Partager

ตอนที่ 3 บ้านใหม่

last update Date de publication: 2024-12-14 09:55:06

พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงนางหลี่กลับจากบ้านข้าง ๆ มาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เพราะเพื่อนบ้านบอกจะยกหมูให้นางหนึ่งตัวจนนางยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว หลี่หวนเห็นเช่นนั้นใจก็ไม่เป็นสุขนัก หากนางรู้ว่าครอบครัวของบุตรชายคนที่สองย้ายออกไปแล้ว นางคงบ่นสามวันเจ็ดวันที่ขาดคนคอยช่วยงานในบ้าน และไร่นา

"ภรรยาตัวดีของเจ้ารองทำกับข้าวกับปลาเสร็จหรือยัง ตะวันเริ่มขึ้นแล้วนะทำไมวันนี้ถึงดูเงียบจัง" เมื่อกลับถึงบ้านนางหลี่ไช่หัวก็บ่นให้สะใภ้รองไม่ขาดคำ ตาเฒ่าหลี่หวนได้แต่แอบส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็ไม่พูดอะไรมาก

"ไม่อยู่แล้ว"

"อะไรคือไม่อยู่แล้ว พวกเขาออกไปทำไร่แต่ไม่ยอมทำกับข้าวกับปลาไว้ให้ข้างั้นหรือ ดีเลยไว้กลับมาข้าจะต้องสั่งสอนนางเสียหน่อยแล้ว" กล้าดีอย่างไรถึงกับทิ้งหน้าที่ที่ควรทำก่อนเป็นอันดับแรกไปเช่นนี้ วันนี้ข้าต้องหาคนมาทำครัวแทนเสียแล้ว ใช่แล้วสะใภ้ใหญ่ก็ทำได้หนิ ถึงรสมือของนางจะไม่ดีเท่าเมียเจ้ารองแต่ก็ถือว่ายังพอกินได้ เรื่องอะไรข้าต้องไปทำกับข้าวกับปลาพวกนี้ด้วยตนเองด้วยล่ะ

"พวกเขาย้ายออกไปแล้ว"

"ท่านว่าอะไรนะ!!! ย้ายออกไปแล้วงั้นหรือ!"

"ใช่ ย้ายออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางแล้ว"

"พวกมันกล้าดีอย่างไรถึงได้ไปไม่ลามาไม่ไหว้เช่นนี้ หน๊อยยย!!! นี่ข้าเลี้ยงดูพวกมันเสียข้าวปลาไปตั้งมากเท่าไหร่ คิดจะไปก็ไปเช่นนี้มันไม่เห็นหัวหงอกหัวดำอย่างข้าเลยหรือไง"

"เจ้ารองมาขอข้าแล้ว ข้าก็รับปากเขาไปแล้ว เจ้าก็หยุดพูดเถอะ มีอะไรก็ไปทำเสีย"

หลี่หวนที่อ่านหนังสืออยู่แสร้งทำเป็นหน้าเคร่งขรึมเหล่ตามองภรรยาที่บ่นไม่หยุด แล้วจึงบอกให้นางไปทำหน้าที่ที่สมควรทำเสีย หลี่ไช่หัวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกโมโห เมื่อนางรู้ว่าตนไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนางจึงเดินออกจากห้องนอนไปด้วยอารมณ์ไม่คงที่ ก่อนจะทุบประตูบานเล็ก และปลุกสะใภ้ใหญ่ให้ลุกขึ้นมาทำงานบ้าน

ตึง ตึง ตึง

"ท่านแม่ นี่ยังเช้าอยู่เลยนะเจ้าคะ" หลี่เหลียนที่ตกใจเสียงเคาะประตูจนต้องลุกขึ้นมาเปิดพร้อมกับขยี้ตาอย่างงัวเงีย

"เช้าอะไรกัน!! ตะวันขึ้นโด่งแล้วรีบไปล้างหน้าทำครัวเสีย" เจ้าใหญ่นี่ได้ภรรยาดีมีสินสมรสมากสุด ตอนแต่งเข้ามานางก็หอบทรัพย์สินมามากพอควร แต่ตอนนี้นางเป็นสะใภ้ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในบ้านของข้าแล้ว เช่นนั้นงานบ้านงานช่องคงต้องตกเป็นของนาง

"ทำครัวหรือเจ้าคะ" หลี่เหลียนถึงกับอุทานออกมา เรื่องงานบ้านงานเรือนต้องเป็นหน้าที่ของสะใภ้รองมิใช่หรือ ไม่ใช่ว่าท่านแม่เลอะเลือนไปแล้วหรือไงกัน

"ก็ใช่น่ะสิ หรือจะให้คนแก่ ๆ อย่างข้าเข้าครัวทำให้พวกเจ้ากินหรือยังไง" นางหลี่ที่อารมณ์ไม่ดีมาก่อนหน้าถึงกับตะคอกเสียงดังจนหลี่โจวตื่นขึ้นมาพร้อมกับบุตรชายคนโต

"ท่านแม่ เอะอะอะไรแต่เช้ารึขอรับ"

"เช้างั้นรึ...เจ้าไม่แหกตาดูหน่อยหรือ ตะวันแยงตาแล้วเมียเจ้ายังไม่รีบไปทำครัวอีก"

"ทำครัวหรือขอรับ"

หลี่โจวที่ได้ยินเช่นนั้นก็งงงวย เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของสะใภ้รองทำเป็นประจำอยู่ทุกวัน แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงได้มาบอกให้ภรรยาของข้าไปทำเช่นนี้ด้วย

"นั่นมิใช่หน้าที่ของภรรยาน้องรองหรือขอรับ เหตุใดยังต้องให้ภรรยาข้าไปทำอีกล่ะ มันจะไม่ขวางทางการทำงานของสะใภ้รองหรือขอรับ ภรรยาข้ายิ่งค่อนข้างทำงานได้ล่าช้าอยู่ด้วย"

หลี่โจวลุกขึ้นจากที่นอนในห้องใหญ่ที่เป็นสองรองจากห้องของท่านพ่อแล้วถามอย่างสงสัย ภรรยาข้าไม่ชินกับงานครัวนางทำงานได้ชักช้าไม่ทันใจจึงถูกภรรยาน้องรองไล่ออกจากห้องครัวมาครั้งหนึ่ง จากนั้นมานางหวังก็ทำงานครัวเพียงลำพัง

"คนไม่อยู่แล้ว ทีนี้เจ้าจะไปทำได้หรือยัง"

"ไม่อยู่แล้วหรือ?" หลี่โจวคิ้วขมวดด้วยความมึนงง หรือสะใภ้รองไปทำงานไร่กับน้องสองแต่เช้ามืด แล้วลืมทำงานครัวคงจะเป็นเช่นนั้น

"พวกครอบครัวของเจ้ารองมันพากันย้ายออกไปแล้ว จะเหลือก็แต่พวกเจ้า หรือพวกเจ้าจะให้แม่ชราหัวหงอกเช่นข้าเป็นคนทำกับข้าวกับปลาให้คนหัวดำกิน"

หลี่ไช่หัวพูดจบก็เดินหน้ามุ่ยออกจากบ้านไป อีกทั้งยังตะโกนบอกให้สะใภ้ใหญ่รีบทำครัวให้เสร็จแล้วให้ไปให้อาหารสัตว์ด้วย ส่วนตัวนางก็เดินจ้ำอ้าวไปทางบ้านนางหวัง เพื่อจ้างวานให้พวกเขาไปทำงานไร่งานนาให้ นางต้องกรีดเลือดเฉือนเนื้อตนเองออกมาใช้จ่าย มีหรือที่นางจะต้องทนเก็บความปวดใจไว้เพียงลำพัง หากได้ระบายมันออกมาบ้างนางถึงจะสบายใจขึ้น

"ท่านพี่ ครอบครัวของสะใภ้รองย้ายออกไปแล้ว ต่อไปงานทุกอย่างต้องเป็นข้าทำใช่หรือไม่" ภรรยาของหลี่โจวโอดครวญ นางไม่ได้ทำงานหนักมานานแล้ว นางอยู่สบายกินอิ่มมานานแต่มาบัดนี้งานทั้งหมดต้องตกมาที่นาง แล้วแบบนี้ชีวิตอันเรียบง่ายของนางจะต้องวุ่นวายอีกเพียงใดกัน

"เจ้ารีบไปเข้าครัวทำงานบ้านเถิด อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นสะใภ้จะให้ท่านแม่ทำก็ยังไงอยู่ อีกไม่นานพอข้าสอบได้เจ้าก็จะสบายแล้ว อดทนหน่อยนะเมียข้า"

หลี่โจวให้กำลังใจภรรยาจนนางเข้าใจ และยอมทำงานบ้านแต่โดยดี พอครอบครัวรองไม่อยู่งานทั้งหมดคงตกมาที่ภรรยาข้า แต่ข้าก็ต้องอ่านหนังสือไม่อาจไปช่วยนางได้ เรื่องงานไร่งานสวนก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ท่านแม่คงไม่ให้ข้าไปจัดการหรอกมั้งเพราะท่านคาดหวังไว้กับข้าสูงมาก ท่านคงไปจ้างวานให้คนอื่นมาทำแทนเป็นแน่

"หืม เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงมาอยู่บนรถลากเช่นนี้ล่ะขอรับ"

หลี่เฉินตื่นขึ้นเพราะรถลากเจอหลุมขรุขระระหว่างทาง ทำให้เขาตื่นขึ้นมา และพบว่าตนอยู่บนรถลากที่ท่านพ่อ และพี่ใหญ่กำลังเข็นไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และยิ่งกว่านั้นเส้นทางที่กำลังไปมันกลับไม่คุ้นตาเลย

"น้องเล็กเราจะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เจ้าดีใจหรือไม่" หลี่หลิวเห็นน้องชายตื่นขึ้นมาก็ขยี้ตารัว ๆ ด้วยความสงสัย นางจึงตอบไปว่าเราจะไปอยู่บ้านใหม่กัน

"เรามีบ้านเป็นของตัวเองด้วยหรือขอรับ"

"ใช่สิ" หลี่หงบอกบุตรชายที่พึ่งตื่นด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ถึงแม้ใบหน้าของเขาจะมีเหงื่อไหลรินออกมาเพราะผ่านการเข็นรถลากมานานมากแล้วจึงเกิดความเหนื่อยล้า

"ท่านพ่อเรากำลังจะไปบ้านใหม่หรือขอรับ"

"มันก็ไม่เชิงว่าเป็นบ้านใหม่หรอก แต่เป็นกระท่อมหน่ะ"

"กระท่อมหรือขอรับ"

หลี่จงพี่ใหญ่มองหน้าท่านพ่ออย่างสงสัยที่แท้เราจะต้องไปอยู่กระท่อม ข้าว่าแล้วเชียวท่านพ่อจะเอาอีแปะจากที่ไหนไปสร้างบ้านได้ล่ะ เงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวท่านพ่อก็ยกให้ท่านย่าไปเสียหมด

"มันอาจจะลำบากหน่อยแต่พ่อเชื่อว่าพวกเจ้าจะปรับตัวได้ในไม่ช้า" หลี่หงหันไปมองบุตรชายคนโตที่ช่วยเข็นรถลาก และภรรยาที่เดินข้างกายด้วยรอยยิ้มเอาใจใส่ การเริ่มต้นใหม่อาจจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ข้าเชื่อว่ามันจะต้องดีกว่าเดิมในสักวัน ขอบคุณท่านพ่อที่เมตตา และยกที่แปลงนี้ให้ข้าได้ลืมตาอ้าปาก หลี่หงสำนึกในบุญคุณของผู้เป็นพ่อ

"ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้าอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่ได้กินอิ่มท้องเป็นพอ"

หลี่หลิวยิ้มระรื่นและชวนครอบครัวคุยกันอย่างสนุกสนาน ตลอดเส้นทางจึงมีแต่เสียงหัวเราะคิกคัก เมื่อไปถึงกระท่อมปลายนาทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเพราะนี่มันไม่ใช่กระท่อมแล้ว จะเรียกว่าบ้านเลยก็ว่าได้ ถึงจะหลังไม่ใหญ่นักแต่ครอบครัวของพวกเขาก็สามารถอยู่ได้อย่างสบาย กระท่อมที่สร้างจากไม้หลังคามุงด้วยไม้ไผ่ และหญ้าคา อีกทั้งยังมีชายคาที่ยื่นออกไปทำเป็นครัวขนาดใหญ่ มีโต๊ะไม้ไผ่สามารถนั่งทานอาหารได้พอดีกับห้าคน ลานบ้านค่อนข้างกว้างถึงจะมีหญ้าขึ้นจนดูรกรุงรัง แต่ถ้าทำดี ๆ หน่อยนี่แหละคือบ้านอันแสนสงบ

"ท่านพ่อ ไหนท่านบอกว่านี่คือกระท่อม ดูข้างในนี้สิขอรับ มีสองห้องนอน และมีห้องโถงอีกด้วย ห้อง ๆ นึ่งกว้างพอ ๆ กับห้องนอนเราเลยหรือบางทีมันอาจจะกว้างกว่าเสียด้วยซ้ำ" หลี่เฉินลงจากรถลากก่อนใคร และวิ่งสำรวจบ้านอย่างตื่นเต้นพร้อมทั้งอธิบายภายในบ้านให้ท่านพ่อที่ยังไม่ทันได้เข้าไปให้ได้รับรู้

"ท่านพี่" หวังลู่มองหน้าสามีอย่างปิติยินดี ท่านพ่อได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับครอบครัวของเราแล้ว ทีแรกคิดว่าการได้มาอยู่กระท่อมโทรม ๆ คงไม่แย่นัก ทว่าท่านพ่อกลับทำกระท่อมที่เป็นเหมือนบ้านหนึ่งหลังไว้ให้เรา ท่านช่างเมตตาพวกเรามากมายจริง ๆ

"มาเก็บของกันก่อนเถอะ" หลี่หงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะบอกให้บุตรชายคนโตมาช่วยตน และภรรยาขนของลงจากรถลาก รถลากสี่ล้อขนาดใหญ่ที่พวกเขาใส่ของใช้เสื้อผ้าที่นอนหมอนมุ้ง รวมทั้งถ้วยชามรามไหที่เอามาจากครัวเล็กทั้งหมด สักพักก็มีคู่สามีภรรยามาที่กระท่อมจึงได้บอกกล่าวเรื่องราวให้พวกเขาได้รับรู้ เมื่อคู่สามีภรรยาที่เช่าอยู่ทราบเรื่องแล้วจึงบอกลาครอบครัวของหลี่หง และไปทำไร่ในที่ของตนซึ่งอยู่ข้าง ๆ กับแปลงของหลี่หงไม่ไกลนัก

"ท่านแม่ข้าหิวแล้ว" หลี่เฉินที่วิ่งเล่นไปทั่วในแปลงมันสองแปลงเล็ก ๆ กับหลี่หลิว พากันเดินกลับมาพร้อมกับหอบหัวมันหวานมาเต็มทั้งสองมือ ก่อนจะยิ้มตาหยีอย่างภูมิใจ

"ท่านแม่ เราย่างมันหวานกันนะเจ้าคะ"

หลี่หลิวพาน้องชายนำมันไปล้างที่ลำธารซึ่งเป็นคลองเล็ก ๆ ไหลผ่านข้างทาง แล้วพากันก่อกองไฟเผามันจนใบหน้ามอมแมมไปหมด เมื่อพี่ชายคนโตเห็นเข้าก็หัวเราะชอบใจแถมยังบอกบอกให้ท่านพ่อท่านแม่ดูผลงานจากการเผามันของน้อง ๆ ที่ตอนนี้หน้าดำเต็มไปด้วยขี้เถ้า พวกเขาทุกคนมีความสุข และทานมันหวานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"ท่านพ่อข้าอยากปลูกผักเลี้ยงปลาเจ้าค่ะ ด้านหน้ากระท่อมมีพื้นที่ว่างอยู่มาก ข้าเอาเมล็ดผักจำนวนหนึ่งติดมือมาด้วย ข้าง ๆ บ้านมีบ่อน้ำแสดงว่าดินที่นี่อุ้มน้ำ และเราสามารถขุดบ่อเลี้ยงปลาไว้กินกันได้ด้วยนะเจ้าคะ" หลี่หงเห็นความกระตือรือร้นจากบุตรสาวจึงตอบตกลง แต่ก่อนอื่นต้องไปหาไม้ไผ่มาทำรั้วบ้านเสียก่อน ถึงแม้ที่นี่ดูจะปลอดภัยแต่การมีรั้วบ้านนั้นจะทำให้สบายใจมากขึ้น

"ท่านพ่อ ท่านจะไปตีนเขาตัดไม้ไผ่หรือเจ้าคะ ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่ ข้าจะไปเก็บเกาลัดมาเก็บไว้เป็นของกินเล่นยามว่างเจ้าค่ะ"

หลี่หลิวยิ้มแก้มปริเมื่อท่านพ่ออนุญาตให้ไปด้วยได้ ถึงเจ้าเล็กอยากไปด้วยแต่ทว่าได้หลี่หลิวทักท้วงไว้

"หากเจ้ามาด้วย แล้วท่านแม่จะอยู่กับใคร มีแต่เจ้าแล้วที่เป็นชายชาตรีคอยอยู่ดูแลท่านแม่ได้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้นด้วยความเป็นลูกผู้ชายเขาจึงยื่นอกรับหน้าที่คอยปกป้องผู้เป็นมารดา หลังจากนั้นหลี่หลิวและพี่ใหญ่ก็ไปถึงตีนเขา ทั้งสองต่างพากันไปดื่มน้ำที่ลำธาร ส่วนบิดาก็ไปตัดต้นไผ่ สองพี่น้องจึงพากันขึ้นไปบนเชิงเขาเพื่อเก็บเกาลัดเมื่อได้มามากกว่าห้าโลจึงพากันกลับลงมา หลี่จงไปช่วยหลี่หงตัดไม้ไผ่จนล้นรถลาก จากนั้นใช้เถาวัลย์มัดให้แน่นเพื่อไม่ให้มันร่วงระหว่างทาง ส่วนหลี่หลิวที่พกเสียมมาด้วยเดินออกมาจากป่าไผ่ ก่อนจะเรียกท่านพ่อไปช่วยเก็บหน่อไม้ที่นางหาไว้จำนวนหนึ่ง

"นี่เจ้าจะเอาไผ่ไปปลูกหรือ แต่แบบนี้มันปลูกไม่ขึ้นหรอกนะ"

หลี่หงมองบุตรสาวอย่างสงสัย นางใช้ช่วงเวลาที่ข้าและหลี่จงไปตัดไม้ไผ่เพื่อมาหาต้นอ่อนของไผ่พวกนี้ อีกทั้งตอนนี้นางยังเก็บไผ่อ่อนเหล่านี้มาไว้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ใช่ว่าไผ่อ่อนพวกนี้มันจะมีน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีใครเอาต้นไผ่เล็ก ๆ นี่ไปใช้กัน ดังนั้นมันจึงกระจายไปแทบทุกพื้นที่ตามผืนป่า และส่วนมากผู้คนจำเป็นต้องใช้ต้นไผ่ที่ลำใหญ่แข็งแรง เพื่อที่จะเอาไปทำรั้วหรือสานเป็นตะกร้าส่วนต้นอ่อนนั้นก็ปล่อยให้มันได้เติบโต

"ฮ่า ๆ ๆ ท่านพ่อนี่ก็ตลกนะเจ้าคะ มันจะไปปลูกได้เช่นไร รากมันก็ไม่มีเสียด้วยซ้ำ" หลี่หลิวหัวเราะในมุกตลกของหลี่หงจนท้องแข็ง ทำไมข้าต้องเส้นตื้นด้วยนะมุกไม่ฮาแต่ขำกลิ้งถึงได้ถึงเพียงนี้

"แล้วเจ้าจะเอาไปทำอันใดล่ะ"

พี่ใหญ่ที่เห็นน้องรองหัวเราะจนเหนื่อยหอบ จึงถามขึ้นพร้อมกับเอามือลูบหลังให้น้องรองใจเย็นลงหน่อย ตั้งแต่ที่นางหายป่วยก็ชอบหยิบจับสิ่งแปลก ๆ มาเสมอ สิ่งที่ทุกคนมองข้ามกันนางก็เอามาทำอาหารแถมมันยังกินได้ และอร่อยด้วย ไม่ว่าน้องรองจะทำอันใดข้าผู้เป็นพี่คงทำได้แค่สนับสนุนเจ้าต่อไป

"ได้ ๆ ข้าจะบอกให้นะ นี่หน่ะคือหน่อไม้ของดี ๆ"

"ต้นอ่อนของไผ่เจ้าเรียกว่าอะไร หน่อไม้งั้นหรือ" หลี่หงผู้เป็นพ่อฟังที่บุตรสาวพูดออกมาแล้วจึงเกิดความสงสัย มีใครเคยบอกนางเช่นนั้นงั้นรึ แต่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นของดีอะไรเลยนะ

"โถ่ ท่านพ่อ นี่เป็นสุดยอดอาหารเช่นกัน ก่อนหน้านี้มันยังไม่โผล่พ้นดินข้าก็เลยไม่ทันสังเกตเห็น แต่ตอนนี้มันโผล่ออกมามากข้าเลยต้องเก็บเกี่ยวมันเสียหน่อย พวกท่านช่วยข้าเก็บมันหน่อยข้าพึ่งได้แค่เจ็ดแปดหน่อเอง" หลี่หงมองหน้าหลี่จงบุตรชายแล้วจึงพยักหน้าหากนางว่ากินได้คงกินได้จริง ๆ ก่อนหน้านี้บุตรสาวยังเก็บลูกหนามไปมากมาย และเอามาให้ครอบครัวได้กินจนอิ่มท้อง ของที่คนอื่นมองไม่เห็นค่าใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ บางทีมันก็อาจกินได้จริง ๆ ก็เป็นได้

"นี่ก็มากมายแล้วนะ ทั้งเห็ดโคนสามกลุ่มที่เจอตอนหาหน่อไม้ของเจ้า อีกทั้งหน่อไม้มากกว่าสามสิบหน่อ เรากลับกันเถอะหากนานกว่านี้ท่านแม่ของเจ้าจะเป็นกังวลเอา"

เมื่อมองดูเวลาพระอาทิตย์ก็ขึ้นเหนือศีรษะเสียแล้ว หลี่หงจึงถามบุตรสาวว่ามันเพียงพอแล้วหรือยัง หากกลับไปช้าก็กลัวว่าเมียรักจะเป็นห่วงเอาได้

"ยังหรอกเจ้าค่ะ ดูนี่สิเจ้าคะข้าได้ไส้เดือนมาด้วย" ไส้เดือนที่นางขุดมาได้ดิ้นทุรนทุรายเพราะถูกสับด้วยเสียม นางขุดพวกมันมาทำไมกัน หลี่หงมองไม่ออกเลยว่าบุตรสาวต้องการจะทำอะไรกันแน่

"ท่านพ่อตัดไม้ไผ่ลำเล็กๆ นี่ให้ข้าสักสองอันหน่อยเจ้าค่ะ" หลี่หลิวเขย่าแขนผู้เป็นพ่อเบา ๆ แล้วบอกให้ผู้เป็นพ่อทำเบ็ดตกปลาตามที่นางบอก เมื่อได้ไม้ไผ่ยาวสองเมตรมาสองอันที่ขนาดเท่านิ้วนางก็เอาเข็มที่นำมาจากบ้านท่านย่าสองอันออกมา แล้วร้อยด้วยด้ายเย็บผ้าที่ยาวหนึ่งเมตรครึ่งที่ช้อนทับกันเป็นสองเส้นเพราะกลัวด้ายจะบางเกินไป จากนั้นงอเข็มให้โค้งสุดท้ายใส่ไส้เดือนติดกับเข็มทั้งสองอันแล้วมัดกับไม้ไผ่ก็เป็นอันเสร็จสิ้น หลี่หลิวหย่อนไส้เดือนที่ดิ้นไปมาลงในน้ำ ฝูงปลาน้อยใหญ่เห็นของกินที่ชอบก็แย่งกันงับเหยื่อ หลี่หลิวบอกพี่ใหญ่ และท่านพ่อคอยจังหวะให้ปลากินเหยื่อแล้วรีบดึงคันเบ็ดขึ้นโดยเร็ว สองพ่อลูกเมื่อเห็นว่าทำเช่นนี้ก็ได้ปลาแล้วจึงสนุกกับการตกปลาอยู่พักใหญ่จนได้ปลามาสิบกว่าตัว พวกเขาพากันร้อยปลาโดยใช้เถาวัลย์ร้อยตรงเหงือกปลาทะลุออกทางปาก และทำเป็นสองพวงมัดรวมกันแล้ววางไว้บนรถลาก ได้ทั้งปลา เห็ด หน่อไม้ และเกาลัด เจ้าเล็กที่กินจุได้อิ่มท้องสมใจอย่างแน่นอน หลี่หงมองบุตรสาวที่ฉลาดเฉลียวรู้จักคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาอย่างประหลาดใจ ลูกสาวข้าเก่งกาจขนาดนี้ตั้งแต่ยังเล็กภายภาคหน้าต้องได้ดิบได้ดีเป็นแน่ พ่อคนนี้จะสนับสนุนเจ้าเอง หลี่หงยิ้มแก้มแทบปริจนเห็นฟันครบสามสิบสองซี่ และเอ่ยชมบุตรสาวรวมทั้งบุตรชายไม่ขาดปากในขณะที่ลากรถลาก โดยมีเด็กสาวเดินตามพรางเล่นเด็ดดอกไม้ดอกหญ้าทำมุงกุฎไปด้วย

"นี่ก็เลยเที่ยงวันมาแล้วเหตุใดพวกพี่ ๆ ของเจ้ากับพ่อของเจ้ายังไม่กลับมาอีกนะ"หวังลู่ที่ยังไม่เปลี่ยนนามสกุลตามสามีเอ่ยปากขึ้นอย่างร้อนรน ได้ข่าวว่าบนเขามีสัตว์น้อยใหญ่อยู่มากมายคงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ ยิ่งคิดนางยิ่งหวั่นและวิตกกังวลใจ

"นั่นไง ๆ ท่านแม่ใช่รถลากของท่านพ่อหรือไม่ มีไม้ไผ่เต็มรถเลยขอรับ"

"ไหนดูซิ ใช่แล้ว ๆ นั่นคือท่านพ่อ และพี่ ๆ ของเจ้า พวกเขาปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว ดีมากจริง ๆ" เมื่อเห็นสามพ่อลูกกลับมาอย่างปลอดภัยนางก็โล่งอกและคลายกังวล

"ท่านพ่อ!! ทางนี้ขอรับ ทางนี้" หลี่เฉินที่ช่วยท่านแม่ถางหญ้าที่รก และหนาทึบออกจนโล่งกว้างได้โบกมือกระโดดไปมาเหมือนลิง

"ดูน้องเล็กของเจ้าสิดีใจอย่างกับรู้ว่าจะได้กินของอร่อยฮ่า ๆ"

หลี่หงภูมิใจที่สามารถทำให้ครอบครัวได้อิ่มท้อง พวกเด็ก ๆ จะไม่ต้องทนหิวอีกต่อไป พอคิดถึงอาหารการกินพรุ่งนี้ต้องไปซื้อข้าวสารของใช้มาเพิ่มเสียแล้ว ตอนออกมาจากบ้านใหญ่ข้าวสักเม็ดเขาก็ไม่กล้าที่จะนำติดไม้ติดมือมาด้วย เขานำมาแค่ของใช้ในครัวเล็กที่ท่านพ่อยกให้เท่านั้น

"ท่านพ่อให้ข้าช่วยทำอาหารนะเจ้าคะ ข้าทำอร่อยนะ ฮิฮิ"

คราวก่อนที่ข้าได้โชว์ฝีมือไปหวังว่าท่านพ่อจะให้ข้าได้ทำมัน เพราะดูท่าแล้วท่านแม่คงทำเมนูที่ข้าอยากกินไม่เป็นอย่างแน่นอน

"ได้ ๆ พ่อรู้แล้วเจ้าทำออกมาได้ดีทีเดียว"

หลี่จงหัวเราะเสียงดัง แน่นอนว่าอาหารที่น้องสาวของเขาทำนั้นถูกปากถูกใจเขาเป็นอย่างมาก เพราะมันอร่อยกว่าท่านแม่ทำเสียอีก ดีจริง ๆ ที่รสมือของน้องสาววัยหกขวบของเขาสามารถทำอาหารอร่อยได้ถึงเพียงนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 19 ท่านชอบข้ารึ

    "ถ้าไปช้ากว่านี้คงได้ยืนรออยู่ด้านหน้านั่นนานเป็นแน่ ดีที่ข้ารีบตามท่านหานไปไม่เช่นนั้นขาของข้าได้บวมเพราะยืนนานเกินไปเป็นแน่เลยเจ้าค่ะ"ป๋ายฮ่าวเยว่ที่กลับถึงบ้านก็พูดถึงแต่อาหารที่นางได้กินเข้าไปว่ามันรสเลิศเพียงไหน ป๋ายเค่อได้แต่พยักยอมรับว่ามันอร่อยมากแต่หากต้องไปกินเช่นนั้นทุกวันเขาคงต้องขยันทำง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 18 เปิดร้าน

    ก่อนที่สือไท่จะได้อ้าปากพูดก็โดนผู้เป็นแม่ใหญ่ชิงพูดตัดหน้าไปเสียก่อน"ข้าว่าก่อนที่จะสั่งอาหารเรามาเปิดร้านอย่างเป็นทางการเพื่อเรียกแขกเหรื่อกันก่อนดีหรือไม่"แปะ แปะ!!สืออิงตบมือเรียกคนงานที่รออยู่ด้านหน้าประตูสองสามคน พอได้ยินเสียงสัญญาณ คนงานก็ลงมือเอาป้ายไม้ยึดติดหน้าบ้านของหลี่หลิว และประดับโคมแ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 17 ปลูกผัก

    เช้าตรู่วันต่อมา...เมื่อหลี่หลิวบอกกับท่านพ่อว่านางจะปลูกผัก ตอนเช้าหลังมื้ออาหารทุกคนในบ้านจึงเริ่มทำการเกี่ยวหญ้าออกเพื่อที่จะได้ช่วยเปิดทางเดิน ส่วนท่านพ่อก็ถางหญ้าออกเพื่อเปิดหน้าดินสำหรับขุด และพรวนดินต่อไป เสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวงก็มาช่วยเล็มหญ้าออกถึงมันจะไม่อร่อยแต่พวกมันก็อยากจะช่วยครอบครัวของ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 14 ถึงเสียที

    เมื่อแสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้าหลี่หลิวทำเนื้อผัดหน่อไม้ และผัดผักหนามใส่ไก่ ดีที่ตอนกลางวันนางแอบเอาของมาใส่ไว้ในมิติข้าวของทุกอย่างจึงยังสดใหม่ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่พึ่งหุงจนขึ้นหม้อหอมตลบอบอวลไปทั่ว แถมกลิ่นอาหารที่หลี่หลิวทำนั้นมันช่างเย้ายวนใจ และกระตุ้นความหิวได้เป็นอย่างดี ข้าวถูกหุงเต็มหม้อใหญ่เพราะหล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status