ออกจากวงการบับเทิงเพื่อมาเป็นแม่หมอ

ออกจากวงการบับเทิงเพื่อมาเป็นแม่หมอ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-27
โดย:  เฉินม่านอิ๋งจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
143บท
3.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ดาราฉายาดาวพิฆาต ตกอับรับช่วงต่ออารามบนเขา ทั้งรก ทั้งโทรมจึงหาทางบูรณะด้วยการดูดวงและปราบผี!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ออกจากวงการบันเทิง

[วันที่ 19 มิถุนายน ปี 20XX, เป็นวันที่ 53 ที่หย่งฟางลาออกจากวงการ, อากาศแจ่มใส, วงการบันเทิงเงียบสงบ]

[หรือฉันคิดไปเอง? หลังจากหย่งฟางจากไป วงการบันเทิงไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นอีกเลย]

[มั่นใจได้เลยว่า ไม่ได้คิดไปเองแน่]

กิตติศัพท์เมื่อตอนที่หย่งฟางยังอยู่ในวงการ เธอเสมือนระเบิดปรมณูไปที่ไหนวาดวอดที่นั่น การประกวดเลือกตัวนักแสดง ก็ไปเรื่องกับแฟนคลับจนบ้านแตก ไปที่กองถ่ายพระเอกมีปัญหาเสพสารเสพติดจนโดนจับ ไปเข้ารายการวาไรตี้ แขกรับเชิญประจำก็จะโดนข้อหาหลบเลี่ยงภาษีจนโดนแบน แม้ว่าจะไม่ชอบหย่งฟางแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอได้สร้างผลงานที่โดดเด่นในการปั่นป่วนความสงบในวงการบันเทิง

เธอเปรียบเสมือนระเบิด ไปที่ไหนก็เกิดเรื่องที่นั่น! 

แฟนคลับบางคนเรียกเธอว่า “ยมทูตประจำวงการบันเทิง” และแฟนๆ บางส่วนถึงกับคร่ำครวญขออย่าให้เธอมาเฉียดบ้านหรือเข้าใกล้ครอบครัว เพราะกลัวจะถูกความโชคร้ายของหย่งฟางติดตัว

แต่ในตอนนี้ทุกคนรู้สึกเหงาหงอยนิดหน่อย เพราะแม้แต่คำว่า “ตัวระเบิดของวงการ” ในเว่ยป๋อก็ไม่ปรากฏขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่หย่งฟางออกจากวงการบันเทิง

[ขาดหย่งฟางไป ความสนุกก็หายไปด้วย]

[ฉันเริ่มคิดถึงเธอแล้ว]

ที่ภูเขาหลงหย่า ในเขตชางเมืองถันจิง หย่งฟางกำลังซ่อมแซมปลายหลังคาที่พุพัง ก่อนจะลงมาจากบันไดแล้วปัดฝุ่นที่มือออก หลังจากกลับไปที่ห้องบูชาเทพเจ้า เธอจุดธูปสามดอกและกราบไหว้อย่างเป็นประณีต แต่คำพูดที่ออกจากปากของเธอกลับดูขี้เล่นและผ่อนคลาย

“หวังว่าท่านเทพจะช่วยฉันในคืนนี้ ฉันทำอาหารไหม้อีกแล้ว อ๋อ และก็ช่วยใส่เกลือพอดีๆ ด้วยนะคะ”

ตั้งแต่กลับมารับช่วงต่อวัดเก่าจากอาจารย์ ช่วงนี้เธอก็ได้กินอาหารที่ไหม้และเค็มมากจนเลี่ยนไปหมดแล้ว ควันธูปที่ควรจะลอยขึ้นตรงๆ กลับเปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงเข้าจมูกของเธอแทน หย่งฟางรู้สึกคล้ายกับว่าท่านเทพกำลังลงโทษ ทำให้เธอจามอย่างแรง

“ก็ได้ๆ ฉันขอเปลี่ยนคำอธิษฐานแล้วกัน ขอให้วัดนี้เจริญรุ่งเรือง มีผู้คนมากมายมาไหว้ขอพร แต่ก็นะ ท่านอาจารย์ที่จากไป ควรจะทิ้งผลไม้หรือเงินทองไว้ให้ฉันบ้างนะ การซ่อมวัดต้องใช้เงิน ฉันออกให้ก่อนแล้ว แต่ถนนขึ้นเขาทั้งขรุขระทั้งเต็มไปด้วยหลุม ก็ต้องซ่อมเหมือนกันนะ ท่านเทพเจ้าตอนนี้ฉันไม่มีเงินแล้ว”

จริงๆ การซ่อมถนนบนภูเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้ว่าหย่งฟางจะทำงานในวงการบันเทิงมาสองปี และไม่ได้พึ่งพาความสามารถพิเศษทางด้านลึกลับของเธอเลย แต่เงินที่หามาได้ก็ยังไม่พอสำหรับซ่อมแซม ดังนั้นจึงต้องเริ่มซ่อมแซมวัดก่อน

ส่วนถนนบนภูเขานั้น ยังหาทางแก้ไขไม่ได้...

ควันธูปเริ่มกลับมาเป็นปกติ มีเสียงแตกเปรี๊ยะเบาๆ จากประกายไฟ หย่งฟางมองดูธูปแล้วรู้สึกเบาใจขึ้นมาก เทพเจ้าคงตอบรับแล้ว ยังไม่ทันที่เธอจะสงสัยว่าท่านเทพจะให้เงินทองมาได้อย่างไร ก็มีคนมาหาเสียแล้ว ผู้มาเยือนมีสามคน นำโดยหญิงวัยกลางคนที่ดูร่ำรวย มีแม่บ้านและคนดูแลตามมาด้วย

หย่งฟางกำลังวัดปริมาณเกลือและซีอิ๊วสำหรับทำอาหาร จึงพูดกับแขกอยากไม่ใส่ใจนัก “ไหว้พระสิบเก้าหยวน เสี่ยงเซียมซีสิบแปดหยวน ฟรีใบคำนาย สามารถชำระเงินผ่าน WeChat ได้เลยนะคะ”

หญิงวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็รีบตอบทันที “เรามาหาเธอ”

“ฮะ?” เธอหันกลับมามองคนทั้งสามอีกครั้งด้วยความสนใจ

“เธอคือหย่งฟางใช่ไหม ครอบครัวของเธอได้ตกลงแต่งงานไว้กับบ้านของเรา ตอนนี้พ่อของเธอเป็นหนี้บุญคุณเรา ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำตามสัญญาแล้ว”

หย่งฟางถูกอาจารย์เก็บมาเลี้ยงดูในวัด เติบโตขึ้นมาด้วยการดูแลอย่างดีจนเธอเรียนจบมหาวิทยาลัย ก่อนจะจบการศึกษาปีสุดท้าย มีคู่สามีภรรยาจากในเมืองมาพบตัว บอกว่าเธอเป็นลูกสาวที่พวกเขาพลัดพรากกันตอนสี่ขวบ ทั้งคู่ร้องไห้ขอร้องให้เธอกลับบ้าน

หย่งฟางไม่เต็มใจ แต่ก็ถูกอาจารย์บังคับให้กลับ เมื่อกลับไปถึงบ้านเธอถึงได้รู้ว่าหลังจากกันไป คู่สามีภรรยาได้รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงอีกคนที่อายุไล่เลี่ยกับเธอ และเด็กผู้หญิงคนนั้นมักจะคอยแอบแทงเธอเสมอ เช่นในงานพบปะกับผู้ใหญ่และญาติพี่น้อง เด็กคนนั้นมักสร้างสถานการณ์ให้เธอดูแย่ในสายตาผู้ใหญ่

"น่าอิจฉาจังเลยที่พี่สาวได้เรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปะถังกิง ไม่เหมือนกับฉัน...ที่ทำได้แค่อ่านหนังสือไปวันๆ" 

เมื่อหล่อนพูดแบบนั้นทุกคนจึงพากันปลอบใจ

"แต่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยต้าถงนะ เธอน่ะเก่งกว่าหย่งฟางตั้งเยอะ อย่าเสียใจไปเลย"

“แม่คะ พี่สาวใส่กระโปรงตัวนี้น่าจะสวยมาก ฉันจะยกให้พี่สาวนะคะ”

ซ่งจ้าวลูบหัวลูกสาวบุญธรรม “หนูอิงอิงจ๋า เคยเห็นพี่สาวของหนูใส่กระโปรงสักครั้งหรือเปล่า? พี่เขาไม่ชอบใส่หรอกนะ”

“พี่เอี้ยน พี่สาวไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ พี่เธอแค่ไม่รู้ว่าจะดื่มยังไง” 

ซ่งอิงกล่าวพร้อมกับมองดูพี่ชายเพื่อนสนิทของหย่งฟาง ที่กำลังเชิญชวนให้เธอดื่ม แต่กลับถูกหย่งฟางสาดเหล้าใส่หน้า จึงกล่าวอย่างระมัดระวัง

พี่ชายเพื่อนสนิทคนนั้นเช็ดหน้าแล้วพูด “ช่างเถอะ เพราะเห็นแก่หนูอิงอิง ฉันจะไม่ถือสาคนที่ไม่เคยพบเห็นโลกกว้างแบบนั้นหรอก”

เมื่อเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ หย่งฟางก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา

นี่มันไม่ใช่แค่บทละคร “ลูกสาวจริงๆ กับลูกสาวปลอม” ที่พบได้ตามเว็บไซต์นิยายทั้งหลายหรอกเหรอ? เธอเองก็อ่านจนท่องจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว

แต่หย่งฟางรักอิสระ ไม่อยากผูกมัดตัวเอง เธอมีพรสวรรค์ทางศาสตร์ลึกลับมาตั้งแต่เด็ก และได้เรียนรู้วิชานี้มาจากผู้เฒ่าอย่างเต็มเปี่ยม ไหนเลยจะไปหลงใหลในชีวิตหรูหราปลอมๆ แบบนี้ได้

การแข่งขันกันอย่างไร้เหตุผล? ดึงผมกันไปมา? ไม่ใช่เรื่องที่เธอสนใจเลย

ดังนั้นหย่งฟางจึงหนีออกจากบ้าน ระหว่างทางเธอได้พบกับแมวมองที่กำลังหาเด็กใหม่ๆ เข้าวงการ ด้วยหน้าตาที่ดูงงงวยแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เธอจึงถูกแมวมองดึงตัวไว้แล้วเธอสามารถเป็นคนมีชื่อเสียงได้ แค่ฝึกเพียงสองเดือน รับรองได้เลยว่าจะกลายเป็นดาราดังและมีรายได้

ตอนนั้นหย่งฟางยังเด็ก และกำลังจะจบการศึกษาในมหาวิทยาลัยพอดี กำลังมีความกังวลใจ ยิ่งเมื่อผู้เฒ่าบีบบังคับให้เธอกลับไปหาแม่พ่อแท้ๆ ของเธอ ก็ยิ่งไม่อยากกลับไปวัดอีกแล้ว

เมื่อได้ยินว่าจะหาเงินได้เร็วขนาดนี้ เธอจึงรับปากตอบเข้ารับวงการบันเทิง มีที่อยู่ ที่กิน แถมได้เงินอีก ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว หลังจากนั้นหย่งฟางก็เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นเวลา 2 ปี และได้รับเกียรติบัตร “พลเมืองจิตอาสา” จากสถานีตำรวจถึง 28 ใบ หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เฒ่าก็เสียชีวิต เธอจึงลาออกจากวงการและกลับมารับสืบทอดวัดนี้ต่อ ไม่ได้ยินข่าวคราวจากพ่อแท้ๆ มานานแล้ว เมื่อได้ยินอีกครั้ง ก็เป็นข่าวที่ว่าตระกูลซ่ง ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันมานานได้ขายเธอกินเสียแล้ว

เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงผู้สูงศักดิ์วัยกลางคน และผู้ติดตามอีกสามคนที่มาอย่างไม่ฝัน เธอก็ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เล็กๆ โดยไม่ลุกขึ้นยืน 

“ซ่งชางชิงเป็นคนติดหนี้บุญคุณ ก็ให้เขาแต่งงานกับพวกคุณสิ เห็นไหมว่าฉันกับเขาไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกันเลย”

“ยังไงซะ เธอก็เป็นลูกสาวแท้ๆ อยู่ดี พ่อเธอทำให้บริษัทขาดทุนไป 2 พันล้านหยวน และตระกูลชูของเราก็ช่วยเขาผ่านพ้นวิกฤตไป เงื่อนไขก็คือเธอต้องทำตามสัญญาหมั้นที่ทำไว้ตั้งแต่ตอนเด็กๆ”

หลังจากพูดจบ ผู้ดูแลที่อยู่ข้างหลังของหญิงผู้สูงศักดิ์ ได้ส่งกล่องไม้ที่สลักลวดลายสวยงามให้เธอ หญิงผู้นั้นเปิดกล่องออกข้างในเป็นสัญญาหมั้น เมื่อเปิดออกดูเนื้อความเขียนไว้ว่าตระกูลชูและตระกูลซ่งได้ทำสัญญาหมั้นกันจริง

ตรงจุดที่ประทับตรามีรอยเท้าแดงๆ ของเด็กสองคน หนึ่งเป็นของเด็กชายตระกูลชู และอีกหนึ่งเป็นของหย่งฟาง ดูจากขนาดของรอยเท้าแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เธอยังไม่ครบขวบปี หย่งฟางจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองทำอะไรไปเมื่อวาน นับประสาอะไรกับเรื่องเมื่อยังเป็นทารก

เธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วควันธูปที่ลอยอยู่ในวัด ก็แยกออกมาเป็นสายบางๆ พัดมาโดนหลังใบหูของเธออย่างแรง หย่งฟางเกือบร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอยกมือขึ้นกุมหูและอยากจะด่าออกมา

ทำไมเทพเจ้าถึงชอบดึงหูคนแบบนี้นัก? ไม่มีมือก็ใช้ควันธูปตีเธอสินะ!

ด้วยความเฉลียวฉลาดของหย่งฟาง เธอเข้าใจได้ทันทีว่านี่คือสัญญาณว่าต้องการให้เธอเข้าร่วมในแผนการนี้  แม้ว่าเธออยากจะไปบ้านตระกูลซ่งเพื่อจัดการกับซ่งชางชิงก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าตระกูลชูกำลังคิดจะทำอะไร แต่เมื่อเทพเจ้าต้องการให้เธอเข้าร่วม แสดงว่าจะต้องสามารถแก้ไขปัญหา และเอาตัวรอดออกมาได้อย่างแน่นอน

ก็แค่แต่งงานใช่ไหม? เธอจะไปก็แล้วกัน!

ตอนแรกมาแล้วค่าา นางเอกของเราดาวมฤตยูแห่งวงการ

ออกจากอยู่บนอารามก็ยังไม่วายมีคนมาตามหา

ไม่ใช่ตามธรรมดา แต่ตามไปแต่งงาน!! อะไรยังไงน้อออออ

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

เฉินม่านอิ๋ง
เฉินม่านอิ๋ง
มาอ่านกันเยอะๆ​ น้าา
2025-12-06 12:44:28
1
0
เฉินม่านอิ๋ง
เฉินม่านอิ๋ง
จบแล้วนะคะ​ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
2025-09-09 00:58:10
2
0
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status