บุพเพสนธยา

บุพเพสนธยา

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-17
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
192Bab
269Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ค่ำคืนอันแสนมืดมนกับคนหนึ่งคนที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตของสิงหา 5 ปีผ่านไปได้พบกันอีกครั้ง... พร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อย "คุณแม่บอกว่าคุณพ่อชื่อ'สิงหา'ค่ะ"

Lihat lebih banyak

Bab 1

ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 1

บางครั้ง...ชีวิตของคนเราอาจจะสั้นกว่าที่คิด?  

ชายหนุ่มบ่นพึมพำในใจอย่างนึกสมเพชตัวเอง ก่อนจะถ่มน้ำลายผสมเลือดทิ้งด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เขาจ้องมองชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับต้องการประกาศว่า...หากรอดไปได้ ชีวิตของมันสองคนจะต้องดับลงอย่างแน่นอน!

“ใครจ้างพวกมึงมา” เจ้าของร่างหนาหนักที่เต็มไปด้วยบาดแผลถามลอดไรฟัน

“...เขาว่าคนตายจะรู้ทุกอย่าง ตายไปเดี๋ยวมึงก็รู้เอง!” เสียงของหนึ่งในสองคนตอบกลับ ก่อนจะเหวี่ยงร่างของคนถามใส่รั้วสังกะสีจนเกิดเสียงดัง ‘โครม!’

“ถ้าจะโทษใครสักคน มึงก็โทษตัวเองเถอะ” มันบอกกลั้วหัวเราะ กวาดตามองร่างหนาที่นอนหมอบติดพื้นกำแพงเพราะแรงปะทะเมื่อครู่ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม “...ชอบเสือกไม่เข้าเรื่อง”

‘คลิก!’

เสียงขึ้นลำกล้องดังจากวัตถุสีดำขลับในมือของชายฉกรรจ์ ทำให้เจ้าของร่างหนาที่สะบักสะบอมเต็มทีรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่า ‘หากไม่ทำอะไรสักอย่างคงรอดยาก!’ และถึงแม้สมองจะยังสั่งงานอย่างแข็งขัน แต่การถูกซ้อมอย่างหนักติดต่อกันมาหลายชั่วโมงมันก็สร้างความเสียหายมากเกินไป...เพราะตอนนี้ ร่างกายแทบจะไม่ตอบสนองอะไรแล้ว!

“คุณตำรวจ! ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วยยยย!”

เสียงของใครบางคนที่ร้องตะโกนขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองชะงักไปทันที มันสบถเสียงขุ่นด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จะเตะเข้าที่กลางลำตัวของเขาอีกหลายครั้งเพื่อระบายโทสะ นานหลายนาทีกว่าชายฉกรรจ์อีกคนจะดึงแกมกระชากมันให้ถอยห่าง สุดท้ายพวกมันจะวิ่งหายไปในความมืดมิดด้านหลังเขตก่อสร้าง

            คนที่เกือบจะหมดลมหายใจไปแบบไร้ค่าถอนหายใจเฮือก มองภาพชายฉกรรจ์สองคนที่วิ่งหนีไปด้วยสายตาอาฆาต เพราะหากเขารอดมาได้เช่นนี้...ก็อย่าหวังว่ามันสองคนจะมีชีวิตรอด! แต่ถึงจะหมายมั่นในใจไว้ ตอนนี้ร่างกายของเขาก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อความคิดสักเท่าไร? กระทั่งจะลุกขึ้นนั่งก็ยังไม่ทำได้!

ชายหนุ่มเงยหน้ามองแผ่นฟ้ากว้างเมื่อยามสนธยาคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง วันนี้เขาเข้ามาตรวจงานของการก่อสร้างช็อปปิงมอลล์ที่นี่เพียงลำพังเพราะไม่อยากให้มีคนติดตามให้วุ่นวายเช่นทุกครั้ง ใครจะคิดว่าความประมาทอันน้อยนิดจะชักนำอันตรายมาให้ง่ายๆ แบบนี้? กว่าจะรู้ตัวก็ถูกซ้อมจนเละ! และคงกลายเป็นศพไร้ญาติไปแล้วหากไม่มีเสียงปริศนาเมื่อครู่...  

“ตายหรือยังนะ?” เสียงปริศนาที่ได้ยินเมื่อครู่บ่นพึมพำ ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ดูเหมือนจะลังเลพอประมาณ

“ยังครับ” เจ้าของร่างที่นอนนิ่งและกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตอบกลับ และคำตอบนั้นก็ทำให้เจ้าของฝีเท้าที่ลังเลพอประมาณสะดุ้งโหยง

            “ตกใจหมด!” เธอตำหนิเสียงเบา แต่พอเห็นคนถูกตำหนิพยายามยันตัวขึ้นจากพื้นด้วยความทะลักทุเลก็เอ่ยถาม “ไหวไหมคุณ?”

“พอได้...” เสียงทุ้มของคนที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมตอบได้เพียงเท่านั้นก็เซถลา โชคดีที่ได้มือบางของคนถามคว้าไว้ทันก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น...ทันทีที่มือบางแตะถูกร่างหนา กลับเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านคนทั้งคู่ด้วยความรวดเร็วคล้ายโดนไฟชอร์ต ทั้งสองชะงักไปหลายวินาทีก่อนที่เจ้าของมือบางจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

“แบบนี้เขาเรียกไม่ไหว” เธอว่าพลางถอนใจ ในความมืดมิดทำให้ชายหนุ่มมองเห็นคนข้างกายได้เลือนรางกว่าที่ควรจะเป็น หญิงสาวแปลกหน้าหันรีหันขวางอยู่ครู่เดียว ค่อยกระชับวงแขนที่พยุงเขาไว้แล้วกระซิบบอกเสียงเบา

“ฉันว่าเราออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกมันจะย้อนกลับมา”

“แล้วตำรวจล่ะ?” เขาตั้งคำถาม เพิ่งสังเกตว่าทุกอย่างรอบกายดูเงียบผิดปกติ ก่อนจะกวาดตามองสำรวจอีกครั้งแล้วได้แต่ถอนใจเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า

“ไม่มีหรอกคุณ” เสียงใสบอกคล้ายสารภาพ ช่วยพยุงร่างสูงด้วยความทุลักทุเลพอประมาณ เพราะความสูงที่แตกต่างกันพอสมควร เซถลาอยู่หลายหนจนชายหนุ่มต้องคอยระวังแกมระแวงว่าจะล้มหน้าคว่ำไปด้วยกันตอนไหน? แต่คนข้างกายเขากลับดูไม่ค่อยทุกข์ร้อนเท่าที่ควร แถมเธอยังหัวเราะออกมาเบาๆ เหมือนแก้เก้อให้ตัวเอง แล้วค่อยขยายความเสียยาวเหยียด

“ฉันก็ตะโกนไปอย่างนั้นละ คิดดูสิว่าถนนเส้นนี้รถติดอย่างกับอะไร? คงจะมีคนผ่านไปมาหรอก...อย่างมากก็มีตามป้ายรถเมล์ที่ฉันเดินผ่านมาโน่นละ” 

“...” เขามองคนข้างๆ ด้วยสายตาที่ยากจะอ่าน

“อย่ามองฉันแบบนั้นสิ นี่ฉันช่วยคุณไว้นะ” เสียงใสร้องบอก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่ตัวเองช่วยไว้มองมาด้วยสายตาประหลาด

“...ขอบคุณครับ” เขาตอบกลับเสียงเบา ขณะเดินออกจากเขตก่อสร้างมาถึงริมฟุตพาทข้างถนนที่เต็มไปด้วยรถสัญจรผ่านไปมา

“ฉันว่าเราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า เพราะถ้าพวกมันย้อนกลับมา...ฉันคงโดนจับเผานั่งยางไปพร้อมกับคุณแน่ ๆ เลย” เธอบอกทีเล่นทีจริง

“...”

เวลาที่เดินล่วงเลยไปจนตะวันลาลับขอบฟ้าทำให้เขามองเห็นใบหน้าของคนแปลกหน้าไม่ชัดเท่าไรนัก แสงสนธยาอาบไล้ทั่วบริเวณเขตก่อสร้างที่พอจะมองเห็นรอบด้านได้บ้างเริ่มเลือนราง ก่อนความมืดจะเข้าปกคลุมทุกพื้นที่ สุดท้ายก็มีเพียงแสงไฟจากเสาที่อยู่ห่างไปเกือบร้อยเมตรเท่านั้น ที่พอจะทำให้มองเห็นใบหน้าของเธอได้ถนัดตา

“...ล้อเล่นน่าคุณ ทำหน้าดุไปได้” เจ้าของเสียงใสร้องบอก เมื่อเห็นว่าคนข้างกายกำลังจ้องมองมาไม่วางตา

“ไปแจ้งความไหมคุณ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“...ไม่” ลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจปฏิเสธ

“งั้นบ้านคุณอยู่ไหน?” เธอถามอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรครับ...คืนนี้ผมว่าจะนอนโรงแรมแถวๆ นี้” เขาครุ่นคิดก่อนตอบออกไป เกรงว่าจะมีการดักรออยู่หน้าบ้าน เพราะพวกมันรู้อยู่แล้วว่าเขายังไม่ตาย 

“...ก็ตามใจคุณนะ”

เธอบอก ก่อนจะโบกมือเรียกแท็กซีที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

“ไปโรงแรมใกล้ๆ นะคะ...เอาที่ไม่แพงนะ” เสียงใสเจรจากับคนขับเจื้อยแจ้ว ก่อนจับคนที่ยังมึนงงยัดใส่รถแล้วตามเข้าไปนั่งข้างกันอย่างรวดเร็ว 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
192 Bab
ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 1
บางครั้ง...ชีวิตของคนเราอาจจะสั้นกว่าที่คิด? ชายหนุ่มบ่นพึมพำในใจอย่างนึกสมเพชตัวเอง ก่อนจะถ่มน้ำลายผสมเลือดทิ้งด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เขาจ้องมองชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับต้องการประกาศว่า...หากรอดไปได้ ชีวิตของมันสองคนจะต้องดับลงอย่างแน่นอน!“ใครจ้างพวกมึงมา” เจ้าของร่างหนาหนักที่เต็มไปด้วยบาดแผลถามลอดไรฟัน“...เขาว่าคนตายจะรู้ทุกอย่าง ตายไปเดี๋ยวมึงก็รู้เอง!” เสียงของหนึ่งในสองคนตอบกลับ ก่อนจะเหวี่ยงร่างของคนถามใส่รั้วสังกะสีจนเกิดเสียงดัง ‘โครม!’“ถ้าจะโทษใครสักคน มึงก็โทษตัวเองเถอะ” มันบอกกลั้วหัวเราะ กวาดตามองร่างหนาที่นอนหมอบติดพื้นกำแพงเพราะแรงปะทะเมื่อครู่ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม “...ชอบเสือกไม่เข้าเรื่อง”‘คลิก!’ เสียงขึ้นลำกล้องดังจากวัตถุสีดำขลับในมือของชายฉกรรจ์ ทำให้เจ้าของร่างหนาที่สะบักสะบอมเต็มทีรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่า ‘หากไม่ทำอะไรสักอย่างคงรอดยาก!’ และถึงแม้สมองจะยังสั่งงานอย่างแข็งขัน แต่การถูกซ้อมอย่างหนักติดต่อกันมาหลายชั่วโมงมันก็สร้างความเสียหายมากเกินไป...เพราะตอนนี้ ร่างกายแทบจะไม่ตอบสนองอะไรแล้ว!“คุณตำรวจ! ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย
Baca selengkapnya
ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 2
โรงแรมแห่งหนึ่ง“เข้ามาสิคุณ” เธอบอกขณะเปิดประตูห้องพักโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างจากเขตก่อสร้างเมื่อครู่มากนัก“...” แม้จะไม่ตอบอะไรแต่คนถูกผู้หญิงชวนเข้าห้อง ก็ยอมเดินตามเข้าไปโดยง่าย“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ปล้ำคุณหรอกน่า!” เธอบอกขณะเดินสำรวจรอบห้อง ราวกับสิ่งเหล่านั้นน่าสนใจกว่าเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งรู้จักกันเป็นไหน ๆ“...ทำไมคุณถึงช่วยผม?” เสียงทุ้มถามหลังจากนั่งเงียบอยู่นานดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังจับจ้องคนตรงหน้าคล้ายพิจารณา ร่างสูงโปร่งเพรียวลมที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้...เธอดูมีน้ำมีนวลไปสักหน่อย ทำให้ยามมองผ่านดูตัวโตกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย แต่กระนั้นเธอก็ยังตัวเล็กมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับเขา...ใบหน้าหวานที่ต้องยอมรับว่าสะสวยไม่น้อยแม้ปราศจากเครื่องสำอาง แต่สิ่งที่ตรึงหัวใจของชายหนุ่มไว้กลับเป็นดวงตาคู่หวานกลมโตที่เต็มไปด้วยประกาย ช่างรับกับรอยยิ้มสดใสที่มีแจกจ่ายให้คนแปลกหน้าทุกคนที่เธอได้พูดคุยแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“นั่นสิ ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” เจ้าของเสียงใสตอบคล้ายครุ่นคิด ยังคงเดินสำรวจทั่วห้องไม่เลิกรา ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำของโรงแรมแล้วกลับออกมา สุดท้ายก็เดินไปหยุดอยู่หน้าตู้เ
Baca selengkapnya
ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 3
เสียงเปิดประตูห้องน้ำบ่งบอกว่าใครบางคนคงชำระล้างร่างกายเสร็จแล้ว พร้อมกับร่างสูงในชุดคลุมอาบน้ำของโรงแรมเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้เศษดินและฝุ่นผงถูกเผยให้เห็นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่คมกวาดมองรอบห้องคล้ายแปลกใจที่ห้องทั้งห้องยังเงียบสนิทก่อนสายตาจะสะดุดหยุดลงที่โต๊ะกลมขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย..สิงหามองดูข้าวของมากมายในถุงที่วางอยู่เต็มโต๊ะด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นดูจะเป็นคนละเอียดรอบคอบอย่างไม่น่าเชื่อ? หยิบธนบัตรใบละห้าร้อยหนึ่งฉบับกับใบย่อยอีกจำนวนหนึ่ง รวมไปถึงเหรียญขนาดต่างๆ ที่วางเรียงรายขึ้นมอง...แม้จำนวนเงินจะไม่ได้มากมาย แต่ก็คงพาเขากลับบ้านได้อย่างไม่ลำบากชายหนุ่มระบายยิ้มออกมาเมื่อทอดมองกระดาษโน้ตที่มีลายมือหวัดๆ ของหญิงสาวบันทึกอยู่ รู้สึกราวกับเห็นภาพของเธอกำลังยืนเจื้อยแจ้วแจกแจงสิ่งต่างๆ อยู่ตรงหน้าก็ไม่มีผิด‘RRRRRRRRRRRRRRRR’เสียงเครื่องมือสื่อสารราคาแพงระยับแผดเสียงดังก้อง ทำให้ใครบางคนที่กำลังฝันถึงอดีตที่พ้นผ่านลืมตาขึ้นมาในที่สุด หยิบกรอบรูปลายไม้แสนสวยที่ถูกวางคู่หัวเตียงมานานหลายปีแล้วขึ้นมอง โดยไม่คิดจะสนใจเสียงเครื่องมือสื่
Baca selengkapnya
ห้วงคำนึงที่เฝ้าคะนึงหา 4
สิงหา ภัคราลัญชญ์ นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลที่แสนสุขุมและเยือกเย็น จนแทบจะเรียกได้ว่าเย็นชาในสายตาคนรอบข้าง ละความสนใจจากเครื่องมือสื่อสารที่เริ่มแผดเสียงร้องอีกรอบคล้ายหมดความสนใจ หยิบกรอบรูปลายไม้ที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตขึ้นมองอีกครั้งด้วยสายตาอ่อนโยนในแบบที่น้อยคนนักจะได้เห็น ก่อนจะวางกรอบรูปนั้นลงที่เดิมเช่นที่ทำทุกเช้า ‘หวังว่าเธอจะสบายดี’ ชายหนุ่มคิดเพียงเท่านั้น แล้วขยับลุกจากเตียงนอนกว้างเพื่อทำหน้าที่ของตนหน้าที่...ที่ไม่เคยผิดแผกแตกต่างไปจากทุกวันเวลาก็ยังคงเดินไปข้างหน้า...เช่นเดียวกับชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกเปิดตัวอย่างสวยงามท่ามกลางบรรดาแขกกิตติมศักดิ์ระดับท็อปคลาสที่ถูกเชิญมาจากทั่วประเทศ สิงหาในชุดสูทสีดำเป็นทางการกำลังทอดมองวิวแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านกำแพงกระจกบานกว้างที่กินพื้นที่ยาวตลอดแนวด้วยสายตาเบื่อหน่าย งานเลี้ยงหรูหราที่มีผู้จนมากมายสวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ ทำให้วิวทิวทัศน์ตรงหน้าที่ควรค่าแก่การประทับใจดูไม่น่าอภิรมย์ไปถนัดตา “แหมๆ ดูสิ...หรูหราหมาเห่าสมคำกล่าวอ้างจริงๆ ซะด้วย” พายัพบอกอย่างชื่นชมแกมเหน็บแนม ก
Baca selengkapnya
คือเธอ 5
ดวงตาคู่หวานกวาดมองสิ่งรอบกายด้วยสายตาเบื่อหน่าย งานเลี้ยงหรูหราช่างไม่เหมาะกับเธอแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะคำขอของผู้อาวุโสที่เคารพรักเสมือนบุพการี เธอคงไม่มีทางทำเช่นที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นแน่! สายตาหลายคู่มองจ้องมาราวกับเธอมีอะไรที่แปลกประหลาดแตกต่างจากคนทั่วไป แม้จะขัดข้องใจแต่หญิงสาวก็คร้านจะใส่ใจเพราะอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักใครในงานเลี้ยงหรูหราเช่นนี้อยู่แล้ว“น้องป่าน...ทำไมถึงเข้ามาในงานก่อนพี่ล่ะครับ” เสียงทุ้มของกิตติภพจากด้านหลัง ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่างเข้ามาในงานชะงักเล็กน้อย“ป่านเห็นคุณภพยุ่งๆ เลยเดินเข้ามาก่อนคะ” เธอตอบตามจริง“ดูน้องป่านเบื่อๆ นะ” กิตติภพเอ่ยเสียงอ่อน ขณะปัดปอยผมสวยที่ระดวงหน้าหวานด้วยความเบามือ“...ป่านแค่ไม่คุ้นกับงานเลี้ยงหรูๆ พวกนี้ค่ะ” เธอว่าเรียบเรื่อย พลางขยับตัวหลบสัมผัสของชายหนุ่มข้างกายอย่างรักษามารยาท“ก็น้องป่านไม่เคยออกงานนี่น่า...เอายังไงดี” เขาทำเสียงเหมือนยุ่งยากเล็กน้อย ก่อนจะรวบเอวบางของคนข้างกายด้วยความรวดเร็ว เพียงเสี้ยววินาทีร่างบางก็ถูกตวัดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของกิตติภพทันที “เอาแบบนี้ก็แล้วกัน” กิตติภพบอกกลั้วหัวเราะ โดยไม่ส
Baca selengkapnya
คือเธอ 6
งานเลี้ยงหรูหรายังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความไม่สบอารมณ์ที่หาเหตุผลไม่ได้ของสิงหา แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังยกยิ้มตามมารยาทเพื่อพูดคุยกับแขกผู้ใหญ่หลายท่านที่วนเวียนผลัดเปลี่ยนเข้ามาทักทายเป็นระยะธุรกิจมากมายที่ครอบครัวของเขาก่อร่างสร้างมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน จนเติบเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศได้เช่นทุกวันนี้ เมื่อรวมกับความไม่ค่อยออกงานสังคม ทำให้การปรากฏตัวในงานสังคมของสิงหาสร้างความสนใจจากทุกคนในงานไม่น้อย บางคนทักทายราวกับสนิทสนมกันมายาวนานทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังยกยิ้มให้และพูดคุยตามมารยาท“...ไอ้สิงห์ เมื่อกี้ไม่เรียกยิ้ม เรียกแยกเขี้ยว” พายัพบอกแกมหัวเราะ กับท่าทีอึดอัดใจของเพื่อนสนิท“กูเบื่อ” สิงหาบอกสิ่งที่คิดอย่างหน่ายๆ ก่อนสายตาคมจะกวาดหาใครบางคน เพียงครู่ชายหนุ่มก็ยกยิ้มอีกครั้งแต่คราวนี้พายัพกลับสัมผัสได้ว่ารอยยิ้มนั้นมันต่างออกไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง“มองอะไรวะ” คนที่เห็นความแตกต่างถาม คนถูกตามไม่ตอบแต่ยื่นแก้วแชมเปญของตนเองให้เพื่อนแล้วเดินหนีไปเสียเฉยๆ โดยไม่สนใจเสียงสบถของเพื่อนที่ตะโกนไล่หลังสักนิด
Baca selengkapnya
คือเธอ 7
เสียงเข้มที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการตำหนิ ทำให้คนทั้งคู่ชะงัก“คุณภพ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา เมื่อเจ้าของเสียงที่เรียกชื่อเธอเดินเข้ามายืนข้างกาย“น่าดีใจนะ ที่คนอย่างนายอุตส่าห์ให้เกียรติมางานของฉัน”กิตติภพเอ่ยทักคู่สนทนาของหญิงสาว แต่รอยเสียงกึ่งแดกดันนั้นทำให้คนฟังอดขมวดคิ้วไม่ได้ เธอรู้สึกได้ถึงความไม่ลงรอยกันของคนทั้งคู่“ยินดีด้วย...ที่นี่สวยมาก” สิงหาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หากใครที่ฟังอยู่คงรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มเพียงชื่นชมตามมารยาท คล้ายไร้ความสนใจต่อผลงานที่อีกฝ่ายแสนจะภาคภูมิใจ“ขอบใจ” กิตติภพก็ตอบรับตามมารยาทเช่นกัน ก่อนจะรวบไหล่มนของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยแนะนำ“เกือบลืมไป...นี่น้องป่าน ว่าที่คู่หมั้นของฉัน” กิตติภพกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นแววตาของสิงหาไหววูบ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม“ปาหนันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงบีบจากมือแข็งแรงที่โอบไหล่ของเธออยู่ สัมผัสได้ว่ากิตติภพกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง“สิงหาครับ...ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ คุณป่าน” สิงหาแนะนำตัวเสียงเรียบเรื่อย แต่ในเนื้อเสียงนั้นกลับรู้สึกถึงความ
Baca selengkapnya
คือเธอ 8
สิงหาหลบมายืนรับลมที่สวนลอยภายนอกงานด้วยความรู้สึกหลากหลาย คำพูดสั้นๆ ของพายัพทำให้ความสับสนเข้าปกคลุมห้วงความคิดไปหมด เขาตามหาเธอมาหลายปีแล้ว ยอมรับเลยว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน และเขาก็เชื่อเสมอว่าสักวันจะต้องได้พบเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่เคยคิดไว้เช่นกัน...ว่าเมื่อพบเธอแล้วจะทำอย่างไรต่อไป?ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันเหมือนการวิ่งมาราธอน วิ่งมาอย่างยาวนานจนเจอเส้นชัยแต่กลับไม่กล้าวิ่งข้ามเส้นไป…เพราะไม่รู้เลย ว่าสุดท้ายจะเจออะไรบ้างที่ปลายทาง?“คิดอะไรอยู่คะ” น้ำเสียงสดใสของผู้มาใหม่ดังขึ้นจากทางด้านข้าง ทำเอาคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดตัวเองชะงักไปเล็กน้อย“ป่าน...คุณมาตั้งแต่เมื่อไรครับ ผมตกใจหมดเลยนะ” สรรพนามที่ถูกเอ่ยออกมาเพราะความลืมตัวชั่วขณะ ทำให้หญิงสาวยกยิ้ม“ก็มาทันเห็นใครบางคนถอนหายใจเหม่อๆ นี่ละค่ะ” ปาหนันบอก น่าแปลกใจที่เธอรู้สึกเป็นกันเองกับชายหนุ่ม“จำผมได้แล้วใช่ไหม” น้ำเสียงน่าฟังของสิงหา ทำให้ปาหนันพยักหน้าแทนคำตอบ“...ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าฉันจะได้เจอคุณอีก” เธอว่าอย่างอารมณ์ดี“แต่ผมเชื่อนะ ว่ายังไงเราสองคนจะต้องได้เจอกันอีก” สิงหาบอกด้วยน้ำเสียงหนัก
Baca selengkapnya
คือเธอ 9
“คุณไม่ได้กำลังนินทาผมในใจใช่ไหม?” เสียงทุ้มติดจะจับผิดแต่ก็เจือรอยเอ็นดูอย่างชัดเจนพูดขึ้น“เปล่าสักหน่อย!” ปาหนันปฏิเสธเสียงสูง เงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าพร้อมกับแจกค้อนวงใหญ่ไปเต็มวง อดค่อนขอดไม่ได้ “ว่าแต่ คุณเนี่ย...ขี้ระแวงไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” “ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” คนขี้ระแวงยอมรับตามตรง มือหนายังคงขยับถักเปียให้คนตรงหน้าอย่างเบามือเช่นเดิม “เจอเรื่องร้ายบ่อยๆ ก็ต้องระวังตัวมากเป็นธรรมดา”“ก็จริงของคุณ”ปาหนันพยักหน้าเป็นเชิงเห็นพ้อง ก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้ามอมแมมคลุกฝุ่นของชายหนุ่มเมื่อหลายปีก่อน“แต่ไม่น่าเชื่อนะคะ...ว่าผู้ชายสภาพมอมแมมที่ฉันเก็บได้วันนั้น พอถอดรูปออกมาแล้วจะกลายเป็นพระสังข์ทองแบบนี้”“ผมถือว่าเป็นคำชมนะ เพราะพระสังข์หน้าตาดี” สิงหาว่าติดตลก“หลงตัวเองเหมือนกันนะคุณ”“ถ้าว่ากันตามตรง...ผมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดี” คนชมตัวเองบอกอย่างมั่นใจ“มั่นใจในตัวเองไปหรือเปล่า” คนฟังหัวเราะอย่างผ่อนคลาย“ผมก็คิดแบบนั้น” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำพูดของตัวเอง ก่อนจะรับช่อดอกไม้ประดับผมจากคนตรงหน้ากลับมาเพื่อติดกลับคืน“...เสร็จแล้วครับ” ผมยาวส
Baca selengkapnya
ช่วงเวลาที่หายไป 10
เสียงเคาะประตูห้องทำงาน ทำให้คนที่กำลังนั่งมองภาพวาดของหญิงสาวในกรอบไม้ลวดลายสวยงามแบบเดียวกันกับที่ถูกวางไว้ในห้องนอนของเขาละสายตาจากภาพตรงหน้า ก่อนจะปรายตามองผู้มาใหม่ที่ค้อมศีรษะเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพตามมารยาท“ได้อะไรมาบ้าง วศิน” สิงหาเอ่ยถามถึงเรื่องที่ใช้ให้ผู้ช่วยคนสำคัญ ที่รั้งตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายของตระกูลไว้ด้วยอีกตำแหน่ง“น่าสนใจทีเดียวครับ เธอทำให้ผมนึกถึงตอนสืบเรื่องของ...”วศินละคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องที่สร้างความคลางแคลงใจ และยังเต็มไปด้วยข้อกังขาเหล่านั้นขึ้นมาอีก เพราะรู้ดีว่าเรื่องของ ‘เขาคนนั้น’ เป็นตะกอนขนาดเล็กที่ยังตกค้างและมักจะสร้างความขุ่นใจให้กับเจ้านายของตัวเองได้อย่างง่ายๆ“ว่ามา” สิงหาบอก มุมปากยังมีรอยยิ้มประดับแม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มแกมเยาะก็ตามที“คุณ ‘ปาหนัน ชลวัฒน์สุวรรณ’ หรืออีกชื่อคือ ‘ปาหนัน ศิลาศิลศาสตร์’ ครับ”“สองนามสกุล?” คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย เปิดแฟ้มที่คนสนิทยื่นให้“คุณปาหนันเคยเป็นลูกสาวคนกลางของตระกูล ‘ชลวัฒน์สุวรรณ’ ครับ แต่เพราะมีเรื่องบางอย่างก็เลยตัดขาดจากทางบ้านเมื่อหลายปีก่อน”“...”“แล้ว ‘คุณพิพัฒน์ ศิลาศิลศาสต
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status