Masukเสียงนกร้องแว่วมาพร้อมแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง ห้องนอนโทนสีชมพูสว่างขึ้นอย่างอ่อนโยน ชลิดาลืมตาตื่นพร้อมรอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้า
วันนี้เธอมีนัดกับตฤณชา ชายหนุ่มที่เธอตกลงคบหาด้วยเมื่อสองเดือนก่อน
หลังจากได้รู้จักเขาในช่วงเทอมที่ผ่านมา
ภาพแรกที่เธอพบเขายังคงชัดเจน
วันนั้นเขาจูงมือลูกชายตัวน้อยเดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมของคณะ เด็กน้อยน่ารัก ยิ้มแย้มสดใส ขณะที่เขาดูมีเสน่ห์อย่างยากจะละสายตา
ความเป็นแฟมิลี่แมนที่เขาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ดึงดูดสายตาของเธอได้อย่างไม่รู้ตัว
เธอได้ยินเสียงนักศึกษาสาวหลายคนกรี๊ดกร๊าดทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว
เมื่อเธอได้เข้าเรียนในวิชาที่เขาสอน สายตาของเธอก็มักจะเผลอมองตามเขาอยู่เสมออย่างไม่รู้เบื่อ
หลังเลิกคลาส เพื่อน ๆ เป็นฝ่ายผลักดันให้เธอเดินเข้าไปถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาการสอน
แม้ความจริงแล้ว เธอจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดดีอยู่แล้ว
แต่เมื่อเพื่อนอยากให้เธอเป็นคนถาม เธอก็ไม่ปฏิเสธ
เพราะในใจลึก ๆ เธอเองก็อยากเข้าใกล้เขาอยู่แล้ว
ชลิดาเดินเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน
ใบหน้าที่แต่งมาอย่างงดงามจัดเต็มก่อนเข้าเรียนยิ่งขับความมั่นใจของเธอ
จากการถามคำถามเพียงไม่กี่ครั้ง
เขามักต้อนรับเธอด้วยท่าทีเป็นมิตร และรอยยิ้มที่มอบให้หลังสอนจบทุกครั้ง
จนเธอเริ่มกล้าขอเบอร์ติดต่อส่วนตัว และขอแอดไลน์
โดยอ้างอย่างข้าง ๆ คู ๆ ว่าอาจมีคำถามเพิ่มเติมในภายหลัง
เขายื่นคิวอาร์โค้ดให้เธอแอดเฟรนด์อย่างใจดี
พร้อมบอกว่า เธอสามารถติดต่อเขาได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจ
ในวันนั้นเอง เธอเป็นฝ่ายทักไลน์ไปหาเขาก่อน
จากบทสนทนาเรื่องการเรียน ค่อย ๆ ขยับเป็นเรื่องทั่วไป
และในที่สุดก็ลึกไปถึงเรื่องส่วนตัว
เธอได้รู้ว่า เขาเป็นโสด
เขาและภรรยาแยกทางกันแล้ว แต่ยังช่วยกันเลี้ยงดูลูกชาย
มิน่าเล่า…เธอถึงไม่เคยเห็นเขาเดินคู่กับผู้หญิงคนใดเลย
ชลิดากรี๊ดอย่างดีใจเมื่อรู้ความจริงข้อนั้น
และนั่นทำให้เธอกล้าชวนเขานัดเจอกันเป็นการส่วนตัว
อ้างว่าจะเลี้ยงขนมตอบแทน หรือมีโจทย์บางอย่างที่อยากขอคำปรึกษา
เขาก็มาตามนัดทุกครั้ง และเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าวหรือขนมให้เธอเสมอ โดยไม่เคยปริปากบ่น
ตฤณชามีเสน่ห์มากเมื่อได้พูดคุย เขาเป็นคนรอบรู้ และมีบุคลิกที่ใคร ๆ ก็เข้าหา
ทุกครั้งที่เธอเดินเคียงข้างเขา มักมีอาจารย์และนักศึกษาทักทายอยู่ตลอด
ยิ่งทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ ที่ผู้ชายข้างกายเป็นคนดังและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เขามักนัดเธอไปดูหนัง
หรือชวนไปทำกิจกรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเล่นแบดมินตันหรือโยนโบว์ลิ่ง
ความเอาใจใส่และการดูแลของเขา ทำให้เธอเพลิดเพลินและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
จนในที่สุด เขาก็ขอคบกับเธออย่างเป็นทางการ
และชลิดาก็ตอบรับทันที โดยไม่ต้องลังเลแม้แต่น้อย
เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้ายก่อนที่เธอจะสำเร็จการศึกษา
และตฤณชาก็เป็นคนช่วยผลักดันให้เธอได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ
โดยมีเงื่อนไขว่า หลังเรียนจบ เธอจะกลับมาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย
ข่าวดีนี้สร้างความยินดีให้กับครอบครัวของเธอไม่น้อย
เพ็ญนภา แม่ของเธอ ถึงกับเอ่ยปากขอนัดพบชายหนุ่มเพื่อเลี้ยงขอบคุณเป็นการส่วนตัว
ตฤณชาสร้างความประทับใจให้กับครอบครัวของเธอได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะแม่ของเธอ
ในตอนแรก เพ็ญนภาเคยบ่นไม่หยุดว่า ชายหนุ่มอายุมากกว่าลูกสาวถึงยี่สิบปี
แต่ทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นผู้ช่วยให้ชลิดาได้ทุนศึกษาต่อ และยังเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัยด้วย
คำบ่นเรื่องช่องว่างของวัยก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้ว่าแท้จริงแล้ว เขาจะอายุน้อยกว่าแม่ของเธอเพียงเจ็ดปีเท่านั้นก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น แม่ของเธอยังหมายมั่นปั้นมือว่า ตฤณชาจะสามารถช่วยเหลือน้องสาวและน้องชายของเธอให้ได้ทุนศึกษาต่อต่างประเทศในอนาคต
เพ็ญนภาจึงกำชับกับลูกสาวอย่างชัดเจน ให้คบหาชายหนุ่มคนนี้ต่อไป และ จับเขาไว้ให้มั่น
ในเวลานี้ ตฤณชาหลงใหลเธออย่างเห็นได้ชัด
เขาส่งข้อความหาเธอแทบตลอดวัน
เมื่อมาถึงที่ทำงาน เขาก็ส่งข้อความมารายงานตัว
ช่วงพักกลางวัน เขาถ่ายรูปอาหารส่งมาให้
พร้อมบอกว่าไปนั่งทานกับใคร ที่ไหน
และในช่วงเย็น หากเวลาตรงกัน เขาก็มักจะชวนเธอออกไปทานข้าวหรือขนมด้วยกัน
ส่วนชลิดาเอง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจ
เพื่อน ๆ มักแซวว่าเธอสามารถจีบอาจารย์มาเป็นแฟนได้
แถมยังเป็นถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก
เธอรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ และภาพลักษณ์
เขาดูดี มีเสน่ห์ และมาดเท่ จนอายุที่มากกว่าเธอถึงสองทศวรรษแทบไม่ใช่ประเด็น
เวลาควงไปไหนมาไหน เธอก็ไม่รู้สึกอาย
ตรงกันข้าม…กลับรู้สึกโดดเด่น
ไม่ว่าเธออยากได้อะไร หรืออยากทานอะไร เขาก็เป็นคนจ่ายให้เสมอ
ไม่เหมือนกับหนุ่มนักศึกษาที่เธอเคยออกเดตด้วยในอดีต
บางคนให้หารค่าอาหาร บางคนถึงขั้นให้เธอเป็นคนจ่าย พร้อมข้ออ้างว่าไม่มีเงิน
ในความคิดของชลิดา
ถ้าจะจนถึงขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมีแฟนหรอก
เมื่อคืนเขาบอกว่า มีธุระยุ่งจึงไม่สามารถมาหาเธอหรือโทรคุยเล่นได้ตามปกติ แต่ยังส่งข้อความ ฝันดี มาอย่างอ่อนหวาน จนชลิดาหลับไปพร้อมรอยยิ้ม และฝันดีตลอดทั้งคืน
เช้าวันนี้ เธอยังไม่ลุกจากที่นอน นอนเล่นโทรศัพท์ ส่องโซเชียลอย่างเพลิดเพลิน
ช่วงบ่าย ตฤณชารับปากว่าจะพาเธอไปชิมร้านเค้กเจ้าดังที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ในห้างใกล้บ้าน
นับตั้งแต่เริ่มคบหากัน ชายหนุ่มมักเข้าพักที่โรงแรมใกล้บ้านเธอ เขาบอกว่าเพื่อจะได้มาหาเธอได้สะดวก และทั้งสองจะได้มีเวลาพูดคุยกันเป็นส่วนตัว
แม้จะคบกันได้เพียงสองเดือน แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขากลับดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
ตฤณชาเป็นคนพาเธอเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ
ทั้งความใกล้ชิด ความผูกพัน และความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
จูบแรกของเธอเกิดขึ้นกับเขา ในเดือนแรกที่คบกัน และในวันที่เธอได้รับข่าวดีเรื่องทุนศึกษาต่อ
เขาพาเธอไปฉลองด้วยการนั่งฟังเพลง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเลาจน์ในโรงแรม ทั้งสองนั่งเคียงกันอย่างใกล้ชิด
ความประหม่า ความตื่นเต้น และแรงดึงดูดบางอย่าง ทำให้เธอเผลอมอบจูบแรกนั้นให้เขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
สัมผัสที่ได้รับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงและโลกใบเดิมค่อย ๆ เปิดออกไปอีกด้านหนึ่ง เปิดโลกทัศน์แห่งโลกียะให้หญิงสาวได้ลิ้มรส ในแบบที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
สัมผัสจากลิ้นและปากของเขาแนบแน่นและช่ำชอง ทำให้สติของเธอเลือนราง โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่ง เหลือเพียงความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
ความแปลกใหม่ของความใกล้ชิดนั้นปลุกเร้าหัวใจให้โหยหา
หญิงสาวอยากจูบเขาอย่างดูดดื่ม ไม่รู้จักคำว่าเพียงพอในค่ำคืนนั้น
สัมผัสเจนจัดของชายหนุ่มทำให้เธอรู้ชัดว่า เธอไม่ได้แค่ชอบเขาเท่านั้น เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองจูบแรกของเธอ และเป็นคนพาเธอเรียนรู้ความหมายของจูบอย่างแท้จริง
ตั้งแต่นั้นมา ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ตฤณชาจะบอกว่าอยากรอ รอวันที่เธอพร้อมกว่านี้ เพราะทั้งสองเพิ่งเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่นาน
แต่ในใจของชลิดา ความคาดหวังกลับค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
เธออยากรู้ อยากสัมผัส และอยากเข้าไปใกล้โลกของเขามากกว่านี้
วันอาทิตย์ที่แล้ว เธอบอกแม่ว่ามีนัดกับเพื่อน
หากแท้จริงแล้ว เธอเลือกไปพบชายหนุ่ม และใช้เวลาพูดคุยกับเขาอย่างเป็นส่วนตัวในห้องพักของโรงแรม
ตฤณชาค่อย ๆ พาเธอทำความรู้จักกับความสัมพันธ์ทางกายระหว่างหญิงชายอย่างลึกซึ้ง
ความใกล้ชิดและสัมผัสที่เขามอบให้ ทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าวและหัวใจเต้นแรง
เขาพร่ำเอ่ยคำชื่นชมถึงรูปร่างและผิวพรรณของเธอ โดยเฉพาะหน้าอกอวบของเธอที่เขาฟอนเฟ้นอย่างอ่อนโยนและนานเป็นพิเศษ
ถ้อยคำเหล่านั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเคลิบเคลิ้มและหวั่นไหว
แต่ในช่วงจังหวะสำคัญ เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะอารมณ์ของทั้งคู่
ตฤณชารับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เมื่อวางสายแล้ว เขาเข้ามากอดเธอไว้แน่น ราวกับปลอบโยน ก่อนจะบอกว่ามีธุระด่วนจำเป็นต้องรีบกลับบ้าน
หลังจากเธอแต่งตัวและจัดการความเรียบร้อยเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มขับรถไปส่งเธอที่หน้าบ้าน ก่อนจะจากไปอย่างเร่งรีบ
หญิงสาวเฝ้ารอการนัดพบกับเขาในวันนี้ ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังถึงประสบการณ์ใหม่ และความสัมพันธ์ที่กำลังก้าวลึกขึ้นไปอีกขั้น
ชลิดาลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงในและยกทรงลูกไม้ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อสองวันก่อนออกมา
เธอเลือกมันอย่างตั้งใจ หลังจากเพื่อนสนิทของเธอบอกว่า ยกทรงลูกไม้สีดำช่วยขับให้รูปร่างของผู้หญิงดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
หญิงสาวยกมันขึ้นทาบกับตัวเองหน้ากระจก ในใจอยากให้ชายหนุ่มได้เห็น และอยากให้เขารับรู้ว่า เธอพร้อมแล้ว
พร้อมก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ และพร้อมมอบความบริสุทธิ์ให้กับเขา
ขณะที่ชลิดากำลังเพลิดเพลินกับการเลือกชุดสำหรับออกเดตในบ่ายวันนี้
เสียงแจ้งเตือนข้อความ SMS ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ
เธอยังไม่สนใจจะเปิดดู คิดว่าน่าจะเป็นข้อความขยะที่ส่งเข้ามาเป็นประจำ
หญิงสาวเดินเข้าไปอาบน้ำ แต่งหน้าแต่งตัวอย่างบรรจง
วันนี้เธอตั้งใจจะทำให้เขาประทับใจในความน่ารักของเธอมากกว่าเดิม และเฝ้าฝันถึงอนาคตที่สดใสร่วมกัน
แม้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอจะต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อ
แต่เธอเชื่อว่า ความใกล้ชิดและความผูกพันในแบบสามีภรรยาทางพฤตินัย จะสามารถเหนี่ยวรั้งเขาไว้กับเธอได้ในที่สุด
เธอคิดไปไกลถึงวันที่จะขอให้เขาบินไปหาเธอบ่อย ๆ
ในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เขาสามารถลางาน หรืออ้างภารกิจของมหาวิทยาลัยได้อย่างแนบเนียน โดยไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
ระหว่างที่ชลิดากำลังปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับแผนการในฝัน
เสียงแจ้งเตือนข้อความ SMS ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
และอีกครั้ง
อย่างต่อเนื่อง
หญิงสาวเริ่มรู้สึกรำคาญ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู
แต่ทันทีที่สายตาอ่านผ่านตัวอักษรบนหน้าจอ
หัวใจของเธอก็ร่วงวูบอย่างรุนแรง
“เมื่อวานเป็นวันครบรอบแต่งงานของฉันกับตฤณชา ฉันขอให้ผู้หญิงมือที่สามที่มาติดพันเขาจงพินาศไป”
ข้อความถัดมาปรากฏขึ้นทันที
“ผู้หญิงมือที่สามที่มาติดพันตฤณชาจงรับรู้ไว้ด้วยว่าเธอกำลังแย่งสามีของคนอื่น นังหน้าด้าน”
และข้อความสุดท้าย
ทำให้มือของชลิดาสั่นจนแทบจับโทรศัพท์ไม่อยู่
“คุณชื่อด้าใช่ไหม จงรู้ไว้ว่า ตฤณชาแต่งงานแล้ว และฉันคือภรรยาของเขา คุณกำลังแย่งสามีของฉันอยู่”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
สายเรียกเข้ามาจากหมายเลขเดียวกับที่เพิ่งส่งข้อความสั้นหาเธอ
ความตกใจแล่นวาบขึ้นมา ชลิดามือสั่นจนโทรศัพท์มือถือแทบหลุดร่วงจากมือ
คืนวันสิ้นปี ขณะที่ตฤณชากำลังนั่งร่วมโต๊ะฉลองอย่างเพลิดเพลินกับคนรักและกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้อความจาก “ตู้” เพื่อนสนิทถูกส่งเข้ามา พร้อมภาพข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้องแม็กซ์เมื่อเขากดเปิดดู สิ่งที่ปรากฏคือใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์...เอกสารที่พิมลดาเป็นคนพาลูกไปพบเพียงไล่อ่านไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกในอกของตฤณชาก็ปะทุขึ้นทันที ความโกรธแล่นพล่านจนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปให้ไกล เขาไม่เคยนึกเลยว่า “อ้อย” น้องสาวที่เขาไว้ใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกในยามที่งานรัดตัว จะทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ตฤณชารู้ดีว่าอ้อยเติบโตมาอย่างน่าสงสาร สมัยเรียนมัธยม พ่อของพวกเขามัวแต่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวจนแม่ต้องคอยตามจัดการไม่รู้จบ ขณะที่แม่เองก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกไปด้วย ชีวิตครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่มีใครมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพราะเหตุนี้ อ้อยจึงพลาดพลั้งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ต้องหยุดวุฒิการศึกษาไว้เพียงชั้นมัธยมต้น ทั้งที่กำลังจะจบ ม.6 แล้วด้วยซ้ำหลังจากคลอดลูกได้เพียงสองปี ชีวิตคู่ของเธอก็พังทลาย อดีตสามีหันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับภาระที่
พิมลดาเดินออกจากห้องตรวจจิตแพทย์ หลังจากรับฟังคำอธิบายทั้งหมดจบลง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“หม่าม้า แม็กซ์เก่งไหม น้าแพทสอนพับกระดาษ แม็กซ์ทำเป็นรูปหมาได้ด้วย”พิมลดาฝืนปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มสดใส ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม“เก่งมากเลยค่ะลูก พวกเราหาหมอเสร็จแล้ว ไปหาของอร่อยกินกันดีไหม”เธอลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาน้องสาว พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เดินตามกันไป“น้องแม็กซ์เก่งมากเลยค่ะ แพทสอนครั้งเดียวก็พับตามได้แล้ว หลานน้าอัจฉริยะมาก ๆ”แพทหันไปหาหลานชายตัวน้อย พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มชื่นชมตลอดทั้งวัน น้องแม็กซ์ได้อยู่กับแม่และน้าอย่างมีความสุข เด็กน้อยวิ่งเล่น หัวเราะ โดยไร้ความกังวลใด ๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ โรงเรียนปิดยาวให้นักเรียนได้พักผ่อน ประกอบกับพิมลดาได้ลาออกจากงานประจำแล้ว หญิงสาวจึงตั้งใจจะใช้เวลานี้ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางแผนต่อยอดงานเสริมให้จริงจังมากขึ้นหลังกล่อมลูกน้อยหลับในช่วงบ่าย พิมลดาออกมานั่งพักนอกห้อง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูอี
ชลิดาเดินกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต พรุ่งนี้ตฤณชาจะเดินทางมาถึง และเธอกับเขาจะได้ใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกันเสียทีเกือบห้าเดือนแล้วที่ทั้งสองต้องอยู่กันคนละประเทศ แม้จะพยายามวิดีโอคอลคุยกันแทบทุกวัน แต่ความต่างของเขตเวลาทำให้บทสนทนาแต่ละครั้งสั้นกว่าที่ใจต้องการเมื่อชลิดาต้องเข้าเรียน ตฤณชากำลังจะเข้านอนและเมื่อเขาเริ่มทำงาน เธอก็ต้องปิดไฟพักผ่อนมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราวหกโมงถึงหนึ่งทุ่มตามเวลาในประเทศไทย ที่ตฤณชาพอมีเวลาพูดคุยกับเธอ ก่อนที่ชลิดาจะต้องรีบไปเข้าเรียน และมีบางวันที่ชายหนุ่มติดงานยาวจนพลาดเวลาที่จะพูดคุยกันแม้จะห่างไกลกัน แต่เธอปรับตัวกับชีวิตต่างแดนได้รวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ส่วนหนึ่งเพราะตฤณชาได้จัดการหลายอย่างไว้ให้ล่วงหน้า ตั้งแต่หาคนไปรับที่สนามบิน ติดต่อคนรู้จักมาช่วยเรื่องลงทะเบียนเรียน ไปจนถึงช่วยจัดหาที่พักอย่างเรียบร้อยชีวิตในเมืองใหม่จึงราบรื่นกว่าที่เธอกังวลไว้มากเธอเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งคนไทยและเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองในต่างแดนค่ำคืนนั้น ชลิดานั่งมอ
ตฤณชามาถึงร้านอาหารช้ากว่าเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาให้เหตุผลว่าการประชุมเลิกสายและการจราจรติดขัดอย่างหนักเพ็ญนภาเพียงยิ้มบาง ๆ รับคำอธิบาย นั่งรออย่างสงบ แม้ในใจจะประเมินทุกท่าทีอย่างรอบคอบ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ลูกสาวของเธอเริ่มเสียเปรียบฝ่ายชายไปแล้ว จึงทำได้เพียงอดทน รอจังหวะที่เกมจะพลิกกลับมาอยู่ในมือบ้างระหว่างรับประทานอาหาร บทสนทนาดำเนินไปอย่างระมัดระวัง คำพูดหลายคำถูกเลือกใช้ด้วยความหมายแฝง ตฤณชารับปากว่า จะดูแลความเป็นอยู่ของชลิดาในต่างแดนอย่างเต็มที่ เขามีรุ่นพี่และคนรู้จักในเมืองที่เธอจะไปศึกษาต่อ และยืนยันว่าจะไปเยี่ยมเธอในช่วงเทศกาลสำคัญเมื่อมีโอกาสเพ็ญนภารับฟังอย่างพอใจ ก่อนจะฝากฝังเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกสาวหลายประเด็นจากนั้น เธอจึงค่อย ๆ เอ่ยข้อเสนอที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของชลิดาในช่วงที่ต้องไปต่างประเทศ เธอเห็นว่า การหมั้นหมายกันไว้ก่อนน่าจะช่วยยืนยันสถานะของทั้งสองฝ่าย และเมื่อชลิดาเรียนจบ เธอก็หวังว่าตฤณชาจะจัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยข้อเสนอนั้นทำให้ตฤณชาชะงักไปเล็กน้อยในใจเขาเริ่มลังเล เขาได้สิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์นี้ไปมากแล้ว
ตฤณชานั่งเอนหลังอยู่ในบาร์ของโรงแรมหรูในประเทศที่เพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่ถึงชั่วโมง แก้วเครื่องดื่มสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัว ๆ บนเคาน์เตอร์ก่อนเครื่องบินออก เขาเห็นรูปแอบถ่ายตัวเองกับชลิดาแล้วเห็นครบ...เห็นชัดและเข้าใจทันทีว่าปัญหากำลังจะลุกลามเขาจึงปิดเครื่องโทรศัพท์ ตัดขาดจากทุกสายเรียกเข้า แม้แต่สายของชลิดาเองไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะต้องการเวลาเวลาในการคิดว่าจะปกป้องตัวเองอย่างไรเขาไม่คิดเลยว่า ขนาดพาเธอไปไกลถึงโรงแรมแถบชานเมือง ยังมีคนรู้จักเห็นและตามถ่ายภาพไว้ได้หรือจะเป็นพิมลดา?เขาหรี่ตาเล็กน้อยไม่น่าใช่…ยัยนั่นคงได้แต่เสียใจคร่ำครวญเงียบ ๆ มากกว่าจะวางแผนซับซ้อนแบบนี้ตฤณชายกแก้วขึ้นจิบ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเครื่องสัญญาณโทรศัพท์ไหลกลับเข้ามาพร้อมข้อความและสายที่ไม่ได้รับจำนวนมาก เขากดโทรกลับไปยังหมายเลขที่คุ้นเคย คำนวณเวลาแล้วว่าที่ประเทศไทยน่าจะเป็นช่วงเช้าเสียงปลายสายรับอย่างรวดเร็ว“ฮัลโหล…”“พี่ชา…”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังทะลุสายมาอย่างไม่ทันตั้งตัวตฤณชาปรับน้ำเสียงทันที“ใจเย็น ๆ ครับด้า เกิดอะไรขึ้น พี่โทรมาเพื่อบอกว่าพี่ถึงประเทศ U แล้วนะ”เขาทำราวกับไม่รู้เรื่อ
ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ
ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมา
พิมลดาหันกลับไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อของเธอ สายตาพบหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อสีฟ้ากับกระโปรงสีดำเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้เรียบร้อย กำลังก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ“พิม จำพี่ได้ไหม พี่ปุ้ยที่อยู่ภาควิชาเดียวกับพี่ชาน่ะ”“สวัสดีค่ะพี่ พิมจำได้ค่ะ สบายดีไหมคะ”“แล้วพิมล่ะ สบายดีไหม ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้
พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน“เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาว
กว่าจะกล่อมให้พิมลดาหลับได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าตีหนึ่ง แพทค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากห้อง และปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจจะรบกวนการพักผ่อนอันเปราะบางของพี่สาวหน้าห้อง พิพัฒน์ พี่ชายคนโต ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใย“พิมเป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบถามเสียง







