ข้าจะร้ายให้สุดทาง

ข้าจะร้ายให้สุดทาง

last updateLast Updated : 2026-09-30
By:  ธชิรินญ์Updated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
54Chapters
483views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"ข้าจะกลับมาทวงแค้นพวกมันทุกคน!" คำสาปแช่งสุดท้ายในกองเพลิง ดึงวิญญาณ ‘ซูอี้จิน’ หวนคืนมาพร้อม ‘ปราณอัคคีบริสุทธิ์’ ชาติก่อนนางคือสตรีโง่งมที่ถูกสามีชั่วและญาติจอมปลอมปอกลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัว เหยียบย่ำครอบครัวนางเพื่อปูทางสู่อำนาจ ชาตินี้สตรีผู้อ่อนแอคนนั้นได้ตายไปแล้ว! นางกลับมาในฐานะเถ้าแก่เนี้ยผู้งดงามและกุมอำนาจมหาศาล พร้อมใช้เพลิงแค้นเผาผลาญศัตรูให้ย่อยยับ แต่บนเส้นทางแห่งการชำระแค้น นางกลับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับ ‘เว่ยชางหลาง’ ท่านอ๋องที่ผู้คนต่างหวาดหวั่น เขาผู้แบกรับความทรมานจาก ‘ปราณเหมันต์ปรโลก’ ทว่าเมื่อได้สัมผัสกับปราณอัคคีของซูอี้จิน ไออุ่นของนางกลับกลายเป็นยาถอนพิษที่แสนหอมหวานและหยุดยั้งความเจ็บปวดของเขาได้ในพริบตา ยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่น เขาคือมัจจุราชที่พร้อมกวาดล้างทุกคนที่กล้าขวางทางแก้แค้นของนาง แต่เมื่อลับสายตาคน ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นบุรุษขี้หวงที่คอยตามติด ประชิดตัว และโหยหาสัมผัสจากนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ความแค้นที่ว่าเดือดพล่าน ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเคมีรักที่เร่าร้อนดั่งไฟหลอมน้ำแข็ง!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ความแค้นท่ามกลางเปลวเพลิง

กลิ่นเหม็นอับของไม้ผุพังผสมกับกลิ่นคาวของเลือดที่ไหลทะลัก

ในเรือนร้างสกุลเฉิน ซูอี้จินนอนตะแคงอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและหยากไย่ ร่างกายของนางบิดเกร็ง เลือดทะลักออกจากริมฝีปาก

พิษกร่อนกระดูกกำลังกัดกินอวัยวะภายใน ตั้งแต่แต่งเข้ามาในสกุลเฉิน นางถูกพิษชนิดนี้ผสมในอาหารให้กินทุกวัน เมื่อพิษเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดในทุกๆวัน เริ่มแรกจากหญิงสาวอวบอ้วน บัดนี้ร่างกายเริ่มอ่อนแอลงจนเหลือแต่หนังติดกระดูก กว่าจะรู้ตัวกระดูกก็เปราะบางและอวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว ท้ายที่สุดเลือดจะเริ่มไหลออกจากทวารทั้งสี่

เสียงปลดกุญแจเหล็กดังขึ้น แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอก เผยให้เห็นรองเท้าผ้าไหมสีแดงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา

ซูอี้จินฝืนลืมตาที่หนักอึ้ง ท่อนล่างของนางชาหนึบไร้ความรู้สึก ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้กรามของนางขบเข้าหากันแน่น

ซูมู่เหยียนยืนอยู่ตรงนั้น สวมอาภรณ์หรูหราของฮูหยินเอก ใบหน้าที่เคยแสร้งยิ้มหวานให้แก่นางเสมอมา บัดนี้ประดับด้วยรอยเหยียดหยาม มือข้างหนึ่งวางทาบลงบนหน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"พี่หญิงอี้จิน...ไฉนสภาพของท่านจึงดูไม่ได้ถึงเพียงนี้เล่า"

ซูมู่เหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางก้มลงเว้นระยะห่างพอไม่ให้ชายกระโปรงเปื้อนเลือดที่เจิ่งนอง

ซูอี้จินเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก "พวกเจ้า... หักหลังข้า..."

"หักหลังหรือ? พูดให้ถูกคือท่านหมดประโยชน์แล้วต่างหาก"

ซูมู่เหยียนลูบหน้าท้องของตนเองช้าๆ

“ท่านพี่ซิวหยวนทนร่วมหอกับสตรีไร้สมองเช่นท่านมานานหลายปี เพียงเพื่อขอยืมอำนาจของแม่ทัพซูเบิกทางสู่ราชสำนัก เลิกหลอกตัวเองได้แล้วพี่หญิง! อย่าคิดนะว่าเรื่องบังเอิญที่สระบัววัดหลงซานจะเป็นวาสนาสวรรค์ประทาน ทั้งหมดนั่นคือแผนการที่ข้าและท่านพี่ซิวหยวนร่วมมือกันต่างหาก! มีเพียงสตรีโง่งมเช่นท่านเท่านั้นแหละที่หลงเชื่อจนหมดใจ บัดนี้เขาสมปรารถนาแล้ว ส่วนตัวข้าก็กำลังอุ้มชูสายเลือดที่แท้จริงของสกุลเฉินอยู่”

นิ้วที่เปื้อนเลือดของซูอี้จินจิกตะกุยพื้นไม้ นางพยายามตะเกียกตะกายเข้าหาญาติผู้น้อง มือสั่นเทาคว้าเข้าที่ชายกระโปรงซูมู่เหยียน

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูมู่เหยียนแข็งค้างไปชั่วขณะ นางเกลียดความสกปรกยิ่งกว่าสิ่งใด ความขยะแขยงแล่นพล่านขึ้นมา นางยังคงปั้นหน้ายิ้ม แต่เท้ากลับตวัดเตะเข้าที่ยอดอกของซูอี้จินอย่างแรง

ร่างของซูอี้จินหงายหลังกระแทกพื้น เลือดคำโตพ่นออกจากปาก

"อย่าเอามือสกปรกของท่านมาแตะต้องตัวข้า!!" ซูมู่เหยียนสะบัดชายกระโปรง

“อ้อ... ข้าลืมบอกข่าวดีแก่ท่านไป” ซูมู่เหยียนแค่นเสียงหัวเราะหยัน

"พี่หญิง...ท่านอย่าทำหน้าโง่งมเช่นนั้นสิ เมื่อเจ็ดวันก่อน ตอนที่ท่านติดสินบนพวกบ่าวชั้นต่ำเพื่อลอบหนีกลับไปจวนสกุลซู ท่านคิดจริงๆ หรือว่าจะรอดพ้นสายตาข้าไปได้?"

นางก้าวเข้าไปหา ชะโงกหน้ากระซิบด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย แต่ทุกถ้อยคำกลับกรีดลึกราวกับใบมีดอาบยาพิษ

"ตอนที่ท่านตะเกียกตะกายกลับไปถึงจวน ภาพเลือดที่เจิ่งนองท่วมลาน กับซากศพของคนในครอบครัวที่นอนกองระเนระนาดทับซ้อนกัน คงเป็นภาพที่ตรึงตาตรึงใจท่านมากเลยใช่หรือไม่ล่ะ? ช่างน่าเวทนาบิดาของท่านนัก ถูกจัดฉากหลอกให้ดูเหมือนคิดหลบหนีคดี โทษทัณฑ์ขัดขืนเบื้องสูงจึงลุกลาม กลายเป็นการลงดาบฆ่าล้างโคตรตระกูลจนสิ้นซาก!"

ดวงตาของซูมู่เหยียนทอประกายเหี้ยมเกรียม มุมปากแสยะยิ้มอำมหิตเมื่อเห็นร่างของซูอี้จินสั่นสะท้าน

"แต่พี่หญิง... ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ท่านพี่ของข้าใจบุญสุนทานนัก ทนเห็นศพบิดาและพี่ชายของท่านเน่าเหม็นคาจวนไม่ได้ จึงอุตส่าห์ให้คนขนซากเนื้อไร้วิญญาณเหล่านั้นไปทิ้งไว้ที่ลานทิ้งศพนอกเมืองเพื่อเป็นการสงเคราะห์ ป่านนี้ฝูงอีกาและแร้งหิวโซคงรุมทึ้งจิกกิน จนไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อติดกระดูกแล้วกระมัง"

ซูมู่เหยียนหัวเราะเสียงใส พลางทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเยาะหยันสุดหัวใจ

"เห็นหรือไม่ว่าท่านพี่แสนดีเพียงใด ในเมื่อไม่มีศพให้ฝัง ไม่มีหลุมให้กราบไหว้ พี่หญิงก็ไม่ต้องเหนื่อยยากไปจัดงานศพให้เป็นที่อุจาดตาผู้คน สบายใจได้แล้วนะเจ้าคะ"

ดวงตาของซูอี้จินเบิกกว้าง เส้นเลือดฝอยในตาแตกแขนงจนแดงก่ำ นางอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง มีเพียงลมหายใจที่ขาดห้วงและน้ำตาปนสายเลือดที่ไหลรินลงมาอาบแก้ม

บิดาและพี่ใหญ่ ที่รักและถนอมนางดั่งแก้วตาดวงใจ ต้องมาตายเพราะนางหูเบา หลงเชื่อคำลวงของเฉินซิวหยวนและซูมู่เหยียน!

ด้านนอกประตู เสียงฝีเท้าของบุรุษดังขึ้น

"มู่เหยียน เจ้าเสร็จธุระหรือยัง ด้านในอากาศชื้นนัก ระวังจะกระทบกระเทือนถึงลูกในครรภ์"

เสียงของเฉินซิวหยวนดังแว่วเข้ามา เขาไม่แม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาในเรือนร้างแห่งนี้ด้วยซ้ำ ราวกับรังเกียจที่จะต้องมองสตรีที่เขาเคยพลอดรักและให้คำสัตย์สาบานว่าจะดูแลชั่วชีวิต

"เสร็จแล้วเจ้าค่ะท่านพี่" ซูมู่เหยียนหันไปขานรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะหันกลับมามองซูอี้จินด้วยแววตาอำมหิต

"ลาก่อน พี่หญิงใหญ่ ชาติหน้าก็จงอย่าเกิดมาโง่งมเช่นนี้อีก"

ซูมู่เหยียนก้าวถอยหลังออกไปพ้นธรณีประตู นางส่งสัญญาณมือให้บ่าวรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านนอก คบเพลิงนับสิบถูกโยนเข้ามาในเรือนร้าง กองฟางและไม้แห้งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าติดไฟพรึบขึ้นมาในชั่วพริบตา

เปลวเพลิงโหมกลืนกินร่างของนางจนมิด

ด้วยความทรมานของเปลวงเพลิงที่เผาผลาญร่างของนาง ก่อนสิ้นใจความแค้นที่อัดแน่นถึงขีดสุดพลันกระตุ้นบางสิ่งในสายเลือดที่หลับใหลมาเนิ่นนาน "ปราณอัคคีบริสุทธิ์" ซึ่งสืบทอดทางสายเลือดมาจากมารดาผู้ล่วงลับและถูกปิดผนึกไว้ กลับตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลันตามสัญชาตญาณและพลังความแค้นที่ถูกกระตุ้น

แทนที่เลือดในกายจะเดือดพล่านจากความร้อนภายนอก มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟสีทองระยิบระยับ ก่อนที่วิญญาณหลุดลอย ดวงจิตและปราณอัคคีในร่างที่กำลังดับสูญกลับหลอมรวมเป็นดวงไฟดวงหนึ่ง แหวกผ่านห้วงเวลาซ้อนทับกลับคืนสู่เส้นทางเดิมอย่างรุนแรง!!!

"เฮือก!"

ร่างบางบนเตียงสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นนั่ง ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาของซูอี้จินเบิกกว้าง กวาดมองไปรอบตัวด้วยความสับสน นี่คือเรือนหมิงเยว่ ห้องนอนของนางในจวนสกุลซูในเมืองหลวง

นางย้อนเวลากลับมาในช่วงวัยปักปิ่นที่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับท่านย่าที่เมืองหลวง ยังเป็นเด็กสาวร่างอวบวัยแรกแย้มและที่สำคัญนางกลับมาในจุดที่ทุกอย่างยังแก้ไขได้ บิดายังมีชีวิต พี่ใหญ่ยังคงกุมอำนาจทหารชายแดน สกุลซูยังเป็นดั่งเสาหลักของแคว้นเว่ย

ริมฝีปากที่เพิ่งสั่นเทาจากความตื่นตระหนก ค่อยๆ คลี่ยิ้มออกช้าๆ

"ซูมู่เหยียน...เฉินซิวหยวน" นางพึมพำกับสายลม แววตาทอประกายอำมหิต

"นรกส่งข้ากลับมาแล้ว!!"

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Kira
Kira
สนุกค่ะอ่านเพลินและลุ้นมาก นักเขียนอย่าเทคนอ่านนะคะ
2026-09-29 13:35:41
1
1
54 Chapters
บทที่ 1 ความแค้นท่ามกลางเปลวเพลิง
กลิ่นเหม็นอับของไม้ผุพังผสมกับกลิ่นคาวของเลือดที่ไหลทะลักในเรือนร้างสกุลเฉิน ซูอี้จินนอนตะแคงอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและหยากไย่ ร่างกายของนางบิดเกร็ง เลือดทะลักออกจากริมฝีปากพิษกร่อนกระดูกกำลังกัดกินอวัยวะภายใน ตั้งแต่แต่งเข้ามาในสกุลเฉิน นางถูกพิษชนิดนี้ผสมในอาหารให้กินทุกวัน เมื่อพิษเริ่มซึมเข้าสู่กระแสเลือดในทุกๆวัน เริ่มแรกจากหญิงสาวอวบอ้วน บัดนี้ร่างกายเริ่มอ่อนแอลงจนเหลือแต่หนังติดกระดูก กว่าจะรู้ตัวกระดูกก็เปราะบางและอวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว ท้ายที่สุดเลือดจะเริ่มไหลออกจากทวารทั้งสี่เสียงปลดกุญแจเหล็กดังขึ้น แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอก เผยให้เห็นรองเท้าผ้าไหมสีแดงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาซูอี้จินฝืนลืมตาที่หนักอึ้ง ท่อนล่างของนางชาหนึบไร้ความรู้สึก ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้กรามของนางขบเข้าหากันแน่นซูมู่เหยียนยืนอยู่ตรงนั้น สวมอาภรณ์หรูหราของฮูหยินเอก ใบหน้าที่เคยแสร้งยิ้มหวานให้แก่นางเสมอมา บัดนี้ประดับด้วยรอยเหยียดหยาม มือข้างหนึ่งวางทาบลงบนหน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด"พี่หญิงอี้จิน...ไฉนสภาพของท่านจึงดูไม่ได้ถึงเพียงนี้เล่า"ซูมู่เหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสี
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
บทที่ 2 เทศกาลชมดอกบัว
ซูอี้จินเลิกผ้าห่มออกก้าวเท้าลงจากเตียง ความเจ็บปวดจากพิษกร่อนกระดูกล้วนหายไปสิ้น มีเพียงความร้อนขุมหนึ่งที่ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ในเส้นชีพจร ราวกับมีดวงไฟเล็กๆ ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังนางหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ชี้นิ้วชี้ขวาออกไปเบื้องหน้าพรึ่บ...ประกายไฟขนาดเท่าเมล็ดถั่วผุดขึ้นที่ปลายนิ้ว เปล่งแสงสว่างเรืองรองในความมืดของห้อง แม้จะเล็กจิ๋ว‘ปราณอัคคีบริสุทธิ์’ พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นในวินาทีสุดท้ายของชีวิตก่อน ได้ย้อนเวลากลับมาพร้อมกับวิญญาณของนาง นางกำหมัดแน่น เปลวไฟที่ปลายนิ้วดับลง"คุณหนูใหญ่ ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"จื่อเซี่ย สาวใช้คนสนิทผลักประตูเข้ามาพร้อมกับชุดอาภรณ์ที่ตัดเย็บเสร็จใหม่เอี่ยม มันคือชุดกระโปรงสีชมพูแปร๋นจนแสบตา ปักลวดลายดิ้นทองรูปดอกโบตั๋นขนาดใหญ่ยักษ์กระจายอยู่ทั่วผืนผ้า ตัวกระโปรงถูกเย็บซ้อนกันหลายชั้นจนดูพองโตซูอี้จินก้มมองชุดนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า"คุณหนูรองส่งคนนำชุดนี้มาให้ตั้งแต่หัวค่ำเจ้าค่ะ" จื่อเซี่ยรายงานด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย"คุณหนูรองฝากคำพูดมาว่า ชุดนี้ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอย่างดีที่สุดจากแดนใต้ สีสันสดใสเหมาะกับท่านยิ่งนัก อยากให้ท่านสวมใส่ไปงานชมดอกบัวที่วัดหลงซ
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
บทที่ 3 ช่วยด้วย มีคนตกน้ำ
แรงกระแทกจากฝ่ามือทั้งสองพุ่งเข้าใส่กลางแผ่นหลัง แต่แทนที่ร่างของซูอี้จินจะถลาคว่ำลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างตามแรงผลัก ปราณอัคคีบริสุทธิ์กลับไหลเวียนพลุ่งพล่าน ความร้อนผ่าวแล่นวาบไปตามเส้นชีพจร ซูอี้จินย่อเข่าลงต่ำ นางบิดเอวหมุนตัวหลบวูบไปด้านข้างด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน ฝ่ามือของซูมู่เหยียนที่พุ่งมาเต็มแรงจึงคว้าได้เพียงอากาศธาตุแรงส่งมหาศาลจากการพุ่งตัวบวกกับการเสียหลักกะทันหัน ทำให้ร่างของญาติผู้น้องถลำไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุม ซูอี้จินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ตวัดปลายเท้าออกไปขัดเข้าที่ข้อเท้าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ"ว้าย!"เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังแหวกอากาศ ซูมู่เหยียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สองแขนตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แต่สิ่งที่รอรับนางอยู่มีเพียงผืนน้ำเย็นเฉียบตูม!น้ำในสระแตกกระจายเป็นวงกว้าง ดอกบัวและใบบัวสีเขียวสดถูกแรงกระแทกจนฉีกขาด ร่างของซูมู่เหยียนจมดิ่งลงไปในความมืดมิดของโคลนตมก้นสระ น้ำเย็นจัดทะลักเข้าปากและจมูกจนนางสำลักอย่างรุนแรงที่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากริมสระ เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ซุ่มรออยู่สบโอกาส เขาคือ เฉินซิวหยวน ชายหนุ่มรูปงามผ
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
บทที่ 4 คำตัดสิน
ด้านล่าง ซูอี้จินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขอบสระอีกก้าวหนึ่ง นางดึงผ้าเช็ดหน้าออก เผยให้เห็นดวงตาที่แดงเรื่อเล็กน้อย นางมองจ้องลงไปยังเฉินซิวหยวนและซูมู่เหยียนที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ดังก้องพอให้ทุกคนบริเวณนั้นได้ยินชัดเจน"คุณชายเฉิน ขอบคุณสวรรค์ที่ท่านกระโดดลงไปช่วยเหลือน้องรองของข้าได้ทันท่วงที แม้การสัมผัสแนบชิดกลางสระน้ำเช่นนี้จะทำให้ชื่อเสียงของน้องรองต้องมัวหมอง แต่ในเมื่อท่านประกาศต่อหน้าผู้คนมากมายแล้วว่าจะรับผิดชอบนางด้วยการแต่งเป็นภรรยา ข้าในฐานะพี่สาวก็เบาใจ"นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงจับจ้องใบหน้าที่ขาวซีดสลับเขียวคล้ำของเฉินซิวหยวน"ท่านช่างเป็นสุภาพบุรุษผู้กล้าหาญและรักษาสัจจะอย่างแท้จริง ตระกูลซูของพวกเราจะรอรับแม่สื่อจากท่านในเร็ววัน"ฝูงชนพยักหน้าเห็นพ้อง ซูมู่เหยียนกรีดร้องในน้ำ ขณะที่เฉินซิวหยวนได้แต่มองซูอี้จินด้วยสายตาพรึงเพริด ร่างกายของเขาแข็งค้างกลางสระน้ำเย็นเฉียบ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาได้แม้แต่ครึ่งคำ**************รถม้าตระกูลซูจอดสนิทหน้าประตูจวน บานประตูถูกเปิดออกอย่างเร่งร้อน บรรดาสาวใช้และบ่าวชายต
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
บทที่ 5 ความลับในหีบเก่า
"ปัง!"เสียงบานประตูกระแทกปิดสนิท เรือนเก่าท้ายจวนที่เคยเป็นของบิดาซูอี้จินทรุดโทรมและเต็มไปด้วยหยากไย่ "คุณหนูใหญ่ ฮูหยินเฒ่าสั่งให้ท่านสำนึกผิดอยู่แต่ในห้องนี้ ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมโดยเด็ดขาดขอรับ" เสียงพ่อบ้านหลิวตะโกนลอดช่องประตูเข้ามา น้ำเสียงแฝงความห่างเหินเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง"ข้าเข้าใจแล้ว" ซูอี้จินตอบกลับผ่านบานประตูด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนกหรือโกรธเคืองในเวลาเดียวกันนั้น ที่เรือนหลักสกุลซูบรรยากาศกลับตรงกันข้ามราวฟ้ากับเหว โคมไฟสว่างไสว บ่าวไพร่เดินขวักไขว่ถืออ่างน้ำร้อนและผ้าสะอาดเข้าออกห้องนอนของซูมู่เหยียนไม่ขาดสาย"ท่านย่า หลานหนาวเหลือเกินเจ้าค่ะ" ซูมู่เหยียนนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าซีดเซียว นางสั่นสะท้านและซุกซบลงกับหมอน"โธ่ เด็กดีของย่า ไม่ต้องกลัวนะ หมอฝังเข็มไล่ความเย็นให้เจ้าแล้ว"ฮูหยินเฒ่าลูบผมหลานสาวคนรองด้วยความเวทนา ก่อนจะหันไปตวาดบ่าวไพร่ที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง"พวกเจ้าต้มยาเสร็จหรือยัง! หากมู่เหยียนเป็นอะไรไป ข้าจะสั่งโบยพวกเจ้าให้หลังลาย!"ซูมู่เหยียนซ่อนใบหน้าใต้ผ้าห่ม นางช้อนตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองหญิงชรา"ท่านย่า อย่าไป
last updateLast Updated : 2026-08-19
Read more
บทที่ 6 อารามป่าไผ่
ซูอี้จินเพิ่งพ้นจากโทษกักบริเวณสามวัน ร่างระหงก้าวเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ไปตามทางเดินหิน ท่าทีผ่อนคลายราวกับเรื่องวุ่นวายที่สระบัวก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นข้ออ้างในการหลบออกจากจวนที่อุดอู้ คือการขออนุญาตฮูหยินเฒ่าซูมาไหว้พระที่อารามป่าไผ่ โดยอ้างว่าต้องการสงบจิตสงบใจและสำนึกผิด แน่นอนว่าท่านย่าที่ชังน้ำหน้านางเป็นทุนเดิมย่อมรีบโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ แต่การไหว้พระสวดมนต์นั้นเป็นเพียงฉากบังหน้า เป้าหมายที่แท้จริงของนางคือป่าลึกบนยอดเขาด้านหลังอารามแห่งนี้ต่างหากปราณอัคคีที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นยังคงไหลเวียนอยู่ภายในร่าง มันยังแปรปรวนและไม่เสถียรนัก คัมภีร์ลับตระกูลเสิ่นของมารดาระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ในระยะแรกเริ่มของการฝึกปราณ จำต้องอาศัยสมุนไพรธาตุหยางเข้มข้นเพื่อกระตุ้นและหลอมรวมพลังให้แข็งแกร่ง ซึ่งภูเขาด้านหลังอารามป่าไผ่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณนานาชนิด บางทีโชคอาจจะเข้าข้างให้นางได้พบสมุนไพรที่ต้องการในขณะที่นางกำลังวางแผนจะลอบขึ้นเขา ความสงบสุขก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน"พี่หญิงอี้จิน! พี่หญิง!"น้ำ
last updateLast Updated : 2026-08-20
Read more
บทที่ 7 สัมผัสอุ่นกลางคาวเลือด
 ซูอี้จินข่มความตื่นตระหนก กดร่างของตนให้แบนราบไปกับพื้นหญ้าหลังโขดหินยิ่งกว่าเดิม!!กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าไม่วางตา หัวใจที่เคยสงบนิ่งบัดนี้กลับเต้นรัวแรงพร้อมจะทะลุออกมานอกอกเว่ยชางหลางยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดในสภาพน่าอนาถ องค์รักษ์ในชุดดำสนิทที่เหลือต่างเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ พวกเขาเดินตรวจดูศพทีละร่างอย่างเลือดเย็น ผู้ใดยังมีลมหายใจรวยรินก็จะถูกมีดสั้นจ้วงแทงซ้ำที่หัวใจอย่างไร้ความปรานี ทุกการกระทำล้วนเฉียบขาดและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆมีเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนหยัดต่อกรกับความตาย ชายในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบคนสุดท้ายที่รอดชีวิต เขาทรุดกายพิงต้นไม้ใหญ่ หอบหายใจรวยริน แขนข้างหนึ่งหักพับผิดรูปอย่างน่าเวทนา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด“พวก...พวกเจ้าเป็นใครกันแน่” เขาเค้นเสียงแหบพร่าถามออกมาอย่างยากลำบาก เลือดไหลทะลักออกจากมุมปากเป็นทางยาวเว่ยชางหลางไม่ตอบคำถามนั้น เขาก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงของเขาราบเรียบ“คนตาย...ไม่จำเป
last updateLast Updated : 2026-08-21
Read more
บทที่ 8 บัณฑิตจอมปลอม
ซูอี้จินไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลังกลับไปมอง...นางรวบรวมกำลังใจและเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นป่าไผ่แห่งนี้ได้กลายเป็นแดนสังหารไปแล้ว นางไม่มีแก่ใจจะขบคิดว่าเหตุใดท่านอ๋องผู้แผ่รังสีอำมหิตปานนั้นจึงยอมปล่อยนางไป หรือเหตุใดจึงมีนักฆ่าปรากฏตัวขึ้นบนภูเขาอารามป่าไผ่แห่งนี้ ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการพาตนเองลงจากเขาให้เร็วที่สุด ก่อนที่คนของซูมู่เหยียนจะมาพบนางในสภาพอิดโรยเช่นนี้เส้นทางหลักที่ปูด้วยหินอย่างดีนั้นกว้างขวางและเดินสะดวก แต่มันก็เปิดโล่งและเป็นที่สังเกตได้ง่ายเกินไป หากมีผู้ใดซุ่มดักรออยู่ นางจะกลายเป็นเป้านิ่งที่ไร้ทางหนีในทันที หญิงสาวหยุดฝีเท้าลงข้างต้นไม้ต้นใหญ่ สองมือยันลำต้นไว้พลางหอบหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ในสมองที่กำลังสับสนวุ่นวาย ภาพแผนที่ของภูเขาลูกนี้ที่นางลอบศึกษาในช่วงที่ถูกกักบริเวณค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นทีละน้อยนั่นคือเส้นทางเล็กๆ ที่ชาวบ้านใช้หาของป่าและสมุนไพร เป็นทางลัดที่รกเรื้อ เต็มไปด้วยพงหนามและโขดหิน คนทั่วไปมักหลีกเลี่ยง แต่สำหรับนางในยามคับขันเช่นนี้ มันคือหนทางสู่การมีชีวิตรอดเมื่อตัดสินใจได้แน่วแน่ ซูอี้จินก็ไม่ลังเล
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
บทที่ 9 แพะรับบาป
ซูอี้จินเคลื่อนไหวไปตามแนวพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบ...นางลัดเลาะผ่านเส้นทางที่คนไม่ใช้สัญจรในที่สุด กำแพงสูงของจวนสกุลซูก็ปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า นางไม่ได้ตรงไปยังประตูใหญ่ แต่เลือกที่จะอ้อมไปยังกำแพงด้านข้างที่ติดกับสวนหย่อม ซึ่งมีต้นไม้สูงใหญ่ทอดกิ่งก้านสาขาเลยออกมาด้านนอก ซูอี้จินใช้ความคล่องแคล่วว่องไวจากกำลังของปราณอัคคีภายใน ปีนป่ายขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่แล้วหย่อนตัวลงบนพื้นหญ้าภายในเขตจวนได้อย่างเงียบกริบเมื่อเท้าสัมผัสพื้นดิน หญิงสาวจึงได้ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก นางปลอดภัยแล้ว วันนี้นางรอดพ้นจากกับดักมรณะและแผนการอันสกปรกโสมมมาได้ถึงสองครั้งสองครา ซูอี้จินปัดเศษดินออกจากชุดที่สวมใส่ สวมรองเท้ากลับเข้าที่เดิม แล้วจึงเดินกลับไปยังเรือนพักของตนด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับเพิ่งกลับมาจากการไหว้พระปฏิบัติธรรมที่อารามป่าไผ่แห่งนั้นณ ทางแยกเชิงเขาหลงซานเฉินซิวหยวนรอซูอี้จินอยู่หลายชั่วยาม เขาเริ่มหัวเสีย ความมั่นใจและรอยยิ้มละมุนที่เคยประดับบนใบหน้าเมื่อครู่ก่อน บัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจ“หลายชั่วยามแล้ว! เหตุใดนางยังไม่ลงมาอีก!” เขาตวาดถามบ่าว
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
บทที่ 10 ยอมรับผิด
วันต่อมา ณ ลานไต่สวนกลางศาลาว่าการเมืองหลวงเฉินซิวหยวนถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่บนพื้น สภาพของเขาน่าสังเวชยิ่งนัก อาภรณ์บัณฑิตสีฟ้าอ่อนที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้มอมแมมเปรอะเปื้อนคราบดินโคลนและรอยยับย่นจากการถูกจับกุม เรือนผมที่เคยจัดแต่งเป็นทรงอย่างดีก็หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง ดวงตาที่เคยทอประกายหยิ่งทะนง บัดนี้เหลือเพียงความหวาดวิตกและสับสนจับจ้องไปยังเงาร่างสูงใหญ่ของผู้ว่าการเมืองหลวงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เบื้องหน้า“ปัง!”เสียงไม้ตบโต๊ะดังกึกก้องไปทั่วโถงไต่สวน สะท้อนความเกรี้ยวกราดของผู้มีอำนาจจนชาวบ้านที่มุงดูอยู่ด้านนอกพากันสะดุ้งโหยง“เฉินซิวหยวน! บ่าวไพร่ของเจ้าให้การตรงกันว่าเจ้าเป็นผู้ออกคำสั่งให้เตรียมกระบองและไปดักซุ่มที่เชิงเขาหลงซาน ทั้งยังมีพยานพบเห็นพวกเจ้าในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่! หลักฐานมัดตัวเจ้าแน่นหนาเพียงนี้ เจ้ายังมีอะไรจะแก้ต่างอีกหรือไม่!” เฉินซิวหยวนสะดุ้งสุดตัว เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหน้าผากแดงช้ำ“ท่านผู้ว่าขอรับ! ข้าน้อยถูกใส่ร้าย! ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตอ่อนแอท
last updateLast Updated : 2026-08-24
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status