Masuk“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก”
“ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร”
“ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร
“คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง
“ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด
“คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด
“ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้
“เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตนเองต้องเจอ
“ไปดูของใช้ของณิชาที่ห้องนอนซิว่ายังอยู่หรือเปล่า” รัฐกฤตญ์ลดระดับของน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ
“ครับ” อุดมเดินไปที่ห้องนอนที่ณิชาอาศัยนอนเมื่อคืน พบกระเป๋ายังคงวางอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้า
“กระเป๋าเดินทางยังอยู่ครับ” อุดมตอบผู้เป็นเจ้านาย ตอนนี้สมองอันชาญฉลาดของเขากำลังคิดวิธีที่จะตามหาแม่กระต่ายน้อยตัวแสบของเขา นึกย้อนไปถึงคนที่ณิชาสนิทสนมด้วย แล้วก็ได้คำตอบที่เขาต้องการ
“อุดมไปบ้านพ่อของณิชา ฉันจะให้แกแก้ตัว แกทำวิธีไหนก็ได้ตามหาณิชาให้เจอไม่งั้นแกเตรียมตัวย้ายไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลได้เลย” รัฐกฤตญ์วางสายทันทีที่พูดจบ หากคนฟังอย่างอุดมถึงกับหน้าซีด ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อนึกถึงคำพูดชี้ชะตาของผู้เป็นเจ้านาย
‘มีหวังงานนี้ต้องไปหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่เลย’ อุดมพึมพำในใจ
หลังจากวางสายจากอุดม รัฐกฤตญ์ย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์เมื่อคืน เขาจำได้ว่าเขากระชากโทรศัพท์มือถือของณิชา ยื้อยุดชุดกระชากถกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และหลังจากนั้นเขาก็จูบเธอแบบมาราธอนพลันสมองของเขานึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง
“แดนไปหาโทรศัพท์ของณิชาที่ตกอยู่ในรถให้ที” รัฐกฤตญ์โทรศัพท์สั่งงานดินแดน เวลาผ่านไปไม่นานดินแดนเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของคนที่ออกคำสั่งเมื่อครู่
“ไม่มีครับ ผมหาจนทั่วแล้วครับ” ดินแดนบอกผู้เป็นเจ้านายที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงดูน่ากลัว
“หาดีแล้วเหรอ” รัฐกฤตญ์ถามไม่สบอารมณ์ ดินแดนอยากจะตอบกลับว่า ‘หาจนจะแยกชิ้นส่วนรถออกมาแล้ว’ แต่ก็พูดได้เพียงในใจ เพราะกลัวของที่ไม่พึงประสงค์จะประเคนเข้ามาที่ใบหน้า
“หาดีแล้วครับ” ดินแดนตอบชัดถ้อยชัดคำ
“โธ่เว้ย!...อะไรวะแค่ผู้หญิงคนเดียวแค่นี้ยังดูแลกันไม่ได้ แล้วงานใหญ่ๆ จะทำได้ยังไง” รัฐกฤตญ์กล่าวอย่างเดือดดาล ต่างจากดินแดนที่คิดตรงกันข้ามกับผู้เป็นเจ้านาย ให้เขาทำงานใหญ่อย่างที่เจ้านายว่ายังดีกว่าต้องมาทำงานเล็กๆอย่างเช่นด้วยการดูแลผู้หญิงของเจ้านาย
“โทรไปหาอุดมสิได้เรื่องหรือยัง” ดินแดนกดหมายเลขโทรศัพท์ของอุดม เสียงตัดพ้อของอุดมดังมาตามสายทันที
‘โธ่!...เจ้านายสั่งเมื่อสิบนาทีก่อน ผมเพิ่งขับรถออกมาจากคอนโดเองนะพี่’
‘เออน่า...แกก็รีบหน่อยก็แล้วกันพายุกำลังจะมาแล้ว’
‘งานนี้ถ้าผมหาไม่เจอมีหวังตายแหงๆ’
‘ไม่ตายหรอกน่า...แค่ไปนอนหยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาลเท่านั้นเอง’
‘งั้นแค่นี้นะพี่แดน...’อุดมตัดสายทันทีที่พูดจบ ดินแดนเดินเข้ามารายงานเจ้านายอีกครั้งหวั่นๆ กับพายุที่กำลังจะมา บรรยากาศในห้องเริ่มมืดครึ้ม ทั้งที่อากาศข้างนอกออกจะแจ่มใส
“อุดมเพิ่งออกจากคอนโดครับ” ดินแดนเห็นใบหน้าของผู้เป็นเจ้านายที่เริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ ในขณะที่พายุกำลังก่อตัวเสียงหวานใสของใครบางคนที่เปรียบเสมือนสายลมก็พัดพาพายุลูกนี้ให้สลายออกจากห้องนี้ภายในพริบตา
“พี่ใหญ่ขา ทำอะไรอยู่คะ” อารยาสาวสวยใบหน้าหวานใสเดินเข้ามาภายในห้องทำงานพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส รัฐกฤตญ์มองสบตาคนรักและคู่หมั้นด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน ผิดกับเมื่อหนึ่งนาทีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
ดินแดนโค้งศีรษะให้ว่าที่นายหญิงของเขาก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงาน เพื่อให้ทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว และล็อคประตูห้องอย่างรู้ใจเจ้านายเพื่อไม่ให้ใครมารบกวน รัฐกฤตญ์เดินเข้ามาหาอารยาพร้อมกับโอบกอดไว้เต็มวงแขน
“คิดถึงจังเลย” รัฐกฤตญ์พูดทันทีที่พาอารยามานั่งที่โซฟา สูดดมความหอมจากแก้มนวลทั้งสองข้าง ก่อนจะมองใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายอย่างรักใคร่
“ปากหวาน ไม่รู้ว่าตอนที่น้ำไม่อยู่แอบไปมีกิ๊กหรือเปล่า” อารยาพูดทีเล่นทีจริง เพราะเธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศหลังศึกษาจบปริญญาโทจบเมื่อเช้านี้
“พี่ไม่มีใครหรอก พี่รักน้ำคนเดียวผู้หญิงอื่นเป็นแค่ทางผ่านของพี่ แต่สำหรับน้ำ น้ำจะเป็นแม่ของลูกพี่ในอนาคต”รัฐกฤตญ์รักและคบหาดูใจกับอารยามาร่วมเจ็ดปี พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นเพราะอารยาเป็นลูกผู้ดีเก่า ไม่ว่าฐานะและชาติตระกูลถือว่าเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับรัฐกฤตญ์ที่สุด
“ขอบคุณนะคะที่ยังซื่อตรงต่อน้ำ”
อารยาก้มลงกราบที่หน้าอกของรัฐกฤตญ์ ชายหนุ่มเชยคางอารยาให้เงยขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากของเขาลงบนกลีบปากบางของเธอ อารยาเผยอเรียวปากรับริมฝีปากหนาของเขาด้วยความเต็มใจ ครั้งแรกที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเกิดขึ้นที่บ้านพักของเขาที่อยู่ที่ประเทศอิตาลี นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็หกเดือนพอดีมือหนายกร่างของอารยามานั่งบนหน้าขาของเขา โดยขาทั้งสองข้างของเธออยู่ในลักษณะนั่งคร่อม ชุดกระโปรงร่นขึ้นมาอวดเรียวขางาม มือหนาเลื่อนมาเคล้นคลึงหน้าอกพอดีมือ ริมฝีปากผละห่างกลีบปากสาวที่บดจูบเมื่อครู่เพื่อจัดการกับเดรสตัวสวย ร่างของอารยาจึงเหลือเพียงชุดชั้นในและอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋ว เรียวปากหนาประกบจูบปากอิ่มอีกครั้ง ตอบโต้สนองจูบซึ่งกันและกันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะเลื่อนปากต่ำลงไปยังซอกคอเรื่อยลงมาถึงทรวงอกที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อชั้นในสีหวาน ใช้มือที่ชำนาญปลดตะขอที่อยู่ด้านหลังออกอย่างง่ายดาย
เม็ดบัวสีสวยถูกครอบครองด้วยริมฝีปากหนา ดูดกลืนสลับกันทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้น้อยหน้า ศีรษะของอารยาแหงนหงายไปทางด้านหลัง แอ่นทรวงอกเข้าหาเรียวปากหนาอย่างเชิญชวน ซึ่งเขาก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะดูดดื่มกิน จนอารยาเองที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนอวดสรีระให้รัฐกฤตญ์ได้เห็นเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยลความสวยงามของส่วนเว้าส่วนโค้งของเธออารยาถอดอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วออกจากท่อนขาเรียวเดินเข้ามาหารัฐกฤตญ์ที่ใส่เสื้อผ้าครบชุด นั่งคร่อมร่างของเขาปลดเนคไทตามด้วยกระดุมเสื้อก่อนจะถอดมันออก จูบรัฐกฤตญ์ด้วยริมฝีปากของเธอ ก่อนจะลากไล้ลิ้นไปตามไรเคราที่เริ่มขึ้นเขียวครึ้ม เรื่อยมาจนถึงทรวงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามดูกำยำน่าลูบไล้ เรียวปากบางของเธอดูดเม้มที่ยอดอกของคนรักเบาๆ และเลื่อนต่ำลงมาที่หน้าท้องแข็งแกร่งใช้มือปลดเข็มขัดและปลดกระดุมกางเกงทำงานของเขาออกพร้อมด้วยชั้นในที่รูดมันลงมากองอยู่ปลายเท้าของเขาริมฝีปากบางสัมผัสกับเนื้อแท้อันเป็นตัวตนของเขาทันทีที่ถอดกางเกงออก ริมฝีปากบางดูดกลืนความเป็นชายชาตรีหายเข้าไปในปากแทบไม่หมดใบหน้าของเขาแหงนหงายพิงกับเบาะอย่างทรมาน เป็นนานกว่าเธอจะปล่อยสิ่งนั้นให้เป็นอิสระ ก่อนที่นำพาตัวเองขึ้นมานั่งคร่อมร่างของรัฐกฤตญ์ครอบครองความเป็นตัวตนของเขาเข้าหาร่างของเธออย่างเชื่องช้า
เมื่อทั้งสองสอดประสานร่างกายเป็นหนึ่งเดียว อารยาเริ่มบทรักที่เขาเป็นผู้สอน เธอเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเชื่องช้าและเปลี่ยนเป็นความเร็วในเวลาต่อมา ขยับกระชั้นร่างกายขึ้นลงโดยมีมือหนากอบกุมสะโพกเป็นคนคอยจับจังหวะ
“พี่ใหญ่อืม...อือ” เสียงกระเส่าของอารยาเล็ดรอดออกมาจากเรียวปากคู่งาม ร่างบางเริ่มเกร็งกระตุก และเสียงหวีดร้องเล็กๆ ก็ดังออกมาจากเรียวปากงาม เมื่อเธอได้ไปถึงฝั่งฝันค้นพบความสุขดั่งเช่นทุกครั้งที่ดำเนินกิจกรรมทางเพศ รัฐกฤตญ์จับร่างของอารยาให้นอนราบไปบนโซฟาแล้วเป็นผู้คุมเกมเองร่างสูงใหญ่เคลื่อนไหวบนร่างกายของอารยาอย่างรวดเร็ว แต่สมองกลับคิดถึงแต่ใบหน้าและริมฝีปากตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสัมผัสร่างกายของหญิง
สาวอีกคนหนึ่ง มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร เขานึกถึงณิชาตอนที่ขับเคลื่อนร่างกายอยู่เหนือร่างของอารยา มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย เวลานี้เขาน่าจะนึกถึงอารยาหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างเขามากกว่าไม่ใช่คิดถึงผู้หญิงคนอื่น เขาสะบัดศีรษะไล่ความคิดถึงณิชาให้ออกไปจากหัว เร่งอารมณ์ปรารถนาของตัวเองให้ถึงขีดสุด
เพื่อจะตามอารยาไปถึงฝั่งฝัน
“พี่ใหญ่...พี่ใหญ่” เสียงหวานใสของอารยาเปล่งออกมาอีกครั้งเมื่อเธอพานพบกับความสุขเป็นครั้งที่สอง รัฐกฤตญ์ก้มใบหน้าลงจูบเรียวปากของเธอเนิ่นนาน เหงื่อบนใบหน้าของเขาหยดลงบนดวงหน้าของอารยาเป็นระยะ เขา
พยายามเร่งเร้าอารมณ์ของตัวเองเต็มที่ หวังว่าจะไปยังวิมานที่ลอยอยู่ไกลเกินเอื้อม
รัฐกฤตญ์หยุดการกระทำของเขา ดึงตัวตนของเขาออกจากร่างกายของอารยา หลังจากที่เพียรพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองร่วมหนึ่งชั่วโมง แต่สมองมันกลับไม่รักดีคิดถึงแต่ผู้หญิงที่ชื่อณิชาตลอด
“พี่ใหญ่เป็นอะไรคะ” อารยาถามหลังจากที่ลุกขึ้นนั่งข้างๆ เขา มือน้อยเริ่มซุกซนไปที่ตัวตนของเขาเพราะเธอรู้ว่าเขายังไม่ถึงฝั่งฝัน มือหนาตะครุบข้อมือบางไว้แน่น เพราะเขาหมดอารมณ์กับเธอเสียแล้ว
“พี่คงเครียด มีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อย” รัฐกฤตญ์โกหกคำโต เขาคิดเรื่องอื่นต่างหาก เรื่องงานไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเขาเลย
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”
“ให้น้ำอาบด้วยนะคะ เหนียวตัวไปหมดเลย” อารยาบอกอย่างเอียงอายต่างจากเมื่อหนึ่งชั่วโมงอย่างสิ้นเชิงรัฐกฤตญ์ยิ้มก่อนจะโอบไหล่ของคนรักเดินตรงไปที่ห้องอาบน้ำที่เขาตั้งใจว่าจะอาบน้ำเพียงอย่างเดียว หวังจะให้สายน้ำดับความร้อนรุ่มในใจของเขาไม่ให้คิดถึงใครบางคนได้
Chapter12“คุ...คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มตรงมุมปากแต่ดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายด้วยความโกรธ“จะกลัวทำไม เก่งนักไม่ใช่เหรอ เก่งให้ตลอดสิ” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก“ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง“โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆ ก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ที่เกิดขึ้นตรงจุดนั้น ลดมือที่คลำตรงหางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆ ที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก“เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วห้อง“คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป ถ้าฉันฆ่าคุ
Chapter11รัฐกฤตญ์นั่งอยู่ที่โซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินหรูราคาแพงในมือถือแก้ววิสกี้สายตาจับจ้องอยู่ที่บานประตูห้องชุดตลอดเวลา เหมือนกับรอคอยการกลับมาของใครบางคนโดยมีดินแดนและวิทยายืนอยู่ไม่ไกลนัก บนโต๊ะขนาดเตี้ยที่ทำด้วยกระจกใสหน้าโซฟามีขวดวิสกี้เปล่าหนึ่งขวด ส่วนอีกหนึ่งขวดพร่องไปเกือบครึ่งวันนี้เขากับอารยาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน ไปดูหนัง เล่นโบว์ลิ่ง เดินเลือกซื้อสินค้าที่ห้างหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตบท้ายด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาชื่นชมความสวยงามพร้อมกับรับประทานอาหาร ชมพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติก ความโรแมนติกแทบจะมลายหายไป เมื่อเขาได้รับรายงานจากอุดมว่า พยายามทุกทางแล้วแต่ไม่สามารถตามหาณิชาได้ เรืองเดชและพิชานันท์ก็ไม่อยู่บ้าน เขาจึงสั่งสอนลูกน้องโทษฐานดูแลคนของเขาไม่ดีในที่สุดการรอคอยของเจ้าของห้องก็สิ้นสุดลง บานประตูห้องชุดถูกเปิดออก ยังไม่ทันที่คนเปิดประตูจะเดินเข้ามาในห้องดี เสียงกังวานและดูมีพลังแผดเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับแก้ววิสกี้ลอยมาปะทะกับกำแพง ผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร“ไปไหนมา” รัฐกฤตญ์ไม่พูดเปล่าสาวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยสายตาและใบหน้าที่ดุ
Chapter10“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก” “ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร” “ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร “คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง “ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด “คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด “ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้ “เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตน
Chapter9 พิชานันท์พูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม สงสารพี่สาวที่ต้องมาพบกับเจ้าหนี้อย่างรัฐกฤตญ์ “มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา” เรืองเดชพูดพร้อมกับนึกถึงปัญหาของบริษัทที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองเดือนธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นบริษัทที่ก่อเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มากในสายตาของพวกมหาเศรษฐี แต่ก็สามารถทำกำไรต่อปีเกือบห้าสิบล้าน เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่การจัดฉากของรัฐกฤตญ์ โกดังสินค้าของเขาถูกปล้น เรือขนส่งสินค้าที่เขาว่าจ้างเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เขาไม่สามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ทันเวลา เรือที่คิดว่าจะจ้างมาทดแทนโก่งราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า เขาต้องเสียเงินค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่ค้าที่ผิดสัญญาการส่งสินค้ารายละเกือบสิบล้านบาท เขาจะไม่ทุกข์ใจเลย หากมีบริษัทคู่ค้าเพียงรายเดียว แต่นี่เขามีถึงสามสิบกว่าบริษัทเรืองเดชต้องหาเงินร่วมสามร้อยล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยไม่เช่นนั้นเขาจะเสียลูกค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน รวมทั้
Chapter8“เธอกล้าชกหน้าฉันงั้นเหรอ คดีเก่ายังไม่สะสางก่อคดีใหม่อีกแล้วนะ” รัฐกฤตญ์กัดฟันพูด ใบหน้าตึง “อะไรคดีกงคดีเก่าอะไร” ณิชาเถียงออกไปอย่างไม่เกรงกลัว “ก็ที่เธอพูดโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่นเมื่อกี้ไงเล่า” “พี่พลไม่ใช่คนอื่น...คุณต่างหากล่ะที่เป็นคนอื่น” “ฉันนะเหรอเป็นคนอื่น เธอให้คนอื่นทุกคนที่เพิ่งเจอหน้ากันวันแรกทำแบบที่ฉันทำกับเธอเมื่อกี้หรือเปล่าล่ะ” “คุณมันทุเรศสิ้นดี” ณิชาพูดใส่หน้าเขา “ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่ากับคนที่เธอเรียกว่าคนอื่น เธอยังให้เขาทำถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ใช่คนอื่นอย่างไอ้พลเธอมิพรุนไปถึงไหนๆ แล้วหรือ” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยดูแคลน โดยเฉพาะสายตาที่โลมเลียจนร่างของเธอแทบจะมอดไหม้ “มัน-เรื่อง-ของ-ฉัน” ณิชาเน้นทุกคำชัดเจน “เมื่อก่อนนะใช่ แต่หลังจากคืนนี้ไปเธอไม่มีสิทธิ์คุยกับมันหรือคุยกับผู้ชายคนไหนโดยที่ฉันไม่อนุญาตเข้าใจมั้ย” รัฐกฤตญ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่ากลัว “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ณิชาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ทำไ
Chapter7 “พี่พลอยู่ไหนคะ” เสียงหวานใสเอ่ยถามเสมือนอยู่คนเดียว ทำให้คนที่อยู่ด้านข้างเริ่มหน้าตึง เธอสนทนากับธนาพลตามปกติราวกับว่าไม่มีร่างของรัฐกฤตญ์นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย น้ำเสียงของณิชายามที่โทรศัพท์หวานหยดจนคนที่นั่งข้างๆ เริ่มหมั่นไส้และไม่พอใจ หัวใจมันคันๆ ยุบยิบเหมือนมดไต่ “คิดถึงสิคะ” ประโยคนี้เองที่ทำให้รัฐกฤตญ์ทนไม่ไหว คว้าโทรศัพท์จากมือของณิชา ก่อนจะกดให้เสียงออกมาทางลำโพง เพราะเขาต้องการได้ยินการสนทนาของผู้ชายคนนั้นด้วย ณิชาอยากจะกรีดร้องให้ลั่นรถกับการกระทำเอาแต่ใจของเขา “ณิชาทำอะไรอยู่คะ ดึกแล้วนะทำไมยังไม่นอน” ปลายสายที่อยู่ที่ประเทศสวีเดนดังมาตามสาย ถามไถ่คนที่ตัวเองรักด้วยความห่วงใย “ณิชาอยู่กับเพื่อนค่ะ พอดีออกมาสังสรรค์กัน” ณิชาโกหกคำโต “คิดถึงณิชาจังเลย อยากกลับไปกอดณิชามากเลยรู้ไหม” ธนาพลทำเสียงออดอ้อนผ่านทางโทรศัพท์ คนฟังสองคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน ณิชารู้สึกอิ่มเอมกับคำพูดของเขา แต่อีกคนหนึ่งกำลังโกรธจนแทบอยากจะฆ่าผู้ชายที่เธอกำลังสนทนาด้วย “ณิชาก็คิดถึงพี่พล







