تسجيل الدخول“ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ได้โปรดเป็นยาถอนพิษให้ข้า... เถิดแม่นาง” “อย่านะ! ปล่อยข้า! ข้าเป็นหมอ ไม่ใช่นางคณิกา! อื้อออ!” คำประท้วงของซินเยว่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกและร้อนจัดของจ้าวเฟยหรงทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงร้องของนางอย่างดุดันและป่าเถื่อน! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เกิดจากการปล้นสะดมและหิวกระหาย แม่ทัพหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของนางจนได้รสเค็มปร่าของเลือดเ ความเจ็บแปลบทำให้ซินเยว่เผลอ เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความเจ็บปวด เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย “อืม...” จ้าวเฟยหรงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ รสชาติความหวานและกลิ่นกายหอมละมุนของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษร้าย ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟราคะให้ลุกโชนและทวีคูณความรุนแรงขึ้น
عرض المزيد“ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.)”....ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแคว้นต้าหยางมืดมิดไร้แสงดาวและจันทรา มีเพียงพายุฝนโหมกระหน่ำและเสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ สายฝนเม็ดใหญ่สาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ
ณ ท้ายซอยเปลี่ยวอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายของย่านการค้า มีเรือนไม้หลังเล็กๆ ซึ่งเปิดเป็น ‘โรงหมอสกุลหลิน’ แสงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ ภายในห้องปรุงยายังคงส่องสว่างวูบวาบตามแรงลมที่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามา ‘หลินซินเยว่’ หมอหญิงเจ้าของเรือนในวัยยี่สิบหนาว ผู้มีใบหน้างดงามหมดจดดั่งหยกชั้นดี ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะแรก และมีกลิ่นหอมของสมุนไพรติดกายอยู่เป็นนิจ นางกำลังนั่งบดยาอยู่หน้าเตาเหล็กเล็กๆ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แบบเรียบง่ายไม่อาจปิดบังทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าเย้ายวนของสตรีเพศได้เลย
“ปัง!! “จู่ๆ บานประตูไม้ของโรงหมอก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหลุดกระเด็น!
หลินซินเยว่สะดุ้งสุดตัว มือที่จับสากบดยาร่วงหล่นลงพื้น นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก เมื่อแสงสายฟ้าสว่างวาบขึ้นด้านนอก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษผู้หนึ่งยืนโอนเอนอยู่ตรงกรอบประตู บุรุษผู้นั้นสวมชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทที่ขาดวิ่นและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนผสมกับหยาดโลหิตสีเข้ม เส้นผมสีหมึกยาวสยายแนบไปกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าดุดันราวกับเทพปีศาจ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาคมกริบคู่นั้น... มันไม่ได้เป็นสีนิลตามปกติ แต่มันแดงก่ำราวกับโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน!
“ทะ... ท่านเป็นใคร! บุกเข้ามาในโรงหมอยามวิกาลเช่นนี้ต้องการสิ่งใด!” หลินซินเยว่ถอยร่นไปด้านหลัง มือเรียวคว้าผงสมุนไพรขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัวหากว่าเกิดเหตุการรณ์ไม่คาดฝัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินโซเซเข้ามาภายในห้อง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศที่ร้อนระอุแผ่ซ่านออกมากดดันจนนางแทบหายใจไม่ออก เขากัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ราวกับกำลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดบางอย่างที่แสนสาหัส
“ช่วย... ข้า...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดไรฟันออกมา ก่อนที่ร่างกำยำนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้นไม้กระดานเสียงดังสนั่น
ด้วยสัญชาตญาณของหมอ ความหวาดกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยหน้าที่ที่มิอาจทนดูคนตายไปต่อหน้าต่อตาได้ หลินซินเยว่ถลันเข้าไปประคองร่างของบุรุษแปลกหน้าทันที
“คุณชาย! ท่านบาดเจ็บตรงที่ใด!”
ทันทีที่มือบางสัมผัสโดนท่อนแขนแกร่ง นางก็ต้องสะดุ้งเฮือก เพราะอุณหภูมิร่างกายของเขาร้อนจัดราวกับเตาไฟที่กำลังลุกไหม้ ผิวหนังของเขาแดงก่ำ ลมหายใจที่พ่นออกมาหอบถี่และสัมผัสได้ถึงไอร้อนรุนแรง หลินซินเยว่รีบจับชีพจรที่ข้อมือหนาเพื่อตรวจดูอาการ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสชีพจร ดวงตากลมโตของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
ชีพจรเต้นรัวเร็วและปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง โลหิตในกายไหลเวียนย้อนกลับ นี่ไม่ใช่พิษบาดแผลธรรมดา แต่มันคือ... ‘พิษราคะกลืนวิญญาณ’ ยาปลุกกำหนัดสายพันธุ์พิสดารและรุนแรงที่สุดในแผ่นดิน! ผู้ที่ถูกพิษนี้จะมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการปลดปล่อยด้วยการเสพสังวาสกับสตรี ธาตุไฟจะแตกซ่านและโลหิตจะระเบิดออกเจ็ดทวารจนสิ้นใจภายในสองชั่วยาม!
“สวรรค์... ใครกันที่โหดเหี้ยมใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ลอบทำร้ายท่าน” ซินเยว่พึมพำหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าพิษนี้ไม่มียาถอน นอกจากต้องใช้ ‘สตรี’ เป็นยาแก้! บุรุษตรงหน้านี้คือ ‘จ้าวเฟยหรง’ แม่ทัพทมิฬผู้กุมอำนาจทหารแดนใต้ มือขวาของชินอ๋อง
หยางหลง เขาถูกศัตรูลอบวางยาในสุราขณะเดินทางกลับเมืองหลวง แม้จะสังหารศัตรูจนหมดสิ้น แต่พิษก็แล่นเข้าสู่หัวใจจนต้องหนีตายเตลิดเข้ามาในซอยเปลี่ยวแห่งนี้
“สตรี... ข้าต้องการ...”
จ้าวเฟยหรงคำรามในลำคอด้วยความทรมาน สติสัมปชัญญะที่พยายามกดข่มเอาไว้กำลังจะขาดผึง เมื่อกลิ่นหอมละมุนของดอก
มู่หลานที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างของสตรีตรงหน้าลอยมากระทบจมูก มันเปรียบเสมือนน้ำมันชั้นดีที่สาดลงบนกองไฟแห่งตัณหา!
“คะ... คุณชาย ท่านตั้งสติก่อน! ข้าเป็นหมอ ข้าจะฝังเข็มสกัดจุดให้ท่าน เพื่อชะลอการไหลเวียนของโลหิต ท่านรอเดี๋ยว ข้าจะไปหยิบเข็มเงิน...” ซินเยว่พยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ขยับตัว ท่อนแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กก็ตวัดหมับเข้าที่เอวบาง ก่อนจะกระชากร่างของนางให้ล้มลงไปทาบทับอยู่บนแผงอกกว้างของเขาอย่างแรง!
“ว้าย!”
หลินซินเยว่หวีดร้องด้วยความตกใจ สองมือเล็กพยายามดันแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออก แต่ก็เหมือนมดที่พยายามผลักภูเขา จ้าวเฟยหรงพลิกตัวขึ้นคร่อมทาบทับร่างบอบบางของนางเอาไว้กับพื้นกระดานไม้อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบที่บัดนี้แดงก่ำไปด้วยไฟราคะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกของสตรีใต้ร่าง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเนียน
“ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ได้โปรดเป็นยาถอนพิษให้ข้า... เถิดแม่นาง”
“อย่านะ! ปล่อยข้า! ข้าเป็นหมอ ไม่ใช่นางคณิกา! อื้อออ!”
คำประท้วงของซินเยว่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกและร้อนจัดของจ้าวเฟยหรงทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงร้องของนางอย่างดุดันและป่าเถื่อน! มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เกิดจากการปล้นสะดมและหิวกระหาย
แม่ทัพหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของนางจนได้รสเค็มปร่าของเลือดเ ความเจ็บแปลบทำให้ซินเยว่เผลอ เผยอริมฝีปากขึ้นด้วยความเจ็บปวด เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย
“อืม...” จ้าวเฟยหรงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ รสชาติความหวานและกลิ่นกายหอมละมุนของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษร้าย ทว่ามันกลับยิ่งสุมไฟราคะให้ลุกโชนและทวีคูณความรุนแรงขึ้น มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบ เลื่อนลงมาตามเรือนร่างโค้งเว้า ออกแรงเพียงนิด อาภรณ์สีขาวบางเบาของหมอหญิงก็ถูกฉีกขาดดัง แคว่ก ! เผยให้เห็นเอี๊ยมตัวในสีแดงสดที่ขับเน้นผิวขาวผ่องราวกับหิมะให้ดูเย้ายวนจนแทบคลั่ง
“อ๊ะ! ปล่อยนะ... คุณชาย ได้โปรด...”
ซินเยว่ดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้า มือเล็กพยายามทุบตีแผงอกแกร่ง แต่มันกลับไร้ผล
“ข้าชื่อจ้าวเฟยหรง... จำชื่อของสามีเจ้าเอาไว้ให้ดี” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน ริมฝีปากร้อนขบเม้มและดูดดึงผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบแดงช้ำไปทั่วบริเวณ สองมือหนารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างที่เหลือก็จัดการปลดเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของนางออกอย่างรวดเร็ว
หน้าอกอวบอิ่มสล้างที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดบัดนี้ปรากฏแก่สายตาของแม่ทัพทมิฬ ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อ
ชูชันท้าทายสายตา จ้าวเฟยหรงไม่รอช้า เขาก้มลงครอบครองความอวบอิ่มนั้นด้วยริมฝีปากทันที ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึงอย่างตะกละตะกลาม ราวกับทารกที่หิวกระหาย
“อ๊า! ยะ... อย่า... ข้าเจ็บ...”
ซินเยว่เชิดหน้าขึ้น หอบหายใจถี่กระชั้น ความเจ็บปวดจากการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่นางไม่เคยพานพบมาก่อน พิษราคะในตัวของเขาเหมือนจะแผ่ซ่านผ่านลมหายใจและการสัมผัส ทำให้ร่างกายของนางเริ่มร้อนรุ่มและอ่อนระทวยตามไปด้วย
สามปีต่อมา...กงล้อแห่งโชคชะตาได้พัดพาความสงบสุขมาสู่แผ่นดินต้าหยางอย่างแท้จริงณ เมืองเจียงหนาน ดินแดนแห่งสายน้ำและดอกท้อเรือนไม้หลังกะทัดรัดริมทะเลสาบซีหู ถูกล้อมรอบด้วยสวนผักและแปลงดอกไม้ที่แข่งกันชูช่อ‘เสิ่นอวี้’ ในวัยเบญจเพสที่ล่วงเลย ทว่ากลับดูงดงามและเปล่งปลั่งยิ่งกว่าสตรีวัยแรกรุ่น นางกำลังยืนเก็บลูกท้อสดๆ จากต้น รอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนใบหน้าที่ไร้ซึ่งร่องรอยความทุกข์ระทม“ฮูหยิน ระวังสะดุดรากไม้นะ”เสียงทุ้มต่ำดุดัน ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เฮ่อเหลียน’ ที่เดินเข้ามาช่วยประคองตะกร้าผลไม้ในมือนาง อดีตองครักษ์เงาและนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ บัดนี้กลายเป็นเพียงชาวประมงและพ่อค้าสมุนไพรผู้หลงใหลในตัวภรรยาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้นเสียหน่อย ท่านพี่ก็ห่วงเกินไป” เสิ่นอวี้หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบเบาๆ ที่สันกรามของสามีเฮ่อเหลียนรวบเอวนางเข้ามากอด รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว กลับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักที่เขามีต่อนาง “ข้าย่อมต้องห่วงสิ... ยิ่งตอนนี้ ในท้องของท่านมี ‘ลูกน้อย’ ของเราอยู่ด้วย ข
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ฤดูหนาวอันแสนเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น ข่าวความสงบร่มเย็นของแคว้นต้าหยางขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ณ ตำหนักกลางแห่งจวนชินอ๋อง ซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางอำนาจรองจากวังหลวง‘องค์หญิงหนิงเหอ’ หรือในยามนี้คือ ‘ชินอ๋องเฟย’ (พระชายาเอก) ผู้เลอโฉม กำลังนั่งตรวจดูกิจการภายในจวนและบัญชีเสบียงของกองทัพอยู่บนตั่งไม้บุผ้านุ่ม นางสวมอาภรณ์สีแดงสดปักลายหงส์เพลิงสยายปีก ขับเน้นผิวพรรณขาวผ่องและใบหน้างดงามเฉี่ยวคมให้ดูสูงศักดิ์จนยากจะหาผู้ใดเปรียบ บารมีของนางในยามนี้ แผ่ซ่านจนบ่าวไพร่และขุนนางต่างก้มหัวศิโรราบด้วยความยำเกรงอย่างแท้จริง“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ... นี่คือฎีกาจากหัวเมืองชายแดนที่ส่งมาให้ท่านอ๋องพิจารณาพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านคนสนิทคุกเข่าพร้อมชูม้วนไม้ไผ่ขึ้นเหนือศีรษะ หนิงเหอรับมันมาเปิดอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้จะเป็นสตรี ทว่าอ๋องปีศาจผู้เป็นสวามี กลับมอบสิทธิ์ขาดให้นางสามารถร่วมตัดสินใจในราชการทหารได้อย่างเต็มที่ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษร บานประตูตำหนักก็ถูกเปิดออก ร่างสูงตระหง่านของชินอ๋อง ‘หยางหลง’ ก้าวเข้ามาภายในห้อง บ่าวไพร่ต่างรู้หน้าที่ รีบถอยร่นออกไ
ซินเยว่หน้าแดงจัด นางรีบยกมือขึ้นปิดบังทรวงอกของตนเอง แม้ด้านบนจะยังสวมเสื้ออยู่ แต่การเปิดเปลือยท่อนล่างรับลมเย็นๆ กลางสวนเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกหวิววาบและกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก“อย่าปิดบังเลยคนดี... ให้สายลมและแสงจันทร์ได้สัมผัสความงดงามของเจ้าเถิด”เฟยหรงกระซิบเสียงแหบพร่า เขาย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้านางอีกครั้ง จับเรียวขางามให้แยกออกกว้าง พาดทับไว้บนบ่ากว้างของเขา ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะฝังลงที่ร่องกุหลาบงามซึ่งกำลังสั่นระริก!“อ๊า! ท่านพี่! อย่านะ... ตรงนี้มัน... อื้อออ!”ร่างบางสั่นระริกเมื่อปลายลิ้นร้อนระอุของเขาตวัดเลียลงบนติ่งเนื้อเกสรอย่างพลิ้วไหว ! ความเย็นของสายลมปะทะกับความร้อนจัดจากปลายลิ้นของเขา สร้างความสยิวซ่านที่รุนแรง“จ๊วบ... จ๊วบ...”“อ๊า!...ท่านพี่..ทำไมถึงเก่งกาจเยี่ยงนี้...ซี๊ดดด” เสียงดูดกลืนน้ำหวานดังสะท้อนเบาๆ แข่งกับเสียงแมลงกลางคืน เฟยหรงรัวปลายลิ้นบดขยี้จุดกระสันของนางสองมือหนาบีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามอย่างหนักหน่วง ซินเยว่ทนรับความเสียวซ่านไม่ไหวนางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ หอบหายใจถี่กระชั้น สองมือจิกเกร็งลงบนขอบระเบียงไม้จนเจ็บเล็บ“อ๊าาาา! ท่านพี่.. ข้
เขาอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของนางขึ้นไปวางบนฟูกนุ่ม ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ขยายใหญ่และแข็งขึงเต็มกำลังเขาตามขึ้นไปคร่อมทาบทับ ทว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้โหมกระแทกเข้าไปอย่างป่าเถื่อนอีกต่อไป หยางหลงประคองใบหน้านางไว้ ประกบจูบที่ริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม แลกเปลี่ยนลมหายใจและความหอมหวาน ขณะเดียวกัน สะโพกสอบก็ค่อยๆดันความแข็งแกร่งสอดแทรกเข้าสู่ช่องทางที่คับแคบและชุ่มฉ่ำของนางอย่างเชื่องช้า... เนิบนาบ... ทว่าลึกซึ้งจนสุดโคน “อึก... อา... ลึกเหลือเกิน...” หนิงเหอครางอู้อี้ในลำคอ สองแขนโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น“ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า... หงส์น้อยของข้า”อ๋องปีศาจเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรัก บทเพลงวสันต์ในค่ำคืนนี้ไม่มีความป่าเถื่อนรุนแรง มีเพียงการ ‘เชื่อมต่อ’ อย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง ทุกการสอดประสานเต็มไปด้วยความรัก การทะนุถนอม และการวิงวอนขอโทษต่อเรื่องราวในอดีต“พั่บ... พั่บ... พั่บ...” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น หยางหลงลากไล้ริมฝีปากไปตามซอกคอและลาดไหล่ ฝังรอยจูบสีเข้มประทับตราความเป็นเจ้าของด้วยความรัก เขาจงใจขยับสะโพกเน้น











