เข้าสู่ระบบ
ตอนที่ 1
ร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา
“ลิน... แกว่าคนนั้นหล่อไหม”
เกวลินหันมองตามสายตาเพื่อน
“หล่อแต่ดูร้าย ฉันไม่ชอบ”
“แต่เขาหล่อที่สุดในร้านเลยนะแก ดูเป็นผู้ใหญ่น่าค้นหา”
ปลาดาวบอกจริงจัง ก็ตั้งแต่เข้ามานั่งในผับ เธอกวาดสายตาหาคนหล่อมาตั้งนาน จนกระทั่งเขาเดินผ่านโต๊ะที่เธอกับเกวลินนั่งไปยังโซนวีไอพี เธอได้เห็นใกล้ ๆ ก็สะดุดตาทันที เขาหล่อแต่เขาไม่ยิ้มเลย ตาก็ดุมาก เพราะแบบนี้มั้ง ยัยลินถึงว่าเขาดูร้าย
“นอกจากดูร้ายแล้ว ยังดูแก่ด้วย ฉันไม่เอาคนแก่”
เกวลินส่ายหน้าแล้วยกค็อกเทลขึ้นดื่ม
เกวลินกับปลาดาวอายุ 21 ปี พวกเธอเป็นนักศึกษาปี 4 เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองใกล้จะเรียนจบแล้ว แต่จนป่านนี้ เกวลินก็ยังไม่มีแฟน ส่วนปลาดาวนั้นมีแฟนคนที่ 10 แล้วเห็นจะได้
“มองผู้ชายคนอื่น ระวังแฟนหึง”
เกวลินทักท้วงเมื่อปลาดาวยังมองไปที่โต๊ะเดิม ไม่ยอมถอนสายตากลับมาสักที
“ไม่มองแล้วย่ะ”
“ดีแล้ว โน่น... แฟนแกมาโน่นแล้ว เฮ้อ! แบบนี้ ฉันคงไม่ต้องขับรถไปส่งแกแล้วใช่ไหม”
“ไม่ต้องแล้วค่ะ คุณเกวลิน แกไม่มีโจ้ย ไปกับแกไม่สนุก ฉันกลับกับคนมีโจ้ยดีกว่า สนุกกว่าเยอะ”
“จ้า... ยัยคนขี้อวด อย่าให้ฉันมีโจ้ยเป็นของตัวเองบ้างนะ ฉันจะอวดบ้าง”
“ถ้าแกคิดจะมีโจ้ยเป็นของตัวเอง ฉันขอแนะนำเลยนะว่า แกต้องเลือกดี ๆ เพราะโจ้ยที่จะทำให้เราสนุกและมีความสุขได้นั้น ต้องโจ้ยใหญ่ไซซ์ห้าสิบหกขึ้นไปเท่านั้น” ปลาดาวว่าแล้วขยิบตาให้เพื่อนสาว พอดีกับแฟนของเธอเดินถึงโต๊ะ หญิงสาวจึงขยับหนีจากเพื่อนไปนั่งเบียดแฟน พวกเขาซุบซิบพูดคุยกันไม่นาน ก็พากันขอตัวกลับ
เกวลินเข้าใจเพื่อน เธอจึงไม่ว่าอะไร หญิงสาวพยักพเยิดเป็นเชิงบอกว่าจะไปไหนก็ไป ไปกับโจ้ยใหญ่ ๆ ของแกนั่นแหละ ทิ้งฉันไว้ตรงนี้เถอะ นังคนเห็นโจ้ยดีกว่าเพื่อน
เมื่อปลาดาวกลับไปกับแฟนแล้ว เกวลินก็นั่งดื่มต่อ เธอไม่ใช่สาวเรียบร้อย เธอไม่กลัวการนั่งดื่มคนเดียว เธอมาที่นี่ประจำ ดื่มแล้วก็กลับไปนอนที่คอนโด แต่เธอก็ไม่ได้กร้านโลกจนเกินไป เธอดื่มปกติ เที่ยวผับเที่ยวบาร์ตามประสาช่วงวัยที่ชอบความบันเทิง แต่มันน่าแปลกตรงที่ เธอไม่มีแฟน ไอ้คนที่มาจีบก็ไม่ใช่สเปค คนที่เข้ามาในชีวิต เธอก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่ เธอไม่ได้เลือกมาก แค่รู้สึกว่า เมื่อเจอคนที่ยังไม่ใช่ ไม่คลิก ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดจิ๋มใช้งาน เดี๋ยวมันจะเสียของ เธอเลยครองตัวเป็นโสดมาจนจะขึ้นปี 4 แล้ว
“เฮ้อ!” เกวลินถอนหายใจ แล้วยกค็อกเทลที่เหลือเพียงก้นแก้วขึ้นดื่ม เธอกะว่าดื่มหมดแล้วก็จะกลับ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เธอจะนอนตื่นสายให้หนำใจ
“ลิน...”
ร่างสูงที่มานั่งลงตรงหน้าทำให้เกวลินเบิกตากว้าง
“พี่วิต!”
ภาวิตเป็นรุ่นพี่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ตอนนี้เขาเรียนจบแล้ว เขาเคยตามจีบเธอเมื่อปีที่แล้ว แต่เธอรู้สึกว่าเขายังไม่ใช่ เธอเลยไม่สนใจ แต่ก็พูดคุยได้ปกติ เพียงแต่เธอไม่ได้ให้ความสนิทสนมเท่านั้นเอง
“มาได้ยังไงคะเนี่ย”
“พี่มากับเพื่อนครับ นั่งมองอยู่นานจนแน่ใจว่าเป็นลิน เลยแวะมาทักทาย”
ภาวิตว่าพลางพยักพเยิดไปทางโต๊ะที่กลุ่มเพื่อนของเขานั่งกัน กลุ่มเพื่อนผู้ชายทั้งสี่คนพากันยกแก้วเหล้าขึ้นชูมาทางเขาและเกวลิน
เกวลินพยักหน้าเล็กน้อย เธอยิ้มให้พวกเขา
“ลินมาคนเดียวหรือครับ”
“ลินมากับยัยดาวค่ะ แต่แฟนดาวมารับกลับไปแล้ว ลินก็คิดว่ากำลังจะกลับพอดีเลยค่ะ”
“อย่าเพิ่งกลับได้ไหมครับ ให้พี่เลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วได้ไหม”
เกวลินทำหน้าลังเล
“ให้เกียรติดื่มกับพี่สักแก้ว ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องเท่านั้นครับ ถ้าลินปฏิเสธ พี่คงผิดหวัง” ภาวิตทำหน้าเศร้า
“งั้น... ก็ได้ค่ะ แต่ลินดื่มแค่ค็อกเทลอ่อน ๆ นะคะ พอดีลินขับรถมาน่ะค่ะ”
“ได้สิครับ เดี๋ยวพี่สั่งให้นะครับ”
“ค่ะ”
พอสั่งเครื่องดื่มให้เกวลินแล้ว ภาวิตจึงบอกเธอว่า
“พี่ขอตัวไปเอาแก้วที่โต๊ะก่อนครับ”
เกวลินพยักหน้า “ค่ะ”
ระหว่างนั่งรอเครื่องดื่มเธอมองไปรอบ ๆ ช่างบังเอิญเหลือเกินในตอนที่เธอมองไปทางโซนวีไอพี คุณลุงหล่อ ร้าย และแก่ ของยัยปลาดาวก็หันมาทางเธอพอดี เมื่อสบตากัน เขาก็เอาแต่จ้องอย่างไร้มารยาท เกวลินไม่อยากมองหน้าเขานานเกินไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอสนใจเขา หญิงสาวจึงหันมองไปทางอื่น
...
ภาวิตกลับไปหยิบเอาแก้วที่โต๊ะ ก่อนจะเดินกลับไปหาเกวลิน เพื่อนของเขาพากันยิ้มและยักคิ้ว แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า
“แบ่งกันกินนะโว้ย! ห้ามกินคนเดียว”
“เออ... กูรู้แล้วว่าแต่ไอ้ที่ฝากพนักงานใส่ลงไปในแก้วน่ะ ได้ผลแน่นะ”
“แน่นอนสิวะ เตรียมตัวสนุกกันได้เลย”
ภาวิตเดินกลับมาหาเกวลินที่โต๊ะ ก็พอดีกับพนักงานนำเครื่องดื่มสีสวยมาส่งให้เธอ ทั้งสองชนแก้วและพูดคุยกันราวสิบห้านาที แล้วเกวลินก็ขอตัวกลับ
...
ภาณุมองหญิงสาวที่สะดุดตาเขาตั้งแต่แรกที่เขาเดินเข้ามาในผับแล้ว เขาเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก เขานัดมาดื่มผ่อนคลายกับเพื่อน
ภาณุเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกสินค้าไอทีรายใหญ่ อายุ 36 ปี เขาโสด แต่สาวข้างกายไม่เคยซ้ำหน้า ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป เขาไม่กินอาหารซ้ำจำเจ มันน่าเบื่อ
คิ้วเข้มขมวดมุ่น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่เขาสนใจถูกชายหนุ่มกลุ่มนั้นประคองออกไปทางประตูหลังผับ ในสภาพที่คล้ายกับไร้สติ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เขาไม่เห็นว่าเธอจะมีท่าทีว่าเมาเลย อีกอย่าง ดูจากบนโต๊ะแล้ว เธอดื่มค็อกเทลไปแค่สองแก้ว ไม่น่าจะเมา หรือว่า...
“ไม่! หยงจะขย่มให้ตอพี่รัญหักเลย” ตันหยงปัดมือที่มาจับสะโพกเธอออกสุดแรง หญิงสาวขย่มตอเนื้อไม่หยุด สูดปากครางกระเส่า “เสียวจังเลย ซี้ด! อืม...” ตันหยงขย่มโยกหนักๆ นมสาวกระเพื่อมล่อตาคนที่นอนอยู่เบื้องล่าง อารัญจึงเอื้อมมือมาบีบคลึงสองเต้า ทั้งบี้เม็ดหัวนมจนเมียรักครางเสียงหลง “อึ๋ย...เสียวหัวนมค่ะพี่รัญ” “แล้วถ้าขยี้ตรงนี้ล่ะ” อารัญเลื่อนมือลง ใช้หัวแม่มือขยี้ติ่งเสียวระรัว ตันหยงสะท้านเฮือก เสียวจนร่องขมิบรัดตอเนื้อหนุบหนับ “อ๊าย! พี่รัญ เสียว...เสียวติ่งเสียวร่องไปหมดแล้วค่ะ อ๊ะๆ” ตันหยงเร่งจังหวะขย่มโยก ความเสียวแล่นปราดไปทั่วร่าง แล้วมากระจุกอยู่ที่ดอกไม้สาว แคมเล็กเนื้อนุ่มหุบยับยู่ ร่องเสียวตอดรัดยิบๆ ตันหยงขย่มสุดแรงในครั้งสุดท้าย หญิงสาวเงยหน้าครวญครางเสียวสะท้าน น้ำเสียวพุ่งปรี๊ดทะลักทลาย จนขนดกดำพุ่มหนาของอารัญเปียกเปื้อน “น้ำแตกก่อนพี่อีกแล้ว” อารัญลูบแก้มเนียนเบาๆ ยิ้มเอ็นดูคนที่เพิ่งเสร็จสมไปหมาดๆ “คราวนี้หมดแรงจริงๆแล้วค่ะ” ตันหยงฟุบหน้าลงกับอกกว้าง หญิงสาวหอบหายใจแรงอ่อนล้า อารัญลูบแผ่นหลังเนียนเบามื
“ไหนบอกไม่มีแรงนวดแล้วไงคะ” ตันหยงดันอกกว้างให้เขานอนหงายเหมือนเดิม โดยที่เธอคลานไปคร่อมไว้ อารัญยอมโอนอ่อนตามที่เธอต้องการ ชายหนุ่มนอนหงายมองหน้าเมียด้วยหัวใจเต้นระทึก การที่เขาอดอยากมานานทำให้เอ็นอุ่นแข็งคึกแทบระเบิด “ก็...” ตันหยงใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากสามีห้ามเขาพูด หญิงสาวยิ้มยั่วยวน “ไม่มีแรงก็อยู่เฉยๆนะคะ หยงจะทำเอง” ตันหยงกรีดปลายนิ้วลงมาผ่านลำคอแกร่ง แผ่นอกกว้างจนถึงใต้ท้องน้อยที่กลุ่มขนดกดำขึ้นอยู่หนาแน่น หญิงสาวปลดปมผ้าขนหนูออก เปิดเผยเอ็นเนื้อใหญ่ยาวต่อหน้า รูเล็กๆตรงปลายมนทู่มีน้ำใสเอ่อซึมจนไหลหยดลงมาตามลำเอ็น “เปื้อนหมดเลยค่ะ หยงทำความสะอาดให้นะคะ” ตันหยงส่งสายตาเย้ายวนให้คนที่นอนหอบหายใจแรงอยู่ใต้ร่างเธอ หญิงสาวคลานถอยหลังไปอีกนิด ใช้มือข้างหนึ่งกำรูดท่อนเนื้อแข็งคึก ตันหยงแลบลิ้นสีชมพูออกมา แล้วปาดเลียไปบนรูเล็กตรงหัวมนทู่ของท่อนเอ็น “ซี้ด! หยงจ๋า โคตรเสียวเลยทูนหัว” อารัญมองลิ้นเล็กๆที่ตวัดเลียปลายหัวเอ็นอย่างเร้าใจ เขาเสียววูบวาบไปทั้งลำเอ็น “หยงคิดถึงมันเหลือเกินค่ะพี่รัญ” ตันหยงบอกเสียงสั่น หญิงส
“ให้โอกาสพี่สักครั้งได้ไหมครับ ให้โอกาสผู้ชายเลวๆคนนี้ได้แก้ตัวสิ่งที่ทำไว้กับหยง ได้ไหมครับ” อารัญถามเสียงแผ่วพร่า เขากลัวว่าจะสูญเสียเธอไป กลัวเธอจะไม่ให้โอกาส หากเธอไม่กลับไปกับเขาจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อใครและเพื่ออะไรตันหยงมองเมินไปทางอื่น ใบหน้าสำนึกผิด กับดวงตาโศกของเขาทำให้เธอใจอ่อน รักก็คือรัก เธอไม่มีวันหยุดรักเขาได้หรอก เมื่อรักก็สงสาร ไม่อยากให้เขาเจ็บปวดทรมาน เหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ“ถ้า...พี่รัญใจร้ายอีก หยงจะหนีไปให้ไกล ไม่ให้พี่รัญตามเจอ”อารัญยิ้มด้วยความดีใจ ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอด จูบกระหม่อม แล้วกระซิบคำสัญญาหนักแน่น“พี่ไม่มีวันทำให้หยงต้องเสียใจอีกเด็ดขาด พี่จะไม่ใจร้าย พี่จะยอมหยงทุกอย่าง พี่รักหยงนะครับ”ตันหยงยิ้ม พยักหน้ากับอกอุ่น วงแขนเรียวกอดเขาไว้แน่น หญิงสาวหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เรื่องราวหนักอึ้งเหมือนมลายหายไปทั้งหมด การไม่ยึดติดความเคียดแค้น การให้อภัยทำให้ใจเบาสบายเป็นสุขเช่นนี้เอง“หยงรักพี่รัญนะคะ”ตอนที่11“ขอให้พี่กรกับมีนามีความสุขมากๆนะคะ” ตันหยงอวยพรให้คู่บ่าวสาวที่ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน“ขอบคุณมากค่ะพี่หยง” มีนาจับม
“อึ๊ย! พี่กร...พอแล้วค่ะ” มีนาสั่นสะท้านไปกับลีลาเลียสุดเด็ดของเขา เด็กสาวกระถดสะโพกหนีเพราะเสียวจนน้ำตาไหลแล้ว กรเดชจูบเนินสวาทสาว ก่อนเงยหน้าขึ้นมา แล้วถอยหลังไปเล็กน้อย สายตาเขาจับจ้องที่ร่างงาม ขณะที่มือปลดพันธนาการส่วนล่าง เพื่อปลดปล่อยตัวตนออกมายัดเสียบเข้าไปในร่องสาวฉ่ำเยิ้ม “พร้อมเสียวอีกรอบหรือยัง” กรเดชโน้มตัวลงคร่อมร่างเด็กสาว เขาส่ายสะโพกดุนหัวทู่ใหญ่กับปากร่องรูเสียว “ซี้ด! พร้อมแล้วค่ะ” มีนาคล้องลำคอแกร่งไว้แน่น เพราะรู้ดีว่าบทสวาทของพี่กรนั้นดุดันแค่ไหน มันจะเจ็บนิดๆ จุกหน่อยๆ และแสบร่องด้วย แต่สุดท้ายแล้วมันจะเสียวจนแทบขาดใจ “พี่กำลังจะยัดเอ็นเข้าไปแล้วนะ” กรเดชบอกเสียงแตกพร่า เขาค่อยๆดันแท่งเอ็นร้อนใหญ่โตของตัวเองเข้าไปในร่องฟิต มีนาครางด้วยความเสียวตลอดเวลาที่เขาแหวกรูร่องเธอเข้าไปจนมิดโคน “อ๊า! แน่นเต็มรูเลยพี่กร” มีนาผงกหัวขึ้นมาดูจุดที่เอ็นร้อนแท่งใหญ่เสียบคากลางกายตัวเอง ภาพเร้าใจนั้นทำให้เด็กสาวสูดปากครางซี้ด “เมื่อไรมีนาจะท้องเหมือนหยงนะ” กรเดชพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ
“อ้าวเฮ้ย! ลมอะไรหอบคุณอารัญมาถึงนี่วะ” กรเดชถามอย่างอารมณ์ดี เมื่อเพื่อนเข้ามาขอพบถึงในห้องทำงานของตน “มึงไม่รับโทรศัพท์กู” อารัญกัดฟันพูด จ้องหน้าเพื่อนด้วยความโมโห เขาโทรหามันตั้งหลานสายแต่มันไม่ยอมรับ แถมพอโทรหาเลขามัน เลขาก็บอกปัดไม่ต่อสายให้ อ้างว่ามันติดประชุม กรเดชนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาหัวเราะในลำคอ ตามองร่างสูงของผู้มาเยือนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับตน “หยงอยู่ไหน” อารัญไม่เกริ่นนำอะไรทั้งสิ้น เขาเอ่ยถามตรงประเด็นทันที “กูไม่รู้” กรเดชตอบหน้าตาย “มึงโกหก” อารัญว่าพร้อมกับทุบโต๊ะเสียงดัง “แล้วทำไมกูต้องโกหกมึงด้วย” กรเดชเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ “ไอ้กร...” อารัญขบกรามแน่น จ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง “พูดกันตรงๆนะ ถ้ากูเป็นหยง กูก็หนี เพราะมึงมันร้ายกาจ เอาแต่ใจ” กรเดชว่าน้ำเสียงยียวน เมื่อพูดจบเขาก็โบกมือไล่ “ไปๆ มึงกลับไปเถอะ กูไม่รู้หรอกว่าหยงอยู่ไหน” “กูไม่เชื่อ” อารัญไม่ยอมละความพยายาม ดูจากท่าทางของมันแล้ว เขาคิดว่ามันต้
“เอ่อ...คุณหยงขอลงไปพบทนาย พวกเราก็คอยติดตามไปห่างๆอย่างที่คุณรัญสั่งไว้ แต่ไม่นึกว่าคุณหยงจะแอบหนีไป” คนของอารัญอธิบายเสียงเบาก่อนอารัญจะกลับมาสามสิบนาที ตันหยงลงไปพบทนายที่หน้าล็อบบี้ชั้นล่าง คนติดตามก็ตามไปเฝ้าอยู่ห่างๆ เพราะเข้าใจว่าหญิงสาวต้องการความเป็นส่วนตัว แต่หลังจากที่ทนายกลับไปแล้ว ตันหยงก็ขอตัวเข้าห้องน้ำข้างล่างก่อน พวกเขาจึงรออยู่ข้างนอก รออยู่ตั้งนานจนเอะใจ พอเข้าไปดูในห้องน้ำหญิงก็ไม่พบหญิงสาวแล้ว คาดว่าเธอคงออกมาจากห้องน้ำ แล้วหนีออกไปทางประตูหลัง “เอ่อ...พนักงานที่ล็อบบี้ฝากซองนี้มาให้คุณรัญด้วยครับ เขาบอกว่าคุณหยงฝากไว้ให้คุณรัญครับ” อารัญกระชากซองจากมือคนของตนมาดู ชายหนุ่มรีบฉีกซองออก แล้วก็พบว่ามันเป็นเช็คสั่งจ่ายให้เขาจำนวนห้าล้านบาท และมีกระดาษแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือสวยอ่านง่าย มีข้อความสองประโยค หยงใช้หนี้พี่รัญทั้งหมดแล้ว หยงขอทวงอิสรภาพคืน อารัญกำเช็คและกระดาษแผ่นเล็กในมือแน่น กรามแกร่งขบแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ “พี่ไม่มีวันปล่อยหยงไปง่ายๆหรอก หยงเป็นของพี่” ตันหย







