Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-14 21:09:04

น้องแม็กซ์ ลูกชายตัวน้อยของเธอ ตื่นขึ้นในเวลาเจ็ดโมงเช้า ช้ากว่าเวลาปกติที่มักจะตื่นตอนหกโมงราวหนึ่งชั่วโมง

ราวกับเด็กน้อยจะรับรู้ได้ว่า แม่เพิ่งหลับไปเมื่อตอนตีสาม ทำให้พิมลดาได้พักผ่อนนานขึ้นอีกเล็กน้อย

หลังจากพาลูกลงมาชั้นล่าง เธอก็พบว่า ตฤณชากำลังนั่งดูโทรศัพท์มือถืออย่างอารมณ์ดี มืออีกข้างจิบกาแฟสบาย ๆ

เมื่อเขาเห็นเธอและลูกเดินลงมา ก็ลุกขึ้นไปอุ้มลูกชายไปนั่งเล่นด้วย ก่อนจะเอ่ยกับเธอโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้า

“คุณขับรถออกไปซื้ออาหารเช้าหน่อยสิ เดี๋ยวผมดูลูกให้ กุญแจอยู่บนตู้หน้าประตู”

พิมลดาไม่ตอบอะไร เธอเดินไปหยิบกุญแจรถของเขาจากตู้ตามที่บอก เปิดประตูรั้ว แล้วขับรถออกไปเงียบ ๆ

สุดสัปดาห์นี้ ตฤณชาเลือกขับรถของตัวเองมา

ทั้งที่ตามปกติ เขามักใช้รถของพิมลดาเวลามาบ้านชานเมือง เพื่อประหยัดค่าน้ำมันของเขา

แต่วันนี้ เขามีนัดกับชลิดา สาวคนรัก การใช้รถของตัวเองจึงสะดวกกว่า

เขาวางแผนไว้ว่า หลังจากออกเดตกับหญิงสาวเสร็จ เขาจะกลับมารับพิมลดาและลูกเพื่อเดินทางกลับหอพักของมหาวิทยาลัยในช่วงค่ำ

วันนี้ ตฤณชาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาสามารถทำตามแผนที่เขาวางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พิมลดายอมจำนนในสิ่งที่เขาเอ่ยปาก ต่อให้เธอจะไม่พอใจเพียงใด ก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากคัดค้าน

ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงคนที่ต้องทำตาม เป็นฟันเฟืองหนึ่งในชีวิตที่เขาควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

การไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเธอ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหนือกว่า ไร้พันธะ ไร้ความรับผิดชอบ และพร้อมจะทิ้งได้ทุกเมื่อที่ไม่ต้องการ

ตลอดเวลาที่อยู่กินกัน เขากดเธอให้อยู่ใต้อาณัติอย่างแนบเนียน ใช้คำสั่งแทนคำขอ ใช้ความเงียบแทนการอธิบาย และใช้ท่าทีเฉยชาทำให้เธอไม่กล้าต่อรอง

สำหรับเขา ผู้หญิงที่ดีคือผู้หญิงที่ไม่ถาม ไม่เถียง และไม่เรียกร้อง

ความคิดเช่นนี้ เขาซึมซับมาจากพ่อของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก

ภาพของพ่อที่กดข่มแม่ ฝังอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ

แม่ของเขาทำงานแทบตาย หาเงินเลี้ยงลูกถึงห้าคน รวมตัวเขา พี่สาวหนึ่งคน และน้องสาวอีกสามคน

ส่วนพ่อ เป็นเพียงคนลอยตัว มีเงินก็ยื่นให้แม่อย่างเสียไม่ได้ ไม่มีเงินก็มาขอราวกับแม่เป็นลูกหนี้

หากแม่กล้าโต้เถียง พ่อก็จะขึ้นเสียงดัง เงื้อมือทำท่าจะตบ ใช้ความน่ากลัวกดทับ จนแม่ต้องยอมจำนนทุกครั้ง

เขาเคยเห็นพ่อตบตีแม่หลายครั้งและทุกครั้งแม่จำต้องยอมแพ้เพื่อไม่ต้องเจ็บตัว

ตอนเด็ก เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมพ่อต้องทำเช่นนั้น

แต่เมื่อโตขึ้น เขากลับเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

การกดข่มผู้หญิง ทำให้ผู้ชายมีอิสระ มีอำนาจ และมีสิทธิ์เลือก...เลือกจะมีผู้หญิงกี่คนก็ได้

โดยยังคงมี “ของตาย” รออยู่ที่บ้าน

เหมือนกับพ่อของเขา ที่มีผู้หญิงไปเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกันก็มีแม่ คอยรอ คอยดูแล คอยหาเงิน และคอยเลี้ยงดูลูก ๆ

ในความคิดของตฤณชา นี่ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม

แต่มันคือ แบบอย่างของผู้ชายที่ฉลาดในการใช้ชีวิต

เหตุผลที่เขายังปล่อยให้พิมลดาอยู่กับเขาต่อไปในฐานะแม่ของลูก

ก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์ แฟมิลี่แมน ของตัวเองเอาไว้

อาจารย์หลายคนเคยไปร่วมงานแต่งของเขา ต่างรับรู้ว่าพิมลดาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องในสายตาสังคม

ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนั้น คือเกราะคุ้มกันชื่อเสียงที่เขาไม่ยอมปล่อยให้พัง

ส่วนชลิดา เขาเพิ่งเริ่มคบหากับหญิงสาว

ในความคิดของเขา เธอสดใหม่ เป็นดอกไม้ที่ยังไม่เคยถูกแตะต้อง เป็นความตื่นเต้นที่เขาอยากครอบครอง

ตฤณชายังรู้สึกเจ็บใจ กับเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน

วันที่เขาเกือบจะได้ก้าวข้ามเส้นบางอย่างกับหญิงสาว

หากไม่ใช่เพราะสายด่วนจากพิมลดา ที่โทรมาตามเขากลับบ้าน เพราะลูกไม่สบาย

ไม่เช่นนั้น เขาก็คงได้สมใจ ได้ฉกฉวยช่วงเวลานั้นมาเป็นของตัวเอง

ในหัวของเขา ทุกอย่างถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน

ผู้หญิงคนหนึ่งไว้รักษาหน้าตา

อีกคนไว้สนองความต้องการ

และเขาเชื่ออย่างหน้าด้าน ว่านี่คือสิทธิ์ของผู้ชายอย่างเขา

พิมลดาขับรถออกจากบ้านอย่างใจลอย เส้นทางคุ้นเคยพาเธอมาจอดที่ตลาดโดยแทบไม่รู้ตัว ร่างกายเหมือนทำทุกอย่างไปตามความเคยชิน ขณะที่จิตใจล่องลอยอยู่ที่อื่น

ขณะกำลังจะเปิดประตูรถ สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องหนึ่งของตฤณชาที่วางอยู่ช่องข้างประตูรถ เครื่องที่เขาใช้กับหมายเลขเก่า และมักเก็บแยกไว้ต่างหาก

หญิงสาวลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมา

เธอรู้รหัสล็อกของโทรศัพท์เครื่องนี้ดี

หน้าจอสว่างขึ้น

พิมลดาลองไล่ดูรายชื่อที่บันทึกไว้ในเครื่องอย่างไร้จุดหมาย

ภาพข้อความที่เธอเห็นจากโทรศัพท์ของตฤณชาเมื่อคืน...ชื่อ ด้า ผุดขึ้นมาในความคิด

เธอจึงลองค้นหา

และก็พบชื่อ ด้า ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน

หัวใจของพิมลดาเต้นแรง เธอหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา พิมพ์ข้อความสั้น ๆ แล้วส่งไปยังหมายเลขนั้น

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ แต่ไม่มีข้อความตอบกลับ ไม่มีสายโทรเข้า

ความเงียบยิ่งทำให้ความรู้สึกในใจเธอเดือดพล่าน

พิมลดาจึงส่งข้อความตามไปอีกสองข้อความ

ถ้อยคำที่อัดแน่นด้วยความเจ็บปวด ความโกรธ

และคำสาปแช่งจากหัวใจของผู้หญิงที่รู้สึกว่าถูกแย่งทุกอย่างไป

เมื่อยังคงไม่มีการตอบสนอง

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะตัดสินใจ กดโทรออกไปยังหมายเลขนั้นด้วยตัวเอง

ชลิดานั่งมองหมายเลขโทรศัพท์ที่กำลังเรียกเข้า

เธอไม่กล้ากดรับสาย หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก

ลึก ๆ เธอรู้สึกว่า ข้อความ SMS ที่ได้รับนั้นอาจเป็นความจริง และความจริงข้อนั้น…เธอรับไม่ได้

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ชลิดาเป็น ที่หนึ่ง มาโดยตลอด

เธอได้ทุกอย่างที่ต้องการ

พ่อแม่มีฐานะดี พร้อมจะซื้อหรือจัดหาให้ทุกสิ่ง

ตั้งแต่ยังเด็ก เธอมักสอบได้ที่หนึ่งของห้องเสมอ

แม้กระทั่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศได้อย่างไม่ยากเย็น

และในเวลานี้ เธอต้องการผู้ชายคนนี้...ตฤณชา

เขาเติมเต็มทุกสิ่งที่เธอปรารถนา

เมื่อเธออยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เขาก็ใช้เส้นสายและอิทธิพลของตัวเอง ผลักดันให้เธอได้ทุนศึกษาต่อ และปูทางให้เธอกลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะ

เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้จูบแรกของเธอ เป็นคนเดียวที่ความสัมพันธ์เกือบจะลึกซึ้งเกินกว่านั้น

ชลิดายอมรับไม่ได้ที่ตัวเองจะกลายเป็น มือที่สาม ในความสัมพันธ์ของใคร

ในโลกของเธอ ผู้ชายคนนี้ต้องเลือกเธอเท่านั้น

เสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง เธอปล่อยให้สายเรียกเข้านั้นดับไปเอง

ไม่นาน เบอร์เดิมก็โทรเข้ามาอีก ถึงสองครั้ง

เมื่อทุกอย่างเงียบลง สายเรียกเข้าจากตฤณชาก็ดังขึ้น

แต่เป็นหมายเลขเก่าที่เขาเคยให้ไว้เป็นเบอร์สำรอง

ไม่ใช่เบอร์ที่เขาใช้ประจำ

ชลิดาใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย เห็นชื่อเขาปรากฏบนหน้าจอ

เธอจึงตัดสินใจกดรับสาย

“คุณชื่อด้าใช่ไหม”

เสียงผู้หญิงทุ้มต่ำดังขึ้นทันที

“คุณเป็นใคร” ชลิดาถามกลับอย่างร้อนรน น้ำเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันคือภรรยาของอาจารย์ตฤณชา ผู้ชายที่คุณกำลังควงอยู่”

“ไม่จริง…พี่ชาเขาบอกฉันว่า เขาแยกทางกับคุณแล้ว”

“ฉันเป็นภรรยาของเขา ทุกวันนี้ยังอยู่บ้านเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน และเรามีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน เมื่อคืนเราก็ยังทานอาหารเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงานห้าปีด้วยกันอยู่เลย”

หัวใจของชลิดากระตุกวูบ

“คุณน่าจะเคยเจอลูกชายฉันแล้วมั้ง เพราะลูกฉันเคยเล่าให้ฟังว่า ป๊าพาไปเจอพี่ด้า ตอนนั้นฉันยังไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร คิดว่าเป็นลูกศิษย์หรือคนรู้จักของเขา”

“พี่ชายืนยันว่าเขาเลิกกับคุณแล้ว” ชลิดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกระชาก

“ทุกวันนี้ฉันยังอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัย อาจารย์หลายคนที่อยู่ที่นั่นรู้จักฉันดี คุณคิดว่ายังไงล่ะ คุณกำลังเป็นมือที่สาม ที่ทำลายครอบครัวของเราพ่อแม่ลูก”

“ไม่จริง เธอโกหก ฉันจะฟ้องพี่ชา…ฮือ…”

ชลิดาทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอกดตัดสายทิ้งทันที

ก่อนจะทรุดตัวลง โผเข้าซบกับที่นอน

ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้

...

อารมณ์ของพิมลดายังคงพลุ่งพล่าน หญิงสาวต้องพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อกดความเดือดดาลเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูรถลงไปเดินตลาด

เธอตั้งใจซื้ออาหารเพียงสำหรับลูกชายและตัวเอง

ส่วนของตฤณชา…เธอไม่คิดจะเผื่อให้แม้แต่น้อย

ในใจของเธอเดาได้ไม่ยาก ผู้หญิงคนใหม่ของเขาคงโทรไปฟ้องเรียบร้อยแล้ว

ความคิดของพิมลดาสับสนปั่นป่วน ใจหนึ่งอยากประนีประนอมเพื่อให้เขาเห็นแก่ลูก

แต่อีกใจกลับเดือดดาลจนอยากจะกระชากผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตคู่ของเธอให้สิ้นซาก

หญิงสาวเดินซื้อของในตลาดอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง จนทุกอย่างครบตามที่ต้องการ

เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้าน พิมลดาเดินเข้าไปก็เห็นตฤณชากำลังนั่งเล่นกับลูก แต่ด้วยความที่อยู่กับเขามาหลายปี

เธอรับรู้ได้ทันทีว่า บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มตึงเครียดผิดปกติ

เธอไม่พูดอะไร นำของสดเก็บเข้าตู้เย็น

เทโจ๊กหมูใส่ชาม เตรียมป้อนเป็นอาหารเช้าให้ลูกชาย

เด็กน้อยนั่งเล่นตัวต่ออย่างเพลิดเพลิน

ไม่รับรู้เลยว่า โลกของผู้ใหญ่กำลังแตกเป็นเสี่ยง

ตฤณชาผละจากลูก แล้วเดินตรงมาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“โทรหาด้าทำไม” เสียงของเขาต่ำ ขรึม และแข็งกร้าว คิ้วขมวดแน่น

พิมลดาเงยหน้ามอง ริมฝีปากยกยิ้มเย็น

“อ้อ…โทรมาฟ้องเรียบร้อยแล้วสินะ”

“ทำอย่างนั้นทำไม!”

“แล้วคุณคิดว่าทำไมล่ะ”

เธอสวนกลับเสียงเรียบ แต่แฝงความคม

“ฉันก็แค่อยากรู้ว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ความจริงว่าเธอเป็น มือที่สาม เธอจะรู้สึกยังไง”

ตฤณชาหัวเราะหยัน สายตามองเธอราวกับมองของชำรุด

“มือที่สามอย่างนั้นเหรอ”

เขาแค่นเสียง

“เธอต่างหาก พิมลดา…เธอคือมือที่สาม”

หญิงสาวชะงัก

“ฉันกับด้าเป็นคนรักกัน เราคบกันด้วยความรัก”

เขาพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน

“แต่เธอเป็นแค่คนที่ยังเกาะอยู่เพราะลูก”

พิมลดากัดฟันแน่น

“สิ่งที่คุณทำกับผู้หญิงคนนั้นน่ะ มันเรียกว่า คบชู้ ต่างหาก”

“ฉันบอกเลิกเธอไปแล้ว”

ตฤณชาตวาดเสียงต่ำ

“ตอนนี้เธอต่างหากที่เป็นมือที่สามของฉันกับคนรัก”

เขาก้าวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงเย็นเยียบ

“อย่ามาทำเป็นมีศักดิ์ศรีนักเลยพิมลดา เธอควรรู้ตัวเองได้แล้ว”

“ถ้าไม่มีลูก”

เขากระตุกยิ้ม

“เธอคิดว่าฉันจะเก็บผู้หญิงอย่างเธอไว้ทำไม”

พิมลดาหน้าซีด

“ฉันให้ที่อยู่ ให้เงินใช้ ให้ชื่อฉันค้ำหัว”

เขาพูดช้า ๆ แต่จงใจเหยียบ

“เธอก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้มันดี ๆ ก็พอ”

“ส่วนเรื่องผู้หญิงคนอื่น”

เขายักไหล่

“มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายอย่างฉัน”

“เธอควรดีใจด้วยซ้ำ”

น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยการดูหมิ่น

“ที่ยังมีที่ซุกหัวนอน ยังไม่ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนของหมดค่า”

พิมลดาหัวเราะออกมาอย่างสมเพช

“ตลกดีนะ”

เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ

“ลืมไปแล้วหรือไงว่า บ้านหลังนี้ฉันก็ผ่อนครึ่งหนึ่ง กู้ก็กู้ร่วมกัน บ้านนี้เป็นของฉันครึ่งหนึ่งเหมือนกัน”

พิมลดาพูดชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงนิ่งแต่หนักแน่น

“ฉันไม่เคยต้องพึ่งพาคุณ เงินที่ใช้ก็เป็นเงินที่ฉันหามาเองจากการทำงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในบ้านหลังนี้ ฉันก็เป็นคนจ่ายมาตลอด”

เธอเงยหน้ามองเขาตรง ๆ

“ส่วนชื่อเสียงของคุณน่ะ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเลย”

เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายอย่างเฉียบขาด

“แต่เด็กคนนั้นต่างหาก ที่กำลังใช้ตำแหน่งและหน้าที่ของคุณหาประโยชน์ให้ตัวเองอย่างเต็มที่”

“งั้นก็ไสหัวออกจากหอพัก!”

เขาตะโกนกลับ

“ฉันเป็นคนจ่ายค่าเช่า เธอขนข้าวของออกไปให้หมด!”

“ฉันจะอยู่”

เสียงของพิมลดานิ่ง แต่หนักแน่น

“แล้วจะทำไม”

ตฤณชาหน้าถมึงทึง

“ฉันจะให้ รปภ.มาลากตัวเธอออกไป”

เขาแค่นเสียง

“ผู้หญิงอะไรหน้าด้าน ไล่ขนาดนี้แล้วยังจะอยู่อีก”

พิมลดามองเขานิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

“ไอ้หน้าตัวเมีย”

พิมลดาเอ่ยเสียงสั่น แต่แฝงความเกลียดชังที่กดไว้จนแน่นอก

“คนอย่างคุณมันก็ทำได้แค่นี้ คิดอะไรไม่ออก ก็ใช้วิธีกดผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า รังแกได้แต่กับผู้หญิงเท่านั้น”

พิมลดาพูดต่อ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น

“ทั้ง ๆ ที่ฉันอยู่กับคุณ ตั้งแต่วันที่คุณยังไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ เป็นแค่อาจารย์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีตำแหน่งผู้บริหารใหญ่โต ไม่มีอำนาจ ไม่มีใครยกยอ”

เธอมองเขาตรง ๆ ไม่หลบสายตา

“แต่วันนี้ พอคุณได้ดี สิ่งแรกที่คุณทำได้ คือเหยียบคนที่เคยยืนข้างคุณให้จมลงไป”

ดวงตาของตฤณชาวาววับด้วยความโกรธ ริมฝีปากกระตุกยิ้มเย็น

“ฟังให้ดีนะ”

เขากดเสียงต่ำ แข็งกระด้าง

“เธอต้องไสหัวออกไปจากหอพักของฉัน”

“ถ้าฉันกลับไปถึงแล้ว ยังเห็นหน้าเธอ หรือเห็นข้าวของของเธออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว”

เขาหยุดเล็กน้อย ราวกับจงใจให้คำขู่ซึมลึก

“ฉันจะให้ รปภ. มาลากตัวเธอออกไป”

“และข้าวของของเธอ…จะถูกโยนลงถังขยะทั้งหมด”

ตฤณชาพูดทิ้งทวน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านไปทันที

เขาไม่หันกลับมามอง

ไม่มองพิมลดา ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี

ไม่มองลูกชายตัวน้อยที่ยังนั่งอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

เสียงประตูบ้านปิดดังสนั่น คือสิ่งสุดท้ายที่ลูกชายตัวน้อยได้ยิน ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

เด็กน้อยวิ่งไปเกาะประตูมุ้ง เรียกป๊าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่มีคำตอบรถของเขาถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

แม้กระทั่งประตูรั้ว เขาก็ไม่คิดจะปิดให้เรียบร้อย

ทิ้งไว้เพียงรั้วบ้านที่เปิดอ้า และผู้หญิงกับเด็ก ที่ถูกเขาทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 15

    ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 14

    ระหว่างที่ชลิดาหิ้วอุปกรณ์การสอนเดินผ่านโรงอาหารของคณะ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนด้านข้าง เธอสังเกตได้ว่าบรรยากาศวันนี้ดูแปลกไป นักศึกษาหลายคนหันมามองเธอ บางคนยิ้ม บางคนหัวเราะเบา ๆ คล้ายมีเรื่องขบขันที่เธอไม่รู้หญิงสาวชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะส่งยิ้มสุภาพกลับไปตามมารยาท ในฐานะอาจารย์ใหม่ เธออยากสร้างความประทับใจ ไม่อยากคิดมากกับสายตาเหล่านั้นแต่ทันทีที่เธอเดินลับตา เสียงซุบซิบก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นราวกับคลื่นกระทบฝั่ง“วันนี้ใส่ชุดเดียวกับในรูปเลยนะ แบบนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าใช่นางแน่ ๆ”“ชุดนี้คอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ L ด้วยนะ ซ้ำยากมาก”“ในรูป เพิ่งเดินออกมาจากโรงแรม ดูโทรมหน้าซีดมาก … สงสัยโดนไปหลายดอก ผู้ชายคงแรงดี”“งั้นข่าวลือที่ว่าไปแย่งผู้ชายเขามาก็คงจริงสิ หน้าตาก็ดีแท้ ๆ ไม่น่าคิดสั้นแบบนี้เลย เป็นอาจารย์เหมือนกันแท้ ๆ”“คนไม่มีศีลธรรมแบบนี้จะไปนับถือได้ยังไงล่ะ ถอนวิชาทันไหมเนี่ย”“อาจารย์ตฤณชาก็ดูภูมิฐานนะ อายุขนาดนั้นยังตกสาวเอ๊าะ ๆ อย่างนางได้อีก เก่งจริง ๆ”“ได้ยินมาว่าสองคนนี้เคยเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กันมาก่อนนะ แล้วดันปิ๊งกันเอง สุดท้ายผู้ชายก็ทิ้งเมียทิ้งลูกม

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 13

    แม้เครื่องปรับอากาศภายในห้องจะส่งไอเย็นฉ่ำเพียงใด แต่ในอกของวิภาพรกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจนจุกอกยามที่ต้องทอดสายตามองชายหญิงคู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองรักษาระยะห่างต่อกันด้วยท่าทีปั้นปึ่งราวกับคนไม่สนิทชิดเชื้อ แต่วิภาพรรู้ดีว่านั่นคือการแสดงที่ห่วยแตก รูปถ่ายและคลิปวิดีโอที่เธอไล่เช็กอย่างละเอียดเป็นหลักฐานชั้นดีว่าไม่มีการตัดต่อใดๆ และที่ตอกย้ำความจริงจนดิ้นไม่หลุด คือใบหน้าของ 'น้องแม็กซ์' ลูกชายของตฤณชาที่แวบเข้ามาในหัว...เด็กน้อยที่เธอเคยเห็นตอนตฤณชาพามาวิ่งเล่นที่คณะช่วงเย็นบ่อยครั้งวินาทีนั้น ความชื่นชมที่เคยมีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้มลายหายไปในพริบตา ชายหนุ่มที่เธอเคยประเมินไว้สูงลิ่ว ทั้งกิริยามารยาทที่ไร้ที่ติและความสามารถที่โดดเด่นจนมองเห็น อนาคตไกลเป็นถึงเก้าอี้ผู้บริหาร แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกลวงโลกส่วนหญิงสาวข้างกายที่เคยมีใบหน้าสะสวยน่าเอ็นดูจนเธอเคยนึกเมตตา ในวันนี้กลับเหลือเพียงหน้ากากที่ฉาบไว้ด้วยความเสแสร้ง แววตาที่เคยดูอ่อนโยนซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้กลับซ่อน 'ความอวดดี' และจองหองไว้อย่างปิดไม่มิด“สวัสด

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 12

    พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน“เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู“ดีกว่าที่คิดมากเลยค่ะพี่พัฒน์” แพทตอบกลับเสียงใส “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการตื่นมาทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิวนไปแบบนี้จะทำให้ใจเราเบาได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วจะโล่งสบายเหมือนยกภูเขาออกจากอกแบบนี้ แพทมาตั้งนานแล้วค่ะ”พิพัฒน์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเบนสายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรไปทางหญิงสาวอีกคน “แล้วพิมล่ะ... เป็นยังไงบ้าง?”พิมลดาคลี่ยิ้มจางๆ แต่มั่นคง “สบายใจขึ้นมากค่ะพี่พัฒน์ เรื่องที่เคยคิดไม่ตก ตอนนี้พิมเริ่มมองเห็นทางออกบ้างแล้ว ต่อไปนี้พิมจะตั้งสติ และทำชีวิตของพิมกับน้องแม็กซ์ให้ดีขึ้น...ขอบใจแพทมากนะที่มาเป็นเพื่อนพี่”“ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะพี่พิม แพทซะอีกที่ต้องขอบคุณพี่” แพทกุมมือพี่สาวไว้แน่น “การมาครั้งนี้ทำให้แพทใจเย็นลงเยอะเลย แพทชอบคำสอนที่พระท

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 11

    กว่าจะกล่อมให้พิมลดาหลับได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าตีหนึ่ง แพทค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากห้อง และปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจจะรบกวนการพักผ่อนอันเปราะบางของพี่สาวหน้าห้อง พิพัฒน์ พี่ชายคนโต ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใย“พิมเป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบถามเสียงเบา“ร้องไห้จนหลับไปแล้วค่ะ น่าจะเพราะเหนื่อยมาก” แพทตอบ สีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจเธอปะทุขึ้นอีกครั้ง“อีนังผู้หญิงนั่นมันแสบนัก ทำกับเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ลงคอ ทำทีเป็นล้อเล่น แต่จริง ๆ ตั้งใจแกล้งชัด ๆ ผู้หญิงด้วยกันดูออกค่ะ กระแดะซะไม่มี พ่อแม่ไม่สั่งสอน จิตใจทำด้วยอะไร กระทั่งเด็กก็ยังทำได้ลงคอ”พิพัฒน์ถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยปลอบน้องสาว“ใจเย็น ๆ แพท ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือช่วยพิมกับแม็กซ์ให้ผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ก่อน ส่วนมันกับผู้หญิงของมัน…สักวันต้องได้รับกรรมสนองแน่นอน คอยดูไปเถอะ”แพทกำมือแน่น ดวงตาแข็งกร้าว“แพทมีวิธีแก้แค้นให้พี่พิมค่ะ แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี มันทำเราเจ็บได้ เราก็ทำมันเจ็บได้เหมือนกัน”พิพัฒน์หันมามองน้องสาวอย่างจริงจัง“จะทำอะไรก็อย่าให้ก

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 10

    ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมาท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของค่ำคืนที่ดูสมบูรณ์แบบหญิงสาวดื่มด่ำกับความรู้สึกของความสำเร็จที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย คนรอบข้างต่างบอกว่าเธอทั้งเก่งและโชคดี เรียนหนังสือเก่ง ได้รับเลือกเป็นอาจารย์ ได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมดนี้…ชลิดารู้ดีว่า ส่วนหนึ่งมาจากผู้ชายที่เดินอยู่ข้างกายตั้งแต่วันแรกที่ได้พบตฤณชา ชีวิตของเธอก็เหมือนถูกเปิดประตูสู่ความรุ่งเรือง ทุกอย่างดูง่ายดาย ราบรื่น และได้มาโดยไม่ต้องดิ้นรน แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะมีเสียงหนึ่งคอยเตือนว่า เธอกำลังทำผิดศีลธรรม แย่งชิงสามีของผู้หญิงคนอื่น และทำลายครอบครัวของใครบางคนแต่สิ่งที่เธอได้รับตอบแทน กลับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆกรรมเวรอะไรนั่น…ชลิดาไม่สนใจขอเพียงเธอเป็นผู้ชนะ ได้ครอบครองทุกสิ่งดี ๆ ที่คนอื่นไม่มี เท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status