Share

เถื่อนสวาทสิบล้อ 8

Author: Priyada
last update publish date: 2025-12-11 17:19:35

          ทุกอย่างมืดสนิทไปหมด และทันทีที่ร่างของขวัญข้าวทะลุผ่านแนวกำแพงอ้อยเข้ามา โลกก็พลันดับสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์ซีดเซียวที่พยายามส่องลอดใบอ้อยที่หนาทึบลงมาเป็นลำแสงริบหรี่ มันไม่ได้ช่วยให้มองเห็น มันแค่สร้างเงาที่บิดเบี้ยว ทำให้ป่าอ้อยแห่งนี้ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความมืดที่แท้จริงเสียอีก

          ซ่า...ซ่า...

          ขวัญข้าวแหวกพงอ้อยไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ใบอ้อยที่คมเหมือนมีดบาดเฉือนแขน ใบหน้า และลำคอจนแสบไปหมด เลือดซิบออกมาผสมกับน้ำตา

          พื้นดินที่เพิ่งถูกรดน้ำเหนียวหนืดมันดูดรองเท้าของหล่อน ทุกก้าวที่ย่ำลงไปต้องใช้แรงกระชากมันขึ้นมา

          หล่อนล้มลุกแล้วก็ล้มอีก มือที่เคยขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน ชุดนักศึกษาสีขาวที่หล่อนเคยภูมิใจบัดนี้ขาดวิ่นและมอมแมม สภาพของหล่อนไม่ต่างจากกวางที่ตกลงไปในถังดัก และพรานก็กำลังตามมา

          แฮ่ก...แฮ่ก...

          หล่อนหยุดยืนนิ่ง พิงกออ้อยที่หนาทึบ พยายามกลั้นหายใจ

          ปอดของหล่อนกำลังลุกเป็นไฟ หัวใจเต้นกระหน่ำจนจุกเสียด หล่อนพยายามเงี่ยหูฟัง เสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงมป่า แต่ที่หล่อนรอฟังมันไม่ใช่เสียงแมลง

          ซ่า...ซ่า...

          เสียงแหวกอ้อยมันดังขึ้นไม่ไกล ขวัญข้าวตัวแข็งทื่อ

          ซ่า...ซ่า...

          เสียงมันดังขึ้นอีก คราวนี้ดูเหมือนจะอยู่ทางซ้ายมือ เขารู้ได้ยังไงว่าหล่อนมาทางนี้

          หล่อนรีบยกมือปิดปาก กลัวแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง

          ซ่า...ซ่า...ซ่า...

          คราวนี้ มันดังทางขวามือ

          ไอ้คนเลวไม่ได้ตาม แต่กำลังล้อมเธออยู่ราวกับจับตำแหน่งของหล่อนได้

          ความตึงเครียดและกดดันทำให้ขวัญข้าวสติแตก หล่อนคิดอะไรไม่ออก หันหลังแล้วพุ่งวิ่งกลับไปทางที่คิดว่าเพิ่งผ่านมา

          แต่มันเหมือนกันหมด ทุกทิศคือกำแพงใบอ้อยที่ทึบตันเหมือนวิ่งวนอยู่ในเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ

          เขารู้จักถิ่นของเขาดี เขารู้ทุกร่องดิน รู้ทุกกออ้อย ส่วนหล่อนคือผู้บุกรุก คือเหยื่อที่วิ่งเข้ามาติดกับดักของเขาเอง

          “วิ่งสิ!!!”

          เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น มันไม่ได้ตะโกน มันแค่พูดอย่างเยียบเย็น แต่ในความเงียบของป่าอ้อย มันกลับสะท้อนดังก้อง ขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัว เสียงมันมาจากข้างหลัง ใกล้...ใกล้มาก

          “วิ่งไปอีกสิคุณหนู! หึ...หึ...”

          เสียงหัวเราะในลำคอ มันคือเสียงของปีศาจ เขากำลังสนุกที่ได้เล่นและเพลิดเพลินกับความหวาดกลัวของหล่อน

          “ไอ้...ไอ้บ้า...” หล่อนเค้นเสียงลอดไรฟัน

          ขวัญข้าวทรุดตัวลง มุดเข้าไปในกออ้อยที่หนาที่สุด นั่งกอดเข่า ตัวสั่นเทา หล่อนยกมือปิดปากแน่นกว่าเดิม กัดลงบนฝ่ามือที่เปื้อนโคลนของตัวเอง เพื่อกลั้นเสียงสะอื้น กลั้นแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ

          นิ่ง...ต้องนิ่ง ขอร้องล่ะ...เดินผ่านไป...เดินผ่านไป...ได้โปรด...อย่าเห็นฉัน

          เสียงจิ้งหรีดยังคงดัง แต่เสียงแหวกอ้อยมันเงียบไปแล้ว เขาไปแล้วเหรอ เขาหาหล่อนไม่เจอใช่ไหม เขายอมแพ้แล้วใช่ไหม

          ขวัญข้าวเริ่มรู้สึกถึงความหวังริบหรี่ ทว่าในขณะที่กำลังจะผ่อนลมหายใจ

          แกร๊บ...

          เสียงกิ่งไม้แห้งหักก็ดังอยู่ข้างหู

          ขวัญข้าวตัวแข็งเป็นหิน หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะกลอกลูกตา แล้วทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของใครบางคนเป่ารดที่ซอกคอ และเสียงกระซิบที่แหบพร่าและชุ่มด้วยความพึงพอใจ

          “อยู่นี่เอง”

          “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!”

          ความกลัวที่อัดอั้นไว้ระเบิดทะลักออกมาในทันที ขวัญข้าวดีดร่างออกจากที่ซ่อน หล่อนไม่ได้วิ่งแต่คลานสี่เท้าหนีอย่างไม่คิดชีวิต ไม่มองทาง ไม่มองอะไรทั้งนั้น รู้แค่ต้องหนีจากสัมผัสนั้น หนีจากเสียงนั้น

          ในความตื่นตระหนกสุดขีด หล่อนลืมไปว่าพื้นดินมันไม่เท่ากัน เท้าขวาย่ำลงไปในร่องดินที่ลึก พลันข้อเท้าก็พลิก

          “กรี๊ด!!! โอ๊ย!!!”

          ความเจ็บปวดที่แหลมปราดเสียดทะลุข้อเท้าแล่นขึ้นมาถึงสมอง ร่างของหล่อนบิดเกลียวล้มหน้าคะมำจมลงบนดินที่ชื้นแฉะ

          จบแล้ว...มันจบแล้ว...

          หล่อนพยายามยันตัวขึ้น แต่ข้อเท้าที่พลิกมันไม่เชื่อฟัง มันทรยศหล่อนเหมือนกับที่พ่อทรยศ

          ขวัญข้าวร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวังไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีอีกต่อไป หล่อนเงยหน้าขึ้น น้ำตาพร่ามัว และหล่อนก็เห็นไอ้คนเลวยืนค้ำหัวอยู่ห่างไปไม่ถึงสามก้าว

          สิงห์ไม่ได้มีท่าทางหอบเหนื่อยจากการวิ่งไล่จับแม้แต่น้อย เขาไม่ได้มีเหงื่อสักหยด เขาแค่ยืนกอดอกมองผลงานของตัวเอง มองคุณหนูที่เคยหยิ่งผยองที่บัดนี้นอนมอมแมมร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้าเขา

         

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 14

    หนึ่งปีครึ่งต่อมา... เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนตัวเก่าดังก้องไปทั่วบริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การศึกษานอกระบบประจำอำเภอ แข่งกับเสียงพูดคุยเจี้ยวจ้าวของบรรดานักศึกษาและญาติมิตรที่มาร่วมงาน บรรยากาศยามสายในวันมอบวุฒิบัตรเต็มไปด้วยความอบอ้าวของสภาพอากาศและกลิ่นอายความปีติยินดี เต็นท์ผ้าใบสีขาวถูกกางเรียงราย มีแผงขายดอกไม้ ลูกโป่ง และตุ๊กตาหมีสวมหมวกบัณฑิตตั้งเรียงรายยาวไปจรดริมรั้วโรงเรียน ทว่าความวุ่นวายตามประสาซุ้มแสดงความยินดี กลับต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว เมื่อรถตู้สีดำฟิล์มมืดทึบสามคันรวดแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าศูนย์ กศน. อย่างโอ่อ่า ประตูรถถูกเลื่อนเปิดออก พร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนที่กรูกันลงมา ยืนตั้งแถวเรียงหน้ากระดานด้วยท่าทีขึงขัง ประหนึ่งกำลังอารักขาบุคคลสำคัญระดับประเทศ พ่อค้าแม่ค้าและผู้ปกครองแถวนั้นถึงกับชะงัก รอยยิ้มเจ

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 13

    สี่สิบห้านาทีต่อมา เสียงออดหน้าประตูห้องพักก็ดังขึ้นรัว ๆ ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกสไตล์นักเลงที่คุ้นหู “ลูกพี่! โจ๊กได้แล้วครับ! โจ๊กหมูล้วนไม่ขิงไม่ผักสองที่ครับผม!” จงที่เพิ่งสวมกางเกงวอร์มเสร็จและยังเปลือยท่อนบน เดินเช็ดผมลวก ๆ ไปเปิดประตูห้อง ไอ้เข้ม ลูกน้องคนสนิทยืนฉีกยิ้มแฉ่งชูถุงโจ๊กในมือให้เจ้านาย แต่สายตากลับสอดส่ายมองเข้าไปในห้องอย่างรู้งาน “เอามานี่ แล้วมึงจะไปไหนก็ไป” จงคว้าถุงโจ๊กมาถือไว้ เตรียมจะปิดประตูใส่หน้าลูกน้อง “เดี๋ยวสิครับลูกพี่ ปกติผมเห็นลูกพี่ซัดแต่ต้มเลือดหมูเลือดสาดพริกสามช้อน ไหงวันนี้สั่งโจ๊กจืดชืดแถมไม่ใส่ผักอีกล่ะครับ ป่วยเหรอพี่ หรือว่า...เมื่อคืนฝนตกหนัก ลูกพี่แอบซุกสาวไว้ในห้อง” ไอ้เข้มแซวอย่า

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 12

    ครูพราวขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้า ๆ ความรู้สึกแรกที่เข้าโจมตีคือความปวดเมื่อยที่แล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกรถสิบล้อทับ โดยเฉพาะช่วงเอวและสะโพกที่แทบจะขยับไม่ได้ หญิงสาวนิ่วหน้า พยายามจะพลิกตัวหนีความเมื่อยขบ แต่กลับพบว่าตัวเองถูกทับด้วยของหนักบางอย่าง เมื่อก้มลงมองก้อนเนื้ออุ่น ๆ ที่ทาบทับอยู่บนตัว เธอก็พบกับท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็น พาดรัดเอวเธอไว้แน่นหนาราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ ส่วนท่อนขาหนักอึ้งก็ก่ายเกยทับขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้ แผ่นหลังบางแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ที่ซอกคอขาวเนียนอย่างสม่ำเสมอ ภาพเหตุการณ์ความเร่าร้อนเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ สัมผัสป่าเถื่อน ดุดัน แต่อบอุ่นและซาบซ่าน ทำเอาใบหน้าหวานร้อนฉ่าขึ้นมาในความมืด เธอเผลอใจและเผลอกายให้กับล

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 11

    จูบแรกที่เริ่มต้นด้วยความเอาแต่ใจ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและเว้าวอน สมองของครูพราวสั่งการให้ผลักไส ร้องเตือนว่าเส้นแบ่งระหว่าง ‘ครู’ กับ ‘ศิษย์’ กำลังจะถูกข้ามผ่านและไม่มีวันหวนกลับ แต่ร่างกายกลับทรยศอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกวาบหวามแปลกใหม่ที่ไม่เคยพานพบตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง สองแขนเรียวที่เคยตั้งใจจะดันแผงอกกว้างออก บัดนี้กลับโอบรอบลำคอแกร่งแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ชวนให้ลุ่มหลง จงครางฮึมฮัมในลำคออย่างพึงพอใจ รสชาติความหวานจากริมฝีปากอิ่มทำเอาสติสัมปชัญญะของมือขวามาเฟียขาดผึง เขาเคยผ่านผู้หญิงมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกอยากทะนุถนอมและหิวกระหายอยากครอบครองเป็นเจ้าของได้รุนแรงเท่าผู้หญิงเจ้าระเบียบคนนี้เลย เขาช้อนร่างบอบบางที่สวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งขึ้นอุ้มอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก ก่อนจะพาก้าวเดินตรงไปยังเตียงคิงไซซ์กลางห้องโดยที่ริมฝีปากยังคงแนบชิดไม่ยอมห่าง แผ่นห

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 10

    พายุฝนหลงฤดูเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในช่วงเย็นวันอาทิตย์หลังเลิกเรียน ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวเปลี่ยนเป็นสีเทาทะมึน ถนนหน้าศูนย์ กศน. กลายสภาพเป็นคลองขนาดย่อมภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ครูพราวยืนกอดอกหนาวสั่นอยู่ใต้กันสาดป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน ละอองฝนสาดกระเซ็นจนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเปียกชื้นแนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้า แว่นตาหนาเตอะเต็มไปด้วยหยดน้ำจนมองแทบไม่เห็นทาง หญิงสาวพยายามชะเง้อคอรอรถ แต่ก็ไร้วี่แววรถว่างแม้แต่คันเดียว บรื้นนนน! เอี๊ยด! บิ๊กไบก์คันโตสีดำสนิทแล่นฝ่าสายฝนมาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าครูพราว น้ำกระจายกระเซ็นจนเธอต้องถอยหลบ คนขับร่างยักษ์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำเปียกมะลอกมะแลกตวัดขาลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าคร้ามคมของ ‘นายจง’ ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน&nb

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   คุณครูครับ...รับรักนักเลงหน่อย 9

    ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นเจ้าเด็ดหลังศูนย์ กศน. ปกติช่วงพักเที่ยงคนจะแน่นจนแทบจะต้องเล่นเก้าอี้ดนตรี แต่ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของ ‘นายจง’ ก้าวพ้นขอบประตูร้านเข้ามาพร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่กระจาย ลูกค้าโต๊ะใกล้เคียงต่างก็พร้อมใจกันรีบโซ้ยก๋วยเตี๋ยวและเช็กบิลลุกออกไปอย่างรู้หน้าที่ “เชิญครับครู โต๊ะนี้ทำเลดีที่สุด ลมโกรกเย็นสบาย” จงผายมือเชิญคุณครูสาวเจ้าระเบียบให้เข้าไปนั่งที่โต๊ะมุมสุดของร้าน พลางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดเก้าอี้พลาสติกให้อย่างเอาใจใส่ประหนึ่งมันเป็นเก้าอี้บุนวมราคาแพง ครูพราวถอนหายใจยาว ทรุดตัวลงนั่งพลางกวาดสายตามองชายฉกรรจ์ชุดดำสามสี่คนที่ยืนกระจายกำลังอยู่หน้าร้านราวกับกำลังอารักขานายกรัฐมนตรี “นายจงคะ แค่มากินก๋วยเตี๋ยว จำเป็นต้องให้ลูกน้องมายืนคุมด้วยเหรอคะ คนเขาแตกตื่นกันห

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   เถื่อนสวาทช่างเครื่อง 10

    ความเงียบสงัดยามค่ำคืนกลับมาเยือนอู่ช่างกล้าอีกครั้ง แต่คราวนี้บรรยากาศมันต่างออกไป มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าหวาดระแวงเหมือนคืนแรก แต่เป็นความเงียบที่เจือไปด้วยความอึดอัดระคนวาบหวาม

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   เถื่อนสวาทช่างเครื่อง 9

    เสียงห้าวต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง เสี่ยชัยหันขวับไปมอง เห็นช่างซ่อมรถร่างยักษ์ยืนตระหง่านค้ำหัวอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่น่าสะพรึงกลัว “มึงเป็นใครวะ อย่าแส่เรื่องผัวเมีย” เสี่ยชัยพยายามสะบัดมือออก แต่กล้าบีบแรงขึ้นจ

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   เถื่อนสวาทช่างเครื่อง 8

    แสงแดดร้อนแรงยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคาสังกะสี ส่งไอร้อนอบอ้าวเข้ามาภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ปลุกให้คนที่นอนซมอยู่บนฟูกเก่าตื่นขึ้นจากนิทรา มุกดาลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ความรู้สึกแรก

  • ซีรี่ส์ รักระห่ำคนเถื่อน   เถื่อนสวาทช่างเครื่อง 7

    กล้าเริ่มเร่งจังหวะขึ้น จากเนิบนาบเป็นรัวเร็ว ความดิบเถื่อนในตัวเขาถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น เขาจับขาเรียวสวยทั้งสองข้างของมุกดาแยกออกกว้าง พาดมันไว้บนบ่าแกร่ง เปิดทางให้เขาได้ตอกความเป็นชายเข้าไปได้ลึกที่สุด ราวกับจะประทับตีตราจองทุกตารางนิ้วข้างในนั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status