Masukคำพูดนั้นของเสิ่นลู่ถิงที่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตักเตือน เฟยหลงนั่งคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เฟยหลงคิดหนักเช่นนี้ เฟยหลงฉลาดปราดเปรื่องมีความคิดที่รอบคอบ คงต้องใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองดูว่าควรเลือกเส้นทางใด
ดาบที่มือของเขาถูกดึงออกมาเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินดึงนายของตนถอยหลังด้วยใบหน้าหวาดกลัว เสิ่นลู่ถิงยกมือขึ้นปรามอี้ชวนที่สั่งการคนอยู่ให้ชะงัก เพื่อรอดูให้มั่นใจว่าเฟยหลงจะเลือกสิ่งใดกันแน่
“อย่านะลูก ลูกแม่ เจ้าทำเช่นนั้นกับพระสนมมิได้” มารดาของเฟยหลงตะเกียดตะกายด้วยแรงที่มีขยับเข้ามาหาบุตรชายด้วยน้ำตา เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของตนที่มีต่อนาง
“ท่านแม่….”
“พระสนมช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนชีวิตของพระสนมแล้ว เจ้าจะปลงพระชนม์พระสนมมิได้” มือเหี่ยวย่นจับแขนบุตรชายที่จับดาบเอาไว้แน่นพลางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย
“ลองคิดดูเถิดลูก ฮองเฮามีอำนาจก็จริง แต่ใช้งานเจ้าทั้งใช้พ่อกับแม่เพื่อข่มขู่ ทำร้ายและตบตีพวกเรา เจ้ายังจะภักดีต่อคนเช่นนี้อยู่หรือ” บิดาของเฟยหลงพูดสมทบด้วยอีกคน
“ข้ามิได้ภักดีต่อฮองเฮา เพียงแต่ห่วงพวกท่านเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากเทียบกับฮองเฮาแล้วอำนาจในมือข้ายังห่างหลายขั้นนัก แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับข้า หากเจ้ามองเห็น เจ้าจะเข้าใจเองว่าควรต้องเลือกใคร
“หากเจ้าเลือกที่จะภักดีต่อข้า ข้าสัญญาว่าจะปกป้องครอบครัวของเจ้าอย่างดี เช่นนี้ก็อยู่ที่เจ้าแล้วว่าจะเลือกทางใด เจ้าเองก็เห็นแล้วว่าข้าทำอะไรได้บ้าง” กายบางหมุนหันหลังราวกับไม่แยแสในคำตอบ แม้ในในใจจะรอคอยยิ่งนัก เฟยหลงเป็นองครักษ์ฝีมือดี ในอนาคตจะต้องได้เป็นใหญ่ หากในอดีตฮองเอามิได้ฆ่าเขาตายเพื่อปิดปากเสียก่อน
“กระหม่อมเฟยหลงยินยอมภักดีต่อพระสนมพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี” น้ำเสียงเย็นตอบรับแล้วใช้สายตามองคนตรงหน้าที่ก้มลงจนถึงพื้น
“อาลี่….” พยักหน้าเพียงเล็กน้อยสาวรับใช้คนสนิทก็เข้าใจเป็นอย่างดี
“เจ้าค่ะคุณหนู”
แก้วแหวนเงินทองทั้งอาภรณ์ตกแต่งกายรวมถึงเงินจำนวนหนึ่งถูกส่งให้มารดาของเฟยหลง เสิ่นลู่ถิงมองดูอย่างพึงพอใจแล้วนั่งลงเพื่อสบตาหญิงชายชราทั้งสองและไม่สนใจในฐานะของตน สองมือเล็กเอื้อมไปจับมือเหี่ยวย่นแล้วมองดูบาดแผลอย่างเห็นใจ คนอำมหิตเช่นฮองเฮาสมควรแล้วที่จะเจอคนเช่นข้า
“ข้าวของทั้งหมดและเงินพวกนี้ข้าจะให้พวกท่านเอาไว้และจะมีคนของข้านำมันมาให้ตามสมควร ช่วงนี้ด้านนอกอาจยังมีคนของฮองเฮา อย่าพึ่งออกไปที่ใด หากต้องการสิ่งใดเพิ่มให้บอกเฟยหลงหรืออี้ชวนให้นำมาให้ เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจ หม่อมชั้นเข้าใจเพคะ ขอบพระทัยพระสนม” เฟยหลงมองบิดาและมารดาที่แววตามีความสุขมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยได้เห็นมา เสิ่นลู่ถิงเพียงหันไปส่งรอยยิ้มเรียบนิ่มอย่างวางท่าทีเท่านั้น
“คนของข้าจะคอยวนเวียนอยู่ที่นอกเรือนตลอดเวลา หากต้องการความช่วยเหลือ ส่งคนใดคนหนึ่งให้มาแจ้งข่าวต่อข้าก็พอ
ขาเรียวก้าวเดินไปตามทางเดินทอดยาวเพื่อกลับวัง ความรู้สึกอบอุ่นของครอบครัวเมื่อยามที่เห็นเฟยหลงกอดบอกลาบิดามารดาเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในใจ ชีวิตที่มีความสุขเช่นนี้ มิสมควรต้องอยู่ในมือของผู้ทำลายเช่นฮองเฮาเลยแม้สักนิด
“ครอบครัวเจ้ารักกันมาก หากข้ามีครอบครัวเช่นเจ้าก็คงดี” เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงแววตาแสนเห็นใจนั้นที่เฟยหลงมองมา ดูท่าแล้วข้าน่าจะเลือกหมากของความแข็งแกร่งเอาไว้ไม่ผิดแม้สักนิด
“คุณหนูมีอาลี่และพวกเราเป็นครอบครัวนะเจ้าคะ”
“หึ จริงด้วย แค่มีพวกเจ้าที่ภักดีต่อข้า และอำนาจในมือนั่นก็เพียงพอแล้ว” ยาพูดจบก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ ก่อนจะทอดสายตามองไปตามเส้นทางในยามค่ำคืนที่มีไฟประดับประดา ในเมืองยังดูมีสีสันต่างจากชนบทที่ข้าเคยนำเสบียงไปแจกมากนัก
“เสิ่นลู่ถิง” ขาเรียวหยุดชะงักเพราะเสียงเรียก ยกมือปรามเฟยหลงที่กำลังจับดาบด้วยความตกใจเพื่อให้เขาเก็บดาบลง เสิ่นลู่ถิงพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าคนที่เอ่ยเรียกเป็นผู้ใด
“ท่านอ๋อง… เป็นท่านอีกแล้ว เหตุใดข้าไปที่ใดก็เจอท่านทุกที่”
“ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า” คำพูดนี้ของเขาช่างดูจริงใจเสียจนเสิ่นลู่ถิงหยุดชะงัก ในแววตาที่เคยเย่อหยิ่งนั้นกลับมีแต่ความอ่อนโยนที่ส่งมาจนข้าสัมผัสได้ ใบหน้าหวานส่ายไปมาอย่างเรียกสติของตนเองคืนมา ในเพลงนี้ข้าไม่ต้องการความห่วงใยจากบุรุษตรงหน้าอีกแล้ว
“คนของหม่อมชั้นมากมาย ไม่รบกวนให้ท่านอ๋องต้องมาห่วง”
“เดี๋ยวก่อนสิ….ข้าแค่อยากคุยกับเจ้าเท่านั้น”
“แต่ข้าไม่อยากคุยกับท่าน” เสิ่นลู่ถิงพยายามรั้งข้อมือของตัวเองที่ถูกจับไว้ให้คลายออก ยื้อยุดกันอยู่ชั่วครู่สิ่งที่เขาบอกก็ทำให้หยุดนิ่งด้วยความสนใจที่มีเต็มอก
“เรื่องนี้เกี่ยวกับฮองเฮา ถ้าเจ้าเสียสละเวลาคุยกับข้าสักนิด ข้าสัญญาว่าจะบอกทุกอย่างที่คิดว่าเจ้าสมควรรู้แก่เจ้า”
กายบางนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องลับของโรงเตี๊ยมหนึ่ง มองดูชินอ๋องที่รินชาให้ด้วยความใส่ใจ ดวงตากลมมองชาถ้วยนั้นนิ่งอย่างไม่อยากสนใจ แต่แล้วเขาก็คะยั้นคะยอเสียจนต้องยกแก้วชาขึ้นมาดื่ม ก่อนจะรีบพูดตัดบท
“ท่านอ๋องรีบพูดมาเถิด พูดคุยกันใกล้ชิดเช่นนี้ หากนานเกินไปอาจดูไม่ดีนัก”
“ตระกูลเฉินคอยหนุนหลังฮองเฮาอยู่”
“เรื่องนี้ข้ารู้อยู่แล้ว” ลมหายใจหนักพรูออกมายามได้ยินเรื่องที่ตนรู้มาแต่แรกแล้วจากปากของชินอ๋อง รู้สึกเสียเวลาจริงๆ ข้าคิดว่าจะได้รู้ความอะไรที่มากกว่านี้เสียอีก
“อย่าพี่งไปสิ ข้ายังพูดไม่จบ….” ชินอ๋องรีบรั้งมือคนที่จะลุกหนีเอาไว้อีกครั้ง สายตาเว้าวอนของเขาเร้าให้เสิ่นลู่ถิงยอมนั่งลงอย่างเบื่อหน่าย
“ตระกูลเฉินใหญ่โตสนับสนุนฮองเฮาก็จริง แต่ในความจริงแล้วฮองเฮาเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งของตระกูลเฉินเท่านั้น ในตระกูลเฉินยังมีบุตรสาวอยู่หนึ่งคน”
“เฉิน เสี่ยวเยี่ยน?” ข้ารู้จักนาง…. อายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า เป็นสตรีสูงศักดิ์และมีหน้าตางดงามเป็นอาวุธ ชายใดได้เห็นล้วนหลงใหล แล้วนางเกี่ยวอะไรกับเรื่องในวังหรือฮองเฮาด้วยเล่า
“ชาติก่อนฮองเฮาถูกตระกูลเฉินกบฏ ตระกูลเฉินแค่ใช้ฮองเฮาเป็นเบี้ยเพื่อส่งบุตรสาวอีกคนเข้าวังให้ได้เป็นฮองเฮาแทนเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงขยับนั่งมั่นคงด้วยความอยากรู้ ดวงตาลมมองตามชินอ๋องที่ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเล่าเรื่องราวไปด้วย
“ในยามนั้นสนมเอกยังคงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เสมอมา ฮองเฮาไม่มีทางเลือกและเชื่อคำแนะนำที่ว่าให้นำตัวเฉินเสี่ยวเยี่ยนเข้ามาเป็นสนม เพื่อดึงความสนใจของฝ่าบาทออกจากสนมเอก”
“เช่นนั้นในตอนนี้ไม่มีสนมเอก ดังนั้น…” ข้ารู้ตัวเองในทันทีว่าเรื่องราวที่บิดเบี้ยวทั้งหมดนี้ ผู้ที่ต้องรับไปอาจเป็นข้า แม้ข้าจะเลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง แต่ในการเปลี่ยนชะตานั้นก็ไม่ได้ราบรื่นนักดั่งที่ใจข้าคิด
“ข้ากลัวว่าหากทุกอย่างเปลี่ยนไปเช่นนี้ เรื่องอาจจะเกิดกับเจ้า”
“นั่นหมายความว่าทั้งฮองเฮาทั้งสนมเอก ถูกกำจัดสำเร็จหรือ?” ชินอ๋องพยักหน้ารับด้วยความร้อนใจ เขานั่งลงแล้วกอบกุมมือของเสิ่นลู่ถิงเอาไว้อย่างไม่ได้สนใจในสถานะพระสนมของฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อย
“เสิ่น ลู่ถิง เรื่องนี้อันตรายนัก เจ้าจะประมาทมิได้ ข้าเป็นห่วงเจ้า จึงอยากจะมาบอกเรื่องนี้กับเจ้าก่อน” เสิ่นลู่ถิงมองแววตาแสนห่วงใยนั้นและสัมผัสแผ่วเบาที่มือ ภาพความใจดีของท่านไม่อาจซ้อนทับภาพที่แสนใจร้ายนั้นได้เลย เพียงคิดได้ดังนั้นมือบางก็ดึงหนีออกจากเกาะกุม
“ท่านรู้หรือไม่…หากชาติก่อนท่านจริงใจต่อข้าได้เช่นนี้ ข้าก็คงไม่ตาย”
“ข้ารู้ว่าข้ามันเลวนัก ดังนั้นในชาตินี้ข้าจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องเจ้า เสิ่นลู่ถิงข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะหมดความรักที่มีต่อข้าได้ทั้งหมด อย่างน้อยในก้นบึ้งของหัวใจเจ้า อย่างไรยังคงต้องมีข้า ใช่หรือไม่?”
“หากธุระที่ท่านต้องการพูดมีเท่านี้ ข้าขอตัวกลับวังก่อน” ยามที่กายเล็กเดินจากไปอย่างไม่หันหลัง ชินอ๋องก็เอาแต่มองตามไม่ละสายตา ก่อนที่จะพูดกับตัวเองแผ่วเบา
“เจ้าจะไม่พูดตอนนี้ก็ได้ แต่ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าชินอ๋องเช่นข้า ก็ปกป้องเจ้าได้ดีไม่ต่างจากฮ่องเต้ของผู้คนใต้หล้าแม้สักนิด” ถึงแม้ชาติก่อนข้าจะเลวต่อเจ้ามาก หากชาตินี้ต้องชดใช้อย่างไรข้าก็จะทำให้ ฮ่องเต้มีสนมอีกหลายสิบ กลับข้าที่รักเดียวและต้องการมอบทุกอย่างให้เจ้าคนเดียวในตอนนี้ เจ้าจะไม่สนใจสักนิดเลยจริงหรือ…..
สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันทีสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีตแม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใ
“คนพวกนั้นปลิดชีวิตตัวเอง ตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม” เสิ่นลู่ถิงหยุดมือที่กำลังปักถุงผ้าอยู่ ดวงตาไม่ได้มีแววของความประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เฟยหลงกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น“หึ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้” ที่เฟยหลงไปตามสืบเรื่องก็เพื่อให้ได้รับรู้ว่าฮองเฮาไม่มีความจริงใจต่อผู้ใดแม้ทั้งสิ้น ต่อให้ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อนาง คำสัญญาที่เคยกล่าวว่าจะดูแลครอบครัวของคนผู้นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกหลอกใช้แม้จะดูน่าสงสารนัก แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตั้งใจเลือกด้วยตนเอง“พระสนมจะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?”“ยังไม่ต้องทำสิ่งใด เคลื่อนไหวตอนนี้จะเป็นที่จับตาเกินไป เดี๋ยวฮองเฮาจะสงสัย ช่วงนี้เจ้าแค่ดูแลพ่อกับแม่เจ้าให้ดีก็พอ ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกกับเยว่จินให้มาบอกข้าได้”“มีพระสนมเป็นนายถือเป็นบุญของกระหม่อมนัก” เสียงและท่าทีที่อ่อนลงของเฟยหลงทำให้เสิ่นลู่ถิงพึงพอใจไม่น้อย ทิ้งเรื่องนี้เอาไว้สักระยะ เพื่อให้ฮองเฮาตายใจว่าไม่มีใครสืบเรื่องนี้ และเพื่อให้ฮองเฮาไม่คลางแคลงใจว่าเฟยหลงนั้นถูกข้าซื้อตัวมาแล้ว“นายอะไรกันเล่า ข้าบอกเสมอว่าข้ามอ
คำพูดนั้นของเสิ่นลู่ถิงที่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตักเตือน เฟยหลงนั่งคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เฟยหลงคิดหนักเช่นนี้ เฟยหลงฉลาดปราดเปรื่องมีความคิดที่รอบคอบ คงต้องใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองดูว่าควรเลือกเส้นทางใดดาบที่มือของเขาถูกดึงออกมาเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินดึงนายของตนถอยหลังด้วยใบหน้าหวาดกลัว เสิ่นลู่ถิงยกมือขึ้นปรามอี้ชวนที่สั่งการคนอยู่ให้ชะงัก เพื่อรอดูให้มั่นใจว่าเฟยหลงจะเลือกสิ่งใดกันแน่“อย่านะลูก ลูกแม่ เจ้าทำเช่นนั้นกับพระสนมมิได้” มารดาของเฟยหลงตะเกียดตะกายด้วยแรงที่มีขยับเข้ามาหาบุตรชายด้วยน้ำตา เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของตนที่มีต่อนาง“ท่านแม่….”“พระสนมช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนชีวิตของพระสนมแล้ว เจ้าจะปลงพระชนม์พระสนมมิได้” มือเหี่ยวย่นจับแขนบุตรชายที่จับดาบเอาไว้แน่นพลางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย“ลองคิดดูเถิดลูก ฮองเฮามีอำนาจก็จริง แต่ใช้งานเจ้าทั้งใช้พ่อกับแม่เพื่อข่มขู่ ทำร้ายและตบตีพวกเรา เจ้ายังจะภักดีต่อคนเช่นนี้อยู่หรือ” บิดาของเฟยหลงพูดสมทบด้วยอีกคน“ข้ามิได้ภักดีต่อฮองเฮา เพียงแต่ห่วงพวกท่านเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงพยัก
“เสิ่นลู่ถิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตากลมมองชินอ๋องอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเขาเดินเข้ามาที่นี่ ทั้งที่ควรจะเป็นอี้ชวนที่นำกำลังทหารบางส่วนบุกมา แต่ครานี้กลับไม่ใช่ ดูเหมือนว่าแผนการจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดไว้เสียหมด“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร?”“ข้าเห็นเจ้าตอนออกจากวัง แค่นึกเป็นห่วงก็เลยตามมา มือของเจ้า เจ็บมากหรือไม่?”“ข้าไม่เจ็บ” เสิ่นลู่ถิงดึงเอามือที่ชินอ๋องจับไปดูอย่างถือวิสาสะออกจากการกอบกุม แม้ท่านจะกลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าอยากให้อภัยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ดีต่อข้าเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างความชั่วร้ายที่ข้าจดจำไว้ในใจออกไปได้“ขอข้าดูหน่อยเถิด”“ปล่อยเถิดท่านอ๋อง ข้าเป็นสตรีของฝ่าบาท ผู้คนจะครหาเอาได้” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมลดละเสียที เสิ่นลู่ถิงหันไปมองผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้วมิรู้เลยว่าควรแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร“อยู่นิ่งๆ” ชินอ๋องยังคงเอ่ยย้ำแล้วรั้งมือบางเอาไว้ แม้เสิ่นลู่ถิงพยายามเท่าใดก็ไม่อาจำให้เขาหยุดมาทำหน้าตาหวังดีเช่นนั้นได้“ปล่อยมือออกจากสนมของข้า”“ฝ่าบาท ม
อาภรณ์สำหรับออกนอกวังถูกสวมใส่ให้เสิ่นลู่ถิงอย่างระมัดระวัง เหล่านางในช่วยกันประทินโฉมให้สตรีที่แสนงดงามอยู่แล้วนั้นงดงามมากขึ้นอีก ตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว เสิ่นลู่ถิงในวันนี้จำเป็นต้องทำให้ตนเองเป็นที่จดจำมากที่สุดยามเห็นอาลี่เข้ามาก็เอ่ยปากให้นางในออกไปอย่างสุภาพและไม่ลืมจะหยิบเงินเล็กน้อยให้ตอบแทนสำหรับการดูแลด้วย เสิ่นลู่ถิงคอยซื้อใจบ่าวไพร่ไม่ขาด ดังนั้นคนของตำหนักจิ่งเหรินในตอนนี้ มีแต่ผู้ที่ภักดีต่อนางเท่านั้น ไม่สิ….จะขาดก็คนกลุ่มหนึ่งที่ข้าต้องจัดการให้ได้ในวันนี้“เตรียมการดีแล้วใช่หรือไม่?” อาลี่พยักหน้ารับ“แต่เช่นนี้ไม่อันตรายเกินไปหรือเจ้าคะคุณหนู? หากเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่วางไว้ คุณหนูอาจเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงมองเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไปลูบหัวอาลี่ด้วยความเอ็นดูดั่งนางคือน้องสาวคนหนึ่ง“เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าหรือ ที่ผ่านมามีสิ่งใดบ้างที่ข้าเสิ่นลู่ถิงตั้งใจลงมือแล้วไม่สำเร็จ” อาลี่ครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงของเยว่จินจะหยุดความกังวลนั้นของอาลี่เอาไว้“พระสนมอี้ชวนส่งข่าวว่าหาเรือนที่พ่อกับแม่ข
ยามที่ลมเย็นพัดกระทบผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดดุดหิมะ เจ้าของร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่เพียงไม่นานความหนาวเย็นนั้นก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดอุ่น เสิ่นลู่ถิงเอียงคอมองฮ่องเต้ที่โอบกอดจากด้านหลังแล้วได้แต่เผยรอยยิ้มกว้างในเพลานี้ตัวข้าไม่ใช่เสิ่นลู่ถิงชายาอ๋องที่ถูกประหารชีวิตอีกแล้ว บุรุษที่เคยสั่งประหารข้าอย่างไม่ฟังความจริงข้อใดแม้สักนิด เพลานี้กำลังกอดข้าเอาไว้แน่นด้วยความรักใคร่ มือหนานั้นลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาอย่างปรารถนาที่จะพบหน้า ความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นช่างอัศจรรย์นัก ถึงแม้จะยังไม่เคยพบหน้า ยังไม่รู้ว่าจะน่ารักน่าชังเพียงใด แต่ข้ากับรักและหวงแหนเด็กในท้องคนนี้มากมายเหลือเกินหากข้าเกิดมาโดยที่ท่านพ่อท่านแม่รักบ้างก็คงดี เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด อย่างไรตอนนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่ที่แท้จริงหรือพ่อแม่ที่ขโมยข้ามาเลี้ยงก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วสักคน ข้าแค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี และรักษาเด็กน้อยในครรภ์ให้ดีเทียบเท่าชีวิตข้า“ลมเริ่มหนาวแล้ว เจ้ากลับเข้าตำหนักดีหรือไม่? เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”“หม่อมชั้นยังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเพคะ ดวงจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร







