Share

บทที่ 5

last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-15 20:35:36

หลังจากเฉินซือหยางหารือข้อราชกิจกับเสด็จพ่อจนถึงยามโหย่ว[1] พอเดินออกจากตำหนักเฉียนชิงก็พบกับเหล่านางสนมที่มารอเข้าเฝ้า ทุกคนต่างผัดหน้าทาชาดกันมาแบบจัดหนักจัดเต็มยังกับจะมาเล่นละครงิ้วกันเสียเอง กลิ่นเครื่องหอมกำยานอบร่ำกันมาทั้งเนื้อทั้งตัวต่างคนก็ต่างกลิ่น คนนี้อบกลิ่นโม่ลี่ฮวา[2] คนนั้นอบกลิ่นอิงฮวา[3] คนโน้นเองก็อบกลิ่นเหมยกุ้ยฮวา[4] มีสารพัดกลิ่นราวกับยกหมู่มวลดอกไม้มาทั้งอุทยานหลวง กลิ่นเหม็นฉุนปะทะกันสารพัดกลิ่นแทบจะรมคนให้ตายได้ เฉินซือหยางได้กลิ่นคราแรกถึงกับหน้ามืดตาลาย เริ่มรู้สึกนับถือเสด็จพ่อจากก้นบึ้งของหัวใจที่พระองค์สามารถทนประทับอยู่กับสารพัดกลิ่นฉุนเหล่านี้ได้หลายปีดีดัก

“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ / พ่ะย่ะค่ะ”

บรรดาสนม นางกำนัล และขันทีแต่ละตำหนัก ซึ่งตอนแรกพูดจาเสียดสีกันต่างๆ นานา รีบสำรวมกิริยาท่าที ยืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบตามตำแหน่งยศศักดิ์ ค้อมกายถวายบังคมกันถ้วนหน้า เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดออกมาจากตำหนักเฉียนชิง

เฉินซือหยางเพียงพยักหน้ารับ เขาคร้านจะสนใจพวกชอบปีนป่ายขึ้นที่สูงเหล่านี้ แต่กลับถูกเสียงหวานเลี่ยนของหนึ่งในพวกที่เขาเอือมระอาเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน พร้อมๆ กับเงาร่างในชุดพิธีการสีม่วงดอกซวินอีเฉ่า[5] คลุมทับด้วยผ้าคลุมขนเตียวประดับมุกโมราหรูหรางดงามเดินเยื้องย่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา

“ช้าก่อนเพคะองค์รัชทายาท”

“เต๋อเฟย เรียกข้าไว้มีอะไรอย่างนั้นหรือ” เฉินซือหยางหรี่ตามองใบหน้างดงามพริ้งเพราราวดอกไห่ถังของ 'ซูโม่หลัน' ผู้ละม้ายคล้ายคลึงกับเสด็จแม่กุ้ยเฟยของเขาถึง 7 ส่วน และเจ้าตัวก็ใช้ใบหน้าที่คล้ายกันนี้ปีนป่ายจากตำแหน่งไฉเหรินเล็กๆ จนได้เป็นถึงเต๋อเฟย หนึ่งในสี่ราชชายาที่เสด็จพ่อโปรดปรานมากที่สุด เป็นรองเพียงแค่ 'หลี่ลู่เหลียน' ฮองเฮาเท่านั้น

“หม่อมฉันเข้าครัวทำขนมดอกกุ้ยมาถวายฝ่าบาทกับองค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ลองชิมดูสิเพคะว่าถูกปากหรือไม่” น้ำเสียงนุ่มนวลของเต๋อเฟยแฝงแววประจบเอาใจคนตัวเล็กตรงหน้าหลายส่วน มือเรียวเล็กราวกับลำเทียนรับกล่องไม้ไผ่สลักลายผีเสื้อเชยบุปผาจากนางกำนัลคนสนิทมายื่นให้องค์รัชทายาทด้วยตนเอง สีหน้าแลดูอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนมารดาผู้อารี

“เต๋อเฟยช่างมีน้ำพระทัย เราทราบซึ้งใจยิ่งนัก” เฉินซือหยางยื่นมือไปรับกล่องไม้ไผ่มาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่กลับไม่ระวังปล่อยให้หลุดมือตกกระแทกพื้น ทำเอาขนมดอกกุ้ยหล่นกระจัดกระจาย “อ่ะ! ขออภัย ช่วงนี้มือเราไม่ค่อยมีแรง ถือของหนักๆ แล้วมือไม้มักอ่อนเปลี้ยอยู่บ่อยครั้ง ขอเต๋อเฟยอย่าได้ถือสา”

“มะ… ไม่เป็นไรเพคะ ไว้หม่อมฉันจะทำมาถวายใหม่” ซูโม่หลันเม้มริมฝีปากแน่นดวงตารื้นคลอด้วยหยาดน้ำราวกับดอกสาลี่ต้องฝน ท่าทางดูอ่อนแอน่าสงสาร ถูกคนตรงหน้ารังแกก็ไม่กล้าแม้แต่จะออกปากตำหนิติเตียน ผิดกับฝ่ามือเรียวที่ลอบกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อถูกเด็กเมื่อวานซืนหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล

“ต้องรบกวนเต๋อเฟยแล้ว” เฉินซือหยางรับคำเสียงนิ่ง ฝ่าเท้าเล็กเหยียบย่ำขนมดอกกุ้ยที่น่าสงสารเหล่านั้นจนแหลกเละ ตอนเดินผ่านข้างกายซูโม่หลัน เขายังจงใจใช้น้ำเสียงกดต่ำให้ได้ยินเพียงแค่สองคน แต่ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กลับได้ยินด้วยเช่นกัน “อย่านึกนะว่ามีใบหน้าเหมือนเสด็จแม่แล้วเสด็จพ่อจะทรงโปรดปรานเจ้าด้วยใจจริง เพราะเจ้ามันก็เป็นได้แค่ตัวแทนเท่านั้น” เฉินซือหยางแสยะยิ้มมุมปากเย้ยหยัน เดินจากไปเมื่อหมดความสนใจ ปล่อยให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวต่างกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์เต๋อเฟยที่ชอบแส่หาเรื่องยื่นหน้าให้ผู้อื่นเหยียดหยามกันอย่างออกรสออกชาติ

“นึกว่ามีใบหน้าคล้ายมารดาเขา แล้วผู้อื่นจะยอมรับเจ้าเป็นมารดาหรืออย่างไร เฮอะ! ความคิดตื้นเขินเช่นนี้ใครเขาคิดกัน”

“นั่นสิๆ แล้วท่าทางอ่อนแอน่าสงสารเช่นนั้นแสดงให้ผู้ใดชมกันรึ ตัวเองยื่นหน้าร้อนๆ ไปแนบก้นเย็นๆ[6] ของผู้อื่นเองแท้ๆ นึกว่าคนอื่นเขาจะเห็นใจหรืออย่างไร”

“อย่างนี้แหละน่า ทำอะไรสิ้นคิด นึกว่าตัวเองเป็นที่โปรดปรานแล้วจะผยองอย่างไรก็ได้ ถูกคนเขาฉีกหน้ากลับมาก็สมควรแล้ว ทำอะไรไม่รู้จักคิด!”

ซูโม่หลันกำหมัดแน่นโทสะกลุ้มรุมสุมใจ ตวัดสายตาคมกริบจ้องมองพวกปากหอยปากปูที่ชอบนินทาคนอื่นลับหลังจนฝ่ายนั้นต่างพากันหลบสายตาเป็นทิวแถว

“ตัวเองไร้สามารถที่จะปีนป่ายให้ถึงยอดเขาสูง ก็อย่าเห็นว่าผู้อื่นไร้สามารถเหมือนพวกเจ้า โทษฐานที่พวกเจ้าบังอาจพูดจาดูหมิ่นข้าผู้เป็นเต๋อเฟย ข้าขอสั่งให้ทุกคนคุกเข่าสำนึกตนเป็นเวลาสามชั่วยาม หากไม่ถึงยามจื่อ[7] ห้ามผู้ใดไปไหนทั้งสิ้น” ซูโม่หลันสั่งเสียงกร้าวหน้าตาดุดันหยิ่งเผยอผิดกับเมื่อครู่นี้ลิบลับ เผยอำนาจของผู้เป็นเต๋อเฟยโดยไม่เกรงกลัวผู้ใด คนพวกนี้เห็นข้าทำตัวเป็นลูกพลับนิ่มปล่อยให้ผู้อื่นบีบเล่นแล้วตนเองคิดจะบีบเล่นบ้างหรือไร หึหึ น่าขัน!

“เต๋อเฟยเจ้ากล้ารึ!” เสียนเฟยหนึ่งในผู้เอ่ยวาจาส่อเสียดชี้หน้าซูโม่หลันตวาดลั่นเสียงดังด้วยความโมโห

“เหตุใดข้าจะไม่กล้า ข้ามีตำแหน่งสูงกว่าเจ้าครึ่งขั้น สูงศักดิ์กว่าผู้ใดในที่นี้ ข้ามีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะลงโทษผู้ใดก็ได้ หรือเจ้าคิดจะฝ่าฝืนคำสั่ง” ซูโม่หลันยิ้มหยันท้าทาย ยิ่งเสียนเฟยกล้างัดข้อกับนางได้ยิ่งดี ตนจะได้มีข้ออ้างเล่นงานเสียนเฟยหนักๆ รับรองเลยว่าคราวนี้อีกฝ่ายจะต้องมุดหัวอยู่แต่ในตำหนักไม่มีหน้าออกมาพบหน้าผู้คนอย่างน้อยก็เป็นเดือนแน่นอน

“เจ้า! นี่เจ้า...” เสียนเฟยถลึงตามองเต๋อเฟยอย่างเคียดแค้น ชี้หน้านังสารเลวอยู่เป็นนาน กำลังคิดอยู่ว่าจะเล่นงานซูโม่หลันกลับอย่างไรดี ก็ถูกหวังกงกงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ถวายบังคมเต๋อเฟยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้า... แล้วนี่มีเรื่องอันใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าทราบแล้ว อ้อ! เมื่อสักครู่ข้าพึ่งสั่งลงโทษพวกนางไป รบกวนหวังกงกงช่วยจัดการต่อทีนะ”

หวังกงกงเหลือบตามองบรรดาสนมชายาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เห็นเสียนเฟยบุตรสาวของเสนาบดีกรมโยธายืนหน้าตาเขียวคล้ำสีหน้าขึ้งเคียด ไหนจะหลิวเจาอี๋บุตรสาวรองเสนาบดีกรมขุนนาง ยังมีเหยียนเจี๋ยอวี๋บุตรสาวผู้ว่าการสามมณฑลอีก แต่ละคนเขาล่วงเกินได้ที่ไหนกัน!

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” หวังกงกงลอบปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนศีรษะค้อมกายรับคำสั่ง ผายมือเชิญเสด็จเต๋อเฟย ก่อนจะหันไปโบกมือเรียกองครักษ์ประจำตำหนักให้มาจัดการตามรับสั่ง ค่อยหันกายเดินตามเต๋อเฟยเข้าไปในห้องทรงพระอักษร

[1] ยามโหย่ว คือเวลา 17.00 น. ถึง 19.00 น.

[2] โม่ลี่ฮวา คือ ดอกมะลิ

[3] อิงฮวา คือ ดอกซากุระ

[4] เหมยกุ้ยฮวา คือ ดอกกุหลาบ

[5] ซวินอีเฉ่า คือ ดอกลาเวนเดอร์

[6] เป็นสำนวน หมายถึง คนผู้หนึ่งต้องการเข้าหาอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้นแต่กลับถูกอีกคนกลับเย็นชาใส่

[7] ยามจื่อ คือเวลา 23.00น. ถึง 01.00 น.
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 244

    ‘เปิดตำหนักลับฉบับวายป่วง’ สำนักข่าวเถียนเถียนรายงานสดจากตำหนักจินหลวน นักข่าวนิรนาม : “มีคนบ่นว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่เหมือนพระเอกจริงหรือไม่ขอรับ” สวีจิ้งเฟิ่ง : “ผู้ใดบอกให้นักเขียนผู้นั้นให้บทเด่นกับท่านพ่อมากเกินไปเล่า” สวีจิ้งเฟิ่งแบมืออย่างช่วยไม่ได้ นักเขียน : “C £ C

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 243

    "หยางหยาง! เจ้าไปไหน..." ไป่ชิงถงยังไม่ทันซักไซ้ไล่เลียง สวีจิ้งเฟิ่งก็ตรงดิ่งเข้าหาภรรยาด้วยความยินดี "ชีชี เจ้าอยู่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว มากับข้าเร็วเข้า" สวีจิ้งเฟิ่งอุ้มสวีชิงเทียนให้ท่านย่า จูงมือภรรยาออกไปท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของไป่ชิงถง "หยางหยางเจ้า

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 242

    "เจ้าชอบแบบนี้เองหรอกหรือ" สวีจิ้งเฟิ่งขยับกายเข้าออกเนิบช้า บดคว้านโพรงรักจนถ้วนทั่วสลับกับตอกตรึงหนักเน้นลึกจนถึงแก่น "เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อ...ย อ่ะ" ไป่ชิงถงส่ายหน้าไม่อยากจะยอมรับเลยว่าสวีจิ้งเฟิ่งทำแบบนี้เขายิ่งเสียวซ่านมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก "งั้นหรือ แล้วแบบนี้เล่า" สวีจิ

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 241

    "อย่าว่าลูก! จ้ำม่ำแบบนี้สิดี กอดแล้วนุ่มนิ่มจะตาย แล้วที่ว่าไม่เหมือนเจ้า ไม่เหมือนตรงไหน ดูผมนี่สิ หน้าก็เหมือนกันแทบจะถอดเค้ามาจากเจ้า มีแค่ตาสีมรกตคู่นี้ที่เหมือนข้า" ไป่ชิงถงประท้วง มองสามีตาเขียว ลูกเหมือนสวีจิ้งเฟิ่งขนาดนี้ เขาไม่เห็นจะว่าอะไรเลย แค่ชอบกินเหมือนเขานิดหน่อยทำมาเป็นโวยวาย

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 240

    ด้วยความเพียรพยายามมุมานะอุตสาหะกกไข่แทนภรรยาของสองพ่อลูกแซ่สวี ในที่สุดไข่ใบน้อยก็เริ่มกะเทาะเปลือกออกมาแล้ว "อีกนิด ลูกทำได้ เจาะเปลือกบนหัวออกก่อนแบบนั้นแหละ" เสียงพ่อลูกแซ่สวีให้กำลังใจลูกน้อยดังขึ้นเป็นระยะ ไม่นานหงส์ทองตัวน้อยกับมังกรเหมันต์ก็โผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมา ดวงตาใสแจ๋วสองคู่มองคนน

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 239

    "ไม่ค่อยดี" สวีเฟยหลงมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด "ข้าจะเข้าไปดูหน่อย" "หยางเอ๋อร์..." สวีเฟยหลงห้ามไม่ทัน ร่างสูงของบุตรชายหายเข้าไปในห้องเสียแล้ว "ท่านตาเสร็จหรือยัง ชีชีจะคลอดแล้วเหมือนกันนะ" "รอก่อน ข้าทำคลอดมารดาเจ้าอยู่ อย่ามาวุ่นวาย" หลินไท่หน้าซีด ถ่ายพลังให้หลินเส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status