تسجيل الدخول“คุ...คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มตรงมุมปากแต่ดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายด้วยความโกรธ
“จะกลัวทำไม เก่งนักไม่ใช่เหรอ เก่งให้ตลอดสิ” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก
“ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง
“โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆ ก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ที่เกิดขึ้นตรงจุดนั้น ลดมือที่คลำตรงหางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆ ที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก
“เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วห้อง
“คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์ทั้งโกรธและโมโหจนครองสติไม่อยู่ สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
“แต่ฉันจะฆ่าเธอก่อน...แต่จะฆ่าให้เธอตายทั้งเป็นต่างหาก” คำพูดของเขาทำให้ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างสูงใหญ่ที่ก้าวขึ้นมาบนเตียงอย่างหวาดกลัว ใช้ปลายเท้ากระแทกไปตามลำตัวของเขาไม่เลือกที่ ทว่าการดิ้นรนต่อสู้ก็ต้องยุติลงเมื่อข้อเท้าของณิชาถูกมือหนาจับเอาไว้มั่นแล้วลากสาวสวยเข้ามาหาร่างหนา จากนั้นรัฐกฤตญ์ก็กระโจนร่างทาบทับร่างของณิชาทันที จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอที่พยายามทำร้ายเขาตรึงไว้เหนือศีรษะของเธอ ก่อนจะเอื้อมหยิบเนคไทที่เขาโยนมาไว้บนเตียง มัดเข้ากับข้อมือทั้งสองข้างของเธอโดยปลายของเนคไทถูกผูกติดไว้กับหัวเตียง
รัฐกฤตญ์โยนผ้าห่มที่ณิชานำมาปกปิดร่างกายลงไปกองอยู่ที่พื้น ทรวงอกสล้างที่ใหญ่เกินตัวอวดโฉมให้เขาเห็น เขาไม่รั้งรอที่จะลงโทษเธอ เขาจะทำให้ผู้หญิงคนนี้รู้ว่า เล่นกับไฟก็ต้องถูกไฟลวก ถูกไฟเผาไหม้
ริมฝีปากหนากระแทกเข้าหาเรียวปากบางอย่างแรง แรงจนเธอเจ็บ เรียวลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพรงปากสาวกระหวัดเกี่ยวอย่างจาบจ้วง ณิชาพยายามสะบัดหน้าหนีปากหนาที่รุกรานแต่มือหนาจับมั่นท้ายทอยของเธอจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ มืออีกข้างหนึ่งของเขาเลื่อนมากอบกุมทรวงอกเคล้นคลึงอย่างแรง ไม่ว่ามือของเขาสัมผัสไปที่ร่างกายของเธอส่วนไหน ตรงจุดนั้นก็จะเต็มไปด้วยรอยช้ำ
ใบหน้าคมลากไล้มายังซอกคอขาวนวล ขบเม้มจนเกิดรอยแดงรอบลำคอเกือบสิบรอย แรงขบเม้มแต่ละครั้งสร้างความเจ็บที่มาควบคู่กับความกระสันเสียวให้กับณิชาเป็นอย่างมาก ความเสียวลามไปตั้งแต่ลำคอมาหยุดมวนตัวกันที่ท้องน้อย
รัฐกฤตญ์เลื่อนปากไปตามไหล่สาว ใช้ฟันกัดจนถึงข้อศอก ทำอย่างนี้ทั้งสองข้าง ร่างของณิชาดิ้นรนหนีคมเขี้ยวของเขาแต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งออกแรงกัดมากขึ้น เธอจึงหยุดดิ้นปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ เรียวปากหนามาหยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกคู่อวบใช้ฟันกัดที่บริเวณเนินอกก่อนจะให้เรียวปากอุ่นจัดครอบครองเม็ดบัวสีชมพูล่อตา ดูดกลืนเข้าไปในปากของเขาเสมือนทารกกำลังดูดดื่มน้ำนมของมารดา สลับกันไปมาทั้งสองข้าง กลิ่นกายของเธอช่างหอมหวาน ผิวที่ขาวอมชมพูกระตุ้นแรงปรารถนาของเขาได้เป็นอย่างดี
ร่างของณิชาบิดเร่าไปมาเพื่อดับความเสียวซ่านที่แผ่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย มันเหมือนมีเกลียวคลื่นไหลวนอยู่ทั่วบริเวณท้องน้อย ยิ่งเมื่อเขาดูดกลืนเม็ดบัวสีอ่อนของเธอสลับกับบีบเคล้นทรวงอกยิ่งทำให้สาวเจ้าครางออกมาอย่างลืมตัว
“อือ...อืม” เสียงครางที่เขาได้ยินบวกกับภาพใบหน้าของณิชาที่ศีรษะแหงนหงายไปทางด้านหลัง ดวงตาทั้งสองข้างหลับพริ้ม เรียวปากสีชมพูเผยอออกมาเล็กน้อย มันช่างเป็นภาพที่เซ็กซี่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ความคิดบางอย่างวิ่งเข้ามาในจิตใจ เมื่อนึกถึงข้อนี้แล้วจะมีใครเคยเห็นรูปร่างที่สวยงามของเธอหรือเปล่า
“ไอ้พลแฟนของเธอมันเคยทำกับเธออย่างนี้หรือเปล่า” เป็นคำถามที่น่าตบมากในความรู้สึกของณิชา ธนาพลผู้ชายที่แสนดีของเธอไม่มีวันทำกับเธอแบบนี้เด็ดขาด แต่เพราะอะไรไม่รู้ทำให้ณิชาตอบกลับไปในทางตรงกันข้าม
“เขาทำมากกว่าที่คุณทำซะอีก”
แววตาของรัฐกฤตญ์ลุกโชนเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง ที่เธอต่อสู้ไม่ยอนยอมแต่โดยดีเพราะไม่อยากให้เขามาทับรอยของคนรัก แต่อย่าหวังเลยว่าจะกลับไปเสวยสุขด้วยกัน ตราบใดที่เขายังไม่เบื่อตราบนั้นณิชาต้องอยู่กับเขา ซึ่งรัฐกฤตญ์เองยังไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องหงุดหงิด เมื่อรู้ว่าณิชามีอะไรกับแฟนเก่ามาก่อน ทั้งๆ ที่เขานอนกับผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แล้วไม่เคยสนใจด้วยว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะเป็นยังไงเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากความใคร่ล้วนๆ
“ฉันไม่สนใจว่าแฟนเธอจะทำยังไง ท่าไหนกับเธอ ตราบใดที่เธออยู่กับฉัน เธอห้ามยุ่งกับผู้ชายหน้าไหนเด็ดขาด ถ้าฉันรู้ฉันจะฆ่ามันแล้วก็จะจองล้างจองผลาญตระกูลของเธอทุกคนจำไว้ แล้วถ้าเธอไม่ยอมฉันดีๆ รับรองได้เลยว่าพรุ่งนี้ ญาติโกโหติกาของเธอจะอยู่ในอุ้งมือของฉัน” พูดจบมือหนาก็กระชากกางเกงผ้ายืดสีดำสีสวยของเธออย่างแรงหลายครั้งจนมันขาดติดมือ ตามด้วยอันเดอร์แวร์สีฟ้าอ่อนที่ถูกกระชากเพียงครั้งเดียว ณิชาไร้เรี่ยวแรงต่อสู้เมื่อได้ยินคำพูดของเขา มันเป็นคำพูดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ เจ็บร้าวระบมจนเธออยากจะกลั้นใจตาย ตั้งแต่นี้ต่อไปสามปีมีเพียงคำพูดเดียวที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจ คือทนกับทนเท่านั้น
Chapter14ธนาพลเดินออกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่สะสางงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จก่อนกำหนด เขาตั้งใจเดินทางกลับมาเงียบๆ โดยไม่บอกใครเพราะต้องการจะให้ณิชาคนรักของเขาแปลกใจ ชายคนเดิมเดินทางกลับมาที่บ้านพักของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเก็บสัมภาระ ก่อนจะขับรถยนต์คันเก่งไปหาณิชาที่คุ้มพระจันทร์ระหว่างทางที่ขับรถไปตามท้องถนนนั้น ธนาพลพยายามติดต่อณิชาทางโทรศัพท์ แต่ไม่มีใครรับสาย ‘ณิชาทำอะไรอยู่นะทำไมถึงไม่รับสาย’ ธนาพลพึมพำในใจแต่คิดในทางที่ดีว่า คนที่เขาโทรไปหาอาจจะลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องไม่ได้พกติดตัวไปด้วย แต่หารู้ไม่ว่าโทรศัพท์ของณิชาไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรอยู่เวลาเดียวกันแต่แตกต่างกันที่สถานที่ รัฐกฤตญ์มองดูโทรศัพท์เครื่องเล็กของณิชาที่เขาหยิบติดมือมาด้วย หลังจากที่เจอมันในห้องนอนของเธอ สายตาดุๆ มองดูชื่อที่ติดต่อเข้ามาหาแล้วทำหน้าเบ้ ไม่คิดที่จะหยิบมันขึ้นมาแล้วกดรับสาย แต่เลือกที่จะปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น นับคร่าวๆ ก็ร่วมสามสิบครั้ง ‘โทรให้มือหงิกนิ้วกุด...ณิชาก็ไม่มีวันรับโทรศัพท์ของมึงหรอก’ รัฐกฤตญ์พูดกับโทรศัพท์ที่ยังคงมีสายเรียกเข้าอยู่ และเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่
Chapter13เรียวขางามถูกแยกออกด้วยขาอันแข็งแกร่งของเขา ก่อนจะสอดแทรกความเป็นตัวตนของเขาเข้าหาใจกลางร่างกายเธออย่างแรง โดยไม่สนใจว่าร่างสาวจะพร้อมสำหรับกามกิจหรือไม่ ดันครั้งเดียวจนสุดความรู้สึกของรัฐกฤตญ์เหมือนอยู่ท่ามกลางแรงรัดที่มีพลังอย่างมหาศาล ทั้งบีบรัดจนเขารู้สึกเจ็บไปหมด ความฟิตแน่นและเยื่อพรหมจรรย์ที่เขาเพิ่งกระชากขาดทำให้รัฐกฤตญ์รู้ว่า...เธอบริสุทธิ์“กรี๊ดดดดดดด” เสียงกรีดร้องแสดงความเจ็บปวดของณิชาเปล่งออกมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล หลังจากที่สูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตสาวให้กับคนที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา หยาดน้ำตาของณิชาไม่ได้ทำให้เขาชะงักการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาเลย“ฉันถามเธอแล้วนะ เธอดันตอบคำถามโง่ๆ ออกมาเองเพราะฉะนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องอ่อนโยนกับเธอ” คำพูดที่ไม่แสดงความรู้สึกผิดของรัฐกฤตญ์ ทำให้หัวใจของเธอร้าวราน รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองสูญเสียไปรำพันอยู่ในใจว่า ‘พี่พล...ณิชาขอโทษ’แรงเคลื่อนไหวและแรงถาโถมของรัฐกฤตญ์สร้างความเจ็บปวดมากกว่าสุขสมให้กับณิชา ร่างของเธอแทบแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกเข้ามาจะรุนแรงมากเป็นสองเท่าทุกครั้งที่ขยับการเข้าและออก รัฐกฤ
Chapter12“คุ...คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มตรงมุมปากแต่ดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายด้วยความโกรธ“จะกลัวทำไม เก่งนักไม่ใช่เหรอ เก่งให้ตลอดสิ” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก“ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง“โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆ ก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ที่เกิดขึ้นตรงจุดนั้น ลดมือที่คลำตรงหางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆ ที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก“เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วห้อง“คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป ถ้าฉันฆ่าคุ
Chapter11รัฐกฤตญ์นั่งอยู่ที่โซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินหรูราคาแพงในมือถือแก้ววิสกี้สายตาจับจ้องอยู่ที่บานประตูห้องชุดตลอดเวลา เหมือนกับรอคอยการกลับมาของใครบางคนโดยมีดินแดนและวิทยายืนอยู่ไม่ไกลนัก บนโต๊ะขนาดเตี้ยที่ทำด้วยกระจกใสหน้าโซฟามีขวดวิสกี้เปล่าหนึ่งขวด ส่วนอีกหนึ่งขวดพร่องไปเกือบครึ่งวันนี้เขากับอารยาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน ไปดูหนัง เล่นโบว์ลิ่ง เดินเลือกซื้อสินค้าที่ห้างหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตบท้ายด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาชื่นชมความสวยงามพร้อมกับรับประทานอาหาร ชมพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติก ความโรแมนติกแทบจะมลายหายไป เมื่อเขาได้รับรายงานจากอุดมว่า พยายามทุกทางแล้วแต่ไม่สามารถตามหาณิชาได้ เรืองเดชและพิชานันท์ก็ไม่อยู่บ้าน เขาจึงสั่งสอนลูกน้องโทษฐานดูแลคนของเขาไม่ดีในที่สุดการรอคอยของเจ้าของห้องก็สิ้นสุดลง บานประตูห้องชุดถูกเปิดออก ยังไม่ทันที่คนเปิดประตูจะเดินเข้ามาในห้องดี เสียงกังวานและดูมีพลังแผดเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับแก้ววิสกี้ลอยมาปะทะกับกำแพง ผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร“ไปไหนมา” รัฐกฤตญ์ไม่พูดเปล่าสาวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยสายตาและใบหน้าที่ดุ
Chapter10“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก” “ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร” “ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร “คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง “ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด “คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด “ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้ “เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตน
Chapter9 พิชานันท์พูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม สงสารพี่สาวที่ต้องมาพบกับเจ้าหนี้อย่างรัฐกฤตญ์ “มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา” เรืองเดชพูดพร้อมกับนึกถึงปัญหาของบริษัทที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองเดือนธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นบริษัทที่ก่อเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มากในสายตาของพวกมหาเศรษฐี แต่ก็สามารถทำกำไรต่อปีเกือบห้าสิบล้าน เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่การจัดฉากของรัฐกฤตญ์ โกดังสินค้าของเขาถูกปล้น เรือขนส่งสินค้าที่เขาว่าจ้างเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เขาไม่สามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ทันเวลา เรือที่คิดว่าจะจ้างมาทดแทนโก่งราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า เขาต้องเสียเงินค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่ค้าที่ผิดสัญญาการส่งสินค้ารายละเกือบสิบล้านบาท เขาจะไม่ทุกข์ใจเลย หากมีบริษัทคู่ค้าเพียงรายเดียว แต่นี่เขามีถึงสามสิบกว่าบริษัทเรืองเดชต้องหาเงินร่วมสามร้อยล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยไม่เช่นนั้นเขาจะเสียลูกค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน รวมทั้







