Mag-log inจากนักล้มเหลวมืออาชีพ… สู่จักรพรรดินีแห่งแคว้นเทียนหลิว! อันจือเซี่ย สาววัย 24 ที่ชีวิตเรียบง่าย ทำงานพาร์ทไทม์กลางวัน กลางคืนแต่งเรื่องในโลกออนไลน์ แต่ผลงานมักถูกปฏิเสธ และพ่อแม่ก็ไม่เห็นคุณค่า วันหนึ่งอุบัติเหตุทำให้เธอฟื้นขึ้นมาในโลกแฟนตาซีของเกม “สยบสัตว์อสูร” ร่างใหม่ของเธอคือ องค์หญิงจือเซี่ย ตัวประกอบเลเวลต่ำ ตำหนักทรุดโทรม และแทบไม่มีใครสนใจ แต่โชคชะตาให้เธอได้พบ เฟิงเซียว พ่อบ้านอดีตบัณฑิตผู้หยิ่งยโส และสัตว์อสูรระดับ S–SS+ สี่ตัวที่จะช่วยเพิ่มพลังปราณและท้าทายทุกขีดจำกัดของเธอ เธอต้องสยบสัตว์อสูร ทำพันธะสัญญา และประลองความสามารถกับองค์หญิงอื่น ๆ เพื่อชิง ตำแหน่งจักรพรรดินีแห่งแคว้นเทียนหลิว… ชีวิตธรรมดาได้จบลงแล้ว โลกนี้คือเวทีใหม่ของความรัก ความลึกลับ และพลังเหนือจินตนาการ
view more"พี่จือเซี่ย!"หญิงสาวผวาลืมตาตื่น แสงสีขาวในหัองรบกวนสายตาจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง"พี่จือเซี่ย!"เสียงคุ้นหูทำให้อันจือเซี่ยลืมตาอีกครั้ง และพบใบหน้าของอันจือหลินอยู่ใกล้ๆ"เจ้า...""เจ้า?" อันจือหลินสีหน้าขาวซีดไปทันที "สมองกระทบกระเทือนเหรอ? พี่จือเหยียนเข้ามาเร็วๆ พี่จือเซี่ยฟื้นแล้ว!"ชายหนุ่มหน้าตาแตกตื่นวิ่งเข้ามาดู อันจือเซี่ยมองอย่างงุนงง แต่เมื่อเห็นคนข้างหลังก็ตกใจอย่างมาก"ผู้บัญชาการจาง!""หา!" อันจือหลินอ้าปากค้าง "แย่แล้ว สมองพี่จือเซี่ยมีปัญหาแน่ๆ เห็นคู่หมั้นพี่ใหญ่แล้วเรียกผู้บัญชาการ""จือหลิน ไปตามหมอเร็ว""ตามหมอๆ" จือหลินนึกขึ้นได้รีบวิ่งออกไปทันที"ที่นี่...""โรงพยาบาล จือเซี่ยประสบอุบัติหมดสติไปสิบสี่วัน""อุบัติเหตุ...."อ่า....จำได้แล้ว ออกไปส่งของให้ลูกค้าแล้วประสบอุบัติเหตุนี่น่าหมดสติไปสิบสี่วันเลยเหรอ?ถ้าอย่างนั้น....ทุกอย่างคงแค่...ฝัน...ฝันไปสินะ"หายดีเมื่อไหร่กลับไปอยู่บ้านนะ""คะ?""พี่เข้าใจว่าเราอยากเป็นนักเขียน และแม่เราก็กดดันมาก แต่จือเซี่ออยู่คนเดียวแล้วเป็นแบบนี้ ทุกคนในบ้านไม่สบายใจเลย""ทุกคนในบ้าน?"เธอเคยมีตัวตนในสายตาพ่อกับแม่ด้วยเ
"พระมารดา! ท่านจะตัดสินแค่นี้ไม่ได้นะเพคะ!"องค์หญิงจือหลินรีบคว้าแขนพระมารดาไว้ และใช้สายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอ้อนวอนเช่นทุกครั้ง และนางมักได้สิ่งที่ต้องการมาเสมอ"เจ้าก็ยอมรับเงื่อนไขไม่ใช่รึ" จักรพรรดินีซูเจินเอ่ยขึ้น แววตาเคยอ่อนโยนและใส่ใจนั้นแปรเปลี่ยน "เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าทำวันนี้จะทำให้ทุกคนเคารพเจ้ารึ"องค์จือหลินชะงักไปทันที"พระมารดา! นั้นราชันสัตว์อสูร ลูกคือว่าที่องค์จักรพรรดินีองค์ต่อไป ลูกต้องรู้จักรักษาชีวิตตนเองเผื่อแผ่นดินแคว้นเทียนหลิว!""เจ้ากับจือเซี่ยคือว่าที่จักรพรรดินีทั้งคู่ จนเมื่อจือเซี่ยกับสัตว์อสูรทั้งสี่ของนางร่วมมือกันทำภารกิจได้ลุล่วง เจ้าที่มักคิดว่ามีบิดาหนุนหลังยังคิดว่าตนเองคู่ควรนั่งบัลลังก์ปกครองแคว้นเทียนหลิวอีกเรอะ!""พระมารดา!""หากข้ายังหลับหูหลับตาช่วยเจ้าอีก คนทั่วแคว้นจะยอมรับในตัวเจ้ารึ!""ลูก...""เจ้าและสกุลจางมีอำนาจมากเกินไปแล้ว นับจากนี้ไปประจำอยู่ชายแดนตะวันตก! ไม่มีคำสั่งของจักรพรรดินี ห้ามกลับเมืองหลวง!""พระมารดา! ทำกับลูกเช่นนี้ไม่ได้""ซูเจิน เจ้าจะเหิมเกริมไปแล้ว" มหาเสนาบดีและผู้เป็นบิดาขององค์หญิงจือหลินตะโกนลั่น "เจ้า
แม้มีโซ่ล่ามและยังเป็นโซ่ที่ลงอักขระโบราณสะกดพลังปีศาจไว้ แต่กระนั้นมันยังมีพลังพอ แค่สะบัดมืออกไปก็ทำให้ มัวหู่และเฉียนสงถึงกับกระเด็นออกมา หลงเยวี่ยเห็นแล้วกลัวเสียหน้าจึงใช้พลังสั่งกระแสลมให้รองรับร่างทั้งสอง จากนั้นจึงกลายร่างเป็นมังกรฟ้าพุ่งทะยานไป“เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าจะหยุดข้าได้?”แม้ไร้พลังปีศาจและถูกสะบั้นพลังสัตว์อสูร แต่พละกำลังนั้นยังคงอยู่มันหัวเราะในลำคอ นานเหลือเกินที่ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเช่นนี้ มันแค่ตวัดข้อมือใช้โซ่ที่ล่ามตนไว้เป็นอาวุธ มือขวาสะบัดออกไปกนะแทกใส่หลงเยวี่ย ส่วนมือซ้ายนั้นสะบัดโซ่ฟาดลงบนพื้นจนแผ่นหินแตกเป็นชิ้นเล็กๆ สะเก็ดของมันกระเด็นไปไกล องค์หญิงจือหลิน มองอย่างตกตะลึงขยับเท้าหลบไม่ได้ แต่เสวียนหมางสางเท้าเข้ามาขวางอย่างรวดเร็วใช้ร่างเป็นกำแพงปกป้องผู้เป็นนาย"อึก!""เสวียนหมาง!""องค์หญิงปลอดภัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม"นางไม่คิดว่าเสวียนหมางจะภักดีถึงเพียงนี้ นางหันไปทางบิดาที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งของเวทีแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณหลงยวี่ที่แม้ไม่ถูกกับพี่ชาย แต่ไม่ทนเห็นเขาบาดเจ็บจึงพุ่งตัวไปรับร่างของหลงเยวี่ยก่อนที่จะกระแทกถูกเสาหินขนาดใหญ่หลงยวี่ยกมื
"นายหญิง!!"สัตว์อสูรทั้งสี่ของอันจือเซี่ยถึงกับร้องขึ้นมาพร้อมกัน หญิงสาวกันมาส่งยิ้มให้"ข้าเชื่อใจพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?"ต่างฝ่ายต่างนิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบโดยมิได้นัดหมาย"พวกเราเชื่อใจนายหญิง!""ดี""แต่นั้นคือราชันสัตว์อสูร พวกเรา..." เสวียนอู่นั้นรู้ว่าตนยอมสสละชีวิตเพื่อนายหญิงได้ แต่การรับมือราชันสัตว์อสูรนั้นไม่ง่าย"ข้าคิดว่าจือหลินคงต้องใช้พวกเราเป็นกำบัง ให้พวกเราฟาดฟันกับราชันอสูรก่อนโจมตีซ้ำเพื่อเป็นผู้ชนะ""ข้าก็คิดเช่นนั้น" พ่อบ้านเฟิงพูดออกมา"แล้วจะทำอย่างไรเล่า" เฮยหลางเอียงคอไปมา "นั้นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้""ใครจะพูดหรือคิดอย่างไร ข้าไม่สนใจ เรื่องเดียวของข้าคือจัดการหลงเยวี่ย"หลงยวี่ยกมือขึ้นหักข้อนิ้วของตนเล่น สีหน้ามั่นคงแววตาจ้องมองไปยังพี่ชายของตนหลานซีอมยิ้มน้อยๆ "คิดไว้ไม่มีผิด""ราชันสัตว์อสูรถูกขุมขังไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน ครานั้นอสูรตาเดียวต้องการครองบรรณพิภพ แม่ทัพหลายแคว้นต่างพยายามกำจัดแต่ไม่สำเร็จ จักรพรรดินีแห่งแคว้นเทียนหลิวเป็นสยบอสูรตาเดียวได้สำเร็จ สิ่งนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่แคว้นอื่นไม่กล้ารุกรานแคว้นของเรา การที่จักรพรรด
น่าอายชะมัด! อันจือเซี่ยปิดม่านลงทันที แค่เห็นชายงามก็ทำเอาเลือดลมเดือดพล่านจนเลือดกำเดาไหล นางรีบเช็ดเร็วๆ สมองกำลังคิดว่าต้องก้มหน้าหรือเงยหน้า แต่ไม่ทันไรรถม้าหยุดนิ่ง นางเงอะงะรีบร้อนเช็ดคราบเลือดเป็นจังหวะเดียวกับที่เฟิงเซียวเปิดม่านประตูโผล่หน้าเข้ามาดู เขาเห็นผ้าเช็ดหน้าเปื้อน
ตั้งแต่มาอยู่ที่โลกนี้ อันจือเซี่ยเพิ่งได้ออกจากเรือนเป็นครั้งแรก ทุกอย่างดูแปลกตาไปเสียหมดแต่กระนั้นก็ให้กลิ่นอายความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด อาจเพราะช่วงเวลาหนึ่งหมกมุ่นกับการเล่นเกมสยบสัตว์อสูร เฟิงเซียวเดินนำไปที่ห้องคลัง นิ้วมือที่เห็นข้อกระดูกงดงามไขกุญแจเปิดห้องคลัง
เฟิงเซียวยอมรับว่าองค์หญิงจือเซี่ยแปลกไปจริงๆ เขารู้ว่าความปรารถนาของผู้เป็นนายคือเข้าชิงตำแหน่งจักรพรรดินีแห่งแคว้นเทียนหลิวซึ่งจะคัดเลือกทุกๆ หกปี สตรีทั่วแคว้นสามารถเข้ารับการคัดเลือกนี่ได้ แต่ต้องมีสัตว์อสูรในการครอบครองอย่างน้อยสี่ตนเพื่อเข้ารับการคัดเลือก และยังต้องผ่านห้าด่า
“แท่งหยก?” อันจือเซี่ยทำตาปริบๆ พลันนึกได้ว่า ตอนที่เล่นเกมอยู่นั้นทุ่มเงินซื้อไอเท็มเป็นอุปกรณ์เซ็กส์ทอยสมัยโบราณไว้อย่างเยอะ! ตำหนักองค์หญิงจือเซี่ยที่ควรหรูหราตามฐานะองค์หญิงนั้นกลับดูแร้นแค้นทรุดโทรมเพราะนางทุมเงินไปสร้างห้องลับสำหรับบำเรอตนเองโดยเฉพาะ ก็...ก็มันเป็นแ






RebyuMore