FAZER LOGINหว่านชิงลืมตาขึ้นทันที แต่ภาพนั้นก็หายไปแล้ว
นางนอนนิ่งอยู่ในความมืด หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สมุนไพรอีกแล้วหรือ
เพลิงที่เกือบฆ่าเจ้าของร่างเดิม ความลับที่นางบังเอิญพบ และอ๋องสามที่กำลังถูกพิษเล่นงาน
ตอนนี้หว่านชิงยังไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่นางเริ่มแน่ใจอย่างหนึ่งแล้วว่า การที่ตนถูกส่งเข้ามายังจวนอ๋องสาม อาจไม่ได้เป็นเพียงการกำจัดบุตรสาวอนุที่ไม่มีความสำคัญเท่านั้น
เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดอาจมีบางสิ่งซ่อนอยู่ บางสิ่งที่สกุลหลี่ไม่ต้องการให้นางมีชีวิตอยู่เพื่อเปิดเผยมัน
และในอีกไม่นาน ความลับที่ซ่อนอยู่ภายในกลิ่นยาเหล่านั้น จะนำพานางไปพบกับเซียวจิ่งหยานอย่างแท้จริง
ยามดึกสงัด จวนอ๋องสามตกอยู่ใต้ความเงียบอีกครั้ง
หลังจากพยายามข่มตาหลับอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม หลี่หว่านชิงก็ลืมตาขึ้นอย่างจนใจ
นางนอนไม่หลับ ภาพความทรงจำประหลาดของเจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ประตูที่เปิดแง้ม ชั้นไม้ กล่องสมุนไพร เสียงสนทนาของคนที่มองไม่เห็นใบหน้า และกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
หว่านชิงลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ สวมเสื้อคลุมทับอาภรณ์ชั้นใน ก่อนเหลือบมองชุนฮวาซึ่งหลับสนิทอยู่บนตั่งด้านนอก
นางไม่ได้ปลุกสาวใช้ เพียงเปิดประตูแล้วเดินออกไป
อากาศยามค่ำคืนเย็นกว่าตอนหัวค่ำมาก
ลมพัดผ่านสวนจนใบไม้เสียดสีกันเกิดเสียงซู่ซ่า หว่านชิงเดินไปตามทางหินบริเวณที่นางเคยสำรวจเมื่อคืนก่อนโดยไม่คิดจะล่วงล้ำเข้าเขตเรือนชิงหลัน
ทว่าหลังเดินไปได้ไม่นาน นางก็หยุด กลิ่นยา คืนนี้เข้มกว่าทุกครั้ง หว่านชิงขมวดคิ้ว
นอกจากกลิ่นสมุนไพรแล้ว ยังมีกลิ่นอีกอย่างปะปนอยู่
กลิ่นคาวเลือด นางลังเลอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนเดินตามกลิ่นนั้นไป
เส้นทางพานางอ้อมผ่านสวนด้านหลัง จนมาถึงเรือนหลังหนึ่งซึ่งแยกออกจากเรือนพักอื่นอย่างชัดเจน
บนประตูมีป้ายไม้เก่าเขียนว่า
“เรือนโอสถ”
หว่านชิงเงยหน้ามอง ประตูไม่ได้ปิดสนิท
แสงตะเกียงลอดออกมาจากช่องแคบ ๆ พร้อมกลิ่นยาที่รุนแรงจนแทบขมติดปลายลิ้น
นางยื่นมือผลักประตู
เอี๊ยด!
เสียงบานพับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“มีใครอยู่หรือไม่”
ไม่มีคำตอบ หว่านชิงก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ภายในเรือนเต็มไปด้วยตู้ยา ชั้นไม้ และลิ้นชักเก็บสมุนไพรนับร้อย ตรงกลางมีเตาต้มยาซึ่งไฟยังไม่ดับสนิท หม้อยาด้านบนส่งกลิ่นขมฝาดออกมาเป็นระยะ
นางเดินเข้าไปอีกสองก้าว แล้วหยุดทันที บนพื้นมีหยดเลือด สีเข้มผิดปกติ หยดเลือดลากเป็นทางไปหลังชั้นเก็บยา
หว่านชิงรีบเดินตามไป เมื่อพ้นชั้นไม้ นางก็พบร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งพิงตู้ยาอยู่บนพื้น
อาภรณ์สีดำเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ เส้นผมบางส่วนตกลงมาปรกใบหน้า ผิวซีดจนแทบไม่มีสี แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือคราบเลือดสีคล้ำบริเวณริมฝีปาก
หว่านชิงจำใบหน้านี้ได้ทันที แม้จะไม่เคยพบกันอย่างเป็นทางการ
จากคำบรรยายของชุนฮวาและสิ่งที่นางได้ยินมาในจวน บุรุษที่สามารถปรากฏตัวในเรือนโอสถกลางดึกโดยไม่มีบ่าวติดตาม และยังสวมอาภรณ์เนื้อดีเช่นนี้คงมีเพียงคนเดียว
เซียวจิ่งหยาน สามีที่นางยังไม่เคยเข้าหอด้วย ดวงตาของชายหนุ่มเปิดขึ้นทันที
เย็นเยียบ คมกริบ
แม้ร่างกายอยู่ในสภาพย่ำแย่ แรงกดดันจากสายตาคู่นั้นกลับไม่ได้ลดลงเลย
มือของเขาคว้ากระบี่ที่วางอยู่ข้างกาย เสียงโลหะเสียดสีกับฝักดังขึ้น
“หยุด” หว่านชิงหยุดฝีเท้า ปลายกระบี่ถูกชักออกมาเพียงครึ่งหนึ่ง
“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าเข้ามา” เสียงของเซียวจิ่งหยานแหบต่ำ
หว่านชิงมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนมองเลือดบนพื้น
“หากท่านยังมีแรงชักกระบี่ขู่คน ดูเหมือนคงยังไม่ตายง่าย ๆ”
คิ้วของเซียวจิ่งหยานกระตุก
“ออกไป”
“ได้”
หว่านชิงหันหลังทันที ท่าทีเชื่อฟังอย่างง่ายดายกลับทำให้เซียวจิ่งหยานชะงัก แต่ยังไม่ทันที่นางจะก้าวพ้นชั้นยา เสียงไออย่างรุนแรงก็ดังขึ้นด้านหลัง
“อึก...” หว่านชิงหันกลับ เซียวจิ่งหยานกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง มือที่จับกระบี่สั่นเล็กน้อย
จากนั้นร่างสูงก็เอนลงข้างหนึ่ง หว่านชิงสบถเบา ๆ
“คนป่วยนี่ดื้อเหมือนกันทุกยุคจริง ๆ”
นางรีบเข้าไปหา กระบี่ในมือเซียวจิ่งหยานยกขึ้นอีกครั้ง
หว่านชิงจับข้อมือเขาไว้
“ถ้ายังอยากมีชีวิตก็อย่าขยับ”
ดวงตาของชายหนุ่มเย็นลงทันที
“ปล่อย”
“ชีพจรสับสน หายใจติดขัด ปลายมือเย็น ริมฝีปากคล้ำ และกระอักเลือดสีผิดปกติ”
หว่านชิงพูดรวดเดียว พลางใช้นิ้วแตะข้อมือเขาเพื่อจับชีพจร
“ท่านมีพิษสะสมในร่างมานานใช่หรือไม่”
เซียวจิ่งหยานชะงัก เพียงเสี้ยววินาทีนั้นก็เพียงพอแล้ว
หว่านชิงกดจุดบริเวณข้อมือ ทำให้แรงของเขาคลายลงชั่วคราว ก่อนแย่งกระบี่ออกจากมือแล้ววางให้ห่าง
“เจ้า”
“เก็บแรงไว้หายใจเถิดเพคะ”
นางจับชีพจรอีกครั้ง สีหน้าที่เดิมยังผ่อนคลายค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น
ชีพจรผิดปกติมาก มีทั้งภาวะพร่องและการติดขัดของการไหลเวียนซ้อนกัน อีกทั้งอาการกำเริบในคืนนี้รุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น
นี่ไม่ใช่อาการป่วยธรรมดา และไม่ใช่พิษชนิดเดียวอย่างแน่นอน
“ท่านอ๋อง ก่อนหน้านี้กินยาอะไร”
เซียวจิ่งหยานไม่ตอบ หว่านชิงถอนหายใจ
“ถ้าท่านไม่พูด ข้าก็ช่วยไม่ได้”
“ใครบอกว่าข้าต้องการให้เจ้าช่วย”
หว่านชิงมองหน้าเขา
“เช่นนั้นท่านก็เชิญกระอักเลือดต่อ”
เซียวจิ่งหยาน “...”
หว่านชิงกำลังจะปล่อยมือ แต่ชีพจรของเขาพลันเปลี่ยนอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อแขนเกร็งขึ้น ลมหายใจติดขัด
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น ร่างกายสั่นเล็กน้อยราวกับกำลังพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างหนัก
หว่านชิงไม่ลังเลอีก
“ขออภัยแล้วกัน”
นางล้วงกล่องไม้ขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ
หลังรอดจากเพลิงไหม้ นางไม่มีอุปกรณ์การแพทย์จากโลกเดิมติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ตลอดสามวันที่อยู่สกุลหลี่ก่อนแต่งงาน นางได้ให้ชุนฮวาช่วยหาซื้อเข็มเงินสำหรับฝังเข็มชุดหนึ่งไว้
เดิมตั้งใจเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่นึกว่าจะได้ใช้กับสามีของตัวเองเป็นคนแรก
หว่านชิงเปิดกล่อง เซียวจิ่งหยานเห็นเข็มเงินก็หรี่ตาลง
“เจ้ารู้วิชาแพทย์”
“พอช่วยไม่ให้ท่านตายคืนนี้ได้”
นางจับเข็มขึ้นมา
“อย่าขยับ”
“เจ้าแน่ใจหรือ”
“ไม่แน่ใจ”
เซียวจิ่งหยานมองนางทันที หว่านชิงกล่าวต่ออย่างใจเย็น
“เพราะข้ายังไม่รู้ว่าท่านถูกพิษอะไร ไม่รู้ว่าได้รับพิษมานานเท่าไร และไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้หมอรักษาท่านอย่างไร เพราะฉะนั้นข้าทำได้เพียงประคองอาการเฉียบพลัน ไม่ใช่ถอนพิษ” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เซียวจิ่งหยานนิ่งไป
“เช่นนั้นถาม”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนคนที่เผชิญกองทัพกบฏได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า กำลังไม่กล้าถามคำถามง่าย ๆ“เจ้า...”หว่านชิงรอ“ตั้งครรภ์หรือ”นางยิ้ม“สองเดือนกว่าแล้วเพคะ”เซียวจิ่งหยานนิ่งสนิท หว่านชิงโบกมือตรงหน้า“ฝ่าบาท”ไม่มีคำตอบ“เซียวจิ่งหยาน”เขากะพริบตา“จริงหรือ”“ข้าจะโกหกเรื่องนี้ทำไม”“แน่ใจแล้ว”“ตรวจสามครั้ง”“หมอหลวงรู้หรือยัง”“รู้”“ชุนฮวา”“รู้”“เฟิงอวี้”“ยัง”เซียวจิ่งหยานลุกขึ้นทันที หว่านชิงตกใจ“ท่านจะไปไหน”“ตามหมอหลวง”“ข้าบอกว่าตรวจแล้ว”“ตรวจอีกครั้ง”“เซียวจิ่งหยาน”“ข้าจะให้คนเตรียม”หว่านชิงคว้าแขนเขา“นั่งลง”ฮ่องเต้แห่งแผ่นดินหยุด แล้วนั่งลงจริง ๆ หว่านชิงมองอย่างขบขัน“ผู้ใดเห็นเข้าคงไม่เชื่อว่าท่านคือคนเดียวกับที่ทำให้ขุนนางทั้งท้องพระโรงไม่กล้าหายใจดัง”“เรื่องนี้ไม่เหมือนกัน”“ต่างอย่างไร”เซียวจิ่งหยานมองหน้าท้องที่ยังแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ก่อนยื่นมือไปอย่างลังเล“แตะได้หรือ”หว่านชิงหัวเราะ“ลูกท่านนะ”เขาจึงวางมือลงเบา ๆ เบาจนแทบไม่ได้สัมผัส หว่านชิงมองเขาในวินาทีนั้น นางนึกถึงคืนแรกที่ตื่นขึ้นท่ามกลางเปลวไฟนางเคยคิดเพียงว่าจะรอดอย่า
เซียวจิ่งหยานถาม“แล้วตอนนี้”“งานเพิ่มขึ้นสองเท่าพ่ะย่ะค่ะ”หว่านชิงซึ่งนั่งอ่านบัญชีอยู่ด้านข้างกล่าว“เงินเดือนเพิ่มหรือไม่”เฟิงอวี้ชะงัก“เพิ่มพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็ยุติธรรม”เฟิงอวี้เงียบ เซียวจิ่งหยานพยักหน้า“พระชายาพูดถูก”เฟิงอวี้มองสองสามีภรรยาสุดท้ายทำได้เพียงประสานมือ“กระหม่อมขอตัวไปทำงานพ่ะย่ะค่ะ”เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี ฮ่องเต้ซึ่งพระชนมายุมากขึ้นและผ่านเหตุการณ์กบฏครั้งใหญ่ ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ ไม่มีการแย่งชิง ไม่มีการนองเลือด ไม่มีข่าวลือว่าผู้ใดชิงบัลลังก์พระราชโองการถูกประกาศอย่างเปิดเผยต่อราชสำนักเซียวจิ่งหยานขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้องตามลำดับในฐานะรัชทายาทวันที่เขาขึ้นนั่งบนบัลลังก์มังกร หว่านชิงยืนอยู่เบื้องล่างนางมองบุรุษคนเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งกระอักเลือดอยู่บนพื้นเรือนโอสถคนที่เคยเอากระบี่ชี้นางเพราะไม่ไว้ใจคนที่เคยถามว่า เจ้าเป็นใครกันแน่ไม่มีใครในวันนั้นคิดว่าทั้งสองจะเดินมาถึงตรงนี้หลังพิธีขึ้นครองราชย์ พระราชโองการอีกฉบับถูกนำออกมา ขันทีเริ่มอ่าน“หลี่หว่านชิง พระชายาคู่พระทัย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ยามบ้านเมืองเกิดภัยมีสติปัญญาและยึดมั่นในขอบเขต
“หว่านชิง”“อะไร”“วสันต์ปีหน้าจะเป็นอย่างไร”นางเลิกคิ้ว“ยังไม่ถึงฤดูหนาว ท่านถามหาวสันต์แล้วหรือ”“แค่ถาม”หว่านชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้ม“ถ้าท่านยอมกินยา ทำกายภาพ และไม่หาเรื่องเจ็บตัวอีก”“แล้ว”“วสันต์ปีหน้า ท่านอาจไม่ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลาแล้ว”เซียวจิ่งหยานมองนาง“จริงหรือ”“ข้าบอกว่าอาจ”“สำหรับข้า คำว่าอาจของเจ้าก็เพียงพอ”หว่านชิงนิ่งไป ประโยคนี้เหมือนสิ่งที่เขาเคยพูดกับนางเมื่อนานมาแล้วในวันที่ทั้งสองยังไม่ไว้ใจกัน วันที่นางเพิ่งบอกว่าเส้นประสาทที่ขาของเขายังตอบสนอง และอาจมีโอกาสกลับมาเดินได้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ พวกเขาผ่านไฟพิษ คำใส่ร้าย ความไม่ไว้ใจ การจากลา และการกบฏ มาด้วยกัน หว่านชิงมองเขา“เช่นนั้นก็มีชีวิตไปให้ถึงวสันต์ก่อนเถอะเพคะ”เซียวจิ่งหยานยิ้ม“ได้” ครั้งนี้ไม่มีศัตรูซ่อนอยู่หลังคำพูดนั้น ไม่มีแผนการที่ต้องปิดบังกัน เหลือเพียงคนสองคนที่ยังมีบาดแผลต้องรักษา และแผ่นดินที่กำลังเริ่มฟื้นตัวหลังผ่านคืนอันยาวนานส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อวสันต์มาถึงนั้น ยังมีเวลาอีกมากให้พวกเขาค่อย ๆ เดินไปหา ฤดูวสันต์มาเยือนเมืองหลวงอีกครั้งหลายเดือนผ่านไปนับจากคืนกบฏ ร่องร
“นางกระทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่เหตุที่ถูกข่มขู่ให้บันทึกไว้ประกอบการพิจารณา”“พ่ะย่ะค่ะ”ขุนนางจำนวนมากก้มศีรษะ“ทรงพระปรีชาพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้มององค์ชายใหญ่“ส่วนเจ้า”ท้องพระโรงเงียบลง“สมคบคิดก่อกบฏ สะสมกำลัง ปลอมแปลงรายงานราชการ บิดเบือนพระบัญชา และเป็นผู้บงการเครือข่ายที่นำไปสู่การลอบทำร้ายพระอนุชา”องค์ชายใหญ่เงยหน้าฮ่องเต้ตรัสต่อ“ถอดฐานันดรศักดิ์ ควบคุมตัวไว้รอการลงพระราชอาญาตามกฎหมายแผ่นดิน”องค์ชายใหญ่หัวเราะเบา ๆ“สุดท้ายเสด็จพ่อก็เลือกเขา”เซียวจิ่งหยานตอบก่อนฮ่องเต้“ไม่มีผู้ใดบังคับให้ท่านเลือกก่อกบฏ”องค์ชายใหญ่หันมามอง“เจ้าคิดว่าตนชนะหรือ”“ไม่”“แล้วนี่เรียกว่าอะไร”เซียวจิ่งหยานมองพี่ชาย“เมื่อคืนมีคนตายจำนวนมาก”“ไม่มีอะไรน่ายินดี”องค์ชายใหญ่เงียบ ทหารเข้ามาควบคุมตัวเขาออกไป ไม่มีเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ไม่มีการดิ้นรน เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่เคยคิดว่าบัลลังก์อยู่ห่างเพียงเอื้อม แต่สุดท้ายกลับสูญเสียทุกอย่างด้วยการตัดสินใจของตนเองหลี่เฉิงถูกนำตัวขึ้นมาเป็นรายต่อไป ฮ่องเต้มองหลักฐาน“หลี่เฉิงมีส่วนร่วมปกปิดเส้นทางสมุนไพร ทำลายหลักฐาน และมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการพยายามฆ่าบ
“ชายผู้นี้ให้การว่า หลังคุณหนูรองสกุลหลี่พบเห็นบัญชีและการส่งสมุนไพร เขาเสนอให้กำจัดพยาน ส่วนคำสั่งให้จัดฉากเป็นอุบัติเหตุถูกดำเนินการผ่านคนในจวนสกุลหลี่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่เฉิงตะโกน“มันใส่ร้ายข้า”เจ้าหน้าที่หันไป“แต่คนงานเก่าในจวนสามคนให้การตรงกันว่าคืนนั้นมีคำสั่งห้ามผู้ใดเข้าใกล้เรือนคุณหนูรอง และหลังไฟไหม้ นายท่านหลี่มีคำสั่งให้ทำลายของภายในเรือนบางส่วน”หลี่เฉิงพูดไม่ออก หว่านชิงไม่ได้ยิ้ม นางเพียงมองชายที่เป็นบิดาของเจ้าของร่างเดิมในที่สุด หนี้ของหญิงสาวคนนั้นก็มีผู้ได้ยิน ไม่ใช่เพียงนางคนเดียวอีกต่อไปเจ้าหน้าที่นำหลักฐานอีกชุดขึ้นถวาย“ส่วนเรื่องพิษของอ๋องสาม พบว่าบัญชีการซื้อสมุนไพรตรงกับช่วงเวลาที่อาการของอ๋องสามเริ่มทรุดหลายครั้ง แต่เนื่องจากผ่านมาหลายปี จึงไม่อาจพิสูจน์จากเอกสารเพียงอย่างเดียวว่าทุกชุดถูกใช้กับอ๋องสามพ่ะย่ะค่ะ”หว่านชิงพยักหน้าเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่ควรเป็น หลักฐานมีเท่าใด ก็พูดเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง เจ้าหน้าที่กล่าวต่อ“อย่างไรก็ตาม ชายมีแผลใต้คางยอมรับว่าเคยจัดหาสมุนไพรตามคำสั่งของคนในเครือข่ายองค์ชายใหญ่ และรู้ว่
“ข้า”“ไม่ได้”“ข้ายังไม่ได้พูด”“สีหน้าท่านพูดแล้ว”เฟิงอวี้ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เซียวจิ่งหยานมองภรรยา“ข้าเพียงอยากรู้สถานการณ์”“นอนฟังก็รู้ได้”“แต่”“ไม่มีแต่”หว่านชิงหันไปหาเฟิงอวี้“รายงานตรงนี้”“พ่ะย่ะค่ะ”เซียวจิ่งหยานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมเอนกลับลงบนหมอน“รายงาน”เฟิงอวี้จึงกล่าวต่อ“ทหารหลวงตรวจพบเอกสารส่วนหนึ่งในจุดติดต่อของกบฏเมื่อคืน มีทั้งรายชื่อคนรับเงิน เส้นทางส่งข่าว และสำเนารายงานจากกองทัพเมื่อหลายปีก่อน”เซียวจิ่งหยานสีหน้าเปลี่ยน“รายงานอะไร”“เกี่ยวกับท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”เฟิงอวี้นำเอกสารออกมา“บางฉบับเป็นรายงานที่กล่าวว่าท่านอ๋องซ่องสุมทหารเก่า แอบสะสมเสบียง และมีความคิดไม่พอพระทัยราชสำนักตั้งแต่ยังประจำชายแดน”หว่านชิงขมวดคิ้ว“จริงหรือไม่”“ไม่จริง”เซียวจิ่งหยานตอบทันที เขารับเอกสารมาอ่าน ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง“ลายมือเหมือนรายงานของนายทหารบางคนที่เคยอยู่ใต้บังคับบัญชาข้า แต่เนื้อหาไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น”เฟิงอวี้พยักหน้า“และเราพบอีกอย่างพ่ะย่ะค่ะ”“อะไร”“ต้นฉบับบางฉบับ”เซียวจิ่งหยานเงยหน้าเฟิงอวี้นำกระดาษอีกชุดออกมา รายงานฉบับหนึ่งกล่าวถึงการจัดเสบียงเพื่อ






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
