ログイン"ฟอดดด! แอบคิดอะไรอยู่ครับคนเก่ง เหม่อจนโดนขโมยหอมแก้มยังไม่รู้ตัวอีก"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของสวนหย่อมหลังมหาวิทยาลัย เสียงน้ำพุที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางดังกระทบผิวน้ำเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก"โอ๊ย! พี่ซีน! เล่นอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย!"มีนาสะดุ้งสุดตัว รีบยกมือขึ้นฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งของคนที่ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งทีด้วยความตกใจปนเขินอาย ใบหน้าหวานหันไปค้อนขวับใส่ผู้ชายตัวโตที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด"ก็ใครใช้ให้เธอยืนเหม่อล่ะครับ ซีนเรียกตั้งสองรอบก็ไม่ได้ยิน มัวแต่คิดอะไรอยู่ หืม?" ซีนไม่สะทกสะท้าน แถมยังรวบมือเล็กของเธอมากุมไว้หลวมๆแล้วแกว่งไปมาเบาๆ มีนาถอนหายใจออกมาบางๆ รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงเช้าของวัน"มีนาแค่... กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ""เรื่องเมื่อเช้า?" ซีนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่พายมาหาเราน่ะเหรอ""ใช่ค่ะ..." มีนาพยักหน้ารับ แววตาของเธอทอประกายอ่อนโยนลง "มีนา
"พี่ซีน! ถอยไปเลยนะ มาวอแวแบบนี้เดี๋ยวเค้าก็หั่นผักพลาดโดนนิ้วตัวเองหรอก ไปนั่งรอที่โต๊ะดีๆเลยไป"เสียงหวานใสเอ็ดขึ้นเบาๆพร้อมกับศอกเล็กที่กระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆเป็นการประท้วง แต่ถึงอย่างนั้น คนที่ถูกไล่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมขยับถอยห่างออกไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับท่อนแขนแกร่งที่สวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังให้แน่นขึ้นไปอีก"ก็คนมันอยากช่วยนี่นา หอมจัง ทำอะไรกินครับเนี่ย หอมไปถึงข้างนอกเลย"ซีนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะฉวยโอกาสกดปลายจมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มใสของแม่ครัวคนเก่งไปหนึ่งฟอดใหญ่เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่มีนายอมย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดของเขา ชีวิตของซีนก็เหมือนได้เติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ การได้ยืนกอดเธอจากด้านหลัง มองดูเธอทำอาหารให้กิน มันกลายเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่มีค่าที่สุดสำหรับเขาไปแล้ว"ไม่ต้องมาทำเนียนเลยนะ อยากช่วยหรืออยากป่วนกันแน่คะ ถอยไปเลย มีนาจะผัดข้าวแล้วเนี่ย" เธอหันมาทำตาดุใส่ แต่รอยยิ้มบางๆบนมุมปากก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรนักติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวด
"มึงทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้ซีน คุกนะมึง บุกรุกบ้านคนอื่นแถมพากันมาเป็นแก๊งแบบนี้เนี่ย"เสียงกระซิบกระซาบของโซ่ดังขึ้นที่ข้างหู ขณะที่เขาก้มตัวลงมาหาเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆกลางห้องโถงของบ้านเช่าหลังเล็ก ซีนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำทับเสื้อนักศึกษา ปากคาบมวนบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟติด ควันสีเทาหม่นลอยคลุ้งขึ้นสู่อากาศสร้างบรรยากาศที่ดูอันตรายและกดดันอย่างบอกไม่ถูกด้านซ้ายและขวามีโซ่กับเกียร์ยืนขนาบข้างด้วยใบหน้าตึงเครียด ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์นับสิบคนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมูมายืนกอดอกทำหน้าเหี้ยมเป็นแบ็คอัพให้ลูกพี่ของพวกเขา"จริงของไอ้โซ่มัน" เกียร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งโน้มตัวลงมากระซิบสมทบอีกคน "ละมึงจะเก๊กทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ หล่อมากมั้งไอ้สัส ควันบุหรี่เข้าตากูหมดแล้วเนี่ย จะทำอะไรก็รีบๆทำ"ซีนที่กำลังสวมบทบาทเป็นมาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดมาด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนรักทั้งสองคนเอาแต่ขัดจังหวะการสร้างบรรยากาศของเขา"จิ๊ พวกมึงนี่ ขัดมู้ดกูหมด" ซีนกระซิบตอบลอดไรฟัน "ก็ต้องวางมาดหน่อยสิวะ ไม่งั้นเขาจะกลัวกู
"ไหนบอกว่าเจ็บแผลไงคะ แล้วมาซนอะไรตรงนี้เนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อร่างบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีเข้มกลางห้องนั่งเล่น ถูกวงแขนแกร่งของเจ้าของห้องดึงรั้งเข้าไปหาจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง มีนาพยายามจะขืนตัวออกเพราะกลัวจะไปกระทบกระเทือนบาดแผลที่แผ่นหลังและศีรษะของเขา แต่คนป่วยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้นไปอีก"แผลที่หัวน่ะเจ็บครับ แต่ตรงอื่นมันคิดถึงเธอมากกว่านี่นา"เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ก่อนที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันจะกดฝังลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างเอาแต่ใจ ซีนสูดดมกลิ่นหอมสบู่เด็กที่คุ้นเคยจากตัวเธอเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการนอนโรงพยาบาลหลายวันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในอ้อมกอด"พี่ซีน... เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแท้ๆ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พักก่อนดีไหม" มีนาเอียงคอหลบสัมผัสร้อนผ่าว มือเล็กวางแหมะลงบนท่อนแขนแกร่งที่กอดรัดเธออยู่ พยายามใช้เหตุผลเข้าสู้"บอกแล้วไงว่าเรื่องอื่นน่ะเหนื่อย" ซีนพลิกตัวร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า จับเธอให้นั่งคร่อมลงบนตักแกร่งของเขา นัยน์ตาคมพราวระยับทอดม
"นี่มันไม่ใช่ทางกลับหอพักของมีนานี่คะพี่ซีน เรากำลังจะไปไหนกันเนี่ย"เสียงหวานใสเอ่ยท้วงขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรู มีนาละสายตาจากวิวทิวทัศน์สองข้างทาง หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังทิ้งน้ำหนักศีรษะพิงซบลงบนลาดไหล่เล็กของเธออย่างออดอ้อนวันนี้เป็นวันที่ซีนได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยมีโซ่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้ และมีเกียร์นั่งประจำที่อยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนคนป่วยที่แผลยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างซีน ก็ฉวยโอกาสยึดเบาะหลังเป็นพื้นที่สวีท จับมือเล็กของมีนามากุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอดทาง"ใช่ครับ" ซีนตอบรับเสียงนุ่มนวล ทั้งที่ตายังหลับพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากเธอ "เรากำลังจะไปคอนโดของซีนกัน ต่อไปนี้เธอต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น ที่นั่นระบบรักษาความปลอดภัยดีกว่าหอพักของเธอตั้งเยอะ"มีนาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินคำตอบเอาแต่ใจนั้น "จะบ้าเหรอคะพี่ซีน ไปอยู่ได้ยังไง ข้าวของที่ห้องของมีนาก็ยังไม่ได้เก็บเลยนะ ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนอีก""ไม่ต้องห่วงหรอก ซีนให้คนไปจัดการแพ็คของทุกอย่าง แล้วก็ขนมาจัดไว้ที่ห้องของซีนเรียบร้อยหม
"เงินมีแค่นี้เองเหรอวะมีนา แล้วพ่อจะเอาอะไรไปจ่ายดอกพวกมัน"เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดของผู้เป็นพ่อดังก้องไปทั่วบ้านเช่าหลังเล็กซอมซ่อ มีนายืนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สภาพของเธอตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและบอบช้ำไปทั้งกายและใจ ทั้งรอยแดงช้ำบนแก้มที่เพิ่งโดนแม่ของซีนตบมาเมื่อตอนบ่าย และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอก"มีนาทำทุกทางแล้วค่ะพ่อ" เธอตอบกลับเสียงสั่นเครือ "มีนาหามาได้เท่านี้จริงๆ เมื่อคืน... เมื่อคืนมันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย มีนาก็เลยได้เงินมาไม่ครบ""เรื่องวุ่นวายอะไรของแก! พ่อบอกแล้วไงว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เงิน พวกมันเอาพ่อตายแน่!" พ่อของเธอโวยวายอย่างคนเสียสติ เดินวนไปวนมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะชะงักแล้วหันมามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังอันเห็นแก่ตัว "เออใช่! แกก็ไปขอเงินไอ้แฟนแกสิ! ไอ้หนุ่มนั่นมันลูกคนรวยไม่ใช่หรือไง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไปขอมันมาเดี๋ยวนี้เลย!""ไม่! พ่ออย่ายุ่งกับพี่ซีนนะ!"มีนาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นัยน์ตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธและปกป้อง "พี่ซีนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้! ที่เขาต้องไปนอนเจ็บปางต

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





