ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ

ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ

last updateآخر تحديث : 2026-04-17
بواسطة:  ได้โปรดปลื้มمستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
29فصول
377وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

แม้จะไม่ใช่คนที่เคยทำร้ายข้าในชาติก่อน แต่หากคิดทำร้ายข้าในชาตินี้ เสิ่นลู่ถิงคนนี้ก็จะไม่อ่อนแอปล่อยไปเช่นกัน

عرض المزيد

الفصل الأول

- 1 - ขออนุญาตออกนอกวัง

ยามที่ลมเย็นพัดกระทบผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดดุดหิมะ เจ้าของร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่เพียงไม่นานความหนาวเย็นนั้นก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดอุ่น เสิ่นลู่ถิงเอียงคอมองฮ่องเต้ที่โอบกอดจากด้านหลังแล้วได้แต่เผยรอยยิ้มกว้าง

ในเพลานี้ตัวข้าไม่ใช่เสิ่นลู่ถิงชายาอ๋องที่ถูกประหารชีวิตอีกแล้ว บุรุษที่เคยสั่งประหารข้าอย่างไม่ฟังความจริงข้อใดแม้สักนิด เพลานี้กำลังกอดข้าเอาไว้แน่นด้วยความรักใคร่ มือหนานั้นลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาอย่างปรารถนาที่จะพบหน้า ความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นช่างอัศจรรย์นัก ถึงแม้จะยังไม่เคยพบหน้า ยังไม่รู้ว่าจะน่ารักน่าชังเพียงใด แต่ข้ากับรักและหวงแหนเด็กในท้องคนนี้มากมายเหลือเกิน

หากข้าเกิดมาโดยที่ท่านพ่อท่านแม่รักบ้างก็คงดี เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด อย่างไรตอนนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่ที่แท้จริงหรือพ่อแม่ที่ขโมยข้ามาเลี้ยงก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วสักคน ข้าแค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี และรักษาเด็กน้อยในครรภ์ให้ดีเทียบเท่าชีวิตข้า

“ลมเริ่มหนาวแล้ว เจ้ากลับเข้าตำหนักดีหรือไม่? เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”

“หม่อมชั้นยังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเพคะ ดวงจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรดูสิเพคะ” เสิ่นลู่ถิงชี้ออกไปบนท้องฟ้ากว้างยามค่ำคืนที่มองเห็นได้ผ่านศาลากลางสวนดอกไม้ พื้นที่โดยรอบนี้เปลี่ยนเป็นดอกโบตั๋นสีชมพูสวยอย่างที่เสิ่นลู่ถิงชอบตามคำสั่งของฮ่องเต้

“ข้าไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดสวยไปกว่าเจ้า”

“ฝ่าบาททรงตรัสอะไรก็ไม่รู้” เสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูดังขึ้น กายเล็กของเสิ่นลู่ถิงถูกจับให้หมุนหันหลัง แก้มที่มีน้ำมีนวลขึ้นทั้งยังขึ้นเสียงแดงระเรื่อถูกเกลี่ยไปมาก่อนที่ปลายจมูกจะกดลงมาแล้วสูดเอากลิ่นหอมเข้าไปฟอดใหญ่

“เหตุใดยังเขินอายอยู่อีกเล่า เรามีลูกด้วยกันแล้วนะ”

“มีลูกแล้วเขินอายมิได้หรือเพคะ”

“หึ ได้สิ ได้แน่นอน” ฮ่องเต้ประทับลงบนเก้าอี้ที่จัดไว้บนศาลา กายเล็กของเสิ่นลู่ถิงถูกดึงให้นั่งลงบนตักอย่างระมัดระวัง มือหนายังคอยลูบที่หน้าท้องตลอดไม่ละไปไหน

“ฝ่าบาทเอาแต่มาขลุกอยู่กับหม่อมชั้น เหตุใดไม่ไปหาความสุขสมกับสนมคนอื่นเล่าเพคะ” 

แม้จะพูดออกไปเช่นนั้นแต่เสิ่นลู่ถิงกลับก้มหน้าลงแล้วแสดงแววตาแสนเศร้าหมอง ในเพลานี้ข้ามิอาจใช้ร่างกายเพื่อยั่วยวนให้ท่านติดอยู่กับค่า เช่นนั้นก็มีเพียงมารยาที่จะช่วยได้

“หากข้าทำอย่างนั้น เจ้าจะพอใจหรือ?” มุมปากของฮ่องเต้เผยรอยยิ้มเอ็นดูทั้งเชยคางมลให้สนมรักเงยขึ้นมาสบตา

“ในตอนนี้หม่อมชั้นมอบความสุขให้แก่ฝ่าบาทไม่ได้ หากฝ่าบาทจะไปหาสนมคนอื่น หม่อมชั้นก็ไม่อาจห้ามได้หรอกเพคะ เพียงขอแค่อย่าเอ็นดูถิงถิงน้อยลงไปก็พอแล้วเพคะ”

ดวงตาคมก้มลงมองศรีษะทุยของอีกคนที่ทาบทับลงมาบนอกแกร่ง เสิ่นลู่ถิงออกแรงเอาหัวถูกไปมาอย่างออดอ้อน แก้มนิ่มที่ทาบทับอยู่ตรงอนั้นทำเอาหัวใจของคนถูกอ้อนเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้

“ถิงถิงของข้าน่ารักถึงเพียงนี้ ข้าจะเอ็นดูเจ้าน้อยลงได้อย่างไรเล่า” 

คางมลถูกจับเชยขึ้นอีกครั้ง ครานี้มิใช่เพียงการสบตาเหมือนอย่างเคย แต่เสิ่นลู่ถิงกลับถูกคนตรงหน้าฉกชิมริมฝีปากนุ่ม แรงขยับแสนเนิบนาบนั้นเร้าให้ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นล่ำสัน เสิ่นลู่ถิงรู้ดีว่าแม้จะหักห้ามใจตัวเองเพียงใด ก็ไม่อาจหยุดยั้งความรู้สึกภายในใจได้

“ปากของเจ้านุ่มนิ่มนัก ข้าอยากครอบครองเช่นนี้ทุกวันเลย”

“ต่อไปเมื่อหม่อมชั้นท้องใหญ่ขึ้น ใบหน้าก็คงใหญ่ขึ้นตามไปด้วย พอถึงตอนนั้น…ฝ่าบาทยังชอบถิงถิงหรือไม่เพคะ”

คำถามแสนน่ารักนั้นทำฮ่องเต้ใจอ่อนยวบแล้วเผยยิ้ม ทั้งที่แสดงออกครั้งแล้วครั้งเล่าว่ามิว่าคนตรงหน้าจะเป็นเช่นไรตนก็ยังยกให้เป็นคนโปรดเสมอ แต่กลับได้รับคำถามไม่มั่นใจเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ช่างเถิด จะอย่างไรก็พร้อมจะตอบคำถามของสนมรักอย่างไม่รู้จักเบื่อ

“ข้าแสดงออกชัดเจนเช่นนี้แล้ว” 

มือหนาลูบไล้ไปตามแก้มเนียนและกรอบหน้า “ต่อให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ข้าก็จะยังชอบเจ้าอย่างเดิมเสมอ เช่นนี้พอใจแล้วหรือยัง” ปลายจมูกโด่งกดลงที่แก้มเนียนแล้วลากไล้มาที่ลำคอก่อนจะขบเม้มแผ่วเบาแล้วผละออก ระหว่างที่กอดกันกลมก็มองดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนอยู่พักใหญ่

“ฮองเฮาทรงเป็นอย่างไรบ้างหรือเพคะ?” อ้อมกอดที่เอวบางคลายลงเมื่อคำถามนันของเสิ่นลู่ถิงดังขึ้น ก่อนแรงหายใจจากฮ่องเต้จะทำให้พอรับรู้ได้ถึงความหนักอึ้งในพระทัย

“เฮ่อ ในตอนนี้พ่อของนางคุมอำนาจหลายฝ่าย หากข้าบุ่มบ่ามอาจไม่ส่งผลดี แม้จะรู้ดีว่าหมอหลวงถูกส่งมาจากตระกูลเฉิน แต่ก็ยังหาหลักฐานไม่พบว่าฮองเฮาเป็นคนสั่งการ”

“เช่นนั้นหรือเพคะ….” 

เสิ่นลู่ถิงถามเสียงแผ่วแต่ยังคงพยักหน้าเข้าใจ ไม่ต่างไปจากที่ข้าคาดคิดมากนัก ฮองเฮาเป็นคนฉลาด คงมิมีทางถูกจับได้โดยง่ายหรอก เช่นนั้นก็มาคอยดูกันว่าฮองเฮาผู้สูงส่งเช่นท่าน กับสนมที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่งเช่นข้าผู้ใดจะได้รับชัยชนะครั้งนี้

“ถิงถิง….หากข้ายังลงโทษฮองเฮาตอนนี้มิได้ เจ้าจะโกรธข้าหรือไม่ ข้าแค่อยากให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าแค่ต้องการเวลา ข้ามิอยากให้เจ้ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ”

“ฝ่าบาทตรัสอะไรเช่นนั้นเพคะ แค่รู้ว่าฝ่าบาททรงห่วงใยเช่นนี้ ถิงถิงก็ดีใจมากแล้ว มิบังอาจน้อยใจหรอกเพคะ”

มือเล็กจับมือของคนที่หนักใจอยู่มากอบกุมไว้ เพลานี้ต่อให้งี่เง่าร้องฟูมฟายไปก็เท่านั้น การเป็นฮ่องเต้ยิ่งใหญ่มาก ใต้หล้าทั้งหมดก็ล้วนเป็นของฮ่องเต้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ข้าต้องทำคือเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ และไม่ว่าข้าต้องการสิ่งใด ข้าก็จะได้….

“จริงหรือ?”

“จริงสิเพคะ บ้านเมืองมีเรื่องให้ฝ่าบาททรงกังวลมากพอแล้ว อย่าทรงกังวลพระทัยเรื่องของถิงถิงเลยนะเพคะ ถิงถิงเป็นห่วงฝ่าบาทเพคะ”

“ดูสิ สนมรักของข้ารู้ความเช่นนี้ แล้วข้าจะไปสนใจหญิงใดได้อีกเล่า” แก้มเนียนถูกบับแผ่วเบาจากความันเขี้ยวและความรักใคร่ เสิ่นลู่ถิงจับมือที่บีบแก้มอยู่มาแนบที่หน้าแล้วพูดเสียงออดอ้อน

"ฝ่าบาท....."

"อ้อนเช่นนี้อยากได้อะไร หืม?" จมูกรั้นถูกฮ่องเต้ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยอย่างรู้ทัน เสิ่นลู่ถิงเกาต้นคอแล้วเผยรอยยิ้มหวานออกมา และเป็นรอยยิ้มที่เจ้าของตักอุ่นชอบมองมากที่สุด

"ฝ่าบาททรงรู้ใจถิงถิงเหลือเกิน อีกสามวันหม่อมชั้นขอออกไปนอกวังได้หรือไม่เพคะ? ด้านนอกมีงานเทศกาล หม่อมชั้นอยากไปเดินเล่น"

"แต่ข้าต้องไปว่าราชการที่ต่างเมือง ไม่ไว้ใจให้เจ้าไปคนเดียว"

"หม่อมชั้นไม่ไปคนเดียวเพคะ จะให้อาลี่ เยว่จิน อี้ชวน แล้วก็องครักษ์ที่ฝ่าบาททรงประทานให้ไปด้วยกันกับหม่อมชั้น ได้หรือไม่เพคะ? ถิงถิงสัญญาว่าจะไม่ห่างจากองครักษ์ของฝ่าบาทเลย" 

แขนเรียวสองข้างยกขึ้นคล้องคอ ก่อนจะขยับเอาหัวทุยแนบกับอกแกร่งแล้วถูกไปมาอีกครั้ง แรงออดอ้อนนั้นเรียกรอยยิ้มจากฮ่องเต้ได้ไม่น้อย

"อ้อนข้าเช่นนี้ หากข้าใจร้ายไม่ให้เจ้าไป คนคงครหาว่าข้าเป็นสวามีที่ใจร้ายนัก"

"ใครจะกล้าต่อว่าเพคะ หากมีใครติฉินฝ่าบาท ถิงถิงจะสู้สุดชีวิต" เสิ่นลู่ถิงกำหมัดแน่นแล้วทำท่าชกต่อยไปกับอากาศ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าแสนภาคภูมิใจจากห้องเต้ส่งมาให้

"หึ เจ้านี่มัน....น่ารักเกินไปแล้ว เช่นนั้นก็ไปเถิด แต่อย่าลืมว่าต้องดูแลตัวเองให้ดี เข้าใจหรือไม่?" นิ้วยาวชี้ใบหน้าน่ารักเพื่อเตือนและย้ำคำ เสิ่นลู่ถิงจับนิ้วยาวนั้นไว้แน่แล้วหอมบนหลังมือหนาอย่างจงใจ

"เพคะ ถิงถิงเข้าใจแล้ว"

"นี่เป็นป้ายของข้า หากเกิดเรื่องร้ายจวนตัวจนไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ก็จงใช้มันเสีย ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าทำร้ายเจ้า" 

ดวงตากลมมองป้ายสีทองในมือ นั่นเป็นป้ายยืนยันที่เหล่าขุนนางใหญ่ต่างก็มีกัน เสิ่นลู่ถิงมองสบดวงตาคมที่มองมาด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย ฮ่องเต้ดีกับข้าเสียจน….ข้าไม่อาจหักห้ามใจดวงน้อยเอาไว้ได้เลย

"ถิงถิงขอบพระทัยเพคะ"

ตำหนักจิ่งเหริน

บานประตูตำหนักจิ่งเหรินปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มแสนอ่อนโยนที่มลายหายไปจากเสิ่นลู่ถิง นางนั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองป้ายในมืออย่างไม่คิดว่าจะได้มา ข้าเคยได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงมีป้ายนี้อยู่สองอัน แต่กลับมอบหนึ่งอันให้ข้า ท่านคิดเช่นไรกันแน่ มิใช่ว่าแค่ลุ่มหลงเหมือนกลับที่ลุ่มหลงสนมคนอื่นที่เคยมีมาหรือ

“คุณหนูจะเข้านอนเลยไหมเจ้าคะ?”

“อีกสักพัก…. อาลี่ พรุ่งนี้เจ้าไปบอกอี้ชวนให้ข้าทีว่าอีกสามวันเราจะออกนอกวังกัน ให้อี้ชวนเตรียมตัวด้วย”

“พระสนมจะเสด็จออกไปทำไมหรือเพคะ? ท่านตั้งครรภ์อยู่…” เยว่จินถามด้วยน้ำเสียงหัวใยต่อผู้เป็นนาย

“ข้ามีเรื่องต้องจัดการในทันที เรื่องนี้รอมิได้ สำคัญถึงคอขาดบาดตาย” เสิ่นลู่ถิงพูดเพียงเท่านั้น สายตามุ่งมั่นมองไปเบื้องหน้า ถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องนี้เสียที หากข้อทำได้สำเร็จ ก็จะได้คนฝีมือดีมาเป็นคนของข้าอีกคน.....

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
29 فصول
- 1 - ขออนุญาตออกนอกวัง
ยามที่ลมเย็นพัดกระทบผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดดุดหิมะ เจ้าของร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่เพียงไม่นานความหนาวเย็นนั้นก็ถูกปัดเป่าด้วยอ้อมกอดอุ่น เสิ่นลู่ถิงเอียงคอมองฮ่องเต้ที่โอบกอดจากด้านหลังแล้วได้แต่เผยรอยยิ้มกว้างในเพลานี้ตัวข้าไม่ใช่เสิ่นลู่ถิงชายาอ๋องที่ถูกประหารชีวิตอีกแล้ว บุรุษที่เคยสั่งประหารข้าอย่างไม่ฟังความจริงข้อใดแม้สักนิด เพลานี้กำลังกอดข้าเอาไว้แน่นด้วยความรักใคร่ มือหนานั้นลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาอย่างปรารถนาที่จะพบหน้า ความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นช่างอัศจรรย์นัก ถึงแม้จะยังไม่เคยพบหน้า ยังไม่รู้ว่าจะน่ารักน่าชังเพียงใด แต่ข้ากับรักและหวงแหนเด็กในท้องคนนี้มากมายเหลือเกินหากข้าเกิดมาโดยที่ท่านพ่อท่านแม่รักบ้างก็คงดี เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด อย่างไรตอนนี้ไม่ว่าจะพ่อแม่ที่แท้จริงหรือพ่อแม่ที่ขโมยข้ามาเลี้ยงก็ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้วสักคน ข้าแค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี และรักษาเด็กน้อยในครรภ์ให้ดีเทียบเท่าชีวิตข้า“ลมเริ่มหนาวแล้ว เจ้ากลับเข้าตำหนักดีหรือไม่? เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”“หม่อมชั้นยังอยากอยู่ตรงนี้อีกสักหน่อยเพคะ ดวงจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร
اقرأ المزيد
- 2 - เปลี่ยนใจเฟยหลง
อาภรณ์สำหรับออกนอกวังถูกสวมใส่ให้เสิ่นลู่ถิงอย่างระมัดระวัง เหล่านางในช่วยกันประทินโฉมให้สตรีที่แสนงดงามอยู่แล้วนั้นงดงามมากขึ้นอีก ตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นแล้ว เสิ่นลู่ถิงในวันนี้จำเป็นต้องทำให้ตนเองเป็นที่จดจำมากที่สุดยามเห็นอาลี่เข้ามาก็เอ่ยปากให้นางในออกไปอย่างสุภาพและไม่ลืมจะหยิบเงินเล็กน้อยให้ตอบแทนสำหรับการดูแลด้วย เสิ่นลู่ถิงคอยซื้อใจบ่าวไพร่ไม่ขาด ดังนั้นคนของตำหนักจิ่งเหรินในตอนนี้ มีแต่ผู้ที่ภักดีต่อนางเท่านั้น ไม่สิ….จะขาดก็คนกลุ่มหนึ่งที่ข้าต้องจัดการให้ได้ในวันนี้“เตรียมการดีแล้วใช่หรือไม่?” อาลี่พยักหน้ารับ“แต่เช่นนี้ไม่อันตรายเกินไปหรือเจ้าคะคุณหนู? หากเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่วางไว้ คุณหนูอาจเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ” เสิ่นลู่ถิงมองเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไปลูบหัวอาลี่ด้วยความเอ็นดูดั่งนางคือน้องสาวคนหนึ่ง“เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าหรือ ที่ผ่านมามีสิ่งใดบ้างที่ข้าเสิ่นลู่ถิงตั้งใจลงมือแล้วไม่สำเร็จ” อาลี่ครุ่นคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเสียงของเยว่จินจะหยุดความกังวลนั้นของอาลี่เอาไว้“พระสนมอี้ชวนส่งข่าวว่าหาเรือนที่พ่อกับแม่ข
اقرأ المزيد
- 3 - หวงแหน
“เสิ่นลู่ถิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตากลมมองชินอ๋องอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเขาเดินเข้ามาที่นี่ ทั้งที่ควรจะเป็นอี้ชวนที่นำกำลังทหารบางส่วนบุกมา แต่ครานี้กลับไม่ใช่ ดูเหมือนว่าแผนการจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดไว้เสียหมด“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร?”“ข้าเห็นเจ้าตอนออกจากวัง แค่นึกเป็นห่วงก็เลยตามมา มือของเจ้า เจ็บมากหรือไม่?”“ข้าไม่เจ็บ” เสิ่นลู่ถิงดึงเอามือที่ชินอ๋องจับไปดูอย่างถือวิสาสะออกจากการกอบกุม แม้ท่านจะกลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าอยากให้อภัยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ดีต่อข้าเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างความชั่วร้ายที่ข้าจดจำไว้ในใจออกไปได้“ขอข้าดูหน่อยเถิด”“ปล่อยเถิดท่านอ๋อง ข้าเป็นสตรีของฝ่าบาท ผู้คนจะครหาเอาได้” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมลดละเสียที เสิ่นลู่ถิงหันไปมองผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้วมิรู้เลยว่าควรแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร“อยู่นิ่งๆ” ชินอ๋องยังคงเอ่ยย้ำแล้วรั้งมือบางเอาไว้ แม้เสิ่นลู่ถิงพยายามเท่าใดก็ไม่อาจำให้เขาหยุดมาทำหน้าตาหวังดีเช่นนั้นได้“ปล่อยมือออกจากสนมของข้า”“ฝ่าบาท ม
اقرأ المزيد
- 4 - เฉินเสี่ยวเยี่ยน
คำพูดนั้นของเสิ่นลู่ถิงที่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการตักเตือน เฟยหลงนั่งคิดหนักอยู่ครู่ใหญ่ ข้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เฟยหลงคิดหนักเช่นนี้ เฟยหลงฉลาดปราดเปรื่องมีความคิดที่รอบคอบ คงต้องใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองดูว่าควรเลือกเส้นทางใดดาบที่มือของเขาถูกดึงออกมาเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินดึงนายของตนถอยหลังด้วยใบหน้าหวาดกลัว เสิ่นลู่ถิงยกมือขึ้นปรามอี้ชวนที่สั่งการคนอยู่ให้ชะงัก เพื่อรอดูให้มั่นใจว่าเฟยหลงจะเลือกสิ่งใดกันแน่“อย่านะลูก ลูกแม่ เจ้าทำเช่นนั้นกับพระสนมมิได้” มารดาของเฟยหลงตะเกียดตะกายด้วยแรงที่มีขยับเข้ามาหาบุตรชายด้วยน้ำตา เสิ่นลู่ถิงรับรู้ถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของตนที่มีต่อนาง“ท่านแม่….”“พระสนมช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนชีวิตของพระสนมแล้ว เจ้าจะปลงพระชนม์พระสนมมิได้” มือเหี่ยวย่นจับแขนบุตรชายที่จับดาบเอาไว้แน่นพลางส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย“ลองคิดดูเถิดลูก ฮองเฮามีอำนาจก็จริง แต่ใช้งานเจ้าทั้งใช้พ่อกับแม่เพื่อข่มขู่ ทำร้ายและตบตีพวกเรา เจ้ายังจะภักดีต่อคนเช่นนี้อยู่หรือ” บิดาของเฟยหลงพูดสมทบด้วยอีกคน“ข้ามิได้ภักดีต่อฮองเฮา เพียงแต่ห่วงพวกท่านเท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงพยัก
اقرأ المزيد
- 5 - คำขอเดียว
“คนพวกนั้นปลิดชีวิตตัวเอง ตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม” เสิ่นลู่ถิงหยุดมือที่กำลังปักถุงผ้าอยู่ ดวงตาไม่ได้มีแววของความประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องที่เฟยหลงกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น“หึ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้” ที่เฟยหลงไปตามสืบเรื่องก็เพื่อให้ได้รับรู้ว่าฮองเฮาไม่มีความจริงใจต่อผู้ใดแม้ทั้งสิ้น ต่อให้ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อนาง คำสัญญาที่เคยกล่าวว่าจะดูแลครอบครัวของคนผู้นั้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกหลอกใช้แม้จะดูน่าสงสารนัก แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเจ้าตั้งใจเลือกด้วยตนเอง“พระสนมจะให้กระหม่อมทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?”“ยังไม่ต้องทำสิ่งใด เคลื่อนไหวตอนนี้จะเป็นที่จับตาเกินไป เดี๋ยวฮองเฮาจะสงสัย ช่วงนี้เจ้าแค่ดูแลพ่อกับแม่เจ้าให้ดีก็พอ ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกกับเยว่จินให้มาบอกข้าได้”“มีพระสนมเป็นนายถือเป็นบุญของกระหม่อมนัก” เสียงและท่าทีที่อ่อนลงของเฟยหลงทำให้เสิ่นลู่ถิงพึงพอใจไม่น้อย ทิ้งเรื่องนี้เอาไว้สักระยะ เพื่อให้ฮองเฮาตายใจว่าไม่มีใครสืบเรื่องนี้ และเพื่อให้ฮองเฮาไม่คลางแคลงใจว่าเฟยหลงนั้นถูกข้าซื้อตัวมาแล้ว“นายอะไรกันเล่า ข้าบอกเสมอว่าข้ามอ
اقرأ المزيد
- 6 - ความจริงใจ
สายลมพาดพัดร่างสูงที่ยืนสง่าอยู่ริมแม่น้ำของศาลาริมสระ แม้ผ่านมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์แต่คำถามนั้นที่เอ่ยถามออกไปแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับยังวนเวียนอยู่ในใจเสียจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ “ขอแค่เจ้าให้อภัยในสิ่งที่ข้าทำร้ายใจโดยที่ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะได้หรือไม่?” หลังถ้อยคำนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมีแค่เพียงความนิ่งงันและบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนไปในทันทีสมุดบันทึกเล่มเก่าในมือถูกกอดเอาไว้แน่น แม้จะอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนจนจดจำทุกสิ่งในบันทึกนี้ได้แต่กลับยังเปิดมันเพื่ออ่านวนซ้ำแล้วซ้ำเพื่อตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นอดีตแม้ในครานี้จะรู้สึกเหมือนตนเองถูกเป่าหูให้ตัดสินใจเช่นนั้นในชาติก่อน แต่พอมานึกดูแล้วในตอนนั้นวาจาศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยสั่งเริ่มการประหารคงชัดเจนและชัดถ้อยชัดคำจนไม่อาจแก้ตัวได้“ฝ่าบาทลมเย็นนักพ่ะย่ะค่ะ เสด็จกลับตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ฟู่เอ๋อ เจ้าเชื่อเรื่องตายแล้วย้อนอดีตกลับมาเกิดใหม่หรือไม่?” ดวงตาคมยังคงมองทอดยาวออกไปสู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามกงกงคนสนิทอย่างอยากรู้“กระหม่อมเพียงแค่เคยได้ยิน แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาพ่ะย่ะค่ะ”“หากเป็นเจ้าเล่า ถ้าสมมุติว่าก่อนตายเจ้าแค้นเคืองใจต่อใ
اقرأ المزيد
- 7 - คนสนิทฮองเฮา
“บังอาจยิ่งนัก เป็นแค่สาวใช้ กล้าดีอย่างไรทำร้ายลูกข้า” เสียงตบบัลลังค์ดังลั่นอย่างโกรธเกรี้ยวทั้งชี้หน้าต่อว่าหญิงสาวที่เฟยหลงจับตัวมาได้ ฮ่องเต้จำได้ดีว่านางในผู้นี้คือคนที่อยู่ข้างกายฮองเฮายิ่งคิดได้อย่างนั้นก็ยิ่งแค้นเคืองมากขึ้นกว่าเก่า“ฝ่าบาท หม่อมชั้นแค่แค้นเคืองพระสนมแทนฮองเฮาเท่านั้น ทรงเห็นว่าพระองค์ไม่สนใจฮองเฮาเลย กลัวว่าฮองเฮาจะทรงน้อยพระทัยจึงได้ตัดสินใจทำเรื่องงี่เง่าเช่นนี้ไป โปรดประทานอภัยด้วยเพคะฝ่าบาท”“คิดจะฆ่าลูกข้า คิดว่าข้าสมควรเอาเจ้าไว้หรือ! ทหาร!!!” ทหารหน้าประตูท้องพระโรงวิ่งเข้ามาในทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก คำสั่งประหารทันทีดังขึ้นย้ำให้เหล่าทหารโน้มลงจับตัวนางในที่พยายามก้มหัวของชีวิตอยู่ ก่อนเสียงของฮองเฮาจะเข้ามาจัดขวางทุกอย่างเอาไว้เสียก่อน“ประเดี๋ยวก่อนเพคะฝ่าบาท”“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” น้ำเสียงที่ใช้ถามทั้งเย็นเยียบทั้งแฝงความไม่ใยดีเอาไว้ในนั้น แม้ฮองเฮาจะรู้สึกปวดร้าวไปทั้งใจแต่ไม่สามารถให้มาทำลายสิ่งสำคัญที่กำลังจะทำได้“ฮุ่ยเอ๋อเป็นสาวใช้ที่อยู่กับหม่อมชั้นมานาน นางอยู่เคียงข้างหม่อมชั้นเป็นเหมือนพี่น้อง ได้โปรดประทานอภัยด้วยเพคะ”“นางเป็นแค่สาว
اقرأ المزيد
- 8 - งานเลี้ยงชมดอกไม้
บรรยากาศงานเลี้ยงชมดอกไม้ถูกจัดขึ้นทั้งที่แทบไม่มีดอกไม้ในสวนที่บานสะพรั่งแล้ว เสิ่นลู่ถิงเดินมองไปรอบบริเวณแล้วเผยรอยยิ้มมุมปาก เหล่าลูกหลานขุนนางที่ได้รับเทียบเชิญเดินเข้ามาภายในสวนดอกไม้ของวังหลวงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทันทีที่เห็นหญิงสาวที่คาดการณ์ไว้เดินเข้ามาเสิ่นลู่ถิงก็ยิ่งเหยียดยิ้มกว้างขึ้นเฉิน เสี่ยวเยี่ยน ในที่สุดเจ้าก็ถูกพาเข้าวังหลวงมาแล้วสินะ เพราะความใจร้อนที่จัดการสิ่งใดได้ดั่งใจ ทำให้ฮองเฮามิทรงรู้เลยว่ากำลังชักนำภัยมาสู่ตนเอง คิดกำจัดข้าแล้วอย่างไร ในเมื่อคนตรงหน้าท่านตอนนี้ก็คิดกำจัดท่านตามหลังไปเช่นกัน“น้องหญิงมานี่สิ ทำความรู้จักกับทุกคนให้มากขึ้นหน่อย” น้ำเสียงหวานแสนเสแสร้งของฮองเฮาเรียกเสิ่นลู่ถิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักให้เข้าไปทำความรู้จักกับลูกขุนนาง บุตรีของขุนนางแต่ละคนที่มาในวันนี้ล้วนมาจากตระกูลที่สนับสนุนฮองเฮาทั้งสิ้น แต่หากไม่ก้าวเข้าไปก็คงหมดสนุก เช่นนั้นตามเข้าไปหน่อยจะเป็นไรไป“นี่หรือเพคะพระสนมเสิ่น ได้ยินชื่อเสียงของท่านมากมาย หม่อมชั้นพึ่งได้เจอก็ครานี้ สรุปแล้วพระสนมเป็นบุตรตรีของตระกูลเสิ่นหรือตระกูลหลี่กันแน่หรือเพคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกตระกูลใด ก็ไม
اقرأ المزيد
- 9 - จงใจให้เป็นเรื่องใหญ่
ร่วมสองเดือนที่ชินอ๋องเทียวเข้าออกตำหนักจิ่งเหรินด้วยความสบายใจ ยามเย็นเสิ่นลู่ถิงยืนส่งชินอ๋องออกจากตัวตำหนักอย่าทุกที เมื่อแผ่นหลังนั้นพ้นสายตาไป รอยยิ้มและใบหน้าที่เป็นมิตรก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง ในเมื่อท่านเคยหลอกให้ข้ารัก การหลอกลวงของข้าครั้งนี้ก้ถือเสียว่าข้าเอาคืนท่านก็แล้วกันดวงตากลมหรี่ลงเมื่อเห็นนางในสองคนเดินด้อมๆ มองๆ ที่หน้าตำหนัก เสิ่นลู่ถิงทำทีมองไม่เห็นความน่าสงสัยนั้นแล้วเสมองไปทางอื่น หันไปพยักหน้ากับเฟยหลงให้องครักษ์ปิดประตูตำหนักลง ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะตรงลานหน้าตำหนักอย่างใจเย็น“ไม่นานนักข่าวก็คงถึงหูฮองเฮา เมื่อฮองเฮาเห็นว่าทุกอย่างชัดเจนอย่างที่คิด ฮองเฮาก็คงทูลบางสิ่งต่อฝ่าบาท” “คุณหนูยังใจเย็นอยู่หรือเจ้าคะ หากฝ่าบาททรงเชื่อ ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่” อาลี่ท่าทีร้อนรนแทนผู้เป็นนายเดินไปเดินมาจนนั่งไม่ติด แตกต่างจากเสิ่นลู่ถิงที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบและวางท่าทีได้อย่างดี จะมีก็แตแอบยิ้มขำให้กับความกังวลที่อาลี่มีไม่เคยหมดเลยก็เท่านั้น“ข้าตั้งใจทำเรื่องเช่นนี้มาตั้งสองเดือนแน่นอนว่าข้าจงใจให้เป็นเรื่องใหญ่” เสิ่นลู่ถิงยืนยันสิ่งที่ตัวเองตั้งใจทำอีกครั้ง ดวงตากลมมอ
اقرأ المزيد
- 10 - ลดขั้นเป็นกุ้ยเหริน
อากาศในตำหนักเย็นแสนเย็นยะเยือกจนเสิ่นลู่ถิงสั่นไปทั้งร่าง มือเล็กลูบหน้าท้องเอ่ยบอกลูกในท้องให้อดทนต่อความลำบากนี้เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานนักบานประตูก็เปิดออกเป็นเฟยหลงและอี้ชวนที่ลักรอบเข้ามาพร้อมกับตระกร้าเสบียงอันใหม่เสิ่นลู่ถิงลุกขึ้นยืนเอามือประคองหลังไว้เพื่อเดินให้ถนัดขึ้นก่อนจะมองจานอาหารที่ถูกคนนำมาให้ก่อนหน้าวางเย็นชืดอยู่ พยักหน้ากับอี้ชวนให้รับรู้ก่อนอี้ชวนจะหยิบเอาเข็มและขวดยาที่แม่ตั้งใจมอบให้มาจิ้มดูในอาหารแต่ละจาน“บังอาจมาก ทุกจานมีพิษหมดพ่ะย่ะค่ะพระสนม” อี้ชวนยื่นเข็มหลายสิบเล่มที่ปลายเข็มกลายเป็นสีดำให้ได้ดูชัดขึ้น เสิ่นลู่ถิงกำมือแน่น ยังโชคดีที่ข้าระวังตัวทุกฝีก้าว คิดจะกำจัดข้าและลูกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ฮองเฮาคงคิดว่าข้าหมดหนทางแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดนี่มันก็แค่ดำเนินไปอย่างที่ข้าต้องการเท่านั้น“เฟยหลง เจ้าทันเห็นนางในที่เดินสวนออกไปใช่หรือไม่ นางคือคนที่เอาอาหารมาส่งข้า หาทางจับตัวนางให้ได้ และเก็บนางไว้จนกว่าข้าจะใช้งานนาง”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เฟยหลงรัยคำแล้วเดินออกไปจัดการอย่างไม่รีรอ ดวงตากลมมองไปที่อาหารมีพิษมากมายแล้วเอ่
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status