แชร์

- 2 - เปลี่ยนใจเฟยหลง

ผู้เขียน: ได้โปรดปลื้ม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-26 12:26:11

อาภรณ์สำหรับออกนอกวังถูกสวมใส่ให้เสิ่นลู่ถิงอย่างระมัดระวัง เหล่านางในช่วยกันประทินโฉมให้สตรีที่แสนงดงามอยู่แล้วนั้นงดงามมากขึ้นอีก ตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว เสิ่นลู่ถิงในวันนี้จำเป็นต้องทำให้ตนเองเป็นที่จดจำมากที่สุด

ยามเห็นอาลี่เข้ามาก็เอ่ยปากให้นางในออกไปอย่างสุภาพและไม่ลืมจะหยิบเงินเล็กน้อยให้ตอบแทนสำหรับการดูแลด้วย เสิ่นลู่ถิงคอยซื้อใจบ่าวไพร่ไม่ขาด ดังนั้นคนของตำหนักจิ่งเหรินในตอนนี้ มีแต่ผู้ที่ภักดีต่อนางเท่านั้น ไม่สิ….จะขาดก็คนกลุ่มหนึ่งที่ข้าต้องจัดการให้ได้ในวันนี้

“เตรียมการดีแล้วใช่หรือไม่?” อาลี่พยักหน้ารับ

“แต่เช่นนี้ไม่อันตรายเกินไปหรือเจ้าคะคุณหนู? หากเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่วางไว้ คุณหนูอาจเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงมองเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไปลูบหัวอาลี่ด้วยความเอ็นดูดั่งนางคือน้องสาวคนหนึ่ง

“เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าหรือ ที่ผ่านมามีสิ่งใดบ้างที่ข้าเสิ่นลู่ถิงตั้งใจลงมือแล้วไม่สำเร็จ” อาลี่ครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงของเยว่จินจะหยุดความกังวลนั้นของอาลี่เอาไว้

“พระสนมอี้ชวนส่งข่าวว่าหาเรือนที่พ่อกับแม่ของเฟยหลงถูกจับเอาไว้ได้แล้วเพคะ”

“ดี” ใบหน้าหวานแสดงออกถึงความพึงพอใจ เฟยหลงคือองครักษ์ที่ฮ่องเต้ประทานให้ตำหนักจิ่งเหริน แต่อีกนัยหนึ่งเขาคือคนที่ฮองเฮาตั้งใจฝังไวที่ตำหนักข้าเพื่อดูความเคลื่อนไหว

เสิ่นลู่ถิงเลือกที่จะไม่ฆ่าเฟยหลงเพราะเขามีคุณค่ากว่านั้น ด้วยฝีมือของเฟยหลงแล้ว ควรตายเพื่อภักดีและปกป้องข้า ไม่ใช่ตายเพราะต้องการฆ่าข้า

“ครานี้ก็เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือเพคะ? พระสนมถึงได้รู้ล่วงหน้า” จู่ๆ เย่วจินก็เอ่ยถามในสิ่งที่อาลี่เองก็อยากรู้เช่นกัน

“ใช่ แต่ชาติก่อนเรื่องเช่นนี้ไม่ได้เกิดกับข้า แต่เป็นสนมเอก ครานั้นกับสนมเอก ฮองเฮาก็ทรงทำไม่สำเร็จ แต่ข้าไม่รู้ว่าสนมเอกจัดการอย่างไร แต่สำหรับข้าแล้ว….ทุกอย่างต้องจบลงโดยที่ข้ามีประโยชน์สูงสุดเท่านั้น”

ในชาติก่อนเรื่องนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่เสิ่นลู่ถิงก้มหน้าก้มตาเป็นชายารองที่ดีของจวนอ๋อง ดังนั้นไม่รับรู้ความเป็นไปของเรื่องนี้มากนัก เพียงแค่รู้ว่าหลังจากฮองเฮาจัดการเรื่องนี้ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ….และถูกขังไว้ในตำหนักเย็นร่วมเดือน

“พระสนมรถม้าพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นลู่ถิงหันไปพยักหน้ากับอี้ชวนอย่างรับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมส่งหีบขนาดเล็กที่มีแต่ของมีค่าให้อาบี่และเยว่จินช่วยกันถือออกไปด้วย

“อาลี่ เยว่จิน พวกเจ้าก็นั่งไปบนรถม้ากับข้าเถิด อย่าเดินเลย” น้ำเสียงอบอุ่นและความอ่อนโยนนั้นเรียกรอยยิ้มจากอาลี่และเยว่จิน ไม่ว่าจะผู้ใดหากจริงใจและภักดีต่อข้า เสิ่นลู่ถิงคนนี้จะปฏิบัติต่อคนผู้นั้นอย่างดี เพราะข้าเกลียดการทำดีแล้วไม่ได้ดีเป็นที่สุด

ตลาดเซียวถิน

ผู้คนขวักไขว่เดินสวนกันไปมาเป็นบรรยากาศที่แสนจะมีความสุข เสียงเด็กเล็กวิ่งเล่นกันเจื้อยแจ้ว บางคนถือขนม และบางคนก็ถือกังหันเล็กเอาไว้ เสิ่นลู่ถิงหลับตาสูดกลิ่นอายของความเป็นอยู่นี้ สถานที่นี้อากาศบริสุทธิ์กว่าในวังหลวงมากนัก

“บรรยากาศตลาดตอนมีเทศกาลเช่นนี้ดีจังเลยนะเพคะ ผู้คนดูมีความสุขกันมาก”

“อยากได้สิ่งใดกันหรือไม่? ข้าจะซื้อให้?” เสิ่นลูถิงหมุนตัวหันไปถามเยว่จินก่อนจะไล่สายตามองทุกคนที่เดินอยู่ทางด้านหลังด้วยความใส่ใจ เสียงของอาลี่พูดขึ้นตามที่ตระเตรียมกันไว้อย่างทันท่วงที

“คุณหนูเป็นสนมของฝ่าบาท จะซื้อของให้พวกเราได้อย่างไรเจ้าคะ หากใครรู้เข้า….”

“จะกลัวอะไร…หากใครรู้หรือใครถาม ก็แค่บอกว่าข้าเป็นคนประทานให้” หญิงสาวทำทีไม่ฟังในสิ่งที่อาลี่เอ่ยบอก ดวงตากลมยังสอดส่งตามร้านค้าไปมา เลือกซื้อถุงหอมให้กับเยว่จินและอาลี่โดยไม่ลืมที่จะเลือกหลับไปให้นางใของตำหนักอย่างใส่ใจ

“มีดพกนี่ซื้อไว้ให้อี้ชวน แล้วก็เดี๋ยวแวะร้านโอสถด้านหน้า ซื้อโอสถให้กับแม่ของอี้ชวนด้วย” เสียงแห่งความใส่ใจนั้นดังกึกก้อง อี้ชวนก้มหน้าลงแทนคำขอบคุณแล้วขยับยืนห่างเพื่อเว้นระยะ

“เฟยหลงมานี่สิ…” เอ่ยปากเรียกเผ้าหมายของวันนี้อย่างนุ่มนวลหลังจากพูดคุยกับชายชราพิการที่นั่งขายเครื่องรางอยู่จนเสร็จสิ้น ก่อนจะยื่นปี่เซี๊ยะทั้งสี่อันให้ด้วยรอยยิ้ม

“พระสนมสิ่งนี้…”

“พวกเจ้าเป็นองครักษ์ ชีวิตอยู่กับความอันตราย สิ่งนี้เห็นท่านปู่คนนี้บอกว่าเป็นเครื่องรางทั้งช่วยดูดทรัพย์สินแถมยังป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ด้วย พวกเจ้านำไปพกติดตัวเอาไว้คนละอันเถิด”

“พระสนมกระหม่อมรับมิได้ ท่านเป็นสนมของฝ่าบาท……”

“รับไปเถิด แค่เครื่องราง…พวกเจ้าคงไม่โดนฝ่าบาทสั่งประหารเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้หรอก ถือเสียว่าแทนการขอบคุณที่ดูแลข้า”

“ดูแลพระสนมถือเป็นหน้าที่ของพวกกระหม่อม ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

เสิ่นลู่ถิงไม่พูดอะไรมาก แค่พยักหน้ารับคำแล้วยื่นปี่เซี๊ยะที่ตั้งใจเลือกใส่ในมือให้เฟยหลงเท่านั้น ข้าเห็นความวูบไหวในแววตานั้น นายที่อ่อนโยนและเห็นคุณค่าของชีวิต ย่อมน่าถวายความภักดีให้มากกว่านายที่ใช้วิธีเข่นฆ่าเพื่อข่มขู่ให้คนไปเป็นพรรคพวกแน่นอน

“เสียงโหวกเหวกอะไร?” เสียงราวคนทะเลาะกันดังลั่นกึกก้องจนผู้คนตื่นกลัวและวิ่งหนี หญิงและชายชราวิ่งออกมาล้มลุกคลุกคลานอยู่ที่พื้นก่อนจะมีคนไล่ตามมา เสิ่นลู่ถิงเหล่มองเฟยหลงที่หน้าตาตื่นดูท่าก็รู้ว่าอยากจะก้าวขาเข้าไปแต่กลับอดทนเอาไว้

“พระสนมระวังนะเพคะ” เยว่จินยกแขนบดบังผู้เป็นนายเอาไว้

“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดถึงกล้าทารุณคนเช่นนี้”

“คุณหนูอย่าเข้าไปเลยเจ้าค่ะ อันตรายมากนะเจ้าคะ”

“ปล่อยให้คนแก่สองคนโดนทารุณเช่นนี้ได้อย่างไร อี้ชวนเจ้าไปตามทหารมาเพิ่มเถิด” ทำทีหันไปบอกกับอี้ชวนเช่นนั้นเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ แต่ใครจะรู้ว่าทหารในส่วนนั้นถูกอี้ชวนจัดเตรียมเอาไว้แต่แรกแล้ว

“พ่ะย่ะค่ะพระสนม”

หอกเหล็กถูกฟาดเข้าตามลำตัวของคนชราทั้งสอง แม้เสิ่นลู่ถิงตั้งใจเตรียมการเพื่อให้เฟยหลงมาเห็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ฮองเฮาให้คนของตนลงมือต่อชีวิตของคนคนหนึ่งนั้นช่างโหดเหี้ยมนัก แม้ข้าจะยินยอมให้ฮ่องเต้ประหารคนตระกูลตัวเองได้ลง แต่นั่นก็เพราะมีความผิด ความโหดเหี้ยมของข้าเทียบกับฮองเฮาอย่างท่านไม่ได้แม้สักนิด

“เฟยหลงเจ้าจะไปไหน?”

“กระหม่อม คือ….กระหม่อม…..”

“ลูกแม่ …. ลูกแม่ ช่วยแม่ด้วย”

“แม่เจ้าหรือ?” แสร้งถามออกไปแม้จะรู้ดีแก่ใจ เมื่อเห็นเฟยหลงก้มหัวพยักหน้าก็แสร้งทำหน้าตกใจ มองดูคนพวกนั้นที่กระชากผมของหญิงชายวัยชราเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น

“ฮองเฮาตกลงกับข้าเยี่ยงไร เหตุใดถึงทำกับพ่อแม่ข้าเช่นนี้”

“นั่นผิดที่เจ้าทำงานช้า ฮองเฮาทรงกริ้วก็ต้องให้กระตุ้นเสียหน่อย” มิคิดเลยว่าจะพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ เห็นทีคงรู้เรื่องที่ข้าจะออกมานอกวัง และกำจัดข้าที่นี่สินะ

“นี่มันอะไรกัน? เหตุใดจับคนมาทารุณเช่นนี้ ไม่มีกฎหมายอยู่ในสายตาแล้วหรือ?” เสิ่นลู่ถิงเดินเข้ามาขวางหน้าเฟยหลงไว้อย่างไม่เกรงกลัว ในประโยคนั้นไม่ได้สนใจเรื่องที่องครักษ์ของตนสมคบคิดที่จะทำร้ายตนแต่อย่างใด สนใจเพียงชีวิตของพ่อและแม่ของเฟยหลงเท่านั้น

“จะรักษาชีวิตตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว ยังกล้ามาวางอำนาจอีกหรือ!!!”

“ข้ามีป้ายทองของฝ่าบาท หากเจ้ากล้าทำอะไรคนของข้า เจ้าไม่ตายดีแน่” เสิ่นลู่ถิงหยิบของสำคัญที่ฮ่องเต้ให้ติดตัวไว้ยื่นออกไป แม้จะรู้ดีอยู๋แล้วว่าคนตรงหน้าคงไม่หวาดกลัว ข้าก็เพียงแค่ทำให้เฟยหลงเห็นว่าข้าใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือแล้วก็เท่านั้น

“ฮ่าๆๆๆๆ ช่างน่าขันนัก ท่านคิดแค่ป้ายนี้จะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้หรือ?” ปึก!!! ดาบคมฟาดเข้าที่ป้ายทองในฝ่ามือแตกออกจากกัน ปลายดาบนั้นเฉือนฝ่ามือบางจนมีเลือดไหล แม้การมีบาดแผลจะไม่ได้อยู่ฝนแผนการ แต่เจ็บตัวเสียหน่อยก็ดี

“พระสนมระวังพ่ะย่ะค่ะ”

“ปล่อยพ่อแม่ของเฟยหลงเสีย อยากตายหรือ!” ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อคนของฝั่งนั่นเดินกรูออกมา คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฮองเฮาต้องเตรียมการมาเล่นงาน เพราะรู้ดีว่าข้ามีองครักษ์ของฝ่าบาทและอี้ชวนคอยดูแล

เสียงดาบกระทบกันดังไปทั่ว ชีวิตผู้คนมากหน้าหลายตาถูกพรากไปเพียงเพราะแค่ฮองเฮาที่อยากเอาชนะข้าให้ได้ เสิ่นลู่ถิงดึงมีดดาบที่ปักอยู่กับศพของพวกฝั่งตรงข้ามก่อนจะพุ่งตรงไปหาพ่อกับของเฟยหลงเพื่อช่วยตัดเชือกที่มัดออกให้ แต่สุดท้ายปลายดาบนั้นกลับถูกคนเข้ามาจู่โจมจนล้มลง โชคดีที่อาลี่และเยว่จินเข้ามาประคองรับไว้ได้ทัน

หญิงสาวที่ล้มอยู่ที่พื้นกับคนสนิทซ้ายขวาพากันล่นถอยหลัง เสิ่นลู่ถิงมองตามทางอย่างรอคอยให้อี้ชวนมาถึง ดาบของคนตรงหน้ายกขึ้นสูง หญิงสาวหลับตาแน่นยกแขนขึ้นบัง ก่อนทุกอย่างจะหยุดชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น

“หยุดนะ!!!”

“ชินอ๋อง?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 29 - จบบริบูรณ์

    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนานเสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่นแต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด"เขาตายแล้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 28 - ชินอ๋องชดใช้

    สายลมพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้นานาพรรณจากยอดเขามาสู่ตลาดการค้าชายขอบเมืองหลวง บรรยากาศภายนอกกำแพงวังช่างแตกต่างจากความเงียบเชียบและกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่เสิ่นลู่ถิงในฐานะสูงส่งอย่างหวงกุ้ยเฟย วันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายอย่างสตรีผู้ดีมีฐานะทั่วไป ใบหน้าผุดผ่องถูกแต้มเพียงชาดบางเบาแต่ยังคงไม่อาจซ่อนเร้นราศีแห่งความสูงศักดิ์ไปได้มือบางซ้ายขวาจับมือของหยางหมิงและเยี่ยหลานองค์ชายและองค์หญิงฝาแฝดวัยห้าขวบที่บัดนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งคู่ชี้ชวนกันดูงิ้วข้างทางและขนมน้ำตาลปั้นรูปมังกรอย่างสนุกสนาน"ท่านแม่ ดูนั่นสิเพคะ! มังกรตัวนั้นมีสีรุ้งด้วย" เยี่ยหลานตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางกระตุกชายแขนเสื้อของมารดาให้หันมาสนใจสิ่งที่ตนกำลังมองด้วยความตื่นเต้น"เยี่ยหลานชอบหรือ? เดี๋ยวแม่จะให้พี่อาลี่ซื้อให้เจ้าดีไหม" เสิ่นลู่ถิงยิ้มตอบด้วยแววตาอ่อนโยน ข้างกายคืออาลี่แลเยว่จินที่ติดตามมาด้วยความเป็นห่วง หากอี้เหอไม่ติดว่าต้องดูแลไท่เฮา เห็นทีคงตามมากันจนหมดแม้บรรยากาศจะดูรื่นรมย์เพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ดวงตากลมกวาด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 27 - แสงจันทร์เพียงดวงเดียว

    ราตรีที่ผ่านพ้นพายุหมุนแห่งการทรยศหักเหลี่ยมดูจะเงียบสงบกว่าคืนไหนๆ ภายในห้องบรรทมของตำหนัก กลิ่นกำยานหอมอ่อนระรื่นโชยพัดพาความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกฝาแฝดวัยสามขวบที่นอนหลับสนิทเคียงข้างกัน หยางหมิงและเยี่ยหลานบุตรมังกรและธิดาหงส์ของนางที่เพิ่งผ่านพ้นภยันตรายมาหยกๆกายบางโน้มกายลงจัดผ้าห่มแพรไหมสีทองให้คลุมถึงอกอุ่นๆ ของทั้งคู่เบาๆ สัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มยุ้ยของลูกทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความรักสุดหัวใจในชาติก่อนข้ามิเคยได้รับสัมผัสเช่นนี้ มิเคยรู้ซึ้งถึงคำว่ามารดา แต่นับจากวินาทีที่ข้าได้กลับมาล้างแค้นและสร้างชีวิตใหม่ ทุกลมหายใจของข้าบัดนี้คือเพื่อปกป้องลมหายใจของเด็กทั้งสองคนนี้เท่านั้นเมื่อมั่นใจว่าลูกๆ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานแล้ว เสิ่นลู่ถิงจึงขยับกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินถอยออกไปเฝ้าที่ม่านชั้นนอก แล้วคว้าเสื้อคลุมไหล่ผ้าไหมลายดอกเหมยมาห่มกาย ทั้งเดินออกจากห้องบรรทมมุ่งหน้าสู่สวนอุทยานที่ชอบไป“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู” อาลี่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 26 - ถอนรากถอนโคน

    ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 25 - สตรีแปลกหน้าคนใหม่

    กาลเวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำหลาก สามปีในวังหลวงช่างสั้นนักสำหรับผู้ที่มีความสุข แต่ช่างยาวนานแสนสาหัสสำหรับผู้ที่ถูกลืมเลือน ที่ตำหนักร้างท้ายวัง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นบานหน้าต่างเสียงหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้โฮของสตรีผู้หนึ่งยังคงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แต่ไม่มีใครใส่ใจจะเงี่ยหูฟัง อดีตฮองเฮาในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง กลับกลายเป็นหญิงชราผมขาวโพลนทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ทั้งนั่งกินเศษข้าวบูดเน่าที่ทหารยามโยนให้ผ่านช่องประตู พลางคุยกับเงาของตัวเองในบ่อน้ำครำ นรกบนดินที่เสิ่นลู่ถิงประทานให้นั้นกัดกินวิญญาณของอีกคนเหลือเพียงความว่างเปล่าลานหน้าตำหนักคุนหนิงบรรยากาศกลับรื่นเริงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ วันนี้คืองานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติสามชันษาขององค์ชายหยางหมิงองค์หญิงเยี่ยหลานซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเสิ่นลู่ถิงในชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกดูน่าเกรงขามและสง่างามจนขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา กายบางนั่งเคียงคู่กับฮ่องเต้ทอดสายตามองดูลูกแฝดที่บัดนี้วิ่งเล่นอยู่ในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองขนาดเล็ก"ถึงเวลาแล้ว..."

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 24 - เยี่ยมเยียนฮองเฮาครั้งสุดท้าย

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวแขวนเด่นอยู่เหนือยอดตำหนัก เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หอมภายในสวนหลังวัง กลิ่นดอกราตรีโชยมาตามลมเย็น แผ่วเบาและเยือกเย็นไม่ต่างจากกระแสอารมณ์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในอกในยามนี้มือเรียวบางลูบไล้ถ้วยชาเคลือบมุกอย่างใจเย็น แววตาที่เคยฉายเพียงความอ่อนโยนและออดอ้อนต่อหน้าฮ่องเต้ บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะหยั่งถึงดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ของทั้งสองชาติภพไหลย้อนกลับมา ราวกับกำลังละเลียดรสชาติของชัยชนะที่หอมหวานที่สุดภาพแรกที่แจ่มชัดในมโนสำนึก คือภาพของหลี่หว่านหว่านที่เคยหยิ่งผยอง รวมถึงผู้คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่นที่ถูกข้าจัดการไปก่อนหน้าก่อนที่ภาพสะท้อนไปตอนที่ขันทีอาวุโสถือถาดไม้ที่วางจอกสุราลายครามไว้หนึ่งจอกจะเข้ามาแทรก เฉินเสี่ยวเยี่ยนและตระกูลเฉินในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั้งชุดเก่าฉีกขาดกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้นราวกับซากศพที่ยังหายใจเสิ่นลู่ถิงเฝ้าดูเฉินเสี่ยวเยี่ยนถูกประหารไปด้วยตาตัวเองในครานี้ เพื่อไม่ให้เกิความผิดพลาดอีก ทำกับลูกข้าไว้อย่างไร ข้าย่อมสนองให้ แม้ลูกข้าจะยังไม่ตาย แต่แค่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 23 - กำจัดตระกูลเฉินสำเร็จ

    เสียงที่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้ดินดั่งเสียงจากสรวงสวรรค์ แรงสั่นสะเทือนทำเอาฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาทับถมร่างของเสิ่นลู่ถิงที่กำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราชในคราบสตรีสูงศักดิ์ เฉินเสี่ยวเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาที่เคยฉายแววอาฆาตบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะม

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 22 - ถ่วงเวลา

    "อาลี่ เยว่จิน... พาลูกๆ ของข้าเข้าไปในห้องบรรทมชั้นใน และปิดหน้าต่างให้มิดชิดด้วย" ลู่ถิงสั่งเสียงเรียบทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดหลังจากที่เฟยหลงออกไปทำตามที่สั่ง แต่ยังไม่ทันที่สาวใช้คนสนิททั้งสองจะอุ้มองค์ชายและองค์หญิงแฝดลับตาไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่คนคุ้นหน้าก็ดังขึ้นที่หน้า

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 21 - เฉินเสี่ยวเยี่ยนยังไม่ตาย

    แสงเทียนเริ่มมอดดับลงภายในแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ แสงแดดรำไรคืบคลานเข้ามาพาดผ่านร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่เสิ่นลู่ถิงค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นแต่ก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 20 - ยอดอ่อนของความรัก NC

    กลิ่นหอมของกำยานอบอวลอยู่ในตำหนัก สายลมพัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเบาบาง พาให้เปลวเทียนสั่นไหววูบวาบสะท้อนกับม่านมุกที่กระทบกันเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งแผ่วเบา อากาศหนาวกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักนี้ลดความร้อนรุ่มลงได้เลยบนเตียงกว้างที่ปูลาดด้วยผ้าไหมสีเหลืองทอง ฮ่องเต้นอนทาบทับอยู่บนกายบาง สายตาคมท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status