مشاركة

- 3 - หวงแหน

last update تاريخ النشر: 2026-02-26 12:27:25

“เสิ่นลู่ถิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตากลมมองชินอ๋องอย่างแปลกใจที่เห็นว่าเขาเดินเข้ามาที่นี่ ทั้งที่ควรจะเป็นอี้ชวนที่นำกำลังทหารบางส่วนบุกมา แต่ครานี้กลับไม่ใช่ ดูเหมือนว่าแผนการจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดไว้เสียหมด

“ท่านอ๋องมาที่นี่ได้อย่างไร?”

“ข้าเห็นเจ้าตอนออกจากวัง แค่นึกเป็นห่วงก็เลยตามมา มือของเจ้า เจ็บมากหรือไม่?”

“ข้าไม่เจ็บ” เสิ่นลู่ถิงดึงเอามือที่ชินอ๋องจับไปดูอย่างถือวิสาสะออกจากการกอบกุม แม้ท่านจะกลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ข้าอยากให้อภัยเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ดีต่อข้าเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างความชั่วร้ายที่ข้าจดจำไว้ในใจออกไปได้

“ขอข้าดูหน่อยเถิด”

“ปล่อยเถิดท่านอ๋อง ข้าเป็นสตรีของฝ่าบาท ผู้คนจะครหาเอาได้” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ยอมลดละเสียที เสิ่นลู่ถิงหันไปมองผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ไปแล้วมิรู้เลยว่าควรแก้สถานการณ์ต่อไปอย่างไร

“อยู่นิ่งๆ” ชินอ๋องยังคงเอ่ยย้ำแล้วรั้งมือบางเอาไว้ แม้เสิ่นลู่ถิงพยายามเท่าใดก็ไม่อาจำให้เขาหยุดมาทำหน้าตาหวังดีเช่นนั้นได้

“ปล่อยมือออกจากสนมของข้า”

“ฝ่าบาท มาได้อย่างไรเพคะ ฝ่าบาทต้องเสด็จไปราชกิจที่ต่างเมืองมิใช่หรือเพคะ?” ความงุนงงเพิ่มขึ้นอีกเมื่อเห็นฮ่องเต้ผู้ที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้มากที่สุด เสิ่นลู่ถิงมองอี้ชวนที่วิ่งเหนื่อยหอบมาอย่างเข้าใจ และก็คงไม่สามารถทำความเข้าใจได้ในตอนนี้

“ยังไม่ทันได้ออกเดินทาง ก็เห็นอี้ชวนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเสียก่อน” เสิ่นลู่ถิงพยักหน้ารับ มองดูคนที่จับพ่อกับแม่ของเฟยหลงอยู่เมื่อครู่วิ่งหนีไป

“มือของเจ้า? บาดเจ็บหรือ? ใครมันกล้าทำสนมรักของข้า!!!” มือเล็กถูกสัมผัสอย่างแผ่วเบาอย่างหวาดกลัวที่จะกระทบกระเทือนบาดแผล เอ่ยปากตวาดลั่นหาต้นตอของบาดแผลที่ฝ่ามือของสนมรัก ตาคมมองตามแผ่นหลังขอคนที่วิ่งหนีแล้วกำลังจะวิ่งตามแต่เสิ่นลู่ถิงดันอกเอาไว้เสียก่อน

“อี้ชวน”

“ฝ่าบาท กระหม่อมตามไปเองพ่ะย่ะค่ะ” อี้ชวนเข้าใจสิ่งที่เสิ่นลู่ถิงจะสื่อในทันทีก่อนจะก้าวจ้ำแล้ววิ่งออกไปพร้อมกับทหารบางส่วน

“เจ็บมากหรือไม่ถิงถิง ข้าพาเจ้ากลับวังนะ” เมื่อเห็นว่าอี้ชวนวิ่งตามแล้วก็หันมาสนใจบาดแผลที่มือของเสิ่นลู่ถิงต่อ สัมผัสแผ่วเบาทั้งคำถามแสนห่วงใยนั้นทำเสิ่นลู่ถิงเผลอหลุดรอยยิ้มออกมา ก่อนที่จะหลุดออกจากภวังค์ในตอนที่ได้ยินเสียงชินอ๋องเอ่ยเรียกแผ่วเบา

“เสิ่นลู่ถิง….” ชินอ๋องที่ตั้งท่าราวกับต้องการถามอะไรต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสออกมา มือหนาของชินอ๋องกำแน่นอย่างกักเก็บความโกรธเคืองเอาไว้ในใจ

“ชินอ๋องมีสิ่งใดต้องทำก็ไปทำเถิด ไม่ลำบากรบกวนให้เจ้ามาห่วงใยสนมของข้าหรอก”

กลิ่นยาฉุนไปทั่วตำหนักจิ่งเหริน ฮ่องเต้เดินไปมารอคอยให้หมอหลวงทำแผลให้เสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง ทันทีที่หมอหลวงแจ้งว่าอาการไม่น่าห่วงก็พรูลมหายใจคลายความกังวล ก้าวเดินไปหาสนมรักแล้วโอบรอบเอวเอาไว้อย่างหวงแหน

“ฝ่าบาทไม่ต้องเสด็จแล้วหรือเพคะ?”

“ทำไม? อยากให้ข้าไปนักหรือ?” เสียงแข็งนั่นทำให้เสิ่นลู่ถิงหันหลังหนี ดวงตาคมที่แข็งกร้าวเมื่อครู่จากความหึงหวงแปรเปลี่ยนก่อนจะรีบโอบกอดเสิ่นลู่ถิงจากด้านหลัง

“ฝ่าบาททรงตรัสเช่นนี้อีกแล้ว ทั้งที่ทรงรู้ว่าหม่อมชั้นไม่ชอบ”

“ข้าขอโทษ ข้าหวงเจ้านี่นา เจ้ามีลูกกับข้าแล้ว เหตุใดชินอ๋องยังไม่เลิกยุ่งกับเจ้าอีกเล่า” แขนแกร่งรั้งกายเล็กมาโอบกอดแน่น เสิ่นลู่ถิงมองใบหน้าบึ้งตึงของฮ่องเต้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจขึ้นมา หากท่านหวงข้าอย่างที่ตรัส แสดงว่าท่านรักข้าแล้วใช่หรือไม่

“เรื่องชินอ๋องจะยุ่งกับหม่อมชั้นหรือไม่สำคัญหรือเพคะ?”

“สำคัญสิ! เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าเป็นของข้านะ จะให้ใครมายุ่งกับเจ้าได้อย่างไร”

“ฝ่าบาทหวงถิงถิงเช่นนี้ ถิงถิงดีใจจังเลยเพคะ” เสิ่นลู่ถิงหัวเราะชอบใจที่ได้ยินสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องใช้ความคิด หัวทุยขยับถูไถไปมาอย่างออดอ้อนอย่างที่ชอบทำ

“แน่นอนว่าข้าต้องหวงเจ้า สนมรักของข้าเชียวนะ” มือบางข้างที่แผลถูกสัมผัสแผ่วเบา ฮ่องเต้ยกมือบางให้ขึ้นมาก่อนจะเป่าลมอุ่นหวังเพียงให้คลายความเจ็บปวดให้สนมรักของตนได้

“เช่นนั้นรีบเสด็จไปแล้วรีบเสด็จกลับนะเพคะ ถิงถิงจะรอฝ่าบาท” ฮ่องเต้กอบกุมมือเล็กทั้งสองข้าง ปลายจมูกกดลงบนฝ่ามือแล้วสบดวงตากลม เสิ่นลู่ถิงหลับตารับสัมผัสของมือหนาที่ลูบไล้อยู่ที่แก้ม

“หากระหว่างข้าไม่อยู่ชินอ๋องมายุ่งกับเจ้า สัญญาได้หรือไม่ว่าจะไม่เปลี่ยนใจไปจากข้า” นัยส์ตาคู่นั้นฉายแววกังวลจนเสิ่นลู่ถิงยังแอบประหลาดใจ ฮ่องเต้ที่เป็นใหญ่ในใต้หล้า เพื่อแค่เอ่ยปากทุกคนก็พร้อมถวายทุกสิ่งให้ แต่กำลังเอ่ยปากขอร้องให้ข้าสัญญาว่าจะไม่ปันใจให้ชายอื่นเช่นนั้นหรือ

“หม่อมชั้นสัญญาเพคะ หลอกลวงฮ่องเต้มีโทษถึงประหาร ถิงถิงมิกล้าแน่นอน” ใบหน้าคมคายพยักหน้ารับคำสัญญา ปลายนิ้วลูไล้ไปที่ริมฝีปากอมชมพูก่อนจะขยับเข้าหาแล้วกดจูบ จากความแวเบาสู่ความเนิบนาบ แม้รู้ว่าจะห่างไปไม่นาน แต่ก็ไม่อยากห่างไปเลยแม้แต่เสี้ยววินาที

“อืม จูบของถิงถิงหวานเหลือเกิน” ยามที่เห็นใบหน้าของเสิ่นลู่ถิงที่ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ยิ่งกดจูบย้ำซ้ำไปซ้ำมาอย่างหยอกเย้า

“ฝ่าบาท…พอแล้วเพคะ”

“หากมีเวลามากกว่านี้ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

“หม่อมชั้นท้องอยู่นะเพคะ ฝ่าบาทจะรังแกหรือเพคะ” แก้มนิ่มถูกบีบแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู เสิ่นลู่ถิงถูกประคองให้ลุกขึ้นยืนยามได้ยินเสียงกงกงคนสนิทของฮ่องเต้มาตามเมื่อสมควรแก่เวลา สัมผัสแสนอ่อนโยนที่หน้าผากถูกทิ้งไว้ก่อนฮ่องเต้จะก้าวเดินไป

“อาลี่ เฟยหลงเป็นอย่างไรบ้าง?” ประตูตำหนักปิดลงจนสนิทเมื่อเยว่จินมองดูทุกทิศทางอย่างดีแล้ว เสิ่นลู่ถิงนั่งลงถอนหายใจด้วยความร้อนใจที่ไม่อาจปกปิดได้ ทุกอย่างผิดแผนไปเสียหมดไม่รู้ว่าทั้งเฟยหลงและพ่อแม่ของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง

“อี้ชวนช่วยทั้งพ่อและแม่ของเฟยหลงเข้ามาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู แต่เฟยหลงยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องและตามเสด็จกลับมาก่อน”

“เช่นนั้นเจ้าเตรียมเงิน เสื้อผ้าที่พอจะให้พ่อแม่ของเฟยหลงใส่ได้ แล้วก็ของกินด้วย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

“ส่วนเยว่จิน…เจ้าไปตามเฟยหลงมาพบข้า ไม่ต้องบอกว่าเรื่องใด แค่บอกว่าข้าต้องการคุยด้วยก็พอ”

“เพคะพระสนม”

เสิ่นลูถิงวางท่าทีเรียบนิ่งนั่งรออยู่ในตำหนัก ทันทีที่เฟยหลงมาถึงก็คำนับตามมารยาทอย่างเคย แม้จะทำตัวราวกับเป็นปกติเพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับมองเห็นแววตาวูบไหวนั้น

“เจ้าช่วยตามข้าไปที่หนึ่งได้หรือไม่?”

“พระสนมต้องการเสด็จไปที่ใด กระหม่อมมีหน้าที่ตามเสด็จอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี” เสิ่นลู่ถิงออกเดินนำโดยมีอาลี่และเยว่จินคอยประกบไม่ห่าง ทันทีที่มาถึงเรือนเก่าหลังหนึ่งที่ไม่ไกลจากหลังวังมากนัก บานประตูก็เปิดเข้าไป เฟยหลงเบิกตากว้างแล้วก้าวเดินเชื่องช้าเข้าไปหาผู้เป็นบิดาที่นั่งเฝ้าไข้มารดาอยู่ก่อนจะคุกเข่าลงราวกับต้องการขอโทษ

“ท่านหญิงขอบคุณที่ช่วยข้ากับเมีย”

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก”

“พระสนมเป็นคนช่วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“พระสนมหรือ?” บิดาของเฟยหลงหน้าตาตื่นตระหนกไม่น้อย เสิ่นลู่ถิงเห็นชายชราที่พยายามจะก้มหัวเพื่อกราบกรานก็รีบรุดเข้าไปรับมือเหี่ยวย่นนั้นเอาไว้ แม้ข้าจะทำไปเพื่อตัวเอง แต่อย่างน้อยการช่วยพวกท่านสองตายายให้ได้มีชีวิตต่อไปก็ถือเป็นผลพลอยได้ที่ข้าพอใจไม่น้อย

“ข้าเห็นเจ้าพูดว่าเป็นพ่อและแม่เจ้าจึงให้อี้ชวนช่วยเอาไว้ ที่นี่มีคนของข้าคอยเฝ้าดูเสมอ เจ้าไม่ต้องห่วง อี้ชวนเองก็จะเทียวไปมาเพื่อช่วยดูแลด้วย”

“กระหม่อม….กระหม่อมขอบพระทัยพระสนม กระหม่อมไม่รู้ว่าจะตอบแทนพระสนมอย่างไร” แววตารู้สึกผิดนั้นเป็นสิ่งตอบแทนวาข้าทำสำเร็จแล้วในครานี้

“หึ คนเราทำสิ่งใดไม่หวังผล นั่นเป็นเพียงคำพูดของคนที่มองโลกได้แคบนัก ข้าเสิ่นลู่ถิงทำสิ่งใดหวังผลเสมอ…”

“เช่นนั้นพระสนมต้องการสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ” ข้าเห็นความสับสนนั้นหลังจากเฟยหลงได้ยินคำพูดของข้า

“หากข้าพูดตามตรง ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าถูกฮองเฮาถูกส่งเข้ามาเพื่อลอบสังหารข้า และเมื่อข้าพูดเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าควรทำสิ่งใดต่อ จะฆ่าข้าเพื่อปิดปากเลยหรือไม่?” แน่นอนว่ามันเป็นเพียงคำพูดลองใจเท่านั้น หากเจ้าตัดสินใจฆ่าข้าจริง เจ้าจะไม่มีวันได้แตะต้องข้า เพราะคนของข้าเล็งธนูมาที่เจ้าตั้งแต่วินาทีที่เจ้าเข้ามาที่นี่แล้ว แต่หากเจ้าเลือกเปลี่ยนเป็นภักดีต่อข้า ไม่ว่าจะชีวิตเจ้า หรือชีวิตของพ่อแม่เจ้าก็จะสามารถรักษาเอาไว้ได้ทั้งสิ้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 29 - จบบริบูรณ์

    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนานเสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่นแต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด"เขาตายแล้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 28 - ชินอ๋องชดใช้

    สายลมพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้นานาพรรณจากยอดเขามาสู่ตลาดการค้าชายขอบเมืองหลวง บรรยากาศภายนอกกำแพงวังช่างแตกต่างจากความเงียบเชียบและกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่เสิ่นลู่ถิงในฐานะสูงส่งอย่างหวงกุ้ยเฟย วันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายอย่างสตรีผู้ดีมีฐานะทั่วไป ใบหน้าผุดผ่องถูกแต้มเพียงชาดบางเบาแต่ยังคงไม่อาจซ่อนเร้นราศีแห่งความสูงศักดิ์ไปได้มือบางซ้ายขวาจับมือของหยางหมิงและเยี่ยหลานองค์ชายและองค์หญิงฝาแฝดวัยห้าขวบที่บัดนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งคู่ชี้ชวนกันดูงิ้วข้างทางและขนมน้ำตาลปั้นรูปมังกรอย่างสนุกสนาน"ท่านแม่ ดูนั่นสิเพคะ! มังกรตัวนั้นมีสีรุ้งด้วย" เยี่ยหลานตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางกระตุกชายแขนเสื้อของมารดาให้หันมาสนใจสิ่งที่ตนกำลังมองด้วยความตื่นเต้น"เยี่ยหลานชอบหรือ? เดี๋ยวแม่จะให้พี่อาลี่ซื้อให้เจ้าดีไหม" เสิ่นลู่ถิงยิ้มตอบด้วยแววตาอ่อนโยน ข้างกายคืออาลี่แลเยว่จินที่ติดตามมาด้วยความเป็นห่วง หากอี้เหอไม่ติดว่าต้องดูแลไท่เฮา เห็นทีคงตามมากันจนหมดแม้บรรยากาศจะดูรื่นรมย์เพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ดวงตากลมกวาด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 27 - แสงจันทร์เพียงดวงเดียว

    ราตรีที่ผ่านพ้นพายุหมุนแห่งการทรยศหักเหลี่ยมดูจะเงียบสงบกว่าคืนไหนๆ ภายในห้องบรรทมของตำหนัก กลิ่นกำยานหอมอ่อนระรื่นโชยพัดพาความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกฝาแฝดวัยสามขวบที่นอนหลับสนิทเคียงข้างกัน หยางหมิงและเยี่ยหลานบุตรมังกรและธิดาหงส์ของนางที่เพิ่งผ่านพ้นภยันตรายมาหยกๆกายบางโน้มกายลงจัดผ้าห่มแพรไหมสีทองให้คลุมถึงอกอุ่นๆ ของทั้งคู่เบาๆ สัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มยุ้ยของลูกทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความรักสุดหัวใจในชาติก่อนข้ามิเคยได้รับสัมผัสเช่นนี้ มิเคยรู้ซึ้งถึงคำว่ามารดา แต่นับจากวินาทีที่ข้าได้กลับมาล้างแค้นและสร้างชีวิตใหม่ ทุกลมหายใจของข้าบัดนี้คือเพื่อปกป้องลมหายใจของเด็กทั้งสองคนนี้เท่านั้นเมื่อมั่นใจว่าลูกๆ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานแล้ว เสิ่นลู่ถิงจึงขยับกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินถอยออกไปเฝ้าที่ม่านชั้นนอก แล้วคว้าเสื้อคลุมไหล่ผ้าไหมลายดอกเหมยมาห่มกาย ทั้งเดินออกจากห้องบรรทมมุ่งหน้าสู่สวนอุทยานที่ชอบไป“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู” อาลี่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 26 - ถอนรากถอนโคน

    ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 25 - สตรีแปลกหน้าคนใหม่

    กาลเวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำหลาก สามปีในวังหลวงช่างสั้นนักสำหรับผู้ที่มีความสุข แต่ช่างยาวนานแสนสาหัสสำหรับผู้ที่ถูกลืมเลือน ที่ตำหนักร้างท้ายวัง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นบานหน้าต่างเสียงหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้โฮของสตรีผู้หนึ่งยังคงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แต่ไม่มีใครใส่ใจจะเงี่ยหูฟัง อดีตฮองเฮาในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง กลับกลายเป็นหญิงชราผมขาวโพลนทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ทั้งนั่งกินเศษข้าวบูดเน่าที่ทหารยามโยนให้ผ่านช่องประตู พลางคุยกับเงาของตัวเองในบ่อน้ำครำ นรกบนดินที่เสิ่นลู่ถิงประทานให้นั้นกัดกินวิญญาณของอีกคนเหลือเพียงความว่างเปล่าลานหน้าตำหนักคุนหนิงบรรยากาศกลับรื่นเริงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ วันนี้คืองานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติสามชันษาขององค์ชายหยางหมิงองค์หญิงเยี่ยหลานซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเสิ่นลู่ถิงในชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกดูน่าเกรงขามและสง่างามจนขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา กายบางนั่งเคียงคู่กับฮ่องเต้ทอดสายตามองดูลูกแฝดที่บัดนี้วิ่งเล่นอยู่ในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองขนาดเล็ก"ถึงเวลาแล้ว..."

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 24 - เยี่ยมเยียนฮองเฮาครั้งสุดท้าย

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวแขวนเด่นอยู่เหนือยอดตำหนัก เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หอมภายในสวนหลังวัง กลิ่นดอกราตรีโชยมาตามลมเย็น แผ่วเบาและเยือกเย็นไม่ต่างจากกระแสอารมณ์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในอกในยามนี้มือเรียวบางลูบไล้ถ้วยชาเคลือบมุกอย่างใจเย็น แววตาที่เคยฉายเพียงความอ่อนโยนและออดอ้อนต่อหน้าฮ่องเต้ บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะหยั่งถึงดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ของทั้งสองชาติภพไหลย้อนกลับมา ราวกับกำลังละเลียดรสชาติของชัยชนะที่หอมหวานที่สุดภาพแรกที่แจ่มชัดในมโนสำนึก คือภาพของหลี่หว่านหว่านที่เคยหยิ่งผยอง รวมถึงผู้คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่นที่ถูกข้าจัดการไปก่อนหน้าก่อนที่ภาพสะท้อนไปตอนที่ขันทีอาวุโสถือถาดไม้ที่วางจอกสุราลายครามไว้หนึ่งจอกจะเข้ามาแทรก เฉินเสี่ยวเยี่ยนและตระกูลเฉินในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั้งชุดเก่าฉีกขาดกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้นราวกับซากศพที่ยังหายใจเสิ่นลู่ถิงเฝ้าดูเฉินเสี่ยวเยี่ยนถูกประหารไปด้วยตาตัวเองในครานี้ เพื่อไม่ให้เกิความผิดพลาดอีก ทำกับลูกข้าไว้อย่างไร ข้าย่อมสนองให้ แม้ลูกข้าจะยังไม่ตาย แต่แค่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 23 - กำจัดตระกูลเฉินสำเร็จ

    เสียงที่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้ดินดั่งเสียงจากสรวงสวรรค์ แรงสั่นสะเทือนทำเอาฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาทับถมร่างของเสิ่นลู่ถิงที่กำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราชในคราบสตรีสูงศักดิ์ เฉินเสี่ยวเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาที่เคยฉายแววอาฆาตบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะม

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 22 - ถ่วงเวลา

    "อาลี่ เยว่จิน... พาลูกๆ ของข้าเข้าไปในห้องบรรทมชั้นใน และปิดหน้าต่างให้มิดชิดด้วย" ลู่ถิงสั่งเสียงเรียบทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาดหลังจากที่เฟยหลงออกไปทำตามที่สั่ง แต่ยังไม่ทันที่สาวใช้คนสนิททั้งสองจะอุ้มองค์ชายและองค์หญิงแฝดลับตาไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่คนคุ้นหน้าก็ดังขึ้นที่หน้า

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 21 - เฉินเสี่ยวเยี่ยนยังไม่ตาย

    แสงเทียนเริ่มมอดดับลงภายในแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ แสงแดดรำไรคืบคลานเข้ามาพาดผ่านร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่เสิ่นลู่ถิงค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นแต่ก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 20 - ยอดอ่อนของความรัก NC

    กลิ่นหอมของกำยานอบอวลอยู่ในตำหนัก สายลมพัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเบาบาง พาให้เปลวเทียนสั่นไหววูบวาบสะท้อนกับม่านมุกที่กระทบกันเป็นเสียงกรุ๋งกริ๋งแผ่วเบา อากาศหนาวกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในตำหนักนี้ลดความร้อนรุ่มลงได้เลยบนเตียงกว้างที่ปูลาดด้วยผ้าไหมสีเหลืองทอง ฮ่องเต้นอนทาบทับอยู่บนกายบาง สายตาคมท

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status