Share

ตอนที่ 1 : ถูกความไร้เหตุผลนำมาสู่ต่างโลก

last update Dernière mise à jour: 2025-04-08 12:25:07

พอรู้สึกตัวอีกที ฉันก็อยู่ในห้องสีขาว ...ไม่สิเหมือนกับว่าโลกใบนี้ ทั้งพื้นดินและท้องฟ้า ทั้งหมดมันเปลี่ยนเป็นสีขาวหมดเลย ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากฉัน เครื่องเกมที่น่าจะอยู่ติดตัวฉันเองก็ไม่มีด้วย

          ขณะที่กำลังคิดแบบนั้น รอบๆตัวของกรก็มี  เหล่าผู้คนในวัยหนุ่มสาวปรากฏขึ้นมามากมาย มีกระทั่งที่สีผิวและเครื่องแบบแตกต่างจากเขา  ทั้งที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่  ชุดลำลองและชุดแปลกๆที่ไม่รู้จักเองก็มี

โอ๊ะ!!!  ทางนั้นมีพี่สาวใส่ชุดมิโกะด้วยหล่ะ! 

ไม่นะ! เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!

อย่าปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำสิตัวฉัน  ก่อนอื่นเรียบเรียงสถานการณ์ก่อน  ใจเย็น〜เข้าไว้〜

ฟู่-ฮ่า...   ฟู่-ฮ่า...   ฟู่-ฮ่า...

          หลังจากกรหายใจเข้า-ออกยาวๆ 3 ครั้ง กรก็ตั้งสติแล้วกลับสู่ความเป็นจริงได้ในที่สุด

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ เท่าที่สังเกตมีแต่พวกหนุ่มสาวอายุประมาณเราหมดเลยแฮะ แต่ก็มีเด็ก ม.ต้น หรือวัยทำงานขึ้นไปอยู่บ้างเหมือนกัน 

จะว่าไปแล้ว... ยังไม่เห็นเพื่อนของเราซักคนเลยแฮะ

วูม〜

          หลังสิ้นเสียงที่เหมือนกับ Special Effect ในหนังอวกาศ เหล่าเพื่อนร่วมชั้นและนักเรียนในห้องอื่นๆ ทั้งพวกรุ่นพี่และรุ่นน้องในโรงเรียนของกรก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกัน

〝แฮ่กๆ!!!  กร อยู่ไหนหน่ะ อ๊ะ! เจอแล้ว! อยู่นี่เอง... 〞

เสียงของรินที่เหนื่อยหอบกำลังเรียกฉันมาแต่ไกล  เพราะความสามารถพิเศษของฉันเลยทำให้แยกเสียงของทุกคนได้จนรู้ที่อยู่หมดแล้ว

แต่เพราะคนมันเริ่มเยอะฉันเลยไม่ได้ฝ่าดงไปหาและคิดที่จะรอทุกคนโผล่ออกมาทั้งหมดก่อนแทน

แต่รินนี่พยายามมาหาฉันแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเลยแฮะ ผิดคาดเลย   เริ่มอายแล้วสิ... ขอโทษที่ทำตัวขี้เกียจด้วยนะครับ

〝หวาๆ บรรยากาศแบบนี้มันหลอนสุดๆเลยอ่ะ 〜〞

〝ที่นี่มันที่ไหนกันฟะเนี่ย? 〞

〝ถึงถามแบบนั้นก็เถอะ  ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันนั่นแหละ〞

หลังจากนั้นไม่นานพวกเราทั้ง 5 คนก็รวมตัวกันได้ ถึงจะโผล่มาในที่แปลกๆก็เถอะ แต่มีเจ้าพวกนี้อยู่ก็อุ่นใจขึ้นเยอะเลย แล้วเราก็เลยลองคิดหาสาเหตุของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ท่าทางของทุกคนดูกังวลไม่น้อยเลย... ก็แน่หล่ะ อยู่ๆก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้นี่นะ

〝ก่อนอื่นเลย  คงไม่มีที่ไหนในโลกมีสภาพเป็นสีขาวล้วนทั้งหมดแบบนี้แน่〞

〝แล้วผมก็คิดว่าไม่มีที่ๆ บรรจุคนได้ขนาดนี้อยู่บนโลกเหมือนกัน〞กรเริ่มเปิดประเด็นก่อนตามด้วยชาญที่สนับสนุนข้อเสนอของกร

อืม... จำนวนเท่าที่สังเกตได้จากการใช้ตาและหู ก็มีประมาณเกือบ 6,000 คนแล้ว นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมดเหรอ เยอะไปไหมเนี่ย? แต่ก็อย่างที่ว่ามา ไม่มีที่ๆให้คนอยู่ได้ขนาดนี้หรอก ความเป็นไปได้อื่นงั้นเหรอ…

ไม่อยากจะคิดเลยแหะ แต่ก็เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แล้วหล่ะ...

〝หรือว่าที่นี่...   ต่างมิติ หรือ ต่างโลก งั้นเหรอ?〞

พอฉันพูดแบบนั้นออกมา ดูท่าจะมีคนยอมรับความเป็นจริงนี้ไม่ได้อยู่ คนๆนั้นก็คือ ชาญนั่นเอง

〝ต่างโลกเหรอ? ไร้สาระน่า มันจะเป็นไปได้ยังไง...   จะ จริงสิหรือว่านี่เป็นโลกเสมือนจริงที่ไดร์ฟด้วยอุปกรณ์สุดทันสมัยกันหล่ะ? 〞

ข้อสันนิษฐานของชาญนั้นมีความสมเหตุสมผลและสามารถอธิบายได้ตามหลักความเป็นจริงอยู่หรอกนะ

แต่ว่า.....

〝โทษทีนะ  แต่ทั้งหมดนี่หน่ะเป็นร่างกายที่มีเลือดเนื้อของแท้เลยหล่ะ... ฉันฟันธงได้เลย...〞

〝อะไรกัน.....〞

〝เห... ความสามารถของนายยังอยู่สินา〜 ค่อยโล่งอกหน่อย〞

ดูเหมือนความสามารถ『สุดยอดการประมวลผล』ของฉันจะมีความน่าเชื่อถือกับชาญในระดับนึงเลยนะเนี่ย แค่คำพูดก็เชื่อฉันซะแล้ว ส่วนอลิซที่รู้ว่าฉันยังคงใช้มันได้ก็รู้สึกโล่งใจแบบสุดๆ รู้สึกภูมิใจขึ้นมานิดๆเลยหล่ะ

〝อา...ฉันเองก็ลองตรวจสอบข้อมูลจากบทสนทนาของคนแถวๆนี้เท่าที่ระยะการรับรู้ของฉันไปถึงมาแล้วหล่ะน่ะ  แต่ทั้งหมด 5,743 คนที่ฉันได้ยินหน่ะ  ไม่มีใครรู้เรื่องเลยซักนิด ทุกคนสับสนกันหมดเลย..... 〞

〝เพราะงั้นคุณถึงคิดว่านี่เป็น... เรื่องเหนือธรรมชาติอย่างโลกต่างมิติงั้นเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน〞

〝ก็... ทำนองนั้นแหละมั้ง เพราะฉันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ออกแล้วนี่นะ ตอนนี้ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ที่สำคัญคือ ใครทำ ? ต้องการอะไร ? จะกลับได้ยังไง ?  ต่างหากหล่ะ——— อะ อ้าวทุกคนเป็นอะไรเหรอ ?〞

พอมองไปที่หน้าทุกคน ทุกคนดันทำหน้าอึ้งกันหมดซะงั้น

〝สุดยอดเลยนะ กรเนี่ย..... เวลาแบบนี้ยังใจเย็นได้อยู่อีก〞

〝ฮะฮะฮ่ะ....นายเนี่ย ยังพิลึกเหมือนเดิมเลย แต่ก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นเยอะเลยหล่ะ...〞

รินกับอลิซแสดงสีหน้าอุ่นใจและภูมิใจขึ้นมาเมื่อเห็นฉันพึ่งพาได้ ฉันเขินนะพวกเธอ พอเถอะ...

〝ความสามารถของนายนี่มันทำได้ขนาดนี้เลยเหรอฟะ .....นายนี่จะสุดยอดเกินไปแล้วให้ตายสิ〞

〝ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน ผมต้องคิดว่าคุณเพ้อเจ้อแน่ๆ แต่ถ้ากรเป็นคนพูดเองล่ะก็ ผมไม่แปลกใจเลย〞

อืม... ความสามารถของฉันที่ทำให้วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วนี้คงทำให้ทุกคนตะลึงกัน  แต่ที่ทุกคนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเป็นเพราะฉันพึ่งพาได้สินะ ฮะฮะ! รู้สึกดีใจสุดๆเลยแฮะที่ฉันมีประโยชน์กับเจ้าพวกนี้

ตู้ม!!!!!!!!

          ขณะที่กรกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น ก็เกิดเสียงเหมือนกับมีของหนักๆตกลงมาจากที่สูง จนเกิดควันบดบังทัศนวิสัยไปทั่ว แล้วสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทุกคนหลังจากควันเหล่านั้นหายไปก็คือ ร่างของชายวัยชราผิวสีขาวที่ดูแล้วคล้ายชาวยุโรป มีผมและหนวดเครายาวเฟิ้ม แต่กลับมีสีขาวส่องประกายงดงาม ขนาดนั้นสูงใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาลูกใดๆที่ทุกคนรู้จัก กำลังนั่งเอามือซ้ายเท้าคางและมืออีกข้างวางพาดด้านข้างนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ทำจากหินอ่อนทั้งอัน การออกแบบคล้ายกับของโรมันโบราณมาก ท่าทางของชายชราที่นั่งอยู่นั้น ช่างดูแข็งแกร่งและน่ายำเกรงอย่างที่สุด สายตาที่มองมายังกรและทุกคนที่อยู่ที่นี้นั้น ราวกับสายตาของคนที่กำลังมองเศษดินหรือมดปลวกบนพื้นยังไงอย่างงั้น เห็นได้ชัดว่าไร้ความสนใจและรำคาญต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแบบสุดๆ

ไอ้แก่นี่.... ทำท่าทางน่ากระทืบชะมัด

เรื่องนั้นช่างมันก่อน แต่ว่าทั้งที่รู้สึกถึงแรงกดทับแท้ๆ แต่กลับสัมผัสร่างของตาแก่ที่นั่งอยู่นั่นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว  แล้วแรงกดดันทางจิตใจที่มหาศาลขนาดนี้มันอะไรกันฟะ เหมือนกับถูกทั้งโลกกดทับอยู่อย่างงั้นแหละ  เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลยแหะ เป็นตัวตนที่ยากจะเข้าใจ.... 

ไม่สิ... ฉันในตอนนี้ไม่เข้าใจเลยซักนิดเดียว ตัวตนที่เหนือความเข้าใจนั่น อยู่นอกเหนือหลักเหตุและผลไปแล้ว  ทฤษฎีที่ฉันรู้ก็ใช้อธิบายอะไรไม่ได้เลยซักนิด และถ้าหากหมอนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์แปลกๆนี้หล่ะก็ ตัวจริงของตาแก่นี่ก็คงจะเป็น...

 〖อรุณสวัสดิ์  เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งหลาย ข้าคือคนที่พาพวกเจ้ามายังช่องว่างของมิติแห่งนี้เอง ตัวตนของข้าคือ ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของการปกครองพิภพและดวงดาราทั้งมวล นามของข้าคือ『พระเจ้า』 ยังไงหล่ะ!!!! 〗

ชัดเลย...  เอาเถอะก็พอเดาได้อยู่แล้ว  เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ในอนิเมะ เกมหรือนิยายอยู่แล้ว ฉันเลยไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่

อะ อ้าว!?  ทุกคนตกใจกันหมดเลยนี่หว่า คนที่ยังใจเย็นอยู่ได้มีไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำ   เจ้าพวกนี้เองก็ตกใจเหมือนกัน  .....นี่ฉันไม่ปกติงั้นสินะ

          หลังจากที่กรกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่  ชายชราก็เริ่มพูดอีกครั้ง

〖ข้าจะมิกล่าวเยิ่นเย้อนักหรอก  ขอสรุปความเลยแล้วกัน ที่ข้าพาพวกเจ้ามานี้ก็เป็นเพราะว่าจะส่งพวกเจ้าไปยังต่างโล——— 〗

〝ต่างโลกงั้นเหรอ!!!!!!!?〞

อุ๊ป!!!!

ตัวฉันตอบสนองกับคำพูดของไอ้พระเจ้านั่นไปโดยไม่ทันคิดกำลังรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น เป็นการตอบสนองที่เร็วจนแม้แต่พระเจ้าก็ยังต้องตกตะลึง

〖.....ไอ้หนูข้ายังพูดไม่จบ  แล้วก็ระวังคำพูดด้วย อยากกลับบ้านเก่านักรึไง 〗พระเจ้าพูดพร้อมกับมองมาทางกรด้วยสายตามีเลศนัย

〝อึก!!!  ขะ...ขอโทษครับ ผมตกใจมากไปหน่อย ฮะฮ่ะ!  ฮะฮ่ะ! 〞

ตัวฉันที่หัวเราะกลบเกลื่อนการกระทำที่โคตรวู่วามไปแบบนั้น รู้สึกเหมือนกับเพิ่งผ่านสถานการณ์เฉียดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเชียวหล่ะ ทุกคนส่งสายตาเป็นห่วงมาใหญ่เลย โดยเฉพาะรินกับอลิซ

ถ้าเป็นปกติ จังหวะนี้ทุกคนก็จะตะโกนแบบนั้นออกมาพร้อมกันอยู่หรอก แต่ฉันดันมีปฏิกิริยาเร็วที่สุด เพราะมีสุดยอดการประมวลผลเนี่ยสิ

คนอื่นนอกจากเจ้าพวกนี้เลยหันมามองฉันแบบประหลาดๆเต็มเลย...  ต้องคิดว่าฉันเพี้ยนแหงๆ

          หลังจากที่กรตอบสนองไปแบบนั้น  พระเจ้าก็ถอนหายใจอย่างหน่ายๆหนึ่งครั้ง  หลังจากนั้นเสียงบ่นที่ราวกับด่าทอก็มาจากคนจำนวนมากที่อยู่ในที่นั้น ส่งมายังพระเจ้าที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์นั่น

【 พูดเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!! 】

【 ไร้สาระน่า! ปล่อยฉันกลับไปนะโว้ย!!!!!!!! 】

【 อย่ามาทำบ้าๆงี้นะเฟ้ย! ไร้เหตุผลชะมัดเลย!!!! 】

【 ปล่อยฉันออกไปนะ! ฉันจะกลับบ้าน!!!!!!!!! 】

เจ้าพวกนี้นี่ไม่ควบคุมอารมณ์เอาซะเลยแฮะ  แต่นี่คงเป็นการตอบสนองที่คนปกติเค้าทำกันสินะ...  ฉันเองก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันแหละ แต่มันคงไม่ง่ายอย่างงั้นหรอก

〖 พวกเจ้าทั้งหลายเอ๋ย!!! อย่าได้เข้าใจผิดไป ข้ามิได้กำลังถามความเห็นหรือขอความสมัครใจจากพวกเจ้าหรอกนะ 〗

เงียบกริบ————

          สายตาและท่าทางหวาดกลัวของผู้คนทั้งหมดชัดเจนจนสังเกตได้  ทุกคนตอบสนองต่อคำพูดของชายชราที่พูดแบบนั้นโดยการไม่ปริปากออกมาอีกแม้แต่นิดเดียว ชายชราที่พูดแบบนั้นพลางมองมายังทุกคนด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างที่สุด ความกดดันที่ทำให้ทั้งตัวสั่นสะท้าน ช่างหนักอึ้งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ราวกับความตายกำลังอยู่ตรงหน้า บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปเลยก็ยังมี

เนี่ยแหล่ะน้า... ถ้าไอ้แก่นี่เป็นพระเจ้าตัวจริงละก็ คงไม่มีเหตุผลที่ต้องฟังคำทัดทานจากพวกเราอยู่แล้ว

          ในขณะเดียวกับที่กรคิดแบบนั้นรินเขยิบเข้ามาใกล้กร แล้วใช้มืออันอ่อนนุ่มและแสนบอบบางนั่นจับแขนเสื้อของกรไว้ราวกับจะใช้ประคองสติของตน  อลิสเองก็กลืนน้ำลายพร้อมกับทำหน้าตกใจสุดขีดแล้วก็แอบจำชายเสื้อของกรอยู่เหมือนกับริน โชตกับชาญเองก็ยืนตะลึง โดยมีเหงื่อไหลออกมามากมายจากทั่วทั้งใบหน้าจนสังเกตได้ชัดเจน

...ถ้างั้นแล้วพวกเราจะเป็นยังไงต่อไปกันฟะเนี่ย

〖อืม... ดีมาก!!!  เอาเถอะ ข้าก็รู้สึกสงสารพวกเจ้าอยู่เหมือนกันล่ะนะ งั้นจะอธิบายสถานการณ์ให้ฟังซักหน่อยก็แล้วกัน 〗

อ้าว? พระเจ้าสุดหยิ่งคนนี้ก็ใจอ่อนเป็นเหมือนกันเหรอ  ใจดีกว่าที่คิดนิดหน่อยนะเนี่ย...

〖ตัวข้านั้นมีโลกที่อยู่ในการดูแลทั้งหมด 2 ใบ  คือ โลกที่พวกเจ้าจากมา กับ โลกอีกใบที่มีขนาดใหญ่กว่าโข  แล้วโลกที่ว่านั่นก็เกิดสงครามขึ้นบ่อยครั้ง ประกอบกับปัญหาเรื่อง『ดันเจี้ยน』ที่ข้าเองก็แก้ไม่ตกเหมือนกัน〗

โลกที่มีสงครามงั้นเหรอ? โหดไปแล้วเฟ้ย!  แล้วเมื้อกี้ก็พูดถึง『ดันเจี้ยน』ด้วยสินะ ถึงจะน่าดีใจที่มันคล้ายๆในเกมก็เถอะ แต่พวกเราเป็นคนธรรมดานะเฟ้ย!!! 

นี่จะส่งพวกเราไปตายรึไงกันฟะ?  ไร้เหตุผลซะจริง!!!

〖เพราะปัญหาที่ว่ามาทำให้ประชากรของโลกนั้นลดลงเรื่อยๆอย่างน่าใจหาย ต่างจากโลกของพวกเจ้าที่นับวันประชากรก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความสมดุล ข้าเลยต้องโอนย้ายพวกเจ้าไปยังอีกโลกหนึ่งไงหล่ะ!〗

มักง่ายไปแล้วไอ้แก่นี่!!!!!  .....เห็นท่าทางก็นึกว่าเป็นตาลุงนิสัยจริงจังซะอีก ที่แท้ก็ขี้เกียจเองหรอกเหรอ?  ปัญหาของโลกนู้นก็ให้โลกนู้นจัดการกันไปเองสิโว้ย!!!!

.....แต่ถึงคิดแบบนั้นไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะไงๆไอ้แก่นี่ก็ไม่ฟังอยู่ดีนั่นแหล่ะนะ เฮ้อ!

【งะ งั้น  ถะ ถ้าพวกเราหายตัวไปเยอะขนาดนี้  โลกเดิม... จะไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเหรอครับ?】

          เพราะเสียงรอบๆ นั้นเงียบไปหมดหรืออำนาจพิเศษของมิตินี้ก็แล้วแต่  เสียงของเด็กหนุ่มที่เอ่ยถามพระเจ้าอยู่นั้นห่างจากกรไปไกลพอสมควรแท้ๆ แต่กลับมีเสียงดังขนาดที่ว่าทำให้ทุกคนได้ยินเสียงนั้นชัดเจนเลยทีเดียว รวมถึงลักษณะของเสียงที่มีการสั่นเครือเล็กน้อย  เนื่องจากมีความกลัวปนอยู่ ก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนเช่นกัน

〖เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง  เพราะข้าได้ลบความทรงจำของคนรู้จักพวกเจ้าในโลกเดิม ทั้งพ่อแม่  ญาติพี่น้อง  เพื่อนฝูง ออกหมดแล้ว เสมือนพวกเจ้าไม่มีตัวตนในโลกนั้นมาตั้งแต่แรกเลยหล่ะนะ〗

อะไรนะ!!!! 

อยากตะโกนออกไปแบบนั้นอยู่หรอก  แต่ก็พูดอะไรไม่ออกซักนิด...

...ไอ้แก่นี่จะทำตัวไร้เหตุผลไปถึงไหนฟะ!

แต่เอาเถอะ ถึงฉันจะไม่มีพ่อแม่แล้วก็เถอะ เพื่อนสนิทที่มีอยู่น้อยนิดก็มากันหมดแล้วด้วย เลยไม่มีปัญหากับไอ้เรื่องความทรงจำนั่นนักหรอก แต่ว่า———

ที่โลกเดิมนั่นหน่ะ...

ยังมีเกม  อนิเมะ นิยาย แล้วก็หนังที่ดองเอาไว้  ยังไม่ได้ดูอีกเพียบเลยนะโว้ยยยยย!!!!!!

          ขณะเดียวกับที่กรคิดแบบนั้น คนรอบๆตัวก็แสดงอาการไม่พอใจออกมาเช่นกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าบ่นว่าหรือพูดโพล่งขึ้นมาขัดจังหวะซักนิด

〖โอ๊ะโอ้! เกือบลืมบอกไป… ถ้าพวกเจ้าถูกส่งไปทั้งอย่างงี้ละก็มีหวังตายตั้งแต่เจอสไลม์ในเมืองเริ่มต้นแหงๆ  ข้าเลยปรับให้พวกเจ้าทุกคนมีพลังสูงกว่าปกติแม้แต่ในโลกนู้นแล้วหล่ะน่ะ หากไปยังโลกนู้นแล้วก็วางใจได้เลย.....〗

วางใจบ้านป้าแกสิ...

ยังมาพูดติดตลกอีก  น่าโมโหชะมัด... แล้วท่าทีน่าเกรงขามตอนแรกมันหายไปไหนหมดแล้วฟะ

เอ๋!?  แต่เมื่อกี้บอกว่าจะปรับพลังให้เหรอ?  ก็ดีใจนิดหน่อยอยู่หรอกนะ  ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าถ้าไปทั้งแบบนี้ ถึงเป็นทหารที่ผ่านศึกสุดโหดมาแล้วจากโลกของเราก็ตาม แต่ถ้ามาตัวเปล่าก็คงรอดจากพวกมอนสเตอร์ยากอยู่ดี  แล้วพวกเราที่เป็นคนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้ พอเป็นแบบนี้ก็วางใจได้เปราะนึงอยู่....มั้งนะ

〖เอาหล่ะธุระของข้าก็มีเท่านี้แหล่ะน่ะ  เหล่าหนุ่มสาวทั้งหลายเอ๋ย  จงเตรียมพร้อมกับชะตากรรมของตัวเองจากนี้ต่อไปให้ดี  แล้วจงมีชีวิตรอดให้ได้ซะ————〗

มีส่งลาด้วยแฮะ... สรุปแล้วเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย…

ความรู้สึกตอนแรกกลับมาอีกแล้ว...  เอาเถอะยังไงก็ทำอะไรกับไอ้พระเจ้านั่นไม่ได้อยู่แล้ว  ยอมรับสภาพเลยดีกว่า ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน

          หลังจากที่กรคิดแบบนั้นทิวทัศน์รอบตัวก็หายไปอีกครั้ง ความมืดเข้าโอบล้อมด้วยเวลาอันสั้น  แล้วหลังจากนั้นไม่นานภาพของสถานที่ที่ไม่เคยเห็นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรและเหล่าเพื่อนร่วมโรงเรียนของกรทุกคน

❖❖❖❖❖

นี่มัน ....ภายในปราสาทสินะ

          ที่ทุกคนปรากฏตัวออกมาเป็นห้องโถงขนาดใหญ่พอจะบรรจุได้เกือบพันคน ราวกับเป็นสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ยังไงอย่างงั้น  ตรงกลางห้องมีพรมแดงปูเป็นแนวยาวจากประตูสุดอลังการที่ประดับด้วยเพชร นิล จินดามากมาย ไปยังสุดขอบอีกด้านหนึ่งซึ่งมีชายวัยกลางคนอายุราวๆ 50 ปี กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองอร่ามประดับด้วยเครื่องเพชรมากมาย ตำแหน่งนั้นสูงกว่าระดับสายตาอยู่เกือบๆ 2 เมตรเลยทีเดียว แล้วข้างๆก็มีทหารองค์รักษ์ ใส่ชุดเกราะคล้ายๆของยุคกลางดูน่าเกรงขามกับลูกน้องคนสนิทประกบข้างซ้ายขวาอย่างละคนอยู่ด้วย รอบตัวของทุกคนที่ถูกส่งมานั้น มีคนที่ใส่ชุดคล้ายๆนักบวช ใส่หมวกแหลมทรงสูง มีผ้าปิดบังทั้งใบหน้า คาดว่าน่าจะเป็นจอมเวทย์ ยืนอยู่รายล้อมมากมาย ด้านข้างของท้องพระโรงก็มีคนที่สวมชุดที่ดูสูงศักดิ์คล้ายขุนนางอังกฤษในยุคอดีต ยืนเรียงกันขนานกับพรมแดงมากมาย แต่ก็ยังคงมีความเป็นระเบียบอยู่

〖โอ้ว!!! ดูเหมือนจะสำเร็จงั้นสินะ.....〗

〝〝〝〝〝〝 ยินดีด้วยขอรับ องค์ราชา!!!!! 〞〞〞〞〞〞

          เมื่อราชาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าดีใจ เหล่าขุนนางก็ตอบรับคำพูดนั้นกลับไปแทบจะทันที

เจ้าพวกนี้พูดภาษาไทยได้ด้วยแฮะ?

ซะที่ไหนกันหล่ะ นี่มันต่างโลกนะ! มันจะไปใช่ภาษาไทยได้ยังไง?

แต่ถึงแบบนั้น เรากลับฟังพวกนี้พูดรู้เรื่องซะงั้น...

เอาเถอะ... จะยังไงก็ตาม ขอแค่ฟังรู้เรื่องก็พอแล้วหล่ะ

บางทีอาจเป็นพลังของพระเจ้าหล่ะมั้งนะ... แต่ไม่มีหลักฐาน เพราะงั้นคิดไปก็เท่านั้น ตอนนี้ขอแค่สื่อสารรู้เรื่องเป็นพอ

〖อืม.... คนพวกนี้ คือเหล่าผู้กล้าจริงๆ สินะ 〗

〝ขอรับ  ไม่ผิดแน่นอนขอรับ...〞

          อาจเพราะเห็นสภาพที่กำลังสับสนอลหม่านของเหล่านักเรียน ราชาที่แคลงใจจึงถามกับขุนนางคนสนิท  หลังจากขุนนางคนสนิทตอบด้วยความมั่นใจ ราชาก็เริ่มการแนะนำตัว

〖ขออภัยด้วยที่ไม่ได้รีบแนะนำตัวก่อน...  เราคือ  『ลอร์ด เซารัส เดอ อาลันเชี่ยน』เป็นราชาของ『อาณาจักรอาลัน』แห่งนี้และเป็นผู้อัญเชิญพวกท่านมาที่นี่เอง〗

ดูเหมือนทุกคนจะยังคงสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เลย... เป็นแบบนี้ฉันก็เกือบตามไม่ทันเหมือนกันล่ะนะ  แต่จำนวนคนที่ถูกวาร์ปมากับเรานี่มีนิดเดียวเองถ้าเทียบกับตอนแรก 

คงจะแบ่งกันไปในแต่ละพื้นที่ละมั้ง  ไม่งั้นอึดอัดตายเลย  แต่ก็ยังดีที่เจ้าพวกนี้ยังอยู่ครบทั้ง 4 คน..... เฮ้อ!!!  โล่งอกไปที

แต่ไอ้พระเจ้านั่นไม่เห็นบอกเลยว่าต้องมาเล่นบทผู้กล้าแบบนี้ ไอ้แก่นั่น... ทำตัวไร้สาระอีกแล้ว คงจะลืมบอกไปแน่ๆ

แต่พูดถึงรับบทผู้กล้า... อดคิดไม่ได้เลยแฮะว่ามันเหมือนในไลท์โนเวลหรือเกมเลยหน่ะ... แต่ถึงจะเคยเจอในเกมหรือนิยาย มันก็ไม่ได้ช่วยให้หายกังวลหรอกนะ

〖พวกท่านเพิ่งมาจากต่างโลก จึงอาจจะยังสับสนกับสถานการณ์มาก แต่ช่วยฟังเรื่องที่เราจะพูดก่อนเถอะ〗

ดูเหมือนราชาจะเข้าใจสถานการณ์ของทางนี้อยู่ รู้สึกเหมือนกับกำลังเสียเปรียบเลยแฮะ..... 

         

หลังจากนั้นราชาก็เล่าสถานการณ์ของอาณาจักรตนเองให้ฟังเรื่อยๆ

〖........เนื่องจากตกอยู่ในภาวะสงครามกับเผ่าพันธุ์อื่นมานาน มนุษย์เราตอนนี้จึงเหลือกำลังทหารน้อยลงเต็มที  จนกองกำลังของเรานั้นแค่ป้องกันประเทศก็แทบจะล้นมือแล้ว แม้ตอนนี้จะฟื้นสภาพมาได้บ้างแล้ว  แต่ทางด้านพลังนั้นเราก็ยังเสียเปรียบพวกปีศาจหรือเอลฟ์อยู่มากโข เราเลยไม่มีทางเลือก จึงได้อัญเชิญพวกท่านที่มีความสามารถมากกว่ามา....... 〗

มีพูดถึงปีศาจกับเอลฟ์ด้วย อย่างงี้อาจจะมีพี่สาวซัคคิวบัสยั่วสวาทสุดเซ็กซี่กับคุณพี่เอลฟ์สุดน่ารักอยู่ก็เป็นได้สินะ นี่หล่ะกลิ่นอายของต่างโลกสุดแฟนตาซี  

อืม... แต่ก็นะ พอจะเข้าใจปัญหาของทางนั้นบ้างแล้วหล่ะ แต่ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องของพวกเราที่ต้องสนใจซักหน่อยนี่นา ไม่มีเหตุให้ต้องช่วยเลยด้วย

〖เพราะเหตุผลที่ได้บอกไปข้างต้น....  พวกเราจึงอยากยืมพลังอันแข็งแกร่งของพวกท่านทุกคน!!!!  ท่านผู้กล้าทั้งหลาย ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วยเถิด!!!!! 〗

          พระราชาพูดพลางก้มหน้าลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอร้องกับนักเรียน 500 กว่าคนที่อยู่ในท้องพระโรง ทั้งที่ยังอยู่ในท่านั่งบนบัลลังก์

〖และแม้จะช่วยเหลือไม่ได้มากก็ตาม!!!  แต่พวกเรายินดีสนับสนุนพวกท่านทุกอย่างที่ทำได้ ตั้งแต่เรื่องในชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน  การฝึกฝน  หรือแม้กระทั่งตำแหน่งและเงินทองก็ตามถ้าจำเป็น  และหากสงครามจบลงแล้ว เรายินดีที่จะส่งทุกท่านกลับโลกเดิมด้วยความยินดี!!! 〗

〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

          ทุกคนที่กำลังสับสนกับสถานการณ์หันไปมองพระราชาด้วยสีหน้าตกตะลึงกึ่งมีความหวังส่องประกายบนใบหน้า พร้อมกันหมดทุกคน

【พะ พูดจริงงั้นเหรอ!?】

【มันเป็นไปได้งั้นเหรอ!?】

          ทุกคนมีสีหน้าสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้รับความหวังที่จะกลับบ้าน ยกเว้นกรกับชาญแค่ 2 คนเท่านั้นที่ยังคงทำสีหน้าครุ่นคิดบางอย่างอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อสงครามจบ  แล้วจะส่งพวกเรากลับงั้นเหรอ...  พระราชาเนี่ยเป็นคนฉลาดเหมือนกันนี่หว่า เล่นเอาสิ่งที่ทุกคนอยากได้ยินมาเป็นของรางวัลล่อแบบนี้  แถมยังได้ผลผิดคาดจนน่าโมโหอีกต่างหาก

แต่ว่า.........

.......สิ่งที่พระราชาพูดนั่น เป็นการบลัฟกันพันเปอร์เซ็นต์แน่นอน

ถึงจะไม่ต้องใช้สุดยอดการประมวลผลตรวจสอบชีพจรของพระราชาเพื่อจับผิด ก็รู้เลยว่าโกหกกันแน่นอน แต่ถึงอย่างงั้นก็ลองตรวจดูแล้วหล่ะนะ........แล้วก็ปรากฏว่าพระราชาตั้งใจต้มกันชัดเจนเลย หัวใจเนี่ยเต้นรัวเชียว ไหล่ก็ยังเกร็งอีกต่างหาก ไม่เนียนเลยเฟ้ย

ก็สาเหตุที่เราถูกอัญเชิญมาต่างโลกหน่ะ ไม่ได้เป็นเพราะพระราชาซะหน่อยนี่นะ ตัวการคือไอ้แก่พระเจ้า ที่คิดจะแก้ปัญหาอย่างมักง่ายต่างหาก  ถ้าจะบอกว่าพระเจ้ารับคำสั่งมาจากพระราชามันก็ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

ดูเหมือนชาญจะคิดแบบเดียวกันเลยกระซิบกับผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

〝เอายังไงดีกร ถ้าเป็นแบบนี้ทุกคนจะโดนหลอกกันหมดนะ〞

อืม... จริงๆ แล้วถ้าทุกคนใจเย็นกันหน่อยก็คงตีความคำพูดหลอกลวงนั่นได้  แต่คนที่กำลังสิ้นหวังคงไม่มีใครคิดอย่างใจเย็นได้อีกแล้วหล่ะนะ กลับกันยังถูกชักจูงได้ง่ายอีกด้วย 

พระราชาที่หลอกใช้จุดนั้นได้อย่างแนบเนียนและมีประสิทธิภาพนั้น เป็นคนอันตรายแบบสุดๆอย่างแน่นอน  เราเองก็ต้องระวังตัวไว้เหมือนกัน......

〝เรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้ซักนิด... ก่อนอื่นก็ยอมเล่นตามน้ำไปกับมันก่อนละกัน  เพราะตอนนี้เราก็ไม่มีที่ไปด้วยนี่นะ  กลับกัน... อยู่ในเมืองปลอดภัยกว่าเยอะ〞

ชาญเห็นด้วยกับความคิดของฉัน จึงกระซิบกลับมาว่า 〝งั้นเหรอ... เข้าใจแล้ว〞 แสดงว่าเชื่อใจฉันสินะ น่าดีใจจริงๆ  ถึงจะซวยที่มาต่างถิ่นแต่วันนี้ก็มีเรื่องให้ดีใจเยอะชะมัดเลยแฮะ

【 ตะ แต่ว่า  ถ้าจะให้เข้าร่วมสงคราม มันก็........】

〖แน่นอน... เราไม่อาจปล่อยให้พวกท่านไปเพชิญหน้ากับศัตรูในสงครามทั้งที่ยังไม่เคยจับอาวุธมาก่อนได้หรอก  ทางเราจะให้พวกท่านฝึกฝนจนกว่าสเตตัสของพวกท่านจะสูงพอที่จะรอดชีวิตในสงครามเอง 〗

ดักทางไว้ได้หมดจดจริงๆ...  ราชาเป็นคนอันตรายอย่างที่คิด  พอเป็นแบบนี้ก็สามารถหลอกใช้งานพวกเราได้เรื่อยๆ เลยสินะ

ส่วนที่พูดว่าสเตตัสเนี่ย  ยังกับในเกมเลยแฮะน่าสงสัยชะมัด...

แล้วอีกคำพูดนึงที่ว่า 〖ยังไม่เคยจับอาวุธมาก่อน〗  นั่น ก็ฟังดูแปลกๆแฮะ ภาพพจน์ของผู้กล้าในสายตาของคนโลกนี้ไม่ใช้คนที่สุดยอดโคตรๆหรอกเหรอ แล้วพระราชาก็พูดเหมือนกับว่ารู้เรื่องของพวกเราอยู่ก่อนแล้วอย่างงั้นแหละ  หรือว่าหมอนี่...อาจจะรู้อะไรบางอย่างก็ได้...    

อืม... หรือฉันจะแค่คิดมากไปเองนะ?

แต่ก็เพราะแบบนั้น... ทุกคนเลยยินดีที่จะเป็นกำลังให้กับพระราชา จะถูกหลอกง่ายไปแล้วมั้งเนี่ย  แต่ก็ว่ากันไม่ได้หรอกเนอะ 

พอรู้ว่ามีหนทางกลับบ้านก็คงเหมือนถูกฉุดขึ้นมาจากขุมนรกที่สุดแสนจะสิ้นหวังนั่นหล่ะ  พระราชานั้นรู้สึกยินดีมากกับคำตอบของทุกคนเลยคิดจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเราหลังจากนี้ด้วย แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของกองอัศวิน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 225 : ความสำเร็จเกิดจากการยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง (จบบทที่ 4)

    ช่วงหลังมานี้... หลังจากที่เหล่าภรรยาของฉันได้รู้ทุกอย่างและยอมรับสิ่งที่ฉันเป็นหรือเจอมา จำนวนครั้งที่ฝันร้ายก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดใช่ มันไม่ได้หายไปหรอก... ฉันรู้ตัวดี และสัมผัสได้ก็เพราะความกังวลยังมีอยู่นั่นแหละนะแต่ก็ต้องขอบคุณความอ่อนโยนของทุกคน มันถึงไม่ได้เลวร้ายเหมือนเมื่อก่อนเพราะมีพวกเธออยู่เคียงข้าง ฉันเลยไม่ได้กลัวจนสติแตกเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่... ต่อให้ฝันร้ายถึง ‘เรื่องในอดีต’ ฉันก็ไม่ได้กลัวหรือว่าเศร้าอีกแล้วเพราะงั้น... ความรู้สึกปั่นป่วนในอกนี่ จึงใกล้เคียงกับความกังวลมากกว่า กรรู้สึกชื่นชมความใจเย็นของตัวเอง มั่นใจว่าอย่างน้อยมันก็ดีขึ้นกว่าก่อนแน่ ไม่อย่างนั้น... ภาพของชายหาดที่เต็มไปด้วยซากศพรอบกายของเขา คงทำเอารู้สึกผิดจนทรมานตัวสั่นไปแล้วเป็นฝันร้ายที่ไร้รสนิยมซะจริง กรรู้สึกขนลุกจนหน้าเหยเกแม้จะรู้ว่าทั้งหมดเป็นแค่ความคิด ด้วย ‘สุดยอดการประมวลผล’ มันไม่ยากอยู่แล้วที่จะรู้ตัวขณะหลับ ...มันสุดยอดจนถึงกับรู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นสาเหตุของการฝัน ชายหาดนี้ไม่ใช่ที่ที่กรรู้จัก แต่จำนวนศพที่มากขนาดนี้ เดาได้เลยว

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 224 : ผีเสื้อกระพือปีก สะเทือนถึงผืนฟ้าแลสะท้านถึงอเวจี

    ————สามวันต่อมา, ทวีปอีเดน - ใจกลางเมืองหลวงแอสการ์ด ใจกลางทวีปอีเดนนั้น ปกติแล้วคือสวนอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับเหล่าเทพผู้ปกครอง ซึ่งมีไว้ใช้เพื่อกำหนดทิศทางของสรวงสวรรค์หรือหมายรวมถึงโลกมนุษย์เบื้องล่าง ถนนสายหลักของตระกูลทั้งเจ็ดล้วนแล้วแต่เข้ามาบรรจบ ณ ที่สวนพฤกษานี้ เมื่อไรก็ตามที่มีหัวหน้าตระกูลมาเยือน ทางเข้าของสวนจากถนนเส้นนั้นจะมีมือขวาข้ารับใช้เฝ้าถนนเส้นนั้นไว้เป็นปกติ ...ทว่าในวันนี้กลับแตกต่างเป็นพิเศษ เพราะจำนวนข้ารับใช้ของทั้งหกตระกูลที่มานั้นมีจำนวนกว่าร้อยคน แถมทางเข้าสวนจากถนนแต่ละเส้นยังติดธงประดับตราประจำตระกูลอีก ซ้ำร้าย... ธงที่ว่ายังเป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ในสงคราม มันเคยถูกใช้ทั้งกับจอมมารในอดีตกาลหรือกับราชาปีศาจในปัจจุบัน นั่นแลคือสัญญาณบ่งบอกความรุนแรงของสถานการณ์ในตอนนี้ โดยเฉพาะใจกลางสวนพฤกษา ที่ตั้งของโต๊ะกลมทำจากหินอ่อนซึ่งเป็นสถานที่ประชุมของเหล่าหัวหน้าตระกูลยกเว้นกาบริเอล สีหน้าทุกคนนั้นอยู่ไม่สุข ทั้งกังวลและโกรธเกรี้ยวบ้าง สับสนบ้าง ...และสาเหตุของเรื่องนั้น ก็คือกระดาษแผ่นน

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 223 : ความหวังและสิ้นหวัง คือสองด้านของเหรียญที่ชื่อศรัทธา

    หลังจากที่อัพเดทข้อมูลกับเหล่าสหายภาคีโต๊ะจัตุรัส กรก็ต้องกลับไปแต่งชุดเพื่อเข้าพิธีรับมอบรางวัลต่อ เพราะตัวเอกของงานคือพวกกรทั้ง 4 ฝ่าย และมีเหล่าราชาจากอาณาจักรในสังกัดสภาโลกเป็นผู้มอบรางวัล นั่นหมายความว่าเหล่าภรรยาของกรที่เป็นกำลังหลักในการปราบอาร์เคมีดีสก็ต้องร่วมงานรับรางวัลด้วย ไม่สิ... ‘ดาร์คไนท์ซิริอุส’ ที่เป็นกำลังหลักนี่แหละคือตัวเอกหลักของงาน ไม่ร่วมเห็นทีคงจะไม่ได้เพราะงั้นพวกเราก็เลยได้ห้อง VIP ไว้แต่งตัว ต้องขอบคุณแอนดรูว์เลยแหละแล้วระหว่างที่รอสาว ๆ เขาแต่งองค์ทรงเครื่องกัน ฉันก็ไปอัพเดทข้อมูลรอถึงจริง ๆ จะอยู่ในห้องตอนสาว ๆ แต่งตัวได้แบบไม่เป็นไรก็เถอะ (ก็เห็นกันทุกซอกทุกมุมแล้วนี่นา)แต่ในแง่ของความรู้สึก... ขืนจ้องของสวย ๆ งาม ๆ ขนาดนั้นนานเข้า พูดตามตรงว่ามันจะของขึ้นจนไม่เป็นอันทำงานเอาน่ะสิฉันก็รู้นิสัยตัวเองดีอ่ะนะ เลยขอป้องกันไว้ก่อนดีกว่า กรอมยิ้มแห้งกับขีดจำกัดของตัวเองเหมือนทำใจ ก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เขากับสาว ๆ เช่าพัก“อ๊ะ! กรกลับมาแล้ว!”“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมกร?” มีอากับรินเดินเข้ามารับกรก่อนใคร

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 222 : แก้โจทย์ได้เมื่อใด ปัญหาใหม่ย่อมตามมาเสมอ

    หลังจากที่เมอร์ลินบอกว่าเครื่องเคลื่อนย้ายออกแบบเสร็จแล้ว พวกเราก็ทำตัวเอื่อยเฉื่อยกันอีกแปปนึงก่อนจะกลับบ้านพวกเราแจ้งข่าวเรื่องนี้กับทุกคน โดยเฉพาะรินกับอลิซพวกเธอดีใจเข้ามากอดแล้วก็ร้องไห้โฮใหญ่เลยแต่ก็ช่วยไม่ได้หรอก ก็จากบ้านมากตั้ง 5 เดือนแล้วนี่นาไหนจะทั้งคุณลุง คุณน้าที่รออยู่ที่บ้าน... ชีวิตประจำวันที่ผ่านมาตลอด 17 ปีมันทดแทน 5 เดือนไม่ได้หรอก (ถ้าไม่นับเรื่องที่ได้คบกันล่ะนะ)เพราะงั้นจะอยากกลับไปก็คงไม่แปลกเราเองก็เถอะ... ถึงกลับบ้านไปจะไม่มีใครอยู่แล้ว แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้เป็นสถานที่ให้กำเนิดความฝันของเรา ...และเราก็ไม่ได้รังเกียจมันอีกแล้วด้วยเพราะงั้นเราจะกลับไปให้ได้! เครื่องมือมีพร้อมหมดแล้วที่เหลือก็มีแต่การจัดแจงสถานการณ์ ให้กลับไปได้โดยที่โลกเดิมไม่มีปัญหา...แต่เรื่องนั้นแหละที่ยากที่สุด❖❖❖❖❖————สองวันต่อมา, โรงแรมเดอะกลอรี่ ณ สหพันธ์แห่งความรุ่งโรจน์ หลังจากวันหยุดของกรและครอบครัวสิ้นสุด แผนการขั้นถัดไปของภาคีโต๊ะจัตุรัสก็เสร็จสมบูรณ์ด้วย ...และก็เป็นการเริ่มแผนด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนั้น ก

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 221 : สาวน้อยธรรมดา?แค่อยากใช้เวลาด้วยกัน ตอนจบ (Mia and Merlin have a Date)

    “โดนแกล้งอีกแล้วอ่า!”“น่า ๆ ไม่เป็นไรนะกร”“แล้วจะโทษใครได้ล่ะหืม?” ได้ยินแฟนหนุ่มเดินบ่นกลางป่า มีอากับเมอร์ลินจึงได้ลูบหัวปลอบใจไปคนละกรุบ ...ถึงต้นเหตุจะเป็นเพราะพวกเธออยู่แล้วก็เถอะว่าแต่ นี่เดจาวูป่ะเนี่ย?ไหงรู้สึกเหมือนเรื่องคล้าย ๆ กันเพิ่งเกิดขึ้นเลย“!!!?” ระหว่างที่คิดอะไรไร้สาระอยู่ มีอากับเมอร์ลินก็เข้ามาควงแขนกรเหมือนกับตอนที่มาถึง กรเลยคิดว่า ‘โอเค ช่างมันละกัน’ แล้วหันไปสนใจกับการเที่ยวลมชมวิวกับภรรยาทั้งสองดีกว่า จากก่อนหน้านี้... หลังจากพักผ่อนในตึกกลางสำหรับติดต่อ พวกกรก็ออกเดินเท้าไปตามทางที่ทำไว้ เห็นว่าหากเดินตามทางนี้จะสามารถชมวิวได้ครบทุกแห่งและวนไปยังกระท่อมที่จองไว้ได้พอดี“กรดูสิ! มีแม่น้ำด้วย!”“ตื้นพอให้ลงไปเล่นได้ด้วยแฮะ” มีอากับเมอร์ลินดูจะสนใจแม่น้ำทางขวาที่ทั้งสามกำลังเดินเลียบผ่าน ความใสของมันทำให้เห็นดินและกรวดก้นแม่น้ำได้ แถมความสูงของมันยังแค่ครึ่งแข้งเอง เรียกว่าเหมาะกับการเล่นสุด ๆ มีอากับเมอร์ลินจึงไม่รอช้า พวกเธอถอดรองเท้าแล้วจูงมือกรลงไปในแม่น้ำ“ไปกันเถอะกร! น่า

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 220 : สาวน้อยธรรมดา?แค่อยากใช้เวลาด้วยกัน ตอนต้น (Mia and Merlin have a Date)

    หลังจากถ่ายรูปกันอย่างหวานแหวว เวลาก็ยังเหลืออีกนิดหน่อย พวกเราเลยจะไปเดินเล่นกันต่อ...และแน่นอน คุณรินกับอลิซก็ยังคงตามแกล้งฉันเหมือนเดิมช่างใจร้ายเหลือร้าย ตั้งแต่ในโรงหนังแล้วนะ!มาปลุกเร้ากันขนาดนี้ในสถานการณ์ที่ทำได้แค่อดทน นี่มันการทรมานประเภทไหนกันเนี่ย!?เหมือนเอาเนื้อสเต็ก A5 มาจ่อลิ้นแต่ไม่ยอมให้กินเลยนะเฮ้ย!จะทั้งชาลอตกับซาช่าที่ขยันเซอร์วิสให้ตอนช่วงเช้า หรือรินกับอลิซที่มาแกล้งกันทั้งช่วงบ่ายฉันเลยต้องกัดฟันทนน้ำตาไหลเป็นโลหิตไปจนถึงตอนกลางคืนโน่นเลย!พอถึงเวลาหม่ำ ๆ ฉันก็เลยล้างแค้นด้วยการกินพวกเธอเกือบทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับได้นอนทำกันยังกับเป็นกระต่ายเลยเชียวล่ะ!...ก็ พอมานึกดู ฉันอาจจะหนักมือไปหน่อยแต่พวกเธอมาแกล้งฉันก่อนนี่หว่า! จะโดนเอาคืนมันก็ไม่แปลกนี่นา!!!เหมือนที่เคยมีใครบางคนพูดไว้นั่นแหละ‘ผู้ที่จะเขมือบได้ก็มีแต่คนที่เตรียมใจจะโดนเขมือบเท่านั้น’ อื้ม ๆ! กรตื่นเช้ามาก็พยายามหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองใหญ่ทั้งที่ไม่จำเป็น แต่ก็ต้องขอบคุณศึกอันหนักหน่วงเมื่อวานด้วย ความงุ่นง่านในตัวกรเลยลดลงไปมากจนระบบความคิดปกติเริ่มกลับมาทำงาน เขา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status