Beranda / รักโบราณ / ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา / ตอนที่ 5 เจ้าคือตัวนำโชค 2

Share

ตอนที่ 5 เจ้าคือตัวนำโชค 2

last update Tanggal publikasi: 2024-12-15 11:16:49

พอกลับถึงบ้านท่านแม่ออกจากครัวมาดูถึงกับอ้าปากค้างไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาอธิบาย จึงได้แต่ช่วยขนข้าวของลงจากรถลาก

"เจ้าเอาตุ่มใส่น้ำมาทำอันใดมากมายถึงเพียงนี้" ท่านแม่ที่ช่วยท่านพ่อยกลงด้วยความหนักใจเอ็ดนางไปหนึ่งที นี่ต้องเสียเงินมากเป็นแน่ เงินที่ได้มาจากท่านปู่มิใช่พวกเจ้าสองคนพ่อลูกใช้กันหมดแล้วกระมัง

"ข้าจะเอาไปใส่ปลาเจ้าค่ะ"

"ใส่ปลารึ"

"ใช่เจ้าค่ะ ตุ่มนี้จะเอาไว้ใส่น้ำในห้องครัวจะได้ใช้สอยสะดวกมากขึ้น ข้าเห็นท่านแม่ต้องใช้ถังไปตักน้ำมาวันล่ะหลาย ๆ ครั้ง หากมีตุ่มใส่น้ำเราก็แค่คอยเติมน้ำให้เต็มก็จะสะดวกเวลาใช้สอย อีกตุ่มเอาไว้ใส่ปลาเจ้าค่ะข้าจะตกปลาตัวเล็กมาด้วยแล้วเลี้ยงมันไว้ในตุ่มน้ำ พอขุดบ่อปลาเสร็จค่อยปล่อยมันลงบ่อ ส่วนอีกตุ่มข้าว่าจะทำห้องน้ำเจ้าค่ะ เพราะเรายังไม่มีห้องน้ำต้องอาบน้ำกลางแจ้งข้ารู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นัก"

เมื่อได้ยินคำตอบของบุตรสาวที่วางแผนอย่างดิบดีนางหวังได้แต่ยิ้มอ่อนให้บุตรสาว เข้าใจว่านางอยากช่วยให้แม่สบายขึ้นจึงตัดสินใจทำเช่นนี้ ถึงจะโมโหเพราะนางใช้จ่ายเกินตัวแต่ก็ต้องอมยิ้มกับความเอาใจใส่ของนาง ส่วนอีกตุ่มหลี่หลิวแอบเก็บเข้ามิติไปเรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนรถลากแล้ว

"ขอบใจที่เจ้าเป็นห่วงแม่ แต่คราวหน้าไม่ต้องก็ได้ท่านพ่อเจ้าบอกว่าใช้จ่ายไปมากกว่าห้าสิบอีแปะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าครอบครัวเราใช้เงินห้าสิบอีแปะได้หลายเดือนเชียวนะ"

หวังลู่พยายามสอนลูกสาวให้นางรู้จักประหยัด และคิดคำนึงอย่างถี่ถ้วนจะได้ไม่ฟุ่มเฟือยเกินเหตุเช่นนี้ หากนางมีเงินในมือในภายภาคหน้าอาจจะใช้จ่ายเกินตัวก็เป็นได้

"ท่านแม่อย่ากังวล ข้ามีวิธีหาเงินคืนให้ท่านพ่อภายในสามเดือนเจ้าค่ะ"

"ไหนเจ้ามีวิธีอะไรบอกพ่อเจ้ามาหน่อย" เมื่อหลี่หงได้ยินเช่นนั้นหลังจากคอตกมาพักใหญ่ถึงกับหูผึ่งขึ้นมาทันที อะไรจะดีไปกว่าการได้รับเงินที่เสียไปกลับคืนมา อย่างไรเสียเงินนี่สักวันหนึ่งเขาต้องนำไปคืนให้แก่บิดาอยู่แล้ว บุตรสาวมีความคิดสร้างสรรค์หากหาเงินได้เร็วก็จะเป็นผลดีต่อครอบครัวเรา

"ข้าจะทำกับข้าวแล้วไปขายตลาดเช้าเจ้าค่ะ" เมื่อได้ยินเช่นนั้นสองผัวเมียก็มองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมา ก็แน่ล่ะบุตรสาวทำอาหารอร่อยเช่นนี้ต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างแน่นอน

"เจ้าจะทำอะไรไปขายเล่า" ท่านแม่ถามอย่างอยากรู้ เด็กตัวแค่นี้กับรู้จักอยากทำมาค้าขายช่างเป็นบุญที่นางได้ลูกสาวคนนี้มายิ่งนักเจ้าคือตัวนำโชคโดยแท้

"ผัดหน่อไม้เจ้าค่ะ"

"ผัดหน่อไม้ มันจะขายได้รึ คนไม่เคยกินเสียด้วยซ้ำ" ท่านพ่อกล่าวพรางเกาท้ายทอย ก็เข้าใจว่านางทำอาหารออกมาได้ดี แต่คนที่ไม่เคยกินมาก่อนจะยอมควักเงินซื้อได้เช่นไรแล้วผัดหน่อไม้มันจะอร่อยได้สักแค่ไหนกันเชียว

"ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ คนจะซื้อของข้าอย่างแน่นอนหน่อไม้เราเหลืออีกตั้งมาก ดังนั้นข้าซื้อกระทะกับหม้อมาพร้อมทำแล้วเจ้าค่ะ"

"เจ้าคิดน้อยไป หากเป็นผักปลายังพอใส่ตะกร้าได้แต่กับข้าวหน่ะจะใส่อะไร"

"เป็นคำถามที่ดีมากเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะตัดไม้ไผ่อันใหญ่หน่อยทำกระบอกล้างเยื่อไผ่ออกแล้วขูดข้างในดี ๆ จากนั้นนำกระบอกไปต้มผึ่งลมให้แห้ง เท่านี้ก็ได้กระบอกไม้ไผ่ไว้ใส่อาหารแล้วแค่ต้องทำให้สูงหน่อยกันพวกอาหารที่ใส่กระเด็นออกมา ท่านว่าได้หรือไม่เจ้าคะ" ความคิดของบุตรสาวเรียบง่ายไร้ข้อกังขา แถมยังไม่ต้องใช้หม้อดินให้สิ้นเปลืองเงินทอง ช่างดีเหลือเกิน

"ได้อยู่แล้วแต่ต้องรอให้พ่อทำรั้วบ้านเสร็จก่อนค่อยทำกระบอกใส่อาหารของเจ้าได้หรือไม่" เมื่อได้ฟังลูกสาวอธิบาย เขาก็ต้องเปิดใจยอมรับอีกครั้งว่าความคิดของนางเปิดหูเปิดตาของเขายิ่งนัก นอกจากหม้อดินใส่อาหารได้ และราคาถูกกว่าหม้อเหล็ก ยังสามารถใช้ไผ่มาทำเป็นภาชนะได้อีกสินะ

"ได้เจ้าค่ะ ยังไงซะหน่อไม้ยังมีอีกมากที่กำลังจะโผล่พ้นดินออกมาอยู่แล้ว" หลี่หลิวยิ้มอย่างพอใจเมื่อตกลงกันได้แล้วหลี่หลิวจึงโชว์ฝีมือการผัดหน่อไม้ ทอดปลาหมักซอสให้ทุกคนได้ลิ้มลอง และแน่นอนว่าทุกอย่างได้ท่านแม่คอยดูอยู่ เพราะยังเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาว น้ำมันนั้นอันตรายหากไม่ระวังอาจเกิดไฟลุกไหม้ได้ แต่พอเห็นบุตรสาวคล่องไม้คล่องมือจึงวางใจปล่อยให้นางได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่

"มีข้าวด้วยล่ะ พี่ใหญ่ ๆ ข้าจะได้กินข้าวแล้ว ดูสิข้าวเป็นเม็ด ๆ เลยไม่ใช่น้ำข้าวด้วย" หลี่เฉินตื่นมาจึงเดินมาที่ครัวตามที่ท่านแม่บอก พอใกล้รุ่งสางพระอาทิตย์ก็เริ่มจะโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า ถึงแม้จะครึ้มฟ้าครึ้มฝนแต่อากาศก็ดีมาก และไม่หนาวจนเกินไป

"ไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ มือไม่ล้างข้าไม่ให้เจ้ากินด้วยหรอกนะ" หลี่หลิวเดินมานั่งที่นั่งของตนพร้อมกับช้อน และตะเกียบแล้วเตือนน้องชายให้รู้จักรักความสะอาด โดยมีท่านพ่อนั่งตรงหัวโต๊ะส่วนท่านแม่นั่งข้างท่านพ่อ ทางซ้ายมือมีเจ้าเล็กนั่งข้างท่านแม่ ข้ากับพี่ใหญ่นั่งด้านขวามือของท่านพ่อ และแน่นอนว่าข้าได้นั่งติดกับท่านพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย

"หึ!! รู้แล้ว ๆ ข้าไปล้างก่อนก็ได้ห้ามกินก่อนข้านะ" หลี่เฉินหันมองทุกคนอย่างน้อยใจก่อนจะเดินสะบัดแขนขาน้อย ๆ ของเขาเพื่อไปล้างมือ เพราะเขาตื่นทีหลังเพื่อนจึงล่าช้าครั้งหน้าเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะตื่นให้ทันพี่ใหญ่อย่างแน่นอน เมื่อทุกคนนั่งที่ดีแล้วท่านพ่อจึงกล่าวชวนให้ทุกคนทานข้าว ก่อนจะพากันจับตะเกียบ และหยิบช้อนกินอาหารที่ตัวเองสนใจอย่างเอร็ดอร่อย

"เจ้าเล็กกินผัดหน่อไม้ด้วยสิอย่ากินแต่ปลาเดี๋ยวก็ขาดสารอาหารหรอก" หลี่หลิวมองน้องเล็กที่ขอให้ท่านแม่คีบปลาให้อย่างเดียว ถ้าเป็นเช่นนี้เขาจะกลายเป็นคนเลือกกินในภายหน้า เมื่อท่านแม่เห็นบุตรสาวน้อยใจที่น้องเล็กไม่ยอมกินผัดหน่อไม้ นางจึงคีบหน่อไม้ใส่ถ้วยใบกลางของบุตรชายคนเล็ก

"พี่สาวของเจ้าลงมือทำเองแม่บอกได้คำเดียวคืออร่อย"

หวังลู่บอกพร้อมยิ้มหวานให้บุตรสาว นางทำได้อร่อยมากถึงเพียงนี้ แค่ผัดหน่อไม้ธรรมดาที่ไม่มีใครเหลียวแลให้กลายเป็นเมนูแสนแพงได้ก็นับว่าเก่งแล้ว ทว่ารสชาติเช่นนี้หาที่ไหนไม่มีอีกแล้ว นางจำได้ว่าบุตรสาวผัดกระเทียมพอสุกก่อนจะใส่หน่อไม้หั่นยาวแล้วผัดจนหอมค่อยหยอดซอสถั่วเหลือง และตามด้วยเกลือเล็กน้อยชิมรสชาติเสร็จจึงใส่ต้นหอมผัดอีกนิดแล้วปิดไฟ กลิ่นหอมของซอสที่โดนกระทะชวนให้คนหิวเป็นอย่างมาก บุตรสาวช่างมีพรสวรรค์ในด้านนี้มากจริง ๆ

"ท่านพี่ทำย่อมถูกปากข้า ข้าจะไม่ให้ท่านเสียน้ำใจข้าจะกินเยอะ ๆ ท่านอย่าโกรธข้าเลยนะ" หลี่เฉินเริ่มเข้าใจว่าทำไมท่านพี่ถึงคะยั้นคะยอให้เขากินเมนูนี้แท้จริงแล้วนางเป็นคนทำนี่เอง

"อร่อยไม่แพ้ปลาทอดเกลือเลยขอรับ"

"ต้องอร่อยอยู่แล้วเพราะพี่เจ้าทำทั้งสองอย่างยังไงล่ะ แม่แค่หุงข้าวให้พวกเจ้าเพียงเท่านั้น" ท่านแม่ถือตะเกียบปิดปากหัวเราะเบา ๆ หลี่จงมองน้องสาวของเขาที่เก่งข้ามวันข้ามคืนแล้วก็ต้องยิ้มบาง ๆ ให้นาง น้องของข้าเปลี่ยนไปแล้วดีกว่าเดิมเสียอีก เห็นทีข้าที่เป็นพี่ต้องทำประโยชน์ให้มากขึ้นจะได้เป็นหน้าเป็นตาได้บ้างเสียแล้ว หลี่จงวางตะเกียบลูบหัวน้องสาวที่ปล่อยผมยาวแล้วทัดหูให้นาง น้องข้าถ้าเจ้าโตจะต้องย้ายออกไปข้าไม่อยากให้เจ้าโตเลย ข้าอยากให้เจ้าอยู่กับข้า และพ่อแม่ไปนาน ๆ

"ท่านพี่ทำอร่อยทุกอย่าง ต่อไปข้าจะกินทุกอย่างที่ท่านพี่ทำข้าจะไม่เลือกกินอีกแล้ว" หลี่เฉินเคี้ยวหน่อไม้เข้าปากลิ้มรสความกรุบกรอบมันหวานเค็ม เขาค่อย ๆ กัดหน่อไม้ทีล่ะนิดก่อนจะเคี้ยวจนหมด ปากของเขาตอนนี้มันทั้งมันวาว และเยิ้มเต็มไปด้วยน้ำมันจนท่านแม่อดไม่ได้จึงต้องเช็ดปากให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเขากินอิ่ม

"ดูเจ้าสิกินมูมมามอะไรเช่นนี้ ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นก็ได้" หลี่หงผู้เป็นพ่อเห็นแววตาที่เปี่ยมสุขของลูกคนเล็กจึงอยากแกล้งเขาขึ้นมา แต่พอได้ยินคำตอบทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับเจ็บหน้าอกแปล๊บ ๆ

"ก็มันอร่อยหนิขอรับ ข้าต้องกินให้มากหน่อยข้าไม่เคยได้กินอิ่มจนท้องแทบแตกแบบนี้เลย คิกคิก" เจ้าตัวน้อยหัวเราะร่าพลางเอามือลูบท้องที่ป่องทะลุเสื้อไปมามันกลมเหมือนลูกแตงโมเลยทีเดียว

"ต่อไปเจ้าอย่ากินมากนักเดี๋ยวจะไม่สบายท้อง พ่อรับปากเจ้า ต่อไปเจ้าจะได้กินอิ่มทุกมื้อดีหรือไม่" เมื่อท่านพ่อเอ่ยปากรับคำ น้องเล็กก็ยิ้มตาหยีแก้มยุ้ยอย่างพอใจ

"ท่านแม่ ข้าช่วยท่านเก็บเองขอรับ" พี่ใหญ่รู้ว่าน้องรองตื่นมาทำครัวช่วยแบ่งเบาภาระท่านแม่แต่เช้า ตนที่ตื่นช้าไม่ได้ช่วยอันใดจึงอาสาช่วยท่านแม่เก็บถ้วยชามไปล้าง

"ท่านพี่ ท่านไปตักน้ำมาใส่ตุ่มเถอะ ข้าจะช่วยท่านแม่ล้างเอง"

หลี่หลิวชี้ไปที่ถังน้ำซึ่งทำจากไม้ และตุ่มที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ พี่ใหญ่เห็นตุ่มที่ยังใหม่อยู่ เช้ามืดวันนี้น้องรองคงไปกับท่านพ่อที่ตลาดด้วยสินะ เจ้าสามรับคำขอของน้องสาวแล้วจึงค่อย ๆ เดินไปตักน้ำในบ่อโดยใช้เชือกผูกถังไม้ แล้วหย่อนลงไปในบ่อน้ำเล็กน้อยและตะแคงข้างให้น้ำเข้ามาครึ่งถัง เสร็จแล้วจึงดึงขึ้นอย่างชำนาญ หากเขาเอาน้ำมาเต็มถังเกรงว่าคงยกไม่ไหว จึงทำเท่าที่ตนทำได้แม้ต้องเดินหลายรอบก็ตาม

"ท่านพ่อเราจะไปกันตอนไหนหรือเจ้าคะ" หลี่หลิวนั่งแกว่งเท้าไปมากับน้องเล็กตรงขอบระเบียงบ้านด้านหลัง ท่านพ่อเห็นพี่ชายของพวกเขาทำงานเช่นนั้นอยู่หลายรอบจึงเข้าไปช่วย ส่วนหลี่หลิวนางนั่งมองทิวทัศน์ทุ่งข้าวสีเขียวขจีที่ออกรวงสวยงามของคนที่เช่าปลูกไว้ก่อนหน้า ปีนี้ครอบครัวเราไม่ได้ทำนารออีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูเก็บเกี่ยว หลี่หลิววางแผนจะปลูกแตงโม ข้าวโพด และฟักทอง หลังจากที่ผู้เช่าเกี่ยวข้าวเป็นที่เรียบร้อย

"ให้พ่อได้พักสักหน่อยก่อนค่อยไปได้หรือไม่"

ท่านพ่อที่เดินตักน้ำใส่จนเต็มตุ่มเดินปาดเหงื่อแต่เช้า นี่คงเป็นถังสุดท้ายแล้วที่ถูกเทใส่ตุ่มจนเต็ม ข้าก็รีบเกินไปจนลืมว่าท่านพ่อเองก็เหนื่อยล้าจากการยกน้ำเช่นกัน งั้นก็ให้ท่านได้พักสักหน่อยก่อนก็แล้วกัน ลมเย็นพัดผ่านมาเป็นระลอกต้นข้าวน้อยใหญ่พัดไปตามแรงลม มวลหมู่ผีเสื้อ และตั๊กแตนต่างบินว่อนไปมา นกน้อยต่างโผบินออกหาอาหารประกอบกับส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ราวกับว่าพวกมันร้องเพลงขับกล่อมประสานเสียงกันคลอเคลียอยู่ข้างหู บรรยากาศช่างดีอะไรเช่นนี้จะเสียก็แต่ว่าช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นตัวลง บางช่วงจะไปไหนต้องใส่หมวกสาน และเสื้อคลุมที่ทำจากใบลานเพื่อกันหมอกลงในช่วงเช้า เมื่อมันโดนน้ำแล้วก็หนักมาก ๆ เลย หลี่หลิวคิดถึงชุดกันฝนที่ทำจากพลาสติกบาง และร่มที่พกพาได้อย่างสะดวก

"ถ้าเรามีร่มคงดีไม่น้อย" หลี่หลิวบ่นพึมพำเบา ๆ ทว่าเสียงบ่นของนางทำให้น้องเล็กถามอย่างสงสัย

"ท่านจะซื้อร่มหรือขอรับ"

"มีร่มขายด้วยรึ?"

"มีสิขอรับ แต่มีแค่บ้านของผู้ใหญ่บ้านที่มีมัน เพราะไม่ค่อยมีคนนิยมซื้อกัน ท่านพ่อเคยบอกข้าว่ามีแต่พวกคนในเมืองเขาใช้กันพวกเราซื้อไม่ได้มันค่อนข้างแพง และไม่มีประโยชน์ เพราะพวกเราไม่สามารถถือร่มไปด้วยพร้อมกับทำงานได้ยังไงล่ะ"

น้องชายตัวน้อยอธิบายให้พี่สาวฟังด้วยน้ำเสียงสดใส เสียงเล็ก ๆ น่ารัก ๆ อีกทั้งแก้มสองข้างตอนนี้เริ่มยุ้ย ๆ เพราะเขากินเก่งมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นมากแล้วแต่แก้มของเด็กน้อยนี่มันน่าหมั่นเคี้ยวจริง ๆ หลี่หลิวใช้มือสองข้างดึงแก้มเจ้าตัวน้อยเบา ๆ แก้มนุ่ม ๆ นี่สบายมือดีจัง

"ท่านพี่เบาหน่อยแก้มข้าจะหลุดออกมาแล้ว" หลี่เฉินทักท้วงเมื่อเห็นพี่สาวดึงแรงขึ้นเรื่อย ๆ

"ฮ่า ๆ ๆ ดูหน้าของเจ้าสิ แดงเหมือนแตงโมงเลย" หลี่หลิวชี้ไปที่แก้มน้องชายที่เป็นรอยจากฝีมือของนาง ก่อนจะเป่าเบา ๆ ให้น้องชายด้วยความสงสารเมื่อเห็นเขาขอบตาแดงเหมือนจะร้อง

"ท่านพี่ห้ามดึงแก้มข้าอีกนะ ถ้าโตขึ้นข้าไม่หล่อขึ้นมาจะทำเช่นไร"

หลี่เฉินเอาสองมือน้อย ๆ คลำแก้มตนเองเบา ๆ พร้อมน้ำตาคลอติดอยู่ริมขอบตาซึ่งมองแล้วช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน ตายจริงฉันเผลอบีบแรงไปหรือเปล่านะ หลี่หลิวดึงเจ้าตัวน้อยมากอดแต่ทว่ามือเล็ก ๆ และแขนสั้น ๆ ของนางก็มิอาจกอดน้องจนมิดได้แล้วจึงกล่าวขอโทษไป แถมยังบอกอีกว่าโตขึ้นเจ้าต้องเป็นชายรูปงามอย่างแน่นอน

"น้องเล็กไปกันเถอะท่านพ่อให้มาตามเจ้า" หลี่จงเดินมาเห็นสองพี่น้องกอดกันกลมจึงยิ้มร่าออกมาแล้วเรียกนางไปให้ขึ้นรถลาก หากไปสายอาจจะกลับมาล่าช้าเลยมื้อเที่ยงอีกเป็นแน่

"ข้าไปก่อนนะ เจ้าอยู่บ้านช่วยท่านแม่ถางหญ้าไปนะ ข้าจะเอาของอร่อยมาให้เจ้าอย่างแน่นอน" หลี่หลิวใช้ขาสั้น ๆ กระโดดลงพื้นแต่ยังดีที่นางทรงตัวอยู่ได้แล้วไม่ล้มหน้าคะมำ ก่อนนางจะหันหน้ามาโบกมือให้น้องเล็ก และหันหลังรีบวิ่งตามพี่ชายไป

"ข้าก็อยากไปเหมือนกัน พวกท่านไม่อยู่ข้าเหงามากเลยนะ"

หลี่เฉินค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินลงบันไดหลังบ้านช้า ๆ อย่างระวัง และไปโบกไม้โบกมือให้ท่านพี่อย่างอาลัย

"ดูเจ้าทำหน้าเข้าสิเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากเสียอย่างนั้น พี่เจ้าไปไม่นานก็กลับมาแล้ว"

"ข้าไม่มีเพื่อนหนิขอรับ อยู่ในหมู่บ้านข้ามีเพื่อนเล่นมากมายแต่พอมาอยู่ที่นี่ข้าไม่มีเพื่อนเล่นด้วยเลย"

"อย่าห่วงไปเลย วันนี้เจ้าได้มีเพื่อนเล่นแน่ เจ้าจำท่านลุงกับท่านป้าสองคนที่เจอวันแรกได้หรือไม่ เขาบอกว่าวันนี้จะพาหลาน ๆ มาด้วยทีนี้เจ้าก็จะไม่เหงาแล้วใช่ไหม"หวังลู่มองบุตรชายที่หน้ามุ่ยในตอนแรกแล้วกลับมายิ้มแป้นก็อดสงสารไม่ได้ เพราะมาอยู่กลางดินกินกลางนาเช่นนี้เขาเลยเหงาหงอย และจะเฮฮาหน่อยก็ตอนที่พี่ ๆ เขากลับมา

"ท่านแม่ท่านพูดจริงนะขอรับ"

"ใช่สิ แม่ไม่โกหกเจ้าแน่" เมื่อได้รับคำมั่นจากท่านแม่แล้งเขาก็กลับมาร่าเริง และช่วยท่านแม่ถอนหญ้าออกจากแปลงมัน โดยไม่ลืมที่จะชะเง้อดูว่าเพื่อน ๆ จะมาถึงตอนไหน

~ทางด้านอีกฝั่งของตีนเขา~

หลี่หลิวที่พกเบ็ดพร้อมกับถังไม้ที่ใส่น้ำลงไปด้วย นางกำลังนั่งตกปลาริมลำธารโดยใช้ใบไม้วางหลายใบ ก่อนจะนั่งสมาธิถือเบ็ดหนึ่งอันด้วยมือสองข้างรอคอยปลามากินเบ็ดอย่างใจเย็น ส่วนท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็พากันตัดไม้ไผ่เหลากิ่งก้านเพื่อให้ประหยัดพื้นที่รถลาก วันนี้หลี่หลิวจะตกปลาแค่อย่างเดียวส่วนมื้อกลางวันคงหนีไม่พ้นแกงปลาใส่หน่อไม้ และผัดหน่อไม้ที่เหลือจากมื้อเช้าอีกหนึ่งจาน จะว่าไปแล้วอาหารที่มีแต่ปลามันก็น่าเบื่อหน่ายเกินไปต้องมีเนื้อมีผักด้วยถึงจะดี ไว้คราวหน้าถ้าท่านพ่อไปตลาดเช้าอีกจะขอให้ท่านซื้อลูกเจี๊ยบกลับมาด้วยจะได้มีไข่ไว้กินยามเช้า

"เล้าไก่ ต้องบอกท่านพ่อทำให้สักเล้า หวังว่าท่านพ่อจะยอมนะถึงจะขาดแคลนอาหารไก่ แต่ถ้าให้อาหารมื้อเดียวแล้วปล่อยพวกมันออกหากินเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้สักทีเดียว และท่านพ่อจะต้องเห็นด้วยเป็นแน่" แต่จะทำอย่างไรดีข้าพึ่งถลุงเงินท่านพ่อไปมาก หรือจะรอให้ขายอาหารได้ก่อนแล้วค่อยทำดีนะ หลี่หลิวนำกิ่งไม้แห้งที่ผูกไว้หนึ่งคืบพอมันขยับสักพักปลาก็กระตุกเบ็ด วันนี้ปลาที่ได้มีแต่ตัวเล็ก ๆ ทั้งนั้น สงสัยว่าพวกปลามันจะเริ่มรู้แล้วว่ามีอันตราย

"ได้มาสี่ห้าตัวแล้วมีแต่ปลานิลทั้งนั้นเลย เอาล่ะพวกเจ้าอยู่ในถังน้ำนี่ไปก่อนนะข้าจะไปหาท่านพ่อก่อน"

หลี่หลิวใช้นิ้วน้อย ๆ จิ้มตัวปลาเบา ๆ พวกมันวิ่งว่ายวนหนีกันจนน้ำกระเด็นออกจากถัง หลี่หลิวกึ่งเดิน และวิ่งไปตามทางที่ได้ยินเสียงตัดไม้ เด็กน้อยที่วิ่งไปข้างหน้าปะทะกับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าพร้อมลมพัดผมที่ยาวประบ่าสะบัดไปตามแรงลม ช่างเป็นอะไรที่ดูสบายตาอย่างยิ่ง ป่าไผ่เขียวชอุ่มแต่ไม่ได้รกรุงรังขนาดนั้นแถมมันยังดูเป็นระเบียบเสียด้วยซ้ำ ต้นไผ่สูงใหญ่ให้ร่มเงามีเสียงลมพัดหวีดหวิวมาเป็นระยะ คนที่ชอบสายน้ำภูเขาเช่นหลี่หลิวประทับใจทุกครั้งที่ได้มาที่นี่

"ท่านพ่อ ท่านพี่" เสียงหวานสดใสร้องนำก่อนที่ตัวคนจะปรากฏออกมา

"อ้าว เจ้าพอแล้วรึ?" ท่านพ่อใช้ผ้าคล้องคอก้มซับเหงื่อก่อนจะหันหน้ามามองบุตรสาว

"ข้าพอแล้วเอาไปเยอะก็เท่านั้น เดี๋ยวปลาจะผอมตายก่อนที่มันจะได้ลงบ่อ" หลี่หลิวหยิบก้านไม้ไผ่ที่หล่นพื้นมาแล้วนั่งลงไม่ไกลนัก เพราะกลัวจะเกะกะการทำงานของสองพ่อลูกเอาได้

"ดีแล้ว ๆ ถ้าขืนเจ้าเอาไปเยอะปลาได้หมดลำธารเป็นแน่" หลี่หงพูดหยอกล้อบุตรสาว และหัวเราะเบา ๆ ถึงจะเหน็ดเหนื่อยทว่าบนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอยู่เสมอ

"ข้าได้มาไม่กี่ตัว แถมลำธารก็ทอดยาวขนาดนั้นมันจะหมดได้เช่นไร" หลี่หลิวจับไม้ไผ่นั่งวาดรูปเล่นไปพลาง ๆ และพูดคุยกับท่านพี่ และท่านพ่อ จนพวกเขาได้ไม้ไผ่เพียงพอจึงได้ชวนพี่ชายไปเก็บผักป่าก่อนค่อยกลับบ้าน สามสี่วันมานี้ก็เป็นเช่นเดิมสามคนพ่อลูกออกไปตัดไผ่ และสร้างกำแพงจนเสร็จ ในที่สุดก็ได้เริ่มการทำกระบอก และทำกับข้าวไปขายในเช้ามืด ครั้งนี้ทุกคนออกจากบ้านมาพร้อมกันทั้งห้าคนพ่อแม่ลูก หลี่หลิวเตรียมเครื่องครัวตั้งแต่ช่วงเย็น และบอกให้ท่านพ่อยกเตาขึ้นรถพร้อมไม้ฟืนไว้ก่อไฟ นางได้บอกท่านพ่อท่านแม่ว่าจะทำไปด้วย และขายไปด้วย เพราะหากทำเช่นนี้ลูกค้าจะได้กินของสดใหม่ หากนำอาหารที่ทำเสร็จแล้วจากบ้านไป กว่าจะไปถึงที่ตลาดกับข้าวพวกนั้นก็คงจะจืดชืดไปหมดแล้ว ซึ่งท่านแม่ก็เห็นด้วยเช่นกันจึงตกลงทำตามที่นางว่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 32 ตัดสินใจ

    หลี่หลิวเป่าเชิงเทียนที่โต๊ะนั่งข้างมุมห้องแล้วค่อย ๆ เดินช้า ๆ นางยื่นมือน้อย ๆ คลำทางในความมืดเดินไปข้างหน้าเพื่อคว้าหาเตียงนอน พอมาถึงเตียงที่น้องเล็กนอนอยู่นางก็นั่งลงถอดรองเท้าปีนขึ้นไปนอนด้านในแล้วดึงเอาห่มผ้าที่อบอุ่นมาคลุมกาย อากาศเย็นลงมากในตอนกลางคืนดีหน่อยที่ผ้าห่มที่นี่ค่อนข้างหนาจึงไม่ส

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 29 บ่อปูน

    เที่ยงวันเมื่อได้คนงานตามที่ต้องการหลี่จงจึงขอตัวกลับบ้าน สืออิงสงสัยว่านางต้องการคนงานชายไปทำอะไรจึงได้ขอตามไปดูด้วย ขากลับหลี่จงก็ควบม้านำทางรถม้าของสือไท่ และรถเกวียนของคนงานจนมาถึงบ้านที่มีคนนับไม่ถ้วนนั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ลูกค้าพากันให้ความสนใจว่าบ้านหลี่จะทำอันใดกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าร

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 26 ซอสหอยนางรม 5

    ในระหว่างที่คนงานหั่นของที่พึ่งซื้อมา หลี่หลิวก็บอกคนงานผู้ชายยกเตาที่นางซื้อมาเก็บไว้ ออกมาวางเรียงด้านนอกห้าเตาพร้อมกับก่อไฟ หลี่หลิวนำหม้อใบใหญ่สุดออกมาห้าใบแล้วให้คนงานยกหม้อขึ้นไปตั้งหลังจากก่อไฟแล้ว นางสั่งคนงานให้เติมน้ำไปมากกว่าครึ่งหม้อ พอน้ำเดือดก็ใส่เกลือลงไปตามด้วยเนื้อหอยนางรม และเห็ดหอ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 25 ซอสหอยนางรม 4

    สือไท่ที่นั่งก้มหน้าก้มตามีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าอันหล่อเหลา หากใครได้มาเห็นเข้าคาดว่าหัวใจดวงน้อย ๆ คงฟูฟ่องขึ้นมาอย่างแน่นอนกลิ่นอายของท้องทะเลโชยมา ทำให้เขารู้สึกตัว และเงยหน้าขึ้นหันไปมองตะกร้าที่มีหอย และผักสีเขียวทั้งเจ็ดตะกร้าด้วยความสนใจ"นี่หน่ะหรือ คือหอยนางรมที่นางต้องการ" สือไท่ลุกขึ้นยืนต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status