือที่ดีคอยใส่โน่นนี่ตามที่ลูกสาวบอก เมื่อปลาสุกแล้วจนเริ่มมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนให้น้ำลายสอ นางหวังก็อดไม่ได้ที่จะชิมรสชาติน้ำแกงอย่างพอใจ ลูกสาวข้าเก่งด้านการทำครัวตั้งแต่ยังเด็กถึงเพียงนี้ ในอนาคตหากแต่งงานออกเรือนครอบครัวนั้นจะต้องโชคดีเอามาก ๆ เป็นแน่

"หอมจังขอรับ" หลี่เฉินเดินตามกลิ่นจนมาถึงครัวเขาทำจมูกฟุดฟิดแล้วเอ่ยถามว่าทำอะไรถึงได้หอมถึงเพียงนี้

"แกงปลา ตอนนี้ทำเสร็จพอดีเจ้าไปเรียกท่านพ่อกับพี่ใหญ่ของเจ้ามากินได้แล้วล่ะ พวกเขาคงหิวมากแล้ว"

หวังลู่ได้ยินเสียงท้องร้องของหลี่หลิวก็คิดได้ว่านี่ก็บ่ายคล้อยแล้ว จึงรีบเตรียมถ้วยชามจัดวางบนโต๊ะไม้ไผ่อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักสามคนพ่อลูกก็เดินมาพร้อมกัน พอล้างไม้ล้างมือเสร็จก็มานั่งโต๊ะอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง

"ทานกันเถอะ" ท่านพ่อพูดจบทุกคนก็กินแกงปลาที่สดใหม่ แทบไม่มีใครปริปากเพราะต่างคนต่างกินอย่างเอร็ดอร่อย หวังลู่คอยตักอาหารเพิ่มให้ทุกคนจนอิ่มท้อง

เอิ้กกกก!!!

เสียงเรอของหลี่เฉินดังขึ้น ทำให้เกิดเสียงขบขันทุกคนกินอิ่มแล้วนางหวังเก็บถ้วยชาม ส่วนสองพ่อลูกไปช่วยกันทำรั้วบ้านอย่างขันแข็งโดยมีน้องรอง และน้องเล็กคอยให้กำลังใจ ไม้ไผ่ที่ยาวกว่าสิบเมตรถูกตัดออกเมตรครึ่ง และตัดทำเสาฝังดินอีกสองเมตร นำไม้ที่ตัดเมตรครึ่งมามัดด้วยเถาวัลย์บนกลางล่างเป็นแพรยาว โดยใช้ไม้ไผ่ยาวสองเมตรวางทาบบนล่างเป็นตัวยึดเพื่อเตรียมเอาไว้ผูกติดกับเสาไม้ไผ่ และมัดเรียงยาวกว่ายี่สิบอันนับเป็นหนึ่งแผ่น ทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนไม้หมดก็ค่ำมืด จึงได้แยกกันไปอาบน้ำข้างบ่อน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกาย อาหารค่ำก็เป็นปลาย่างเกลือ และแกงปลาที่เหลือจากตอนบ่าย เมื่อกินเสร็จก็แยกย้ายกันเข้านอน หลี่เฉินอยากเข้านอนกับท่านพ่อท่านแม่จึงได้แต่นั่งงอนตุ๊บป่อง เพราะหลี่หลิวบอกว่าอยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่ได้พักผ่อน ส่วนเราสามพี่น้องควรนอนด้วยกัน เมื่อแบ่งห้องนอนกันเสร็จสับจึงแยกย้ายกันเข้านอน

"ลูกสาวเราช่างเป็นเด็กดีอะไรเช่นนี้นะ"

หลี่หงชมลูกสาวไม่ขาดปาก ตั้งแต่ความคิด การกระทำ ลูกสาวของเขานั้นช่างมีความสามารถยิ่งนัก บางทีหากเป็นนางอาจมีโอกาสเป็นข้าหลวงได้ แต่ติดตรงที่ว่าเขารับเฉพาะชายชาตรีเพียงเท่านั้น

"รู้แล้ว ๆ ท่านก็อย่าเอาแต่ชมบุตรสาวจนลืมบุตรชายเสียล่ะ เดี๋ยวพวกเขาจะน้อยใจเอาได้" หวังลู่ตระเตรียมหมอนมุ้งเสร็จก็ดับไฟพร้อมที่จะเข้านอน สองผัวเมียมอบความรักให้กันและกัน หลังจากห่างเหินมานานการได้บ้านใหม่นี่ช่างเป็นสิ่งที่ดียิ่งนัก

หลี่หลิวนอนตะแคงมองดูสองพี่น้องที่หลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า แต่นางกลับคิดไม่ตกเพราะนางมาเพียงวันเดียวกับเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้มากมายถึงเพียงนี้ นางต้องวางแผนการใช้ชีวิตที่นี่ให้ดี ไม่เช่นนั้นความทุกข์ยากอาจมาถึงเข้าสักวัน พอคิดถึงความทุกข์ยากคงหนีไม่พ้นภัยแล้ง ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงน้ำหลากแต่ถ้าเข้าช่วงหน้าแล้งล่ะ ในยุคสมัยนี้ภัยแล้งชอบมาแบบเงียบ ๆ เสมอ การขุดบ่อน้ำไว้ และกักเก็บน้ำเป็นสิ่งที่ควรทำ รวมทั้งปลูกผักผลไม้ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ๆ เหมือนอย่างมันหวาน ใช่แล้ว…มันหวานข้าจะปลูกให้มากหน่อย แล้วทำการแปรรูปเป็นแป้งจะได้เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น แถมยังสามารถเอามาทำได้หลายเมนูอีกด้วย หรือจะทำไปขายคงได้ราคาดี ข้าวโพดก็น่าปลูกไว้แต่ที่สำคัญคงเป็นข้าว เอาล่ะทีนี้ก็ค่อย ๆ เริ่มทำการขุดบ่อหลังจากท่านพ่อทำรั้วกั้น และประตูบ้านเสร็จ ไม่รู้ว่าหลี่หลิวคิดเรื่องอะไรไปบ้างจนคล้อยหลับไป

"หนาวจัง" หลี่หลิวเอามือคว้านหาผ้าห่มแต่กลับไม่พบ พื้นหญ้านี่เย็นจริง ๆ เลยผ้าห่มข้าไปไหนล่ะเนี่ย

"พื้นหญ้า?" หลี่หลิวลืมตาตื่นด้วยความตกใจ แล้วพบว่าตนอยู่ในพื้นที่แปลกตา นางลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้วเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ พบว่ามีบ่อน้ำตื้น ๆ เพียงหนึ่งบ่อ มันกว้างใหญ่ และสูงพอสมควรนอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก

"ที่นี่คือที่ไหนกันล่ะเนี่ย ฉันเดินดูรอบ ๆ แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไร แถมยังมีเหมือนกำแพงใส ๆ กั้นไว้อีก"

หลี่หลิวเดินลูบคลำหาทางออกจากกำแพงใสแต่ก็ไม่พบ ทำยังไงดีล่ะ หรือที่นี่คือที่กักขังดวงวิญญาณของฉัน ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้ไปเกิดใหม่หรือเปล่า แล้วร่างของเด็กน้อยหลี่หลิวนั่นล่ะ บ้าไปแล้ว!!! ใช่ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เสี่ยวเหมยทุบกำแพงอย่างบ้าคลั่งแต่ก็ไม่เป็นผล กำแพงนี่เหมือนน้ำเลยพอทุบมันก็เด้งสู้มือแถมยังเย็นอีกด้วย

"ฉันต้องเจอกับอะไรแบบนี้ด้วยหรือ" เสี่ยวเหมยนั่งลงน้ำตาอาบแก้มแล้วมองไปที่เงาสะท้อนในกำแพงกั้น เห็นเด็กผู้หญิงนั่งกอดเข่าน้ำตาคลอเบ้าขอบตาแดงก่ำ พอเสี่ยวเหมยขยับภาพสะท้อนก็ขยับตามไปด้วย

"เอ๊ะ!! นี่ฉันยังอยู่ในร่างเด็กคนนั้นนี่" เสี่ยวเหมยปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นเดินสำรวจอีกที หากวินญาณออกจากร่างเด็กคนนั้น ฉันควรอยู่ในรูปลักษณ์เดิมสิ แต่นี่ฉันยังอยู่ในรูปลักษณ์เด็กคนนั้นอยู่เลย เสี่ยวเหมยหมดความอดทนกับการหาทางออกแล้วเพราะเธองมหาทางออกมามากกว่าหนึ่งชั่วโมงแต่ยังไม่เจอสักที

"เจ้ากำแพงบ้าปล่อยฉันออกไปนะ" หลี่หลิวกระวนกระวายใจแล้วนั่งแหมะลงกับพื้น กำหญ้าที่ค่อนข้างนุ่มนิ่มจนถอนมันขึ้นมาอย่างหมดหนทาง นางตะคอกใส่กำแพงใสจนคอสั่นด้วยความโกรธ เมื่อนางพูดจบหลี่หลิวก็ลุกขึ้นยืนเหงื่อแตกด้วยความหวาดกลัว

"เมื่อครู่นี้ข้าฝันหรือ มันสมจริงมากเลย" หลี่หลิวบ่นพึมพำในความมืด เพราะเมื่อครู่นางยังอยู่ในสถานที่แปลกตา และมีแสงแดดอ่อน ๆ อยู่เลย

"แล้วถ้าไม่ใช่ฝันล่ะ ข้าเข้าไปในนั้นได้อย่างไร" พอพูดจบนางก็กลับเข้าไปในกำแพงน้ำนั่นอีกครั้ง

"ข้าไม่ได้ฝันนี่ แล้วข้าเข้ามาได้ยังไงล่ะ" หลี่หลิวยืนคิดอยู่พักหนึ่งพอจับต้นชนปลายได้ ใช่ต้องเป็นมิติแน่ ๆ เมื่อรู้ว่ามันคืออะไรนางจึงเดินไปที่บ่อน้ำที่สูงประมาณหน้าอกแล้วลองใช้มือน้อย ๆ ที่เปื้อนเศษหญ้ามาปัดเช็ดออกที่เสื้อผ้า ก่อนจะใช้มือโอบอุ้มน้ำมาดื่มกิน

"หวานจังแถมยังสดชื่นด้วย ดีเลยถ้าภัยแล้งมาถึงอย่างน้อยข้าก็มีบ่อน้ำนี้ที่มีน้ำผุดออกมาเรื่อย ๆ ให้ได้ดื่มกินแล้ว" หลี่หลิวนั่งลงพิงบ่อน้ำ หากปลูกพืชผักในนี้ได้คงจะดีไม่น้อย

"ปล่อยข้าออกไป"

พอนางพูดจบก็ออกมาจากมิติได้ดั่งที่นางคาดการณ์ไว้ หลี่หลิวงมหาที่จุดไฟเมื่อเจอมันวางอยู่มุมห้องจึงดึงฝาปิดออก แล้วค่อย ๆ เป่าจนเกิดเปลวไฟจากนั้นก็จุดเชิงเทียนที่วางไว้ข้าง ๆ กัน เมื่อห้องมีแสงสว่างแล้วนางเดินไปที่หัวนอนซึ่งวางของใช้ไว้บางส่วน นางค่อย ๆ คลายปมผ้าที่มัดไว้ออกแล้วนำเมล็ดพันธุ์ออกมากำนึง ก่อนจะเอ่ยว่าพาข้าเข้าไปเบา ๆ

"เข้าออกแบบนี้จริง ๆ สินะ"

หลี่หลิวไม่รอช้าใช้มือเล็ก ๆ ดึงหญ้าออกเพื่อเปิดหน้าดินเล็กน้อย นางเอาเมล็ดพันธุ์ผักโรยลง และเอามือที่สะอาดวิดน้ำให้กระเด็นโดนตรงที่หว่านเมล็ดจนชุ่ม จากนั้นก็ค่อยออกไปจากมิติแล้วเป่าเทียนให้ดับก่อนจะนอนต่ออย่างอารมณ์ดี

ก๊อกแกก ๆ

เสียงท่านแม่ลุกขึ้นเข้าครัวแต่เช้ามืด หลี่หลิวลืมตาขึ้นมาแล้วรีบเข้ามิติไปด้วยความใคร่รู้ว่าข้างในนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นางเห็นเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวงอกออกมาแล้ว แถมมันยังสูงขึ้นมาหนึ่งนิ้ว นางใช้มือน้อย ๆ ปิดปากร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจ

"นี่สินะมิติที่ในนิยายเขาร่ำลือกัน สวรรค์ขอบคุณท่านที่พาข้ามาที่นี่ แถมยังให้ของดีกับข้าไว้ใช้อีกด้วย"

หลี่หลิวก้มกราบดินฟ้าอย่างซาบซึ้ง จากนั้นนางแยกต้นอ่อนออกจากกันเพื่อที่จะขุดหลุมปลูกผักให้เรียงสวย พอปลูกเสร็จนางรีบออกจากมิติแล้วแอบออกจากห้อง พลันมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครแล้วจึงหยิบขันน้ำเข้าไปด้านใน และตักราดน้ำให้ครบยี่สิบต้นจนเสร็จ

"โตเร็ว ๆ นะไว้ตอนเย็นข้าจะเข้ามารดน้ำให้อีกที" หลี่หลิวบอกลาต้นอ่อนผักกาดขาวแล้วเอาขันออกไปเก็บไว้ตามเดิม ก่อนจะเดินไปที่ครัวข้าง ๆ บ้านเพื่อหาท่านแม่

"ท่านแม่" หลี่หลิวส่งเสียงทักทายมารดา

"เจ้าตื่นแล้ว?"หวังลู่มองดูบุตรสาวที่ตื่นมาแล้วกระปรี้กระเปร่าแต่เช้า

"เจ้ายิ้มแบบนี้มีอะไรดี ๆ งั้นรึ"

"ข้าฝันดีเจ้าค่ะ"

"ที่แท้ก็ฝันดี มา ๆ นั่งตรงนี้มีปลาที่เหลืออยู่เจ้าอยากทำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่"หวังลู่รู้ว่าลูกสาวชอบทำอาหารจึงได้ถามนางก่อนว่านางอยากทำอะไร

"ปลาหรือเจ้าคะ อืม..แกงข้าก็เบื่อแล้วย่างก็ย่างไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นทอดได้หรือไม่เจ้าคะ" หลี่หลิวทำท่าทางครุ่นคิดจนผู้เป็นมารดาอดขำไม่ได้จึงยิ้มออกมา ท่าทางของหลี่หลิวตอนนี้เหมือนผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างไรอย่างนั้น แต่กลับทำให้ผู้เป็นแม่เอ็นดูนางมากขึ้น

"เจ้าอยากผัด หรือทอดก็ต้องรอพ่อเจ้าก่อน อีกประเดี๋ยวพ่อของเจ้าจะไปตลาดเช้าเพื่อซื้อข้าวสาร และเครื่องปรุง เจ้าอยากจะไปด้วยหรือไม่" หวังลู่มองบุตรสาวอย่างคาดหวัง เพราะนางเป็นคนคิดเมนูแปลก ๆ ในใจต้องมีของที่อยากได้อย่างแน่นอน

"ข้าอยากไปเจ้าค่ะ" หลี่หลิวรีบตอบรับคำชวนจากมารดาแล้วไปล้างหน้าล้างตาเตรียมพร้อมรอท่านพ่ออย่างใจจดใจจ่อ ไปตลาดเช้างั้นรึ ดีเหมือนกันจะได้ไปดูว่าที่ตลาดเขาขายอะไรบ้าง ครั้งหน้าจะได้ทำไปขายด้วยเสียเลย

"เจ้าก็จะไปกับพ่อด้วยงั้นรึ"

หลี่หงเตรียมตะกร้าสานไม้ไผ่ไปด้วยสองสามใบ พร้อมทั้งกระสอบป่านเพื่อไปใส่ข้าวสาร เห็นบุตรสาวนั่งรออยู่จึงเดินเอาหมวกสานให้นางใส่แล้วหยิบผ้าห่มที่พาดไว้แขนซ้ายมาคลุมตัวนางไว้ ก่อนจะอุ้มนางขึ้นนั่งรถลากที่ทำความสะอาดแล้ว

"ใส่เถอะ อากาศมันเย็น และอาจมีหมอกลงหนักก็เป็นได้ เมื่อคืนมีฝนตกปรอย ๆ ด้วยเจ้าต้องคลุมผ้าให้ดี"

"เจ้าค่ะท่านพ่อ" เมื่อหลี่หงใส่หมวกสาน และเสื้อคลุมพร้อมด้วยรองเท้าหนังแล้วจึงออกเดินทาง

"ไปดีมาดีนะ"

ท่านแม่ยืนโบกไม้โบกมือเพื่อส่งข้ากับท่านพ่อ ชีวิตแบบนี้เรียบง่ายเสียจริง เงียบสงบขาดก็แต่เพื่อนพ้องเท่านั้น แต่ไม่เป็นไรยังมีพี่ใหญ่ และน้องเล็กให้ได้พูดเล่นคลายเหงาอยู่บ้าง รถลากเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ท่านพ่อคอยถามข้าอยู่เป็นพัก ๆ ว่าอยากได้อะไรบ้าง วันนี้จะทำอะไรข้าเพียงแค่ตอบว่าต้องได้เห็นกับตาก่อนถึงจะรู้ว่าต้องการอะไร ส่วนวันนี้คงจะไปตกปลาหาผักป่ารอท่านพ่อกับพี่ชายที่จะไปตัดไม้ไผ่เพียงแค่นั้น ตลอดทางที่ผ่านมาถนนเต็มไปด้วยน้ำขัง ดีที่ทางเป็นหินขรุขระจึงไม่ทำให้ติดหล่มไปตามทาง ท่านพ่อเหนื่อยหอบระหว่างทางจึงล่าช้าไปบ้าง แต่พอมาถึงที่หมายข้าได้เห็นผู้คนวางของขายข้างทางบน ไม่ก็ขายบนรถลาก บ้างก็ยกโต๊ะตั้งจัดข้าวของ จะมีก็แค่ร้านค้าที่เปิดหน้าร้านขายของแค่ไม่กี่สิบเจ้าเท่านั้น นอกนั้นเป็นชาวบ้านที่นำของป่ามาขายช่างสมกับเป็นชนบทจริง ๆ

"เราไปซื้อข้าวกันเถอะ"

ท่านพ่อกล่าวแล้วเข็นรถลากไปหน้าร้านขายข้าวสาร ท่านพ่อซื้อข้าวสารมาสามสิบกิโล จากนั้นจึงพาข้าไปเลือกเครื่องปรุง ข้าได้เครื่องปรุงเช่นน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง น้ำมัน เกลือ จริง ๆ แล้วอยากได้น้ำตาลอ้อยด้วยแต่ราคามันแพงมากจึงตัดใจไม่เอา แล้วไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักแทน

"พ่อเห็นเจ้ายืนจ้องน้ำตาลอ้อยอยู่นาน เหตุใดเจ้าถึงไม่ซื้อมันมาด้วยล่ะ" เมื่อเดินออกจากร้านขายน้ำตาลอ้อยท่านพ่อถามขึ้นอย่างสงสัย

"มันแพงเกินไปเจ้าค่ะ ท่านพ่อบอกข้าว่ามีเงินไม่มากข้ากลัวว่ามันจะไม่พอใช้ในภายหลัง ข้าไม่อยากได้มันแล้วเจ้าค่ะ"

เมื่อได้ฟังคำตอบของบุตรสาวหลี่หงตื้นตันใจที่มีลูกคอยคิดเผื่ออนาคตเช่นนี้ แต่ที่จริงแล้วน้ำตาลอ้อยนั้นพ่อซื้อให้เจ้าได้สบาย แต่ทว่าบุตรสาวพูดก็ถูกเราควรซื้อแต่สิ่งจำเป็นเท่านั้น นี่ลูกสาวข้ามีความคิดที่โตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หรือเพราะเราอยู่กันอย่างอดอยากมานานนางจึงกลัวว่าจะกลับไปเป็นแบบนั้นอีก หลี่หงสลัดความคิดในหัวทิ้งไปแล้วช่วยบุตรสาวเลือกเมล็ดพันธุ์ผัก

"เจ้าเอาอะไรไปบ้างแล้ว" เขาเห็นบุตรสาวหยิบนั่นนี่ไปสี่ห้าอย่างจึงถามขึ้น

"ท่านพ่อ ข้าได้เมล็ดข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา มะเขือเทศ พริก ต้นหอม กระเทียม ข้ายังอยากได้ข่าตะไคร้ต้นมะกรูด รวมทั้งฟักทองอีกเจ้าค่ะ"

"ที่ว่ามาไปร้านฝั่งนั้นน่าจะมีต้นแก่ของมันที่ปลูกได้ ร้านข้าเล็ก ๆ มีเพียงสิบอย่างเท่านั้น แม่นางน้อยต้องการมากหรือไม่" เถ้าแก่เจ้าของร้านเมื่อได้ยินว่าเด็กน้อยอยากซื้อหลายอย่างในร้านตน จึงยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี

"ท่านพ่อข้าต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา กระเทียม ต้นหอมอย่างล่ะครึ่งโล และพริกมะเขือเทศอย่างล่ะร้อยเม็ดได้หรือไม่เจ้าคะ" หลี่หลิวช้อนสายตาขึ้นไปมองผู้เป็นพ่ออย่างคาดหวัง หากได้เมล็ดพันธุ์เหล่านี้นางจะแบ่งไปปลูกในมิติของนางด้วย

"เถ้าแก่ทั้งหมดมันราคาเท่าไหร่หรือขอรับ"

"ถ้าเท่าที่แม่นางน้อยบอกมาข้าจะคิดราคากันเองคือเก้าอีแปะก็แล้วกัน ข้าลดให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ ของบางอย่างนำเข้ามาจากประเทศอื่นเชียวนะ"

เถ้าแก่ตอบไปด้วยรอยยิ้ม แน่หน่ะสิเขาต้องได้กำไรอยู่แล้วมิเช่นนั้นจะนำมาขายทำไมกัน แต่ถ้าข้าปลูกแล้วเอามาขายล่ะก็กำไรคงมากมายทีเดียว เพราะนางเห็นแต่คนขายแค่เมล็ดพันธุ์แต่กลับไม่มีคนขายของพวกนี้เท่าไหร่นัก หลี่หงมองหน้าบุตรสาวเพื่อถามความเห็น หลี่หลิวพยักหน้าตอบรับเขาจึงตกลงซื้อมันทั้งที่ราคาแสนจะแพงกว่าข้าวเสียอีก ไม่ใช่ว่านางอยากช่วยข้าประหยัดเงินหรอกรึ มือที่ถือเงินอีแปะของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่คิดว่าราคาของที่ลูกสาวอยากได้มันจะแพงเช่นนี้

"ท่านพ่อเราไปร้านนั้นกัน" เมื่อได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วนางชี้ไปฝั่งตรงข้ามที่เถ้าแก่บอกให้ไปดู หลี่หงถึงกับปาดเหงื่อแต่เมื่อลูกสาวต้องการเขาจึงต้องตามใจนางเพื่อวัดดวงสักครา

"ข้าเอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ด้วยแล้วก็อันนี้อีก" หลี่หลิวเห็นเมล็ดฟักทอง แตงโม แตงกวา ต้นมะกรูด รวมทั้งพวกขิง ข่า ตะไคร้ นางจึงเอามาพอสมควร ท่านพ่อแทบลมจับเพราะเกิดมาไม่เคยใช้เงินมากถึงเพียงนี้มาก่อน เจ้าของร้านห่อเมล็ดต่าง ๆ ใส่ห่อกระดาษให้ หลังจากมัดด้วยเชือกเสร็จก็ส่งให้แม่นางน้อยด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร แถมยังบอกวิธีปลูกว่าปลูกเช่นไรมันถึงจะรอด เมื่อหลี่หงรู้ว่าเมล็ดพันธุ์ที่นางซื้อมาอาจจะงอกหรือไม่งอกก็ได้ เขาแทบจะเข่าทรุด และได้แต่ยืนฝืนยิ้มแห้ง ๆ ข้าง ๆ บุตรสาว ส่วนเจ้าตัวได้ของที่ต้องการก็ยิ้มกริ่ม จากนั้นหลี่หลิวเลือกตุ่มน้ำขนาดกลางมาสามสี่ตุ่มแล้วให้คนงานช่วยยกขึ้นรถลาก อีกทั้งยังดูพวกหม้อ กระทะตะหลิว ขันน้ำ จนของแทบจะเต็มรถลากจึงบอกท่านพ่อว่าข้าพอแล้ว เมื่อได้ยินคำนั้นหลี่หงเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ เขาแทบอยากรีบอุ้มบุตรสาวขึ้นรถลากแล้วรีบเข็นออกไปด้วยความเร่งรีบ หลี่หลิวมองดูไหน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และน้ำมันที่วางเรียงกันโดยมีฟางข้าวมัดคล้องกันกระแทกด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข แตกต่างจากท่านพ่อของนางที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก การที่พาบุตรสาวมาตลาดเช้าครั้งแรกเขาหมดไปมากกว่าห้าสิบอีแปะ นี่เขาสามารถใช้เงินจำนวนนี้ได้ตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้ คราวหน้าต้องไม่พานางมาด้วยอีกเป็นแน่เข็ดหลาบแล้วจริง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status