หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)

หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)

last updateHuling Na-update : 2025-11-05
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
90Mga Kabanata
1.6Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

หม่าจิ่วเหลียนฮวาสตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่าโดนสังหารเก้าชั่วโครต ไร้พ่อขาดแม่ ไร้ญาติขาดมิตร ตอนอายุ 20 หนาวนางได้เจอกับเทพบุปผา ได้ทราบว่าตนมีชะตาแมวเก้าชีวิตต้องตายเก้าครั้งถึงจะหวนสู่แดนบุปผาได้

view more

Kabanata 1

บทที่ ๑ สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า

ตอนท้องได้ยี่สิบห้าสัปดาห์ หรงซูจับได้ว่าสามีนอกใจที่โรงพยาบาล

ชายหนุ่มที่สวมเสื้อโค้ตสีดำหน้าตาหล่อเหลา กำลังปกป้องหญิงสาวบอบบางงดงามในอ้อมอก หญิงสาวสวมเสื้อกันหนาวขนจิ้งจอกสีขาว แก้มแดงระเรื่อ ใบหน้าดวงน้อยถูกห่อไว้ในผ้าพันคอขนแกะอ่อนนุ่ม ใบหน้างดงามราวตุ๊กตา

หรงซูกำผลตรวจครรภ์แน่น แน่นจนนิ้วมือขาวซีด เมื่อลมหนาวพัดผ่าน สิ่งที่หนาวกว่าร่างกายคือหัวใจที่ปวดหนึบ

เซิ่งถิงเชินมองเห็นเธอแต่ไกล สีหน้าเขาเรียบเฉย ไม่ละอายเลยสักนิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เขาเปิดประตูให้หญิงสาวด้วยตัวเอง สีหน้าอ่อนโยน

ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งเย็นชา ที่แท้ก็รู้จักปกป้องและอ่อนโยนเหมือนกัน

หญิงสาวเหมือนสังเกตเห็นหรงซู ท่าทางเธอชะงัก เริ่มจากมองหรงซูอย่างสงสัยแวบหนึ่งก่อน จากนั้นหันไปถามเซิ่งถิงเชิน “ทำไมคุณน้าคนนั้นมองพี่ตลอดเลย พี่เชิน พี่รู้จักเธอเหรอคะ?”

เสียงลมหนาวหวีดหวิวอยู่ข้างหู

หรงซูไม่รู้ว่าหญิงสาวพูดอะไรกับเซิ่งถิงเชิน

แต่เธอดูออกจากรูปปากหญิงสาวกับคำว่า ‘คุณน้า’

คุณน้าเหรอ?

น่าจะเป็นสรรพนามที่เรียกเธอ

ในใจหรงซูขมขื่น

ปีนี้เธออายุแค่ยี่สิบสี่ปี

แต่รูปร่างที่เดิมทีก็อวบท้วมบวกกับหน้าตาธรรมดา สวมเสื้อขนเป็ดสีดำกับหมวกไหมพรมสีดำ ร่างกายที่บวมและอ้วนเทอะทะเพราะใกล้คลอด รวมถึงสีหน้าอิดโรย ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงแก่อายุสามสี่สิบปีจริง ๆ จะไปเทียบกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์สวยงามได้ยังไง

เซิ่งถิงเชินปกป้องดูแลหญิงสาวขึ้นรถ

หรงซูตัวแข็งทื่อยืนอยู่ที่เดิม มองดูด้านหลังรถที่ขับออกไป

เธอกับเซิ่งถิงเชินแต่งงานกันเพราะลูก การแต่งงานที่ถูกบีบบังคับ สำหรับอัจฉริยะอย่างเซิ่งถิงเชินถือเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตของเขา เด็กในท้องของเธอคือเครื่องมือที่เธอใช้ข่มขู่เขา

เขาเกลียดเธอมาก

ส่วนเธอแอบรักเขามาแปดปี แต่หรงซูรู้ดีว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขาเลย ทำได้เพียงพยายามเรียนรู้ไม่หยุด ยกให้เขาเป็นเป้าหมายแห่งอุดมคติในชีวิตของตัวเอง และก้าวตามรอยเท้าของเขา

ในที่สุดเธอก็สมดังใจปรารถนา กลายเป็นผู้ช่วยของเขา สามารถยืนอยู่ข้างเขาในระยะใกล้

คืนนั้นไม่ได้ทำลายเพียงเซิ่งถิงเชิน แต่ฉีกกระชากความภูมิใจและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอต่อหน้าเขาจนย่อยยับด้วย

เธอไม่มีวันลืมว่าหลังเกิดเรื่อง สายตารังเกียจที่เขาจ้องมองเธอก็เหมือนไปแตะต้องสิ่งที่น่าขยะแขยงเข้า

ดังนั้นมีเพียงหญิงสาวที่งดงามอย่างนั้นถึงจะคู่ควรกับเขา

หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินจากหางตา ต่อมาท้องน้อยปวดเกร็ง เธอรีบยื่นมือประคองท้องน้อย อีกมือหนึ่งก็ยันเสาหินเอาไว้

พยาบาลที่เดินผ่านเห็นเธอเข้า เลยรีบเข้ามาพยุง แล้วพาเธอไปที่ห้องตรวจ

เธอเพียงแค่อารมณ์แปรปรวนเลยส่งผลต่อลูกในท้อง

รอให้ผ่อนคลายลง

หรงซูก็ออกจากโรงพยาบาล พาร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้ากลับไปที่เฉียนสุ่ยวิลล์เพียงลำพัง

ที่นี่เป็นวิลล่าของเซิ่งถิงเชิน

คุณนายใหญ่เซิ่งจัดแม่บ้านที่มีประสบการณ์จากคฤหาสน์ใหญ่ตระกูลเซิ่งมาดูแลเธอ

ขณะนี้

แม่บ้านสองคนที่ดูแลเธอทำตัวเหมือนเจ้าของวิลล่า นั่งกินอาหารและพูดคุยหัวเราะกันอยู่ในห้องรับแขกที่เปิดฮีตเตอร์

แม่บ้านได้ยินเสียง

เลยหันไปมองตรงทางเข้า

พอเห็นหรงซูกลับมา

หนึ่งในแม่บ้านลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพร้อมสอบถาม “ผลตรวจครรภ์เป็นยังไงบ้าง?”

ท่าทีเฉื่อยชาน้ำเสียงดูแคลน

บอกว่าเป็นแม่บ้านที่มาดูแลเธอ แต่กลับเหมือนเจ้าของบ้านที่มาจับตาดูเธอมากกว่า

หรงซูเพียงแค่มองดูแม่บ้านอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ไม่ได้สนใจ เดินมุ่งหน้าไปทางบันได

แม่บ้านขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“ฉันกำลังถามเธอนะ?”

หรงซูยังคงไม่สนใจ

แม่บ้านมองดูแผ่นหลังของหรงซู แล้วด่าทอ “อ้วนอย่างกับหมู นึกว่าตัวเองเป็นคุณนายน้อยตระกูลเซิ่งจริง ๆ เหรอ วางท่าอยู่ได้”

หรงซูกลับไปที่ห้องแล้วนั่งลงบนเตียง ในใจว่างเปล่าและสับสน

ไม่ว่าจะเป็นเซิ่งถิงเชินหรือตระกูลเซิ่งก็ล้วนไม่ถูกใจลูกสะใภ้อย่างเธอ

การที่คุณนายใหญ่เซิ่งออกหน้าให้เธอจดทะเบียนกับเซิ่งถิงเชิน

เป็นเพราะคุณท่านเซิ่งป่วยหนัก พอดีเธอท้องแล้วมาหาถึงที่บ้าน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ถึงได้จัดการให้พวกเธอแต่งงานกัน เป็นเรื่องมงคลสองเด้ง

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือการสะเดาะเคราะห์เห็นผล อาการป่วยของคุณท่านเซิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ

ท่าทีที่คุณนายใหญ่เซิ่งมีต่อเธอถึงได้เปลี่ยนไป

แต่คนอื่น ๆ ในตระกูลเซิ่งยังดูถูกเธอเหมือนเดิม

วันนี้เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลก็เพื่อให้แน่ใจเรื่องเพศของลูกในท้อง ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง

ทางคุณนายใหญ่เซิ่งน่าจะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลแล้ว

ขณะนี้

เสียงมือถือสั่นดังขึ้นเป็นระยะ

หรงซูเรียกสติกลับมา

เอามือถือออกจากกระเป๋า เมื่อเห็นสายที่โทรมา เธออึ้งไปสักครู่ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเป็นคนโทรมา

พอรับสาย

“ศาสตราจารย์เจียง”

“มีโควตาหนึ่งสิทธิ์ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแสตมป์ฟอร์ด เธอจะลองดูไหม?”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหวยซวี่ หรงซูอึ้งไปสักพัก

เจียงหวยซวี่เห็นเธอไม่ตอบรับ “ไม่จำเป็น...”

“ฉันไปค่ะ”

หรงซูได้สติ เลยรีบตอบรับอย่างหนักแน่นทันที

กลับเป็นเจียงหวยซวี่ที่เงียบไป

เพื่อให้มีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างกายเซิ่งถิงเชิน หรงซูต้องพยายามมากขนาดไหน เขารู้ดีที่สุด

ตอนนี้ในที่สุดก็สมดังใจปรารถนา ได้แต่งงานมีลูก เธอจะยอมจากไปง่าย ๆ เหรอ

สิทธิ์ที่เหลือในมือเขาสิทธิ์นี้ เขาแค่อยากลองถามเธอดูเท่านั้นเอง

“ศาสตราจารย์เจียงคะ”

หรงซูเรียกเขา

เจียงหวยซวี่ตอบ “ถ้างั้นพรุ่งนี้สิบโมงเช้าเธอมาที่ห้องทำงานฉัน”

“ได้ค่ะ”

เจียงหวยซวี่ไม่พูดอะไรอีก แล้ววางสายไป

พอวางมือถือลง

หรงซูผ่อนลมหายใจยาว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่าเหมือนเมฆดำเปิดแล้วเห็นพระจันทร์ส่องสว่าง

เธอควรตื่นได้แล้ว

ผู้ชายที่ไม่รักเธอ ลูกที่คลอดออกมาก็ผูกมัดเขาไว้ไม่ได้ และไม่มีทางหันกลับมามองเธอให้มากขึ้น

ต่อมาเธอได้รับสายจากคุณนายใหญ่เซิ่ง บอกให้เธอกลับบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่ง อาจเป็นเพราะเรื่องของเด็กในท้องเธอ

ตอนนี้เธอมีสติแล้ว

เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำอย่างดี

เมื่อนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หรงซูมองดูตัวเองในกระจก ใบหน้ากลมบวมอืด ใต้ตาคล้ำ มีถุงใต้ตา เบ้าตาลึก สองแก้มเต็มไปด้วยรอยกระ

สภาพที่น่าเกลียดขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องรังเกียจหมดแหละมั้ง!

เธอที่เป็นแบบนี้จะมีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างเซิ่งถิงเชินที่เป็นอัจฉริยะได้ยังไง

เธอแต่งหน้า เปลี่ยนไปสวมเสื้อขนเป็ดสีชมพู สวมหมวกกลมสีขาว โดยรวมดูแล้วสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก

เดิมทีเธอคิดจะขับรถกลับไปที่บ้านใหญ่เอง

แต่พอเพิ่งออกมาก็ได้รับสายจากเซิ่งถิงเชิน น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังขึ้น “ออกมา”

หรงซูตกใจ

น่าจะเป็นคุณนายใหญ่ให้เขากลับบ้านใหญ่

เธอตอบรับ “ค่ะ”

พอออกจากวิลล่า

รถโรลส์รอยซ์ของชายหนุ่มจอดอยู่ตรงทางเข้า ทว่าเมื่อสองชั่วโมงก่อน รถคันนี้กลับไปรับส่งผู้หญิงอื่น

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เดินเข้าไป แล้วเปิดประตูขึ้นรถ

พอขึ้นรถก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจาง ๆ เป็นกลิ่นหอมหวานของหญิงสาว ภายในรถยังมีตุ๊กตาหมีสีชมพู แค่ดูก็รู้ว่าเป็นตุ๊กตาแบบที่หญิงสาวชอบกัน

พอเงยหน้า เธอสังเกตเห็นยางมัดผมที่อยู่บนข้อมือของชายหนุ่ม

นี่คือวิธีที่หญิงสาวแสดงความเป็นเจ้าของ

เซิ่งถิงเชินคงชอบผู้หญิงคนนั้นมากสินะ

หรงซูเก็บความขมขื่นไว้ในใจ นั่งลงบนรถ แล้วคาดเข็มขัด

คนขับขับรถออกไปอย่างเชื่องช้า

หรงซูมองดูนอกหน้าต่าง เงียบขรึมไม่พูดจา

หากเป็นเมื่อก่อน พอมีเวลาอยู่กับเขาตามลำพัง เธอจะกระชับความสัมพันธ์กับเขาอย่างหวงแหน ต่อให้ถูกเขารังเกียจ เธอก็จะหาเรื่องมาคุยกับเขาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

เพียงเพราะเธอเพ้อฝันอย่างไร้เดียงสาว่าพวกเธอเป็นสามีภรรยากันแล้ว มีลูกด้วยกันแล้ว ต่อไปยังมีเวลาที่ยาวนาน ขอเพียงเธอเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบ เป็นแม่ที่ดี บางทีสักวันหนึ่ง เซิ่งถิงเชินอาจหันมามองเธอบ้าง

แต่สุดท้ายเธอก็แค่คนที่หลอกตัวเองเท่านั้น

ชายหนุ่มไม่สนใจอารมณ์ของเธอในตอนนี้ ยังคงเย็นชาไม่เคยเปลี่ยน ถามเธอว่า “ลูกเป็นเพศอะไร?”

หรงซูตอบ “ผู้หญิงค่ะ”

ได้ยินแบบนั้น

ดวงตาล้ำลึกบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาแค่พูดเสียงเรียบ “พอเด็กออกมา พวกเราจะหย่ากัน”

ได้ยินแบบนั้น

หรงซูกำมือแน่น

หัวใจเหมือนถูกมือหนึ่งกระชาก ลมหายใจเปลี่ยนเป็นติดขัด

เดิมทีการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่มีทางยืนยาว แม้จะคาดเดาได้แต่แรก แต่วินาทีที่ได้ยินเขาพูดออกมาจากปากเอง ในใจก็ยังทรมานขนาดนี้

เธอกัดริมฝีปาก แล้วตอบรับ “ค่ะ”

เซิ่งถิงเชินหันมองเธอแวบหนึ่ง เหมือนรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่เธอตอบรับอย่างรวดเร็ว

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
90 Kabanata
บทที่ ๑ สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า
บทที่ ๑สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า‘ทาสซักล้าง’ประจำตำหนักเทียนหลุนจือเล่อขององค์ชายรองแคว้นจินตกเป็นของจิ่วเหลียนฮวาตั้งแต่วันแรกที่นางเกิดจนตอนนี้อายุ 20 หนาวเด็กกำพร้าว่าน่าสงสารแล้ว แม้แต่ญาติสนิทหรือมิตรสหายก็ไม่มีกลับน่าสงสารยิ่งกว่าเครง!“จิ่วเหลียนฮวา เจ้าตั้งใจชนข้าหรือ…ตายจริง! ผ้าองค์ชายรองตกพื้นแล้ว บังอาจยิ่งนัก!”เจ้าของนามไม่กล่าวสิ่งใด ดวงตาคู่โตแฝงด้วยความเศร้าหมองหลุบมองชุดที่นางกำลังเอาไปซัก วันนี้เจ้าของตำหนักกลับวังหลวงครั้งแรกในรอบสามปีเจ้านายอยู่ตำหนักแท้ ๆ ยังถูกกลั้นแกล้ง ไม่ต้องพูดถึงยามที่องค์ชายรองจินเทียนหลุนไม่อยู่ตำหนัก“ขออภัย ข้าไม่ทันได้ระวัง”แม้จะไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แต่นางก็ยังเอ่ยขออภัย ก้มลงเก็บผ้าที่อยู่บนพื้นซี๊ด~แต่จังหวะที่นางเอื้อมมือไปหยิบผ้านั้น มือหยาบจากการทำงานหนักสารพัดอย่างก็ถูกเหยียบด้วยเท้าของนางกำนัลที่มีเบื้องหลังสนับสนุนอยู่“ใครใช้ให้เจ้ายื่นมือออกมาตอนที่ข้ากำลังจะก้าวเท้าเดินเล่า ช่างสมกับเป็นนางกำนัลระดับล่าง”จิ่วเหลียนฮวาสูดหายใจเข้าลึก ไม่ใช่เพราะโกรธที่ถูกสหายนางกำนัลในตำหนักเดียวกันเหยียบย่ำ แต่น้อยใจที่ตนเป็นสตร
Magbasa pa
บทที่ ๒ ชะตาแมวเก้าชีวิต
บทที่ ๒ชะตาแมวเก้าชีวิต“ท่านเป็นองครักษ์ของชินอ๋องหรือ”ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ ชุดองครักษ์ถูกเปลี่ยนเป็นชุดสวยงามผ้ามุ้ง ดูแปลกตาแต่งดงามแต่สิ่งที่งดงามที่สุดไม่ใช่ชุดที่สตรีนางนี้ใส่ แต่เป็นใบหน้างดงามหยาดฟ้า บรรยากาศรอบกายดูสูงส่งไม่คล้ายมนุษย์…ไม่สิ! นางไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่หมุนตัวชุดเปลี่ยนแล้ว“ท่านงดงามขึ้นมาก”“เจ้าเคยเจอข้ามาก่อนหรือ…อ้อ! นึกออกแล้ว เมื่อสองวันก่อน…ไม่สิ! สองวันสรรค์ก็สองปีมนุษย์”จิ่วเหลียนฮวามองสตรีตรงหน้า ในหัวนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน…‘นั่น! ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหม่า’จิ่วเหลียนฮวาที่กำลังซักผ้าอยู่ชะงักเมื่อได้ยินคำพูดจากบุรุษวัยกลางคน นางชำเลืองหางตาดูเล็กน้อยก็เห็นว่าเป็นพระปิตุลาของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่‘จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสาร ต้องมารับโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ…ว่าแต่นางมีนามว่าอันใด’‘นั่นแหละที่ข้าแปลกใจ’เสียงถอนหายใจดังขึ้น จิ่วเหลียนฮวาอยากหันไปมองทั้งสองยิ่งนัก แต่ก็ห้ามตัวเองเอาไว้ ลอบฟังสิ่งที่พวกเขาสนทนากัน‘จิ่วเหลียนฮวา นางมีคำนี้สลักอยู่กลางฝ่ามือตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารก คนที่เลี้ยงนางมาจึงตั้งช
Magbasa pa
บทที่ ๓ เกิดจากความสงสัย
บทที่ ๓เกิดจากความสงสัย“ที่จริงแล้ว ข้าเป็นใครหรือเจ้าคะ เหตุใดต้องกลับแดนบุปผา”“ความลับของสวรรค์ไม่อาจบอกได้ เป็นอันว่าเจ้ารู้เพียงเท่านี้ก็พอ”จิ่วเหลียนฮวาได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดซักไซ้อีกต่อไป ตอนนี้คำถามเดียวที่นางอยากทราบจากเทพบุปผาคือ…“ท่านเทพเจ้าคะ โลกหลังความตายของข้าจะสวยงามหรือไม่”เทพบุปผายื่นมือไปจับแก้มซีดขาวแล้วลูบขึ้นลงแผ่วเบา “แล้วเจ้าจะมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”ความสุขเช่นนั้นหรือจิ่วเหลียนฮวาได้ยินเช่นนั้นหัวใจพลันอุ่นวาบในตอนนี้เองที่นางรู้ว่าตนเริ่มจะมีเป้าหมายเป็นของตัวเองแล้ว!“แล้วเรื่องตายเก้าครั้ง ข้าต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือว่าต้องฆ่าตัวตายเจ้าคะ”“เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะทราบเอง แต่อย่าได้คิดฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ เริ่มมีความรู้สึกเบาใจขึ้นแล้ว เทพบุปผาอยู่สนทนากับนางไม่นานก็ขอตัวกลับ“ข้าต้องกลับไปทำงานแล้ว เห็นหรือไม่เทพชั้นสูงก็ไม่ได้ว่างงาน มีเวลาว่างแล้วข้าจะมาหา ไปแล้วนะ”จิ่วเหลียนฮวาย่อกายขอบคุณเทพบุปผา ก่อนที่ร่างงามจะหายวับไปต่อหน้านางเหลือทิ้งไว้เพียงกลีบบุปผาให้รู้ว่านางเคยมาปรากฏตัวตรงนี้[1]นางย่อตัวลงเก
Magbasa pa
บทที่ ๔ เชิญหลี่กงกงถามไถ่
บทที่ ๔เชิญหลี่กงกงถามไถ่“ถวายพระพรชินอ๋องเพคะ”เมื่อโดนหญิงสาวจับได้แล้วไม่มีประโยชน์ที่จะต้องหลบซ่อนอยู่อีกต่อไป เท้าใหญ่ก้าวออกจากที่หลบซ่อน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บอกอารมณ์“ไม่ต้องมากพิธี”จิ่วเหลียนฮวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าจินเทียนหลุนด้วยสายตาสงสัยมากกว่าจะเป็นสำรวจ“องครักษ์ของเปิ่นหวางกำชับทุกอย่างที่ควรกำชับแล้ว ขอตัว”จินเทียนหลุนไม่อาจบอกว่าตนมาที่นี่เพราะสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ ดังนั้นจึงอ้างเรื่องชุดที่มีรอยขาดจากดาบจิ่วเหลียนฮวาเองที่รู้ตัวว่าตนไม่มีสิทธิ์รั้งบุรุษที่สูงศักดิ์กว่าได้อยู่แล้วจึงทำเพียงย่อกายคารวะเท่านั้น“น้อมส่งท่านอ๋อง”เมื่อเจ้านายไม่อยู่แล้ว เฉียวเหอก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ พื้นที่ลานซักล้างจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหนึ่ง“เฮ้อ~เกือบไปแล้วจิ่วเหลียนฮวา”จิ่วเหลียนฮวาถอนหายใจอย่างโล่งออก แต่โล่งใจได้ไม่นานก็ต้องรับมือกับนางกำนัลที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่“เสี่ยวจิ่ว! ท่านอ๋องเสด็จมาที่นี่หรือ ท่านอ๋องมาหาเจ้าหรือ มาหาด้วยเรื่องใด หรือท่านอ๋องสนใจในตัวเจ้า”“ไม่ใช่ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”“จะไม่ใช่ได้อย่างไร เมื่อครู่ข้าเห็นชัดเต็มสอง
Magbasa pa
บทที่ ๕ ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม
บทที่ ๕ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม“เทียนหลุนจือเล่อ ตำหนักที่ตั้งชื่อตามเปิ่นหวางมีความหมายถึงความสุขในครอบครัว เปิ่นหวางย่อมไม่ประสงค์ให้ตำหนักนี้หรือจวนจือเล่อมีใครได้รับความอยุติธรรม เจ้ารู้จักเปิ่นหวางมานาน ลืมไปแล้วหรือว่าเปิ่นหวางอ่อนไหวที่สุดก็คือเรื่องความยุติธรรม!”“กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ” ว่าแล้วก็โขกศีรษะลงพื้นอย่างแรงสิ่งที่หลี่กงกงหวาดกลัวกว่าความตายคือการโดนลดความสำคัญ ให้เขาโขกศีรษะจนเลือดออกหน้าผากเขาก็ยอม ขอแค่ให้เขารับผิดชอบดูแลจวนจือเล่อต่อด้วยฐานะหัวหน้าขันที จะให้เขาทำอะไรเขาก็ยอม“ในเมื่อยังไม่มีใครตาย หลี่กงกงมิจำเป็นต้องเอาความตายมาเป็นเครื่องต่อรอง”“กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมดูแล จัดสรรหน้าที่ไม่สอดคล้องกับทุกคน ต่อจากนี้กระหม่อมจะไม่ให้ผู้ใดได้รับความอยุติธรรมอีกแล้ว” หลี่กงกงโขกศีรษะลงพื้นอีกครั้ง จินเทียนหลุนจึงออกปากห้ามให้เขาหยุดการกระดังกล่าว“พอ! หากอยากรับผิดชอบหน้าที่นี้ต่อไปจงทำงานให้ดี อย่าลืมว่าหน้าที่นี้เปิ่นหวางหาคนมาแทนที่เจ้าได้ทุกเมื่อ ไปทำงานได้แล้ว”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ แล้วกระหม่อมจะไม่ทำให้ท่านอ๋อ
Magbasa pa
บทที่ ๖ กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด
บทที่ ๖กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดจินเทียนหลุนร่ำเรียนที่สำนักศึกษากลางตอนอายุ 15 ชันษาถึง 18 ชันษา เมื่อจบการศึกษาแล้วก็เข้ากองทัพพิทักษ์ชายแดนเพื่อเริ่มฝึกกับทหารทัพพิเศษอีกสองปีกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อเข้าพิธีสวมกวานและรับตำแหน่งชินอ๋องจากจินจิ่นฟู่ ฮ่องเต้แคว้นจินองค์ปัจจุบันแม้หวนกลับมาครั้งนี้จะช่วยเป็นดาบให้พระเชษฐา รอคำสั่งที่จะได้รับมอบหมายแต่ก็ไม่หย่อนการซ้อม ดาบเล่มหนักดูเบาหวิวในยามที่เขาซ้อมวิชาเพลงดาบฉวัดเฉวียน กระบวนท่าหนักหน่วงแต่ดูพริ้วไหวการเคลื่อนกายยามจับอาวุธของจินเทียนหลุนรวดเร็วสมกับเป็นผู้มีพลังธาตุลม“ท่านอ๋อง”เฉียวเหอโยนแตงโมลูกใหญ่ขึ้นฟ้า จินเทียนหลุนที่เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้อยู่แล้วกระโจนขึ้น ตวัดดาบฟาดฟันแตงโมจากผ่าครึ่งสองชิ้นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อแตงโมตกลงพื้นเมื่อเท้าใหญ่เหยียบพื้น ใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาขมวดคิ้วใส่ลูกน้องคนสนิท “ในเมื่อเจ้าเลือกแตงโมก็หาน้ำมาล้างทำความสะอาดพื้นด้วย”ตำหนิลูกน้องเบา ๆ ก่อนที่จะสำรวจชุดตัวเองที่มีน้ำแตงโมติดอยู่หลายจุด“เฉียวฉือ”เขายื่นดาบให้เฉียวเหอเอาไปจัดการทำความสะอาด ส่วนตนก็เดิน
Magbasa pa
บทที่ ๗ ครั้งนี้ในตลาด
บทที่ ๗ครั้งนี้ในตลาด“ที่ตลาดครึกครื้นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”จิ่วเหลียนฮวาเดินอย่างไม่มีเป้าหมายไปตามทาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางออกมาเดินเตร็ดเตร่ที่นี่ เพียงแต่ทุกครั้งที่นางได้ออกจากวังมาเที่ยวเล่นมักจะเดินเพียงลำพัง สหายในวังจะมีก็ตอนที่ทำงานเท่านั้นพออยู่ในเวลาอิสระที่เป็นตัวเองได้กลับไม่มีใครอยากเสวนากับนาง!เพราะเช่นนี้การเดินตลาดที่ดูสนุกสนานสำหรับสหายนางกำนัลคนอื่นกลับเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับจิ่วเหลียนฮวา ทว่าหลังจากที่เจอกับเทพบุปผา ความรู้สึกราวกับเจอญาติสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานกลับมาแทนที่ความโดดเดี่ยว ความรู้สึกของการเดินตลาดก็เช่นกัน“หากข้าเจอเทพบุปผาก่อนหน้านี้ก็ดีสินะ”จิ่วเหลียนฮวาถอนหายใจ ดวงตาสอดส่องร้านแผงลอยตามถนน ไม่คิดจะนำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตออกมาใช้ เพราะใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นางจึงไม่รู้ตัวว่ายามนี้กำลังมีคนเดินตามตนอยู่“ท่านอ๋อง เหมือนนางจะเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย เราจะเดินตามนางไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”เฉียวเหอตั้งคำถามดวงตาสอดส่องโดยรอบ เขาไม่เพียงแค่ต้องติดตามจิ่วเหลียนฮวาเท่านั้น แต่ยังต้องคอยอารักขาความปลอดภัยของจินเทียนหลุนด
Magbasa pa
บทที่ ๘ เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ
บทที่ ๘เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ“เฮ้ย! ผีหลอก”ที่ข้างโลงศพมีเพียงจินเทียนหลุนเท่านั้นที่ยังอยู่ที่เดิม แม้แต่เฉียวเหอก็ยังเผลอถอยหลังไปหลายก้าว แต่เมื่อเห็นเจ้านายยังยืนกำดาบไว้แน่นเขาจึงเดินเข้ามายืนอยู่ข้างกายร่างสูงทำใจแข็งจ้องร่างในโลงศพ“ท่านอ๋อง นาง…”“นางยังไม่ตาย”แม้แต่คนพูดประโยคนี้ยังสะท้านยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉียวเหอที่จับชีพจรจิ่วเหลียนฮวาแล้วพบว่านางสิ้นใจแล้ว“จะเป็นไปได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ก็ในเมื่อกระหม่อมจับชีพจรนางแล้วไม่เต้น”“โดยทั่วไปชีพจรและหัวใจจะหยุดเต้นพร้อมกัน แต่บางกรณีชีพจรอาจหายไปก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น…”“เป็นไปได้ว่านางยังไม่ตายตั้งแต่แรกหรือพ่ะย่ะค่ะ”จินเทียนหลุนพยักหน้ารับ ยื่นมือไปจับแก้มจิ่วเหลียนฮวาพบว่าร่างกายนางเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว เพื่อความมั่นใจจึงคิดยื่นมือไปตรวจชีพจรตรงคอให้นางทว่ามือเขากลับถูกนางคว้าเอาไว้หมับ!“ท่านอ๋องกำลังทำอะไรเพคะ”จินเทียนหลุนถอนหายใจอย่างเบาใจเมื่อนางเอ่ยกับเขามาเป็นคำพูด ในตอนนั้นเองที่เฉียวเหอรู้ว่าเจ้านายตนก็หายใจไม่ทั่วท้องให้กับสถานการณ์นี้“เจ้า…ขออภัย ก่อนหน้านี้เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าเสียชีวิตไปแล้วจึงได้พามาฝังที่
Magbasa pa
บทที่ ๙ เสี่ยวจิ่วเหตุใดเจ้ายังอยู่
บทที่ ๙เสี่ยวจิ่วเหตุใดเจ้ายังอยู่ “เจ้าเห็นกับตาจริงหรือ จิ่วเหลียนฮวานะหรือถูกปลิดชีพด้วยมีดสั้น”“ตอนนั้นแม้ข้าจะอยู่ห่างจากสถานการณ์มาก แต่ข้าไม่มีวันดูผิดแน่ เสี่ยวจิ่วตายแล้ว”เหตุการณ์อุกฉกรรจ์เมื่อวานอยู่ในที่สาธารณะทั้งยังมีผู้คนจับตามองมาก แม้จินเทียนหลุนพยายามปิดข่าวแล้ว แต่ก็ยังเล่าลือกันมาถึงในตำหนักเทียนหลุนจือเล่อเพราะหนึ่งในนางกำนัลพบเห็นเหตุการณ์เข้า“ข้านอนอยู่ข้างห้องนาง เมื่อคืนขนลุกทั้งคืนเพราะแบบนี้สินะ นางไม่ได้กลับมาเรือนพักเมื่อคืน ข้าว่าเสี่ยวเหนี่ยวไม่โกหกแน่”เสี่ยวเหนี่ยวนางกำนัลต้นข่าวลือสบตาสหายนางกำนัลทั้งห้าที่ล้อมวงกันสนทนาเรื่องนี้“ข้าไม่เอาเรื่องแบบนี้มาโกหกอยู่แล้ว อีกอย่าง…”…!!!เสี่ยวเหนี่ยวตัวแข็งทื่อ คำพูดหยุดอยู่เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นร่างบางคุ้นตายืนอยู่ด้านหลังกลุ่มนางกำนัล ใบหน้าซีดเซียวกำลังเอียงคอมองมาที่กลุ่มพวกนางด้วยความสงสัยนางกำนัลทั้งกลุ่มค่อย ๆ หันมามองตามสายตาของเสี่ยวเหนี่ยว สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นจิ่วเหลียนฮวาอยู่ในชุดเปื้อนเลือดยิ่งเป็นการตอกย้ำว่านางได้รับบาดเจ็บจริง ๆแต่เรื่องที่ว่าสิ้นชีพหรือไม่ทุกคนคิดไปแล้วว่านางสิ้น!“เ
Magbasa pa
บทที่ ๑๐ เข้าข้างโดยไม่นึกสงสัย
บทที่ ๑๐เข้าข้างโดยไม่นึกสงสัยณ ห้องทรงอักษรแคว้นจินยามนี้ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ในวัย 28 ชันษากำลังอ่านฎีการายงานเรื่องยาเสพติดที่เริ่มแพร่ขจายในเมืองหลวงยามนี้สืบต้นตอฐานผลิตและร่วมมือกับแคว้นจูทำลายต้นตอการผลิตแล้วถึงได้กลับแคว้นจิน“ล้างบางฐานผลิต ทำลายสูตรยาลดการนำเข้าและเพาะปลูกวัตถุดิบที่ใช้ปรุงยาเสพติด ไม่เลว”จินจิ่นฟู่พับฎีกาเอาไว้เช่นเดิม สายตาที่มองน้องชายเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเขา เทียบกันกับไทเฮาแล้ว เขาเอาใจน้องชายมากกว่าพระมารดาเสียอีก“ทำงานใหญ่สำเร็จเช่นนี้อยากได้รางวัลใด ให้พี่ประทานตำแหน่งในราชสำนักให้ดีหรือไม่”จินเทียนหลุนวางจอกชาลงบนโต๊ะ มองจินจิ่นฟู่ที่ตอนนี้ประทับอยู่โต๊ะทรงงานกลางตำหนัก พื้นที่ยกสูงกว่าตำแหน่งที่คนเข้าเฝ้านั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ระยะห่างระหว่างเขากับพระเชษฐาจะใกล้ก็ไม่ใกล้ จะห่างก็ไม่ห่าง เพราะเช่นนี้จึงเห็นแววตาคาดหวังของพระเชษฐาชัดเจน“เสด็จพี่คิดจะรั้งข้าไว้ที่นี่หรือ”ฮ่องเต้หนุ่มไม่ปิดบังความรู้สึกนึกคิด เอ่ยตามตรง“ห้าปีมานี้เจ้าไม่เคยอยู่ติดตำหนักเกินสามวันเลย พี่ใหญ่คิดถึงเจ้า เสด็จแม่ก็เช่นกัน”“ก่อนเข้าจวนจือเล่อข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จแม
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status