เข้าสู่ระบบ“หนูกล้วยรอป้าก่อนเน้อ เดี๋ยวป้าไปเอากุญแจสำรองมาเปิดให้”
เสียงบอกร้อนรน เมื่อ
“งั้นรอสักครู่ ผมจะอุ่นในเวฟให้ กินข้าวแล้วจะได้กินยาพักผ่อน หายแล้วค่อยคิดหนีก็ได้” เขาบอกแนะนำอย่างอ่อนโยน แล้วเดินไปถือถ้วยโจ๊กหมูสับไปเวฟในโซนครัวของห้องพักเพื่ออุ่นโจ๊กหมูสับให้หญิงสาวทานป่านทอมองตามแผ่นหลังของคุณหมอใจดีแล้วก็น้ำตาคลอเมื่อคิดถึงชายอีกคน ชายที่พรากความสาวไปจากเธอและย่ำยีความรู้สึกของเธอ เพียงแค่คิดถึงน้ำตาก็เอ่อนองอาบสองแก้ม หัวใจสาวก็เต้นเร่าโหยหาเขา อยากเห็นหน้า หล่อนไม่รู้เลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร แต่ก็อดคิดถึงอยากเจอหน้าของรักษ์ไม่ได้มือเล็กยกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาและมองดูข้อมือที่มีผ้าพันแผลไว้แล้วก็ต้องจำให้ขึ้นใจและบอกย้ำกับตัวเองว่ารักษ์คือผู้ชายสารเลว ผู้ชายที่หล่อนเกลียดและต้องหนีไปจากเขาให้ได้ในสักวัน เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้ จริงอย่างพันแสงบอกว่าให้พักให้หายดีก่อน หนีทีหลังก็ได้“ทานข้าวทานยานะครับ” พันแสงเดินกลับมาพร้อมถ้วยโจ๊ก เขาเอาวางไว้ที่โต๊ะป้อนข้าวผู้ป่วยแล้วลากมาให้เธอได้ทานเอง ป่านทอลุกขึ้นนั่งทานข้าวตรงหน้าพันแสงมองดูผู้ป่วยสาวคนพิเศษของน้องชายแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงหน้าของรักษ์ เข
เวลาเท่าไหร่ไม่รู้ป่านทอลืมตาขึ้นในความมืด แล้วยกแขนข้างที่ถูกโซ่รัดข้อมือไว้ก็ไม่รู้สึกหนักเหมือนทุกครั้ง แต่มีสิ่งใหม่มาแทน แล้วสมองน้อยๆ ของหล่อนก็ประมวลเรื่องทุกอย่างเมื่อคืนนี้ หล่อนหลับตอนไหนเวลาไหนยังไม่รู้ คิดแล้วก็หน้าแดง แต่ว่าที่นี่ที่ไหนล่ะ“หรือว่าจะเป็นโรงพยาบาล” หล่อนพึมพำเมื่อรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยและตัวรุมๆ“เราไม่สบายเหรอ เขาพาเรามาเหรอ” เธอถามตัวเองในความมืด แล้วหนึ่งความคิดก็วูบไหวเข้ามาในหัว“เราต้องหนี ไม่มีโซ่แล้วเราต้องหนี”เธอบอกตัวเองแล้วกัดฟันดึงสายที่หลังมือของตัวเองออก คาดว่าคงเป็นสายน้ำเกลือ แม้จะรู้สึกเจ็บที่ดึงเข็มน้ำเกลือออก แต่ก็กัดฟันแน่นไม่ปล่อยเสียงร้องออกมา แล้วก็พาร่างอ่อนแรงมึนงงของตนก้าวลงจากเตียง มองไปยังทิศทางที่คิดว่าจะเป็นประตูห้อง และมันก็เป็นอย่างที่เธอคิดเมื่อเดินคลำทางมาถึงประตูห้อง คลำหาที่เปิดแล้วพอดึงจะเปิดออกก็ต้องเซเสียหลักล้มลงกับพื้นเมื่อมีแรงดันมาจากหน้าประตูห้องตุ้บ!ผู้มาใหม่ตกใจทันทีเมื่อเห็นว่าผู้ป่วยล้มอยู่กับพื
“เนี่ยไงพี่หมอ เนี่ยไงรักถึงไม่อยากเจอพี่ พอเจอแล้วก็สอน สอนเหมือนแม่ไม่มีผิด รักรู้ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ควรได้รับความอ่อนโยน” เขาตอบอย่างรำคาญ ไม่แปลกที่พันแสงญาติผู้พี่ของเขาจะโสดและโดนผู้หญิงทิ้งไปแต่งงาน เพราะนิสัยแบบนี้ไง นิสัยดีเกินไปนี้ไงถึงได้อายุจะ 40 แล้ว แต่ยังไม่มีแฟน “ไม่ตลกนะรัก รักควรจัดการให้ดี ไม่ใช่...”“ไม่คุยแล้วพี่หมอ ขอแค่เรื่องนี้เป็นความลับก็พอ ป๊อบเป็นสัตว์เลี้ยงของรัก รักจะทำยังไงกับเธอก็ได้ จะทำมากกว่านี้ก็ได้ จะฆ่าให้ตายทั้งเป็นก็ยังได้”“รัก!”“ครับ” เขาขานรับราวกับว่าคำเรียกชื่อเขากำลังเรียกด้วยความนุ่มนวล ทั้งๆ ที่อีกคนกำลังกรุ่นโกรธตนอยู่“หากไม่จัดการอะไรให้เรียบร้อย พี่จะบอกน้าตวง”“พี่พันไม่บอกหรอกรักรู้ พี่ไม่เชื่อใจรักเหรอ รักอาจเป็นคนไม่ดี แต่รักรู้อะไรควรไม่ควร เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ตอนนี้รักยังไม่พอใจและสะใจ ขอเวลาอีกนิดนะครับพี่พัน” เขาตอบกลับอย่างไม่พอใจแล้วชักสีหน้าใส่ผู้เป็
“หรือเธอจะป่วยเพราะแผลนั่น” พึมพำแล้วก็สลัดความเป็นห่วงทิ้งเช็ดตัวให้เธอ“แล้วเมื่อไหร่จะมาเนี่ยคุณเหนือ”บ่นถึงเลขาคนสนิท ทั้งๆ ที่เวลาเพิ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเอง แต่สำหรับรักษ์มันเหมือนนานเป็นชั่วโมงก็มิปานตอนนี้ มือใหญ่เช็ดตัวให้ป่านทอไปพลางมองดูนาฬิกาข้างหัวเตียงที่วางไว้ก่อนหน้าไปมา ก่อนจะจับจ้องมองริมฝีปากซีดแห้งเป็นขุยของป่านทอ“อ่อนแอสมเป็นผู้หญิงจริงๆ ยัยแมวขโมย” อดพูดว่าเธอไม่ได้ และไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา สงสัยเหนือน่านคงมาถึงแล้ว“คุณรักครับ อยู่ไหนครับ” แล้วเสียงของผู้มาใหม่ก็ส่งเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมายังห้องนอนของเขา เขามองไปยังร่างเล็กสั่นเทาเปลือยเปล่าแล้วดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้หล่อนอย่างมิดชิด ส่วนตัวเขานั่นเหรอ นั่งเปลือยโดยไม่คิดจะอายผู้มาใหม่ ก็เป็นผู้ชายด้วยกัน หุ่นเขาก็ดี เรื่องอะไรจะแคร์“กุญแจ”“ครับ” เหนือน่านเห็นเจ้านายเปลือยจนชินตาแล้วจึงทำให้เขามองเป็นเรื่องปกติ รีบส่งกุญแจให้เจ้านาย
รักษ์รู้สึกตัวตื่นในตอนสาย เขาลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันทำงานปกติ เขาใช้พลังงานไปเยอะ กว่าจะได้นอนก็เกือบหกโมงเช้า เขาหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียงมาดูก่อนจะดีดตัวลุกขึ้น แต่ลุกขึ้นไม่ได้เมื่อมีคนตัวเล็กซุกอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง เขาจ้องมองแมวขโมยสาวแสนน่ารักของตัวเองแล้วเผลอยิ้ม ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะหลงเสน่ห์ของผู้หญิงสกปรกคนนี้ “ไอ้บ้าเอ๊ย! เสียงานเสียการหมดวันนี้” ต่อว่าตัวเองแล้วผลักร่างน้อยที่ซุกอกตัวเองออกห่างอย่างนึกรังเกียจ ผลักแรงขนาดนี้หล่อนยังไม่ยอมตื่น ปกติหล่อนเป็นคนตื่นไว แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือใหญ่ไปโดนไหล่เล็ก “แม่งเอ๊ย! ไม่สบาย!” เขารีบลุกลงจากเตียงเดินไปหากุญแจมาไขข้อมือเล็กให้ป่านทอ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แล้วก็ต้องกุมขมับเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเอาไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน จึงเดินตัวเปลือยไปหยิบโทรศัพท์มาต่อสายหาเลขาเพื่อให้เอากุญแจมาให้ตน เมื่อสั่งความเหนือน่านจบก็เดินกลับมาหาคนนอนเป็นไข้ตัวสั่นในผ้าห่มต่อ
ทุกแรงเสียดสีกระแทกเร่าเข้าหาความเป็นสตรีของหล่อนมันทำให้ทั้งเจ็บแสบร้อนและเสียวซ่านอย่างปิดปากไม่ได้ จนต้องเปิดปากร้องครวญครางกระเส่า มือเล็กโอบเกาะไหล่หนาไว้ เสียงโซ่ก็เคลื่อนไหวเสียดสีไปกับพื้นกระเบื้องห้องน้ำ สองร่างสอดประสานสอดแทรกกลืนกินกันและกัน “โอว์! แน่นเป็นบ้า...อืม! ดีเหลือเกินน้องป๊อบ อ่า! ตอดรัดแรงๆ โอว์!” “อะ...อือ! ป๊อบ...” “อะไรคนสวย พูดมาสิว่าอะไร อ่า! ตอดรัดแรงดีเหลือเกิน ชูว์! เสียวเว้ย!” เขากระแทกแอ่นยกเด้งบั้นเอวขึ้นหาความคับแน่นของป่านทอที่มือใหญ่ของเขาจับยกเอวเล็กของหล่อนขึ้นกระแทกลงหาตนเองอย่างเป็นจังหวะ ส่วนตัวหล่อนนั้นก็บดเบียดหน้าอกไปกับหน้าอกแข็งแรงของเขา ปากน้อยครางกระเส่าครวญครางไร้เดียงสา ปากน้อยแดงระเรื่อ เนื้อตัวขาวนวลเนียน ใบหน้าหล่อขูดถูเคราสากไปกับซอกคอระห
วันแต่งงานเป็นวันที่หนุ่มสาวใฝ่ฝัน แต่งานแต่งงานใหญ่โตที่ถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงในตอนนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ได้มีความยินดีปรีดากับงานวิวาห์ครั้งนี้เลย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอรับแขกหน้างานระหว่างรอเจ้าสาวแต่งตัวเสร็จก็ได้แต่หน้าบึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวต้องเดินม
ธนพลตื่นแต่เช้ามาดักรอลูกสาวคนดีของตน เมื่อคืนวานก็นั่งรอจนถึงเที่ยงคืน จะแต่งงานอีกวันสองวันอยู่แล้วตะปลิงลิงปลิงก็ยังออกไปเที่ยวเล่นแทบทุกวัน ไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาคิดอะไรอยู่ตอนนี้ แต่ที่แน่ ๆ วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง และตอนนี้เจ้าตัวก็เดินมาโน่นแล้ว“สวัสดีตอนเช้าค่ะพ่อพล” ตะลิงปลิงเดินเข้าม
เพื่อน ๆ ของเขากำลังสนุกกันอยู่ แต่มโนขับรถกลับบ้านด้วยสีหน้าเครียดขรึม พอมาถึงบ้านเขาก็รีบขึ้นไปบนห้องนอนทันที แต่ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่งบนเตียงก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น และก็ไม่ต้องเดายากเมื่อตอนนี้คนที่เคาะประตูได้เปิดผลักเข้ามาก่อนที่เจ้าของห้องจะอนุญาตแล้ว“ไปไหนมาลูก จะแต่งงานอยู่แ
“เอ้า! ชนแก้วเว้ย!" หนึ่งกลุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วบรั่นดีตกหน้าขึ้นมารอให้เพื่อน ๆ ยกขึ้นมาชนกับแก้วของตน“ชนเหี้ยสิวะ! กูเครียดอยู่นะเว้ยไอ้ฝัน”น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมา แสดงให้รู้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นกำลังอารมณ์ไม่ดี มือใหญ่ยกแก้วบรั่นดีเข้ม ๆ กระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว โดยไม่สนใจจะชนแก้วกับเพื







