LOGINเขาต้องการเพียงลูกเท่านั้น ไม่ได้ต้องการแม่ของลูกเลยสักนิด! จากน้องสาวบ้านข้าง ๆ ในวัยเด็ก กลับกลายมาเป็นแม่ของลูก และเมียที่เขาแสนจะเกลียดชัง จนแทบไม่อยากมองหน้าเลยด้วยซ้ำ! “เมียที่ฉันไม่ได้อยากแต่ง อย่าคิดว่าฉันจะรักคนแบบเธอ ฉันให้เธออยู่ถึงวันที่คลอดลูกฉันออกมาเท่านั้นแหละ” “ต่อให้คุณไม่รักเอย แต่ตอนนี้คุณก็ควรให้เกียรติเอยในฐานะเมีย และแม่ของลูกคุณ!” เธอที่ถูกเกลียดชังเพียงเพราะเธอไม่ใช่คนที่เขาอยากแต่งงานด้วย คนที่เขารักคือน้องสาวลูกติดแม่เลี้ยงเธอต่างหาก ไม่ใช่เธอ! และไม่มีวันเป็นเธอ! “รักกันมากใช่ไหม? ถ้ารักกันมากขนาดนั้น เดี๋ยวเอยถอยให้เอง” _________________ “ลูกร้องคิดถึงแม่ใหญ่เลย พี่เลยพาลูกมาหา ขะ ขอเข้าไปในบ้านหน่อยนะครับ” ลูกร้องคิดถึงแม่ก็จริงส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือพ่อของลูกก็ร้องคิดถึงเมียเหมือนกัน
View Moreแสน
หล่อ รวย ปากร้าย บ้างาน
นายหัวแสน เจ้าของสวนผลไม้ สวนทุเรียน เจ้าของธุรกิจ เศรษฐีหนุ่ม อายุ 35 ปี
“เมียที่ฉันไม่ได้อยากแต่ง อย่าคิดว่าฉันจะรักคนแบบเธอ ฉันให้เธออยู่ถึงวันที่คลอดลูกฉันออกมาเท่านั้นแหละ”
“นะ นี่ เธอกล้าขึ้นป้ายประกาศหาเมียใหม่ให้ฉันเลยเหรอ!”
เจ้าเอย
สวย เซ็กซี่ จากดีไซเนอร์อนาคตไกล ความฝันดับวูบกลางทางเมื่อพลาดท้อง!
ภายนอกดูเฟียส ๆ หัวรั้น แต่โหยหาคำว่าครอบครัว และบูชาความรักถึงที่สุด อายุ 25 ปี
“ต่อให้คุณไม่รักเอย แต่ตอนนี้คุณก็ควรให้เกียรติเอยในฐานะเมีย และแม่ของลูกคุณ!”
“เอยขอให้แม่ใหม่ของเขา รักและดูแลเขาให้ดีก็พอ”
•^^• _________•^^•
นักเขียน: เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องที่ 12 ของของไรท์นะคะ หากชื่นชอบผลงานของไรท์ ฝากกดติดตาม คอมเม้นต์เม้ามอยส์กันได้น้าา^^ หากนิยายเรื่องนี้ไม่ถูกจริตท่านไหน ไรท์ต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ
บทนำ
“กลับมาแล้วเหรอคะ? นึกว่าจะไปค้างที่อื่นซะอีก”
เสียงทักทายที่ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก เมื่อเขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น ภายในห้องนอนที่บรรยากาศโอบล้อมไปด้วยไอร้อนแปลก ๆ ทั้งน่าอึดอัดและอึมครึม
“บ้านฉันอยู่นี่ก็ต้องกลับสิ เธอจะให้ฉันไปค้างที่อื่นทำไม” เขาเอ่ยอย่างคนไม่ยี่หระ
“แล้วนี่ไม่พาคุณนายแพมกลับมาด้วยเหรอคะ?”
“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ หาเรื่องทะเลาะว่างั้น?”
ชายหนุ่มหันขวับทันที มองแม่ของลูกที่นั่งอยู่ปลายเตียง และมองเขาด้วยสีหน้าท่าทางที่แปลกประหลาดไปจากเดิม
“เปล่าหรอกค่ะ เอยจะกล้าทะเลาะกับคุณแสนได้ไงล่ะคะ เอยแค่ถาม”
“แต่คำถามที่เธอกำลังถามฉันตอนนี้มันคือการหาเรื่อง ทำไม? อยากให้ฉันพาแพมเข้าบ้านมาแล้วเธอก็เป็นหมาบ้าโวยวายเหมือนรอบก่อนหรือไง?”
“กลัวเอยเป็นแบบนั้นก็เลยพาไปเชิดหน้าชูคอนอกบ้านงั้นเหรอคะ? อยากให้คนรู้นักใช่ไหมว่านั่นเป็นคนที่คุณรัก เป็นคนที่คุณอยากให้มาอยู่ตรงนี้แทนที่เอย!”
สิ้นเสียงตะโกนพร้อมกับใจที่แสนเจ็บปวด! เจ้าเอยลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา เธอเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“คิดว่าที่ตรงนี้มันเป็นของเธอตั้งแต่แรกหรือไง ฉันว่านับวันเธอยิ่งเข้าข้างตัวเองหนักแล้วล่ะ อีกอย่างฉันก็แค่พาแพมไปดูสวนนิดหน่อย ถ้าคนจะคิดเป็นอย่างอื่นก็ช่างหัวเขาสิ ฉันไม่เห็นต้องสนใจอะไรอยู่แล้วนี่”
“อีกอย่าง…เธอช่วยจำไว้หน่อยก็ดี ว่าฉันไม่ได้รักเธอ ไม่ได้แคร์อะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว”
แต่คำพูดของเขาที่สาดพ่นออกมากลับไม่น่าฟังสุด ๆ เขามองจ้องมาที่เธอ และเอ่ยถ้อยคำที่ราวกับมีดแหลมทิ่มแทงกลางอกเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
“ต่อให้คุณไม่รักเอย แต่ตอนนี้คุณก็ควรให้เกียรติเอยในฐานะเมีย และแม่ของลูกคุณ!”
“งั้นอย่าเลิกกันบ่อยนะจ๊ะนายหัว เดี๋ยวมีคนที่สามตามมานะ ฮ่ะ ฮ่า”เสียงโห่แซวดังคึกคักไปทั่วทั้งตลาด ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทำให้อดยิ้มตามไม่ได้จริง ๆ แน่นอนว่าหากทะเลาะกันบ่อยก็คงมีลูกเพิ่มจนตั้งทีมฟุตบอลยังได้เลยแหละ“ผมก็ว่างั้นแหละครับป้า ฮ่ะ ฮ่า” ตอนนี้เขามีความสุขมาก หัวเราะและยิ้มได้อย่างเต็มที่ มองหน้าลูกเมียทีไรก็รู้สึกถึงความโชคดีของตัวเองที่มีมากเหลือเกิน“กลับได้แล้วพี่แสน” คนข้างกายสะกิดเขา“ครับ ๆ”แสนพาลูกเมียขับรถกลับมาที่ไร่ ในระหว่างทางเจ้าเอยก็ชี้นู่นนี่นั่นให้ลูกดูตลอด สิงห์น้อยพอเจออะไรเข้าก็มักสะกิดให้เขาดูด้วย แม้จะยังพูดได้ไม่ชัดนัก แต่กลับน่ารักสุด ๆ“ป๊อ ป๊อ~ นู้นไร” สิงห์น้อยชี้ไปยังข้างถนนที่กำลังมีคนงานเตรียมขึ้นป้าย เขาเห็นแล้วก็ชะลอรถให้ลูกเห็นชัด ๆ หน่อย พร้อมกับเอ่ยอธิบายด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม“อ๋อ เขาทำป้ายลูก”“ป้ายอะไรเหรอคะ? ช่วงนี้เขาหาเสียงกันเหรอ” เจ้าเอยที่นั่งด้านข้างมาด้วยก็เกิดความสงสัย เธอยืดตัวไปดูบ
“วุ้ว~~ ไม่มีวันนั้นแน่นอนจ้ะเมียจ๋า”ชายหนุ่มกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด ท่าทางของเขานั้นเหมือนถอดแบบกันมากับสิงห์น้อยไม่ผิดเพี้ยน เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มอันเป็นเสน่ห์ของเขา รอยยิ้มที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ เมื่อครั้งที่เขาย้ายบ้านมาอยู่ข้างกันตอนนั้นเธอได้แต่มองพี่แสนหนุ่มข้างบ้าน แอบรักแอบมองเขาอยู่นาน แต่เพราะเขาเอ็นดูแพมมากกว่า ทำให้เธอในตอนนั้นไม่กล้าเข้าใกล้เขา แอบน้อยใจที่ตัวเองทำตัวไม่น่ารักหรือ เขาถึงไม่ชายตาแลเธอแต่เพราะคนเราไม่สามารถสูญเสียตัวตนเพื่อใครได้ หากจะรักก็อยากให้รักในสิ่งที่เป็น และเธอก็ทำได้แล้ว ทำให้เขารักเธอที่เป็นเธอ…“อะไร ใครเมียพี่ อย่ามาเรียกซี้ซั้วนะ” เธอยังแกล้งเขาเล็กน้อย อยากดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนักว่าจะน่าขันแค่ไหน“ลูกสองแล้วยังจะเป็นพี่น้องกันอยู่อีกเหรอ?” นี่มีเจ้าตัวเล็กในท้องอีกคนแล้วนะ แถมเธอยังพูดเหมือนจะให้โอกาสเขาแล้วด้วย ให้เป็นพี่น้องท้องชนกันจนลูกคลอดไม่ได้นะเขาไม่ยอมเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องสู้ให้ถึงที่สุด“ก็เรายังไม่ได้แต่งงานกันซะหน
“อั๊ก!! อั่ก! แอ่ก!” ตายแน่ ไอ้แสน!ดีใจได้ไม่ทันไรเมียสุดที่รักก็กำลังจะลงมือสังหารเขาแล้ว นี่กะจะให้เขาตายจริงเลยหรือไง! หะ หายใจไม่ออกนะเนี่ย!“ป้อ~ก๊าบ~” เสียงเรียกคนเป็นพ่อที่ยังเพี้ยนจัด ๆลูกเอ๋ย ลูกพ่อ~~ ช่วยพ่อด้วย~~“แม่กับพ่อหยอกกันครับ ไม่มีอะไรครับสุดหล่อ”เจ้าเอยกัดฟันข่มเสียง นี่เธอถึงขั้นโกหกลูกชายคนโตแล้วเรอะ! ไม่ได้การแล้ว แบบนี้เขาจะยังมีโอกาสรอดอยู่หรือเปล่า!?“อ้อ~~” สิงห์น้อยร้องอ๋อ น่ารักสุด ๆ แต่เวลานี้พ่อเเอ็งตกที่นั่งลำบากอยู่นะสิงห์ แกช่วยเปิดผ้ามาจ๊ะเอ๋พ่อกับแม่หน่อยเถอะ ขอร้อง~~“ลูกพ่อ! อย่าเพิ่งไป! ลูกรักของพ่อ”“ไปกับพี่ต้อยนะคะนายน้อย” เป็นพี่ต้อยเข้ามาช่วยพาสิงห์ออกไป เปิดโอกาสให้เธอยำเขาจนเละเทะกันไปข้าง“พี่ตายแน่!”“ตุ๊บ! ตุ๊บ!” มือที่ทุบเนื้อหนา ๆ นั่นไม่เบาแรงเลยสักนิด เธอทุบเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุบแรก ๆ ก็ไม่เจ็บนักหรอก แต่หลัง ๆ เริ่มเจ็บแล้วโว้ย!แล้วนั่นอะไร! นั่นไม้กวา
“…” เขาพูดออกมาตรง ๆ แบบนั้นจะไม่ให้เธอหยุดชะงักได้อย่างไร ประโยคนั้นทำไมเธอถึงเชื่อกันนะ อาจจะเป็นเพราะว่าสายตาคู่นั้นไม่โกหกเธอน่ะสิ“พี่ไม่อยากลืม และไม่คิดจะลืมด้วย”คนตัวโตยอมรับออกมาจากใจจริง ต่อให้จะเลิกกันมาเป็นปีก็ตาม แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาตกหลุมรักได้เหมือนเจ้าเอยแน่นอน พื้นที่ในหัวใจของเขายังยกให้เธอเสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และไม่มีวันเปลี่ยนไปพูดแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาในเมื่อก่อน จะทำให้เขารักจนหมดหัวใจ รักจนไม่สามารถรักใครได้ขนาดนี้ เธอเก่งจริง ๆ …“แต่พี่ก็รู้ว่าเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม…” เธอแกล้งถามเขา ไม่วายแอบสังเกตเขาอยู่ตลอดเวลา“อันนี้พี่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน แต่พี่แค่อยากดูแลคนที่พี่รักมากที่สุด อยู่ห่าง ๆ ไม่ได้ก็ทำยังไงก็ได้ให้ไม่รบกวนสายตาเอย”ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนี่… หมายถึงคนตรงหน้านี่แหละ“อะ โอ้ย!” จู่ ๆ เขาก็ร้องออกมา เพราะเขานั้นเผลอขยับตัวหวังจะเข้าใกล้เจ้าเอยสักหน่อย