Share

- 6 - ความจริงใจ

last update publish date: 2026-02-28 13:34:24

สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันที

สมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีต

แม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้

“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้

“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”

“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใครมากๆ คิดว่าถ้ากลับมาเกิดได้อีกครั้งจะทำอย่างไร แล้วสามารถแปรเปลี่ยนใจไปรักคนผู้นั้นได้หรือไม่?” กายสูงหันมารอฟังอย่างคาดหวังในสิ่งที่กงกงคนสนิทจะเอ่ยตอบ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้พยายามหาเหตุผลมาหักล้างเท่าใดก็รู้สึกว่าตนเองไม่ควรได้รับการให้อภัยเลยสักนิด

“หากเป็นความแค้นเคืองที่รุนแรง กระหม่อมไม่คิดว่าจะรักได้พ่ะย่ะค่ะ หากกลับมาได้คงแค่แก้แค้นเพียงเท่านั้น”

“เป็นเช่นนั้นสินะ ไม่ว่าจะทำดีอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ใช่หรือไม่” เสียงที่เคยหนักแน่นนั้นแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ยิ่งมองดูตัวหนังสือที่เปรอะเปื้อนออกเพราะหยดน้ำบางอย่างก็ยิ่งรู้สึกปวดหนึบในอกข้างซ้าย มองดูอย่างไรเจ้าก็คงเขียนสิ่งนี้ด้วยน้ำตา

“ในโลกนี้ความดีไม่ได้หักล้างเรื่องแย่ๆ ที่กระทำลงไปได้ แต่หากจริงใจ…..กระหม่อมคิดว่าบางอย่างอาจดีขึ้นได้พ่ะย่ะค่ะ”

“ความจริงใจหรือ?” ฮ่องเต้ปิดสมุกบันทึกในมือลงแล้วหันไปถามกงกงคนสนิทอย่างย้ำคำเพื่อต้องการรู้ ใครต่อใครว่าเรามักฉลาดเรื่องคนอื่นเห็นทีคงเป็นเรื่องจริง บัดนี้เป็นเรื่องราวของข้า ความผิดข้า และหัวใจของข้า แต่ตนเองกลับไม่รู้ว่าควรจัดการต่อไปอย่างไร

“พ่ะย่ะค่ะ หากมองในมุมที่กระหม่อมเป็นฝ่ายผิด แม้อยากกลับใจหรือรู้สึกผิดอย่างไร อดีตก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะแก้ไขได้ เช่นนั้นแค่ทำตนให้ดีขึ้น แล้วแสดงออกความจริงใจอย่างรู้สึกผิดก็พอพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทเพคะ!!!! ช่วยพระสนมด้วยเพคะ!!” ในขณะที่กำลังจะเอ่ยตอบเสียงของเยว่จินก็ดังขึ้นพร้อมท่าทีร้อนรน

“บังอาจวิ่งพรวดพราดเข้ามา!!!” ฮ่องเต้ยกมือห้ามปรามกงกงคนสนิทไม่ให้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพื่อที่จะถามความกับคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าให้รู้เรื่อง บัดนนี้เยว่จินเป็นคนของเสิ่นลู่ถิง รีบร้อนมาเช่นนี้อาจเกิดเรื่องกับสนมรักก็ได้

“เกิดสิ่งใดขึ้น?”

“จู่ๆ พระสนมก็ตื่นบรรทมขึ้นมากลางดึกและมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ทั้งยังมีโลหิตไหลออกมาด้วยเพคะ”

“ว่าอย่างไรนะ!? ตามหมอหลวงแล้วหรือยัง?”

“ตามแล้วเพคะ แต่หม่อมชั้นรีบมาทูลฝ่าบาทก่อน” ความกังวลและหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้า กายสูงรีบก้าวจ้ำออกไปอย่างรวดเร็วปลายทางที่มุ่งตรงไปคือตำหนักจิ่งเหริน ขายาวหยุดชะงักเมื่อฮองเฮาเดินมาขวางไว้ตรงหน้า ท่าทีของนางไม่อาจทำให้ฮ่องเต้หยุดยืนอยู่ได้

“ฝ่าบาท….”

“อย่าขวางทางข้า หลีกไป!” เสียงหนาแสนหนักแน่นนั้นตวาดลั่นอย่างไม่สบอารณ์เมื่อเห็นว่าฮองเฮายังไม่ยอมถอยห่างเสียที ภายในใจรอนลุ่มถึงสนมรักเสียจนพร้อมจะไล่ทุกคนที่ขัดขวางเส้นทางให้เตพิดไปไกล

“หม่อมชั้นได้ยินมาว่าสนมเสิ่นเกิดเรื่องเลยจะตามไปดูด้วยเพคะ”

“พระสนมพึ่งมีอาการไม่นานนัก เหตุใดฮองเฮาถึง….” ฮ่องเต้ที่ได้ฟังคำของเยว่จินก็ขวดคิ้วและคิดตาม เมื่อครู่มัวแต่นึกถึงอาการของเสิ่นลู่ถิงจนลืมนึกถึงเรื่องนี้เลย ดวงตาคมละจากเยว่จินมาจับจ้องฮองเฮาที่ยืนบีบมือแน่นอย่างประหม่า ก่อนจะเปลี่ยนท่าที่มาเป็นโทสะแทน

“เจ้าเป็นแค่นางในของสนมเสิ่น กล้าตั้งคำถามกับข้าหรือ ตบปาก!!!”

“บังอาจ!! ข้ายืนอยู่ที่นี่ไม่เห็นหัวข้าหรือ!!” นางในข้างกายของฮองเฮาชะงักกึกแล้วก้มหน้า บัดนี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียง เยว่จินมีหน้าที่ดูแลเสิ่นลู่ถิง และเป็นที่รู้ดีกันว่านางดูแลผู้เป็นนายดีอย่างไร เช่นนั้นแล้วจะยอมให้เยว่จินเป็นอะไรไปมิได้

“แต่ฝ่าบาทเพคะ…..”

“เยว่จินเจ้ารีบกลับไปตำหนักจิ่งเหรินช่วยดูแลสนมเสิ่นให้ดีก่อน ข้าจะรีบตามไป”

“เพคะฝ่าบาท”

ฮองเฮามองตาเยว่จินไปด้วยความโกรธเกี้ยว ในเพลานี้ไม่ใช่เพียงเสิ่นลู่ถิงที่ได้รับความสำคัญ แต่ผู้คนรอบกายนางทั้งหมดล้วนได้รับอานิสงฆ์นั้นด้วย ยิ่งมองฮ่องเต้และสบตาในครานี้ก็ยิ่งเห็นเด่นชัดว่าเสิ่นลู่ถิงกำลังมีอิทธิพลต่อวังหลวงเพียงใด

ฮองเฮากำมือแน่นด้วยความโกรธเคือง ในเมื่อไม่ถูกทำโทษต่อแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ เสิ่นลู่ถิงมีอิทธิพลเกินไป อันตรายเกินกว่าจะเก็บไว้ หนูจะยังบุตรในท้องของนางอีก หากเกิดมาเป็นโอรสเห็นทีตำแหน่งฮองเฮาคงสั่นคลอนแน่

“เจ้ากลับตำหนักไปเสีย ไม่ต้องตามมา”

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมชั้นแค่ห่วง….”

“ฟังที่ข้าพูดไม่เข้าใจหรือ!! ไปเสีย!!!” แรงตวาดนั้นทำฮองเฮานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนหน้าแม้ฮ่องเต้จะกริ้วเท่าใดก็ไม่เคยขึ้นเสียงถึงเพียงนี้เลย แต่ในวันนี้กลับเปลี่ยนไปมากเพียงเพราะเสิ่นลู่ถิงคนเดียว หลี่หว่านลู่เคยเป็นสนมรักของฮ่องเต้มาก่อน

เสิ่นลู่ถิงยังจัดการได้ ทั้งยังทำให้หลี่หว่านลู่ถูกสั่งประการได้ดดยที่ฮ่องเต้ไม่มีความอาวรณ์แม้สักนิด พลางคิดไปแล้วมองแผ่นหลังของฮ่องเต้ที่ไกลออกไปก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเสิ่นลู่ถิง เห็นทึงรอช้าไม่ได้…..

ตำหนักจิ่เหริน

เสียงร้องโอดโอยแสนคุ้นเคยนั้นดังเข้าหูทันทีเมื่อย่างกายเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน ฮ่องเต้สาวเท้าเร็วขึ้นอีกเพื่อเข้าไปภายในด้วยพระพักต์แสนกังวลที่ไม่สามารถปกปิดได้

ยามที่นั่งลงข้างเสิ่นลู่ถิงที่นอนตัวงอบิดไปมาก็รีบกอบกุมมือเล็กเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานที่เคยสดใสซีดเซียวจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นร่ำสันด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมจ้องมองโลหิตสีแดงฉานที่เปรอะเปื้อนที่นอนอยู่ก็หยุดชะงักไปราวกับถูกสาป

“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพระทัยพ่ะย่ะค่ะ พระสนมตกเลือด แต่กระหม่อมได้ให้โอสถแล้ว ยาขนานนี้ดีนัก รับรองว่าพระสนมและบุตรในครรภ์ปลอดภัยแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

“แน่ใจหรือหมอหลวงฉาง?”

“กระหม่อไม่กล้าพูดปลดต่อพระพักต์ฝ่าบาท” ประโยคนั้นทำให้ฮ่องเต้ที่กำลังร้อนใจคลายกังวลลงบ้าง แม้จะเห็นว่าเสิ่นลู่ถิงยังคงนอนด้วยความเจ็บปวด แต่อาจเป็นเพราะโอสภพึ่งเริ่มออกฤทธิ์เท่านั้น

“ถ้าสนมเสิ่นและลูกข้าปลอดภัย ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม”

“ฝ่าบาท….” เสียงหวานเอ่ยเรียกทั้งแรงบีบเร้าให้หันไปมอง ดวงตากลมจับจ้องฉายชัดความกลัวอยู่ในนั้น ดูท่าแล้วกว่าตนจะมาถึงที่นี่ เสิ่นลู่ถิงคงกลัวมาและรู้สึกขาดที่พึ่ง มือหนาบีบกระชับแน่นเพื่อบ่งบอกว่าตนจะอยู๋เคียงข้างไม่ห่างไปไหน

“ไม่เป็นไรนะถิงถิง เดี๋ยวก็ดีขึ้น” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นทั้งลูบหัวคนที่ยังมีสีหน้าเจ็บปวดเพื่อปลอบประโลม

“หมอหลวงฉาง ลูกของข้า…..”

“พระสนมไม่ต้องกังวลพระทัย กระหม่อมตรวจพิษดูแล้ว โชคดีที่เสวยไปปริมาณไม่มากนัก จึงไม่อันตรายต่อพระสนมและบุตรพ่ะยะค่ะ”

“พิษหรือ?” ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแน่นแล้วหันมองหมอหลวงฉางเพื่อให้แน่ใจสิ่งที่อีกคนพูดเมื่อครู่ เมื่อได้รับการพยักหน้ารับก็ยิ่งเพิ่มความโทสะให้มากขึ้นไปอีก

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมตรวจสอบโอสถบำรุงกายที่พระสนมพึ่งเสวย ในนั้นมีส่วนผสมที่ทำให้ครรภ์ปั่นป่วน หากใส่ปริมาณมากอาจแท้งได้ แต่คนที่ใช้มันอาจไม่รู้พะย่ะค่ะ เลยใส่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

“บังอาจนัก!!! เฟยหลง นำองครักษ์ของตำหนักจิ่งเหรินทั้งหมดหาคนผิดมาให้ได้ หากรู้ว่าเป็นใคร ประหารทันที!!”

“กระหม่อมรับบัญชาฝ่าบาท” เฟยหลงก้มหัวลงแล้วหันมาสบตากับเสิ่นลู่ถิงทั้งพยักหน้า ราวกับว่าเรื่องราวนั้นเป็นที่รู้กันว่าจะดำเนินไปอย่างไรต่อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 29 - จบบริบูรณ์

    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนานเสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่นแต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด"เขาตายแล้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 28 - ชินอ๋องชดใช้

    สายลมพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้นานาพรรณจากยอดเขามาสู่ตลาดการค้าชายขอบเมืองหลวง บรรยากาศภายนอกกำแพงวังช่างแตกต่างจากความเงียบเชียบและกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่เสิ่นลู่ถิงในฐานะสูงส่งอย่างหวงกุ้ยเฟย วันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายอย่างสตรีผู้ดีมีฐานะทั่วไป ใบหน้าผุดผ่องถูกแต้มเพียงชาดบางเบาแต่ยังคงไม่อาจซ่อนเร้นราศีแห่งความสูงศักดิ์ไปได้มือบางซ้ายขวาจับมือของหยางหมิงและเยี่ยหลานองค์ชายและองค์หญิงฝาแฝดวัยห้าขวบที่บัดนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งคู่ชี้ชวนกันดูงิ้วข้างทางและขนมน้ำตาลปั้นรูปมังกรอย่างสนุกสนาน"ท่านแม่ ดูนั่นสิเพคะ! มังกรตัวนั้นมีสีรุ้งด้วย" เยี่ยหลานตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางกระตุกชายแขนเสื้อของมารดาให้หันมาสนใจสิ่งที่ตนกำลังมองด้วยความตื่นเต้น"เยี่ยหลานชอบหรือ? เดี๋ยวแม่จะให้พี่อาลี่ซื้อให้เจ้าดีไหม" เสิ่นลู่ถิงยิ้มตอบด้วยแววตาอ่อนโยน ข้างกายคืออาลี่แลเยว่จินที่ติดตามมาด้วยความเป็นห่วง หากอี้เหอไม่ติดว่าต้องดูแลไท่เฮา เห็นทีคงตามมากันจนหมดแม้บรรยากาศจะดูรื่นรมย์เพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ดวงตากลมกวาด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 27 - แสงจันทร์เพียงดวงเดียว

    ราตรีที่ผ่านพ้นพายุหมุนแห่งการทรยศหักเหลี่ยมดูจะเงียบสงบกว่าคืนไหนๆ ภายในห้องบรรทมของตำหนัก กลิ่นกำยานหอมอ่อนระรื่นโชยพัดพาความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกฝาแฝดวัยสามขวบที่นอนหลับสนิทเคียงข้างกัน หยางหมิงและเยี่ยหลานบุตรมังกรและธิดาหงส์ของนางที่เพิ่งผ่านพ้นภยันตรายมาหยกๆกายบางโน้มกายลงจัดผ้าห่มแพรไหมสีทองให้คลุมถึงอกอุ่นๆ ของทั้งคู่เบาๆ สัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มยุ้ยของลูกทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความรักสุดหัวใจในชาติก่อนข้ามิเคยได้รับสัมผัสเช่นนี้ มิเคยรู้ซึ้งถึงคำว่ามารดา แต่นับจากวินาทีที่ข้าได้กลับมาล้างแค้นและสร้างชีวิตใหม่ ทุกลมหายใจของข้าบัดนี้คือเพื่อปกป้องลมหายใจของเด็กทั้งสองคนนี้เท่านั้นเมื่อมั่นใจว่าลูกๆ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานแล้ว เสิ่นลู่ถิงจึงขยับกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินถอยออกไปเฝ้าที่ม่านชั้นนอก แล้วคว้าเสื้อคลุมไหล่ผ้าไหมลายดอกเหมยมาห่มกาย ทั้งเดินออกจากห้องบรรทมมุ่งหน้าสู่สวนอุทยานที่ชอบไป“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู” อาลี่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 26 - ถอนรากถอนโคน

    ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 25 - สตรีแปลกหน้าคนใหม่

    กาลเวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำหลาก สามปีในวังหลวงช่างสั้นนักสำหรับผู้ที่มีความสุข แต่ช่างยาวนานแสนสาหัสสำหรับผู้ที่ถูกลืมเลือน ที่ตำหนักร้างท้ายวัง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นบานหน้าต่างเสียงหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้โฮของสตรีผู้หนึ่งยังคงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แต่ไม่มีใครใส่ใจจะเงี่ยหูฟัง อดีตฮองเฮาในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง กลับกลายเป็นหญิงชราผมขาวโพลนทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ทั้งนั่งกินเศษข้าวบูดเน่าที่ทหารยามโยนให้ผ่านช่องประตู พลางคุยกับเงาของตัวเองในบ่อน้ำครำ นรกบนดินที่เสิ่นลู่ถิงประทานให้นั้นกัดกินวิญญาณของอีกคนเหลือเพียงความว่างเปล่าลานหน้าตำหนักคุนหนิงบรรยากาศกลับรื่นเริงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ วันนี้คืองานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติสามชันษาขององค์ชายหยางหมิงองค์หญิงเยี่ยหลานซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเสิ่นลู่ถิงในชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกดูน่าเกรงขามและสง่างามจนขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา กายบางนั่งเคียงคู่กับฮ่องเต้ทอดสายตามองดูลูกแฝดที่บัดนี้วิ่งเล่นอยู่ในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองขนาดเล็ก"ถึงเวลาแล้ว..."

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 24 - เยี่ยมเยียนฮองเฮาครั้งสุดท้าย

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวแขวนเด่นอยู่เหนือยอดตำหนัก เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หอมภายในสวนหลังวัง กลิ่นดอกราตรีโชยมาตามลมเย็น แผ่วเบาและเยือกเย็นไม่ต่างจากกระแสอารมณ์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในอกในยามนี้มือเรียวบางลูบไล้ถ้วยชาเคลือบมุกอย่างใจเย็น แววตาที่เคยฉายเพียงความอ่อนโยนและออดอ้อนต่อหน้าฮ่องเต้ บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะหยั่งถึงดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ของทั้งสองชาติภพไหลย้อนกลับมา ราวกับกำลังละเลียดรสชาติของชัยชนะที่หอมหวานที่สุดภาพแรกที่แจ่มชัดในมโนสำนึก คือภาพของหลี่หว่านหว่านที่เคยหยิ่งผยอง รวมถึงผู้คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่นที่ถูกข้าจัดการไปก่อนหน้าก่อนที่ภาพสะท้อนไปตอนที่ขันทีอาวุโสถือถาดไม้ที่วางจอกสุราลายครามไว้หนึ่งจอกจะเข้ามาแทรก เฉินเสี่ยวเยี่ยนและตระกูลเฉินในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั้งชุดเก่าฉีกขาดกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้นราวกับซากศพที่ยังหายใจเสิ่นลู่ถิงเฝ้าดูเฉินเสี่ยวเยี่ยนถูกประหารไปด้วยตาตัวเองในครานี้ เพื่อไม่ให้เกิความผิดพลาดอีก ทำกับลูกข้าไว้อย่างไร ข้าย่อมสนองให้ แม้ลูกข้าจะยังไม่ตาย แต่แค่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 23 - กำจัดตระกูลเฉินสำเร็จ

    เสียงที่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้ดินดั่งเสียงจากสรวงสวรรค์ แรงสั่นสะเทือนทำเอาฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาทับถมร่างของเสิ่นลู่ถิงที่กำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราชในคราบสตรีสูงศักดิ์ เฉินเสี่ยวเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาที่เคยฉายแววอาฆาตบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะม

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 22 - ถ่วงเวลา

    "อาลี่ เยว่จิน... พาลูกๆ ของข้าเข้าไปในห้องบรรทมชั้นใน และปิดหน้าต่างให้มิดชิดด้วย" ลู่ถิงสั่งเสียงเรียบทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดหลังจากที่เฟยหลงออกไปทำตามที่สั่ง แต่ยังไม่ทันที่สาวใช้คนสนิททั้งสองจะอุ้มองค์ชายและองค์หญิงแฝดลับตาไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่คนคุ้นหน้าก็ดังขึ้นที่หน้า

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 21 - เฉินเสี่ยวเยี่ยนยังไม่ตาย

    แสงเทียนเริ่มมอดดับลงภายในแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ แสงแดดรำไรคืบคลานเข้ามาพาดผ่านร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่เสิ่นลู่ถิงค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นแต่ก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 20 - ยอดอ่อนของความรัก NC

    กลิ่นหอมของกำยานอบอวลอยู่ในตำหนัก สายลมพัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเบาบาง พาให้เปลวเทียนสั่นไหววูบวาบสะท้อนกับม่านมุกที่กระทบกันเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งแผ่วเบา อากาศหนาวกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักนี้ลดความร้อนรุ่มลงได้เลยบนเตียงกว้างที่ปูลาดด้วยผ้าไหมสีเหลืองทอง ฮ่องเต้นอนทาบทับอยู่บนกายบาง สายตาคมท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status