Share

- 6 - ความจริงใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-28 13:34:24

สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันที

สมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีต

แม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้

“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้

“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”

“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใครมากๆ คิดว่าถ้ากลับมาเกิดได้อีกครั้งจะทำอย่างไร แล้วสามารถแปรเปลี่ยนใจไปรักคนผู้นั้นได้หรือไม่?” กายสูงหันมารอฟังอย่างคาดหวังในสิ่งที่กงกงคนสนิทจะเอ่ยตอบ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้พยายามหาเหตุผลมาหักล้างเท่าใดก็รู้สึกว่าตนเองไม่ควรได้รับการให้อภัยเลยสักนิด

“หากเป็นความแค้นเคืองที่รุนแรง กระหม่อมไม่คิดว่าจะรักได้พ่ะย่ะค่ะ หากกลับมาได้คงแค่แก้แค้นเพียงเท่านั้น”

“เป็นเช่นนั้นสินะ ไม่ว่าจะทำดีอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ใช่หรือไม่” เสียงที่เคยหนักแน่นนั้นแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ยิ่งมองดูตัวหนังสือที่เปรอะเปื้อนออกเพราะหยดน้ำบางอย่างก็ยิ่งรู้สึกปวดหนึบในอกข้างซ้าย มองดูอย่างไรเจ้าก็คงเขียนสิ่งนี้ด้วยน้ำตา

“ในโลกนี้ความดีไม่ได้หักล้างเรื่องแย่ๆ ที่กระทำลงไปได้ แต่หากจริงใจ…..กระหม่อมคิดว่าบางอย่างอาจดีขึ้นได้พ่ะย่ะค่ะ”

“ความจริงใจหรือ?” ฮ่องเต้ปิดสมุกบันทึกในมือลงแล้วหันไปถามกงกงคนสนิทอย่างย้ำคำเพื่อต้องการรู้ ใครต่อใครว่าเรามักฉลาดเรื่องคนอื่นเห็นทีคงเป็นเรื่องจริง บัดนี้เป็นเรื่องราวของข้า ความผิดข้า และหัวใจของข้า แต่ตนเองกลับไม่รู้ว่าควรจัดการต่อไปอย่างไร

“พ่ะย่ะค่ะ หากมองในมุมที่กระหม่อมเป็นฝ่ายผิด แม้อยากกลับใจหรือรู้สึกผิดอย่างไร อดีตก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะแก้ไขได้ เช่นนั้นแค่ทำตนให้ดีขึ้น แล้วแสดงออกความจริงใจอย่างรู้สึกผิดก็พอพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทเพคะ!!!! ช่วยพระสนมด้วยเพคะ!!” ในขณะที่กำลังจะเอ่ยตอบเสียงของเยว่จินก็ดังขึ้นพร้อมท่าทีร้อนรน

“บังอาจวิ่งพรวดพราดเข้ามา!!!” ฮ่องเต้ยกมือห้ามปรามกงกงคนสนิทไม่ให้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพื่อที่จะถามความกับคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าให้รู้เรื่อง บัดนนี้เยว่จินเป็นคนของเสิ่นลู่ถิง รีบร้อนมาเช่นนี้อาจเกิดเรื่องกับสนมรักก็ได้

“เกิดสิ่งใดขึ้น?”

“จู่ๆ พระสนมก็ตื่นบรรทมขึ้นมากลางดึกและมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ทั้งยังมีโลหิตไหลออกมาด้วยเพคะ”

“ว่าอย่างไรนะ!? ตามหมอหลวงแล้วหรือยัง?”

“ตามแล้วเพคะ แต่หม่อมชั้นรีบมาทูลฝ่าบาทก่อน” ความกังวลและหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้า กายสูงรีบก้าวจ้ำออกไปอย่างรวดเร็วปลายทางที่มุ่งตรงไปคือตำหนักจิ่งเหริน ขายาวหยุดชะงักเมื่อฮองเฮาเดินมาขวางไว้ตรงหน้า ท่าทีของนางไม่อาจทำให้ฮ่องเต้หยุดยืนอยู่ได้

“ฝ่าบาท….”

“อย่าขวางทางข้า หลีกไป!” เสียงหนาแสนหนักแน่นนั้นตวาดลั่นอย่างไม่สบอารณ์เมื่อเห็นว่าฮองเฮายังไม่ยอมถอยห่างเสียที ภายในใจรอนลุ่มถึงสนมรักเสียจนพร้อมจะไล่ทุกคนที่ขัดขวางเส้นทางให้เตพิดไปไกล

“หม่อมชั้นได้ยินมาว่าสนมเสิ่นเกิดเรื่องเลยจะตามไปดูด้วยเพคะ”

“พระสนมพึ่งมีอาการไม่นานนัก เหตุใดฮองเฮาถึง….” ฮ่องเต้ที่ได้ฟังคำของเยว่จินก็ขวดคิ้วและคิดตาม เมื่อครู่มัวแต่นึกถึงอาการของเสิ่นลู่ถิงจนลืมนึกถึงเรื่องนี้เลย ดวงตาคมละจากเยว่จินมาจับจ้องฮองเฮาที่ยืนบีบมือแน่นอย่างประหม่า ก่อนจะเปลี่ยนท่าที่มาเป็นโทสะแทน

“เจ้าเป็นแค่นางในของสนมเสิ่น กล้าตั้งคำถามกับข้าหรือ ตบปาก!!!”

“บังอาจ!! ข้ายืนอยู่ที่นี่ไม่เห็นหัวข้าหรือ!!” นางในข้างกายของฮองเฮาชะงักกึกแล้วก้มหน้า บัดนี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียง เยว่จินมีหน้าที่ดูแลเสิ่นลู่ถิง และเป็นที่รู้ดีกันว่านางดูแลผู้เป็นนายดีอย่างไร เช่นนั้นแล้วจะยอมให้เยว่จินเป็นอะไรไปมิได้

“แต่ฝ่าบาทเพคะ…..”

“เยว่จินเจ้ารีบกลับไปตำหนักจิ่งเหรินช่วยดูแลสนมเสิ่นให้ดีก่อน ข้าจะรีบตามไป”

“เพคะฝ่าบาท”

ฮองเฮามองตาเยว่จินไปด้วยความโกรธเกี้ยว ในเพลานี้ไม่ใช่เพียงเสิ่นลู่ถิงที่ได้รับความสำคัญ แต่ผู้คนรอบกายนางทั้งหมดล้วนได้รับอานิสงฆ์นั้นด้วย ยิ่งมองฮ่องเต้และสบตาในครานี้ก็ยิ่งเห็นเด่นชัดว่าเสิ่นลู่ถิงกำลังมีอิทธิพลต่อวังหลวงเพียงใด

ฮองเฮากำมือแน่นด้วยความโกรธเคือง ในเมื่อไม่ถูกทำโทษต่อแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ เสิ่นลู่ถิงมีอิทธิพลเกินไป อันตรายเกินกว่าจะเก็บไว้ หนูจะยังบุตรในท้องของนางอีก หากเกิดมาเป็นโอรสเห็นทีตำแหน่งฮองเฮาคงสั่นคลอนแน่

“เจ้ากลับตำหนักไปเสีย ไม่ต้องตามมา”

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมชั้นแค่ห่วง….”

“ฟังที่ข้าพูดไม่เข้าใจหรือ!! ไปเสีย!!!” แรงตวาดนั้นทำฮองเฮานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนหน้าแม้ฮ่องเต้จะกริ้วเท่าใดก็ไม่เคยขึ้นเสียงถึงเพียงนี้เลย แต่ในวันนี้กลับเปลี่ยนไปมากเพียงเพราะเสิ่นลู่ถิงคนเดียว หลี่หว่านลู่เคยเป็นสนมรักของฮ่องเต้มาก่อน

เสิ่นลู่ถิงยังจัดการได้ ทั้งยังทำให้หลี่หว่านลู่ถูกสั่งประการได้ดดยที่ฮ่องเต้ไม่มีความอาวรณ์แม้สักนิด พลางคิดไปแล้วมองแผ่นหลังของฮ่องเต้ที่ไกลออกไปก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเสิ่นลู่ถิง เห็นทึงรอช้าไม่ได้…..

ตำหนักจิ่เหริน

เสียงร้องโอดโอยแสนคุ้นเคยนั้นดังเข้าหูทันทีเมื่อย่างกายเข้ามาในตำหนักจิ่งเหริน ฮ่องเต้สาวเท้าเร็วขึ้นอีกเพื่อเข้าไปภายในด้วยพระพักต์แสนกังวลที่ไม่สามารถปกปิดได้

ยามที่นั่งลงข้างเสิ่นลู่ถิงที่นอนตัวงอบิดไปมาก็รีบกอบกุมมือเล็กเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานที่เคยสดใสซีดเซียวจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นร่ำสันด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมจ้องมองโลหิตสีแดงฉานที่เปรอะเปื้อนที่นอนอยู่ก็หยุดชะงักไปราวกับถูกสาป

“ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลพระทัยพ่ะย่ะค่ะ พระสนมตกเลือด แต่กระหม่อมได้ให้โอสถแล้ว ยาขนานนี้ดีนัก รับรองว่าพระสนมและบุตรในครรภ์ปลอดภัยแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

“แน่ใจหรือหมอหลวงฉาง?”

“กระหม่อไม่กล้าพูดปลดต่อพระพักต์ฝ่าบาท” ประโยคนั้นทำให้ฮ่องเต้ที่กำลังร้อนใจคลายกังวลลงบ้าง แม้จะเห็นว่าเสิ่นลู่ถิงยังคงนอนด้วยความเจ็บปวด แต่อาจเป็นเพราะโอสภพึ่งเริ่มออกฤทธิ์เท่านั้น

“ถ้าสนมเสิ่นและลูกข้าปลอดภัย ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม”

“ฝ่าบาท….” เสียงหวานเอ่ยเรียกทั้งแรงบีบเร้าให้หันไปมอง ดวงตากลมจับจ้องฉายชัดความกลัวอยู่ในนั้น ดูท่าแล้วกว่าตนจะมาถึงที่นี่ เสิ่นลู่ถิงคงกลัวมาและรู้สึกขาดที่พึ่ง มือหนาบีบกระชับแน่นเพื่อบ่งบอกว่าตนจะอยู๋เคียงข้างไม่ห่างไปไหน

“ไม่เป็นไรนะถิงถิง เดี๋ยวก็ดีขึ้น” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นทั้งลูบหัวคนที่ยังมีสีหน้าเจ็บปวดเพื่อปลอบประโลม

“หมอหลวงฉาง ลูกของข้า…..”

“พระสนมไม่ต้องกังวลพระทัย กระหม่อมตรวจพิษดูแล้ว โชคดีที่เสวยไปปริมาณไม่มากนัก จึงไม่อันตรายต่อพระสนมและบุตรพ่ะยะค่ะ”

“พิษหรือ?” ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแน่นแล้วหันมองหมอหลวงฉางเพื่อให้แน่ใจสิ่งที่อีกคนพูดเมื่อครู่ เมื่อได้รับการพยักหน้ารับก็ยิ่งเพิ่มความโทสะให้มากขึ้นไปอีก

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมตรวจสอบโอสถบำรุงกายที่พระสนมพึ่งเสวย ในนั้นมีส่วนผสมที่ทำให้ครรภ์ปั่นป่วน หากใส่ปริมาณมากอาจแท้งได้ แต่คนที่ใช้มันอาจไม่รู้พะย่ะค่ะ เลยใส่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

“บังอาจนัก!!! เฟยหลง นำองครักษ์ของตำหนักจิ่งเหรินทั้งหมดหาคนผิดมาให้ได้ หากรู้ว่าเป็นใคร ประหารทันที!!”

“กระหม่อมรับบัญชาฝ่าบาท” เฟยหลงก้มหัวลงแล้วหันมาสบตากับเสิ่นลู่ถิงทั้งพยักหน้า ราวกับว่าเรื่องราวนั้นเป็นที่รู้กันว่าจะดำเนินไปอย่างไรต่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 6 - ความจริงใจ

    สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันทีสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีตแม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 5 - คำขอเดียว

    “คนพวกนั้นปลิดชีวิตตัวเอง ตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม” เสิ่นลู่ถิงหยุดมือที่กำลังปักถุงผ้าอยู่ ดวงตาไม่ได้มีแววของความประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เฟยหลงกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น“หึ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้” ที่เฟยหลงไปตามสืบเรื่องก็เพื่อให้ได้รับรู้ว่าฮองเฮาไม่มีความจริงใจต่อผู้ใดแม้ทั้งสิ้น ต่อให้ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อนาง คำสัญญาที่เคยกล่าวว่าจะดูแลครอบครัวของคนผู้นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกหลอกใช้แม้จะดูน่าสงสารนัก แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตั้งใจเลือกด้วยตนเอง“พระสนมจะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?”“ยังไม่ต้องทำสิ่งใด เคลื่อนไหวตอนนี้จะเป็นที่จับตาเกินไป เดี๋ยวฮองเฮาจะสงสัย ช่วงนี้เจ้าแค่ดูแลพ่อกับแม่เจ้าให้ดีก็พอ ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกกับเยว่จินให้มาบอกข้าได้”“มีพระสนมเป็นนายถือเป็นบุญของกระหม่อมนัก” เสียงและท่าทีที่อ่อนลงของเฟยหลงทำให้เสิ่นลู่ถิงพึงพอใจไม่น้อย ทิ้งเรื่องนี้เอาไว้สักระยะ เพื่อให้ฮองเฮาตายใจว่าไม่มีใครสืบเรื่องนี้ และเพื่อให้ฮองเฮาไม่คลางแคลงใจว่าเฟยหลงนั้นถูกข้าซื้อตัวมาแล้ว“นายอะไรกันเล่า ข้าบอกเสมอว่าข้ามอ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 4 - เฉินเสี่ยวเยี่ยน

    คำพูดนั้นของเสิ่นลู่ถิงที่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตักเตือน เฟยหลงนั่งคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เฟยหลงคิดหนักเช่นนี้ เฟยหลงฉลาดปราดเปรื่องมีความคิดที่รอบคอบ คงต้องใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองดูว่าควรเลือกเส้นทางใดดาบที่มือของเขาถูกดึงออกมาเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินดึงนายของตนถอยหลังด้วยใบหน้าหวาดกลัว เสิ่นลู่ถิงยกมือขึ้นปรามอี้ชวนที่สั่งการคนอยู่ให้ชะงัก เพื่อรอดูให้มั่นใจว่าเฟยหลงจะเลือกสิ่งใดกันแน่“อย่านะลูก ลูกแม่ เจ้าทำเช่นนั้นกับพระสนมมิได้” มารดาของเฟยหลงตะเกียดตะกายด้วยแรงที่มีขยับเข้ามาหาบุตรชายด้วยน้ำตา เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของตนที่มีต่อนาง“ท่านแม่….”“พระสนมช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนชีวิตของพระสนมแล้ว เจ้าจะปลงพระชนม์พระสนมมิได้” มือเหี่ยวย่นจับแขนบุตรชายที่จับดาบเอาไว้แน่นพลางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย“ลองคิดดูเถิดลูก ฮองเฮามีอำนาจก็จริง แต่ใช้งานเจ้าทั้งใช้พ่อกับแม่เพื่อข่มขู่ ทำร้ายและตบตีพวกเรา เจ้ายังจะภักดีต่อคนเช่นนี้อยู่หรือ” บิดาของเฟยหลงพูดสมทบด้วยอีกคน“ข้ามิได้ภักดีต่อฮองเฮา เพียงแต่ห่วงพวกท่านเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงพยัก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 3 - หวงแหน

    “เสิ่นลู่ถิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตากลมมองชินอ๋องอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเขาเดินเข้ามาที่นี่ ทั้งที่ควรจะเป็นอี้ชวนที่นำกำลังทหารบางส่วนบุกมา แต่ครานี้กลับไม่ใช่ ดูเหมือนว่าแผนการจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดไว้เสียหมด“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร?”“ข้าเห็นเจ้าตอนออกจากวัง แค่นึกเป็นห่วงก็เลยตามมา มือของเจ้า เจ็บมากหรือไม่?”“ข้าไม่เจ็บ” เสิ่นลู่ถิงดึงเอามือที่ชินอ๋องจับไปดูอย่างถือวิสาสะออกจากการกอบกุม แม้ท่านจะกลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าอยากให้อภัยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ดีต่อข้าเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างความชั่วร้ายที่ข้าจดจำไว้ในใจออกไปได้“ขอข้าดูหน่อยเถิด”“ปล่อยเถิดท่านอ๋อง ข้าเป็นสตรีของฝ่าบาท ผู้คนจะครหาเอาได้” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมลดละเสียที เสิ่นลู่ถิงหันไปมองผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้วมิรู้เลยว่าควรแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร“อยู่นิ่งๆ” ชินอ๋องยังคงเอ่ยย้ำแล้วรั้งมือบางเอาไว้ แม้เสิ่นลู่ถิงพยายามเท่าใดก็ไม่อาจำให้เขาหยุดมาทำหน้าตาหวังดีเช่นนั้นได้“ปล่อยมือออกจากสนมของข้า”“ฝ่าบาท ม

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 2 - เปลี่ยนใจเฟยหลง

    อาภรณ์สำหรับออกนอกวังถูกสวมใส่ให้เสิ่นลู่ถิงอย่างระมัดระวัง เหล่านางในช่วยกันประทินโฉมให้สตรีที่แสนงดงามอยู่แล้วนั้นงดงามมากขึ้นอีก ตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว เสิ่นลู่ถิงในวันนี้จำเป็นต้องทำให้ตนเองเป็นที่จดจำมากที่สุดยามเห็นอาลี่เข้ามาก็เอ่ยปากให้นางในออกไปอย่างสุภาพและไม่ลืมจะหยิบเงินเล็กน้อยให้ตอบแทนสำหรับการดูแลด้วย เสิ่นลู่ถิงคอยซื้อใจบ่าวไพร่ไม่ขาด ดังนั้นคนของตำหนักจิ่งเหรินในตอนนี้ มีแต่ผู้ที่ภักดีต่อนางเท่านั้น ไม่สิ….จะขาดก็คนกลุ่มหนึ่งที่ข้าต้องจัดการให้ได้ในวันนี้“เตรียมการดีแล้วใช่หรือไม่?” อาลี่พยักหน้ารับ“แต่เช่นนี้ไม่อันตรายเกินไปหรือเจ้าคะคุณหนู? หากเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่วางไว้ คุณหนูอาจเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงมองเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไปลูบหัวอาลี่ด้วยความเอ็นดูดั่งนางคือน้องสาวคนหนึ่ง“เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าหรือ ที่ผ่านมามีสิ่งใดบ้างที่ข้าเสิ่นลู่ถิงตั้งใจลงมือแล้วไม่สำเร็จ” อาลี่ครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงของเยว่จินจะหยุดความกังวลนั้นของอาลี่เอาไว้“พระสนมอี้ชวนส่งข่าวว่าหาเรือนที่พ่อกับแม่ข

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 1 - ขออนุญาตออกนอกวัง

    ยามที่ลมเย็นพัดกระทบผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดดุดหิมะ เจ้าของร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่เพียงไม่นานความหนาวเย็นนั้นก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดอุ่น เสิ่นลู่ถิงเอียงคอมองฮ่องเต้ที่โอบกอดจากด้านหลังแล้วได้แต่เผยรอยยิ้มกว้างในเพลานี้ตัวข้าไม่ใช่เสิ่นลู่ถิงชายาอ๋องที่ถูกประหารชีวิตอีกแล้ว บุรุษที่เคยสั่งประหารข้าอย่างไม่ฟังความจริงข้อใดแม้สักนิด เพลานี้กำลังกอดข้าเอาไว้แน่นด้วยความรักใคร่ มือหนานั้นลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาอย่างปรารถนาที่จะพบหน้า ความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นช่างอัศจรรย์นัก ถึงแม้จะยังไม่เคยพบหน้า ยังไม่รู้ว่าจะน่ารักน่าชังเพียงใด แต่ข้ากับรักและหวงแหนเด็กในท้องคนนี้มากมายเหลือเกินหากข้าเกิดมาโดยที่ท่านพ่อท่านแม่รักบ้างก็คงดี เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด อย่างไรตอนนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่ที่แท้จริงหรือพ่อแม่ที่ขโมยข้ามาเลี้ยงก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วสักคน ข้าแค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี และรักษาเด็กน้อยในครรภ์ให้ดีเทียบเท่าชีวิตข้า“ลมเริ่มหนาวแล้ว เจ้ากลับเข้าตำหนักดีหรือไม่? เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”“หม่อมชั้นยังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเพคะ ดวงจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status