Mag-log inเธอรักผู้ชายคนหนึ่งสุดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้จากเขาทำให้เธอตัดสินใจ "คุณเตชิน...เราหย่ากันเถอะค่ะ" แต่ทำไมเธอถึงจากเขาไปไม่ได้ "ฉันไม่หย่า" ดาริกา ดีใจและมีความสุขที่ได้แต่งงานกับคนที่แอบรักมานานอย่าง เตชิน แต่...การแต่งงานใช้ชีวิตคู่ไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อเขาไม่เคยรักเธอเลย
view moreบทนำ
“เพราะเธอ! ออกไปจากที่นี่ซะ!”
“พี่ พี่เต”
ดาริกามองเตชินด้วยสายตาเสียใจและเจ็บปวดมากที่สุดเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกำลังเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านพร้อมกับข้าวของของเธอที่ถูกเขาโยนมันลงมาจากชั้นสองของบ้าน หญิงสาวมองเขาทั้งน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มเป็นสาย
“เรื่องที่ครอบครัวเธอเคยช่วยครอบครัวฉัน ไม่เคยลืม แน่นอนว่าที่ผ่านมาพี่ชายฉันตอบแทนมันไปหมดแล้ว หลังจากนี้ก็ออกไปจากชีวิตฉันซะ” เตชินพูดโดยไม่คิดมองหน้าดาริกาแม้แต่น้อยซึ่งทำให้หญิงสาวยิ่งเจ็บปวดและกล่าวทาตัวเองอยู่ในใจ
“ดาไม่คิดจะทวงบุญคุณอะไรจากพวกพี่เลย ดารู้ว่าไม่ควรทำให้พี่โซบีบบังคับพี่เตให้มาแต่งงานกับดา แต่พี่โซ...” ดาริกาพูดพลางสะอื้นไห้ไปด้วยก่อนจะเงียบลงเมื่อถูกเขาตวาดกลับมา
“คิดจะโทษอะไรพี่โซอีก! ที่พี่โซไปตายแทนเธอมันก็มากพอแล้วที่พวกเราจะชดใช้ให้กับเธอ” เสียงเข้มแสนเย็นชาตอกย้ำให้เธอกล่าวโทษตัวเองมากขึ้น
“คุณเตครับ อย่าทำแบบนี้เลย คุณโซ...” เคนเมื่อเห็นดาริกาก้มมองเท้าตัวเองก็รู้ได้แล้วว่าหญิงสาวกำลังโทษตัวเองทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครผิดเลยสักคน
“ตอนนี้ผมยังนับถือพี่เคนอยู่นะครับ การที่พี่ตัดสินใจทิ้งพี่ชายผมเอาไว้คนเดียวจะถือว่าหักล้างจากการที่พี่ช่วยเหลือพี่โซมาตลอดหลายสิบปี ทางที่ดีพาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากที่นี่จะดีกว่า” เขาพูดพลางจ้องมองเคนด้วยสายตาเฉยชาอย่างที่ไม่เคยใช้มองมาก่อน บ่งบอกให้รู้ว่าบัดนี้ความเคารพนับถือที่เคยมีกำลังลดน้อยลง
“พี่เตอย่าไล่พี่เคนไปจากที่นี่นะคะ พี่เคนเป็นคนของที่นี่ ดารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเกินกว่าพี่จะให้อภัยแต่ให้พี่เคนอยู่ดูแลพี่เตนะคะ ส่วนดา...ดาจะออกไปจากที่นี่ตามที่พี่เตต้องการคะ” ดาริกาหันไปมองเคนที่เหมือนจะถูกเตชินไล่ออกทั้งที่ไม่ใช่คนผิดเลยสักนิดหากแต่ทำเพียงทำตามคำสั่งของเตโซเท่านั้น
“ไม่ได้นะครับคุณหนู คุณโซสั่งมาเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามคุณหนูออกไปจากที่บ้านหลังนี้ คุณเตครับ...คุณหนู!”
“คุณเตชิน!”
“คุณหนู!”
ทั้งเสียงของเคนและหัวหน้าแม่บ้านรวมไปถึงคนอื่นๆ ต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อดาริกาก้าวเดินเข้าไปขวางกรอบรูปที่ถูกเตชินขว้างลงมาใส่เคนที่ยืนไม่ห่างจากดาริกาจนถูกเข้าเต็มๆ ที่หน้าผากของหญิงสาว เคนที่อยู่ใกล้จึงประคองสาวเจ้าเอาไว้ที่กำลังหลับตาระบายความเจ็บด้วยเพราะไม่อยากร้องออกมาให้เป็นที่สมเพชแก่สายตาของเตชิน หากแต่น้ำตามากมายไหลรินอีกครั้งอย่างไม่ขาดสาย
ทั้งเจ็บกายทั้งเจ็บที่หัวใจ
“มองดูรูปพี่โซแล้วสำนึกเอาไว้ซะ โดนแค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่พี่โซต้องเจอเพราะเธอ ดาริกา” เตชินทำเพียงยืนมองอย่างเย็นชาก่อนจะหมุนตัวเดินลับสายตาไปเมื่อกล่าวจบ
“คุณหนูครับ เลือดออกแล้ว ป้าแก้ว!” เคนที่เห็นเลือดสีแดงสดไหลออกจากปากแผลลงมาตามหางคิ้วของหญิงสาวจึงตกใจรีบเรียกหัวหน้าแม่บ้านทันทีด้วยความเป็นห่วงแกมวิตกกังวล
กลัวว่าการกระทบกระเทือนในครั้งนี้อาจนำไปสู่ความทรงจำบางอย่างที่เขาและเจ้านายไม่อยากให้เธอจำมันได้
“ตายแล้ว! คุณหนู ทำไมหนาคุณเตชิน ทำไมใจร้ายกับคุณหนูได้ขนาดนี้” ป้าแก้วบ่นไปพลางช่วยเช็ดน้ำตาของดาริกาเมื่อเดินเข้ามาถึงตัวหญิงสาวด้วยความสงสารจับใจ
“ป้าแก้ว ดาผิดเองพี่เตไม่ผิด เมื่อกี้ทุกคนก็เห็นว่าดาเข้าไปขวางเอง ดา...” ดาริกาหยุดพูดฉับพลันเมื่ออาการปวดศีรษะแล่นขึ้นมาจนทรุดตัวพลางยกมือกุมที่ศีรษะ โชคดีมีทั้งป้าแก้วและเคนช่วยประคองก่อนจะพากันไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะวางแจกันใกล้ๆ บันได
“ป้าแก้วไปเอากุญแจรถให้ผมที” เคนเมื่อเห็นอาการของสาวเจ้าจึงเกิดความกังวลมากขึ้นและไม่รอช้าที่จะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล
แม้จะเป็นหัวอาการของดาริกาแต่ในเวลาเดียวกันนั่นเขาก็เกิดกลัวว่าคุณหนูของเขาจะเกิดจำขึ้นมาได้ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับเวลาที่ผ่านมา
อดีตที่เขาและเตโซอยากให้ลืมมันไปอย่างเห็นแก่ตัว
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่





