Partager

ชั่วช้าสามานย์
ชั่วช้าสามานย์
Auteur: เขียว_หวาน

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-01-12 12:14:09

ในความมืดของกลางคืน มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงและเสียงแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ พิมลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือหนึ่งก่ายหน้าผากราวกับแบกรับความหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ

ดวงตาคู่สวยบวมแดงจากการร้องไห้มาหลายคืนแล้ว…นับตั้งแต่ลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหลับสนิทในทุกค่ำคืน

หญิงสาวพลิกตัวไปด้านข้าง สายตามองไปยังร่างเล็ก ๆ ที่นอนขดอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยหลับลึกด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นซนตลอดวัน ใบหน้าไร้เดียงสานั้นกลับยิ่งบีบรัดหัวใจของผู้เป็นแม่ให้ปวดร้าวยิ่งกว่าเดิม

พิมลดาหลับตาลงช้า ๆ และความทรงจำก็ไหลย้อนกลับมาอย่างไม่อาจห้ามได้

วันนี้…เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับสามี

และเป็นวันที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต

ตฤณชา...สามีของเธอ...ยื่นคำขาดขอแยกทาง

ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผล

เขาบอกเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมเบื่อ”

ประโยคง่าย ๆ นั้นกลับทำลายโลกทั้งใบของเธอ

เขาบอกว่าเขาจะยังคง “จุนเจือ” เธอและลูกเหมือนเดิม

คำพูดนั้นทำให้พิมลดาอดหัวเราะอย่างขมขื่นไม่ได้ในใจ

              จุนเจืออย่างนั้นหรือ…

ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องพึ่งพาใคร

ก่อนแต่งงาน เธอเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างมั่นคง

หลังแต่งงาน เธอยังคงทำงานในบริษัท ดูแลบ้าน เลี้ยงลูกอย่างเต็มที่ และเป็นแรงสนับสนุนให้สามีในทุกย่างก้าว

โดยเฉพาะเมื่อเขาได้รับตำแหน่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังเมื่อปีที่แล้ว

พิมลดาเสียสละทุกอย่างเพื่อเขาและลูก เพียงเพราะอยากให้ครอบครัวนี้อบอุ่นและสมบูรณ์

ตฤณชาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

เธอแต่งงานกับเขาหลังจากคบหาดูใจกันมากว่าสองปี ด้วยศรัทธาในความดี ความสุภาพ และความเอาใจใส่ที่เขาเคยมอบให้

ก่อนแต่งงาน ทั้งสองตัดสินใจซื้อบ้านชานเมืองเพื่อเป็นหลักแหล่งในการสร้างครอบครัวร่วมกัน โดยตกลงกันว่าจะช่วยกันผ่อนคนละครึ่ง

ทว่า ภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และการดูแลทุกอย่าง กลับตกมาอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว ด้วยข้ออ้างว่าเขาไม่สะดวกให้หักบัญชี

พิมลดาไม่เคยปริปากบ่น

เธอคิดเสมอว่า นี่คือการสร้างครอบครัวร่วมกัน

สี่เดือนหลังแต่งงาน เธอพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้สองเดือน

การเดินทางจากบ้านไปทำงานเริ่มเป็นเรื่องยากลำบาก สามีจึงตัดสินใจสมัครเช่าหอพักของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสวัสดิการสำหรับอาจารย์

แม้จะเป็นเพียงห้องเช่าขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของทั้งคู่

พวกเขาจะกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์ และกลับมาหอพักอีกครั้งในวันอาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานในสัปดาห์ใหม่

ในวันนั้น พิมลดาไม่เคยคิดเลยว่า

บ้านหลังนี้

ครอบครัวนี้

และชีวิตคู่ที่เธอพยายามประคองไว้สุดกำลัง

จะกลายเป็นเพียงความทรงจำที่กำลังจะแตกสลาย

พิมลดาหลับตาแน่น น้ำตาไหลพรากอย่างห้ามไม่อยู่ ต่อให้พยายามกลั้นมากเพียงใด ความเจ็บปวดในใจก็ยังล้นทะลักออกมาผ่านดวงตาคู่แดงก่ำนั้น

เธอรู้ดี…

รู้ถึงสาเหตุที่สามีขอแยกทาง

เมื่อสัปดาห์ก่อน พี่ชายของเธอนัดพบและบอกข่าวร้ายที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัวใจ

เขาเห็นตฤณชา สามีของเธอ อยู่กับหญิงสาวอ่อนวัยคนหนึ่ง

ทั้งคู่เล่นโบว์ลิ่งด้วยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและท่าทางเป็นกันเองนั้นไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเกินเลยกว่าคำว่า “คนรู้จัก”

มือที่แตะต้องกันอย่างไม่เกรงใจสายตาใคร…ทำให้คำแก้ตัวใด ๆ หมดความหมายลงทันที

ทันทีที่ได้ยิน ใจของพิมลดาหล่นวูบราวกับถูกดึงลงเหวลึก

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยสังเกต

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง

ช่วงหลังมานี้ ตฤณชามักอ้างว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัดแทบทุกเสาร์อาทิตย์

ปล่อยให้เธออยู่กับลูกตามลำพัง

เขาเริ่มใช้น้ำหอม ใส่ใจการแต่งตัวมากกว่าที่เคย

แม้กระทั่งซื้อกางเกงในแบรนด์ดังใหม่หลายตัว ทั้งที่เขาเป็นคนประหยัดจนบางครั้งถึงขั้นเรียกได้ว่า ขี้เหนียว

สัญญาณเหล่านั้นเคยผ่านตาเธอมาแล้ว

แต่พิมลดาเลือกที่จะไม่คิด ไม่ถาม และไม่อยากเชื่อ

เธอรับปากพี่ชายว่าจะคุยกับสามีให้รู้เรื่อง

แต่หลังจากวันนั้น จิตใจของเธอกลับว้าวุ่นจนไม่อาจตั้งสติได้

เธอไม่เคยคิดเลยว่า คู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาหลายปีจะนอกใจ

และยิ่งไม่อาจหลอกตัวเองได้ว่า เธอไม่รู้สึกผิดกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

หลังมีลูก รูปร่างของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก

จากน้ำหนักหกสิบกิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมภายในสามปีหลังลูกชายหย่านม

ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันที่ไม่มีวันหยุด

ทำให้ความพยายามลดน้ำหนักของเธอกลายเป็นเพียงวงจรโยโย่

ลดได้ไม่นาน น้ำหนักก็เหวี่ยงกลับมาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

กลางวันเธอทำงาน

เย็นหลังเลิกงาน เธอรับช่วงเลี้ยงลูกต่อจากสามีที่ไปรับลูกจากโรงเรียนอนุบาลภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากร

เสาร์อาทิตย์ต้องดูแลลูกเพียงลำพัง ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาหายใจ

ไม่มีใครมาช่วยแตะมือแบ่งเบาภาระ แม้เพียงช่วงสั้น ๆ

พิมลดาคิดอะไรไม่ออก

สมองของเธอเหมือนหยุดทำงาน

ความกลัว ความเจ็บ และความรู้สึกไร้ค่าถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

เธอไม่รู้เลยว่าจะหาทางออกให้ชีวิตนี้อย่างไร

และยิ่งคิด…หัวใจก็ยิ่งจมดิ่ง

เพราะความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเธอ

คือการไม่จดทะเบียนสมรสกับเขา

ทั้งหมดนั้น…เกิดจากคำว่า ไว้ใจ เพียงคำเดียว

ในวันนี้...วันครบรอบแต่งงาน

หลังจากเขา เธอ และลูกน้อยนั่งรับประทานอาหารร่วมกันในร้านแถวบ้านอย่างพร้อมหน้า

ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า เขาขอแยกทางกับเธอ

เขาขอคงสถานะของเธอไว้เพียง แม่ของลูก เท่านั้น

ทั้งสามคนจะยังคงอยู่ร่วมกันต่อไปที่หอพักของมหาวิทยาลัยเพื่อรักษาหน้าตาของเขาไว้ในฐานะผู้บริหารคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย

แต่ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เขาขอมีเวลาอิสระไว้เป็นเวลาส่วนตัว

เมื่อเขาพูดจบ น้ำตาของพิมลดาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากปาก

เธอได้แต่มองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวดร้าวลึก

ในขณะที่เขากลับมองเมิน และคร่ำเคร่งกับการกดโทรศัพท์มือถืออ่านข้อความต่าง ๆ ราวกับไม่รู้สึกอะไร

ช่างเป็นผู้ชายที่จิตใจอำมหิตเสียจริง

ครั้งหนึ่ง ตอนที่เขายังเป็นเพียงอาจารย์ธรรมดา ไม่มีฐานะ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เขาเคยบอกกับเธอว่า

เรามาร่วมกันสร้างฐานะและครอบครัวไปด้วยกัน

แต่เมื่อวันนี้ เขาได้ดี เป็นผู้บริหาร เงินเดือนหลักแสน

กลับยังคงเอาเปรียบเธอเช่นเดิม

ทุกมื้ออาหารที่ทานร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูก เขายังคงปล่อยให้เธอเป็นผู้จ่าย

ทว่าเมื่ออยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขากลับกลายเป็นผู้ชายใจป้ำ พร้อมเปย์โดยไม่เคยลังเล ไม่ว่าราคาจะสูงเพียงใด

เมื่อวาน พิมลดาค้นเจอสลิปบัตรเครดิตของเขาในลิ้นชักโต๊ะภายในห้องนอน

สลิปที่บอกชัดว่า ชายหนุ่มใช้ช่วงเย็นที่อ้างว่าจะไปทำงานต่อ ไปพบหญิงสาวในสถานที่ใกล้มหาวิทยาลัย

ทั้งร้านเค้กชื่อดังในห้างเปิดใหม่ใจกลางแหล่งวัยรุ่น

ร้านปิ้งย่างยอดนิยม

มื้ออาหารราคาหลักพันที่เขาจ่ายอย่างสบายใจให้กับผู้หญิงคนอื่น

แต่กับเธอ…แม้ทานอาหารร่วมกันเพียงหลักห้าหรือหกร้อยบาท

เขาก็ยังให้เธอเป็นผู้ชำระเงินเสมอ

แม้กระทั่งค่าเหล้าเบียร์ของเขาเอง

และแน่นอน…แม้กระทั่งมื้ออาหารฉลองครบรอบแต่งงาน

เขาก็ยังปล่อยให้เธอเป็นคนจ่าย

พิมลดาได้แต่คิดในใจว่า เธอแต่งงานกับคน…หรือตัววรนุชกันแน่

หญิงสาวพยายามหลับตาลง บังคับให้ร่างกายได้พักผ่อน เพื่อจะได้มีกำลังลุกขึ้นสู้ในวันรุ่งขึ้น

แม้จะไม่รู้เลยว่า ชีวิตของเธอจากนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัด คือเธอต้องสู้สุดกำลัง…เพื่อลูกชาย

เด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใด ๆ กับการกระทำอันเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่

ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่เป็นระเบียบ

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงตีสาม พิมลดาจึงหลับลงได้ในที่สุด

ในขณะที่ภรรยากำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดภายในห้องนอนใหญ่

ตฤณชา...สามีของเธอ...กลับกำลังมีความสุขกับการสนทนาทางโทรศัพท์กับหญิงสาวอันเป็นที่รัก

อยู่ในห้องนอนเล็กที่เขาขอแยกตัวมานอน

หลังจากเอ่ยปากขอแยกทางกับภรรยาไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมื้อค่ำ

ในความคิดของตฤณชา

ตอนนี้เขามีตำแหน่ง มีฐานะ เป็นถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ผู้หญิงอย่างพิมลดา…ไม่เหมาะสมอีกต่อไปที่จะพาออกงาน

เธอทั้งอ้วน ทั้งจบการศึกษาเพียงระดับปริญญาตรี

ในแวดวงสังคมของเขา ผู้คนล้วนจบปริญญาเอกทั้งสิ้น

เขาเชื่อมั่นว่า ตนเองกำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่กำลังไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด

และจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันถดถอย

หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของมหาวิทยาลัย

เขาได้พบกับ ชลิดา นักศึกษาหญิงคนหนึ่งในวิชาที่เขาสอน

หญิงสาวมีใบหน้าสวย น่ารัก และดูดีมีชาติตระกูล

ตฤณชารู้มาว่า ครอบครัวของเธอทำธุรกิจหลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีตระกูลหนึ่ง

ในช่วงแรก เขาเพียงให้คำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนในคลาส

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชลิดาก็เริ่มขอช่องทางติดต่อส่วนตัว ด้วยข้ออ้างเรื่องการปรึกษาการเรียนและการศึกษาต่อในต่างประเทศ

โอกาสนั้นทำให้ชายหนุ่มได้นัดพบเธอเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง

จนในที่สุด ชลิดาก็ถามเขาอย่างจริงจังถึงสถานะส่วนตัว

ตฤณชาบอกกับเธอว่า เขาแยกทางกับภรรยาแล้ว และมีลูกชายหนึ่งคน

เขาเคยพาลูกชายมาให้หญิงสาวดูถึงสองครั้ง

ภาพลักษณ์ของชายผู้เป็นพ่อที่อุ้มลูกชายอย่างทะนุถนอม

สร้างความประทับใจให้ชลิดาไม่น้อย

และตฤณชาก็รู้ดีว่า ภาพของเขาที่อุ้มลูกเดินไปเดินมาในมหาวิทยาลัย

เป็นที่ชื่นชมของทั้งนักศึกษาและบุคลากร

ลูกชายตัวน้อยของเขาหน้าตาน่ารัก สดใสและยิ้มเก่ง เป็นตัวดึงดูดสายตา

และเป็นสะพานให้สาว ๆ เข้ามาใกล้

แม้กระทั่งเวลาที่เขาพาลูกไปเดินห้าง ก็มักมีพนักงานหญิงเข้ามาเล่นกับเด็กน้อย

เปิดโอกาสให้เขาหว่านเสน่ห์อย่างแนบเนียน

บางคนถึงกับให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เพื่อให้เขาติดต่อกลับ

และแน่นอน…สำหรับหญิงสาวที่หน้าตาดี รูปร่างดี

เขาก็ไม่ลังเลที่จะหาเวลาว่างโทรกลับไป

ชายหนุ่มส่งข้อความ ฝันดี ไปหาชลิดา นักศึกษาสาวที่เขากำลังติดพัน และตั้งใจจะคบหาอย่างจริงจัง

ในความคิดของเขา เธอเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง

หากพาเธอเดินเคียงข้างไปที่ใด ก็ย่อมเป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป

เขาในวัยสี่สิบสองปี แต่กลับสามารถมีแฟนสาววัยยี่สิบสอง วัยที่กำลังบานสะพรั่ง สดใส และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

วันพรุ่งนี้ เขาวางแผนจะไปคลินิกเสริมความงาม นวดหน้าให้ดูอ่อนวัยลงอีกสักหน่อย

ตำแหน่งและเงินเดือน รวมถึงเงินเบี้ยเลี้ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเป็นผู้บริหาร

ทำให้เขาสามารถใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย หลังจากต้องใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียรมาหลายปี

กับภรรยาคนนี้…

อ้อ..อดีตภรรยาคนนี้

ในความคิดของเขา

ถึงเวลาแล้ว

ถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของตัวเองเสียที

ตฤณชาหลับใหลไปพร้อมกับความฝันถึงชีวิตอันสมบูรณ์แบบ

ชีวิตที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง มีชลิดา...ว่าที่ภรรยาสาววัยละอ่อน ผู้เหมาะสมกับสถานะของเขา

และลูกชายตัวน้อยที่น่ารัก เป็นเครื่องประดับของความสำเร็จ

ทุกอย่างควรดำเนินไปตามแบบที่เขาเลือก และสมควรได้รับ

...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 22

    กระเป๋าสีขาวนวลรุ่นฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มสาว ๆ ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง ก่อนที่ชลิดาจะทิ้งตัวนั่งลงตามด้วยความหงุดหงิด“ไม่ยอมรับสายอีกแล้วนะ พี่ชา ดึกดื่นป่านนี้แล้วหายหัวไปไหนกัน อย่าให้ตามตัวได้นะ จะบ่นให้หูชาไปเลย”หญิงสาวบ่นด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด พลางกดสายโทรหาชายคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันนี้ทั้งวัน ชลิดาไม่สามารถติดต่อตฤณชาได้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก เธอหวังว่าจะได้พูดคุยกับชายหนุ่มให้หายคิดถึงและบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานซึ้ง แต่จนปานนี้ที่ใกล้จะหมดวันแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะรับสายหรือโทรกลับหาเธอเลยด้วยอารมณ์เงียบเหงาในเวลาที่คู่รักต่างไปออกเดต ฟังเพลง ดูหนังหรืออิงแอบกัน หญิงสาวเลือกเปิดอ่านแชตในกลุ่มเพื่อนกลุ่มต่าง ๆ ฆ่าเวลา เธอไม่มีอารมณ์จะอ่านหนังสือทบทวนหรือทำอะไรทั้งสิ้น ใจเอาแต่พะวงว่า ตอนนี้ ชายคนรักของเธออยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่“นังด้า แกรีบเปิดดูรูปนี้เร็ว!!!”หวาน เพื่อนทอมสาวห้าวตัวจี๊ดประจำกลุ่มส่งข้อความร้อนเข้าในแชตกลุ่มเพื่อนสนิท พร้อมส่งรูปหนึ่งรูป“ว้าย! ตายแล้ว นังด้า ผัวแกเดินร่อนควงสาวเอ๊าะ ๆ เข้าโรงแรม”“เชี่ยเอ๊ย อจ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 21

    ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมาในสนามบิน ชลิดาไม่อายที่จะกอดชายหนุ่มคนรักอย่างแนบแน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้เขาจากไปไม่รู้เลยว่า เธอและเขาจะต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าจะได้พบหน้ากันเช่นนี้อีกครั้งการมาเยี่ยมของเขาในครั้งนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความกังวลบางอย่างที่เขาเผลอแสดงออกมาเป็นระยะ ๆ“พี่ชามีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่าคะ…บอกด้าได้นะคะ ด้าอาจจะพอช่วยอะไรได้บ้าง”เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือความห่วงใยชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดูและตอบกลับเบา ๆ“ขอพี่ลองหาทางเองดูก่อนนะครับ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ พี่จะบอกด้าอีกที ขอบใจด้ามากที่เป็นห่วง”ชายหนุ่มก้มลงหอมขมับหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ“พี่จะหาเวลามาเยี่ยมด้าบ่อย ๆ นะ อยู่ทางนี้ ห้ามวอกแวก คิดถึงใจพี่บ้าง ทั้งรักทั้งหวงจนอยากเก็บด้าใส่กระเป๋าและพากลับไทยไปด้วยเลย”หญิงสาวย่นจมูกเล็กน้อยพลางสวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด“ใครจะกล้าวอกแวกล่ะคะ พี่ชานั่นแหละ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าด้ารู้ว่าแอบไปเดินหรือไปเดตกับสาวที่ไหนนะ…โดนด้าฉีกอกแน่”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างชอบใจก่

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 20

    คืนวันสิ้นปี ขณะที่ตฤณชากำลังนั่งร่วมโต๊ะฉลองอย่างเพลิดเพลินกับคนรักและกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้อความจาก “ตู้” เพื่อนสนิทถูกส่งเข้ามา พร้อมภาพข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้องแม็กซ์เมื่อเขากดเปิดดู สิ่งที่ปรากฏคือใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์...เอกสารที่พิมลดาเป็นคนพาลูกไปพบเพียงไล่อ่านไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกในอกของตฤณชาก็ปะทุขึ้นทันที ความโกรธแล่นพล่านจนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปให้ไกล เขาไม่เคยนึกเลยว่า “อ้อย” น้องสาวที่เขาไว้ใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกในยามที่งานรัดตัว จะทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ตฤณชารู้ดีว่าอ้อยเติบโตมาอย่างน่าสงสาร สมัยเรียนมัธยม พ่อของพวกเขามัวแต่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวจนแม่ต้องคอยตามจัดการไม่รู้จบ ขณะที่แม่เองก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกไปด้วย ชีวิตครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่มีใครมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพราะเหตุนี้ อ้อยจึงพลาดพลั้งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ต้องหยุดวุฒิการศึกษาไว้เพียงชั้นมัธยมต้น ทั้งที่กำลังจะจบ ม.6 แล้วด้วยซ้ำหลังจากคลอดลูกได้เพียงสองปี ชีวิตคู่ของเธอก็พังทลาย อดีตสามีหันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับภาระที่

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 19

    พิมลดาเดินออกจากห้องตรวจจิตแพทย์ หลังจากรับฟังคำอธิบายทั้งหมดจบลง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“หม่าม้า แม็กซ์เก่งไหม น้าแพทสอนพับกระดาษ แม็กซ์ทำเป็นรูปหมาได้ด้วย”พิมลดาฝืนปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มสดใส ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม“เก่งมากเลยค่ะลูก พวกเราหาหมอเสร็จแล้ว ไปหาของอร่อยกินกันดีไหม”เธอลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาน้องสาว พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เดินตามกันไป“น้องแม็กซ์เก่งมากเลยค่ะ แพทสอนครั้งเดียวก็พับตามได้แล้ว หลานน้าอัจฉริยะมาก ๆ”แพทหันไปหาหลานชายตัวน้อย พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มชื่นชมตลอดทั้งวัน น้องแม็กซ์ได้อยู่กับแม่และน้าอย่างมีความสุข เด็กน้อยวิ่งเล่น หัวเราะ โดยไร้ความกังวลใด ๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ โรงเรียนปิดยาวให้นักเรียนได้พักผ่อน ประกอบกับพิมลดาได้ลาออกจากงานประจำแล้ว หญิงสาวจึงตั้งใจจะใช้เวลานี้ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางแผนต่อยอดงานเสริมให้จริงจังมากขึ้นหลังกล่อมลูกน้อยหลับในช่วงบ่าย พิมลดาออกมานั่งพักนอกห้อง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูอี

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 18

    ชลิดาเดินกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต พรุ่งนี้ตฤณชาจะเดินทางมาถึง และเธอกับเขาจะได้ใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกันเสียทีเกือบห้าเดือนแล้วที่ทั้งสองต้องอยู่กันคนละประเทศ แม้จะพยายามวิดีโอคอลคุยกันแทบทุกวัน แต่ความต่างของเขตเวลาทำให้บทสนทนาแต่ละครั้งสั้นกว่าที่ใจต้องการเมื่อชลิดาต้องเข้าเรียน ตฤณชากำลังจะเข้านอนและเมื่อเขาเริ่มทำงาน เธอก็ต้องปิดไฟพักผ่อนมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราวหกโมงถึงหนึ่งทุ่มตามเวลาในประเทศไทย ที่ตฤณชาพอมีเวลาพูดคุยกับเธอ ก่อนที่ชลิดาจะต้องรีบไปเข้าเรียน และมีบางวันที่ชายหนุ่มติดงานยาวจนพลาดเวลาที่จะพูดคุยกันแม้จะห่างไกลกัน แต่เธอปรับตัวกับชีวิตต่างแดนได้รวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ส่วนหนึ่งเพราะตฤณชาได้จัดการหลายอย่างไว้ให้ล่วงหน้า ตั้งแต่หาคนไปรับที่สนามบิน ติดต่อคนรู้จักมาช่วยเรื่องลงทะเบียนเรียน ไปจนถึงช่วยจัดหาที่พักอย่างเรียบร้อยชีวิตในเมืองใหม่จึงราบรื่นกว่าที่เธอกังวลไว้มากเธอเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งคนไทยและเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองในต่างแดนค่ำคืนนั้น ชลิดานั่งมอ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 17

    ตฤณชามาถึงร้านอาหารช้ากว่าเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาให้เหตุผลว่าการประชุมเลิกสายและการจราจรติดขัดอย่างหนักเพ็ญนภาเพียงยิ้มบาง ๆ รับคำอธิบาย นั่งรออย่างสงบ แม้ในใจจะประเมินทุกท่าทีอย่างรอบคอบ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ลูกสาวของเธอเริ่มเสียเปรียบฝ่ายชายไปแล้ว จึงทำได้เพียงอดทน รอจังหวะที่เกมจะพลิกกลับมาอยู่ในมือบ้างระหว่างรับประทานอาหาร บทสนทนาดำเนินไปอย่างระมัดระวัง คำพูดหลายคำถูกเลือกใช้ด้วยความหมายแฝง ตฤณชารับปากว่า จะดูแลความเป็นอยู่ของชลิดาในต่างแดนอย่างเต็มที่ เขามีรุ่นพี่และคนรู้จักในเมืองที่เธอจะไปศึกษาต่อ และยืนยันว่าจะไปเยี่ยมเธอในช่วงเทศกาลสำคัญเมื่อมีโอกาสเพ็ญนภารับฟังอย่างพอใจ ก่อนจะฝากฝังเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกสาวหลายประเด็นจากนั้น เธอจึงค่อย ๆ เอ่ยข้อเสนอที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของชลิดาในช่วงที่ต้องไปต่างประเทศ เธอเห็นว่า การหมั้นหมายกันไว้ก่อนน่าจะช่วยยืนยันสถานะของทั้งสองฝ่าย และเมื่อชลิดาเรียนจบ เธอก็หวังว่าตฤณชาจะจัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยข้อเสนอนั้นทำให้ตฤณชาชะงักไปเล็กน้อยในใจเขาเริ่มลังเล เขาได้สิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์นี้ไปมากแล้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status