LOGIN“ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ได้โปรดเป็นยาถอนพิษให้ข้า... เถิดแม่นาง” “อย่านะ! ปล่อยข้า! ข้าเป็นหมอ ไม่ใช่นางคณิกา! อื้อออ!” คำประท้วงของซินเยว่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกและร้อนจัดของจ้าวเฟยหรงทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงร้องของนางอย่างดุดันและป่าเถื่อน! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เกิดจากการปล้นสะดมและหิวกระหาย แม่ทัพหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของนางจนได้รสเค็มปร่าของเลือดเ ความเจ็บแปลบทำให้ซินเยว่เผลอ เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความเจ็บปวด เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย “อืม...” จ้าวเฟยหรงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ รสชาติความหวานและกลิ่นกายหอมละมุนของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษร้าย ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟราคะให้ลุกโชนและทวีคูณความรุนแรงขึ้น
View Moreสามปีต่อมา...กงล้อแห่งโชคชะตาได้พัดพาความสงบสุขมาสู่แผ่นดินต้าหยางอย่างแท้จริงณ เมืองเจียงหนาน ดินแดนแห่งสายน้ำและดอกท้อเรือนไม้หลังกะทัดรัดริมทะเลสาบซีหู ถูกล้อมรอบด้วยสวนผักและแปลงดอกไม้ที่แข่งกันชูช่อ‘เสิ่นอวี้’ ในวัยเบญจเพสที่ล่วงเลย ทว่ากลับดูงดงามและเปล่งปลั่งยิ่งกว่าสตรีวัยแรกรุ่น นางกำลังยืนเก็บลูกท้อสดๆ จากต้น รอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนใบหน้าที่ไร้ซึ่งร่องรอยความทุกข์ระทม“ฮูหยิน ระวังสะดุดรากไม้นะ”เสียงทุ้มต่ำดุดัน ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เฮ่อเหลียน’ ที่เดินเข้ามาช่วยประคองตะกร้าผลไม้ในมือนาง อดีตองครักษ์เงาและนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ บัดนี้กลายเป็นเพียงชาวประมงและพ่อค้าสมุนไพรผู้หลงใหลในตัวภรรยาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้นเสียหน่อย ท่านพี่ก็ห่วงเกินไป” เสิ่นอวี้หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบเบาๆ ที่สันกรามของสามีเฮ่อเหลียนรวบเอวนางเข้ามากอด รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว กลับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักที่เขามีต่อนาง “ข้าย่อมต้องห่วงสิ... ยิ่งตอนนี้ ในท้องของท่านมี ‘ลูกน้อย’ ของเราอยู่ด้วย ข
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ฤดูหนาวอันแสนเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น ข่าวความสงบร่มเย็นของแคว้นต้าหยางขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ณ ตำหนักกลางแห่งจวนชินอ๋อง ซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางอำนาจรองจากวังหลวง‘องค์หญิงหนิงเหอ’ หรือในยามนี้คือ ‘ชินอ๋องเฟย’ (พระชายาเอก) ผู้เลอโฉม กำลังนั่งตรวจดูกิจการภายในจวนและบัญชีเสบียงของกองทัพอยู่บนตั่งไม้บุผ้านุ่ม นางสวมอาภรณ์สีแดงสดปักลายหงส์เพลิงสยายปีก ขับเน้นผิวพรรณขาวผ่องและใบหน้างดงามเฉี่ยวคมให้ดูสูงศักดิ์จนยากจะหาผู้ใดเปรียบ บารมีของนางในยามนี้ แผ่ซ่านจนบ่าวไพร่และขุนนางต่างก้มหัวศิโรราบด้วยความยำเกรงอย่างแท้จริง“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ... นี่คือฎีกาจากหัวเมืองชายแดนที่ส่งมาให้ท่านอ๋องพิจารณาพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านคนสนิทคุกเข่าพร้อมชูม้วนไม้ไผ่ขึ้นเหนือศีรษะ หนิงเหอรับมันมาเปิดอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้จะเป็นสตรี ทว่าอ๋องปีศาจผู้เป็นสวามี กลับมอบสิทธิ์ขาดให้นางสามารถร่วมตัดสินใจในราชการทหารได้อย่างเต็มที่ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษร บานประตูตำหนักก็ถูกเปิดออก ร่างสูงตระหง่านของชินอ๋อง ‘หยางหลง’ ก้าวเข้ามาภายในห้อง บ่าวไพร่ต่างรู้หน้าที่ รีบถอยร่นออกไ
ซินเยว่หน้าแดงจัด นางรีบยกมือขึ้นปิดบังทรวงอกของตนเอง แม้ด้านบนจะยังสวมเสื้ออยู่ แต่การเปิดเปลือยท่อนล่างรับลมเย็นๆ กลางสวนเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกหวิววาบและกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก“อย่าปิดบังเลยคนดี... ให้สายลมและแสงจันทร์ได้สัมผัสความงดงามของเจ้าเถิด”เฟยหรงกระซิบเสียงแหบพร่า เขาย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้านางอีกครั้ง จับเรียวขางามให้แยกออกกว้าง พาดทับไว้บนบ่ากว้างของเขา ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะฝังลงที่ร่องกุหลาบงามซึ่งกำลังสั่นระริก!“อ๊า! ท่านพี่! อย่านะ... ตรงนี้มัน... อื้อออ!”ร่างบางสั่นระริกเมื่อปลายลิ้นร้อนระอุของเขาตวัดเลียลงบนติ่งเนื้อเกสรอย่างพลิ้วไหว ! ความเย็นของสายลมปะทะกับความร้อนจัดจากปลายลิ้นของเขา สร้างความสยิวซ่านที่รุนแรง“จ๊วบ... จ๊วบ...”“อ๊า!...ท่านพี่..ทำไมถึงเก่งกาจเยี่ยงนี้...ซี๊ดดด” เสียงดูดกลืนน้ำหวานดังสะท้อนเบาๆ แข่งกับเสียงแมลงกลางคืน เฟยหรงรัวปลายลิ้นบดขยี้จุดกระสันของนางสองมือหนาบีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามอย่างหนักหน่วง ซินเยว่ทนรับความเสียวซ่านไม่ไหวนางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ หอบหายใจถี่กระชั้น สองมือจิกเกร็งลงบนขอบระเบียงไม้จนเจ็บเล็บ“อ๊าาาา! ท่านพี่.. ข้
เขาอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของนางขึ้นไปวางบนฟูกนุ่ม ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ขยายใหญ่และแข็งขึงเต็มกำลังเขาตามขึ้นไปคร่อมทาบทับ ทว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้โหมกระแทกเข้าไปอย่างป่าเถื่อนอีกต่อไป หยางหลงประคองใบหน้านางไว้ ประกบจูบที่ริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม แลกเปลี่ยนลมหายใจและความหอมหวาน ขณะเดียวกัน สะโพกสอบก็ค่อยๆดันความแข็งแกร่งสอดแทรกเข้าสู่ช่องทางที่คับแคบและชุ่มฉ่ำของนางอย่างเชื่องช้า... เนิบนาบ... ทว่าลึกซึ้งจนสุดโคน “อึก... อา... ลึกเหลือเกิน...” หนิงเหอครางอู้อี้ในลำคอ สองแขนโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น“ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า... หงส์น้อยของข้า”อ๋องปีศาจเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรัก บทเพลงวสันต์ในค่ำคืนนี้ไม่มีความป่าเถื่อนรุนแรง มีเพียงการ ‘เชื่อมต่อ’ อย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง ทุกการสอดประสานเต็มไปด้วยความรัก การทะนุถนอม และการวิงวอนขอโทษต่อเรื่องราวในอดีต“พั่บ... พั่บ... พั่บ...” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น หยางหลงลากไล้ริมฝีปากไปตามซอกคอและลาดไหล่ ฝังรอยจูบสีเข้มประทับตราความเป็นเจ้าของด้วยความรัก เขาจงใจขยับสะโพกเน้น











