LOGINเสียงนกร้องแว่วมาพร้อมแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง ห้องนอนโทนสีชมพูสว่างขึ้นอย่างอ่อนโยน ชลิดาลืมตาตื่นพร้อมรอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้า
วันนี้เธอมีนัดกับตฤณชา ชายหนุ่มที่เธอตกลงคบหาด้วยเมื่อสองเดือนก่อน
หลังจากได้รู้จักเขาในช่วงเทอมที่ผ่านมา
ภาพแรกที่เธอพบเขายังคงชัดเจน
วันนั้นเขาจูงมือลูกชายตัวน้อยเดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมของคณะ เด็กน้อยน่ารัก ยิ้มแย้มสดใส ขณะที่เขาดูมีเสน่ห์อย่างยากจะละสายตา
ความเป็นแฟมิลี่แมนที่เขาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ดึงดูดสายตาของเธอได้อย่างไม่รู้ตัว
เธอได้ยินเสียงนักศึกษาสาวหลายคนกรี๊ดกร๊าดทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว
เมื่อเธอได้เข้าเรียนในวิชาที่เขาสอน สายตาของเธอก็มักจะเผลอมองตามเขาอยู่เสมออย่างไม่รู้เบื่อ
หลังเลิกคลาส เพื่อน ๆ เป็นฝ่ายผลักดันให้เธอเดินเข้าไปถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาการสอน
แม้ความจริงแล้ว เธอจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดดีอยู่แล้ว
แต่เมื่อเพื่อนอยากให้เธอเป็นคนถาม เธอก็ไม่ปฏิเสธ
เพราะในใจลึก ๆ เธอเองก็อยากเข้าใกล้เขาอยู่แล้ว
ชลิดาเดินเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน
ใบหน้าที่แต่งมาอย่างงดงามจัดเต็มก่อนเข้าเรียนยิ่งขับความมั่นใจของเธอ
จากการถามคำถามเพียงไม่กี่ครั้ง
เขามักต้อนรับเธอด้วยท่าทีเป็นมิตร และรอยยิ้มที่มอบให้หลังสอนจบทุกครั้ง
จนเธอเริ่มกล้าขอเบอร์ติดต่อส่วนตัว และขอแอดไลน์
โดยอ้างอย่างข้าง ๆ คู ๆ ว่าอาจมีคำถามเพิ่มเติมในภายหลัง
เขายื่นคิวอาร์โค้ดให้เธอแอดเฟรนด์อย่างใจดี
พร้อมบอกว่า เธอสามารถติดต่อเขาได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจ
ในวันนั้นเอง เธอเป็นฝ่ายทักไลน์ไปหาเขาก่อน
จากบทสนทนาเรื่องการเรียน ค่อย ๆ ขยับเป็นเรื่องทั่วไป
และในที่สุดก็ลึกไปถึงเรื่องส่วนตัว
เธอได้รู้ว่า เขาเป็นโสด
เขาและภรรยาแยกทางกันแล้ว แต่ยังช่วยกันเลี้ยงดูลูกชาย
มิน่าเล่า…เธอถึงไม่เคยเห็นเขาเดินคู่กับผู้หญิงคนใดเลย
ชลิดากรี๊ดอย่างดีใจเมื่อรู้ความจริงข้อนั้น
และนั่นทำให้เธอกล้าชวนเขานัดเจอกันเป็นการส่วนตัว
อ้างว่าจะเลี้ยงขนมตอบแทน หรือมีโจทย์บางอย่างที่อยากขอคำปรึกษา
เขาก็มาตามนัดทุกครั้ง และเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวหรือขนมให้เธอเสมอ โดยไม่เคยปริปากบ่น
ตฤณชามีเสน่ห์มากเมื่อได้พูดคุย เขาเป็นคนรอบรู้ และมีบุคลิกที่ใคร ๆ ก็เข้าหา
ทุกครั้งที่เธอเดินเคียงข้างเขา มักมีอาจารย์และนักศึกษาทักทายอยู่ตลอด
ยิ่งทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ ที่ผู้ชายข้างกายเป็นคนดังและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เขามักนัดเธอไปดูหนัง
หรือชวนไปทำกิจกรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเล่นแบดมินตันหรือโยนโบว์ลิ่ง
ความเอาใจใส่และการดูแลของเขา ทำให้เธอเพลิดเพลินและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
จนในที่สุด เขาก็ขอคบกับเธออย่างเป็นทางการ
และชลิดาก็ตอบรับทันที โดยไม่ต้องลังเลแม้แต่น้อย
เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้ายก่อนที่เธอจะสำเร็จการศึกษา
และตฤณชาก็เป็นคนช่วยผลักดันให้เธอได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ
โดยมีเงื่อนไขว่า หลังเรียนจบ เธอจะกลับมาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย
ข่าวดีนี้สร้างความยินดีให้กับครอบครัวของเธอไม่น้อย
เพ็ญนภา แม่ของเธอ ถึงกับเอ่ยปากขอนัดพบชายหนุ่มเพื่อเลี้ยงขอบคุณเป็นการส่วนตัว
ตฤณชาสร้างความประทับใจให้กับครอบครัวของเธอได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะแม่ของเธอ
ในตอนแรก เพ็ญนภาเคยบ่นไม่หยุดว่า ชายหนุ่มอายุมากกว่าลูกสาวถึงยี่สิบปี
แต่ทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นผู้ช่วยให้ชลิดาได้ทุนศึกษาต่อ และยังเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัยด้วย
คำบ่นเรื่องช่องว่างของวัยก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้ว่าแท้จริงแล้ว เขาจะอายุน้อยกว่าแม่ของเธอเพียงเจ็ดปีเท่านั้นก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น แม่ของเธอยังหมายมั่นปั้นมือว่า ตฤณชาจะสามารถช่วยเหลือน้องสาวและน้องชายของเธอให้ได้ทุนศึกษาต่อต่างประเทศในอนาคต
เพ็ญนภาจึงกำชับกับลูกสาวอย่างชัดเจน ให้คบหาชายหนุ่มคนนี้ต่อไป และ จับเขาไว้ให้มั่น
ในเวลานี้ ตฤณชาหลงใหลเธออย่างเห็นได้ชัด
เขาส่งข้อความหาเธอแทบตลอดวัน
เมื่อมาถึงที่ทำงาน เขาก็ส่งข้อความมารายงานตัว
ช่วงพักกลางวัน เขาถ่ายรูปอาหารส่งมาให้
พร้อมบอกว่าไปนั่งทานกับใคร ที่ไหน
และในช่วงเย็น หากเวลาตรงกัน เขาก็มักจะชวนเธอออกไปทานข้าวหรือขนมด้วยกัน
ส่วนชลิดาเอง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจ
เพื่อน ๆ มักแซวว่าเธอสามารถจีบอาจารย์มาเป็นแฟนได้
แถมยังเป็นถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก
เธอรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ และภาพลักษณ์
เขาดูดี มีเสน่ห์ และมาดเท่ จนอายุที่มากกว่าเธอถึงสองทศวรรษแทบไม่ใช่ประเด็น
เวลาควงไปไหนมาไหน เธอก็ไม่รู้สึกอาย
ตรงกันข้าม…กลับรู้สึกโดดเด่น
ไม่ว่าเธออยากได้อะไร หรืออยากทานอะไร เขาก็เป็นคนจ่ายให้เสมอ
ไม่เหมือนกับหนุ่มนักศึกษาที่เธอเคยออกเดตด้วยในอดีต
บางคนให้หารค่าอาหาร บางคนถึงขั้นให้เธอเป็นคนจ่าย พร้อมข้ออ้างว่าไม่มีเงิน
ในความคิดของชลิดา
ถ้าจะจนถึงขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมีแฟนหรอก
เมื่อคืนเขาบอกว่า มีธุระยุ่งจึงไม่สามารถมาหาเธอหรือโทรคุยเล่นได้ตามปกติ แต่ยังส่งข้อความ ฝันดี มาอย่างอ่อนหวาน จนชลิดาหลับไปพร้อมรอยยิ้ม และฝันดีตลอดทั้งคืน
เช้าวันนี้ เธอยังไม่ลุกจากที่นอน นอนเล่นโทรศัพท์ ส่องโซเชียลอย่างเพลิดเพลิน
ช่วงบ่าย ตฤณชารับปากว่าจะพาเธอไปชิมร้านเค้กเจ้าดังที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ในห้างใกล้บ้าน
นับตั้งแต่เริ่มคบหากัน ชายหนุ่มมักเข้าพักที่โรงแรมใกล้บ้านเธอ เขาบอกว่าเพื่อจะได้มาหาเธอได้สะดวก และทั้งสองจะได้มีเวลาพูดคุยกันเป็นส่วนตัว
แม้จะคบกันได้เพียงสองเดือน แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขากลับดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
ตฤณชาเป็นคนพาเธอเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ
ทั้งความใกล้ชิด ความผูกพัน และความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
จูบแรกของเธอเกิดขึ้นกับเขา ในเดือนแรกที่คบกัน และในวันที่เธอได้รับข่าวดีเรื่องทุนศึกษาต่อ
เขาพาเธอไปฉลองด้วยการนั่งฟังเพลง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเลาจน์ในโรงแรม ทั้งสองนั่งเคียงกันอย่างใกล้ชิด
ความประหม่า ความตื่นเต้น และแรงดึงดูดบางอย่าง ทำให้เธอเผลอมอบจูบแรกนั้นให้เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
สัมผัสที่ได้รับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงและโลกใบเดิมค่อย ๆ เปิดออกไปอีกด้านหนึ่ง เปิดโลกทัศน์แห่งโลกียะให้หญิงสาวได้ลิ้มรส ในแบบที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
สัมผัสจากลิ้นและปากของเขาแนบแน่นและช่ำชอง ทำให้สติของเธอเลือนราง โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่ง เหลือเพียงความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
ความแปลกใหม่ของความใกล้ชิดนั้นปลุกเร้าหัวใจให้โหยหา
หญิงสาวอยากจูบเขาอย่างดูดดื่ม ไม่รู้จักคำว่าเพียงพอในค่ำคืนนั้น
สัมผัสเจนจัดของชายหนุ่มทำให้เธอรู้ชัดว่า เธอไม่ได้แค่ชอบเขาเท่านั้น เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองจูบแรกของเธอ และเป็นคนพาเธอเรียนรู้ความหมายของจูบอย่างแท้จริง
ตั้งแต่นั้นมา ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ตฤณชาจะบอกว่าอยากรอ รอวันที่เธอพร้อมกว่านี้ เพราะทั้งสองเพิ่งเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่นาน
แต่ในใจของชลิดา ความคาดหวังกลับค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
เธออยากรู้ อยากสัมผัส และอยากเข้าไปใกล้โลกของเขามากกว่านี้
วันอาทิตย์ที่แล้ว เธอบอกแม่ว่ามีนัดกับเพื่อน
หากแท้จริงแล้ว เธอเลือกไปพบชายหนุ่ม และใช้เวลาพูดคุยกับเขาอย่างเป็นส่วนตัวในห้องพักของโรงแรม
ตฤณชาค่อย ๆ พาเธอทำความรู้จักกับความสัมพันธ์ทางกายระหว่างหญิงชายอย่างลึกซึ้ง
ความใกล้ชิดและสัมผัสที่เขามอบให้ ทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าวและหัวใจเต้นแรง
เขาพร่ำเอ่ยคำชื่นชมถึงรูปร่างและผิวพรรณของเธอ โดยเฉพาะหน้าอกอวบของเธอที่เขาฟอนเฟ้นอย่างอ่อนโยนและนานเป็นพิเศษ
ถ้อยคำเหล่านั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเคลิบเคลิ้มและหวั่นไหว
แต่ในช่วงจังหวะสำคัญ เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะอารมณ์ของทั้งคู่
ตฤณชารับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เมื่อวางสายแล้ว เขาเข้ามากอดเธอไว้แน่น ราวกับปลอบโยน ก่อนจะบอกว่ามีธุระด่วนจำเป็นต้องรีบกลับบ้าน
หลังจากเธอแต่งตัวและจัดการความเรียบร้อยเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มขับรถไปส่งเธอที่หน้าบ้าน ก่อนจะจากไปอย่างเร่งรีบ
หญิงสาวเฝ้ารอการนัดพบกับเขาในวันนี้ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังถึงประสบการณ์ใหม่ และความสัมพันธ์ที่กำลังก้าวลึกขึ้นไปอีกขั้น
ชลิดาลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงในและยกทรงลูกไม้ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อสองวันก่อนออกมา
เธอเลือกมันอย่างตั้งใจ หลังจากเพื่อนสนิทของเธอบอกว่า ยกทรงลูกไม้สีดำช่วยขับให้รูปร่างของผู้หญิงดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
หญิงสาวยกมันขึ้นทาบกับตัวเองหน้ากระจก ในใจอยากให้ชายหนุ่มได้เห็น และอยากให้เขารับรู้ว่า เธอพร้อมแล้ว
พร้อมก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ และพร้อมมอบความบริสุทธิ์ให้กับเขา
ขณะที่ชลิดากำลังเพลิดเพลินกับการเลือกชุดสำหรับออกเดตในบ่ายวันนี้
เสียงแจ้งเตือนข้อความ SMS ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ
เธอยังไม่สนใจจะเปิดดู คิดว่าน่าจะเป็นข้อความขยะที่ส่งเข้ามาเป็นประจำ
หญิงสาวเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่งหน้าแต่งตัวอย่างบรรจง
วันนี้เธอตั้งใจจะทำให้เขาประทับใจในความน่ารักของเธอมากกว่าเดิม และเฝ้าฝันถึงอนาคตที่สดใสร่วมกัน
แม้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอจะต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อ
แต่เธอเชื่อว่า ความใกล้ชิดและความผูกพันในแบบสามีภรรยาทางพฤตินัย จะสามารถเหนี่ยวรั้งเขาไว้กับเธอได้ในที่สุด
เธอคิดไปไกลถึงวันที่จะขอให้เขาบินไปหาเธอบ่อย ๆ
ในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เขาสามารถลางาน หรืออ้างภารกิจของมหาวิทยาลัยได้อย่างแนบเนียน โดยไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
ระหว่างที่ชลิดากำลังปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับแผนการในฝัน
เสียงแจ้งเตือนข้อความ SMS ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
และอีกครั้ง
อย่างต่อเนื่อง
หญิงสาวเริ่มรู้สึกรำคาญ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู
แต่ทันทีที่สายตาอ่านผ่านตัวอักษรบนหน้าจอ
หัวใจของเธอก็ร่วงวูบอย่างรุนแรง
“เมื่อวานเป็นวันครบรอบแต่งงานของฉันกับตฤณชา ฉันขอให้ผู้หญิงมือที่สามที่มาติดพันเขาจงพินาศไป”
ข้อความถัดมาปรากฏขึ้นทันที
“ผู้หญิงมือที่สามที่มาติดพันตฤณชาจงรับรู้ไว้ด้วยว่าเธอกำลังแย่งสามีของคนอื่น นังหน้าด้าน”
และข้อความสุดท้าย
ทำให้มือของชลิดาสั่นจนแทบจับโทรศัพท์ไม่อยู่
“คุณชื่อด้าใช่ไหม จงรู้ไว้ว่า ตฤณชาแต่งงานแล้ว และฉันคือภรรยาของเขา คุณกำลังแย่งสามีของฉันอยู่”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
สายเรียกเข้ามาจากหมายเลขเดียวกับที่เพิ่งส่งข้อความสั้นหาเธอ
ความตกใจแล่นวาบขึ้นมา ชลิดามือสั่นจนโทรศัพท์มือถือแทบหลุดร่วงจากมือ
หลังจากน้องรุ้งทานนมแม่จนอิ่ม ริวก็อุ้มลูกสาวพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ เด็กน้อยที่เล่นสนุกมาทั้งวันเริ่มปรือตา ก่อนจะค่อย ๆ หลับไปในอ้อมแขนของพ่อชายหนุ่มจึงพาลูกไปวางบนเตียงเด็กที่ย้ายมาไว้ในห้องนอนของหลิวเป็นการชั่วคราว จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย แล้วมองดูลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าหลับสนิทดีแล้ว จึงหันไปหาแม่ที่กำลังจัดถุงนมแม่ใส่ตู้เย็นเล็กตรงมุมห้อง“แม่ครับ คืนนี้ฝากดูแลน้องรุ้งให้ด้วยนะครับ” ริวพูดพร้อมยกมือไหว้ แพทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยกมือไหว้ตามสามี“ไปเถอะจ้ะ วันนี้วันพิเศษ ให้พ่อแม่น้องรุ้งได้พักผ่อนกันบ้าง” หลิวยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะอดแซวไม่ได้ “เผื่ออีกไม่กี่เดือนน้องรุ้งจะได้มีน้องมาเล่นด้วยอีกคน”แพทถึงกับทำหน้าไม่ถูก ขณะที่คนข้างกายกลับรับมุกอย่างอารมณ์ดี“อาจจะมาแล้วก็ได้นะครับ” พูดจบยังเอื้อมมือมากุมมือภรรยาเสียอีก จนแพทต้องหันไปค้อน“แม่จะรอข่าวดีจ้ะ” หลิวหัวเราะ “ไปพักผ่อนกันได้แล้ว นมน้องรุ้งเต็มตู้ ไม่ต้องห่วง คืนนี้แม่ให้เจ้าน้อยมานอนข้างเตียงด้วย จะได้ช่วยกันดูเวลาน้องรุ้งตื่น พ่อของลูกมีงานด่วนต้องไปต่างจังหวัดพอดี มีน้อยอยู่ด้วยก็ช่วยแม่ได้เยอะ”พูดจบก็โบกมือไล่ลูกชา
พีระดนย์นั่งมองพิธีในงานเลี้ยงแต่งงานของริวกับแพทด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มได้รับเชิญให้มาร่วมงานจากริว ซึ่งตั้งใจโทรศัพท์มาชวนเขาด้วยตัวเองหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือแพท พิมลดาก็โทรศัพท์มาขอบคุณเขาเป็นการส่วนตัว พีระดนย์จึงถือโอกาสแวะไปเยี่ยมแพทที่โรงพยาบาลด้วยนับจากนั้นเขาก็ยังคงแวะเวียนไปที่ร้านของพิมลดาอยู่เสมอ บางครั้งไปทานอาหารตามลำพัง บางครั้งก็พาพี่สาวและครอบครัวไปด้วย หรือหากมีโอกาสก็พาลูกค้ากับลูกน้องในฝ่ายไปทานอาหารที่ร้านแม้จะไปค่อนข้างบ่อย แต่พีระดนย์กลับไม่เคยรู้สึกเบื่อ เพราะพิมลดารู้จักปรับเปลี่ยนเมนูอยู่เสมอ ในแต่ละเดือนจะมีเมนูหมุนเวียนสลับกันไป ทำให้ต่อให้เขาแวะมาบ่อยแค่ไหน ก็มักมีอาหารจานใหม่ให้ได้ลองอยู่เรื่อย ๆและดูเหมือนช่วงหลังมานี้ เขาเองก็หาเหตุผลแวะไปที่ร้านได้บ่อยขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยนับตั้งแต่เข้ามาในงานแต่งงานของริวและแพท สายตาของพีระดนย์ก็มักจะวนเวียนอยู่ที่พิมลดาเป็นระยะวันนี้เธอดูสวยเป็นพิเศษ ทั้งชุดที่เลือกมาเข้ากับรูปร่างและใบหน้าที่นาน ๆ ครั้งจะแต่งหน้าเต็มยศ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาเผลอมองซ้ำอยู่หลายครั้งพีระดนย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นม
ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความที่ทนายความของพิมลดายื่นให้โดยไม่ลังเลก่อนหน้านั้น ทนายความได้ติดต่อขอพบเธอที่สถานีตำรวจและอธิบายความประสงค์ของพิมลดาให้ฟังว่า ทางนั้นยินยอมถอนแจ้งความ โดยมีเงื่อนไขให้ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกระทำ และให้คำมั่นว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิมลดาและครอบครัวอีกต่อไปชลิดายอมรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง หลังจากลงชื่อเรียบร้อย เธอรับสำเนาหนังสือฉบับนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย อย่างน้อยเรื่องยุ่งยากในชีวิตก็จบลงไปอีกหนึ่งเรื่องเวลานี้ปัญหาหลายอย่างกำลังถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบตั้งรับไม่ทัน ทุกเช้าชลิดาตื่นขึ้นมาพร้อมความกังวล ส่วนทุกค่ำคืนก็แทบข่มตาหลับไม่ได้ เพราะในหัวมีแต่คำถามเดิม ๆ วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรแล้วจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าทีละเรื่องได้อย่างไรสำหรับชลิดา การที่พิมลดายอมถอนแจ้งความให้ในครั้งนี้ถือเป็นความปรานีที่อีกฝ่ายมอบให้ ทั้งที่หากพิมลดาและครอบครัวจะดำเนินเรื่องกับเธอจนถึงที่สุด เธอก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษใครได้เลย เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับพิมลดาและครอบครัวมาตลอด
ชลิดาวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะหน้าโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าอ่อนล้าดิวเดินเข้ามาวางแก้วน้ำตรงหน้าพี่สาว แล้วนั่งลงข้าง ๆ“แม่เป็นยังไงบ้างคะพี่”“ก็...” ชลิดานิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามรวบรวมสติก่อนตอบคำถามของน้องสาว“แม่ไม่ได้พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย พี่พูดด้วยหรือถามอะไรก็ไม่ตอบ”“แล้ว...เราจะประกันตัวแม่ออกมาได้ไหมคะ”ชลิดาส่ายหน้า “ไม่ได้เลย คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ตำรวจต้องควบคุมตัวแม่ไว้สอบปากคำและดำเนินคดีตามขั้นตอน”เธอหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่น“พี่ถามตำรวจแล้ว ตั้งแต่จับตัวแม่มา แม่ไม่พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย ถ้าอาการยังเป็นแบบนี้ต่อไป...อาจต้องให้จิตแพทย์เข้ามาดูอาการ”พูดจบ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมา ชลิดายกมือขึ้นเช็ดออกอย่างลวก ๆ แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด หวาน เพื่อนสนิทของเธอ เป็นคนโทรมาแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะส่งลิงก์ข่าวออนไลน์มาให้ดูตอนแรกชลิดายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดหวานถึงโทรหาเธอด้วยเรื่องนี้ กระทั่งกดเข้าไปอ่านข้อความในข่าว...เพ็ญนภา แม่ข
แพทสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของน้องรุ้ง หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาดูลูกสาวที่นอนอยู่ในเตียงเด็กข้างเตียง เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กร้องไห้จ้าจนหน้าแดงก็อดกังวลไม่ได้ รีบอุ้มขึ้นมาปลอบพร้อมกับลูบหลังเบา ๆ“น้องรุ้งเป็นอะไรลูก เดี๋ยวแม่ขอดูเพิสหน่อยนะคะ”แพทลองเปิดขอบแพมเพิสดูจึงพบว่าเปียกจนเต็ม เธอรีบวางลูกลงบนเตียง แกะแพมเพิสออก แล้วหยิบตะกร้าใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดที่วางเตรียมไว้ใกล้มือมาจัดการเช็ดก้นให้ลูกและเปลี่ยนแพมเพิสผืนใหม่ให้แต่ถึงจะตัวแห้งสบายแล้ว น้องรุ้งก็ยังร้องไม่หยุด แพทจึงรู้ว่าคราวนี้ลูกคงหิวด้วย“หิวด้วยเหรอคะ ถึงว่าร้องใหญ่เลย”หญิงสาวอุ้มลูกขึ้นมาให้นม เจ้าตัวเล็กรีบดูดนมด้วยความหิว ไม่นานเสียงร้องไห้ก็ค่อย ๆ เงียบลง กระทั่งอิ่มท้องและหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของแม่แพทอุ้มพาดบ่าให้เรอ ก่อนจะค่อย ๆ วางลูกกลับลงบนเตียงเด็กอย่างเบามือ แล้วห่มผ้าให้เรียบร้อยขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอน สายตาพลันเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนังห้าทุ่มแล้ว...แพทชะงัก ก่อนจะหันไปมองเตียงเสริมที่ยังว่างเปล่าริวยังไม่กลับบ้านหญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู ข้อความล่าสุดจากริวถูกส่งมา
พิมลดาชะงักมือที่กำลังกดรายการอยู่บนหน้าจอเครื่อง POS เมื่อเห็นชลิดาเปิดประตูเข้ามาในร้านอีกฝ่ายไม่ได้เดินตรงมาหาเธอ แต่กลับเลือกนั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุดซึ่งอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์ พนักงานในร้านหันมามองพิมลดาเหมือนขอความเห็นว่าจะทำอย่างไร ก่อนจะได้รับการพยักหน้าให้เข้าไปต้อนรับตามปกติ ไม่ต่างจากลูกค้าคนอื่นหลังจากแพทพ้นขีดอันตรายและอาการปลอดภัยแล้ว พิพัฒน์ได้นำไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้และแจ้งว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยเรียกตัวชลิดามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีและส่งเรื่องตามกระบวนการต่อไปไม่กี่วันหลังจากนั้น พิพัฒน์ก็ได้รับการติดต่อให้ไปที่สถานีตำรวจเพื่อชี้ตัว วันนั้นชลิดานั่งนิ่งอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และยอมรับข้อกล่าวหาทุกอย่างโดยไม่โต้แย้งใด ๆพิมลดารับฟังความคืบหน้าจากพี่ชายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกหลังเกิดเรื่องกับแพท ทั้งเธอและพิพัฒน์ต่างโกรธชลิดามาก ต่อให้มีเรื่องบาดหมางหรือโกรธแค้นกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรลงมือทำร้ายกันจนเกือบเกิดความสูญเสีย แพทอาจเสียชีวิตในวันนั้น รวมถึงหลานสาวของเธอด้วยยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องราวท