หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)

หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-11-05
โดย:  ซูเมี่ยวหลิงจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
90บท
1.6Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

หม่าจิ่วเหลียนฮวาสตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่าโดนสังหารเก้าชั่วโครต ไร้พ่อขาดแม่ ไร้ญาติขาดมิตร ตอนอายุ 20 หนาวนางได้เจอกับเทพบุปผา ได้ทราบว่าตนมีชะตาแมวเก้าชีวิตต้องตายเก้าครั้งถึงจะหวนสู่แดนบุปผาได้

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ ๑ สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า

結婚して七年。

朝比奈澪(あさひな みお)は夫の森宮征司(もりみや せいじ)に知られずに、ひそかに娘を産み育ててきた。

娘の穂積玲衣(ほづみ れい)は今年五歳になるが、征司はその存在さえ知らない。父親になる機会を、澪が最初から与えなかったからだ。

夜勤の休憩に入ると、澪は隣のS県でひっそり育てている娘から届いたボイスメッセージを再生した。

「ねえママ、私、なんでパパに会ったことないの?私のパパって、もう死んじゃったの?」

まだ舌足らずな、甘えた声が流れてくる。

澪は一瞬、本気で考えた。生きてはいる。でも、父親としては死んだも同然だった。

最近、玲衣は少しずつ自分なりの考えを持つようになってきた。

小さな頭の中に、ひとつ悩みができたらしい。

自分は実の父親に一度も会ったことがない、ということ。

その疑問は、日ごとに大きくなっている。

そのせいで澪は、征司に打ち明けるべきかどうか、真剣に迷い始めている。

実は五歳になる娘がいるのだと。育児で一番手のかかる時期はもう過ぎている。今さら苦労もなく父親になれるなんて、ずいぶん都合のいい話ではないか。

玲衣とのトーク画面を閉じて、澪はふと日付を確かめた。

気づけば、征司との結婚生活はもう残り三か月ほどだ。

少し迷った末、澪は征司とのLINEを開いた。ほとんどやり取りのないトーク画面に、ゆっくりと文字を打ち込んだ。

【もし、私たちに子供がいたとしたら、あなたは……】

送信する前に、診察室のドアが慌ただしく開いた。

若い看護師が顔をのぞかせ、早口で澪を呼んだ。

「澪さん、急患です!妊娠初期の患者さんで、性行為のあと強い腹痛が出たそうです。かなり無理があったようで、黄体嚢胞が破裂する疑いがあります!」

澪はすぐにスマホの画面を消して、立ち上がると、眉を寄せたまま看護師の後について急ぎ足で外へ出た。

「もう、何を考えてるの。妊娠初期にそんな無茶をするなんて……少しは我慢できないの?」

看護師がカーテンを開けた瞬間、澪はそこで言葉を止めた。

ベッドに横たわっているのは、見覚えのある女だった。

二秒ほど遅れて、澪は驚きを隠せないまま相手の名を呼んだ。

「紗耶さん?」

白石紗耶(しらいし さや)は、征司の従弟の婚約者だ。

紗耶も澪を見た瞬間、ほんのわずかに動きを止めたが、返事はしなかった。

澪は反射的に彼女の状態を確認した。

紗耶の婚約者である征司の従弟は、五か月前に会社の帳簿をめぐる不正で懲役一年六か月の実刑判決を受け、今も服役中だ。

紗耶のお腹はまだ目立っておらず、見ただけでは妊娠しているとは分からない。仮に妊娠しているとしても、まだ初期のはずだ。

だとすれば、時期が合わない。

だが、今はそんなことを考えている場合ではない。澪は余計な詮索の念を胸の奥に押し込み、医療用手袋を手に取った。

「横になってください。診察しますから」

ところが紗耶は、急に身を起こした。澪が現れたことが不快でたまらない、という顔で言った。

「結構です。転院しますので」

若い看護師が困ったように澪を見る。

澪は静かに言った。

「転院するにしても、その前に状態だけは確認させてください。放っておくと危ないかもしれません」

紗耶は眉をひそめた。

澪の、どこか隙のない凛とした態度が気に入らない。

澪はそれ以上言い合わなかった。今は感情を挟んでいる場合ではない。

「少しお腹を見るだけですから」

そう告げて身をかがめ、紗耶の服の裾に手をかけた。

その瞬間、紗耶が冷たく唇を歪め、澪の手を払いのけた。

ぱん、と乾いた音が響いた。

思ったより強い力で払われ、手の甲に鋭い痛みが走った。

目を落とすと、そこはすでに赤くなっている。

澪が反応するより早く、紗耶は急に声色を変え、澪の背後へ甘えるように呼びかけた。

「征司……」

その名に、澪は手の痛みも忘れて振り向いた。

男は落ち着いた足取りで近づいてくる。

コートを腕にかけ、すらりとした長身がそこにいるだけで人目を引いた。品のある佇まいに、誰もが目を奪われてしまう。

征司は一瞬だけ澪と目を合わせた。けれど、すぐに何事もなかったように視線を外した。

彼は足を止めることもなく、冷ややかに目をそらして、赤の他人のように澪の横を通り過ぎ、ベッドの反対側へ回った。

低く澄んだ声には、わずかな心配がにじんでいる。

「具合は?」

澪はその場で息をのんだ。

紗耶の付き添いとして駆けつけてきたのが、よりにもよって征司だとは。

七年間、夫婦であることを周囲に伏せてきた、自分の夫だ。

征司の意識がすべて紗耶に向けられている。

それを見た瞬間、澪はふと思いついた。

彼は、さっき紗耶が自分の手を強く叩いたところを見ていたのだろうか。

征司に気遣われ、紗耶は固まったままの澪をちらりと見て、ほんの一瞬、勝ち誇ったような色をその目に浮かべた。

それから征司を見上げ、甘えるような声で言った。

「知ってるでしょ。お腹が痛くて、病院に来たの」

その一言で、周りの看護師は察してしまった。

つまり、例の「激しい性行為」の相手は、目の前の男だということだ。

征司は否定もせず、説明することもなかった。

澪はただその光景を見つめ、反応することすら忘れていた。

夫は目の前で、従弟の婚約者を当然のように気遣っている。

征司はもともと感情を表に出さない男だ。

けれど、二人の間に流れる空気がただならないことくらい、澪にも分かった。

まして紗耶が救急に運ばれた理由を、夫は知っている。

その事実に気づいた澪の体に悪寒が走った。

これまで澪は、征司はもともと誰に対しても淡泊な人なのだと思っていた。

愛し方を知らない人なのだと。

けれど、違う。

彼は人を愛することができないわけではない。ただ、その相手が自分ではないだけだ。

この局面とその相手があまりにも滑稽すぎて、彼女は思わず笑い出しそうになった。

例の「激しい性行為」の相手が誰なのか。そんなことは誰が見ても分かる。

澪がその場に立ち尽くしていると、征司がようやくこちらを見た。その冷ややかな一瞥に、澪ははっと我に返った。

手袋をはめ、診察しようとする手がかすかに震える。

さっき叩かれた手の痛みが、今になってじわじわと広がってきて、頭の中が真っ白になった。

ここまで来れば、答えはもう出ている。わざわざ確かめて、これ以上惨めになる必要などない。

征司が澪に何も言わないのを見て、紗耶はすべてを察したように、唇の端をわずかに上げた。

彼女は澪に聞かせるように、わざと甘えた声で言った。

「征司、私、転院したい。ちゃんと診てくれる病院に連れてって」

「分かった」

征司は迷わなかった。

紗耶が何を望んでも、彼は当然のように叶えるのだろう。

二人の間には、他人が入り込めないほどの親密さがある。

長年、目の前の男を深く愛してきた妻として、澪にそれが分からないはずがない。

その光景は見ているだけで、胸の奥が少しずつ裂けていくようだった。

紗耶の「もっとちゃんと診てくれる病院」という含みのある言い方に、澪はすぐ気づいた。

転院したいというのは、ただの口実だ。彼女が本当に言いたいのは、澪には診てもらいたくない、澪なんか信用できない、ということだった。

征司は慣れた様子で転院の手配を進め、その間も澪に声をかけることはなかった。まるで彼女がそこにいないかのように、最後まで一度も振り返らなかった。

二人が診察室を出て行ったあとも、澪はしばらく、その衝撃から抜け出せなかった。

一部始終を見ていた同僚たちは、すぐに熱のこもった噂話を始めた。

「うわ、最近の若者ってほんとすごいね」

若い看護師は目を輝かせている。

「でも、あの男、ずば抜けてかっこいいわ。あっちのほうも凄そうだよね!」

澪はうつむいたまま、どこか上の空で、手につけた医療用手袋をゆっくり外していく。

「そう」

看護師は澪の反応の薄さにも気づかず、ふいに声を落として聞いてきた。

「そういえば澪さんも、結婚してけっこう経ちますよね?お子さんはいないんですか?」

澪は手袋をゴミ箱に捨てた。

「うちの夫、EDで、治療を受けてるところなの」

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
90
บทที่ ๑ สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า
บทที่ ๑สตรีคนสุดท้ายของตระกูลหม่า‘ทาสซักล้าง’ประจำตำหนักเทียนหลุนจือเล่อขององค์ชายรองแคว้นจินตกเป็นของจิ่วเหลียนฮวาตั้งแต่วันแรกที่นางเกิดจนตอนนี้อายุ 20 หนาวเด็กกำพร้าว่าน่าสงสารแล้ว แม้แต่ญาติสนิทหรือมิตรสหายก็ไม่มีกลับน่าสงสารยิ่งกว่าเครง!“จิ่วเหลียนฮวา เจ้าตั้งใจชนข้าหรือ…ตายจริง! ผ้าองค์ชายรองตกพื้นแล้ว บังอาจยิ่งนัก!”เจ้าของนามไม่กล่าวสิ่งใด ดวงตาคู่โตแฝงด้วยความเศร้าหมองหลุบมองชุดที่นางกำลังเอาไปซัก วันนี้เจ้าของตำหนักกลับวังหลวงครั้งแรกในรอบสามปีเจ้านายอยู่ตำหนักแท้ ๆ ยังถูกกลั้นแกล้ง ไม่ต้องพูดถึงยามที่องค์ชายรองจินเทียนหลุนไม่อยู่ตำหนัก“ขออภัย ข้าไม่ทันได้ระวัง”แม้จะไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แต่นางก็ยังเอ่ยขออภัย ก้มลงเก็บผ้าที่อยู่บนพื้นซี๊ด~แต่จังหวะที่นางเอื้อมมือไปหยิบผ้านั้น มือหยาบจากการทำงานหนักสารพัดอย่างก็ถูกเหยียบด้วยเท้าของนางกำนัลที่มีเบื้องหลังสนับสนุนอยู่“ใครใช้ให้เจ้ายื่นมือออกมาตอนที่ข้ากำลังจะก้าวเท้าเดินเล่า ช่างสมกับเป็นนางกำนัลระดับล่าง”จิ่วเหลียนฮวาสูดหายใจเข้าลึก ไม่ใช่เพราะโกรธที่ถูกสหายนางกำนัลในตำหนักเดียวกันเหยียบย่ำ แต่น้อยใจที่ตนเป็นสตร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๒ ชะตาแมวเก้าชีวิต
บทที่ ๒ชะตาแมวเก้าชีวิต“ท่านเป็นองครักษ์ของชินอ๋องหรือ”ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ ชุดองครักษ์ถูกเปลี่ยนเป็นชุดสวยงามผ้ามุ้ง ดูแปลกตาแต่งดงามแต่สิ่งที่งดงามที่สุดไม่ใช่ชุดที่สตรีนางนี้ใส่ แต่เป็นใบหน้างดงามหยาดฟ้า บรรยากาศรอบกายดูสูงส่งไม่คล้ายมนุษย์…ไม่สิ! นางไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่หมุนตัวชุดเปลี่ยนแล้ว“ท่านงดงามขึ้นมาก”“เจ้าเคยเจอข้ามาก่อนหรือ…อ้อ! นึกออกแล้ว เมื่อสองวันก่อน…ไม่สิ! สองวันสรรค์ก็สองปีมนุษย์”จิ่วเหลียนฮวามองสตรีตรงหน้า ในหัวนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน…‘นั่น! ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหม่า’จิ่วเหลียนฮวาที่กำลังซักผ้าอยู่ชะงักเมื่อได้ยินคำพูดจากบุรุษวัยกลางคน นางชำเลืองหางตาดูเล็กน้อยก็เห็นว่าเป็นพระปิตุลาของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่‘จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสาร ต้องมารับโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ…ว่าแต่นางมีนามว่าอันใด’‘นั่นแหละที่ข้าแปลกใจ’เสียงถอนหายใจดังขึ้น จิ่วเหลียนฮวาอยากหันไปมองทั้งสองยิ่งนัก แต่ก็ห้ามตัวเองเอาไว้ ลอบฟังสิ่งที่พวกเขาสนทนากัน‘จิ่วเหลียนฮวา นางมีคำนี้สลักอยู่กลางฝ่ามือตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารก คนที่เลี้ยงนางมาจึงตั้งช
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๓ เกิดจากความสงสัย
บทที่ ๓เกิดจากความสงสัย“ที่จริงแล้ว ข้าเป็นใครหรือเจ้าคะ เหตุใดต้องกลับแดนบุปผา”“ความลับของสวรรค์ไม่อาจบอกได้ เป็นอันว่าเจ้ารู้เพียงเท่านี้ก็พอ”จิ่วเหลียนฮวาได้ยินเช่นนั้นก็ไม่คิดซักไซ้อีกต่อไป ตอนนี้คำถามเดียวที่นางอยากทราบจากเทพบุปผาคือ…“ท่านเทพเจ้าคะ โลกหลังความตายของข้าจะสวยงามหรือไม่”เทพบุปผายื่นมือไปจับแก้มซีดขาวแล้วลูบขึ้นลงแผ่วเบา “แล้วเจ้าจะมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”ความสุขเช่นนั้นหรือจิ่วเหลียนฮวาได้ยินเช่นนั้นหัวใจพลันอุ่นวาบในตอนนี้เองที่นางรู้ว่าตนเริ่มจะมีเป้าหมายเป็นของตัวเองแล้ว!“แล้วเรื่องตายเก้าครั้ง ข้าต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือว่าต้องฆ่าตัวตายเจ้าคะ”“เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะทราบเอง แต่อย่าได้คิดฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ เริ่มมีความรู้สึกเบาใจขึ้นแล้ว เทพบุปผาอยู่สนทนากับนางไม่นานก็ขอตัวกลับ“ข้าต้องกลับไปทำงานแล้ว เห็นหรือไม่เทพชั้นสูงก็ไม่ได้ว่างงาน มีเวลาว่างแล้วข้าจะมาหา ไปแล้วนะ”จิ่วเหลียนฮวาย่อกายขอบคุณเทพบุปผา ก่อนที่ร่างงามจะหายวับไปต่อหน้านางเหลือทิ้งไว้เพียงกลีบบุปผาให้รู้ว่านางเคยมาปรากฏตัวตรงนี้[1]นางย่อตัวลงเก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๔ เชิญหลี่กงกงถามไถ่
บทที่ ๔เชิญหลี่กงกงถามไถ่“ถวายพระพรชินอ๋องเพคะ”เมื่อโดนหญิงสาวจับได้แล้วไม่มีประโยชน์ที่จะต้องหลบซ่อนอยู่อีกต่อไป เท้าใหญ่ก้าวออกจากที่หลบซ่อน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บอกอารมณ์“ไม่ต้องมากพิธี”จิ่วเหลียนฮวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าจินเทียนหลุนด้วยสายตาสงสัยมากกว่าจะเป็นสำรวจ“องครักษ์ของเปิ่นหวางกำชับทุกอย่างที่ควรกำชับแล้ว ขอตัว”จินเทียนหลุนไม่อาจบอกว่าตนมาที่นี่เพราะสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์ ดังนั้นจึงอ้างเรื่องชุดที่มีรอยขาดจากดาบจิ่วเหลียนฮวาเองที่รู้ตัวว่าตนไม่มีสิทธิ์รั้งบุรุษที่สูงศักดิ์กว่าได้อยู่แล้วจึงทำเพียงย่อกายคารวะเท่านั้น“น้อมส่งท่านอ๋อง”เมื่อเจ้านายไม่อยู่แล้ว เฉียวเหอก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ พื้นที่ลานซักล้างจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหนึ่ง“เฮ้อ~เกือบไปแล้วจิ่วเหลียนฮวา”จิ่วเหลียนฮวาถอนหายใจอย่างโล่งออก แต่โล่งใจได้ไม่นานก็ต้องรับมือกับนางกำนัลที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่“เสี่ยวจิ่ว! ท่านอ๋องเสด็จมาที่นี่หรือ ท่านอ๋องมาหาเจ้าหรือ มาหาด้วยเรื่องใด หรือท่านอ๋องสนใจในตัวเจ้า”“ไม่ใช่ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”“จะไม่ใช่ได้อย่างไร เมื่อครู่ข้าเห็นชัดเต็มสอง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๕ ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม
บทที่ ๕ชินอ๋องผู้รักความยุติธรรม“เทียนหลุนจือเล่อ ตำหนักที่ตั้งชื่อตามเปิ่นหวางมีความหมายถึงความสุขในครอบครัว เปิ่นหวางย่อมไม่ประสงค์ให้ตำหนักนี้หรือจวนจือเล่อมีใครได้รับความอยุติธรรม เจ้ารู้จักเปิ่นหวางมานาน ลืมไปแล้วหรือว่าเปิ่นหวางอ่อนไหวที่สุดก็คือเรื่องความยุติธรรม!”“กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ” ว่าแล้วก็โขกศีรษะลงพื้นอย่างแรงสิ่งที่หลี่กงกงหวาดกลัวกว่าความตายคือการโดนลดความสำคัญ ให้เขาโขกศีรษะจนเลือดออกหน้าผากเขาก็ยอม ขอแค่ให้เขารับผิดชอบดูแลจวนจือเล่อต่อด้วยฐานะหัวหน้าขันที จะให้เขาทำอะไรเขาก็ยอม“ในเมื่อยังไม่มีใครตาย หลี่กงกงมิจำเป็นต้องเอาความตายมาเป็นเครื่องต่อรอง”“กระหม่อมขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมดูแล จัดสรรหน้าที่ไม่สอดคล้องกับทุกคน ต่อจากนี้กระหม่อมจะไม่ให้ผู้ใดได้รับความอยุติธรรมอีกแล้ว” หลี่กงกงโขกศีรษะลงพื้นอีกครั้ง จินเทียนหลุนจึงออกปากห้ามให้เขาหยุดการกระดังกล่าว“พอ! หากอยากรับผิดชอบหน้าที่นี้ต่อไปจงทำงานให้ดี อย่าลืมว่าหน้าที่นี้เปิ่นหวางหาคนมาแทนที่เจ้าได้ทุกเมื่อ ไปทำงานได้แล้ว”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ แล้วกระหม่อมจะไม่ทำให้ท่านอ๋อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๖ กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด
บทที่ ๖กลับเมืองหลวงครั้งนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดจินเทียนหลุนร่ำเรียนที่สำนักศึกษากลางตอนอายุ 15 ชันษาถึง 18 ชันษา เมื่อจบการศึกษาแล้วก็เข้ากองทัพพิทักษ์ชายแดนเพื่อเริ่มฝึกกับทหารทัพพิเศษอีกสองปีกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อเข้าพิธีสวมกวานและรับตำแหน่งชินอ๋องจากจินจิ่นฟู่ ฮ่องเต้แคว้นจินองค์ปัจจุบันแม้หวนกลับมาครั้งนี้จะช่วยเป็นดาบให้พระเชษฐา รอคำสั่งที่จะได้รับมอบหมายแต่ก็ไม่หย่อนการซ้อม ดาบเล่มหนักดูเบาหวิวในยามที่เขาซ้อมวิชาเพลงดาบฉวัดเฉวียน กระบวนท่าหนักหน่วงแต่ดูพริ้วไหวการเคลื่อนกายยามจับอาวุธของจินเทียนหลุนรวดเร็วสมกับเป็นผู้มีพลังธาตุลม“ท่านอ๋อง”เฉียวเหอโยนแตงโมลูกใหญ่ขึ้นฟ้า จินเทียนหลุนที่เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้อยู่แล้วกระโจนขึ้น ตวัดดาบฟาดฟันแตงโมจากผ่าครึ่งสองชิ้นกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อแตงโมตกลงพื้นเมื่อเท้าใหญ่เหยียบพื้น ใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาขมวดคิ้วใส่ลูกน้องคนสนิท “ในเมื่อเจ้าเลือกแตงโมก็หาน้ำมาล้างทำความสะอาดพื้นด้วย”ตำหนิลูกน้องเบา ๆ ก่อนที่จะสำรวจชุดตัวเองที่มีน้ำแตงโมติดอยู่หลายจุด“เฉียวฉือ”เขายื่นดาบให้เฉียวเหอเอาไปจัดการทำความสะอาด ส่วนตนก็เดิน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๗ ครั้งนี้ในตลาด
บทที่ ๗ครั้งนี้ในตลาด“ที่ตลาดครึกครื้นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”จิ่วเหลียนฮวาเดินอย่างไม่มีเป้าหมายไปตามทาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางออกมาเดินเตร็ดเตร่ที่นี่ เพียงแต่ทุกครั้งที่นางได้ออกจากวังมาเที่ยวเล่นมักจะเดินเพียงลำพัง สหายในวังจะมีก็ตอนที่ทำงานเท่านั้นพออยู่ในเวลาอิสระที่เป็นตัวเองได้กลับไม่มีใครอยากเสวนากับนาง!เพราะเช่นนี้การเดินตลาดที่ดูสนุกสนานสำหรับสหายนางกำนัลคนอื่นกลับเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับจิ่วเหลียนฮวา ทว่าหลังจากที่เจอกับเทพบุปผา ความรู้สึกราวกับเจอญาติสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานกลับมาแทนที่ความโดดเดี่ยว ความรู้สึกของการเดินตลาดก็เช่นกัน“หากข้าเจอเทพบุปผาก่อนหน้านี้ก็ดีสินะ”จิ่วเหลียนฮวาถอนหายใจ ดวงตาสอดส่องร้านแผงลอยตามถนน ไม่คิดจะนำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตออกมาใช้ เพราะใจลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นางจึงไม่รู้ตัวว่ายามนี้กำลังมีคนเดินตามตนอยู่“ท่านอ๋อง เหมือนนางจะเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย เราจะเดินตามนางไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”เฉียวเหอตั้งคำถามดวงตาสอดส่องโดยรอบ เขาไม่เพียงแค่ต้องติดตามจิ่วเหลียนฮวาเท่านั้น แต่ยังต้องคอยอารักขาความปลอดภัยของจินเทียนหลุนด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๘ เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ
บทที่ ๘เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ“เฮ้ย! ผีหลอก”ที่ข้างโลงศพมีเพียงจินเทียนหลุนเท่านั้นที่ยังอยู่ที่เดิม แม้แต่เฉียวเหอก็ยังเผลอถอยหลังไปหลายก้าว แต่เมื่อเห็นเจ้านายยังยืนกำดาบไว้แน่นเขาจึงเดินเข้ามายืนอยู่ข้างกายร่างสูงทำใจแข็งจ้องร่างในโลงศพ“ท่านอ๋อง นาง…”“นางยังไม่ตาย”แม้แต่คนพูดประโยคนี้ยังสะท้านยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉียวเหอที่จับชีพจรจิ่วเหลียนฮวาแล้วพบว่านางสิ้นใจแล้ว“จะเป็นไปได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ก็ในเมื่อกระหม่อมจับชีพจรนางแล้วไม่เต้น”“โดยทั่วไปชีพจรและหัวใจจะหยุดเต้นพร้อมกัน แต่บางกรณีชีพจรอาจหายไปก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น…”“เป็นไปได้ว่านางยังไม่ตายตั้งแต่แรกหรือพ่ะย่ะค่ะ”จินเทียนหลุนพยักหน้ารับ ยื่นมือไปจับแก้มจิ่วเหลียนฮวาพบว่าร่างกายนางเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว เพื่อความมั่นใจจึงคิดยื่นมือไปตรวจชีพจรตรงคอให้นางทว่ามือเขากลับถูกนางคว้าเอาไว้หมับ!“ท่านอ๋องกำลังทำอะไรเพคะ”จินเทียนหลุนถอนหายใจอย่างเบาใจเมื่อนางเอ่ยกับเขามาเป็นคำพูด ในตอนนั้นเองที่เฉียวเหอรู้ว่าเจ้านายตนก็หายใจไม่ทั่วท้องให้กับสถานการณ์นี้“เจ้า…ขออภัย ก่อนหน้านี้เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าเสียชีวิตไปแล้วจึงได้พามาฝังที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๙ เสี่ยวจิ่วเหตุใดเจ้ายังอยู่
บทที่ ๙เสี่ยวจิ่วเหตุใดเจ้ายังอยู่ “เจ้าเห็นกับตาจริงหรือ จิ่วเหลียนฮวานะหรือถูกปลิดชีพด้วยมีดสั้น”“ตอนนั้นแม้ข้าจะอยู่ห่างจากสถานการณ์มาก แต่ข้าไม่มีวันดูผิดแน่ เสี่ยวจิ่วตายแล้ว”เหตุการณ์อุกฉกรรจ์เมื่อวานอยู่ในที่สาธารณะทั้งยังมีผู้คนจับตามองมาก แม้จินเทียนหลุนพยายามปิดข่าวแล้ว แต่ก็ยังเล่าลือกันมาถึงในตำหนักเทียนหลุนจือเล่อเพราะหนึ่งในนางกำนัลพบเห็นเหตุการณ์เข้า“ข้านอนอยู่ข้างห้องนาง เมื่อคืนขนลุกทั้งคืนเพราะแบบนี้สินะ นางไม่ได้กลับมาเรือนพักเมื่อคืน ข้าว่าเสี่ยวเหนี่ยวไม่โกหกแน่”เสี่ยวเหนี่ยวนางกำนัลต้นข่าวลือสบตาสหายนางกำนัลทั้งห้าที่ล้อมวงกันสนทนาเรื่องนี้“ข้าไม่เอาเรื่องแบบนี้มาโกหกอยู่แล้ว อีกอย่าง…”…!!!เสี่ยวเหนี่ยวตัวแข็งทื่อ คำพูดหยุดอยู่เพียงเท่านั้นเมื่อเห็นร่างบางคุ้นตายืนอยู่ด้านหลังกลุ่มนางกำนัล ใบหน้าซีดเซียวกำลังเอียงคอมองมาที่กลุ่มพวกนางด้วยความสงสัยนางกำนัลทั้งกลุ่มค่อย ๆ หันมามองตามสายตาของเสี่ยวเหนี่ยว สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นจิ่วเหลียนฮวาอยู่ในชุดเปื้อนเลือดยิ่งเป็นการตอกย้ำว่านางได้รับบาดเจ็บจริง ๆแต่เรื่องที่ว่าสิ้นชีพหรือไม่ทุกคนคิดไปแล้วว่านางสิ้น!“เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ ๑๐ เข้าข้างโดยไม่นึกสงสัย
บทที่ ๑๐เข้าข้างโดยไม่นึกสงสัยณ ห้องทรงอักษรแคว้นจินยามนี้ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ในวัย 28 ชันษากำลังอ่านฎีการายงานเรื่องยาเสพติดที่เริ่มแพร่ขจายในเมืองหลวงยามนี้สืบต้นตอฐานผลิตและร่วมมือกับแคว้นจูทำลายต้นตอการผลิตแล้วถึงได้กลับแคว้นจิน“ล้างบางฐานผลิต ทำลายสูตรยาลดการนำเข้าและเพาะปลูกวัตถุดิบที่ใช้ปรุงยาเสพติด ไม่เลว”จินจิ่นฟู่พับฎีกาเอาไว้เช่นเดิม สายตาที่มองน้องชายเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเขา เทียบกันกับไทเฮาแล้ว เขาเอาใจน้องชายมากกว่าพระมารดาเสียอีก“ทำงานใหญ่สำเร็จเช่นนี้อยากได้รางวัลใด ให้พี่ประทานตำแหน่งในราชสำนักให้ดีหรือไม่”จินเทียนหลุนวางจอกชาลงบนโต๊ะ มองจินจิ่นฟู่ที่ตอนนี้ประทับอยู่โต๊ะทรงงานกลางตำหนัก พื้นที่ยกสูงกว่าตำแหน่งที่คนเข้าเฝ้านั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ระยะห่างระหว่างเขากับพระเชษฐาจะใกล้ก็ไม่ใกล้ จะห่างก็ไม่ห่าง เพราะเช่นนี้จึงเห็นแววตาคาดหวังของพระเชษฐาชัดเจน“เสด็จพี่คิดจะรั้งข้าไว้ที่นี่หรือ”ฮ่องเต้หนุ่มไม่ปิดบังความรู้สึกนึกคิด เอ่ยตามตรง“ห้าปีมานี้เจ้าไม่เคยอยู่ติดตำหนักเกินสามวันเลย พี่ใหญ่คิดถึงเจ้า เสด็จแม่ก็เช่นกัน”“ก่อนเข้าจวนจือเล่อข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จแม
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status