หงส์เหินเหนือดารา

หงส์เหินเหนือดารา

last updateآخر تحديث : 2026-08-10
بواسطة:  มนต์ศิขรินتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
21فصول
2وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ได้โปรดเป็นยาถอนพิษให้ข้า... เถิดแม่นาง” “อย่านะ! ปล่อยข้า! ข้าเป็นหมอ ไม่ใช่นางคณิกา! อื้อออ!” คำประท้วงของซินเยว่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกและร้อนจัดของจ้าวเฟยหรงทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงร้องของนางอย่างดุดันและป่าเถื่อน! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เกิดจากการปล้นสะดมและหิวกระหาย แม่ทัพหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของนางจนได้รสเค็มปร่าของเลือดเ ความเจ็บแปลบทำให้ซินเยว่เผลอ เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความเจ็บปวด เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย “อืม...” จ้าวเฟยหรงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ รสชาติความหวานและกลิ่นกายหอมละมุนของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษร้าย ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟราคะให้ลุกโชนและทวีคูณความรุนแรงขึ้น

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1: พิษราคะกลืนวิญญาณ และการพบพานกลางพายุฝน  nc

“ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.)”....ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแคว้นต้าหยางมืดมิดไร้แสงดาวและจันทรา   มีเพียงพายุฝนโหมกระหน่ำและเสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ  สายฝนเม็ดใหญ่สาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ

ณ ท้ายซอยเปลี่ยวอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของย่านการค้า มีเรือนไม้หลังเล็กๆ ซึ่งเปิดเป็น  โรงหมอสกุลหลิน’  แสงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ ภายในห้องปรุงยายังคงส่องสว่างวูบวาบตามแรงลมที่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา  หลินซินเยว่’  หมอหญิงเจ้าของเรือนในวัยยี่สิบหนาว  ผู้มีใบหน้างดงามหมดจดดั่งหยกชั้นดี  ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรก และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรติดกายอยู่เป็นนิจ  นางกำลังนั่งบดยาอยู่หน้าเตาเหล็กเล็กๆ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แบบเรียบง่ายไม่อาจปิดบังทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าเย้ายวนของสตรีเพศได้เลย

“ปัง!! “จู่ๆ บานประตูไม้ของโรงหมอก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหลุดกระเด็น!

หลินซินเยว่สะดุ้งสุดตัว  มือที่จับสากบดยาร่วงหล่นลงพื้น  นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก เมื่อแสงสายฟ้าสว่างวาบขึ้นด้านนอก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษผู้หนึ่งยืนโอนเอนอยู่ตรงกรอบประตู  บุรุษผู้นั้นสวมชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทที่ขาดวิ่นและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนผสมกับหยาดโลหิตสีเข้ม   เส้นผมสีหมึกยาวสยายแนบไปกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าดุดันราวกับเทพปีศาจ   สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาคมกริบคู่นั้น... มันไม่ได้เป็นสีนิลตามปกติ แต่มันแดงก่ำราวกับโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน!

“ทะ... ท่านเป็นใคร! บุกเข้ามาในโรงหมอยามวิกาลเช่นนี้ต้องการสิ่งใด!”  หลินซินเยว่ถอยร่นไปด้านหลัง มือเรียวคว้าผงสมุนไพรขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัวหากว่าเกิดเหตุการรณ์ไม่คาดฝัน  ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินโซเซเข้ามาภายในห้อง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศที่ร้อนระอุแผ่ซ่านออกมากดดันจนนางแทบหายใจไม่ออก  เขากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ราวกับกำลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดบางอย่างที่แสนสาหัส

“ช่วย... ข้า...”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดไรฟันออกมา ก่อนที่ร่างกำยำนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้นไม้กระดานเสียงดังสนั่น

ด้วยสัญชาตญาณของหมอ  ความหวาดกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยหน้าที่ที่มิอาจทนดูคนตายไปต่อหน้าต่อตาได้  หลินซินเยว่ถลันเข้าไปประคองร่างของบุรุษแปลกหน้าทันที

“คุณชาย! ท่านบาดเจ็บตรงที่ใด!”

ทันทีที่มือบางสัมผัสโดนท่อนแขนแกร่ง นางก็ต้องสะดุ้งเฮือก เพราะอุณหภูมิร่างกายของเขาร้อนจัดราวกับเตาไฟที่กำลังลุกไหม้ ผิวหนังของเขาแดงก่ำ ลมหายใจที่พ่นออกมาหอบถี่และสัมผัสได้ถึงไอร้อนรุนแรง   หลินซินเยว่รีบจับชีพจรที่ข้อมือหนาเพื่อตรวจดูอาการ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสชีพจร ดวงตากลมโตของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!

ชีพจรเต้นรัวเร็วและปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง  โลหิตในกายไหลเวียนย้อนกลับ นี่ไม่ใช่พิษบาดแผลธรรมดา แต่มันคือ...  พิษราคะกลืนวิญญาณ’ ยาปลุกกำหนัดสายพันธุ์พิสดารและรุนแรงที่สุดในแผ่นดิน!  ผู้ที่ถูกพิษนี้จะมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการปลดปล่อยด้วยการเสพสังวาสกับสตรี  ธาตุไฟจะแตกซ่านและโลหิตจะระเบิดออกเจ็ดทวารจนสิ้นใจภายในสองชั่วยาม!

“สวรรค์... ใครกันที่โหดเหี้ยมใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ลอบทำร้ายท่าน”  ซินเยว่พึมพำหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าพิษนี้ไม่มียาถอน นอกจากต้องใช้ ‘สตรี’ เป็นยาแก้!  บุรุษตรงหน้านี้คือ จ้าวเฟยหรง’ แม่ทัพทมิฬผู้กุมอำนาจทหารแดนใต้  มือขวาของชินอ๋อง

หยางหลง เขาถูกศัตรูลอบวางยาในสุราขณะเดินทางกลับเมืองหลวง แม้จะสังหารศัตรูจนหมดสิ้น แต่พิษก็แล่นเข้าสู่หัวใจจนต้องหนีตายเตลิดเข้ามาในซอยเปลี่ยวแห่งนี้

“สตรี... ข้าต้องการ...”

จ้าวเฟยหรงคำรามในลำคอด้วยความทรมาน สติสัมปชัญญะที่พยายามกดข่มเอาไว้กำลังจะขาดผึง เมื่อกลิ่นหอมละมุนของดอก

มู่หลานที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างของสตรีตรงหน้าลอยมากระทบจมูก  มันเปรียบเสมือนน้ำมันชั้นดีที่สาดลงบนกองไฟแห่งตัณหา!

“คะ... คุณชาย ท่านตั้งสติก่อน! ข้าเป็นหมอ ข้าจะฝังเข็มสกัดจุดให้ท่าน เพื่อชะลอการไหลเวียนของโลหิต ท่านรอเดี๋ยว ข้าจะไปหยิบเข็มเงิน...”  ซินเยว่พยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ขยับตัว ท่อนแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กก็ตวัดหมับเข้าที่เอวบาง ก่อนจะกระชากร่างของนางให้ล้มลงไปทาบทับอยู่บนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง!

“ว้าย!”

หลินซินเยว่หวีดร้องด้วยความตกใจ  สองมือเล็กพยายามดันแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออก แต่ก็เหมือนมดที่พยายามผลักภูเขา จ้าวเฟยหรงพลิกตัวขึ้นคร่อมทาบทับร่างบอบบางของนางเอาไว้กับพื้นกระดานไม้อย่างรวดเร็ว  ดวงตาคมกริบที่บัดนี้แดงก่ำไปด้วยไฟราคะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกของสตรีใต้ร่าง  ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเนียน

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ได้โปรดเป็นยาถอนพิษให้ข้า... เถิดแม่นาง”

“อย่านะ! ปล่อยข้า! ข้าเป็นหมอ ไม่ใช่นางคณิกา! อื้อออ!”

คำประท้วงของซินเยว่ถูกกลืนหายไปในลำคอ  เมื่อริมฝีปากหยักลึกและร้อนจัดของจ้าวเฟยหรงทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงร้องของนางอย่างดุดันและป่าเถื่อน!   มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เกิดจากการปล้นสะดมและหิวกระหาย

แม่ทัพหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของนางจนได้รสเค็มปร่าของเลือดเ  ความเจ็บแปลบทำให้ซินเยว่เผลอ เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความเจ็บปวด  เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย

“อืม...” จ้าวเฟยหรงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ รสชาติความหวานและกลิ่นกายหอมละมุนของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษร้าย  ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟราคะให้ลุกโชนและทวีคูณความรุนแรงขึ้น  มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบ เลื่อนลงมาตามเรือนร่างโค้งเว้า ออกแรงเพียงนิด อาภรณ์สีขาวบางเบาของหมอหญิงก็ถูกฉีกขาดดัง แคว่ก ! เผยให้เห็นเอี๊ยมตัวในสีแดงสดที่ขับเน้นผิวขาวผ่องราวกับหิมะให้ดูเย้ายวนจนแทบคลั่ง

         

“อ๊ะ! ปล่อยนะ... คุณชาย ได้โปรด...”

 ซินเยว่ดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้า มือเล็กพยายามทุบตีแผงอกแกร่ง แต่มันกลับไร้ผล

“ข้าชื่อจ้าวเฟยหรง... จำชื่อของสามีเจ้าเอาไว้ให้ดี”   เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน ริมฝีปากร้อนขบเม้มและดูดดึงผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบแดงช้ำไปทั่วบริเวณ   สองมือหนารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างที่เหลือก็จัดการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของนางออกอย่างรวดเร็ว

หน้าอกอวบอิ่มสล้างที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดบัดนี้ปรากฏแก่สายตาของแม่ทัพทมิฬ  ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อ

ชูชันท้าทายสายตา จ้าวเฟยหรงไม่รอช้า เขาก้มลงครอบครองความอวบอิ่มนั้นด้วยริมฝีปากทันที  ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึงอย่างตะกละตะกลาม ราวกับทารกที่หิวกระหาย

“อ๊า! ยะ... อย่า... ข้าเจ็บ...”

ซินเยว่เชิดหน้าขึ้น หอบหายใจถี่กระชั้น  ความเจ็บปวดจากการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่นางไม่เคยพานพบมาก่อน  พิษราคะในตัวของเขาเหมือนจะแผ่ซ่านผ่านลมหายใจและการสัมผัส ทำให้ร่างกายของนางเริ่มร้อนรุ่มและอ่อนระทวยตามไปด้วย

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
21 فصول
บทที่ 1: พิษราคะกลืนวิญญาณ และการพบพานกลางพายุฝน  nc
“ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.)”....ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแคว้นต้าหยางมืดมิดไร้แสงดาวและจันทรา มีเพียงพายุฝนโหมกระหน่ำและเสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ สายฝนเม็ดใหญ่สาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังพิโรธณ ท้ายซอยเปลี่ยวอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของย่านการค้า มีเรือนไม้หลังเล็กๆ ซึ่งเปิดเป็น ‘โรงหมอสกุลหลิน’ แสงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ ภายในห้องปรุงยายังคงส่องสว่างวูบวาบตามแรงลมที่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา ‘หลินซินเยว่’ หมอหญิงเจ้าของเรือนในวัยยี่สิบหนาว ผู้มีใบหน้างดงามหมดจดดั่งหยกชั้นดี ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรก และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรติดกายอยู่เป็นนิจ นางกำลังนั่งบดยาอยู่หน้าเตาเหล็กเล็กๆ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แบบเรียบง่ายไม่อาจปิดบังทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าเย้ายวนของสตรีเพศได้เลย“ปัง!! “จู่ๆ บานประตูไม้ของโรงหมอก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหลุดกระเด็น!หลินซินเยว่สะดุ้งสุดตัว มือที่จับสากบดยาร่วงหล่นลงพื้น นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก เมื่อแสงสายฟ้าสว่างวาบขึ้นด้านนอก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษผู้หนึ่งยืนโอนเอนอยู
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่  2 ความเร่าร้อนดุดันจากพิษรัก nc
เมื่อปลุกเร้าจนสตรีใต้ร่างเริ่มโอนอ่อนและเปียกชื้น จ้าวเฟยหรงก็ไม่อาจอดทนรอได้อีกต่อไป ความปวดร้าวที่แกนกลางกายหนุ่มมันตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เขาจัดการปลดชุดเกราะและอาภรณ์ท่อนล่างของตนเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ผงาดง้ำและร้อนระอุราวกับแท่งเหล็กเผาไฟแม่ทัพหนุ่ม แทรกกายเข้าหว่างเรียวขาเสลา จับเรียวขางามทั้งสองข้างแยกออกกว้าง ซินเยว่เบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงที่กำลังจดจ่ออยู่ตรงปากทางรักที่ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้ำกราย“มะ... ไม่เอา... ข้ากลัว ฮือ...” นางส่ายหน้าไปมา น้ำตาไหลอาบแก้มจ้าวเฟยหรงโน้มตัวลงมาจูบซับน้ำตาที่หางตาให้นางอย่างแผ่วเบา แม้ฤทธิ์ยาจะทำให้เขาคลุ้มคลั่ง แต่จิตใต้สำนึกส่วนลึกก็ยังรับรู้ว่านางคือสตรีบริสุทธิ์“อดทนหน่อย... ข้าจะพยายามไม่ให้เจ้าเจ็บมาก... ซินเยว่” สิ้นคำกล่าว เขาก็ดันสะโพกสอบส่งความแข็งแกร่งทะลวงผ่านปราการด่านแรกและพรหมจรรย์ของนางเข้าไปจนสุดทาง“กรี๊ดดดดด! เจ็บ! เอาออกไป ข้าเจ็บ!”ซินเยว่หวีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ร่างกายเกร็งสะท้านไปทุกสัดส่วน หยาดโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมาแต้มรอยด่างดวงบนพื้นกระดานไม้ จ้าวเฟยหรง
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ถอนพิษรักจนฟ้าสาง nc
“อย่ามองนะ... คนบ้า ปิดตาเดี๋ยวนี้...” ซินเยว่ยกสองมือขึ้นปิดบังใบหน้าของตนเองด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นางเป็นถึงหมอหญิงผู้ทรงเกียรติ แต่กลับต้องมานอนอ้าขาให้บุรุษแปลกหน้าเชยชมอย่างน่ารังเกียจ“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ซินเยว่... งดงามจนข้าแทบคลั่ง”จ้าวเฟยหรงเอื้อมมือไปดึงมือเล็กของนางออก ตรึงไว้กับที่นอนด้านบน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอย่างเรียกร้องและดูดดื่ม ลิ้นร้อนตวัดพัวพันเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในครานี้ไม่ได้ป่าเถื่อนเท่าคราแรก แต่มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและลุ่มหลงจนซินเยว่เผลอครางอืออา ตอบสนองเขาไปอย่างหลงลืมตัวในขณะที่ริมฝีปากยังคงป้อนจูบแสนหวาน สะโพกสอบก็เริ่มขยับขับเคลื่อนอีกครั้ง!“อึก... อ๊ะ...” ซินเยว่สะดุ้งเฮือก ร่างกายแอ่นโค้งตอบรับสัมผัสการสอดแทรกในท่วงท่าที่เรียวขาถูกยกสูงขึ้นเช่นนี้ ทำให้แก่นกายหนุ่มสามารถทะลวงเข้าไปได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่เขากระแทกตัวเข้าหา ปลายหัวหยักบานก็กระทบเข้ากับจุดกระสันลึกสุดภายในกาย“พั่บ! พั่บ! พั่บ!” “อ๊ะ!..ฮึกกก”เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องปรุงยา แข่งกับเสียงฟ้าร้อ
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 4  ปราบพยศเครื่องบรรณาการ
ความทรงจำในค่ำคืนที่ผ่านมาไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับฝันร้าย... บุรุษชุดดำผู้บ้าคลั่ง การถูกย่ำยีอย่างป่าเถื่อน และความรัญจวนใจที่น่าละอายที่ร่างกายของนางตอบสนองเขาไป“ฮึก... สวรรค์ ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าเช่นนี้”ซินเยว่กอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม นางเป็นเพียงหมอหญิงกำพร้าที่พยายามดิ้นรนเปิดโรงหมอเลี้ยงชีพ แต่กลับต้องมาสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดให้กับบุรุษที่เกรียงไกรเกินจะเอื้อมถึง ขณะที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก สายตาของนางก็เหลือบไปเห็น ‘ป้ายหยกสีดำสนิท’ และถุงเงินที่วางอยู่ข้างหมอน มือเล็กที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบป้ายหยกขึ้นมาดู สัญลักษณ์ตัวอักษร ‘จ้าว’ ที่สลักอยู่บนนั้น ทำให้นางเบิกตากว้างในเมืองหลวงต้าหยางแห่งนี้ ผู้ที่มีสิทธิ์พกป้ายหยกสีดำสลักอักษรนี้ มีเพียงตระกูลเดียว... ‘จ้าวเฟยหรง... แม่ทัพทมิฬมือขวาของอ๋องปีศาจ!’“ทะ... ท่านแม่ทัพจ้าวงั้น” ซินเยว่กำป้ายหยกในมือแน่น ความรู้สึกเกลียดชังและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาในอก เขาคือบุรุษที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมและเย็นชาที่สุดในแผ่นดิน สังหารศัตรูโดยไม่กะพริบตา แล้วบุรุษเช่นนั้นหรือที่ย่ำยีนางเมื่อคืน!“เอาเงินมาทิ้งไว้... คงคิดว่าข
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 5 เริ่มติดใจของบรรณาการ nc
“เปิ่นหวาง จะแสดงให้เจ้าเห็นเอง ว่าหน้าที่ของเครื่องบรรณาการ... ควรต้องปรนนิบัติเจ้านายเช่นไร” ทมือข้างที่ว่างของหยางหลงกระชากอาภรณ์สีแดงเพลิงของนางออกอย่างแรง เสียงผ้าไหมชั้นดีขาดวิ่นดังก้องไปทั่วห้อง เผยให้เห็นเอี๊ยมผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่ปกปิดทรวงอกอวบอิ่มและผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดั่งหยกสลัก หนิงเหอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและอับอาย“อย่า... ได้โปรด ท่านอ๋อง ข้ายอมแล้ว... ข้ายอมสยบต่อท่านแล้ว อย่าทำเช่นนี้”ความเย่อหยิ่งถูกทลายลง แทนที่ด้วยความหวาดกลัว นางไม่อาจสูญเสียความบริสุทธิ์ให้แก่ศัตรูผู้นี้ได้ หากสูญเสียไป แผนการทุกอย่างย่อมพังทลาย!“สายไปแล้ว องค์หญิง...”หยางหลงก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มและดูดดึงผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วลำคอและเนินอกอวบอิ่ม มือหนาปลดเอี๊ยมของนางออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนเร้น ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตาอ๋องปีศาจ เขาครอบครองความอวบอิ่มนั้นด้วยริมฝีปากและปลายลิ้นร้อน ตวัดเลียและดูดดึง ราวกับต้องการจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัวหนิงเหอสะดุ้งเฮือก ร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่ถูกปลุกปั่นอย่างไม่ทันตั้งตัว ความรั
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 6 องครักเงากับฮูหยินเอกท่านเสนาบดี  nc
ยามจื่อ ณ จวนเสนาบดีกรมกลาโหม หวังฉี จวนหลังใหญ่โตโอ่อ่าสว่างไสวไปด้วยแสงโคมไฟ ทว่ายิ่งลึกเข้าไปในเขตเรือนหลัง บรรยากาศกลับยิ่งเงียบเหงาและวังเวง เฮ่อเหลียนเร้นกายอยู่บนหลังคาเรือนหลัก อำพรางลมหายใจและตัวตนอย่างแนบเนียน สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรี สอดส่องหาห้องหนังสือของเสนาบดีชั่ว ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนกายข้ามไปยังอีกเรือนหนึ่ง เสียงตวาดด่าทอก็ดังแว่วมาจากลานหินด้านล่าง“นังหญิงไร้ค่า! แต่งเข้ามาห้าปี ท้องของเจ้าก็ยังว่างเปล่า ไร้บุตรสืบสกุลให้ข้า! แล้วยังมีหน้ามาห้ามไม่ให้ข้าไปรับอนุภรรยาคนที่สี่เข้าจวนอีกงั้นหรือ!” ร่างของบุรุษวัยกลางคนพุงพลุ้ยสวมชุดขุนนางชั้นสูง กำลังตวัดฝ่ามือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งอย่างแรงจนนางล้มกองลงกับพื้น“โอ๊ย!” สตรีนางนั้นคือ ‘เสิ่นอวี้’ ฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดี นางเป็นสตรีวัยเบญจเพสที่งดงามหยาดย้อย ทรวดทรงองเอวอวบอิ่มสมบูรณ์แบบเย้ายวนใจ ทว่าแววตาของนางกลับหม่นหมองและเต็มไปด้วยความอมทุกข์ ผิวพรรณขาวเนียนมีรอยเขียวช้ำประปรายจากการถูกทุบตี“ท่านพี่... ข้าเพียงแค่เตือนท่าน อนุคนที่ท่านจะรับเข้ามา เป็นเพียงบุตรีของพ่อค้า ข้าเกรงว่าจะทำให
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 7  การรวมตัวของพยัคฆ์
ณ ห้องตำราลับภายในจวนชินอ๋อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและรังสีสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากบุรุษผู้ทรงอำนาจทั้งสามแห่งแคว้นต้าหยางชินอ๋อง ‘หยางหลง’ ประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หนานมู่หลังโต๊ะทรงอักษร อาภรณ์สีดำขลิบทองของเขาเปิดกว้างเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยเล็บข่วนจางๆ บนแผงอกแกร่ง ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีถึงความดุเดือดในการ ‘ปราบพยศ’ องค์หญิงเชลยเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา มุมปากของอ๋องปีศาจยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ทว่าดวงตาเรียวรีกลับฉายแววดุดันยามเมื่อจ้องมองลูกน้องคนสนิททั้งสองที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าคนแรกคือ ‘จ้าวเฟยหรง’ แม่ทัพทมิฬผู้เกรียงไกร ทว่าใบหน้าหล่อเหลาดุดันบัดนี้กลับซีดเซียวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบยังมีเส้นเลือดฝอยสีแดงปรากฏให้เห็นประปราย ส่วนอีกคนคือ ‘เฮ่อเหลียน’ องครักษ์เงาชุดดำที่เพิ่งกลับมาจากการลอบเร้นเข้าจวนเสนาบดีหวังฉี“เจ้าหมายความว่าอย่างไรเฮ่อเหลียน... ที่ว่าค้นไม่พบจดหมายลับในห้องหนังสือของไอ้สุนัขเฒ่าหวังฉี” หยางหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“รายงานหวางเหย่” เฮ่อเหลียนก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่สั่นไหวเมื่อนึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของฮูหยินศัตรูที่เขาเพิ่งชิมรสไปเมื่อคื
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 8  เกี้ยวแดงแปดคนหาม
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น บรรยากาศหน้าโรงหมอสกุลหลินที่เคยเงียบสงบ กลับอึกทึกครึกโครมไปด้วยเสียงฆ้องกระแตและเสียงปะทัดที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งซอย!ชาวบ้านต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นขบวนรับเจ้าสาวที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ทหารเกราะดำนับร้อยนายยืนตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางขบวนคือ ‘เกี้ยวแปดคนหาม’ ที่ทำจากไม้ชั้นดี ประดับประดาด้วยผ้าแพรไหม ‘สีแดงสด’ ปักลายมงคลหงส์คู่มังกรอย่างวิจิตรบรรจง บ่งบอกถึงสถานะการรับ ‘ฮูหยินเอก’ อย่างสมเกียรติสูงสุด ที่หน้าขบวน ร่างสูงใหญ่กำยำของ ‘จ้าวเฟยหรง’ แม่ทัพทมิฬผู้น่าเกรงขาม นั่งสง่างามอยู่บนหลังม้าศึกสีนิลวันนี้เขาไม่ได้สวมชุดเกราะดุดัน ทว่าสวมชุดมงคลสีแดงเข้มขลิบทอง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมืดครึ้ม บัดนี้กลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ภายในโรงหมอ หลินซินเยว่นั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองด้วยหัวใจที่เต้นระรัว สาวใช้สี่คนที่จ้าวเฟยหรงส่งมาก่อนหน้านี้ กำลังช่วยกันประทินโฉมและสวมใส่อาภรณ์ให้นาง“ฮูหยินงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ ชุดมงคลสีแดงชุดนี้ ท่านแม่ทัพสั่งช่างฝีมือตัดเย็บเร่งด่วนเมื่อคืน เพื่อท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ” สาวใช้คนหนึ่งเอ
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 9 งานเลี้ยงสีเลือด
ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ณ พระที่นั่งไท่เหอ วังหลวงแคว้นต้าหยางค่ำคืนนี้พระราชวังหลวงสว่างไสวไปด้วยแสงโคมไฟนับหมื่นดวง งานเลี้ยงเฉลิมฉลองชัยชนะและต้อนรับคณะทูตถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ฮูหยิน และคุณหนูในห้องหอต่างแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหราประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้น นางรำกรีดกรายร่ายรำอยู่กลางท้องพระโรง ทว่าภายใต้ความรื่นเริงและกลิ่นสุราเลิศรส กลับมีคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ‘เสนาบดีหวังฉี’ เดินเชิดหน้าเข้ามาในงานด้วยท่าทางผยอง โดยมี ‘เสิ่นอวี้’ฮูหยินเอกเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ วันนี้นางสวมชุดกระโปรงสีม่วงเข้มปักดิ้นเงิน งดงามขับผิวขาวผ่อง แม้ใบหน้าจะถูกแต่งแต้มอย่างประณีตเพื่อปกปิดรอยช้ำจางๆ แต่แววตาของนางกลับไม่ได้หม่นหมองหวาดกลัวเหมือนเช่นเคย มันซ่อนความเด็ดเดี่ยวและรอคอยบางสิ่งเอาไว้ที่มุมมืดบนขื่อหลังคาของท้องพระโรง ‘เฮ่อเหลียน’ ในชุดองครักษ์เงากลืนไปกับความมืด สายตาดุดันดั่งนักล่าของเขากวาดมองไปรอบงาน ก่อนจะหยุดลงที่เรือนร่างอรชรของเสิ่นอวี้ เมื่อเช้านี้ นางได้ลอบนำ ‘จดหมายลับ’ ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดม
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
บทที่ 10 วสันต์คืนหอ และการปลอบโยนของเงารัตติกาล
ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) ณ จวนแม่ทัพทมิฬขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านความมืดมิดเข้าสู่จวนแม่ทัพที่ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงสว่างไสวทั่วทุกสารทิศ บ่าวไพร่ต่างยืนก้มหน้าอย่างรู้หน้าที่เมื่อจ้าวเฟยหรงก้าวลงจากรถม้า แล้วหันไปช้อนอุ้มร่างบอบบางในชุดมงคลสีแดงสดของ ‘หลินซินเยว่’ ขึ้นมากอดแม่ทัพหนุ่มอุ้มฮูหยินของตนก้าวยาวๆ มุ่งตรงไปยัง ‘เรือนเหมันต์’ ซึ่งเป็นเรือนหอที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรบรรจง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมกรุ่น แสงเทียนมงคลสีแดงสะท้อนเงาของคนทั้งสองตกลงบนม่านมุ้งสีแดงที่พริ้วไหว เฟยหรงวางร่างของซินเยว่ลงบนเตียงไม้สลักหลังใหญ่อย่างทะนุถนอม เขารินสุรามงคลมงคลมงคลจอกคู่ ยื่นส่งให้นางหนึ่งจอกซินเยว่รับมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้ชายผู้นี้จะเคยล่วงเกินนางมาแล้ว ทว่าค่ำคืนนี้ต่างออกไป... คืนนี้เขาคือสามีที่ถูกต้องตามประเพณีของนาง ทั้งคู่คล้องแขนดื่มสุรามงคลร่วมสาบาน รสชาติร้อนแรงของสุราไหลบาดคอ ทว่ากลับจุดประกายความร้อนรุ่มบางอย่างในช่องท้องชายหนุ่มรับจอกสุราจากมือนางไปวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิด นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจดจ้องมองใบหน้างดงา
last updateآخر تحديث : 2026-08-10
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status