ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม

ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม

last updateLast Updated : 2026-03-17
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 rating. 1 review
44Chapters
2.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เป็นหนุ่มโสดจนอายุสามสิบปี อยู่ดี ๆ ก็ทะลุมิติมาเป็นพ่อเลี้ยงเด็กตั้งสามคน มิหนำซ้ำยังต้องดูแลภรรยาในนามที่ป่วยปางตายอีกหนึ่ง ไม่เป็นไรข้าจะเลี้ยงดูพวกเจ้าเอง ว่าแต่แค่รับจ้างรายวันอย่างเดียวจะพอหรือ เป็นเรื่องราวของชาญชัยหนุ่มจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติย้อนเวลาไปสวมร่างคนที่มีชื่อเดียวกัน และผู้ชายคนนั้นก็ได้แต่งงานกับแม่ม่ายมีลูกติดสามคนที่ชื่ออัจฉรา ซึ่งเธอเป็นคนจ่ายค่าสินสอดทั้งหมดเพื่อให้เขามาเป็นพ่อเลี้ยงเด็ก เนื่องจากตัวเธอเองป่วยหนักและคิดว่าตนเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ชาญชัยจะทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อชีวิตของเธอไว้ แต่เขาจะมีเงินมารักษาเธอหรือไม่นั้นโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ฟ้าผ่า

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงรองเท้าคัชชูกระทบพื้นกระเบื้องหรูอย่างเร่งรีบ

อริสา หรือที่ใครๆเรียกว่าอลิซ เร่งฝีเท้าขึ้นลิฟต์มายังชั้น 29 ของคอนโดสุดหรูใจกลางกรุงเทพ

เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกรีดจนเรียบ กระโปรงทรงเอพลิ้วไหวตามแรงก้าวเดิน หญิงสาวหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม

แต่ทว่าสีหน้ากลับเศร้าหมอง ในหัวเต็มไปด้วยความเคลียด มือหนึ่งกุมกระเป๋าสะพาย อีกข้างถือซองเอกสารที่ยับตรงมุมเล็กน้อย

เธอหยุดหอบอยู่หน้าห้อง 2905

สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกมือเคาะประตูสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเปิดล็อกดังแกร๊ก ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ

เผยให้เห็นผู้หญิงรูปร่างสูงเพรียว ใบหน้าสวยเฉียบในชุดลำลองแบรนด์เนมหรู ใบหน้าสดแทบไม่มีที่ติแม้ไม่ได้แต่งหน้า

“อลิซ”เสียงแฝงแปลกใจปนระอาเล็กน้อย

“มีธุระอะไร”

อลิชหน้าเจื่อน มองหน้าพี่สาวแววตาเศร้า

“ขอเข้าไปคุยด้วยได้ไหม แป๊บเดียว”

ไอรินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเบี่ยงตัวเปิดทางให้เธอเข้า

ห้องกว้างตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สีครีมทองสลับน้ำตาลเข้ม ทุกอย่างดูเงียบสงบเกินจริง

อลิซเดินเข้าไปนั่งตรงโซฟากลางห้อง วางกระเป๋าลงอย่างเกร็งๆ

“ฉันมีเรื่องอยากให้พี่ช่วย “

น้ำเสียงเธออ่อนลง ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า

“เกี่ยวกับค่ารักษาแม่”

บรรยากาศในห้องเงียบสนิท

จนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ

ไอรินเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ครัว เปิดขวดน้ำแร่ดื่มก่อนตอบเรียบๆ

“เราคุยกันแล้วนี่ ว่าฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของแม่กับเธออีก”

ไอรินพูดอย่างเย็นชา

จนอลิซเม้มปากแน่น

“ฉันรู้ว่าพี่โกรธแม่มาก แต่ฉันไม่มีใครแล้วจริงๆ พี่ก็รู้ว่าแม่ล้มป่วย แล้วค่าใช้จ่ายมันเยอะเกินที่ฉันจะรับไหว”

อลิซพูดเสียงสั่น ครั้งนี้เธอจนหนทางแล้วจริงๆ

ถึงต้องบากหน้ามาขอร้อง คนที่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับเธอและแม่ตลอดชีวิต เพียงเพราะแม่ทิ้งเธอให้อยู่กับพ่อ และเลือกพาเธอผู้เป็นน้องเดินจากไป

“นั่นมันก็เรื่องของพวกเธอ ”

ไอรินพูดสวนขึ้นมา สายตาเย็นลง

อลิซเงียบลงทันที รู้ดีว่าพี่สาวโกรธแม่มาก แม้กระทั่งตอนสัมภาษณ์ตามงานต่างๆ ก็ไม่เคยพูดถึงแม่กับน้องเลย และแม่ก็ไม่เคยพูดถึงพ่อเหมือนกัน นับตั้งแต่วันนั้นที่ทุกอย่างพังลง พ่อแม่แยกทางกัน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม ของเด็กผู้หญิงสองคนที่ครอบครัวแตกแยก

“แต่พี่ก็เป็นลูกแม่เหมือนกันนะ ทำไมถึงไม่ช่วย หรือต้องรอให้แม่เป็นอะไรไปซะก่อน“

น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย บอบตาเริ่มแดงขึ้น

ไอรินหันกลับมา

สายตานั้นไม่ใช่แค่เย็นชา แต่มันคือความห่างไกล เหมือนคนที่ยืนอยู่คนละขั้วแล้วตอนนี้

“เพราะแม่เลือกเธอไงอลิซ ฉันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นมานานแล้ว”

อลิซนิ่งงัน เหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

“แต่ฉันกับแม่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ แม่พูดถึงพี่บ่อยๆ แม่ดูพี่แสดงละครแม่ดูพี่ทุกอย่าง แม่ชื่นชมพี่ทุกวัน ฮึก!!”

อลิซกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ

ไอรินถอนหายใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋าใบเล็กมาวางบนโต๊ะ

“ในนี้มีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ฉันให้ได้แค่ครั้งนี้ แต่หลังจากนี้ อย่ามาหาฉันด้วยเรื่องของแม่อีก ถ้าจะดีอย่ามาหาฉันอีก ฉันไม่อยากให้ใครรู้ ว่าฉันมีแม่กับน้อง”

อลิซไม่ยื่นมือไปรับทันที

เธอมองพี่สาวที่เคยเป็นทั้งไอดอลและคนที่เธออยากเดินตาม แต่ตอนนี้ไม่เหลือความอบอุ่นแบบพี่น้องอีกแล้ว

เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ พยักหน้าเบาๆ

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ถ้าฉันเรียนจบเมื่อไหร่ จะรีบเอามาคืน”

“ไม่ต้อง ถือว่าเป็นค่าจ้างตัดรำคาญ”

ไอริณพูดอย่างเลือดเย็น เบือนหน้าไปมองวิวเมืองนอกหน้าต่าง

“ค่ะ!!ฉันจะไม่มารบกวนพี่อีก ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”

อลิซกำกระเป๋าใบเล็กแน่น ตอนนี้ศักดิ์ศรีไม่สำคัญเท่าชีวิตแม่แล้ว เธอเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง

ครืด ครืด

“ค่ะป้าพร”

[อลิซ!!หมอบอกให้ไปจ่ายค่ารักษาพิมพาแล้วนะ

หนูอยู่ไหนอะลูก หาเงินได้ไหม พี่สาวเราให้ยืมรึเปล่า]

อลิซรีบปาดน้ำตาเงียบๆ แทบกลั้นสะอื้นไม่ไหว

จนต้องยื่นโทรศัพท์ออกไปไกลๆ กลัวป้าพรจะได้ยินเสียง

“ฮึก!ฮึก!”

[อลิซ!!ได้ยินป้าไหมลูก]

“ได้ยินค่ะป้าพร พี่ให้ยืมค่ะป้าหนูกำลังไป ป้าไม่ต้องบอกแม่นะ เรื่องหนูมายืมเงินพี่ ”

เธอรู้ดีว่าแม่ต้องโกรธแน่ แค่แม่ทิ้งพี่ให้อยู่กับพ่อ แล้วพาเธอผู้เป็นน้องจากมา ก็ทำให้แม่รู้สึกผิดกับพี่มาก

[ป้ารู้ หนูรีบกลับมาเคลียร์ค่ารักษาเถอะ]

“ค่ะ”

อลิซรีบรับปากก่อนตรงมาที่โรงพยาบาล

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เเรื่องนี้อ่านได้เรื่อยๆ แต่ก็ยังคงชอบอยู่ดี
2026-04-04 12:28:07
0
0
44 Chapters
ตอนที่ 1 ฟ้าผ่า
อากาศยามเช้าในช่วงต้นเดือนธันวาคมเริ่มหนาวจัดแล้ว เจ้าของร่างใหญ่ตื่นขึ้นมานึ่งข้าวแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวันที่เจ้าของร่างเดิมเคยทำมา แม้ในใจยังไม่อยากเชื่อว่าตนได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างนี้แล้วตั้งแต่เมื่อวานย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อวาน เจ้าของร่างนี้ได้ออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าเพื่อมาขายให้นายหนูจีน ซึ่งมีควายอยู่หลายสิบตัว ในช่วงเวลาเกือบบ่ายสาม จู่ ๆ ก็เกิดเสียงฟ้าแลบฟ้าร้องขึ้นมาอย่างไร้ที่มาที่ไปทั้งที่เป็นช่วงฤดูหนาว ไม่นานฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่มิหนำซ้ำยังเกิดฟ้าฝ่าเสียงดังกึกก้องใหลายพื้นที่ และจุดหนึ่งที่โดนฟ้าผ่าก็คือจุดที่เจ้าของร่างนี้กำลังนั่งหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และสิ้นใจคาที่ในเวลาต่อมา ส่วนเขาที่ชื่อชาญชัยเหมือนเจ้าของร่างเดิมผู้มาจากยุคปัจจุบันก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบันเขาจำได้เพียงว่ากำลังใช้ไม้วินล้อรถแทรกเตอร์ที่ติดหล่มอยู่ในนากับน้องเขย พอผูกไม้ติดกับล้อรถเสร็จแล้ว เขาซึ่งเดินออกมายังไม่ไกลจากตัวรถมากนัก น้องเขยก็สตาร์ทเครื่องยนต์และเคลื่อนรถแทรกเตอร์ออกจากจุดนั้นโดยเร็ว ไม่มีใครคาดคิดว่าลวดสลิงที่ใช้มัดท่อนไม้ติดกับล้อรถจะขาดผึงเพียงเสี้ยววินาที
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
ตอนที่ 2 ทำไมแม่ไม่ไปหาหมอ
กลับเข้ามาในบ้านจึงล้างหอยให้สะอาด จากนั้นนำไปสับก้นหอยออก เพื่อง่ายต่อการกิน สับก้นหอยล้างให้สะอาดอีกครั้ง แล้วค่อยเตรียมผักไว้ให้ครบครัน คั้นน้ำย่านางเสร็จ โขลกพริกและข้าวเบือซึ่งก็คือข้าวสารแช่ให้นิ่มแล้วเอามาตำให้ละเอียด สิ่งนี้จะทำให้น้ำแกงมีความเข้มข้นมากขึ้นกรองเอาน้ำย่านางใส่หม้อ ใส่เครื่องปรุงรสให้ครบรวมถึงข้าวเบือ จากนั้นนำไปตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือดให้คนน้ำแกงไปด้วย เพราะจะทำให้ข้าวเบือไม่ติดก้นหม้อ เมื่อน้ำแกงเดือดจึงเทหอยที่สับก้นเรียบร้อยแล้วลงไป เมื่อหอยสุกจึงเติมผักที่เตรียมไว้ลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ปรุงรสเพิ่มตามใจชอบก็ยกหม้อลงได้เลยเมื่อเขาทำอาหารเสร็จ ลูกกับภรรยาก็ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้ว “อาทำอะไรกินเหรอครับ ทำไมกลิ่นหอมจัง” สายน้ำ ลูกชายคนรองวัยหกขวบเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ แถมยังเดินเข้ามาในครัวชะเง้อหน้ามองหม้อที่ตั้งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ใช้สำหรับวางสิ่งของอยู่ในห้องครัว“ทำแกงอ่อมหอย”“ผมอยากกินแกงอ่อมหอยครับ”“ไปรอข้างนอก เดี๋ยวอายกออกไปแล้ว”“ครับ”“อ้อเดี๋ยว หิ้วกระติบข้าวออกไปให้อาด้วย”“ครับ” ว่าแล้วเด็กชายก็หิ้วกระติบข้าวเหนียวออกไปยังโถงบ้านด้านนอกแส
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
ตอนที่ 3 จ้างวานเกี่ยวข้าว
ทุกคนหันไปมองตามเสียง ชาญชัยจึงตอบออกไปว่า “อยู่ครับ” ชาญชัยเดินไปเปิดประตูให้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา เขาคือคนที่จ้างชาญชัยไปเกี่ยวหญ้ามาให้ควายเมื่อวานนี้ “น้าหนูกินข้าวด้วยกันครับ” เขาเอ่ยชวน “กินเลย ๆ ฉันยังไม่หิว” หนูจีนว่า “ฉันเอาเงินค่าจ้างมาให้” เมื่อวานหลังจากที่เขากลับมาจากเลี้ยงควาย ก็เห็นมัดหญ้าวางอยู่บนแคร่แล้ว “เมื่อวานผมตัวเปียกและก็หนาวมากด้วย ก็เลยไม่ได้รอน้าหนูน่ะครับ” เมื่อวานเขาหนาวสั่นจนฟันบนล่างกระทบกัน ตัวเขียวไปหมดเขาจึงไม่มีกะจิตกะใจจะรอเอาค่าจ้าง อีกทั้งยังงงกับชีวิตจึงไม่ได้อยู่รอหนูจีน “ขอบใจมากนะ” หนูจีนยื่นเงินจำนวนเจ็ดสิบบาทให้ชาญชัย พร้อมกล่าวออก “อ้อ เมื่อวานฉันได้ยินว่าฟ้าผ่าใกล้ ๆ กับที่เอ็งเกี่ยวหญ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ” ชาวบ้านที่เลี้ยงควายอยู่แถวนั้นเล่าให้ฟังเขาก็ตกใจ แต่พอเห็นมัดหญ้าและชาวบ้านบอกว่าเห็นชาญชัยเดินกลับบ้านไปแล้วเขาจึงโล่งอก เพราะใจหนึ่งคิดว่าเขาโดนฟ้าผ่าตายไปเสียแล้ว “เมื่อวานผมอยู่ห่างพอสมควรครับก็เลยไม่เป็นอะไร” ชาญชัยเลือกที่จะปิดบังเรื่องเหลือเชื่อนี้ไว้กับตน เพรา
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
ตอนที่ 4 อดีตคนรัก
ดวงตาของมนธิราสว่างวาบขึ้น ก่อนหน้านี้เธอมัวแต่เสียใจ จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป “นั่นสิ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ” มนธิราพึมพำออกมาเสียงเบา เหลือบมองอดีตคนรักคราหนึ่งแล้วจึงเอ่ยชวนเพื่อน “ขึ้นรถกันเถอะ” วันนี้เธอรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ที่จะได้มองหน้าอดีตแฟนหนุ่มทั้งวัน ชาญชัยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอดีตคนรักจับตามองตลอดเวลา รถเกษตรจอดตรงเถียงนา คนงานทยอยลงจากรถแล้วแขวนห่อข้าวไว้กับต้นไม้ บางคนวางไว้บนเถียงนา มือถือเคียวแล้วเดินลงหน้างานเพื่อเกี่ยวข้าวทันที คนงานยี่สิบกว่าคนลงเกี่ยวข้าวครั้งละสี่แปลงพร้อม ๆ กัน มนธิราเก็บห่อข้าวเสร็จก็รีบเดินตามชาญชัยไปเช่นกัน วันนี้เธอต้องได้เกี่ยวข้าวข้างเขา เพราะตั้งแต่เขาแต่งงานไปเธอยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเขาเลย เหตุผลก็เพราะเขาไปรับจ้างทุกวัน ส่วนเธอก็ไปเกี่ยวข้าวที่นาตนเอง เสร็จแล้วก็ไปเกี่ยวข้าวช่วยญาติ ๆ จึงไม่มีเวลาเจอกัน วันนี้ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินชาญชัยเกี่ยวข้าวด้วยความชำนาญเพราะก่อนมาอยู่ที่นี่เขาก็เป็นลูกชาวนาเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นครอบครัวของเขาฐานะดีกว่านี้มาก เพราะที่บ้านมีที่ทำกินกว่าห้าร้อยไร่ ทั้งปลูกข้าว
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
ตอนที่ 5 ฉันยังรอพี่อยู่นะ
กินข้าวเสร็จก็เกือบบ่ายโมงแล้ว ทุกคนอยากให้งานเสร็จเร็วจึงรีบลงไปทำงานทันที เพราะยิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จเร็วก็ยิ่งได้กลับบ้านเร็ว อีกทั้งพวกผู้ชายก็จะได้ไปเชือดหมูด้วย มนธิราเดินเข้ามาเกี่ยวข้าวข้าง ๆ ชาญชัยแบบเนียน ๆ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อเช้าฉันขอโทษที่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่” ชาญชัยเกี่ยวข้าวไปด้วยฟังไปด้วยอย่างเงียบ ๆ อุตส่าห์เดินหนีแล้วยังจะตามมาอีก ที่จริงเมื่อเธอรู้ว่าอดีตคนรักแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่สมควรมาคุยด้วยแล้วนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เห็นเขาเงียบไปมนธิราจึงกล่าวต่อ “ถ้าพี่ลำบากใจที่จะคุยกับฉัน ฉันขอพูดความในใจกับพี่ไม่กี่คำแล้วฉันก็จะไป” เขาก็ยังเงียบอีก “ฉันยังรอพี่อยู่นะ เมื่อไรที่พี่เอื้องไม่อยู่แล้ว เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมนะ ฉันจะรอแต่งงานกับพี่คนเดียว” ชาญชัยขยับปากคล้ายจะพูดบางอย่างแต่มนธิราก็ไม่อยู่รอฟังแล้ว เขาส่ายหน้าเล็กน้อย นี่หล่อนยังหวังที่จะแต่งงานกับเขาอีกหรือ มิหนำซ้ำยังแอบแช่งภรรยาของเขาอีก ความจริงวันนี้ชาญชัยได้ยินคนอื่นนินทาเขาเรื่องที่แต่งงานกับอัจฉราอยู่เหมือนกัน บ้างก็ว่าเขาเห็นแก
last updateLast Updated : 2026-02-28
Read more
ตอนที่ 6 มีมิติเหมือนกันหรือนี่
ชาญชัยหยิบกระด้งสองอันมาวางใกล้ภรรยาพร้อมกับกระเป๋าย่าม อัจฉรากับลูกช่วยกันคัดหอยอยู่ใกล้ ๆ กับสามี วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขาได้มีเวลาทำอะไรร่วมกันเช่นนี้ และเขาก็พูดกับเธอมากขึ้นด้วย ถ้าเธอไม่ได้ตาฝาดตอนที่เขาคุยกับเธอเหมือนดวงตาคมคายคู่นั้นจะมีแววสงสารเจืออยู่ในนั้นด้วยซึ่งเธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อคิดว่าเขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอคิด จากนั้นจึงตั้งใจคัดหอยต่อ หอยจำศีลพวกนี้ถ้าไม่เป็นแผลสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน ถ้ามีมากก็ช่วยประหยัดค่าอาหารได้อีกหลายมื้อเลยทีเดียว “เด็ก ๆ อยากกินลาบหมูเหรอ” ชาญชัยถามเด็กทั้งสาม “ครับ/ค่ะ” เป็นเสียงของสายน้ำและสตางค์ที่ตอบออกมา แต่แสนดียังคงนั่งเงียบ แต่ชาญชัยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะดูออกว่าแสนดีคงไม่ชอบเขาเท่าไร เด็กน้อยก็เป็นเช่นนี้ มีชายอื่นเข้ามาแทนที่พ่อแท้ ๆ ใครจะไปยอมรับง่าย ๆ อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ตัวเขาเองถ้าพ่อหรือแม่แต่งงานใหม่ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะทำใจยอมรับได้หรือไม่ เขาเอี้ยวหน้าไปถามภรรยา “วันนี้กินข้าวได้บ้างไหม” “ตอนเช้าได้สองคำ ตอนกลางวันได้สามคำค่ะ”
last updateLast Updated : 2026-02-28
Read more
ตอนที่ 7 เสียเวลาเปล่า
ภายในห้องนอนลูกทั้งสามนอนหลับไปแล้ว ส่วนภรรยาลืมตาขึ้นมาตอนที่เขาเดินเข้ามาในมุ้งพอดี “ยังไม่หลับอีกเหรอ” เขาถามภรรยา พร้อมกับนั่งลงตรงปลายเท้าของเธอ “กำลังจะหลับแล้ว” อัจฉราตอบเสียงเบา ความจริงเธอนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องลูก หลังจากที่เธอไม่อยู่บนโลกนี้แล้วลูกของเธอจะอยู่อย่างไร สมองเธอคิดไปสารพัดจนทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ทุกคืนก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่สามีไม่เคยใส่ใจก็เท่านั้น ต่างจากวันนี้ที่เขาเดินเข้ามาถาม “พี่ขอคุยด้วยแป๊บนึงได้ไหม” “ว่ามาสิคะ” ร่างผอมบางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น เอนกายพิงผนังห้องเบา ๆ แววตาดูอ่อนล้าเต็มที “พี่อยากพาเธอไปหาหมอ” หลายอึดใจกว่าอัจฉราจะเอ่ยออกมา “พี่มีเงินเหรอคะ” “เราเอาที่ห้าไร่ตรงนั้นไปจำนองกับธนาคารดีไหม” หลังจากนั้นเขาจะทยอยขายข้าวในมิติแล้วนำเงินไปใช้หนี้ ถึงจะเสียดอกเบี้ยแต่วิธีนี้ก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว เธอส่ายหน้าน้อย ๆ “อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เอาที่ไปจำนองก็เป็นหนี้ อีกอย่างพี่ทำงานคนเดียว ต้องหาเงินเลี้ยงฉันกับลูก ทั้งยังต้องหาเงินใช้หนี้แล้วพี่จะทำไหวได้ยังไง” คน
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
ตอนที่ 8 รับจ้างเกี่ยวข้าว
“กินข้าวไม่ค่อยได้เลยครับ” เฟื่องเอ่ยออกอย่างทอดถอนใจ “คนเรากินข้าวไม่ได้ก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น” แต่รู้เหตุผลที่อัจฉราไม่ไปหาหมอแล้วจึงเก็บคำพูดที่กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเอาไว้ ชาญชัยยิ้มเจื่อนพูด ‘ครับ’ คำเดียวแล้วขอตัวไปทำงานอย่างอื่นต่อกินอาหารเช้าเสร็จเตรียมห่อข้าวใส่กระเป๋าย่าม จากนั้นพาลูกชายทั้งสองไปซื้อหมวกปีกสานที่ร้านค้าในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปขึ้นรถเกษตรที่บ้านของจินดาซึ่งเป็นเจ้าของนาที่เขากับลูกจะไปเกี่ยวข้าววันนี้ เมื่อทุกคนมาครบแล้วคนงานจึงพากันปีนขึ้นรถอีแต๋น ชาญชัยอุ้มลูกทั้งสองขึ้นรถแล้วทั้งสามก็ไปยืนอยู่แถวหน้าด้วยกัน โดยคนตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังของเด็ก ๆ วันนี้คนงานมีประมาณสิบกว่าคน บางคนก็พาลูกไปด้วยเหมือนกับเขา และวันนี้เขายังได้เจอกับครอบครัวของมิ่งพรด้วยซึ่งก็คืออาผู้หญิงของเขา คนนี้แหละคือคนที่อยากได้ค่าสินสอดของเขาจนตัวสั่น แถมยังคิดกำจัดเขาให้พ้นบ้านหลังนั้น และเธอก็ทำสำเร็จและคงสบายใจไม่น้อยเมื่อไม่มีเขาอยู่ด้วย พวกเขามากันสี่คน มีมิ่งพร สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ของเธอ ทั้งสี่คนเหลือบมองเขากับลูกด้วยสาย
last updateLast Updated : 2026-03-01
Read more
ตอนที่ 9 อยากหาเงินไปรักษาแม่
เกี่ยวข้าวได้ราวหนึ่งชั่วโมง สายน้ำรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เขาจึงเดินเข้าไปพักใต้ร่มไม้ แต่แสนดียังคงตั้งหน้าตั้งตาเกี่ยวข้าวต่อ ผ่านไปราวยี่สิบนาทีชาญชัยจึงพูดกับเขา “แสนดีเข้าไปนั่งพักกับน้องเถอะ หายเหนื่อยแล้วค่อยมาทำต่อ” ตัวเขาเล็กแค่นี้จะมาทำงานแข่งกับผู้ใหญ่ได้อย่างไร “ผมยังไม่เหนื่อยครับ” ตอนนี้ในใจเขาคิดเพียงว่าต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ชาญชัยมองลูกเลี้ยงด้วยแววตาค้นคว้า เขารู้สึกคล้ายกับว่าแสนดีมีเรื่องคิดอยู่ในใจ เมื่อแสนดีไม่ยอมเข้าไปพักสักที ชาญชัยจำเป็นต้องพาเขาไปเอง “ไปพักกันเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป” ลำพังตัวเขาให้ทำงานทั้งวันโดยไม่ต้องพักก็ได้ แต่เด็กเพียงแปดขวบจะให้ทำอย่างนั้นได้อย่างไร “อาไปพักเถอะครับ ผมไม่เหนื่อยจริง ๆ” ชาญชัยเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กยืนจ้องหน้าน้อย ๆ ที่ปราศจากผ้าคลุมหน้า ทำให้เห็นว่ารอบดวงหน้าแดงเถือก เหงื่อโทรมกายราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ถามออกไปด้วยความใคร่รู้ “ทำไปเพื่ออะไร ถ้าเราเจ็บป่วยขึ้นมาอาจะทำยังไง แม่ของเราจะไม่ตำหนิอาหรือที่ปล่อย
last updateLast Updated : 2026-03-02
Read more
ตอนที่ 10 ที่ซ่อนเงิน
ชาญชัยก็คิดว่าคงต้องเป็นเช่นนั้น เพราะดูแล้วเด็กน้อยสองคนนี้น่าจะมีความตั้งใจหาเงินมารักษาแม่เป็นอย่างมาก แต่คำพูดของภรรยาที่ว่า ‘พอพวกเขาเหนื่อยแล้วก็คงพักเองแหละ’ คงใช้กับเด็กสองคนนี้ไม่ได้ เพราะช่วงบ่ายวันนี้ พวกเขาเกี่ยวข้าวแบบไม่พักเลย ถ้าเขาไม่พาเดินเข้าไปพักในร่ม แสนดีกับสายน้ำก็จะเกี่ยวข้าวอยู่อย่างนั้น กระทั่งคำว่าร้อนหรือเหนื่อยเขายังไม่ได้ยินจากปากทั้งคู่แม้แต่ครึ่งคำ สามคนพ่อลูกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันได้สี่วันแล้ว ยิ่งเกี่ยวข้าวหลายวันฝีมือการเกี่ยวข้าวของแสนดีกับสายน้ำก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น สามวันแรกพวกเขายังเกี่ยวข้าวได้วันละสามร้อยกว่าบาท พอเข้าวันที่สี่สามคนพ่อลูกก็มีรายได้ถึงสี่ร้อยยี่สิบบาทแล้ว ชาวบ้านที่ไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันถึงกับรู้สึกอิจฉา เพราะในหมู่บ้านนี้มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เด็กอายุเท่านี้จะเกี่ยวข้าวได้ อีกทั้งยังมีความอดทนเป็นเลิศ และถึงแม้พวกเขาจะพาลูกมาฝึกเกี่ยวข้าวตอนนี้ก็คงสู้แสนดีกับสายน้ำไม่ได้ มิ่งพรเก็บความริษยาเอาไว้ในใจ ใครจะคิดว่าไอ้เด็กสองคนนั้นจะทำงานได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่ง พอกลับมาถึงบ้านของตนเธอก็พูดสิ่ง
last updateLast Updated : 2026-03-02
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status