Masukเป็นหนุ่มโสดจนอายุสามสิบปี อยู่ดี ๆ ก็ทะลุมิติมาเป็นพ่อเลี้ยงเด็กตั้งสามคน มิหนำซ้ำยังต้องดูแลภรรยาในนามที่ป่วยปางตายอีกหนึ่ง ไม่เป็นไรข้าจะเลี้ยงดูพวกเจ้าเอง ว่าแต่แค่รับจ้างรายวันอย่างเดียวจะพอหรือ เป็นเรื่องราวของชาญชัยหนุ่มจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติย้อนเวลาไปสวมร่างคนที่มีชื่อเดียวกัน และผู้ชายคนนั้นก็ได้แต่งงานกับแม่ม่ายมีลูกติดสามคนที่ชื่ออัจฉรา ซึ่งเธอเป็นคนจ่ายค่าสินสอดทั้งหมดเพื่อให้เขามาเป็นพ่อเลี้ยงเด็ก เนื่องจากตัวเธอเองป่วยหนักและคิดว่าตนเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ชาญชัยจะทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อชีวิตของเธอไว้ แต่เขาจะมีเงินมารักษาเธอหรือไม่นั้นโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
Lihat lebih banyak「彼と結婚してからもう二十年が経つのね……」
暁(あかつき)家の令嬢であり、今は神宮司夫人である瀬奈(せな)は広い部屋でポツリと呟いた。
彼女は今日もある人物を待ち続けている。来るはずがないとわかっていながらも、瀬奈は二十年間ずっと彼の来訪を心待ちにしているのだ。
「一体どこから私は間違えてしまったのかしら……」
ベッドサイドに腰かけた瀬奈は、彼と初めて出会ったときのことを思い浮かべた。
「初めまして、神宮司湊斗です」
「……」
神宮司湊斗(じんぐうじみなと)と名乗った彼に、強く心惹かれたのを瀬奈は今でも覚えている。一目惚れだったのかもしれない。
サラサラの黒い髪、高い鼻梁、切れ長の美しい瞳、幼いながらに整った顔立ち。瀬奈は一瞬にして彼に心を奪われてしまった。
暁グループの令嬢だった瀬奈と、神宮司財閥の御曹司だった湊斗。
二人は許嫁だった。そのことを父親から聞かされたとき、瀬奈はとても喜んだ。彼女にとって初恋の相手であり、愛する湊斗と結婚できるのだと。
しかし、彼のほうはそうではなかった。
湊斗は瀬奈との婚約中、多くの女性と浮名を流した。学校の同級生、年上の社会人、父親が経営する会社の社員にまで。彼は相手の身分関係なく手を出した。
瀬奈は自分には指一本触れないにもかかわらず、他の女性と関係を持ち続ける湊斗に不満がないわけではなかった。しかし、彼に嫌われるのを恐れていた瀬奈は何も言うことができなかった。
「結婚前に遊びたいだけだろう。神宮司家の正妻になれるのだから、それくらいは目を瞑りなさい」
父親は湊斗が遊んでいることを知っていたが、瀬奈に我慢しろと言った。
両親からも味方してもらえなかった瀬奈は、必死で自分に言い聞かせた。
彼女たちはただの遊びであり、自分は神宮家の夫人となる女だ。だから結婚すればきっと自分だけを見てくれる、とそう信じていた。
しかし、現実は残酷だった。
湊斗は結婚してもなお、瀬奈の元には訪れることなく、愛人の元で夜を過ごした。そのことを責めた瀬奈に、彼は言い放った。
「お前を愛することはできない、これからは俺の行動に口を出さないでくれ」
彼の目は初めて出会った頃とは別人のように冷たかった。
それから湊斗は瀬奈に指一本触れることなく、多くの愛人を囲い、彼女たちとの間に五人もの子供をもうけた。そのうちの誰かに会社を継がせるつもりのようだ。
「奥様ったら、今日も一人ぼっちでいるわ」
瀬奈は湊斗の帰ってこない邸宅に一人取り残された。彼は今日もきっと愛人たちの住む家へ帰っているのだろう。
しかし、湊斗を愛している彼女は毎日のように彼を待ち続けた。自分の元へ来るわけがないとわかっていながらも。
そんなことを続けているうちに、二十年という歳月が経過していた。瀬奈と湊斗はお互いに三十八歳となった。
彼女は既に子を望めるような年齢ではなくなり、湊斗のほうも新しく愛人となった若く美しい女に夢中になっていると聞いている。
瀬奈の中で、何かが音を立てて崩れ落ちて行くようだった。
二十年という年月はあまりにも長すぎた。彼女の心は既に限界を迎えていた。
翌朝、心配そうに彼女に声をかけたのは湊斗の秘書だった。
「奥様……」
普段別邸で暮らしている湊斗の私物を取りに来る彼は、たびたび瀬奈とも顔を合わせていた。神宮司家で彼女を気にかけてくれていた数少ない人だ。
「今日も湊斗は愛人のところにいるんでしょう?」
「そ、それは……」
彼の秘書・中田一馬(なかたかずま)が言いづらそうに視線を逸らした。
知ったところで今さら驚きもしない。湊斗が瀬奈の元を訪れることなど、この二十年間数えるほどしかなかったのだから。
それでも彼女は彼のことを信じて待っていたが。
「いいのよ、わかっているから」
「……」
彼はうつむいた。瀬奈が辛い思いをしていることを知っておきながら、何もしてあげられないことに罪の意識を抱いていた。
しかし、今日の瀬奈の表情はいつもと違うと、彼は思った。これまでは湊斗に対する希望を見せていたにもかかわらず、今はどこか諦念に似たものを彼は感じた。
「中田さん、私最後に行きたい場所があるの。よかったら付き添ってくれない?」
「は、はい!奥様!」
”最後”という言葉に疑問を感じながらも、中田は彼女について行った。
“ก็เป็นอยู่ทุกวันนี่คะ” เธอเป็นภรรยาเขาอย่างเต็มตัวตั้งแต่วันที่ยอมให้เขาเช็ดตัวให้แล้วเขาส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ใช่แบบนั้น”“แล้วแบบไหนคะ” อัจฉราใจเต้นแรง เขาคงไม่ได้หมายความว่าจะทำอย่างนั้น… กับเธอหรอกนะเขาอุ้มภรรยาขึ้นเดินเข้าห้องนอนส่วนตัวของทั้งสอง วางร่างภรรยาลงบนที่นอนนุ่ม ก้มลงจุมพิตหน้าผากภรรยาแผ่วเบา เลื่อนริมฝีปากเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากอวบอิ่มของคนใต้ร่าง บดเคล้าคลอเคลียดูดดึงริมฝีปากบางอย่างไม่ให้เธอตั้งตัว จากนั้นใช้เรียวลิ้นเลียตามไรฟันหลอกล่อให้เธอเผยอปาก แล้วปลายลิ้นร้อนก็ลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำอย่างถือวิสาสะ เกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กอย่างหิวกระหาย มือเล็กโอบกอดกายใหญ่สะเปะสะปะ รู้สึกมวนท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อนับหมื่นตัวบินวนอยู่ในนั้น ร่างกายตอบสนองต่อการสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง อัจฉราหอบหายใจเหนื่อย ลมหายใจถี่กระชั้น เมื่อนั้นคนตัวโตจึงยอมผละริมฝีปากออก พร้อมกับพูดเสียงแหบพร่าว่า “แบบนี้ไง” นิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมออกจากพวงแก้มให้เธออย่างทะนุถนอม พูดต่อว่า “พร้อมหรือยัง”อัจฉราพยักหน้าอย่างเขินอาย ตอบเขาอย่างเต็มใจ “พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ” ร่างกายเธอต้องการเขามากจริง ๆ ช
มิ่งพรเงยหน้าขึ้นมองถามเสียงห้วนว่า “เอ็งมาที่นี่ทำไม” เธอตกใจอยู่บ้างที่มีผู้ใหญ่บ้านกับตำรวจมาด้วย “มาจับโจร” ชาญชัยว่า “โจรอะไร” เต็มถาม ได้ยินคำว่าโจร ทินกรก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง “โจรเผาข้าวคนอื่นเพราะความอิจฉาไง” สายตาคมกล้ามองทินกรอย่างเอาเรื่อง “เอ็งหมายถึงใคร” มิ่งพร “ถามลูกชายอาดูสิ” มิ่งพรกับเต็มหันมองทินกรเป็นตาเดียว ทินกรพูดออกอย่างร้อนรนว่า “ผมไม่ได้ทำนะแม่” แล้วพูดกับยายอีก “ผมไม่ได้ทำจริง ๆ นะยาย” “แต่พวกเรามีหลักฐานนะกร” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยออก “ไม่จริง หลักฐานอะไร” ทินกรเริ่มตัวสั่นหน้าตาดูเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด สมดีเดินลงมาจากบ้านเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันเสียงดัง “จ่ายค่าเสียหายมาหนึ่งแสนบาท แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ” ชาญชัยกล่าว “เอ็งจะบ้าหรือไง เงินมากขนาดนั้นฉันจะไปหามาจากที่ไหน” มิ่งพรว่า ส่วนเต็มเริ่มจะหูดับตั้งแต่ได้ยินคำว่าหนึ่งแสนบาทแล้ว “พี่อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ไหนล่ะถ้าฉันทำจริงหลักฐานอยู่ไหน” ทินกรเอ่ยท้า คฑาวุธจ
ในส่วนเรื่องที่พนาลักพาตัวลูกสาวแท้ ๆ ของตนไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย ศาลตัดสินจำคุกเขาสองปี อัจฉรารู้ผลการตัดสินแล้วก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายมากนัก เพราะเธอไม่สนใจอีกแล้วว่าอดีตสามีจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร มีเพียงมาราศรีเท่านั้นที่ร้องให้แทบเป็นแทบตาย แต่ลูกชายกับลูกสาวกลับดีใจที่พ่อเลี้ยงต้องติดคุก ช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้อากาศกำลังดี ชาญชัยที่ย้ายมานอนข้างภรรยาเมื่อเดือนที่แล้ว เขาขยับร่างเข้าไปใกล้เธอแล้วรั้งเอวคอดเข้ามากอดอย่างถือวิสาสะ อัจฉราขนลุกซู่ไปทั่วร่างและแอบเกร็งเล็กน้อย เพราะอยู่กันมาเกือบปีเขาไม่เคยนอนกอดเธอเลยสักครั้ง “เป็นอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามอยู่ข้างหู ยิ่งทำให้เธอตัวแข็งเข้าไปอีก “เปล่าค่ะ” เห็นว่าเธอไม่ขัดขืนจึงยิ้มกรุ้มกริ่ม เอ่ยออกว่า “งั้นก็นอนเถอะ” “นอนแบบนี้เหรอคะ” “ไม่ได้เหรอ” “ดะ ได้ค่ะ” เธอไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนสาวแรกแย้ม แต่ก็อดใจสั่นไม่ได้ที่เขาเข้ามากอด มันให้ความรู้สึกเหมือนตนได้กลับไปตอนอายุสิบสี่อีกครั้ง คืนนั้นชาญชัยจึงนอนกอดภรรยาจน
อัจฉราเดินออกมาจากห้องหมอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกขอบคุณและรักสามีเป็นที่สุด “เธอนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อรอพยาบาลเรียกอีกครั้ง เอ่ยกับสามีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ขอบคุณพี่ชาญมากนะคะ” ว่าพลางน้ำตาเอ่อคลอเบ้า “เป็นอะไร อยู่ดี ๆ ก็ขอบคุณพี่” ชาญชัยจับมือเธอมากุมไว้อย่างอ่อนโยน “ขอบคุณที่พี่พาฉันมารักษายังไงละคะ หมอบอกว่าค่ามะเร็งของฉันปกติแล้วค่ะ ถ้าไม่มีพี่ฉันคงไม่มีวันนี้” น้ำตาเริ่มปริ่มขึ้นมา ก่อนมันจะไหลออกมาเธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันออกโดยเร็ว ชาญชัยยิ้มกว้าง อยากรั้งภรรยามากอด แต่เกรงสายตาคนอื่นที่นั่งอยู่รอบข้าง จึงทำเพียงพูดออกไปว่า “ดีแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กับลูกอย่างมีความสุข” “ค่ะ” อยู่ดี ๆ ก็นึกอยากจูบผู้ชายคนนี้ขึ้นมา หากเขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เขาจะคิดกับเธออย่างไรนะ ทั้งสองเดินทางกลับด้วยรถของเอิบตอนบ่ายสามโมง เอิบดีใจกับอัจฉราจนน้ำตาไหล “ดีใจด้วยนะเอื้อง” “ฉันกราบขอบพระคุณป้าเอิบมากนะคะ” พูดพร้อมกับกระพุ่มมือขึ้นไหว้ เอิบช่วยไปรับไปส่งเธอกับสามีตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา อัจฉรานับเอิบเป็นผู้มีพระคุณ






Ulasan-ulasan