ตรวนใจนายหัว

ตรวนใจนายหัว

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-12-06
Oleh:  theoneyouloveOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
11Bab
934Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

กานต์พยายามหนี แต่ยิ่งดิ้นรน ความต้องการของธนินกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นเสน่ห์อันดุดันของนายหัวหนุ่มทำให้เขาละลาย"ยิ่งดิ้น... ยิ่งผูกพัน ยิ่งห่าง... ยิ่งต้องการ ใจของนายหัวที่ร้อนแรง จะมัดเขาไว้ตลอดกาล

Lihat lebih banyak

Bab 1

เปิดตัวสู่ป่าใหญ่

 มิ่งเดินเคียงข้างกานต์ขณะที่พวกเขาเดินไปตามทางมืดที่มีไฟฉายส่องนำทาง ท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืนถูกปกคลุมไปด้วยดาวระยิบระยับที่ดูเหมือนจะส่องแสงระยิบระยับทั่วทั้งท้องฟ้า

"ดาววันนี้สวยจังนะครับคุณกานต์" มิ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสขณะเดินไปตามทางดินที่นำไปสู่บ้านพัก 

"พอดีว่าวันนี้อากาศดีมาก คุณอาจจะต้องรู้สึกดีขึ้นหน่อยนะครับ"

 กานต์ยิ้มเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขายังเต็มไปด้วยความคิดถึงและความรู้สึกที่ซับซ้อนจากค่ำคืนที่ผ่านมา 

"ครับ มิ่ง ดาวสวยจริง ๆ" เขาตอบเบา ๆ ขณะที่มองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว 

"แต่วันนี้ผมรู้สึกว่ามันจะสวยขึ้นมาก ถ้ามันไม่ได้มีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกซับซ้อน"

มิ่งหันมองกานต์ด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย "มีอะไรหรือเปล่าครับ? ดูเหมือนว่าคุณกานต์จะไม่ค่อยสดใสนัก"

มิ่งถามด้วยความสงสัย ขณะเดินไปยังประตูบ้านที่เปิดกว้าง "คิดถึงบ้านเหรอครับคุณกานต์? เคยอยู่แต่ในเมืองใหญ่ ต้องมาทำงานอยู่กลางป่าอย่างนี้คงเหงาน่าดู"

กานต์หันไปมองมิ่้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคิดถึง "ใช่ครับ มิ่ง ตอนแรกมันก็ดูแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น แต่บางครั้งผมก็คิดถึงความสะดวกสบายและความคุ้นเคยของเมืองใหญ่"

มิ่งยิ้มบาง ๆ และพยักหน้า "ผมเข้าใจครับ แต่ยังไงก็ตาม ถ้าคุณรู้สึกว่าอะไรที่ขาดหายไปหรือไม่สบายใจ ก็อย่าลืมบอกให้เรารู้ เราจะพยายามทำให้ที่นี่เป็นที่ที่คุณรู้สึกสบายใจได้มากที่สุด"

“พรุ่งนี้สินะที่มิ่งบอกว่านายหัวจะกลับมา” กานต์พูดกับมิ่งด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะมีความคาดหวังซ่อนอยู่ เขาหันไปมองบ้านพักที่ตนเองพักอยู่ รู้สึกถึงความรู้สึกหลากหลายที่ก่อตัวขึ้นในใจ

มิ่งพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า “ใช่ครับ นายหัวธนินจะกลับมาพรุ่งนี้ หลังจากที่ไปดูแลเรื่องต่าง ๆ ที่เมืองใหญ่ เขาจะมาที่นี่เพื่อตรวจงานและพูดคุยกับเรา”

กานต์รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ปะปนไปกับความวิตกกังวล 

มิ่งยังจำได้ดีถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเมื่อกานต์เดินเข้ามาที่ปางไม้เป็นครั้งแรก เสียงพูดคุยและกระซิบกันดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณ คนงานแต่ละคนที่เคยชินกับภาพของผู้จัดการที่มีรูปร่างบึกบึนและแข็งแรง ตอนนี้ต้องมาพบกับผู้จัดการคนใหม่ที่มีร่างเล็กบอบบาง ผิวขาวละเอียดและหน้าตาหล่อเหลาแบบที่ดูสะอาดสะอ้าน

ทุกคนในปางต่างเฝ้ามองกานต์ด้วยความสงสัยและความประหลาดใจ บางคนถึงกับพูดคุยกันว่า “ผู้จัดการคนใหม่หล่อจริง ๆ แต่จะทำงานได้ดีแค่ไหนกันนะ?”

มิ่งก็ไม่ต่างจากคนอื่น เขามองกานต์อย่างสงสัยในใจ เขายังคิดว่า “คนแบบนี้จะทนกับงานหนัก ๆ และสภาพแวดล้อมในป่าลึกได้จริงหรือ? จะสามารถทำงานได้ดีอย่างที่เราคาดหวังหรือไม่?”

ในช่วงแรกที่กานต์เข้ามาในปาง ทุกคนต่างรอดูว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับชีวิตในป่าที่เต็มไปด้วยความท้าทายได้อย่างไร แต่แม้จะมีความสงสัยและคำถามมากมายในใจของพวกเขา ความอดทนและความมุ่งมั่นที่กานต์แสดงออกก็เริ่มทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนความคิด

กานต์ไม่เพียงแค่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับปางไม้ การทำงานที่เข้มงวดและการจัดการที่ดีของเขาทำให้ทุกคนเริ่มเห็นคุณค่าของเขาอย่างแท้จริง แม้จะมีการพูดถึงในตอนแรก แต่ความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นว่ากานต์เป็นผู้จัดการที่สมควรได้รับความไว้วางใจและความเคารพจากทุกคน

..............................................................................

กานต์นั่งอยู่บนเตียงในห้องพัก มองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ให้รับแสงจันทร์ เขาหวนคิดถึงอดีตที่ยังคงฝังแน่นในความทรงจำ

"พ่อกับแม่บังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง..." เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขามีแววเจ็บปวดแฝงอยู่

ในความทรงจำของเขา ความกดดันที่มาพร้อมกับการถูกบังคับให้แต่งงาน กลายเป็นความฝันที่แตกสลาย เขาไม่เคยอยากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่พ่อแม่วางแผนให้เขา เขาต้องการอิสรภาพและเลือกเส้นทางของตัวเอง

"ตอนที่เห็นประกาศหางานที่นี่..." เขายิ้มเหยียดตัวเอง "ที่ที่ห่างไกลและน่าจะไม่มีใครตามพบ... ผมตัดสินใจหนีออกมาและซ่อนตัวในป่าลึก"

ความรู้สึกของการหนีไปยังที่ห่างไกลไม่ใช่แค่การหลีกหนีจากการแต่งงานที่ไม่ต้องการ แต่ยังเป็นการตัดขาดจากทุกสิ่งที่เขาเคยรู้จัก เขาให้คำมั่นว่าจะใช้ชีวิตที่นี่อย่างเป็นอิสระ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ

เขาเอนตัวลงบนเตียง มองไปยังเพดานและลมหายใจของเขาค่อย ๆ สงบลง "ตอนนี้ที่นี่ อาจจะเป็นที่ที่ผมจะเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นชีวิตที่เป็นของผมจริง ๆ"

ในขณะที่เขาหลับตาและคิดถึงสิ่งที่ผ่านไป เขาเริ่มรู้สึกถึงความสบายใจที่เริ่มจะเกิดขึ้นในชีวิตใหม่ของเขา แม้จะมีความเจ็บปวดและการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เขาก็รู้ว่าการที่เขาได้มาอยู่ที่นี่นั้นเป็นการเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา

...................................................................

 ธนินก้าวลงจากรถจี๊บเปิดประทุน ดวงตาคมหลังแว่นกันแดดดำเข้มมองตรงไปยังกลุ่มคนงานที่ยืนรออยู่หน้าสำนักงานของปางไม้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อสีเขียวมะกอกที่ติดกระดุมต่ำเผยให้เห็นอกกว้างแข็งแรง และผิวแทนที่บอกถึงความคุ้นเคยกับงานหนักกลางแจ้ง คนงานทุกคนยืนตัวตรง พูดคุยกันเสียงเบาๆ เมื่อเห็นนายหัวมาถึง

 กานต์ที่ยืนอยู่ท้ายแถวสุด รู้สึกไม่สบายใจ ร่างเล็กบอบบางของเขาดูแปลกแยกไปจากคนอื่นๆ มาก ทั้งรูปร่างและผิวขาวละเอียด ทำให้เขาโดดเด่นออกมาจากเหล่าคนงานทั้งหลาย

กานต์มองนายหัวธนินที่ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกที่เก็บไม่อยู่ เผลอกลืนน้ำลาย มองอย่างไม่อาจละสายตาได้ 

“ทำไมหล่อเข้มได้ขนาดนี้” เขาคิดในใจ

 ทันใดนั้น สายตาของธนินหันมาเจอเขา ธนินหยุดยืนนิ่ง พลางถอดแว่นกันแดดออก สายตาคมกริบของนายหัวสบกับดวงตาของกานต์เพียงชั่วขณะ กานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้หัวใจเต้นแรง

มิ่งเดินเข้ามาใกล้ธนิน พลางเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงนอบน้อม 

"นายหัวครับ นี่คุณกานต์ ผู้จัดการคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่ออาทิตย์ก่อนครับ"

ธนินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาหา กานต์รู้สึกเหมือนตัวเองถูกตรึงอยู่กับที่ ทั้งๆ ที่ขาทั้งสองข้างแทบสั่น ความสูงใหญ่และท่าทีสง่างามของธนินทำให้เขารู้สึกตัวเล็กลงไปทันที

“คุณคือผู้จัดการใหม่?” เสียงทุ้มของธนินดังขึ้น ขณะที่เขายืนจ้องกานต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและสำรวจ

กานต์พยักหน้าเบาๆ “ครับ ผม... กานต์”

ธนินยิ้มมุมปากเล็กๆ ดวงตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานของกานต์ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแฝงนัย 

“ยินดีต้อนรับนะ... กานต์”

ธนินหันไปมองกานต์อีกครั้ง สายตาคมใต้แว่นตาดำจ้องมองใบหน้าของหนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา ใบหน้าของกานต์ที่สะอาดสะอ้านและดูหล่อหวาน ชวนให้คนที่เห็นรู้สึกสะดุดตา ธนินยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเข้มทุ้ม

"หวังว่าคุณจะทำงานที่นี่ได้นานนะ" เขากล่าวเบาๆ แต่แฝงด้วยความนัยบางอย่าง

กานต์ "ครับ นายหัว"

แม้จะพยายามทำตัวนิ่ง แต่เขารู้สึกถึงความตึงเครียดบางอย่างจากการสบตาธนิน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นภายในจากการเผชิญหน้าครั้งแรกกับชายผู้เป็นนายของเขา

     

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
11 Bab
เปิดตัวสู่ป่าใหญ่
มิ่งเดินเคียงข้างกานต์ขณะที่พวกเขาเดินไปตามทางมืดที่มีไฟฉายส่องนำทาง ท้องฟ้าสีดำยามค่ำคืนถูกปกคลุมไปด้วยดาวระยิบระยับที่ดูเหมือนจะส่องแสงระยิบระยับทั่วทั้งท้องฟ้า"ดาววันนี้สวยจังนะครับคุณกานต์" มิ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสขณะเดินไปตามทางดินที่นำไปสู่บ้านพัก "พอดีว่าวันนี้อากาศดีมาก คุณอาจจะต้องรู้สึกดีขึ้นหน่อยนะครับ" กานต์ยิ้มเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขายังเต็มไปด้วยความคิดถึงและความรู้สึกที่ซับซ้อนจากค่ำคืนที่ผ่านมา "ครับ มิ่ง ดาวสวยจริง ๆ" เขาตอบเบา ๆ ขณะที่มองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว "แต่วันนี้ผมรู้สึกว่ามันจะสวยขึ้นมาก ถ้ามันไม่ได้มีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกซับซ้อน"มิ่งหันมองกานต์ด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย "มีอะไรหรือเปล่าครับ? ดูเหมือนว่าคุณกานต์จะไม่ค่อยสดใสนัก"มิ่งถามด้วยความสงสัย ขณะเดินไปยังประตูบ้านที่เปิดกว้าง "คิดถึงบ้านเหรอครับคุณกานต์? เคยอยู่แต่ในเมืองใหญ่ ต้องมาทำงานอยู่กลางป่าอย่างนี้คงเหงาน่าดู"กานต์หันไปมองมิ่้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคิดถึง "ใช่ครับ มิ่ง ตอนแรกมันก็ดูแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น แต่บางครั้งผมก็คิดถึงความสะดวกสบายและความคุ้นเคยของเมืองใหญ่"มิ่งย
Baca selengkapnya
นายหัวครับ
ลุงอุ้ยเอ่ยขึ้นหลังจากที่ธนินหันกลับไปสนใจคนงานคนอื่น "นายหัวว่าให้คุณกานต์พักที่เรือนหลังใหญ่ครับ" เสียงของลุงอุ้ยนั้นแผ่วเบา แต่ชัดเจน กานต์หันมองลุงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย"เรือนใหญ่ที่นายหัวพักอยู่?" กานต์ถามซ้ำ รู้สึกแปลกใจกับการจัดที่พักให้เขา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดูเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมาก ลุงอุ้ยพยักหน้า "ใช่ครับ ที่นั่นเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คน นายหัวไม่ชอบให้ใครเข้าออกเรือนนั้นมากนัก จะมีแค่ป้าพิไลที่มาทำอาหารกับทำความสะอาดตามเวลา แล้วก็ไม่ได้พักที่นั่นหรอกครับ แค่เข้ามาทำงานแล้วก็กลับไป"กานต์ฟังแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศที่เงียบสงัดของสถานที่นั้น เขาพยายามทำใจรับสถานการณ์ แต่ในใจก็ยังคงรู้สึกประหม่า ความเงียบของเรือนใหญ่ดูจะเป็นความเงียบที่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่"ผมต้องอยู่คนเดียวเหรอครับ?" กานต์ถามเสียงเบาลุงอุ้ยหัวเราะเล็กน้อย "ใช่ครับ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก คุณกานต์ เดี๋ยวก็ชินไปเอง" หลังเรือนใหญ่ที่กานต์กำลังจะย้ายเข้าไปพักเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยดอกไม้นานาพรรณ สีสันสดใสและกลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แม้เรือนจะตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน แต่สว
Baca selengkapnya
หนุ่มร่างบางหน้าสวยบาดเจ็บ
ในช่วงบ่ายอันร้อนระอุ กานต์นั่งทำงานอยู่ในสำนักงานไม้ที่ปาง ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรและเสียงคนงานที่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ทันใดนั้น เสียงทะเลาะวิวาทจากข้างนอกก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กานต์ต้องลุกขึ้นและเดินไปดูสถานการณ์ เมื่อกานต์มาถึงจุดเกิดเหตุ เขาเห็นคนงานสองกลุ่มกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง ท่าทางดุดันและสีหน้าที่เคร่งเครียดของพวกเขาทำให้กานต์รู้สึกกังวล กานต์พยายามเข้าไปห้ามปรามและพูดให้ทุกคนสงบลง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่มีผลกับใครเลย ต่างคนต่างหน้ามืดไม่ยอมฟังเสียงของกานต์ ในจังหวะที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้น หนึ่งในคนงานก็พลาดไปผลักกานต์จนกระเด็นไปไกล เขาล้มลงกับพื้นอย่างแรง ขาแพลงและรู้สึกเจ็บปวดแผ่ซ่านจนแทบยืนขึ้นไม่ไหว เสียงร้องด้วยความเจ็บของกานต์ถูกกลบด้วยเสียงทะเลาะที่ยังไม่สิ้นสุด คนงานบางคนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามเข้ามาช่วย แต่ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว กานต์นอนอยู่กับพื้น หายใจแรงด้วยความเจ็บปวด ขณะที่สถานการณ์รอบตัวเขาเริ่มค่อยๆ สงบลง มิ่งและลุงอุ้ยเห็นเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นจากระยะไกล ทั้งสองรีบเร่งฝีเท้าพร้อมกับคนงานอีกกลุ่มหนึ่งที
Baca selengkapnya
นายหัวแสนเย็นชาแต่ขี้อ่อย
ธนินเดินตามมาที่บ้านใหญ่ ใจเขาเต้นรัวเมื่อเห็นกานต์อยู่บนบันได ขึ้นไปด้วยท่าทางไม่มั่นคง เขาเห็นกานต์เก้ๆ กังๆ พยายามปีนบันไดอย่างยากลำบากและยังต้องอาศัยไม้เท้าช่วยพยุงตัวเองธนินรีบก้าวไปข้างหน้าและตรงเข้าไปหากานต์ โดยไม่รอให้เขาเห็นหรือขออนุญาต เขาจับไม้เท้าแล้วดึงกานต์เข้าไปในอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็วและอ่อนโยน“ให้ผมช่วยคุณ” ธนินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและแรงดึงดูดที่เขาไม่สามารถปกปิดได้ ธนินในสภาพเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยสักอันทรงพลัง ผิวแทนเข้มขับให้รอยสักยิ่งโดดเด่น เขาสวมเพียงกางเกงแพรตัวหลวม ตวัดแขนแข็งแรงรอบร่างบอบบางของกานต์ที่ขาแพลงโดยไม่พูดอะไร กานต์ที่ถูกยกร่างอย่างไม่ทันตั้งตัวรู้สึกกระดากใจและอายอย่างบอกไม่ถูก หน้าเขาแดงระเรื่อ ขณะที่พยายามข่มความรู้สึกอึดอัดในใจ ธนินอุ้มกานต์เดินตรงไปยังห้องนอนอย่างมั่นคง ราวกับน้ำหนักของกานต์เป็นเพียงขนนก กานต์หลบสายตาไม่กล้ามองตรงไปยังแผงอกของธนิน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความร้อนจากร่างกายที่แนบชิดได้ หัวใจของเขาเต้นระรัว ขณะถูกธนินพาเข้าไปในห้อง รู้สึกสับสนระหว่างความกลัวและความหวั่นไหวที่ปะทุขึ้
Baca selengkapnya
ดูแลไม่ห่าง
ธนินมองกานต์ที่นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากฤทธิ์ของไข้และยา เขานั่งลงข้างเตียงอย่างระมัดระวัง ถอนหายใจยาวๆ พร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะบรรยายการสัมผัสของเขาที่ผ่านมาทำให้เขารู้สึกถึงความร้อนแรงและความรู้สึกที่คับข้องใจ แต่เมื่อเห็นกานต์หลับไปอย่างสงบ ธนินรู้สึกได้ถึงความโล่งใจ แม้จะยังคงรู้สึกถึงความตึงเครียดที่เขาพยายามจะควบคุม แต่ในที่สุดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้กานต์รู้สึกดีขึ้นและปลอดภัยเขาพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นไปยังโต๊ะข้างเตียงหยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดเบาๆ ที่หน้าผากของกานต์ เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย จากนั้นเขานั่งลงอีกครั้ง มองดูใบหน้าของกานต์ที่ตอนนี้สงบและผ่อนคลายธนินรู้สึกว่าการจัดการกับอารมณ์ของเขานั้นยากมากเพียงใด แต่การเห็นกานต์นอนหลับอย่างสงบทำให้เขารู้สึกได้ถึงความสงบและความพึงพอใจในระดับหนึ่ง เขารู้ว่าตัวเขาเกือบจะสูญเสียการควบคุม แต่เขาก็พยายามเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้งเขายิ้มให้กับตัวเองเล็กน้อยเมื่อมองดูร่างกายของกานต์ที่นอนอยู่ในสภาพที่สงบ ในที่สุดก็ทำให้เขาสามารถปล่อยความรู้สึกทั้งหมดไปได้ชั่วคราว ป้าพิไลถือถาดอาหารเดินเข้ามาในห้องอย่
Baca selengkapnya
นายหัวจะทนไม่ไหวแล้วนะ
ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว กานต์ฟื้นตัวจนหายดี คืนนี้เป็นคืนพิเศษที่มีงานเลี้ยงวันเกิดของมิ่งที่จัดขึ้นที่สำนักงาน คนงานมากมายต่างพากันมาเข้าร่วมงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ร้องเพลง และการดื่มกินรอบกองไฟมิ่งนั่งชิดกับกานต์ หัวเราะพูดคุยและดื่มอย่างไม่ขาดสาย เสียงเพลงและเสียงหัวเราะของพวกเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้น บางคนกลับไม่รู้สึกสนุกไปด้วย ธนินยืนมองภาพนั้นจากที่ห่างออกมา ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา เขามองเห็นมิ่งที่นั่งใกล้ชิดกับกานต์มากเกินไป และท่าทางที่เป็นกันเองระหว่างพวกเขาทำให้เขารู้สึกไม่พอใจนายหัวลมออกหูแล้ว ความอิจฉาและความโกรธที่ถูกกักเก็บมานานเริ่มปะทุขึ้นในใจของเขา เขาไม่สามารถทนดูภาพนั้นได้อีกต่อไป ความคิดก็แล่นเข้ามาในหัวทันที “คงต้องรีบรวบหัวรวบหางซะแล้วสินะ” เขาคิดในใจ รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่มิ่งจะคิดไม่ซื่อกับกานต์ ความใกล้ชิดและการหยอกล้อกันระหว่างมิ่งและกานต์ทำให้ธนินรู้สึกไม่สบายใจ เขารู้ดีว่าตัวเองจะต้องลงมือก่อนที่อะไรจะเกินควบคุมไปมากกว่านี้ และแล้วภาพต่อไป กานต์ที่เริ่มเมาได้ที่ คุย
Baca selengkapnya
นายหัวอย่าครับ
ธนินยืนอยู่ใต้ฝักบัวขนาดใหญ่ น้ำไหลลงมาที่แผงอกกว้าง ร่างสูงใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง ผิวสีแทนเป็นประกายเมื่อสะท้อนแสงจากน้ำ สายน้ำที่ไหลลงมาตามแนวกล้ามเนื้อของเขา คลึงเคล้าไปตามแผงอกที่กว้างและรอยสักที่ประดับอยู่บนร่างกายของเขา การเคลื่อนไหวของน้ำกระทบเส้นกล้ามเนื้อที่ชัดเจนและกระชับทำให้แต่ละลอนของน้ำไหลลงไปตามร่างกายเขาดูเซ็กซี่อย่างยิ่ง น้ำเย็นที่ไหลลงมาจากฝักบัวทำให้ผิวเขาเปล่งประกายและสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน กล้ามท้องของเขาเป็นแนวลอนชัดเจน บ่งบอกถึงความแข็งแรงและความเพรียวบาง ธนินยกมือขึ้นเช็ดน้ำจากใบหน้าและเสยผมออกจากหน้าผาก น้ำไหลจากเส้นผมไปตามลำคอและตกลงบนแผงอก การเคลื่อนไหวนี้ทำให้รู้สึกถึงความร้อนที่ยังคงอยู่ในตัวเขา แม้ว่าจะมีน้ำเย็นกระทบก็ตาม เขาเสยผมของตัวเองที่ยังเปียกชื้น น้ำที่ไหลลงมาทำให้ผมของเขาติดกับใบหน้าและคอ ปล่อยให้หยดน้ำไหลลงมาตามใบหน้าและคอ ทำให้ผิวของเขาดูเย้ายวนใจ ดวงตาของเขาเป็นประกาย สื่อถึงความอดกลั้นและความร้อนแรงที่ยังไม่สามารถระบายออกมาได้ ชายหนุ่มพยายามควบคุมตัวเอง รู้สึกถึงความต้องการที่รุนแรง……………………………………………
Baca selengkapnya
รสหวานติดลิ้น
หลังจากคืนนั้นที่กระท่อม ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในตัวกานต์ เขารู้สึกหวั่นไหวทุกครั้งที่เห็นธนิน ไม่ว่าจะเป็นแค่ภาพท่อนบนเปลือยเปล่าที่โชว์แผงอกแข็งแรง กล้ามเนื้อที่ขยับเคลื่อนตัวตามจังหวะการหายใจ รอยสักขนาดใหญ่บนผิวสีแทนที่ดูมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งเหล่านี้ตามหลอกหลอนจิตใจของกานต์อยู่เรื่อยมา แม้เขาจะพยายามหนีความรู้สึกนั้น แต่มันกลับชัดเจนมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดธนิน วันนี้ก็เช่นกัน ธนินใช้หน้าที่เป็นข้ออ้างบังคับให้กานต์มาด้วย ทั้งสองนั่งอยู่ในรถจี๊บเปิดประทุนที่ขับลัดเลาะไปตามทางป่ากว้าง เสียงเครื่องยนต์ดังกลบความเงียบระหว่างทั้งคู่ แต่กานต์ไม่สามารถหยุดความคิดวุ่นวายในหัวได้ ทุกครั้งที่ธนินหันมา หรือแม้แต่ขยับตัวเพียงเล็กน้อย กานต์ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองแผงอกกว้างที่ดูแข็งแกร่ง อยู่ๆ ธนินก็ตัดสินใจจอดรถกลางป่าโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ กานต์รู้สึกหัวใจเต้นระรัว มือที่จับกันไว้บนตักอยู่นั้นสั่นเล็กน้อย เขาพยายามหาคำถามเพื่อเติมเต็มความเงียบ แต่เสียงของตัวเองกลับแผ่วเบาอย่างน่าตกใจ“ทำไม... ทำไมคุณจอดรถตรงนี้?” กานต์ถามออกไป น้ำเสียงสั่นน้อยๆธนินไม่ได้ตอบในทันที เขาหันมามองกาน
Baca selengkapnya
รอยที่แสดงความเป็นเจ้าของ
เมื่อธนินมาส่งกานต์ที่สำนักงาน ความเงียบแผ่ปกคลุมในรถ ทั้งที่ภายนอกดูเหมือนสงบ แต่ภายในใจของกานต์กลับยังร้อนรุ่มไม่หาย ความทรงจำจากบทรักเอาแต่ใจของธนินที่เพิ่งผ่านไปยังคงก้องในหัวของเขา ร่างกายเขายังรู้สึกถึงสัมผัสที่รุนแรงและทิ้งร่องรอยแห่งความปรารถนาไว้ กานต์หันหน้าหลบสายตาของธนินที่มองมา รู้สึกอับอายและไม่กล้าเงยหน้าขึ้น แม้ในใจจะยังสั่นไหวและคิดวนเวียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขากัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ พลางพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แต่ความร้อนผ่าวในร่างยังไม่จางหาย ธนินเหลือบมองกานต์ที่นั่งข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มบางที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ เขารู้ดีว่ากานต์ยังสั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ราวกับรอยจูบและสัมผัสที่เขามอบให้ยังคงอยู่กับกานต์อย่างชัดเจนใบหน้าของกานต์ที่ยังไม่หายจากความร้อนรุ่มและความกระตือรือร้นจากบทรักที่พวกเขามีร่วมกัน เขารู้สึกอิ่มเอมและพอใจจากการครอบครอง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังไม่รู้สึกถึงความพอใจที่เต็มที่ ธนินมองกานต์ด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะเอื้อมมือมาปลดล็อกประตูฝั่งกานต์ ท่าทางของเขาดูอ้อยอิ่งเหมือนจะอยากยื้อเวลาช่วงนี้ให้นานขึ้น กานต์เบือนหน้าหนีหลบสา
Baca selengkapnya
คุณหมอคนหล่อ
กานต์ลืมตาขึ้นในตอนสายของอีกวัน แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านบางๆ เข้ามาในห้อง เขารู้สึกถึงความเมื่อยล้าและเจ็บแปลบในบางส่วนของร่างกาย แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขาก็หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "ดีนะที่วันนี้เป็นวันหยุด" กานต์พึมพำเบาๆเขาพยายามลุกขึ้นจากเตียง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนล้าจากคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ธนินทำให้เขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน กานต์ยังรู้สึกถึงสัมผัสรุนแรงที่ธนินฝากไว้ในทุกส่วนของร่างกาย เขาถอนหายใจเบาๆ พยายามเรียกสติกลับมาและจัดการตัวเองให้พร้อมสำหรับวันใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วกานต์เดินไปเข้าห้องน้ำ ตาลุกวาวทันทีเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก รอยจ้ำแดงๆ กระจายไปทั่วร่างขาวเนียนของเขา สัญลักษณ์ที่ธนินฝากไว้ด้วยแรงดูดรุนแรงนั้นยังคงชัดเจนใบหน้าของกานต์บึ้งตึงทันที “ไอ้บ้าธนิน...” เขาคิดในใจอย่างหงุดหงิด หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นร่องรอยที่เต็มไปทั่วตัว ราวกับเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของกานต์ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "แล้วจะหาเสื้อผ้าอะไรมาใส่เนี่ย..." เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มมองหาวิธีปกปิดร่องรอยเหล่านั้น แม้จะรู้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่จะซ่อนมันทั้งหมดจ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status