FAZER LOGINหว่านชิงพอใจ ตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าภายในจวนอ๋องสามมีคนของฝ่ายใดแฝงตัวอยู่บ้าง
แม่นมเฉินเป็นคนจากวัง เฟิงอวี้ไม่ไว้ใจนาง
ส่วนเซียวจิ่งหยานก็ยังไม่เคยพบหน้า
ดังนั้นการเปิดเผยเรื่องสกุลหลี่มากเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องฉลาด
หลังจากพูดคุยกันอีกพักหนึ่ง ชุนฮวาจึงออกไปขอน้ำร้อนและจัดเตรียมที่นอน
หว่านชิงกลับยังไม่ง่วง นางเดินออกจากเรือนเพียงลำพัง
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านใบหน้า จวนอ๋องสามเงียบมาก แต่ไม่ใช่ความเงียบของสถานที่ไร้ผู้คน
หว่านชิงรู้สึกได้ว่ามีสายตาบางคู่ซ่อนอยู่ในความมืด คงเป็นองครักษ์ของเซียวจิ่งหยาน นางไม่ได้สนใจ
ในเมื่อตนเพิ่งเข้ามาในฐานะบุตรีสกุลหลี่ หากอีกฝ่ายไม่ส่งคนจับตามองต่างหากที่น่าแปลก
หว่านชิงเดินไปตามทางหินบริเวณรอบเรือนของตนโดยไม่ล้ำเข้าเขตต้องห้าม
ระหว่างทาง นางสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดตามความเคยชิน
จวนแห่งนี้แม้ดูทรุดโทรม แต่ระบบระบายน้ำยังดี
พื้นที่ด้านหนึ่งค่อนข้างชื้นและได้รับแสงแดดน้อย จึงมีพืชบางชนิดขึ้นตามธรรมชาติ
หว่านชิงย่อตัวลง ปลายนิ้วแตะใบไม้เล็ก ๆ ข้างกำแพง
“หญ้าชนิดนี้ขึ้นที่นี่ด้วยหรือ” แม้จะไม่ใช่สมุนไพรหายาก แต่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาลดไข้และบรรเทาอาการอักเสบได้
นางเดินต่ออีกเล็กน้อย ก่อนกลิ่นคุ้นเคยจะลอยมากับลม
กลิ่นยา เป็นกลิ่นเดียวกับที่นางได้กลิ่นเมื่อตอนกลางวัน
หว่านชิงหยุดฝีเท้า นางสูดกลิ่นเบา ๆ ยาบำรุงชี่และเลือด สมุนไพรฤทธิ์อุ่นบางชนิด และกลิ่นขมเย็นอีกอย่างหนึ่งที่ถูกต้มรวมอยู่ด้วย คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน
สูตรยานี้แปลก ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพิษ แต่สมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ต้านกัน หากใช้โดยไม่พิจารณาสภาพร่างกายของผู้ป่วย อาจทำให้อาการบางอย่างแย่ลงได้
นางยังไม่เห็นตัวยา ไม่รู้ปริมาณ และยังไม่เคยตรวจชีพจรของผู้ป่วย
ดังนั้นยังสรุปอะไรไม่ได้ หว่านชิงไม่ชอบการวินิจฉัยโดยอาศัยการคาดเดา ยิ่งเป็นเรื่องพิษ ยิ่งต้องมีหลักฐาน
แต่หากยานี้เป็นยาของเซียวจิ่งหยานจริง...
สามีในนามของนางคงมีอาการซับซ้อนกว่าคำว่า “ประชวร” ที่คนภายนอกเล่ากันมาก
“พระชายา”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง หว่านชิงหันกลับ
เฟิงอวี้ยืนอยู่ใต้เงาต้นไม้
เขาปรากฏตัวเงียบเสียจนคนทั่วไปอาจตกใจ แต่หว่านชิงเพียงเลิกคิ้ว
“องครักษ์เฟิงชอบยืนอยู่ในที่มืดเช่นนี้เป็นประจำหรือ”
เฟิงอวี้ไม่ตอบคำถาม
“ดึกแล้ว พระชายาควรประทับอยู่ในเรือน”
“ข้าเดินอยู่รอบเรือนตัวเอง ไม่ได้เข้าเขตของท่านอ๋อง”
“กระหม่อมเพียงเตือนเพื่อความปลอดภัย”
หว่านชิงมองเขา
“ความปลอดภัยของข้า หรือความปลอดภัยของเจ้านายเจ้า”
เฟิงอวี้นิ่งไปเล็กน้อย
“ทั้งสองอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอบดี”
หว่านชิงพยักหน้า ก่อนเดินผ่านเขาไป แต่ผ่านไปเพียงสองก้าว นางก็หยุด
“องครักษ์เฟิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“คืนนี้ท่านอ๋องอาการหนักมากหรือ”
แววตาของเฟิงอวี้เปลี่ยนทันที
“เหตุใดพระชายาจึงถาม”
หว่านชิงเหลือบมองเขาอย่างเหนื่อยใจ
“ข้าแต่งกับเขาวันนี้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นหน้าเจ้าบ่าวเลยสักครั้ง ถามว่าสามีตัวเองยังมีชีวิตดีอยู่หรือไม่ ถือว่าแปลกมากหรือ”
เฟิงอวี้ถูกคำถามนั้นทำให้เงียบไปชั่วครู่
“ท่านอ๋องเพียงต้องการพักผ่อนพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบสั้นมาก และเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการพูดมากกว่านั้น
หว่านชิงจึงไม่ถามต่อ
“เช่นนั้นก็ดี”
นางเดินกลับเรือน เฟิงอวี้มองตามแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนเหลือบไปยังต้นสมุนไพรที่นางเพิ่งตรวจดู
เขายืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่ง แล้วจึงหายเข้าไปในความมืด
สิ่งที่หว่านชิงไม่รู้คือ ในเวลานั้น ภายในเรือนชิงหลันกำลังเกิดความวุ่นวาย
ขันน้ำเปื้อนเลือดถูกยกออกมาจากห้องครั้งแล้วครั้งเล่า
หมอประจำจวนมีสีหน้าเคร่งเครียด เซียวจิ่งหยานนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดจนแทบไร้สี ริมฝีปากมีรอยเลือดหลงเหลืออยู่ ลมหายใจหนักและไม่สม่ำเสมอ
พิษเรื้อรังในร่างกายกำเริบขึ้นอีกครั้ง นี่ต่างหากคือเหตุผลที่เขาไม่ปรากฏตัวในคืนเข้าหอ ไม่ใช่เพียงเพราะไม่ต้องการพบชายาจากสกุลหลี่ แต่เพราะคืนนี้เขาแทบไม่มีแรงแม้แต่จะลุกจากเตียง
เฟิงอวี้เข้ามาในห้อง
“ท่านอ๋อง”
ดวงตาของเซียวจิ่งหยานเปิดขึ้นช้า ๆ แม้อยู่ในสภาพอ่อนแรง แววตายังคงเย็นเฉียบ
“นางทำอะไร” คำถามแรกกลับเป็นเรื่องของพระชายาคนใหม่
เฟิงอวี้ตอบตามจริง
“นางเดินสำรวจบริเวณรอบเรือนพ่ะย่ะค่ะ ตรวจดูพืชตามกำแพง และหยุดอยู่ใกล้ทิศทางที่ห้องต้มยาตั้งอยู่”
เซียวจิ่งหยานนิ่ง
“นางถามถึงข้าหรือไม่”
“ถามพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าอย่างไร”
เฟิงอวี้ลังเลเพียงเล็กน้อย
“พระชายาถามว่า... ท่านอ๋องยังมีชีวิตดีอยู่หรือไม่”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ หมอประจำจวนถึงกับก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม
เซียวจิ่งหยานหลับตา
“ช่างกล้า” แต่เฟิงอวี้กลับรู้สึกว่าคำสองคำนั้นไม่ได้มีความโกรธมากเท่าที่ควร
“จับตาดูนางต่อไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“โดยเฉพาะเรื่องยา”
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว”
เซียวจิ่งหยานไม่พูดอีก สำหรับเขา หลี่หว่านชิงยังคงเป็นบุคคลที่ไม่อาจไว้ใจ
นางเป็นบุตรีของหลี่เฉิง ถูกส่งเข้ามาด้วยราชโองการที่มีเจตนาทางการเมืองอย่างชัดเจน
และนางยังแสดงความรู้เรื่องสมุนไพรตั้งแต่วันแรกที่เข้าจวน
ทุกอย่างมากพอให้เขาระแวง ขณะเดียวกัน ภายในเรือนพักของพระชายา หว่านชิงกลับยืนอยู่ข้างหน้าต่าง
ชุนฮวาหลับไปแล้ว แต่นางยังคงมองไปยังทิศทางของเรือนชิงหลัน
ลมพัดกลิ่นยาขมจาง ๆ เข้ามาอีกครั้ง หว่านชิงหรี่ตาลง
คืนนี้นางได้รู้หลายเรื่อง เจ้าของร่างเดิมมีความลับบางอย่างก่อนถูกเผา
ชุนฮวาถูกจงใจแยกออกไปในคืนเกิดเหตุ
จวนอ๋องสามมีสายตาหลายฝ่ายจับจ้อง และอาการป่วยของเซียวจิ่งหยานอาจซับซ้อนกว่าที่ข่าวลือภายนอกกล่าวไว้มาก แต่สิ่งที่นางมีในตอนนี้ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยว
ไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อสรุป และไม่มีเหตุผลให้รีบร้อน
หว่านชิงปิดหน้าต่างลงช้า ๆ
“ค่อย ๆ ดูไปก็แล้วกัน”
นางดับเทียน ก่อนขึ้นเตียง
ทว่าก่อนหลับ ภาพประตูที่เปิดแง้มในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้มีบางสิ่งเพิ่มเข้ามา ชั้นไม้ กล่องหลายใบ กลิ่นสมุนไพรเข้มข้น และเงาของใครบางคนที่กำลังพูดอยู่หลังประตู
“เช่นนั้นถาม”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนคนที่เผชิญกองทัพกบฏได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า กำลังไม่กล้าถามคำถามง่าย ๆ“เจ้า...”หว่านชิงรอ“ตั้งครรภ์หรือ”นางยิ้ม“สองเดือนกว่าแล้วเพคะ”เซียวจิ่งหยานนิ่งสนิท หว่านชิงโบกมือตรงหน้า“ฝ่าบาท”ไม่มีคำตอบ“เซียวจิ่งหยาน”เขากะพริบตา“จริงหรือ”“ข้าจะโกหกเรื่องนี้ทำไม”“แน่ใจแล้ว”“ตรวจสามครั้ง”“หมอหลวงรู้หรือยัง”“รู้”“ชุนฮวา”“รู้”“เฟิงอวี้”“ยัง”เซียวจิ่งหยานลุกขึ้นทันที หว่านชิงตกใจ“ท่านจะไปไหน”“ตามหมอหลวง”“ข้าบอกว่าตรวจแล้ว”“ตรวจอีกครั้ง”“เซียวจิ่งหยาน”“ข้าจะให้คนเตรียม”หว่านชิงคว้าแขนเขา“นั่งลง”ฮ่องเต้แห่งแผ่นดินหยุด แล้วนั่งลงจริง ๆ หว่านชิงมองอย่างขบขัน“ผู้ใดเห็นเข้าคงไม่เชื่อว่าท่านคือคนเดียวกับที่ทำให้ขุนนางทั้งท้องพระโรงไม่กล้าหายใจดัง”“เรื่องนี้ไม่เหมือนกัน”“ต่างอย่างไร”เซียวจิ่งหยานมองหน้าท้องที่ยังแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ก่อนยื่นมือไปอย่างลังเล“แตะได้หรือ”หว่านชิงหัวเราะ“ลูกท่านนะ”เขาจึงวางมือลงเบา ๆ เบาจนแทบไม่ได้สัมผัส หว่านชิงมองเขาในวินาทีนั้น นางนึกถึงคืนแรกที่ตื่นขึ้นท่ามกลางเปลวไฟนางเคยคิดเพียงว่าจะรอดอย่า
เซียวจิ่งหยานถาม“แล้วตอนนี้”“งานเพิ่มขึ้นสองเท่าพ่ะย่ะค่ะ”หว่านชิงซึ่งนั่งอ่านบัญชีอยู่ด้านข้างกล่าว“เงินเดือนเพิ่มหรือไม่”เฟิงอวี้ชะงัก“เพิ่มพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็ยุติธรรม”เฟิงอวี้เงียบ เซียวจิ่งหยานพยักหน้า“พระชายาพูดถูก”เฟิงอวี้มองสองสามีภรรยาสุดท้ายทำได้เพียงประสานมือ“กระหม่อมขอตัวไปทำงานพ่ะย่ะค่ะ”เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี ฮ่องเต้ซึ่งพระชนมายุมากขึ้นและผ่านเหตุการณ์กบฏครั้งใหญ่ ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ ไม่มีการแย่งชิง ไม่มีการนองเลือด ไม่มีข่าวลือว่าผู้ใดชิงบัลลังก์พระราชโองการถูกประกาศอย่างเปิดเผยต่อราชสำนักเซียวจิ่งหยานขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้องตามลำดับในฐานะรัชทายาทวันที่เขาขึ้นนั่งบนบัลลังก์มังกร หว่านชิงยืนอยู่เบื้องล่างนางมองบุรุษคนเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งกระอักเลือดอยู่บนพื้นเรือนโอสถคนที่เคยเอากระบี่ชี้นางเพราะไม่ไว้ใจคนที่เคยถามว่า เจ้าเป็นใครกันแน่ไม่มีใครในวันนั้นคิดว่าทั้งสองจะเดินมาถึงตรงนี้หลังพิธีขึ้นครองราชย์ พระราชโองการอีกฉบับถูกนำออกมา ขันทีเริ่มอ่าน“หลี่หว่านชิง พระชายาคู่พระทัย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ยามบ้านเมืองเกิดภัยมีสติปัญญาและยึดมั่นในขอบเขต
“หว่านชิง”“อะไร”“วสันต์ปีหน้าจะเป็นอย่างไร”นางเลิกคิ้ว“ยังไม่ถึงฤดูหนาว ท่านถามหาวสันต์แล้วหรือ”“แค่ถาม”หว่านชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้ม“ถ้าท่านยอมกินยา ทำกายภาพ และไม่หาเรื่องเจ็บตัวอีก”“แล้ว”“วสันต์ปีหน้า ท่านอาจไม่ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลาแล้ว”เซียวจิ่งหยานมองนาง“จริงหรือ”“ข้าบอกว่าอาจ”“สำหรับข้า คำว่าอาจของเจ้าก็เพียงพอ”หว่านชิงนิ่งไป ประโยคนี้เหมือนสิ่งที่เขาเคยพูดกับนางเมื่อนานมาแล้วในวันที่ทั้งสองยังไม่ไว้ใจกัน วันที่นางเพิ่งบอกว่าเส้นประสาทที่ขาของเขายังตอบสนอง และอาจมีโอกาสกลับมาเดินได้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ พวกเขาผ่านไฟพิษ คำใส่ร้าย ความไม่ไว้ใจ การจากลา และการกบฏ มาด้วยกัน หว่านชิงมองเขา“เช่นนั้นก็มีชีวิตไปให้ถึงวสันต์ก่อนเถอะเพคะ”เซียวจิ่งหยานยิ้ม“ได้” ครั้งนี้ไม่มีศัตรูซ่อนอยู่หลังคำพูดนั้น ไม่มีแผนการที่ต้องปิดบังกัน เหลือเพียงคนสองคนที่ยังมีบาดแผลต้องรักษา และแผ่นดินที่กำลังเริ่มฟื้นตัวหลังผ่านคืนอันยาวนานส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อวสันต์มาถึงนั้น ยังมีเวลาอีกมากให้พวกเขาค่อย ๆ เดินไปหา ฤดูวสันต์มาเยือนเมืองหลวงอีกครั้งหลายเดือนผ่านไปนับจากคืนกบฏ ร่องร
“นางกระทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่เหตุที่ถูกข่มขู่ให้บันทึกไว้ประกอบการพิจารณา”“พ่ะย่ะค่ะ”ขุนนางจำนวนมากก้มศีรษะ“ทรงพระปรีชาพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้มององค์ชายใหญ่“ส่วนเจ้า”ท้องพระโรงเงียบลง“สมคบคิดก่อกบฏ สะสมกำลัง ปลอมแปลงรายงานราชการ บิดเบือนพระบัญชา และเป็นผู้บงการเครือข่ายที่นำไปสู่การลอบทำร้ายพระอนุชา”องค์ชายใหญ่เงยหน้าฮ่องเต้ตรัสต่อ“ถอดฐานันดรศักดิ์ ควบคุมตัวไว้รอการลงพระราชอาญาตามกฎหมายแผ่นดิน”องค์ชายใหญ่หัวเราะเบา ๆ“สุดท้ายเสด็จพ่อก็เลือกเขา”เซียวจิ่งหยานตอบก่อนฮ่องเต้“ไม่มีผู้ใดบังคับให้ท่านเลือกก่อกบฏ”องค์ชายใหญ่หันมามอง“เจ้าคิดว่าตนชนะหรือ”“ไม่”“แล้วนี่เรียกว่าอะไร”เซียวจิ่งหยานมองพี่ชาย“เมื่อคืนมีคนตายจำนวนมาก”“ไม่มีอะไรน่ายินดี”องค์ชายใหญ่เงียบ ทหารเข้ามาควบคุมตัวเขาออกไป ไม่มีเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ไม่มีการดิ้นรน เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่เคยคิดว่าบัลลังก์อยู่ห่างเพียงเอื้อม แต่สุดท้ายกลับสูญเสียทุกอย่างด้วยการตัดสินใจของตนเองหลี่เฉิงถูกนำตัวขึ้นมาเป็นรายต่อไป ฮ่องเต้มองหลักฐาน“หลี่เฉิงมีส่วนร่วมปกปิดเส้นทางสมุนไพร ทำลายหลักฐาน และมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการพยายามฆ่าบ
“ชายผู้นี้ให้การว่า หลังคุณหนูรองสกุลหลี่พบเห็นบัญชีและการส่งสมุนไพร เขาเสนอให้กำจัดพยาน ส่วนคำสั่งให้จัดฉากเป็นอุบัติเหตุถูกดำเนินการผ่านคนในจวนสกุลหลี่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่เฉิงตะโกน“มันใส่ร้ายข้า”เจ้าหน้าที่หันไป“แต่คนงานเก่าในจวนสามคนให้การตรงกันว่าคืนนั้นมีคำสั่งห้ามผู้ใดเข้าใกล้เรือนคุณหนูรอง และหลังไฟไหม้ นายท่านหลี่มีคำสั่งให้ทำลายของภายในเรือนบางส่วน”หลี่เฉิงพูดไม่ออก หว่านชิงไม่ได้ยิ้ม นางเพียงมองชายที่เป็นบิดาของเจ้าของร่างเดิมในที่สุด หนี้ของหญิงสาวคนนั้นก็มีผู้ได้ยิน ไม่ใช่เพียงนางคนเดียวอีกต่อไปเจ้าหน้าที่นำหลักฐานอีกชุดขึ้นถวาย“ส่วนเรื่องพิษของอ๋องสาม พบว่าบัญชีการซื้อสมุนไพรตรงกับช่วงเวลาที่อาการของอ๋องสามเริ่มทรุดหลายครั้ง แต่เนื่องจากผ่านมาหลายปี จึงไม่อาจพิสูจน์จากเอกสารเพียงอย่างเดียวว่าทุกชุดถูกใช้กับอ๋องสามพ่ะย่ะค่ะ”หว่านชิงพยักหน้าเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่ควรเป็น หลักฐานมีเท่าใด ก็พูดเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง เจ้าหน้าที่กล่าวต่อ“อย่างไรก็ตาม ชายมีแผลใต้คางยอมรับว่าเคยจัดหาสมุนไพรตามคำสั่งของคนในเครือข่ายองค์ชายใหญ่ และรู้ว่
“ข้า”“ไม่ได้”“ข้ายังไม่ได้พูด”“สีหน้าท่านพูดแล้ว”เฟิงอวี้ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เซียวจิ่งหยานมองภรรยา“ข้าเพียงอยากรู้สถานการณ์”“นอนฟังก็รู้ได้”“แต่”“ไม่มีแต่”หว่านชิงหันไปหาเฟิงอวี้“รายงานตรงนี้”“พ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ่งหยานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมเอนกลับลงบนหมอน“รายงาน”เฟิงอวี้จึงกล่าวต่อ“ทหารหลวงตรวจพบเอกสารส่วนหนึ่งในจุดติดต่อของกบฏเมื่อคืน มีทั้งรายชื่อคนรับเงิน เส้นทางส่งข่าว และสำเนารายงานจากกองทัพเมื่อหลายปีก่อน”เซียวจิ่งหยานสีหน้าเปลี่ยน“รายงานอะไร”“เกี่ยวกับท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”เฟิงอวี้นำเอกสารออกมา“บางฉบับเป็นรายงานที่กล่าวว่าท่านอ๋องซ่องสุมทหารเก่า แอบสะสมเสบียง และมีความคิดไม่พอพระทัยราชสำนักตั้งแต่ยังประจำชายแดน”หว่านชิงขมวดคิ้ว“จริงหรือไม่”“ไม่จริง”เซียวจิ่งหยานตอบทันที เขารับเอกสารมาอ่าน ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง“ลายมือเหมือนรายงานของนายทหารบางคนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาข้า แต่เนื้อหาไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น”เฟิงอวี้พยักหน้า“และเราพบอีกอย่างพ่ะย่ะค่ะ”“อะไร”“ต้นฉบับบางฉบับ”เซียวจิ่งหยานเงยหน้าเฟิงอวี้นำกระดาษอีกชุดออกมา รายงานฉบับหนึ่งกล่าวถึงการจัดเสบียงเพื่อ




![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


