กู้หว่านเยว่พยักหน้า “วางใจเถอะ ในเมื่อข้ากล้ารับปาก ก็ย่อมไม่ทำสิ่งที่ไม่มั่นใจ”นางกล่าวจบก็ยกมือ ทำให้ฉินซิวเหรินหมดสติโดยตรง หลังจากนั้นเข้าไปในห้อง ทำให้อาจูกับแม่เฒ่าฉินหมดสติเช่นกัน สุดท้ายจึงจะเก็บทั้งสามเข้าไปในมิติเมื่อทำทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว กู้หว่านเยว่มองไปทางซูจิ่งสิง “ท่านพี่ ตอนนี้พวกเรายังไปไม่ได้ เมื่อครู่ตอนที่เหยาจ้าวคุยกับแม่ทัพผู้เฒ่าฟาง ได้พูดถึงจะลงมือกับด่านเซียว พวกเราต้องสืบให้รู้ก่อนว่า พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่”ซูจิ่งสิงพยักหน้า เขาคิดแผนออกแล้ว จึงก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของกู้หว่านเยว่ “ได้ ตามนี้เลย!”ซูจิ่งสิงกอดเอวของกู้หว่านเยว่ ทั้งสองออกจากเรือนเล็กแห่งนี้อย่างรวดเร็วไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงห้องของเหยาจ้าว พวกเขาฉวยโอกาสตอนที่เหยาจ้าวยังไม่รู้ตัว ลงมือตีเขาจนหมดสติ ก่อนจะลากออกไปที่นอกหมู่บ้าน“ตื่นๆ!”หลังจากมั่นใจว่าโดยรอบไม่มีคน กู้หว่านเยว่ก็ไม่เกรงใจแล้ว นางนำน้ำหนึ่งกะละมังออกมาจากมิติ สาดใส่เหยาจ้าวจนฟื้นเมื่อเหยาจ้าวเห็นกู้หว่านเยว่ก็ตกใจก่อน แต่หลังจากเห็นซูจิ่งสิงที่อยู่ข้างๆ ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที“พวกเจ้าตั้งใจแกล้งถูกจ
ฉินซิวเหรินหรี่ตาลง ในเมื่อสองคนนี้ปีนกำแพงเข้ามา และชายที่อยู่ข้างๆ ก็คอยสังเกตสถานการณ์ที่นอกประตูตลอดเวลา จะเห็นได้ว่าไม่ใช่พวกเดียวกับเหยาจ้าว เดิมทีเขาก็ไม่อยากร่วมมือกับเหยาจ้าวอยู่แล้ว จึงตอบไปตามความจริงโดยไม่ปิดบัง “ที่บอกว่าจะหนุนข้าเป็นฮ่องเต้ ไม่สู้บอกว่าข้าเป็นหมากตัวหนึ่ง พวกเขาแค่ต้องการฮ่องเต้ในนาม และข้าก็คือฮ่องเต้ในนามคนนั้น”ฉินซิวเหรินมองออกทุกอย่าง “ยังไม่พูดถึงว่าพวกเขาก่อกบฏสำเร็จหรือไม่ ต่อให้สำเร็จแล้ว เกรงว่าชะตากรรมของข้าก็คงถูกฆ่าหลังจากหมดประโยชน์”กู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงรู้สึกประหลาดใจฉินซิวเหรินคนนี้เป็นคนฉลาด คนทั่วไปได้ยินว่าจะได้เป็นฮ่องเต้ เกรงว่าคงตอบตกลงนานแล้ว ยังสามารถคิดอย่างรอบคอบเช่นนี้เสียที่ไหน“พวกท่านสองคนไม่ต้องสงสัย ข้าไม่มีเจตนาโกหกพวกท่าน เพราะข้าเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เติบโตในชนบทตั้งแต่เล็ก จึงยิ่งรู้ตัวดีว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน”ฉินซิวเหรินกล่าวอย่างใจเย็น “ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็นผู้ปกครองที่ดี ตั้งแต่ครองราชย์ ได้ลดหย่อนภาษีที่ไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง ไม่เช่นนั้นลำพังท่านย่าคนเดียว ก็ไม่สามารถเลี้ยงข้าจนเติบใหญ่”กู้หว่านเ
ฉินซิวเหรินพยักหน้า “เป็นคนของพรรคกบฏ ท่านย่า ข้าทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อนแล้ว”“อย่าพูดเช่นนี้ ครั้งแรกที่รับเลี้ยงเจ้า ข้าก็รู้แล้วว่าฐานะของเจ้าไม่ธรรมดา อีกทั้งข้าเห็นเจ้าเป็นหลานแท้ๆ ตั้งนานแล้ว”แม่เฒ่าฉินกล่าวพลางกุมหน้าอกกะทันหัน ท่าทางดูเจ็บปวดมาก ก่อนจะหมดสติไปโดยตรง“ท่านย่า ท่านเป็นอะไร?” ฉินซิวเหรินกับอาจูตื่นตระหนกแล้ว พวกเขารีบคุกเข่าลงที่ข้างกายแม่เฒ่าฉินแล้วเรียกไม่ขาดสายอาจูน้ำตาอาบหน้า “ท่านย่า ท่านอย่าเป็นอะไรนะ”“อาซิวทำอย่างไรดี? ท่านย่ายังไม่ฟื้นเลย หรือไม่ข้าไปขอร้องคนพวกนั้น ให้พวกเขาหาหมอมาดูท่านย่าหน่อย”ฉินซิวเหรินไม่ตอบ เดิมทีคนกลุ่มนั้นก็กำลังข่มขู่เขา หากเขาไปขอร้องคนพวกนั้นในเวลานี้ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คนพวกนั้น มีข้ออ้างบังคับเขาให้ทำตาม แต่เขาไม่อยากถูกดึงเข้าไปในวังวนโสมมพวกนั้น! แต่ท่านย่า…ท่านย่าเลี้ยงดูเขามาตั้งหลายปี ไม่มีท่านย่าก็ไม่มีเขาในวันนี้เขาไม่อาจยืนดูท่านย่าเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตา“ข้าไปขอร้องพวกเขาเอง” ฉินซิวเหรินลุกขึ้นจะออกไป ทันใดนั้นมีเสียงสายหนึ่งดังขึ้นในลาน “เหตุใดต้องไปขอร้องคนพวกนั้น? ข้าสามารถช่วยย่าของเจ้า” กู้ห
บทสนทนาของทั้งคู่เข้าหูกู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียวพวกเขาคาดเดาไม่ผิด ‘คุณชายน้อย’ คนนี้เป็นทายาทของมู่หรงถิงจริงๆจากบทสนทนาของทั้งคู่ กู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงก็วิเคราะห์ออกเช่นกัน คุณชายน้อยคนนี้ไม่อยากร่วมมือกับพวกเขา แค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแต่ว่าในเมื่อคนกลุ่มนี้มาหาเขาแล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่นอนเป็นไปตามคาด สีหน้าเหยาจ้าวเปลี่ยนฉับพลัน “คุณชายน้อย ข้าอุตส่าห์คุยดีกับท่านแล้ว ท่านกลับยังคงดื้อดึง เช่นนั้นจะโทษข้าไร้มารยาทไม่ได้”“เจ้าคิดจะทำอะไร?” สีหน้าฉินซิวเหรินเปลี่ยนฉับพลัน“เหตุที่คุณชายน้อยดึงดันจะอยู่ที่นี่ ไม่อยากทำงานใหญ่ร่วมกับใต้เท้า ก็เพราะถูกคนเป่าหูไม่ใช่หรือ?ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าน้อยคงต้องจับคนที่เป่าหูท่านแทน”เหยาจ้าวพูดข่มขู่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ฉินซิวเหรินกำหนัดแน่น จากสีหน้าที่นิ่งสงบเมื่อครู่ เวลานี้กลับโกรธมาก“เจ้ากล้าแตะต้องคนในครอบครัวของข้าหรือ หากเจ้ากล้าแตะต้องพวกเขาแม้แต่ขนเส้นเดียว ข้ากับเจ้าต้องตายไปครั้งหนึ่ง!”เหยาจ้าวไม่ได้เก็บเอาคำพูดของเขามาใส่ใจเลย“หากคุณชายน้อยสามารถร่วมทำงานใหญ่กับใต้เท้า ต่อใ
กู้หว่านเยว่พลันเกิดความคิดขึ้นมา “แล้วชายชราผู้นั้นกับอดีตพระชายาฟางมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?”“พระชายาฟางเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของเขา” ซูจิ่งสิงอธิบายกู้หว่านเยว่พลันเข้าใจในทันที ที่แท้ชายชราผู้นั้นก็คือแม่ทัพฟาง เป็นบิดาของพระชายาฟาง พระชายาฟางเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงพระชายาเอกของมู่หรงถิง ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่ทัพผู้เฒ่าฟางจะสามารถรวบรวมผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากมายถึงเพียงนี้กู้หว่านเยว่ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา “ท่านพี่ ท่านสังเกตหรือไม่ว่า เมื่อครู่พวกเขาเอ่ยถึงคุณชายน้อยด้วย”นางมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง ทำให้ซูจิ่งสิงหันมามอง“เจ้าสงสัยว่าคุณชายน้อยผู้นั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับมู่หรงถิงหรือ?”กู้หว่านเยว่พยักหน้า สมแล้วที่เป็นท่านพี่ เดาความคิดในใจของนางออกได้ในทันที“แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่ดูจากน้ำเสียงของพวกเขาแล้ว คุณชายน้อยผู้นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นบุคคลสำคัญที่พวกเขาใช้ในการลงมือข้าคิดไปคิดมา คนผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับมู่หรงถิง เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นบุตรชายของมู่หรงถิง”การวิ
เหยาจ้าวปิดหน้าต่างลง “ระมัดระวังไว้ก่อนย่อมเป็นเรื่องดี สองวันนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ใต้เท้าวางใจได้ ข้าน้อยจะส่งคนไปลาดตระเวนรอบ ๆ ให้มากขึ้นอย่างแน่นอน”ชายชราพยักหน้าทั้งสองคนกระซิบกระซาบกันอีกครู่หนึ่ง เนื่องจากอยู่ในมิติและมีระยะห่างพอสมควร กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงจึงไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกันเห็นเพียงเหยาจ้าวพยักหน้า “จริงสิใต้เท้า แล้วฮูหยินราชทูตที่จับตัวกลับมาจะจัดการอย่างไรดีขอรับ?”ชายชราลูบเคราของตน “กักบริเวณนางไว้ก่อน ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีประโยชน์”ในเมื่อเป็นคนที่ท่านราชทูตคนนั้นพาติดตัวมาตลอด คงจะเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าในช่วงเวลาที่สำคัญอาจจะนำออกมาใช้เพื่อควบคุมราชทูตคนนั้นได้“ใต้เท้ามิต้องกังวล ราชทูตพวกนั้นที่ทางราชสำนักส่งมาล้วนอ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่ได้เรื่องอะไรเลย แค่พวกเราดำเนินการตามแผน ถึงเวลาที่ด่านเซียวเกิดความโกลาหล พวกเราก็ฉวยโอกาสยึดเมืองที่อยู่ใกล้เคียงสองสามแห่ง ราชทูตตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่มีองครักษ์ลับอยู่แค่ไม่กี่คน จะทำอะไรพวกเราได้?” เหยาจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ชายชราลูบเคราของตน “ถึงอย