Mag-log inตึง ตึง เสียงกลองตีบอกเวลาในยามห้า นางกำนัลในตำหนักตื่นแต่เช้าตรู่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างแข็งขัน ร่างใหญ่นอนหลับอยู่บนเตียงดิ้นไปดิ้นมาก่อนจะรู้สึกว่าตอนนี้ข้างกายของเขามีไออุ่นอีกคนนอนกอดตนเองอยู่
“อื้อ องค์ชายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ ท้องฟ้ายังไม่สว่างเลยนี่น่า”
“ข้ารบกวนทำให้เจ้าตื่นหรือ? จะทำอย่างไรได้เล่าข้าคิดถึงเจ้าจนไม่อาจจะข่มตาหลับได้ เจ้านี่นะช่างใจร้ายไม่คิดถึงข้าแม้แต่น้อยกลับหลับสบาย อย่างนี่ต้องลงโทษหน่อยแล้ว” จื่อถงชันแขนขึ้นจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายอย่างหลงใหล แสงสว่างจากโคมไปด้านนอกสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นใบหน้าสลัว ๆ มืออีกข้างไม่อยู่นิ่งคืบคลานเข้าไปใต้ผ้าห่มลูบคำใต้สะดื้อจนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงประท้วง
“องค์ชายอย่าซุกซนนักสิขอรับ”
“ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ อยู่กับข้าจงเรียกชื่อของข้าอีกอย่างข้ามิได้ซุกซนเพียงแต่นี่คือบทลงโทษที่เจ้าต้องพบเจอต่างหากดูสิมันสู้มือข้าขนาดนี้ จะให้ข้าหยุดได้อย่างไร" จื่อถงไม่หยุดเพียงเท่านั้นล้วงเข้าไปจับแท่งร้อนที่กำลังตั้งชูชันสู้มือของเขา จิ้งเซียนเริ่มดิ้นทุรนทุรายเมื่อมือหนาจับบีบเคล้นคลึงด้านล่าง ร่างกายเริ่มร้อนผ่าววาบหวิวสั่นสะท้านไปทั้งตัว จื่อถงยิ่งเห็นอาการของจิ้งเซียนอารมณ์พลุ่นพล่านไม่อาจจะอดทนอีกต่อไปลุกขึ้นดึงผ้าห่มกายออกพรางดึงอาภรณ์ของจิ้งเซียนออกไม่เหลือแม้ชิ้นเดียว ร่างกายนี้ที่เขาเคยปรารถนายามนี้อยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว มือหนาลูบไล้ใบหน้าจิ้งเซียนอย่างแผ่วเบา คลี่ยิ้มบางให้แก่เขา
“ข้าหลงใหลในตัวเจ้ายิ่งนักแม้ว่าเจ้าจะอยู่กับข้า ข้ากลับยิ่งถวิลหาเจ้ามากกว่าเดิมไม่รู้จักพอ รักของข้าที่มีต่อเจ้ามากกว่ารักที่ข้ารักตัวเองเสียอีก จิ้งเซียนเจ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่จะอยู่ข้างกายข้าตลอดไปไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอันใดขึ้น” จิ้งเซียนยื่นมือไปจับใบหน้าของจื่อถงเช่นเดียวกันส่งสายตาหวานเยิ้มให้อีกฝ่าย จื่อถงยิ้มตอบ
“เหตุใดต้องเอ่ยออกมาเช่นนั้นขอรับ ไม่ว่าอย่างจิ้งเซียนผู้นี้ก็อยู่ข้างกายของท่านตลอดไปมิเห็นต้องสัญญา เพราะท่านคือคนรักของข้า จื่อถงท่านคือยอดดวงใจของข้า ข้าเองก็ถวิลหาท่านเช่นเดียวกันและตอนนี้ร่างกายของข้าต้องการการโอบกอดอบอุ่นของท่าน” จิ้งเซียนยื่นมือไปจับใบหน้าของจื่อถงเช่นเดียวกันส่งสายตาหวานเยิ้มให้อีกฝ่าย จื่อถงยิ้มตอบค่อย ๆ โน้มตัวลงต่ำจูบประทับริมฝีปากหนามอบความหวานลึกซึ้งให้แก่กันและกันอย่างดูดดื่ม
ตั๊บ ตั้บ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังคับห้องนอน ร่างกายทั้งสองแนบชิดไร้อาภรณ์เคล้าอารมณ์เพลิงสวาทอย่างรื่นเริง
"จิ้งเซียนช่วยเปล่งเสียงของเจ้าให้ข้าได้ฟังที อย่าได้อดกลั้นมันเอาไว้จนมือของเจ้าเจ็บระบม ปล่อยให้เสียงของเจ้าได้ไปตามอารมณ์ของเจ้ายามนี้เถิด" เสียงแผ่วเบาซาบซ่านของจื่อถงกระซิบข้างหูยามนี้กายของจิ้งเซียนยืนหน้าชิดผนังห้อง ขาสองข้างถ่างออกจากกันโดนมีจื่อถงโอบกอดเอวจากด้านหลังแท่งเอ็นอุ่น ๆ สอดแทงเข้าไปที่รูพับจีบโยกเอวกระแทกเน้น ๆ หลายครั้งหลายคราจนแทบอดกลั้นไม่ให้น้ำรักไหลออกมา พรางกระซิบบอกคนตรงหน้าให้ส่งเสียงเมื่อเห็นอีกฝ่ายอดกลั้นความรู้สึกกัดมือของตนเองข่มเอาไว้
"ข้าร้องได้จริง ๆ นะหรือ? นี่ก็ใกล้สว่างนางกำนัลคงตื่นมาทำหน้าที่"
"ตอนนี้เจ้าสนใจผู้อื่นมากกว่าข้าที่อยู่ตรงหน้าอย่างนั้นหรือ ? ร้องมาเถิดข้าอยากฟังเสียงเจ้ามิต้องคิดสิ่งใดนอกจากอารมณ์ของเราทั้งสองยามนี้" สิ้นเสียงของจื่อถง เขาค่อย ๆ ครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน
"อ่าา... จื่อถงข้าเสียว เสียวเหลือเกินขอรับ แท่งร้อนของท่านมันขยายใหญ่มากกว่าเดิมเสียอีก สมองของข้าขาวโพลนจนแทบไม่มีสติแล้ว"
"เช่นนี้แหละที่ข้าต้องการ โอ้ว.. อึก ข้าชอบน้ำเสียงของเจ้ายามนี้เหลือเกินจิ้งเซียน" จื่อถงกระแทกแรงกว่าเดิม สองมือจับเอวหนาของจิ้งเซียนกระแทกกระทั้น พรางตีบั้นท้ายจนแดงเป็นริ้ว ๆ
เพี้ยะ ! เพี้ยะ !
อ่าา อ๊าา... เสียงครวญครางดังสักระยะก็เงียบลงเมื่อจื่อถงเสร็จสิ้นอารมณ์หมาย ค่อย ๆ ดึงแก่นกายของตนออกมาจากรูพับจีบอย่างช้า ๆ พร้อมน้ำรักที่ไหลเยิ้มออกมา
"เจ้าเจ็บหรือไม่ ? ยามที่ข้าร่วมรักกับเจ้า ข้ามักลืมตัวเสมอ" เขาเอ่ยพรางกอดจิ้งเซียนจับกายให้ใบหน้าของอีกฝ่ายหันมาทางตน
"สิ่งใดที่ท่านชอบก็จงทำเถิดขอรับ ยามนั้นข้ามิได้รู้สึกเจ็บอันใดมันเพิ่มความเสียวให้ร่างกายของข้าเสียมากกว่า ท้องฟ้าสว่างพอดีข้าขอตัวไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนขอรับ อีกไม่นานนางกำนัลคงเข้ามาเปิดหน้าต่างและปลุกข้าเช่นดั่งเคย"
"เจ้าจะไปล้างเนื้อล้างตัวเพียงผู้เดียวได้อย่างไร อีกอย่างเมื่อครู่มีเพียงแค่ข้าเสร็จผู้เดียว เดี๋ยวข้าจะล้างตัวให้เจ้าเอง" เอ่ยจบจื่อถงปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดนั่งคุกเข่าลง จับลูบไล้แท่งร้อนของจิ้งเซียนที่เริ่มอ่อนระทวย จนตอนนี้เริ่มแข็งสู้มือ ค่อย ๆ อ้าปากใช้ลิ้นแตะเลียที่ยอดองคชาตเบา ๆ จนร่างหนาสะดุ้งโหยงใบหน้าหงิกเก
"อึก องค์ชาย....อย่าขอรับ" แม้ปากจะสั่งห้ามให้เขาหยุดกระทำ ทว่าร่างกายกลับไม่ฟังยื่นมือไปจับศีรษะของเขาเอาไว้แน่น จื่อถงเงยหน้าขึ้นมองอย่างพึงพอใจก่อนจะตวัดลิ้นดูดดื่มรุนแรงมากกกว่าเดิม ค่อย ๆ ขยับปากเข้าออกตามจังหวะ น้ำเสียงของจิ้งเซียนครางขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามตนเองไม่อยู่ แตกต่างจากตอนที่เขาถูกกระทำจากรูพับจีบเสียอีก
"เสียว เสียวเหลือเกิน อ๊าาา ช่วยแรงกว่านี้หน่อย ข้าใกล้แล้ว ข้าใกล้จะเสร็จแล้ว" พอได้ยินร่างกายของจื่อถงเร่งความเร็วของปากตนเองมากกว่าเดิมจนกระทั่งน้ำสีขาวขุ่นของจิ้งเซียนพุ่งกระฉูดเต็มปาก
"อึก !!! ข้าไม่ไหวแล้วขอรับ อ๊าาา"
" น้ำรักของเจ้ารสชาติหอมหวานจริง ๆ แถมยังมีมากอีกด้วย ดูสิขนาดข้าดื่มลงคอไปมากแล้วยังเลอะใบหน้าของข้า คงต้องไปอาบน้ำล้างตัวกันจริง ๆ เสียแล้ว" จื่อถงกลืนน้ำรักลงคอค่อย ๆ ใช้มือเช็ดที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ก่อนจะจับมือของอีกฝ่ายเข้าไปที่ห้องอาบน้ำ
"เพราะท่านมิใช่หรือขอรับ ที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ผู้ใดใช้ให้ท่านลงไปเล่นกับเจ้านั่นของข้า แถมยังกินมันจนไม่เหลือ "
"เพราะข้ารักเจ้ามากอย่างไรเล่า ไม่เคยรังเกียจอันใดที่เกี่ยวกับเจ้าเพียงนิด เฮ้อ! ยิ่งข้าได้กลิ่นน้ำรักของเจ้า ดูน้องชายของข้าสิแข็งขึ้นมาอีกแล้ว วันนี้ข้าคงจะได้กินเจ้าเป็นอาหารเช้าเสียแล้ว " เขาจ้องมองใบหน้าของจิ้งเซียนอย่างหื่นกระหายในกายของเขาไม่รู้จักพอก่อนจะพาเขาไปเสวยสุขในอ่างอาบน้ำจนกระทั่งแสงแดดสาดส่องเข้ามาด้านใน
"ท่านจิ้งเซียน ตื่นหรือยังเจ้าคะ พวกข้ายกน้ำและอาภรณ์ของวันนี้มาเตรียมให้ท่านเปลี่ยนวางไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ" เสียงนางกำนัลดังขึ้นระหว่างที่แท่งร้อนของจื่อถงยังคารูของจิ้งเซียนอยู่ในท่าที่จิ้งเซียนกำลังขึ้นขย่มอยู่ด้านบนร่างกายของจื่อถงในอ่างอาบน้ำ รีบหยุดชะงักก่อนจะตอบออกไปกลัวว่านางกำนัลจะเข้ามาเห็น
"ข้ากำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่ พวกเจ้าออกไปทำงานของพวกเจ้าและเตรียมสำรับขึ้นโต๊ะให้องค์ชายเถิดเดี๋ยวข้าจะรีบตามไป อึก อะ!!" จื่อถงขยับกายกระแทกเหมือนอยากแกล้งจิ้งเซียนทำให้เขาเผลอครางออกไปเล็กน้อย นางกำนัลได้ยินถึงกับเป็นห่วงขึ้นมา
"ท่านจิ้งเซียนไม่สบายตรงไหนหรือไม่เจ้าคะให้พวกข้าเข้าไปดูแลจะดีหรือไม่"
"ไม่ต้อง ๆ เพียงแค่เมื่อครู่ข้าเห็นแมลงเท่านั้น พวกเจ้าไปจัดการตามที่ข้าบอกเถิดส่วนข้าจะจัดการแมลงตัวนี้เอง" จื่อถงยิ้มระเรื่อหัวเราะในลำคอ เสียงฝีเท้าของนางกำนัลเดินออกไปจิ้งเซียนมองค้อนครู่หนึ่งพรางใช้มือตีที่หน้าอกแกร่งของเขา
"แมลงตัวนี้ช่างดื้อยิ่งนักวันนี้ข้าจะจัดการให้เข็ดเลย"
"เอาสิข้าเองก็อยากจะถูกเจ้าจัดการจนแทบบ้าอยู่แล้ว" จื่อถงชอบใจมากกว่าเดิม ร่างหนาไม่เอ่ยตอบแต่กลับดึงกายของเขามาจูบอย่างดูดดื่ม โยกสะโพกขึ้นลงอย่างเร่าร้อนไม่นานน้ำรักของจื่อถงกระฉูดในรูพับจีบของจิ้งเซียนไหลเยิ้มออกมาในอ่างน้ำ ก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้นเช็ดเนื้อเช็ดตัวและออกไปด้านนอกหากนานกว่านี้มีหวังนางกำนัลได้เข้ามาตามอีกรอบแน่ ๆ
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่กระหม่อมเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่ากระหม่อมจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำใหกระหม่อมนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ ซ่งเจี้ยนหยูอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเจี้ยนหยูดูแลร่างกายของจื่อถงไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เจี้ยนหยูอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” จื่อถงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเจี้ยนหยูทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า” ขันทีหย
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“ซ่งเจี้ยนหยูตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเจี้ยนหยูด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาจินฟานจึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเจี้ยนหยูแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นเจี้ยนหยูขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเจี้ยนหยูหากเจี้ยนหยูตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ เขาจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเจี้ยนหยูตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับเจี้ยนหยู หากว่าตอนนี้เขาอยากไปวังหลวงจินฟานก็จะยอมปล่อยมือเขาไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นเจี้ยนหยูมีความสุข แม้ได้กายของเจี้ยนหยูไปแต่หัวใจของเขาอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของจื่อถงแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของจื่อถงซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีหย่งอู่หากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาท่านซ่งเจี้ยนหยูอ้อนวอนแทบเท้าเขาก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีหย่งอู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีหย่งอู่กับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของจื่อถงล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีหย่งอู่ตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักจุ่ยเซียงวุ่นวายนางกำ
ตอนที่ 21 ขันทีหย่งอู่มาหารุ่งเช้าวันต่อมาจินฟานเตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินซ่งทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเจี้ยนหยูที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยแม้รู้อยู่แล้วว่าฝีมือเจ้าเก่งกาจเพียงใดแต่เพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“ขอรับ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะขอรับ” เจี้ยนหยูกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองเขาได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเจี้ยนหยู“จิ้งเซียนอย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เจี้ยนหยูชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั้นเขาจำมันได้ดี“ขันทีหย่งอู่ท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“ท่านจิ้งเซียนข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วไป๋จิ้งเซียนครานั้นสายตาของจื่อถงเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของจิ้งเซียนขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของจิ้งเซียนที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ จิ้งเซียนข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” จิ้งเซียนรู้สึกได้ถึงแรงที่จื่อถงกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของเขาแทงที่เนื้อกายของจื่อถงจนจิ้งเซียนมือสั่นหรือไล่ให้เขาออกไป เขาเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วยหากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” จิ้งเซียนดันกายของจื่อถงออกไปห่างจากตน ก่อนที่เขาจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพรางเอ่ยถามสิ่งที่เขาอยากได้ยินจาก
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยจื่อถงลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีหย่งอู่เจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” จื่อถงจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของจิ้งเซียนหรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือจิ้งเซียนไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าท่านจิ้งเซียนปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามเขากลับ” จื่อถงลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อได้ยินการมีชีวิตอ







