LOGINเขา ‘รักสนุก’ แต่เธอกลับคิด ‘ผูกพัน’ กว่าจะรู้ว่าสำหรับนายแพทย์ภวินท์แล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรัก แต่เป็นเพียงเรื่องสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ก็ในวันที่เธอพึ่งรู้ตัวว่า ‘ท้อง’
View More“นี่มัน..” นายแพทย์ภวินท์หยิบรูปที่ถูกถ่ายจากกล้อง โพลารอยด์ที่หล่นจากหนังสือตกสู่พื้นขึ้นมาถือไว้ในมือ เมื่อเห็นว่าเป็นรูปคู่ของตนกับใคร เรื่องราวเก่าๆ ในวันวานก็พลันผุดพรายขึ้นมาในห้วงความทรงจำ
ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะที่สองกายกระทบกัน เสียงครวญครางที่เล็ดลอดออกจากริมฝีปาก ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ ของนายแพทย์ภวินท์ สร้างความพึงพอใจให้ชายหนุ่มไม่น้อย เขาสบตากับเจ้าของร่างอวบอั๋นใต้อาณัติแล้วโน้มใบหน้าลงไปจูบเบาๆ ที่หน้าผากมนและใช้นิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาที่อาบสองแก้มนวล
‘เจ็บไหม’
เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามคนใต้ร่าง
พราวจันทร์พยักหน้าเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่มีสิ่งแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย ทว่าต่อให้เจ็บแค่ไหน เธอก็ทนได้ เพื่อ ‘คนรัก’
ฝ่ามือร้อนผ่าวด้วยพิษใคร่ลูบไล้ลำคอระหงแล้วกล่าวกับเจ้าของมันด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน ‘พี่สัญญาว่าจะพยายามทำเบาๆ จะทะนุถนอมพราวให้มากที่สุด’
ริมฝีปากบางหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อนายแพทย์ภวินท์เหลือบเห็นเลือดสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนผ้าปูเตียง แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ขึ้นเตียงกับสาวบริสุทธิ์ แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมหลับนอนกับคนที่มีความรู้สึกดีผสมปนเจืออยู่ด้วย ไม่ได้นำพาด้วยความต้องการทางร่างกายอย่างเดียว กระนั้นแม้จะรู้สึกดีกับพราวจันทร์เพียงใด ก็ไม่อาจยกย่องเธอขึ้นมายืนเคียงข้างกายได้ เพราะเขา.. มีคนที่เลือกเอาไว้อยู่แล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มบางเบา ทว่านัยน์ตาสีดำขลับกลับดูเศร้าจับใจ “ตอนนี้เป็นยังไงบ้างนะ”
หลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมเลยว่าครั้งหนึ่งตนเคยทำเลวกับผู้หญิงคนนี้ไว้แค่ไหน ใจหนึ่งก็อยากพบเจอเธออีกครั้งเพื่อกล่าวคำขอโทษ แต่อีกใจก็คิดว่าหากพราวจันทร์เลือกได้ เธอคงไม่อยากเจอหน้าเขา
นายแพทย์ภวินท์ทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่ตนเคยมีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อหกปีก่อน ทว่าอารมณ์หม่นหมองก็พลันหายไปในพริบตาเมื่อเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วพบว่าจวนจะใกล้เวลาที่เขารอคอยเต็มทีแล้ว เวลาที่เขาจะได้จรดปลายปากกาลงบน.. ใบหย่า เวลาที่ชีวิตโสดจะกลับมาอีกครั้ง
สายตาของส้มที่มองมายังเธอ ไม่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่พูดออกมา เธอก็รู้ว่าส้มกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องเลยพี่ส้ม หนูกับหมอพอร์ชไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แค่คนรู้จัก”สิ้นประโยคของพราวจันทร์ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูทางเข้าคลินิกก็ดังกรุ้งกริ่ง ส่งสัญญาณว่ามีคนเปิดประตู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่พนักงานประจำคลินิกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่มาที่คลินิกบ่อยครั้ง“แม่จ๋า ตะวันมาแล้ววว” เด็กชายตะวันฉายที่นั่งอยู่บนคนนายแพทย์ภวินท์ ตะโกนเรียกแม่เสียงดังลั่น“ตะวันอย่าเสียงดังสิลูก เกรงใจคนอื่นเขา” พราวจันทร์เอ็ดลูกชาย“ขอโทษครับผม” เด็กที่ว่านอนสอนง่าย พูดอะไรเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษแม่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่สมควรภวินท์เดินเข้าไปหาพราวจันทร์แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งคราแรกแม่ของตะวันฉายก็คิดว่าที่พ่อของลูกทำเช่นนั้นเพื่อให้ลูกชายลงจากบ่าทว่า.. ไม่ใช่“แม่ครับ พ่อมีอะไรจะให้”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวจันทร์เต้นตุบตับเมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ภวินท์ยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวรู้ดีว่าข้างในคืออะไร กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึ
ไม่คิดเลยว่าชีวิตของภวินท์จะผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เพราะหากมองจากภายนอกเขาดูมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขวนขวาย แต่ใครเล่าจะคิดว่าลูกชายมหาเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่างถึงเพียงนี้“แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ใหญ่รู้ว่าพี่เจอแม่แล้ว แม่ใหญ่พี่จะไม่ทำอะไรป้าไจเหรอคะ”“ลองแตะต้องแม่พี่ดูสิ รับรองแม่ใหญ่กับครอบครัวได้ฉิบหายกันหมดแน่ ครอบครัวแม่ใหญ่ทำธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋องเป็นฉากบังหน้าเพื่อใช้ฟอกเงิน แม่ใหญ่รู้ว่าพี่รู้เรื่องนี้ แล้วถ้าไม่โง่จนเกินไป แม่ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรแม่พี่หรอก”ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องกาญจนา พราวจันทร์เห็นเช่นนั้นแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าความแค้นในใจเขาจะทำให้ชายหนุ่มอะไรที่คาดไม่ถึง“พี่พอร์ช หนูเข้าใจพี่นะว่าพี่รู้สึกยังไง แต่หนูขออะไรได้ไหม ปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป ใช้เวลาอยู่กับป้าไจกับตะวันให้คุ้มค่าที่สุด อย่าเอาเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาบั่นทอนความรู้สึกแล้วก็ความสุขพี่เลยนะ” เธอวางมือตัวเองบนหลังมือของภวินท์ “ระหว่างพี่กับแม่ใหญ่ ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ อย่าต่อเวรต่อกรรมกันเลย”โทสะในใจมลายหา
“แม่เองจ้ะ” แสดงว่าวันนั้นภวินท์ไม่เห็นนาง มิน่าเล่า ชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงจากรถ“ตอนนั้นผมมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ เลยไม่เห็นแม่” เขาเล่าให้สกาวเดือนฟังสกาวเดือนหรี่ตามองลูกชาย “แน่ะ! สาวเยอะล่ะสิ”“ม่าย มีพราวคนเดียวครับ”สิ้นประโยคของภวินท์ ทุกคนในห้องก็หันไปมองพราวจันทร์ที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่พ่อของตะวันฉายพูดจบแล้ว“สวัสดีค่าป้าไจป้าจอย” พราวจันทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งสองท่าน “หน้าหนูมีอะไรติดหรือเปล่าคะ ทำไมทุกคนมองหนูแปลกๆ”“ไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ พอดีเมื่อกี้ลูกชายป้าพูดถึงหนู”ลูกชาย?นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสกาวเดือนชี้ไปที่ภวินท์แล้วยิ้มกว้าง “นี่ลูกชายป้าเองจ้ะหนูพราว”“จริงเหรอคะ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โลกกลมจังเลยค่ะคุณป้า”“นั่นน่ะสิ ป้าเองก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมเป็นผลส้มขนาดนี้ แล้วยังโชคดีสมหวังเรื่องที่จะได้หนูพราวมาเป็นลูกสะใภ้อีกต่างหาก”เดี๋ยวนะ!ลูกสะใภ้อะไรกันไม่ ไม่ ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาดพราวจันทร์พยายามปฏิเสธใจตัวเอง ทว่าสองแก้มหญิงสาวแดงปลั่งฟ้องว่าแท้
“เธอดูหน้าตะวันสิ พี่ยังว่าอยู่ว่าทำไมมองตะวันแล้วถึงได้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนตาพอร์ชตอนเด็กจัง แต่จอย ตอนนี้พ่อของตาพอร์ชอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เราต้องกลับก่อน ฉันไม่อยากเจอหน้าตานั่น”สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาออกจากห้องพักฟื้นเพื่อหลบขจรเกียรติ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป“ไจ ไจจริงๆ ด้วย” แม้จะให้คนเฝ้าตามดูสารภีที่เปลี่ยนชื่อจริงเป็นสกาวเดือนอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่เคยไปหาแม่ของลูกด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากได้พบหน้าแล้วจะห้ามใจไม่ให้ไปตามแม่ของภวินท์กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ “ไจมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันจะมาที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับแล้ว”“ไจสบายดีใช่ไหม”น้ำเสียงและแววตาที่ขจรเกียรติมองมา ชัดเหลือเกินว่าตาแก่นี่รู้สึกเช่นไรกับนาง แต่เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แม้จะหลงเหลือความทรงจำในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบ้าง แต่ความรู้สึกต่างๆ นั้นจางหายไปจนสิ้น แต่ที่ไม่อยากพบหน้าพ่อของภวินท์ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาเขา“ฉันสบายดี สบายดีมากๆ แต่วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”แต่ยังไม่ทันที่สกาวเดือนจะก้าวเดิน ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสู





