Masuk“คนพวกนั้นปลิดชีวิตตัวเอง ตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม” เสิ่นลู่ถิงหยุดมือที่กำลังปักถุงผ้าอยู่ ดวงตาไม่ได้มีแววของความประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เฟยหลงกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น
“หึ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้” ที่เฟยหลงไปตามสืบเรื่องก็เพื่อให้ได้รับรู้ว่าฮองเฮาไม่มีความจริงใจต่อผู้ใดแม้ทั้งสิ้น ต่อให้ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อนาง คำสัญญาที่เคยกล่าวว่าจะดูแลครอบครัวของคนผู้นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกหลอกใช้แม้จะดูน่าสงสารนัก แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตั้งใจเลือกด้วยตนเอง
“พระสนมจะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?”
“ยังไม่ต้องทำสิ่งใด เคลื่อนไหวตอนนี้จะเป็นที่จับตาเกินไป เดี๋ยวฮองเฮาจะสงสัย ช่วงนี้เจ้าแค่ดูแลพ่อกับแม่เจ้าให้ดีก็พอ ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกกับเยว่จินให้มาบอกข้าได้”
“มีพระสนมเป็นนายถือเป็นบุญของกระหม่อมนัก” เสียงและท่าทีที่อ่อนลงของเฟยหลงทำให้เสิ่นลู่ถิงพึงพอใจไม่น้อย ทิ้งเรื่องนี้เอาไว้สักระยะ เพื่อให้ฮองเฮาตายใจว่าไม่มีใครสืบเรื่องนี้ และเพื่อให้ฮองเฮาไม่คลางแคลงใจว่าเฟยหลงนั้นถูกข้าซื้อตัวมาแล้ว
“นายอะไรกันเล่า ข้าบอกเสมอว่าข้ามองพวกเจ้าเป็นครอบครัว ออกไปพักเถิด หากมีอะไรข้าจะเรียก” เสิ่นลู่ถิงพูดด้วยน้พเสียงอ่อนหวานที่ไม่แฝงความใช้อำนาจเลยแม้แต่น้อย และสิ่งนั้นดูเหมือนจะทำให้เฟยหลงสัมผัสได้ แววตาเขายามที่มองมามีเพียงความซาบซึ้งที่เสิ่นลู่ถิงต้องการ ข้าเชื่อมาเสมอว่าบุญคุณต้องทดแทน และคนเช่นเฟยหลงก็คงเป็นคนที่รู้จักวลีนี้อย่างดีเช่นเดียวกัน
“คุณหนูทุ่มเกินไปหรือไม่เจ้าคะ? จะคุ้มกับที่เสียไปหรือเจ้าคะ” อาลี่ที่ยืนอยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นยามที่เฟยหลงเดินออกไปไกล เสิ่นลู่ถิงได้เพียงแค่ยิ้มให้กับความคิดไม่ทันของสาวใช้คนสนิท
“อาลี่….ความภักดีเปรียบเป็นจำนวนเงินมิได้ ของมีค่าที่ข้าทุ่มไปนั้นไม่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ข้าตั้งใจจะทุ่มเทเพื่อให้ได้ความถักดีอย่างจิรงใจของเฟยหลงจริงๆ คือความจิตใจดีของข้าต่างหาก” แก้วแหวนเงินทองนับไม่ถ้สนจะไม่มีค่าเลยหากหาความภักดีจากผู้คนรอบกลายไม่ได้ ทุกสิ่งที่ข้ามอบให้พ่อแม่ของเฟยหลง ไม่ต่างอะไรจากการตอบแทนที่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เฟยหลงภักดีต่อข้า
ของมีราคาพวกนี้ไม่นานนักฮ่องเต้ก็ประทานให้ใหม่ ข้าเพียงแค่ต้องใช้มันอย่างมีประโยชน์ต่อตัวข้าสูงที่สุด และหากมันสามารถทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่ออย่างมั่นคงเพื่อใช้มันในอนาคตด้วย ก็ยิ่งตอกย้ำว่าข้าใช้งานได้อย่างถูกทาง
“หม่อมชั้นได้ยินมาว่าฝ่าบาทจะเสด็จกลับวังวันพรุ่งนี้คืนนี้พระสนมพักผ่อนให้เต็มที่ ตื่นเช้ามาหม่อมชั้นและอาลี่จะเตรียมอาภรณ์ที่สวยที่สุดไว้ให้ท่านนะเพคะ” เยว่จินเดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่มสมุนไพรที่เสิ่นลู่ถิงต้องใช้บำรุงกายทุกคน
“เยว่จินทำดี ตบรางวัล” เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วยกเครื่องดื่มสมุนไพรขึ้นจิบอย่างระมัดระวังความร้อน
“ขอบพระทัยเพคะพระสนม”
“คุณหนูจะไปรอรับฮ่องเต้เป็นคนแรกหรือไม่เจ้าคะ อาลี่จะได้ปลุกคุณหนูให้เร็วหน่อย” อาลี่รีบลุกขึ้นไปตระเตรียมที่นอนให้นายสาวอย่างใส่ใจ คำถามนั้นแฝงไปด้วยการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ
“ไม่ ข้าจะไปเป็นคนสุดท้าย” ไปคนแรกมันจะเป็นที่จดจำได้อย่างไร ข้าต้องไปในตอนที่สายตาทุกคู่พร้อมจะหันมองมาที่ข้า เช่นนั้นต่างหากถึงจะน่าจดจำ
แสงแดดจ้าในช่วงยามเว่ยสาดกระทบเหล่าขุนนางและนางในที่ยืนรอรับเสด็จฮ่องเต้กลับมาวังหลัง ฮองเฮายืนอยู่ทั้งลูบไปที่อาภรณ์แต่งกายหลายต่อหลายครั้งเพื่อตรวจตราดูความงามของตน ทันทีที่ฮ่องเต้เข้ามาก็นำหน้าสนมคนอื่นเข้าไปเพื่อรับเสด็จในทันที
ฮ่องเต้ยิ้มรับฮองเฮาตามมารยาทที่ควรทำก่อนจะพยักหน้ารับคำเหล่าขุนนางและนางในทุกคนทั้งผายมือออกเป็นสัญญาณให้ผ่อนคลาย ฮองเฮาจับที่แขนของฮ่องเต้ส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยออกไป กลิ่นหายหอมทำให้ฮ่องเต้รู้สึกถึงความผ่อนคลายที่แตกต่างออกไป มือหนาเชยคางมลของฮองเฮาแต่ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเสียงฮือฮาของขุนนางก็ดังขึ้นเร้าความสนใจไปเสียก่อน
“ถิงถิง….” เสียงเอ่ยชื่อนั้นแผ่วเบาราวกับหลุดเข้าไปในภวังค์ เสิ่นลู่ถิงก้าวเดินมาด้วยรอยยิ้มเรียกสายตาทุกครู่ให้มองอย่างไม่สามารถละไปที่ใดได้ อาภรณ์สีชมพูหวานทั้งเครื่องประดับที่ไม่มากไม่น้อยเกินไปนั้นเหมาะกับเสิ่นลู่ถิงเสียจนคำว่างดงามอาจจะน้อยเกินไป
“ฝ่าบาท…” ขาเรียวที่ก้าวเดินแสร้งสะดุดจนถลาไปด้านหน้าให้ฮ่องเต้พุ่งตัวเข้าโอบรับในทันที แขนแกร่งโอบรอบเอวบาง ปลายจมูกคลอเคลยสัมผัสกันอย่างจงใจ
“เดินระวังหน่อยสิ หากเจ้าล้มไปจะทำอย่างไร” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูก่อนฮ่องเต้จะกดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่
“ถิงถิงกลัวฝ่าบาทจะรอ…..” เสิ่นลู่ถิงเอาหัวพิงฮ่องเต้อย่างออดอ้อน ยิ่งอีกคนแสดงความรักต่อตัวข้ามากเท่าใด ขุนนางและนางในก็จะยิ่งได้เห็นมากเท่านั้น ในตอนนี้ถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะให้เหล่าผู้คนที่นี่ได้รู้ว่าควรยืนอยู่ข้างใคร
“สำหรับเจ้าต่อให้ต้องรอนานกว่านี้ ข้าก็รอได้”
“ฝ่าบาทเพคะ….” ฮองเฮาที่ได้ยินประโยคทิ่มแทงใจเมื่อครู่รีบรุดเข้ามาหาฮ่องเต้แล้วออกแรงดึง เสิ่นลู่ถิงแสร้งหลุดออกจากแขนที่โอบกอดแล้วล้มลงสู่พื้นไม่แรงนัก อาลี่และเยว่จินพากันนั่งลงดูผู้เป็นนายอย่างร้อนใจ
“ฮองเฮา!!! เจ้าทำอะไรของเจ้า!!!” เสียงเข้มของฮ่องเต้ตวาดลั่นจนเหล่าขุนนางพากันก้มหน้าลง ฮองเฮามองเสิ่นลู่ถิงด้วยควาโกรธเคืองเพราะรู้ดีว่าเมื่อครู่เป็นเพียงแค่เพียงมารยาของเสิ่นลู่ถิงเท่านั้น
“หม่อมชั้นไม่ได้ทำอะไรนะเพคะ ใครจะรู้ว่าสนมเสิ่นอ่อนแอถึงเพียงนี้”
“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วใส่ฮองเฮาเลยเพคะ เป็นถิงถิงเองที่ไม่ระวัง” ฮ่องเต้นั่งลงแล้วรีบโอบประคองเสิ่นลู่ถิงให้ลุกขึ้น แววตาแสนเป็นห่วงนั้นเสิ่นลู่ถิงยังรู้สึกได้ ใบหน้าหวานแสร้งก้มลงอย่างไม่อยากมีปัญหากับผู้ใด ก่อนคางมลจะถูกเชยขึ้นให้สบตา
“ถิงถิงไม่จำเป็นต้องยอมผู้ใด มีข้าอยู่ที่นี่ทั้งคน ไม่ว่าใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ทั้งสิ้น” ฮองเฮาถอยหลังหนีอย่างประหม่าเมื่อได้ยินคำนั้น ทำได้เพียงมองตามฮ่องเต้ที่โอบอุ้มเสิ่นลู๋ถิงขึ้นสู่อ้อมแขนแล้วเดินออกไปไกล มองไปรอบบริเวณก็มีแต่สายตาเย้ยหยันมองมาจนต้องรีบกลับตำหนักอย่างหัวเสีย
ตำหนักจิ่งเหริน
“เป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงเอ่ยถามหมอหลวงของฮ่องเต้ช่างแสนร้อนรน สิ่งนั้นทำให้เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกอบอุ่นในหัวใจก่อนจะสลัดความคิดออกไป ข้าไม่ควรตกหลุมรักผู้ใด ความรักไม่ได้สำคัญต่อข้าอีกต่อไป ข้าเสิ่นลู่ถิงเกิดมาอีกครั้งเพื่อมอบทุกอย่างให้แก่ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อความรักจากใคร
“ทูลฝ่าบาท พระสนมกระทบกระเทือนไม่รุนแรง ไม่น่าเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี กงกงมอบรางวัลให้หมอหลวงฉางด้วย”
ทันทีที่หมอหลวงออกไปเสิ่นลู่ถิงก็พยักหน้าให้อาลี่กับเยว่จินออกไปก่อน ฮ่องเต้ประทับลงข้างกายก่อนจะโอบประคองให้เสิ่นลู่ถิงเอาหัวพิงลงที่ไหล่กว้างแล้วลูบหัวแผ่วเบา สัมผัสแผ่วเบายามที่ฮ่องเต้หอมลงบนผมนุ่มทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดลอยยิ้มกว้างออกมา
“คิดถึงข้าหรือไม?”
“ถิงถิงคิดถึงฝ่าบาทสุดหัวใจ” ใบหน้าหวานถูกจับให้ผละออกก่อนริมฝีปากหนาจะประกบจูบลงมา สัมผัสของริมฝีปากที่ไม่ร้อนแรงแต่ก็ไม่แผ่วเบาชวนให้หัวใจสองดวงเต้นไม่เป็นร่ำสัน
“ถิงถิงปากหวานเสียจริง”
“ฝ่าบาทว่าราชการเป็นอย่างไรบ้างเพคะ? ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างดีใช่หรือไม่เพคะ?
“อืม การเจรจาผ่านไปได้ด้วยดี เจ้าอยู่ที่นี่ไม่มีใครรังแกใหรือไม่?”
“ฝ่าบาทไปเพียงไม่กี่วัน ใครจะรังแกหม่อมชั้นกันเพคะ” แก้มเนียนถูกลูบไล้อย่างรักใคร่ เสิ่นลู่ถิงจับมือหนาไว้แล้วขยับมือไปบีบนวดตรงไหล่กว้างอย่างเอาอกเอาใจ
“อีกไม่นานก็คงได้เจอกันแล้ว หากลูกของเจ้าเป็นโอรส ข้าจะแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท…” เสิ่นลู่ถิงนิ่งงันไปแม้จะคาดหวังแต่แรกแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าฮ่องเต้จะตัดสินพระทัยเร็วถึงเพียงนี้ หากลูกข้าเป็นองค์รัชทายาท จุดสูงสุดของข้าก็ไม่ใช่ส่งที่จับต้องไม่ได้อกีต่อไป
“จริงหรือเพคะฝ่าบาท?”
“จริงสิ ข้าขอเจ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
“ฝ่าบาทต้องการสิ่งใดเพคะ” เรียวคิ้วขมวดแน่นอย่างไม่เข้าใจเมื่อได้ยิน เสิ่นลู่ถิงไม่มีสิ่งใดที่จะมอบให้คนตรงหน้าได้เลย แล้วอ่องเต้ที่มีทุกอย่างแม้แต่ใต้หล้านั้นยังต้องการสิ่งใดจากตนอีก
“ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจเจ้าโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?”
สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันทีสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีตแม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใ
“คนพวกนั้นปลิดชีวิตตัวเอง ตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม” เสิ่นลู่ถิงหยุดมือที่กำลังปักถุงผ้าอยู่ ดวงตาไม่ได้มีแววของความประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เฟยหลงกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น“หึ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้” ที่เฟยหลงไปตามสืบเรื่องก็เพื่อให้ได้รับรู้ว่าฮองเฮาไม่มีความจริงใจต่อผู้ใดแม้ทั้งสิ้น ต่อให้ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อนาง คำสัญญาที่เคยกล่าวว่าจะดูแลครอบครัวของคนผู้นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกหลอกใช้แม้จะดูน่าสงสารนัก แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตั้งใจเลือกด้วยตนเอง“พระสนมจะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?”“ยังไม่ต้องทำสิ่งใด เคลื่อนไหวตอนนี้จะเป็นที่จับตาเกินไป เดี๋ยวฮองเฮาจะสงสัย ช่วงนี้เจ้าแค่ดูแลพ่อกับแม่เจ้าให้ดีก็พอ ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกกับเยว่จินให้มาบอกข้าได้”“มีพระสนมเป็นนายถือเป็นบุญของกระหม่อมนัก” เสียงและท่าทีที่อ่อนลงของเฟยหลงทำให้เสิ่นลู่ถิงพึงพอใจไม่น้อย ทิ้งเรื่องนี้เอาไว้สักระยะ เพื่อให้ฮองเฮาตายใจว่าไม่มีใครสืบเรื่องนี้ และเพื่อให้ฮองเฮาไม่คลางแคลงใจว่าเฟยหลงนั้นถูกข้าซื้อตัวมาแล้ว“นายอะไรกันเล่า ข้าบอกเสมอว่าข้ามอ
คำพูดนั้นของเสิ่นลู่ถิงที่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตักเตือน เฟยหลงนั่งคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เฟยหลงคิดหนักเช่นนี้ เฟยหลงฉลาดปราดเปรื่องมีความคิดที่รอบคอบ คงต้องใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองดูว่าควรเลือกเส้นทางใดดาบที่มือของเขาถูกดึงออกมาเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินดึงนายของตนถอยหลังด้วยใบหน้าหวาดกลัว เสิ่นลู่ถิงยกมือขึ้นปรามอี้ชวนที่สั่งการคนอยู่ให้ชะงัก เพื่อรอดูให้มั่นใจว่าเฟยหลงจะเลือกสิ่งใดกันแน่“อย่านะลูก ลูกแม่ เจ้าทำเช่นนั้นกับพระสนมมิได้” มารดาของเฟยหลงตะเกียดตะกายด้วยแรงที่มีขยับเข้ามาหาบุตรชายด้วยน้ำตา เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของตนที่มีต่อนาง“ท่านแม่….”“พระสนมช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนชีวิตของพระสนมแล้ว เจ้าจะปลงพระชนม์พระสนมมิได้” มือเหี่ยวย่นจับแขนบุตรชายที่จับดาบเอาไว้แน่นพลางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย“ลองคิดดูเถิดลูก ฮองเฮามีอำนาจก็จริง แต่ใช้งานเจ้าทั้งใช้พ่อกับแม่เพื่อข่มขู่ ทำร้ายและตบตีพวกเรา เจ้ายังจะภักดีต่อคนเช่นนี้อยู่หรือ” บิดาของเฟยหลงพูดสมทบด้วยอีกคน“ข้ามิได้ภักดีต่อฮองเฮา เพียงแต่ห่วงพวกท่านเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงพยัก
“เสิ่นลู่ถิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตากลมมองชินอ๋องอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเขาเดินเข้ามาที่นี่ ทั้งที่ควรจะเป็นอี้ชวนที่นำกำลังทหารบางส่วนบุกมา แต่ครานี้กลับไม่ใช่ ดูเหมือนว่าแผนการจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดไว้เสียหมด“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร?”“ข้าเห็นเจ้าตอนออกจากวัง แค่นึกเป็นห่วงก็เลยตามมา มือของเจ้า เจ็บมากหรือไม่?”“ข้าไม่เจ็บ” เสิ่นลู่ถิงดึงเอามือที่ชินอ๋องจับไปดูอย่างถือวิสาสะออกจากการกอบกุม แม้ท่านจะกลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าอยากให้อภัยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ดีต่อข้าเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างความชั่วร้ายที่ข้าจดจำไว้ในใจออกไปได้“ขอข้าดูหน่อยเถิด”“ปล่อยเถิดท่านอ๋อง ข้าเป็นสตรีของฝ่าบาท ผู้คนจะครหาเอาได้” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมลดละเสียที เสิ่นลู่ถิงหันไปมองผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้วมิรู้เลยว่าควรแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร“อยู่นิ่งๆ” ชินอ๋องยังคงเอ่ยย้ำแล้วรั้งมือบางเอาไว้ แม้เสิ่นลู่ถิงพยายามเท่าใดก็ไม่อาจำให้เขาหยุดมาทำหน้าตาหวังดีเช่นนั้นได้“ปล่อยมือออกจากสนมของข้า”“ฝ่าบาท ม
อาภรณ์สำหรับออกนอกวังถูกสวมใส่ให้เสิ่นลู่ถิงอย่างระมัดระวัง เหล่านางในช่วยกันประทินโฉมให้สตรีที่แสนงดงามอยู่แล้วนั้นงดงามมากขึ้นอีก ตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว เสิ่นลู่ถิงในวันนี้จำเป็นต้องทำให้ตนเองเป็นที่จดจำมากที่สุดยามเห็นอาลี่เข้ามาก็เอ่ยปากให้นางในออกไปอย่างสุภาพและไม่ลืมจะหยิบเงินเล็กน้อยให้ตอบแทนสำหรับการดูแลด้วย เสิ่นลู่ถิงคอยซื้อใจบ่าวไพร่ไม่ขาด ดังนั้นคนของตำหนักจิ่งเหรินในตอนนี้ มีแต่ผู้ที่ภักดีต่อนางเท่านั้น ไม่สิ….จะขาดก็คนกลุ่มหนึ่งที่ข้าต้องจัดการให้ได้ในวันนี้“เตรียมการดีแล้วใช่หรือไม่?” อาลี่พยักหน้ารับ“แต่เช่นนี้ไม่อันตรายเกินไปหรือเจ้าคะคุณหนู? หากเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่วางไว้ คุณหนูอาจเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงมองเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไปลูบหัวอาลี่ด้วยความเอ็นดูดั่งนางคือน้องสาวคนหนึ่ง“เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าหรือ ที่ผ่านมามีสิ่งใดบ้างที่ข้าเสิ่นลู่ถิงตั้งใจลงมือแล้วไม่สำเร็จ” อาลี่ครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงของเยว่จินจะหยุดความกังวลนั้นของอาลี่เอาไว้“พระสนมอี้ชวนส่งข่าวว่าหาเรือนที่พ่อกับแม่ข
ยามที่ลมเย็นพัดกระทบผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดดุดหิมะ เจ้าของร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่เพียงไม่นานความหนาวเย็นนั้นก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดอุ่น เสิ่นลู่ถิงเอียงคอมองฮ่องเต้ที่โอบกอดจากด้านหลังแล้วได้แต่เผยรอยยิ้มกว้างในเพลานี้ตัวข้าไม่ใช่เสิ่นลู่ถิงชายาอ๋องที่ถูกประหารชีวิตอีกแล้ว บุรุษที่เคยสั่งประหารข้าอย่างไม่ฟังความจริงข้อใดแม้สักนิด เพลานี้กำลังกอดข้าเอาไว้แน่นด้วยความรักใคร่ มือหนานั้นลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาอย่างปรารถนาที่จะพบหน้า ความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นช่างอัศจรรย์นัก ถึงแม้จะยังไม่เคยพบหน้า ยังไม่รู้ว่าจะน่ารักน่าชังเพียงใด แต่ข้ากับรักและหวงแหนเด็กในท้องคนนี้มากมายเหลือเกินหากข้าเกิดมาโดยที่ท่านพ่อท่านแม่รักบ้างก็คงดี เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด อย่างไรตอนนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่ที่แท้จริงหรือพ่อแม่ที่ขโมยข้ามาเลี้ยงก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วสักคน ข้าแค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี และรักษาเด็กน้อยในครรภ์ให้ดีเทียบเท่าชีวิตข้า“ลมเริ่มหนาวแล้ว เจ้ากลับเข้าตำหนักดีหรือไม่? เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”“หม่อมชั้นยังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเพคะ ดวงจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร







