Mag-log inฉันจะเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง จากเดิมที่ต้องตายในตอนจบ โอฟีเลียคนนี้จะร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิแห่งนี้ให้ดู..ว่าแต่ท่านแม่คะ นั่นท่านพาตัวร้ายเข้ามาในบ้านของเราทำไมกัน?
view more"Hukuman mati akan segera dilaksanakan!"
Suara Kasim kekaisaran terdengar nyaring tanpa nada, tuduhan sepihak tanpa pembelaan, pengorbanan nyawa demi keserakahan dan kekuasaan.
Langit menampakkan awan gelapnya, petir seolah berteriak mengungkapkan keadilan dan rakyat berdesakkan di alun-alun Langit Naga kekaisaran Zhao.
Di atas panggung eksekusi, pangeran ketujuh, Zhao Chen terduduk dengan rantai yang mengikat tangan dan kakinya. Jubah putih yang agung tidak lagi melindungi parasnya, rambut hitam menawan terlihat kusut masai, menutupi sebagian wajahnya yang tak lagi bisa dikatakan tampan. Yang masih tersisa hanyalah sorot matanya yang tajam, seolah mengatakan jika kematiannya akan mengundang kehancuran.
Dia pernah digadang-gadang akan menjadi pemimpin baru yang adil, pangeran mahkota yang dikagumi, dan anak kesayangan kaisar. Melihat kondisinya saat ini sepertinya kata-kata itu terlihat membunuh tanpa menusuk jantungnya.
Di atas singgasana sementara yang didirikan menghadap tempat eksekusi, Kaisar Zhao Tianlong memandang putranya tanpa sedikit pun belas kasihan.
"Zhao Chen," suara sang kaisar terdengar dingin. "Apakah kau masih ingin membela diri?"
Zhao Chen mengangkat kepalanya perlahan. Tatapannya menyapu satu per satu wajah para pangeran, para menteri, dan para bangsawan yang berdiri di sisi kaisar.
Pangeran Pertama tersenyum tipis. Pangeran Ketiga menundukkan kepala, pura-pura berduka. Kanselir Agung menutup kipasnya dengan tenang.
Mereka semua... Adalah orang-orang yang telah merancang kematiannya.
"Ayahanda..." Zhao Chen tersenyum pahit. "Bahkan jika aku menjelaskan seribu kali, Ayahanda tetap tidak akan mempercayaiku."
Tidak ada jawaban. Keheningan itu lebih menyakitkan daripada hukuman mati.
Ia pernah memimpin pasukan di perbatasan. Ia pernah menyelamatkan puluhan ribu rakyat dari bencana kelaparan. Ia pernah mempertaruhkan nyawanya demi kekaisaran.
Namun semua jasa itu kalah oleh satu lembar surat palsu yang menuduhnya bersekongkol untuk memberontak.
Betapa lucunya kehidupan. Yang paling setia justru mati sebagai pengkhianat.
Di antara kerumunan pejabat, pandangan Zhao Chen berhenti pada seorang wanita muda berjubah biru tua.
Gu Qingyue, Putri Adipati Agung.
Satu-satunya orang yang masih menatapnya dengan mata yang dipenuhi penyesalan.
Sesaat kemudian, wanita itu menggenggam lengan ayahnya erat-erat, seolah memohon agar sesuatu dilakukan. Namun semuanya sudah terlambat.
"Algojo." Suara kaisar bergema. "Laksanakan!"
Algojo bertubuh besar melangkah maju sambil mengangkat pedang eksekusi yang berkilau di bawah sinar matahari.
Zhao Chen menutup kedua matanya. Bukan karena takut. Melainkan karena menyesal. Seandainya dahulu ia lebih berhati-hati. Seandainya ia tidak mempercayai saudara-saudaranya. Seandainya ia menyadari siapa musuh yang sebenarnya.
Pedang itu terangkat tinggi.Angin dingin berembus pelan. Dalam keheningan itu, sebuah suara lirih terdengar dari kejauhan.
"Maafkan aku." Suara Gu Qingyue.
Kilatan cahaya perak melintas. Darah muncrat membasahi panggung. Dunia berubah menjadi gelap.
***
"Yang Mulia! Yang Mulia! Bangunlah!" Suara panik seseorang terdengar begitu jelas.
Zhao Chen membuka matanya perlahan. Langit-langit kamarnya yang megah memenuhi pandangannya. Ia menatap kedua tangannya. Tidak ada rantai. Tidak ada darah. Tidak ada rasa sakit di lehernya.
Di hadapannya berdiri seorang kasim muda dengan wajah penuh kecemasan.
"Yang Mulia, hari ini adalah hari ketika seluruh pangeran dipanggil menghadap Yang Mulia Kaisar."
Zhao Chen membeku. Matanya perlahan membesar.
Hari ketika semuanya dimulai. Ia menatap pantulan wajahnya di cermin perunggu. Lalu tersenyum. Senyum yang membuat kasim itu bergidik.
"Jadi langit benar-benar memberiku kehidupan kedua."
"Kali ini ... "
"Aku tidak akan mati lagi."
อีกสามเดือนต่อมาหลังจากที่องค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีทรงจัดงานอภิเษก อย่างยิ่งใหญ่ ก็มีงานแต่งงานของเลดี้ แอเรียนาและเคาน์แห่งอัคราฟในปีนั้นถือเป็นปีที่มีงานที่แสนยิ่งใหญ่หลายงานมากทีเดียว“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าจูเลียนจะตั้งครรภ์ก่อนเรา พระเจ้าช่วยนี่ข้ากำลังรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้ต่อมาร์โค”ข่าวการตั้งครรภ์ของจักรพรรดินีถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการหลังจากพิธีอภิเษกผ่านพ้นไปเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น คาลอสแทบจะนั่งไม่ติดเพราะเขาคิดว่าเขาน่าจะมีบุตรคนแรกก่อนองค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีที่ไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก แต่มันกลับกลายเป็นว่าจูเลียนตั้งครรภ์ก่อนโอฟีเลีย หรือว่าร่างกายของเขามันจะมีปัญหากันนะ?โอฟีเลียมองสามีของเธอด้วยความรู้สึกนึกขำอยู่ในใจ“เอาน่า เดี๋ยวถึงเวลาที่เหมาะสมลูกของเราก็น่าจะมาเอง ท่านไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลยนี่คะที่รัก..”หลังกล่าวจบเธอก็หอมแก้มเขาด้วยความมันเขี้ยว ฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้วถึงสองฤดูแต่ท่านแม่ของเธอยังคงสุขภาพแข็งแรงดีอยู่ หลังจากที่จูเลียนแต่งงานท่านแม่ก็เริ่มกลับมาเข้าสังคมอีกครั้งหนึ่ง และในยามนี้ท่านแม่ของเธอคือท่านหญิงเอเวียที่เก่งกาจเรื่องกา
ครั้งแรกที่เขามองเห็นใบหน้านั้น เมื่อเขามองทอดออกไปยังสวนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขามองเห็นสตรีผู้หนึ่งซึ่งมีเรือนผมสีทองสว่าง เธอกำลังฮัมเพลงในขณะที่มือทั้งสองข้างจับไม้กวาดแล้วเริ่มกวาดใบไม้ในสวนที่แสนกว้างใหญ่ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ สตรีผู้นั้นคือบุตรนอกสมรสของเซอร์เกรท เธอคือนางเอกของเรื่องนี้ และใบหน้านั้นแสนงดงามสมกับตำแหน่งนางเอกของเรื่องนี้จริงๆ เขาไม่เข้าใจว่าเขาเข้ามาอยู่ในร่างขององค์จักรพรรดิซิลเวสเตอร์ที่มีอนาคตจะต้องตายได้อย่างไรกัน แต่ในเมื่อเขาเข้ามาอยู่ในนิยายที่เคยอ่านเช่นนั้นเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะหาทางเอาชีวิตรอดความตาย เขาคิดแบบนั้นจนตัวเองได้ลิ้มรสการมีอำนาจในครั้งแรก ใช่แล้ว..คนจำนวนมากก้มหัวให้เขาในช่วงเวลาที่เขาเดินผ่าน คำสรรเสริญเยินยอพวกนั้นทำให้เขารู้สึกมีความสุขกับตำแหน่งองค์จักรพรรดิ และนั่นทำเขารู้สึกโลภขึ้นมา เขาอยากจะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั่นทำให้เขาใช้ความคิดมากมายเพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นองค์จักรพรรดิต่อไป และคนที่เขาจะสามารถพึ่งพาได้นั่นก็คือจูเลียน นางเอกของเรื่องนี้ ความประทับใจจากครั้งแรกที่เราพบเจอกันนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
เช้าวันรุ่งขึ้นมีการเรียกประชุมสภาขุนนางอย่างเป็นการเร่งด่วน แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาเมื่อคืนทำให้ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้มีการผลัดเปลี่ยนองค์จักรพรรดิ อีกทั้งเรื่องกำหนดระยะเวลาของการครองราชย์องค์จักรพรรดิตัวแทนอย่างองค์จักรพรรดิซิลเวสเตอร์ก็เลยกำหนดมามากแล้ว เหล่าขุนนางมองเห็นความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขององค์รัชทายาท การแสดงตัวเพื่อปกป้องและเยียวยาผู้เสียหายทำให้เหล่าขุนนางอดชื่นชมความเก่งกาจและมีน้ำใจของพระองค์มิได้“กระหม่อมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะที่จะจัดงานราชาภิเษกขึ้นมา จะได้เรียกความเชื่อมั่นในราชวงศ์ของประชาชนกลับมา..”คาลอสเข้าร่วมประชุมในฐานะของท่านเคาน์แห่งอัคราฟ เขากำลังมองดูท่าทีขององค์จักรพรรดิซิลเวสเตอร์อยู่ พระองค์มิกล่าวคำใดออกมาเลยแม้แต่ครึ่งคำ เพราะเรื่องราวที่กำลังกดดันพระองค์อยู่นี้มันทำให้พระองค์หาวิธียืดเยื้อต่อไปอย่างยากลำบาก“พวกท่านอย่าพึ่งกดดันเสด็จอาเลยครับ เรื่องพิธีราชาภิเษกรออีกหน่อยก็ได้ ระหว่างนี้พวกเราก็ช่วยกันจับตาดูพวกชาวบ้านไม่ให้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านราชวงศ์ก็พอ..”คำกล่าวนั้นของมาร์โคถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความเจียมตัวแต่มันคือการเน้น
มาร์โคเดินกลับมาที่แอเรียนาอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเนื้อย่างเสียบไม้ในมือ ที่สวนด้านหน้าของคฤหาสน์เขามองเห็นเพียงแค่เลดี้แอเรียนาเท่านั้น“นักบุญหญิงผู้นั้นนางหายไปไหนแล้วครับ..ข้าซื้อของมาฝากนางด้วย อ่อ..แล้วก็มีในส่วนของเลดี้ด้วยนะครับ”โอฟีเลียสูดลมหายใจเขาลึกๆ“เรามาพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมาดีไหมเพคะองค์รัชทายาท”น้ำเสียงและท่าทีของเธอมันเริ่มเปลี่ยนไปในทันที นั่นทำให้มาร์โครับรู้ได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องที่เคร่งเครียดรอเขาอยู่อย่างแน่นอน“ได้เลยครับ เลดี้มีเรื่องอะไรจะกล่าวก็พูดแบบตรงไหนตรงมาได้เลย..”โอฟีเลียไม่อ้อมค้อมเธอเริ่มพูดคุยเรื่องราวที่อัดแน่นอยู่ในใจออกไปเพื่อให้มาร์โคได้รับฟังอีกด้านหนึ่งของงานเทศกาล คาลอสพาจูเลียนเดินทางไปยังท่าเรือของแอเรียนา เขาส่งนางขึ้นเรือด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง“ข้าจะไปรับเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เพราะอย่างนั้นดูแลตัวเองให้ดี..ให้เวลาเป็นเยียวยาในทุกความเจ็บปวดของเจ้า.”จูเลียนพยักหน้า เธอยกมือขึ้นมาแล้วโอบกอดท่านพี่คาลอสเอาไว้“ข้าจะกลับมาอีกครั้งในวันที่พี่ทั้งสองคนแต่งงานกันนะคะ..พี่คู่ควรกับท่านพี่โอฟีเลียผู้งดงามของข้ามากจริงๆ ทั้
“เรื่องนั้น..หม่อมฉันยังไม่รีบร้อนหรอกเพคะ”เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทั้งๆที่ดวงตาทั้งสองข้างกลับแดงก่ำขึ้นมา จูเลียนไม่ต้องการให้บรรยากาศระหว่างเราทั้งสองคนมันแย่ลงมากไปกว่านี้ ทั้งที่เธอคาดหวังไปไกลแสนไกลจากการกระทำสุดแสนจะอ่อนโยนของเขา แต่ในวันนี้ความจริงมันตีแสกหน้าของเธอว่าองค์จักรพรรดิซิลเวสเตอร์น
สองมือสั่นระริกถูกยกขึ้นปิดบังใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา จูเลียนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับพี่สาวของเธอ“เวลาจะทำหน้าที่เยียวยาพี่เองนะคะ ในตอนนี้พี่ต้องการแค่เวลาในการทำใจ ร้องไห้วันนี้ให้พอแล้วเมื่อถึงวันงานพิธีบรรลุนิติภาวะพี่จะต้องไม่ร้องไห้ออกมาแล้วนะคะ เมื่อพี่เข้าไปในพระราชวังเพื่อเปิดตัวทางสังคมจะต
ความเจ็บปวดหลั่งรินราวกับน้ำพุที่ทะลักออกมา คาลอสมั่นใจว่าตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยหวาดกลัวใครมาก่อนในชีวิต คนเก่งกาจเช่นเขาไม่เคยทำพลาดและแน่นอนว่าเขาไม่เคยรู้สึกกลัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่าจะชีวิตวิ่งหนีจากนักฆ่าทุกวันทุกคืนแต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเลยทว่าในยามนี้เขากำลังหวาดกลัวมากเหลือ
โอฟีเลียเดินตามหลังบารอนคอนเนอร์มายังห้องรับรองเธอคิดเอาไว้ในใจ..ตั้งมั่นเอาไว้ด้วยความแรงกล้า ว่าวันนี้อะไรจะเกิดมันก็จะต้องเกิด แต่ถึงอย่างนั้นในใจก็ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกหวาดกลัวและสั่นไหวได้เลย..เธอภาวนาด้วยความสิ้นหวังว่าขอให้การคาดเดาของเธอมันผิดพลาด ขอให้เจ้าของกลุ่มการค้าเทอรันไม่ใช่คาเซล





