Beranda / ระบบ / ซูเมี่ยวจิน / หมู่บ้านเติ้ง

Share

หมู่บ้านเติ้ง

Penulis: 橙花
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 08:08:02

ฉางเล่ยใช้เวลาแบกซูเมี่ยวจินกลับมาถึงหน้าหมู่บ้านเติ้งเกือบสองชั่วโมง เพราะสภาพภูมิประเทศที่ลาดชัน ทำให้เขาไม่กล้าเดินเร็วนักจนเกิดอุบัติเหตุและทำให้หญิงสาวบนหลังต้องถูกกระทบกระเทือนมากนัก

ชาวบ้านที่นั่งคุยกันใต้ร่มไม้หน้าหมู่บ้านเห็นฉางเล่ยแบกหญิงสาวแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านจึงพากันมองพวกเขาเป็นตาเดียวกัน

“ฉางเล่ย! แกแบกผู้หญิงที่ไหนมาน่ะ หรือเอามาเป็นเจ้าสาวกันล่ะ ฮ่า ฮ่า” แม่เฒ่าฮัวจอมปากมากของหมู่บ้านเอ่ยล้อเลียนฉางเล่ยที่อายุเกือบ 30 แล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน

“นั่นสิ ๆ ผู้หญิงคนนี้หน้าตาไม่เลว ถึงบ้านฉางจะจนก็น่าจะพอเลี้ยงดูได้อยู่” ป้าซิงที่เป็นพวกเดียวกันกับแม่เฒ่าฮัวพูดขึ้นมาบ้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของซูเมี่ยวจิน

“พวกคุณอย่าพูดให้เธอเสียหายสิครับ เธอบาดเจ็บอยู่บนภูเขา ผมช่วยเธอลงมาเท่านั้น ไม่ได้คิดเรื่องไม่ดีอย่างที่พวกคุณว่าสักนิด” ฉางเล่ยขมวดคิ้วมุ่น คำพูดของคนแก่พวกนี้ช่างระคายหูสุภาพบุรุษอย่างเขาจริง ๆ

“เพ้ย! ทำเป็นพูดดีไปเถอะฉางเล่ย คนอย่างแกจะมีใครเขาเอาทำผัวกันเล่า บ้านก็จนถึงขนาดนั้นน่ะ” ป้าฟางพูดด้วยความหมั่นไส้ฉางเล่ยที่ป่านนี้ยังทำเป็นปากแข็งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอยู่ได้ ทั้งที่ตัวเองกำลังจะขึ้นคานอยู่มะรอมมะร่อ

“ป้าฟางพูดถูก ถ้าแกยังไม่ขอผู้หญิงคนนี้แต่งงาน ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะมีเมียเลย”

เสียงซุบซิบนินทาที่ดังไปทั่วบริเวณหน้าหมู่บ้าน ทำให้หลายคนที่กำลังเดินกลับบ้านหลังจากทำงานแลกแต้มต่างมามุงดูฉางเล่ยกับผู้หญิงแปลกหน้าบนหลังเขา หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉางเล่ยน่าจะได้เมียแน่

“พวกคุณเลิกพูดได้แล้ว ผมจะพาเธอกลับไปรักษาตัวที่บ้าน แล้วก็ขอความกรุณาอย่าพูดเรื่องอกุศลแบบนี้ให้ผมได้ยินอีก ไม่อย่างนั้นผมจะฟ้องผู้ใหญ่บ้าน” ฉางเล่ยมองกราดไปยังคนในหมู่บ้านที่พูดถึงเขากับซูเมี่ยวจินอย่างเอาเรื่อง

“เชอะ! แค่พูดความจริงเข้าหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ จะกลับบ้านก็รีบไปเลยไป” แม่เฒ่าฮัวเห็นท่าทางเอาจริงของฉางเล่ยจึงไม่อยากให้เรื่องลามไปถึงหูผู้ใหญ่บ้าน

“ขอโทษด้วยนะครับคุณซู ชาวบ้านพวกนี้ความคิดตื้นเขิน ทำให้คุณต้องเสียชื่อเสียงเพราะผมแล้ว ผมจะรีบพาคุณกลับบ้านก่อน” ฉางเล่ยเอ่ยเบา ๆ และเร่งฝีเท้ากลับบ้าน

“อืม… ไม่ใช่ความผิดของคุณ” ซูเมี่ยวจินเอ่ยเบา ๆ ข้างหูของฉางเล่ย ทั้งที่ในใจของเธอนั้นมีเสียงระบบเร่งให้เธอรีบจีบผู้ชายที่กำลังแบกเธออยู่จะได้ใช้ประโยชน์จากระบบเพื่อทำให้ครอบครัวสามีเธอร่ำรวยขึ้นเสียที

[หุบปาก! ฉันรำคาญแกเต็มทนแล้วนะเจ้าระบบ หัดดูความเป็นจริงก่อนจะสั่งให้ฉันขอผู้ชายแต่งงานเสียบ้างสิ คนเพิ่งเจอกันแท้ ๆ]

[เจ้านายพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ คุณก็ได้ยินแล้วว่าชาวบ้านดูถูกเขายังไง ผมแค่หวังดีอยากให้คุณใช้ประโยชน์จากระบบของผมได้เร็ว ๆ เท่านั้นเอง]

[ชิ! รอไปก่อนเถอะน่า ถึงเวลาเมื่อไหร่ฉันจะพูดเรื่องแต่งงานกับเขาเอง]

[ครับ ๆ ถ้าอย่างนั้นผมจะรอเจ้านายเปิดใช้งานต่อไปนะครับ]

ซูเมี่ยวจินได้แต่ทอดถอนหายใจยาวเมื่อเสียงของระบบเงียบเสียที เธอล่ะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มีระบบที่บ้าบอมากขนาดนี้หลังจากเธอบาดเจ็บสาหัส

ฉางเล่ยเดินมาถึงหน้าประตูรั้วไม้เก่าคร่ำคร่า เขาค่อย ๆ เปิดประตูแล้วเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าพ่อกับแม่กลับจากทำงานแลกแต้มกันหรือยัง แต่เมื่อเห็นว่าประตูในบ้านยังปิดอยู่ เขาจึงรู้ว่าพ่อกับแม่ยังไม่กลับมา

“คุณนั่งรอที่แคร่หน้าบ้านก่อนนะครับ พ่อกับแม่ผมคงกำลังกลับมา ผมไม่มีกุญแจ”

ฉางเล่ยวางร่างของซูเมี่ยวจินให้นั่งลงบนแคร่ไม้ในบ้านเบา ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะยังเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บ

“ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยฉัน” ซูเมี่ยวจินพยายามยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร แต่ด้วยสายตาอันดุร้ายที่เคยชิน ทำให้รอยยิ้มนี้ดูน่ากลัวจนฉางเล่ยหดคอและยิ้มแหยกลับมา

“คุณรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ ผมเอาเหยื่อไปทำความสะอาดที่หลังบ้านก่อน”

“คุณไปเถอะ ฉันจะรอพ่อแม่คุณที่นี่เอง” ซูเมี่ยวจินพยักหน้าให้เขารีบไป

ฉางเล่ยยกตะกร้าเหยื่อเดินลับหายไปที่ด้านข้างบ้านหลังเล็กตรงหน้าของซูเมี่ยวจินในเวลาไม่นาน เธอมองสำรวจบ้านที่หลังจากนี้จะต้องขออาศัยอยู่ก็ได้แต่นึกถึงคำพูดของชาวบ้านว่าบ้านฉางยากจน นับว่าพวกชาวบ้านกล่าวไม่เกินจริงเลย ลักษณะของบ้านหลังเล็กตรงหน้าทำจากดินเหนียว ต่างจากบ้านอื่นที่ทำจากไม้บ้าง ปูนบ้างซึ่งเธอสังเกตระหว่างทางมาที่บ้านหลังนี้ ตอนนี้ซูเมี่ยวจินไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมระบบนั่นจึงเร่งรีบให้เธอแต่งงานกับเขาเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้

20 นาทีต่อมา พ่อแม่ของฉางเล่ยก็กลับมาถึงบ้าน พวกเขามองหญิงสาวร่างบางที่นั่งบนแคร่หน้าบ้านพวกเขาอย่างแปลกใจ ถึงแม้จะได้ยินพวกชาวบ้านพูดถึงเรื่องลูกสะใภ้ที่ลูกชายพามาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่พวกเขาที่เป็นคนซื่อสัตย์ย่อมไม่คิดว่าลูกชายจะทำเรื่องอย่างที่ชาวบ้านว่าได้

“เอ่อ คุณหนูใช่คนที่ลูกชายเราช่วยไว้หรือเปล่าจ๊ะ” หลิวเอ้อหลิงถามขึ้นอย่างคนขาดความมั่นใจ

“ใช่ค่ะคุณป้า ต้องขอบคุณฉางเล่ยที่ช่วยฉันเอาไว้ค่ะ หลังจากนี้ต้องรบกวนคุณลุงคุณป้าด้วยนะคะ” ซูเมี่ยวจินยิ้มบางตอบกลับอย่างสุภาพ

“โอ้! แม่หนูบาดเจ็บมาหรือเปล่า ลุงได้ยินชาวบ้านบอกว่าอาเล่ยต้องแบกแม่หนูกลับมาเลยนะ” ฉางชิงหยูยิ้มถามด้วยใบหน้าซื่อ ๆ ไม่ต่างจากลูกชาย

“ใช่ค่ะคุณลุง รอให้หนูหายดีก่อน หนูจะช่วยงานตอบแทนบุญคุณพวกคุณนะคะ”

“ไม่เป็นไร ๆ ว่าแต่แม่หนูบาดเจ็บหนักมากไหม? ต้องหาหมอหรือเปล่า” หลิวเอ้อหลิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวล พวกเขาไม่มีเงินมากพอจะพาหญิงสาวตรงหน้าไปหาหมอในเมืองที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปถึงห้ากิโลเมตร

“ไม่ต้องค่ะคุณป้า แค่พักผ่อนอีกสักหลายวันก็น่าจะหายดีค่ะ” ซูเมี่ยวจินเข้าใจถึงความลำบากของครอบครัวฉางดี เธอจึงคิดจะรักษาร่างกายตัวเองแทน

“พ่อ แม่! รีบเปิดประตูบ้านเถอะครับ แม่ช่วยหาเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยนด้วยนะครับ ผมกลัวเธอจะเป็นไข้ หลังแช่น้ำมานาน” ฉางเล่ยเดินออกมาเห็นพ่อกับแม่กำลังคุยกับซูเมี่ยวจินอยู่จึงรีบเอ่ยบอกทันที

“ได้ ๆ รอเดี๋ยวนะ พ่อจะเปิดเดี๋ยวนี้แหละ” ฉางชิงหยูรีบวางจอบลงและเดินไปเปิดประตูบ้านหลังเล็กตามที่ลูกชายร้องขอ

“ฉางเล่ย ให้แม่ช่วยพยุงคุณหนูคนนี้แทนดีไหม แม่ไม่อยากให้ชาวบ้านเอาไปลือจนเธอเสียหายอีก” หลิวเอ้อหลิงที่เห็นลูกชายกำลังจะอุ้มซูเมี่ยวจินขึ้นมารีบเอ่ยบอก

“อ่า… คุณพอจะเดินเองไหวไหม?” ฉางเล่ยก้มหน้าถามซูเมี่ยวจิน

“ยังไม่ไหวค่ะ รบกวนคุณอุ้มฉันเข้าไปด้านในหน่อยเถอะนะคะ เรื่องชื่อเสียงอะไรนั่นก็ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ เราห้ามปากคนพูดไม่ได้อยู่แล้ว” ซูเมี่ยวจินที่ยังไม่อยากขยับตัวมากนักด้วยกลัวแผลที่เพิ่งหายจะเปิดขึ้นมากล่าว

“เอ่อ… จะดีหรือคุณหนู?” หลิวเอ้อหลิงยังกังวล

“ดีสิคะคุณป้า หนูเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ คุณป้าไม่ต้องกังวลเรื่องชื่อเสียงพวกนั้นหรอกนะคะ หรือถ้าคนอื่นต่อว่าฉางเล่ย หนูจะออกหน้าให้เขาเองค่ะ” ซูเมี่ยวจินยืนยันในสิ่งที่ตัวเองต้องการอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าแม่ของฉางเล่ยกลัวอะไร

“แม่! อย่าพูดมากเลยน่า ในเมื่อคุณหนูไม่รังเกียจฉางเล่ย ก็ปล่อยให้เขาดูแลเธอเถอะ” ฉางชิงหยูเดินกลับมาบอกภรรยาที่ยืนกังวลอยู่หน้าบ้าน

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” ฉางเล่ยเอ่ยก่อนจะอุ้มร่างบางของซูเมี่ยวจินขึ้นอีกครั้ง

“รีบพาเธอเข้าไปในห้องของลูกก่อนเถอะ แม่จะไปเอาเสื้อผ้าของน้องมาให้”

หลิวเอ้อหลิงร้องบอกลูกชาย ก่อนจะเดินไปห้องลูกสาวที่ยังไม่กลับจากโรงเรียนในเมืองเพื่อนำเสื้อผ้าสะอาดมาให้แขกเปลี่ยน ตอนนี้เธอไม่อยากเรื่องมากอีกในเมื่อซูเมี่ยวจินเป็นคนเอ่ยปากอนุญาตให้ลูกชายเธอแตะเนื้อต้องตัวได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเมี่ยวจิน   ผลการประชุม

    ตระกูลอ้ายเสนอให้ทุกคนลงทุนเงินตระกูลละหนึ่งร้อยล้านหยวนสำหรับการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัยจากต่างชาติ อาคารของโรงพยาบาลในพื้นที่สิบไร่จะแยกเป็นสามอาคาร คืออาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในและอาคารของผู้ป่วยวิกฤต ภายในโรงพยาบาลยังมีการสร้างศูนย์สุขภาพและห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์อีกสามอาคาร ลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับรถรับส่งของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลอ้ายคิดขึ้น เขาอยากให้ผู้ป่วยธรรมดาสามารถเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลได้สะดวก จึงคิดระบบขนส่งฟรีให้กับคนในเมืองหลวง โดยกำหนดเส้นทางขนส่งหลักมากถึงสิบเส้นทาง หากโครงการนี้สำเร็จ วงการแพทย์คงตื่นตัวขึ้นมากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและให้บริการทางการแพทย์ตระกูลชุ่ยนำเสนอข้อมูลของโรงเรียนเอกชนก็มีอาคารเรียนมากถึงเจ็ดอาคารรวมโรงยิมส่วนกลางสำหรับการแข่งขันกีฬาในร่มด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและลู่วิ่งก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน โรงเรียนแห่งนี้จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย หอพักขนาดใหญ่สามอาคาร อาคารละสามสิบชั้นจะช่วยให้นักเรียนที่มีบ้านไกลเรียนได้อย่างสะดวก ระบบการศึกษาจะส่งเสริมให้นักเรียนมี

  • ซูเมี่ยวจิน   โครงการใหม่

    “ผมคิดว่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ควรทำเป็นตลาดค้าส่งดีไหม” คังฟู่ลองเสนอ“ตลาดค้าส่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นี่นา ผมว่าคิดอย่างอื่นเถอะ” โจวหนานเซิงบอก“ในเมื่อทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราลองปรึกษาคนในบริษัทก่อนไหม แล้วค่อยนัดประชุมกันอีกทีหนึ่ง” ชุ่ยถงไม่อยากเสียเวลามากเกินไป เพราะอากาศเริ่มร้อน“ตกลง” คนอื่น ๆ พยักหน้าตกลงทันทีก่อนแยกย้ายกัน คังฟู่ชวนทุกคนไปกินข้าวร่วมกันแล้ว แต่ซูเมี่ยวจินบอกว่าเธอยังมีงานต้องทำ พวกเขาเลยต้องขอตัวกลับระหว่างทางกลับบริษัท ฉางเล่ยเองก็คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ดี หลายเดือนแล้วที่เขาคิดวนไปวนมาก็ยังไม่มีความคิดดี ๆ เลย“ภรรยา คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ครับ” ฉางเล่ยถามอย่างอดไม่ได้“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เราเองก็ต้องเรียกจางชวงซินกับหลิวซื่อหย่วน

  • ซูเมี่ยวจิน   พิธีเปิดโครงการ

    หนึ่งร้อยวันต่อมาโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนและห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จตามกำหนดการเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ด้วยพนักงานของบริษัทที่รับเข้ามาของซูเมี่ยวจินและความร่วมมือจากสี่ตระกูลใหญ่ ทำให้วันนี้พวกเขาจัดเตรียมพิธีเปิดได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรูและบ้านจัดสรรเองก็กำลังก่อสร้างไปได้มากกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็สามารถเปิดขายได้ทั้งหมดวันนี้แขกร่ำรวยและสื่อจากสำนักข่าวต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงแรมปิงก่วนเพื่อร่วมพิธีเปิดตามบัตรเชิญจากตระกูลคัง ตระกูลฉางมีซูเมี่ยวจิน ฉางเล่ย และพี่ชายทั้งสี่มาเข้าร่วมพิธีด้วย ก่อนหน้านี้พวกพี่ชายของฉางเล่ยได้ทำความรู้จักคนจากตระกูลคังและชุ่ยเอาไว้แล้ว เพราะซูเมี่ยวจินให้พวกเขาดูแลงานในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พวกเขาจึงสร้างความสัมพันธ์กับสองตระกูลเพื่อความสะดวกในการทำงานบรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นยังคงเป็นไปด้วยดี เพราะบอดี้การ์ดของซูเมี่ยวจินมาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าเศรษฐีในงานที

  • ซูเมี่ยวจิน   สินทรัพย์ใหม่

    รถยนต์สามคันขับตามกันไป บอดี้การ์ดสองคนที่พักในอาคารบ้านใหญ่ฉางติดตามซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมาด้วย ส่วนเลขาทั้งสองแยกย้ายกันนั่งรถบริษัทไปกับหัวหน้าหน่วยแต่ละคนพร้อมกับบอดี้การ์ดเช่นกันทหารที่ซูเมี่ยวจินรับมาทั้งหมดยังไม่มีอาวุธส่วนตัว เธอต้องทำเรื่องขอซื้ออาวุธจากทางการก่อนจึงจะให้พวกเขาพกพาได้ เรื่องนี้โจวอู่หมิงบอกพ่อของเขาให้แล้วเช่นกัน ซึ่งการทำเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร“เข้าไปดูบ้านในซอยตรงข้ามโครงการก่อนนะ” ซูเมี่ยวจินสั่งการบอดี้การ์ดที่ขับรถ“ครับ นายหญิง” บอดี้การ์ดทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เรียกซูเมี่ยวจินว่านายหญิงรถสามคันขับตามกันเข้าไปในซอยก่อนถึงโครงการฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสองเลนสวนกันเท่านั้น หากในอนาคตรัฐบาลต้องการสร้างถนนใหม่ บ้านต้นซอยทั้งหมดจะถูกเวนคืนในราคาสูง ซูเมี่ยวจินไม่ได้หวังว่าจะได้บ้านต้นซอยแต่แรก เธอแค่อยากซื้อที่ดินเพิ่มแถวนี้เท่านั้นภายในซอยเงีย

  • ซูเมี่ยวจิน   เลือกบอดี้การ์ด

    หลี่จุนพาเจ้านายทั้งสองไปธนาคารในเวลาต่อมา ซูเมี่ยวจินใช้เงินจากบัญชีส่วนตัวซื้อรถกันกระสุน เธอจะรอให้รถคันใหม่มาถึงจึงจะนำรถคันเก่าไปซ่อมและเก็บไว้ให้พ่อกับแม่สามีใช้ในอนาคตก่อนมื้อเย็น ซูเมี่ยวจินโทรหาโจวอู่หมิงเพื่อสอบถามเรื่องบอดี้การ์ดที่เธอขอเอาไว้ก่อนกลับจากเถิงซง“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณพ่อเรียกคนที่ลาออกเตรียมไว้ให้พี่สะใภ้เลือกห้าสิบคนเลยนะครับ แต่ละคนฝีมือดีกันทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาลาออกไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน พอคนในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายอีก ถ้าจะกลับมารับใช้ชาติก็ไม่สามารถทำได้ พวกเขาเลยสมัครใจที่จะมาทำงานให้กับตระกูลของผมน่ะครับ” โจวอู่หมิงบอกรายละเอียดคนที่พ่อของเขาหามาให้เธอฟัง“อืม… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าพวกเขาหน่วยก้านดี ฉันอาจจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยก็ได้”“ขอบคุณพี่สะใภ้มากครับ ผมจะโทรบอกพ่อให้พาคนพวกนั้นไปพบพี่สะใภ้พรุ่งนี้ดีไหมครับ” โจวอู่หมิงบอกอย่างดีใจ เขาหวังว่า

  • ซูเมี่ยวจิน   ความคืบหน้า

    สองวันต่อมาหลังพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินก็กลับเข้าบริษัท พวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการจากลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่ทันทีที่เข้าไป“โครงการสร้างโรงแรมของเราทำไปได้ประมาณ 30% แล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ตระกูลคังส่งให้เราครับ” ฉางหลิวซิงบอกเป็นคนแรก“โครงการสร้างห้างสรรพสินค้าเองก็เช่นเดียวกันครับ ตระกูลคังน่าจะเกณฑ์คนมาจากเมืองต่าง ๆ เลยทำให้โครงการทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้” ฉางหลิวหยางบอกต่อจากพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม“คอนโดมิเนียมที่พี่ชายดูแลยังทำได้ไม่ถึงไหนเลยครับ คงเพราะจำนวนคนไม่เพียงพอจึงทำให้พวกเขาทำได้แค่ปรับพื้นที่รอตอกเสาเข็มอาคารหลังแรกเท่านั้น” ฉางหลิวหย่งรายงานโครงการที่เขารับผิดชอบอยู่“หมู่บ้านเราก็ยังไม่เริ่มการก่อสร้างเหมือนกันครับ คนงานเพิ่งปรับพื้นที่และนำดินมาถมที่ดินเพิ่มเติมอยู่ครับ” ฉางหลิวเติ้งบอกเป็นคนสุดท้าย

Bab Lainnya

Anda juga akan menyukai

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status