ログインในโลกที่จากมา นางถูกตราว่าเลว เพียงเพราะเกิดในตระกูลมาเฟีย ในอีกโลกหนึ่ง นางต้องมีชีวิตในร่างนางร้ายที่ผู้คนทั้งแผ่นดินเกลียด และเขา...คือบุรุษผู้เกลียดนางที่สุด เขาเคยเห็นกับตาว่า นางร้ายผู้นี้เคยรังแกสตรีที่เขารักมากเพียงใด ทว่าชะตากลับเล่นตลก ให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ผู้คนรอบตัวล้วนรังเกียจ เหยียดหยาม และเขาเฝ้ารอวันที่นางจะเผยธาตุแท้ดังเดิม แต่สำหรับหลินอวี้เซียนคนใหม่นี้ขอเลือกจะเขียนชะตาใหม่ด้วยมือตนเอง แม้ต้องใช้ทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่า นางร้ายก็มีสิทธิ์ลิขิตชะตาเช่นกัน!!! ⚠️Trigger warning : มีประเด็นความรุนแรงทางอารมณ์ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ โปรดอ่านด้วยวิจารณญาณ
もっと見るบทพิเศษ 3สายลมหนาวพัดแทรกกลิ่นดินเข้าสู่โพรงจมูก หลินเจิ้งหลิงขยับปกเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พลางก้าวผ่านตลาดชายแดนที่อึกทึกด้วยเสียงเรียกลูกค้าและเสียงตีเหล็กจากช่างตีดาบ กลิ่นขนมอบและควันไม้ลอยคลุ้ง เขาเดินช้า ๆ เหมือนคนไม่รู้จุดหมาย“ใต้เท้าหลิน ช่วงนี้ดูซูบไปมากนะขอรับ” สหายข้างกายเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเจิ้งหลิงยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มแผ่วจนแทบมองไม่เห็น “อาหารที่นี่มันยังไม่คุ้นปาก...ข้ากำลังปรับตัวน่ะ” เสียงของเขาแห้งไร้อารมณ์เหมือนคนพูดกับลมขณะสายตาเหม่อลอยผ่านผู้คน กลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งในหมู่ฝูงชน หญิงสาวในชุดผ้าสีอ่อนกำลังเลือกผลไม้ ท่วงท่าเรียบง่ายนั้นกลับแทงเข้ามาในหัวใจ การเอียงหน้าฟังพ่อค้าด้วยแววตาจริงจัง รอยยิ้มที่เหมือนแสงแดดยามสาย... คล้ายเหลือเกินกับใครบางคนที่เขาเฝ้าคะนึงถึงทุกค่ำคืน“อวี้เซียน...” เสียงนั้นหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัวขาเขาเริ่มขยับก่อนสมองจะสั่ง วิ่งฝ่าเสียงผู้คนที่บ่นด่าตามหลังไป มือเหยียดออกตรงหน้า ราวกับระยะเพียงแค่คืบจะกลายเป็นคำขอโทษที่รอมานาน แต่เมื่อหญิงสาวหันกลับมา ใบหน้านั้นไม่ใช่เพียงวินาทีนั้น อากาศรอบตัวเหมือนหยุดไหล เขาถอนมือช้า ๆ ปลา
บทพิเศษ 2 ncมือเล็กที่วางอยู่บนอกเขาเริ่มขยับเบา ๆ นิ้วเรียวลากไล้วนอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับกำลังวาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าสีเข้มที่ขวางกั้นความร้อนใต้ผิวกายเจี้ยนหงสะดุ้งทุกคราทุกจุดที่นางแตะผ่าน...อวี้เซียนเลิกคิ้วมองเขา ขณะมือข้างหนึ่งเลื่อนไปที่สายคาดเอวของเขา ช้า ๆ และคลายมันออกเจี้ยนหงปรายตามองการกระทำนั้น ไม่เอ่ยห้ามหรือขยับตัวหลบ ใบหน้าเขานิ่งแต่ดวงตาแฝงเงาร้อน ลึกล้ำและหนักกว่าเสียงหอบหายใจยามนี้เสียอีก“เจ้ามีอารมณ์เร็วเกินไปนะข้ายังไม่ทันทำอันใดเลย”นางกระซิบหลังปลดสายคาดเอวของเขาออกหมด เขาตอบสนองนางเพียงยกมือขึ้น ลูบเบา ๆ ตรงบั้นเอวนาง ไล้นิ้วไปมาอย่างซุกซนจนเจ้าของร่างขนลุกวาบอวี้เซียนหยุดมือกดนิ้วลงเบา ๆ บนอกเขา “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวนี้ ข้าบอกแล้วนี่ว่าข้าง้อเจ้าเอง...”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ยอมว่านอนสอนง่าย นอนนิ่งตามคำขอ ปล่อยให้นางควบคุมทุกจังหวะอวี้เซียนโน้มตัวลง ริมฝีปากแตะข้างแก้มเขาเบา ๆ แล้วเลื่อนช้า ๆ มาหยุดที่ปลายคาง ก่อนถอนหายใจแผ่ว “เราห่างเรื่องพวกนี้กันนานแค่ไหนแล้วนะ…”เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบยามนึกถึงคืนคราสุดท้ายก็ตอนที่เขาถูกพิษกำหนัดเข้าค
บทพิเศษ 1แสงยามบ่ายอ่อนรินจากฟ้าเหนือเมืองเล็ก กลิ่นชาและเสียงคนหัวเราะจากโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่งกำจายอยู่ในอากาศ อวี้เซียนในชุดบุรุษสีน้ำเงินเข้ม คาดผ้าสีครามที่หน้าผาก ผมมัดรวบสูงอย่างเรียบง่าย ดวงหน้าละอ่อนนั้นดูสะอาดสะอ้านจนเถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังเหลียวมองสองครั้งนางวางห่อสัมภาระลงบนโต๊ะไม้ข้างประตู เจี้ยนหงเดินไปต่อรองราคากับเถ้าแก่ด้านหน้า ส่วนตนก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบาย“คุณชายเดินทางมาคนเดียวหรือ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ ชายหนุ่มในชุดดำพกกระบี่พาดบ่า รอยยิ้มของเขาดูเจนประสงการณ์แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย “หน้าตาอย่างท่าน...จะว่าเป็นบัณฑิตก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นมือสังหารก็ยังดูอ่อนโยนไป จะบอกว่าเป็นชาวยุทธภพก็ดูมือใหม่นัก”อวี้เซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสะท้อนแสงแดดลอดหน้าต่าง “ข้าเป็นชาวยุทธนั่นล่ะ ข้าเพิ่งรู้นะว่าชาวยุทธมีใหม่มีเก่าด้วย”“ก็ไม่ขนาดนั้น เพียงแต่เจ้าดูสะอาดสะอ้านเกินไปก็เท่านั้น” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วรินชาใส่ถ้วยอีกใบเลื่อนไปให้นางอย่างเป็นมิตร “เดินทางเดียวดายมิควรยิ่ง มิสู้ร่วมทางกับข้า--”นางรับถ้วยมารีบตัดบททันใด “แน่นอนว่าข้ามีสหายร่วมทาง”คำตอบยังไม่ทันจบดี เสียงก้
บทส่งท้ายโรงเตี๊ยมกลางเมืองยังพลุกพล่านเช่นทุกวัน กลิ่นเหล้าและควันกำยานหอมคลุ้งเหนือศีรษะ เสียงถ้วยกระทบโต๊ะสลับเสียงหัวเราะ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้น มีบทสนทนาหนึ่งที่ค่อย ๆ ดึงความสนใจของผู้คนรอบข้างให้เงียบลงฟัง“ได้ยินหรือยัง...เรื่องคุณหนูรองตระกูลหลินนั่นน่ะ”ชายวัยกลางคนในชุดพ่อค้าเอนตัวกระซิบกับสหาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคันปากอยากคุย“ใครจะไม่รู้เล่า” อีกคนตอบ พลางเทเหล้าลงจอก เสียงเหลวใสไหลกระทบขอบถ้วยเบา ๆ “นางที่แทงอกตายกลางงานวันเกิดไทเฮาใช่ไหม ข้าอยู่ในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อน”หญิงสาวโต๊ะข้าง ๆ หันมาปรายตาพูดอย่างอคติ “ถึงอย่างไรก็เป็นการลบหลู่เบื้องสูง วันสำคัญของไทเฮาแท้ ๆ ใครทำแบบนั้น...สมควรแล้วที่จะตายไป”ชายหนุ่มในชุดคุณชายอีกโต๊ะหนึ่งหัวเราะแผ่วก่อนเอ่ยค้าน“แต่ก็มีคนพูดนะว่านางทำไปทั้งหมดเพียงอยากพิสูจน์ความจริง ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า...บางทีสิ่งที่นางทำอาจน่ายกย่องเทียบเท่าทหารไปออกศึกก็ได้”โต๊ะรอบ ๆ เงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนเสียงกระซิบเริ่มไหลวนอีกครั้ง“ว่าแต่คุณชายรองตระกูลไป๋...เขาถูกปลดจากสำนักตรวจการจริงหรือ?”“ปลดอะไร ข้าได้
บทที่ 18ความจริงเปิดเผยสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดลอดม่านแพบางเบา กลิ่นชาผสมกลิ่นไม้จันทน์จากเตาไฟอ้อยอิ่งในอากาศ อวี้เซียนนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้กลม มือเรียวค่อยพลิกหน้าหนังสือ เสียงกระดาษเสียดกันเบา ๆ เป็นเสียงเดียวในเรือนเงียบสงัดหลังเข้ามาอยู่ในจวนไป๋ในฐานะอนุของไป๋เจี้ยนหง นางไม่เคยพบหน้าสามีอีกเลยแม้แ
บทที่ 17แต่งเป็นอนุยามกลุ่มผู้มาใหม่มาถึงเรือนท้ายจวนเสียงบางอย่างก็ดังลอดออกมาจากเรือนท้ายจวน... แผ่วช้าแต่ชัดเจน เสียงหอบหายใจติดขัดสลับกับเสียงกระทบกันแผ่วเบา ใครบางคนกลืนน้ำลาย เสียงไฟในคบเพลิงที่บ่าวถือมาเหมือนดังขึ้นพร้อมแรงลมหวิวในใจทุกคนหลินเจิ้งหาวนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงทุ้มของเขาจ
บทที่ 8ข้าแค่...ผ่านมาแถวนี้ไม่ได้ตามเจ้ามาเสียงแมลงยามค่ำคืนขับกล่อมแข่งกับเสียงลมพัดอ้อยอิ่งผ่านยอดไม้ภายในป่าใหญ่ กลิ่นฝนหลังหยุดตกอีกครั้งยังคลุ้งอยู่ทั่วผืนป่า อวี้เซียนเดินไปตามเส้นทางที่แฉะชื้นเท้าเหยียบดินโคลนจนเปื้อนชายกระโปรงแต่แววตานางยังนิ่งเช่นเคยในที่สุดนางก็หยุดเดินและนั่งลงใต้ต้น
บทที่ 7ความเจ็บที่ไม่มีเสียงพอพวกมันเห็นเงาสตรีนางหนึ่งตรงหน้าผสานกับความเร่งร้อนก็รีบผลีผามกระโจนมาทางด้านหน้าทันที สามคนตกลงในหลุมลึกที่นายพรานขุดไว้รอดมาหนึ่งอย่างน่าเสียดายโจรคนสุดท้ายตกใจ พยายามชักมีดออกมาและมองรอบข้างอย่างหวดระแวง มันรีบเดินเบี่ยงหลบและพุ่งเข้าจัดการอวี้เซียนด้วยสายตาที่เต
レビューもっと