Share

บทที่ 11

last update publish date: 2024-12-05 19:50:52

๑๑

กลับเรือนกันเถิดขอรับ

เช้านี้เจ้ากลิ่นตื่นแต่ไก่โห่ ใบหน้าแช่มชื่นฉาบไปด้วยรอยยิ้มเพราะนอนเต็มตื่นจนร่างกายเหมือนดอกไม้ยามเช้าที่ได้รับแสงแดดอุ่น

“ แม่จ๋า วันนี้มีกระไรให้ฉันกินบ้างจ๊ะแม่ ”

“ ก็น้ำพริกผักต้มนั่นแหละ อ้อ วันนี้ไอ้จอมได้ปลาดุกมาตัวโตเชียวแม่เลยว่าจะย่างมากินกับน้ำพริก ”

“ พูดก็น้ำลายสอเสียแล้ว ใกล้เสร็จหรือยังจ๊ะแม่ ”

“ รออีกประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เอ็งไปตามพี่เอ็งมากินข้าวไป ”

“ จ้ะแม่ แล้วพี่จอมอยู่ไหนล่ะจ๊ะ ”

“ เมื่อตะกี้แม่เห็นมันอยู่แถว ๆ สวนผักหลังเรือนนู่นน่ะ สงสัยคงจะตักน้ำรดผักอยู่เอ็งไปตามทีไป ”

เจ้ากลิ่นเดินออกไปตามไอ้จอมตามที่แม่บอก สองเท้าก้าวไปเรื่อย ๆ จนมาถึงแปลงผักที่มีบ่าวไพร่สามสี่คนกำลังช่วยกันตักน้ำรดผักที่ปลูกไว้กินในเรือน หากเหลือกินท่านเจ้าคุณก็ให้เอาไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

“ พี่จอม...พี่จอม แม่ให้มาตามไปกินข้าวจ้ะพี่ ”

เสียงตะโกนเรียกของเจ้ากลิ่นทำให้ไอ้จอมชะงัก เหตุการณ์เมื่อคืนที่ไอ้จอมได้เผลอเอาน้องชายไปคิดเรื่องสัปดนนั้นทำให้ไอ้จอมไม่กล้าแม้จะเอ่ยกับร่างบางที่ยืนอยู่ห่างออกไป

“ พี่จอมได้ยินฉันไหมจ๊ะพี่ แม่บอกให้ฉันมาตามพี่ไปกินข้าวจ้ะ ”

“ ข้าได้ยินแล้วเอ็งไปก่อนเลย บอกป้าปรุงว่าข้ายังไม่หิว ”

“ ได้อย่างไรเล่าพี่จอม ปลาดุกย่างที่พี่เอามาเลยหนา มากินพร้อมกันนี่แหละพี่ กินหลายคนเจริญอาหารดีจะตาย ”

เจ้ากลิ่นพูดพร้อมกับเดินมาลากไอ้จอมให้ออกมาจากแปลงผัก ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนทำให้ไอ้จอมดึงท่อนแขนออกจากการจับของเจ้ากลิ่น

“ พอดีตัวข้าเหนียวเหงื่อน่ะ เอ็งเดินไปก่อนเลยประเดี๋ยวข้าไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วตามไป ”

“ จ้ะพี่จอม รีบตามมานะจ๊ะพี่ ”

เจ้ากลิ่นกำชับไอ้จอมก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปทางเก่าที่เดินมา ไอ้จอมได้แต่มองตามแผ่นหลังบางได้แต่ทอดถอนใจอย่างไม่รู้ว่าต้องจัดการกับความรู้สึกผิดของตนเองอย่างไร

“ อิ่มแล้วหรือจ๊ะพี่จอม ”

“ อิ่มแล้ววันนี้ข้าไม่ค่อยหิว ป้าปรุงฉันไปทำงานต่อก่อนนะป้า ”

ไอ้จอมเอ่ยบอกก่อนจะล้างมือในชามสังกะสีที่อยู่ข้างตัว แววตาเฉยชาจนเจ้ากลิ่นเองมองตามร่างของพี่ชายด้วยความฉงนในใจ มันเองก็ได้รีบล้างมือของตนก่อนจะรีบลุกแล้ววิ่งตามไอ้จอมไป

“ พี่จอมจ๊ะ พี่จอม ”

“ เอ็งมีกระไร ข้าจะรีบไปทำงาน ”

“ ยังเหลืองานอีกหรือจ๊ะพี่ ”

“ เอ็งมีกระไร ”

ไอ้จอมเมื่อเห็นน้องชายทำหน้าจ๋อย ๆ ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“ ฉันเห็นว่าพี่เป็นห่วงเรื่องที่ฉันจะไปตามคุณรักษ์ที่ตลาดวังหว้า ก็เลยคิดว่าฉันจะชวนพี่ไปด้วยกันน่ะจ้ะ ”

“ ข้าไปกับเอ็งมิได้ดอก งานการข้ายังเหลืออีกมากโข ”

ไอ้จอมตอบเสียงเครียด แม้ในใจอยากจะตอบตกลง แต่เพราะความรู้สึกกระอักกระอ่วนจากเหตุการณ์ที่ตนได้ทำไปเมื่อคืน มันทำให้มันมองหน้าเจ้ากลิ่นได้ไม่สนิทใจเหมือนแต่ก่อน

“ เช่นนั้นฉันไปคนเดียวก็ได้จ้ะพี่ ”

เจ้ากลิ่นตอบเสียงอ่อย ๆ ก่อนจะเดินออกไปทางท่าที่จอดเรือหน้าเรือนดังเช่นทุกวัน

ตลาดวังหว้าวันนี้ดูจะเงียบเหงากว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา ผู้คนที่เคยพลุกพล่านเดินกันให้ทั่วตลาด แต่บัดนี้กลับดูบางตาอย่างเห็นได้ชัด เจ้ากลิ่นรีบสาวเท้าให้ยาวกว่าเดิมจนถึงเรือนไม้ที่มาประจำ

“ มาอีกแล้วรึไอ้กลิ่น ”

“ จ๊ะป้า คุณรักษ์อยู่ข้างในหรือไม่จ๊ะป้า ”

เจ้ากลิ่นเอ่ยถามกับเจ้าของเรือนที่ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับมันเสียแล้ว

“ ก็อยู่กับอีจำเรียนนั่นแหละ เห็นทีว่าวันนี้เอ็งได้รอเก้ออยู่กงนี้อีกนั่นแล้ว คุณรักษ์เรียกอีจำเรียนเข้าไปรับใช้จนเสียงดังลั่นเชียว ”

“ หรือจ๊ะป้า ”

“ ก็เออสิวะ นายเอ็งวัน ๆ ก็ขลุกอยู่กับอีจำเรียนดูท่าจะติดอกติดใจรสสวาทอีจำเรียนมากเลยทีเดียว ”

“ ... ”

เจ้ากลิ่นได้แต่ยิ้มส่งให้ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในทรวงอก แต่เพราะนั่นคือความสุขของคนเป็นนาย มันจึงต้องแบกรับความรู้สึกอัดอั้นแบบนี้ไปอย่างจำใจ

“ คุณรักษ์เจ้าขา... ”

เสียงหวานของจำเรียนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของคุณรักษ์ เนื้อตัวเปลือยเปล่าของทั้งคู่แนบชิดอยู่บนที่นอนอันยับย่นจากสัมผัสสวาทที่ผ่านมาไม่นาน

“ มือเอ็งนี่ซนไม่เข้าเรื่องนะจำเรียน ”

พ่อรักษ์เอ่ยขึ้นก่อนจะมองเชื่อมไปยังดวงตาของอีกฝ่ายที่มือเรียวนั้นกำลังเล่นวนอยู่กับอาวุธประจำกายของตนเองจนมันเริ่มกลับมาพองตัวอีกครา

“ คุณพระคุณเจ้า นี่คุณรักษ์ต้องการอีกแล้วหรือเจ้าคะ ”

“ ก็ไม่เป็นเพราะเอ็งดอกรึที่ทำให้มันเป็นเช่นนี้ ”

“ ก็คุณรักษ์ช่างช่ำชองเหลือเกินนี่เจ้าคะ อีกอย่างคุณรักษ์รูปก็งามแถมยังหนุ่มยังแน่นกว่าใครคนอื่นที่จำเรียนเคยรับใช้ ”

“ เอ็งจะบอกว่าข้าทำให้เอ็งพอใจงั้นรึ ”

“ แล้วหากจำเรียนบอกว่าใช่เล่าเจ้าคะ คุณรักษ์จะสนองให้จำเรียนได้อีกหรือไม่เจ้าคะ ”

“ เอ็งพูดมาเยี่ยงนี้แล้ว ข้าจะขัดใจเอ็งได้เยี่ยงไร มิหนำซ้ำข้าก็ยังหนุ่มยังแน่นแบบที่เอ็งว่า มีรึจะสนองเอ็งไม่ได้ อย่าว่าแต่รอบเดียวเลยวันนี้ทั้งวันข้าจะทำให้เอ็งหมดแรงจนทำกระไรต่อไม่ได้เลย ”

พ่อรักษ์พลิกตัวคร่อมนังจำเรียน ก่อนจะกดจูบไปที่ซอกคอขาว มือหนาบีบเค้นไปที่ปทุมถันอันเต็มไม้เต็มมือของร่างที่อยู่ใต้อาณัติ เมื่อครานี้ไม่ใช่คราแรกของวันความพร้อมของนังจำเรียนจึงทำให้พ่อรักษ์กดอาวุธขนาดเขื่องของตนเข้าสู่วังวนของกามารมทันที

“ คุณรักษ์เจ้าขา...อ๊าาา... ”

ตะวันที่เคยสาดแสงจ้ากำลังทอประกายเรื่อ ๆ เมื่อเพลาเลื่อนผ่านมาเย็นย่ำ อากาศที่ร้อนระอุกำลังแปรเปลี่ยนจนคนที่นั่งรออยู่หน้าเรือนโคมแดงตั้งแต่ช่วงเช้านั้นสะดุ้งตัวโยนเมื่อหัวของตนเองแทบจะทิ่มลงพื้นเสียแล้วเพราะอาการง่วงงัน

“ กลับเรือนไปเสียเถิดไอ้กลิ่นเอ๊ย...คุณรักษ์เอ็งท่านคงยังไม่กลับเรือนเสียวันนี้หรอกว่ะ ”

เจ้าของเรือนเดินออกมาเอ่ยกับบ่าวในเรือนของท่านเจ้าคุณมีชื่อด้วยความสมเพช

“ คุณรักษ์ยังไม่ออกมาอีกหรือจ๊ะป้า ”

“ เฮ้อ เอ็งนี่ก็นะนายเอ็งไม่เคยแม้แต่จะแยแสเอ็งสักนิด เอ็งก็ยังรออยู่จนเย็นย่ำเอ็งไม่เบื่อบ้างรึ ”

“ จะเบื่อได้อย่างไรจ๊ะป้า คุณรักษ์ดีกับข้าเพียงนี้ ข้าก็ไม่อยากเห็นนายของข้าออกมาตกระกำลำบากอยู่ข้างนอกหรอกจ้ะป้า ”

“ ลำบากรึ นายเอ็งหรือเอ็งกันแน่ที่ลำบาก ข้าเห็นนายเอ็งก็สบายดีไม่ทุกข์ไม่ยากกระไร จะมีก็แต่เอ็งนี่แหละที่ลำบากลำบนเทียวไปเทียวมาจากเรือนมาที่ตลาดวังหว้านี่ไม่เว้นวัน ”

“ คุณรักษ์จะสบายดีได้อย่างไรจ๊ะป้า อยู่นอกเรือนเช่นนี้ความสบายจะเหมือนกับอยู่ในเรือนได้อย่างไร ”

“ ข้าไม่เถียงกับเอ็งแล้ว ไป ๆ กลับเรือนไปเสียจะมืดจะค่ำแล้วไป๊ ”

เจ้ากลิ่นชะเง้อหน้ามองไปในเรือนที่เจ้านายกำลังอยู่ด้ายใน แม้ภายในใจจะมิได้ต้องการกลับแต่ในเมื่ออยู่ต่อก็ไม่ได้มีประโยชน์กระไร มันจึงได้แต่เดินคอตกกลับออกไป แต่เพียงไม่กี่ก้าวสายตาของเจ้ากลิ่นก็สบเข้ากับสายตาดุดันของเจ้าเชิดที่เดินมากับพรรคพวก แววตาที่ส่งมาดูเกรี้ยวกราดและดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

“ มึงจะไปไหน ”

เสียงตะคอกดังไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านที่เดินอยู่แถว ๆ นั้นหันกลับมามอง

“ ฉันกำลังจะกลับเรือนจ้ะ ”

“ แล้วนายมึงเล่า มิกลับไปกับมึงด้วยดอกรึ ”

“ คุณรักษ์ท่านยังไม่กลับจ้ะพี่ หากพี่ไม่มีกระไรแล้วฉันขอตัวกลับเรือนก่อนนะจ๊ะ ”

เจ้ากลิ่นเดินเบี่ยงตัวเพื่อจะเดินกลับออกไป แต่ไอ้เชิดก็เข้ามาขวางทางไว้ไม่ให้เจ้ากลิ่นเดินกลับไปอย่างง่าย ๆ

“ พี่มีกระไรกับฉันอีกหรือจ๊ะ ”

“ มีน่ะมีแน่ แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับมึงดอก มันเกี่ยวกับนายของมึง ”

“ พี่อย่าทำกระไรคุณรักษ์เลยนะจ๊ะพี่ ”

เมื่อไอ้เชิดกล่าวถึงนายของมัน สีหน้าที่เป็นกังวลอยู่แล้วของเจ้ากลิ่นก็ดูจะเคร่งเครียดมากกว่าเดิม

“ มึงคิดว่ากูจะทำกระไรนายมึงได้งั้นรึ ”

“ หากเป็นเช่นนั้นแล้วก็ให้ฉันกลับเรือนเถิดจ้ะพี่ นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วด้วยจ้ะ ”

“ มึงจะไปไหน ถึงแม้มึงจะไม่เกี่ยวแต่มึงก็เป็นขี้ข้าของไอ้รักษ์ กูรู้มาว่านายมึงรักมึงเหมือนน้องแท้ ๆ มิใช่รึ ”

“ ไม่หรอกจ้ะพี่ ปล่อยฉันเถิดจ้ะพี่ ”

เจ้ากลิ่นขัดขืนท่อนแขนแกร่งของลูกน้องไอ้เชิดที่เดินมาจับท่อนแขนของมันจนขึ้นรอยแดง

“ ในเมื่อนายมึงเอาอีจำเรียนไป นายมึงมันชอบมายุ่งกับของรักของกู กูก็จะทำลายของรักของมันบ้าง ”

พูดจบไอ้เชิดก็ย่างสามขุมเข้ามายังเจ้ากลิ่นที่กำลังใช้กำลังที่มันมีเอาตัวรอด

พลั่ก

หมัดลุ่น ๆ จากคนตัวใหญ่กว่าเจ้ากลิ่นมากโข กระหน่ำลงบนกลางลำตัวของมันจนตัวงอ น้ำหูน้ำตาไหลออกมาเพราะความเจ็บจุก ท่อนแขนที่โดนรั้งไว้ไม่ให้มันล้มลงไปกองกับพื้นนั้นยิ่งถูกกระชับให้แน่นขึ้นเพื่อรอรับแรงจากกำปั้นของไอ้เชิด

“ พวกมึงมองกระไรไม่ใช่เรื่องของพวกมึง อย่าได้มีใครหน้าไหนเข้ามาสอดเชียว คราที่แล้วกูยังมิได้ชำระความกับไอ้พวกชอบสอดเลย จะไปไหนก็ไป ”

ไอ้เชิดหันไปตวาดชาวบ้านที่เดินมองพวกมันอย่างเกรี้ยวกราด

พลั่ก

“ โอ๊ย...อัก ”

เจ้ากลิ่นไม่รู้ว่ามันโดนพวกไอ้เชิดทำกระไรกับมันบ้าง เพราะความเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วกายทำให้มันอยากที่จะหลับใหลไปเสียให้พ้นจากการโดนกระทำ

สติที่เหลือเพียงน้อยนิดของเจ้ากลิ่น ไม่ได้นึกถึงตนเองเลยแม้แต่น้อย ในรอบหลายวันที่เจ้ากลิ่นมาตามนายของมันให้กลับเรือน วันนี้เป็นเพียงวันเดียวที่มันต้องการให้นายของมันอยู่แต่ในเรือนโคมแดงนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องออกมาประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบที่มันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

“ คุณรักษ์เจ้าคะ คุณรักษ์!!! ”

เสียงโหวกเหวกดังลั่นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งโครมครามเข้ามาบริเวณห้องที่คุณรักษ์กับนังจำเรียนนอนพักผ่อนอยู่

“ มีกระไรหรือจ๊ะป้าเสียงดังเชียว คุณรักษ์กำลังนอนอยู่จ้ะ ”

“ ก็ไอ้กลิ่นบ่าวคุณรักษ์น่ะสิ โดนพวกไอ้เชิดตีจนเจียนจะตายแล้วเอ็งเข้าไปบอกคุณรักษ์ทีไป๊ ”

“ จ้ะป้า ”

นังจำเรียนขมวดคิ้วมุ่นทันทีก่อนจะปิดประตูแล้วหันหลังกลับมามองร่างกำยำที่นอนหลับด้วยความเหนื่อยจากกิจกามที่ทำกับมันเมื่อครู่

“ มึงมันมารคอหอยจริง ๆ นะไอ้กลิ่น โดนตีนไอ้เชิดตาย ๆ ไปซะได้ยิ่งดี ”

นังจำเรียนพูดกับตัวเองขณะที่ร่างบางค่อย ๆ หย่อนตัวลงนอนข้างพ่อรักษ์ที่มันดูท่าจะมีจิตเสน่หาด้วยเพราะรสกามที่พ่อรักษ์จัดให้มันนั้นล้ำลึกและเร่าร้อนเพียงใด มิหนำซ้ำหน้าตารึก็หล่อเหลายิ่งกว่าพวกตาเฒ่ามักมากหลายเท่านัก

“ มีกระไรรึ เสียงเอะอะมะเทิ่งเชียว ”

“ ไม่มีกระไรหรอกเจ้าค่ะคุณรักษ์ นักเลงตีกันประจำนั่นแหละเจ้าค่ะ คุณรักษ์พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะตื่นมาอีกคราจำเรียนจะสนองคุณรักษ์ให้ชื่นอกชื่นใจนะเจ้าคะ ”

“ เอ็งนี่มันรู้ใจข้าจริงเชียว ”

พ่อรักษ์คว้าร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด แขนเรียวของจำเรียนลูบไล้ไปตามลอนสวยบนหน้าท้องของชายหนุ่ม ก่อนมือเล็กจะกอบกุมส่วนแข็งแกร่งของพ่อรักษ์ดังตนเองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

“ พอแล้วพี่เชิด เดี๋ยวมันก็ตายห่ากันพอดีพี่ ”

เสียงลูกน้องของเจ้าเชิดที่ตะโกนบอกไอ้เชิดที่ตอนนี้กำลังเลือดขึ้นหน้าไม่ฟังใคร ดวงตาแข็งกร้าวของมันมองดูร่างขาวเนียนของเจ้ากลิ่นที่ทั่วทั้งร่างของมันถูกโชลมไปด้วยเลือดและบาดแผล

“ ปล่อยกู ฮึ้ย...ถุย ”

ไอ้เชิดสะบัดตัวเองให้ออกจากการฉุดรั้งของลูกน้อง ถ่มน้ำลายไปบนร่างกายที่นอนสลบไม่ได้สติของเจ้ากลิ่นด้วยอารมณ์โทสะ ก่อนที่มันจะใช้สายตามองไปรอบ ๆ ที่ตอนนี้แสงพระอาทิตย์รอบตัวนั้นหายไปหมดแล้วถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่มีเพียงแสงตะเกียงส่องมารำไร

“ พวกมึงฟังกูให้ดีหากมีอ้ายอีตัวใดช่วยมัน หากกูรู้พวกมึงไม่ตายดีแน่ ”

น้ำเสียงและดวงตาที่มีแต่ความดุดันของไอ้เชิดที่เปล่งออกมาทำให้ผู้คนที่ได้ยินไม่กล้าแม้แต่จะมองไปยังต้นเสียงด้วยซ้ำ ได้แต่ก้มหน้าเวทนาเจ้ากลิ่นที่นอนคลุกดินคลุกฝุ่นอยู่อย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีผู้ใดกล้าที่จะย่างกรายเข้าไปดูเจ้ากลิ่นแม้สักนิดว่ามันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง

อรุณรุ่งฉายแสงยามเช้า อากาศดูช่างเย็นยะเยือก เพราะเมื่อคืนมีฝนปรอยเม็ดลงมาเบา ๆ ร่างหนาที่ปกติจะตื่นตอนตะวันแยงตาไปแล้ว แต่วันนี้กลับตื่นมาเสียตั้งแต่ไก่โห่ ความรู้สึกแปลก ๆ กระไรบางอย่างฉุดรั้งเปลือกตาให้ลืมขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ มือกร้านของพ่อรักษ์ค่อย ๆ เอาท่อนแขนเล็กของนังจำเรียนที่นอนเปลือยเปล่าให้ออกจากร่างท่อนบนของตน พ่อรักษ์จำไม่ได้เสียแล้วว่าเมื่อวานนี้เสียแรงไปกับแม่จำเรียนเท่าใด รู้แต่เพียงว่าตนเองอยู่กับจำเรียนจนลืมไปเสียขนัดว่าปกติบ่าวข้างกายจะมาหาเพื่อตามกลับเรือนในทุก ๆ วัน

พ่อรักษ์เดินออกมาจากห้อง เอาน้ำลูบหน้าลูบตาให้สดชื่น ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากเรือนโคมแดงอันเหมือนจะเป็นอีกเรือนของตนเสียแล้ว

เมื่อก้าวเท้ายังไม่ทันพ้นหน้าประตูเรือนโคมแดง พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับกลุ่มก้อนอะไรบางอย่างที่ดูแสนจะคุ้นเคยเข้า พ่อรักษ์รีบก้าวเดินเข้าไปหาในทันที ดวงตาสีนิลสั่นสะท้านในทันทีเมื่อเห็นใบหน้านวลที่ตอนนี้ปูดบวมไปทั่ว

“ พ่อกลิ่น ๆ ๆ... ”

พ่อรักษ์ระล่ำระลักเรียกชื่อบ่าวคนสนิท ดวงตาเป็นกังวลจนเห็นได้ชัด ท่อนแขนแกร่งยกตัวบ่าวมาไว้ในอ้อมกอดก่อนที่จะอุ้มร่างอันไร้สติของเจ้ากลิ่นรีบวิ่งออกไปทางท่าเรือที่อยู่ห่างออกไป

ในใจของพ่อรักษ์ตอนนี้ไม่ได้คิดสิ่งใดอีกนอกจากตนเองต้องรีบพาเจ้ากลิ่นไปโรงหมอให้ไวที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้

“ พ่อกลิ่น ๆ ๆ เจ้าอย่าเป็นกระไรนะพ่อกลิ่น ”

วิ่งไปก็พยายามส่งเสียงเรียกเจ้ากลิ่นประหนึ่งว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้จะไม่ยอมตื่นขึ้นมาฟังกระไรอีกเสียแล้ว

“ อย่าเป็นกระไรไปนะพ่อกลิ่น ตื่นขึ้นมาคุยกับข้าก่อนพ่อกลิ่น.... ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 124

    “ ขอโทษครับ พอดีผมไม่ระวัง... ”“ ไม่เป็นไร มาสอบสัมภาษณ์เหรอ ”“ ครับ ”น้ำเสียงหวานที่ได้ยินทำให้คนตัวโตกว่าคิ้วกระตุก รู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก กลิ่นอายอะไรบางอย่างของเด็กคนนี้ ที่ก้มหน้างุดนั้นทำให้อยากเอื้อมมือไปเชยคางใบหน้ามนนั้นให้เงยขึ้นมาสบตากัน“ คุณจอมทัพคะ ที่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 123

    “ พี่จอม ผมมาแล้ว ”กรเดินเข้ามาในห้องของพี่ชายตนเอง พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาด ร่างสูงส่งยิ้มให้พี่ชายก่อนที่จะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาราคาแพงในส่วนที่ต้องเอาไว้รับรองแขก“ มึงมาเร็วไปมั้ยไอ้กร ”“ ผมเบื่อ ๆ ก็เลยออกมาก่อน พี่ทำงานไปก่อนเลยผมรอได้ ”“ งั้นมึงก็รอไปก่อน กูมีเอกสารที่ต้องเ

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 122

    ตอนที่ ๓สุดท้ายเราอาจจะได้พบกัน...เคยเป็นมั้ยที่ตื่นขึ้นมาแล้วชีวิตเหมือนมีอะไรหายไปบางอย่าง...ตั้งแต่ที่ผมฝันประหลาดครั้งนั้น ทุกเช้าที่ตื่นมาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะมีความสุขอยู่กับพ่อแม่แต่ก็เป็นความสุขที่มันไม่เต็มอิ่ม ผมได้แต่เฝ้าถามกับตัวเองว่าเพราะอะไร แต่มันก็ไม่เคยมีคำตอบ“ ตื่นแล้ว

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 121

    " เจ้าคะหลวงพี่ "" พี่มิได้หายหน้าไปไหน มิต้องร้องไห้ดอก หากอยากมาเยี่ยมมาหา ก็มาทำบุญเสียที่วัดนะโยมน้อง "" เจ้าค่ะหลวงพี่ รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ รำพึงจะมาทำบุญที่วัดบ่อย ๆ นะเจ้าคะ "หลวงพี่รักษ์อมยิ้มน้อย ๆ ให้กับน้องสาว ก่อนที่จะมองทุกคนที่อยู่ตรงเบื้องหน้า บ่าวไพร่ในเรือนที่เห็นหน้าค่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 120

    " ข้าอยากบวชไม่สึก... "" กระไรนะขอรับ "ไอ้จอมดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อรักษ์เอ่ยมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย" เอ็งกลับมาอยู่ที่เรือนนี้เถิดนะไอ้จอม ถือว่าข้าขอร้อง แล้วข้าเองก็จะนับว่าเอ็งเป็นพี่ชายของข้า "" คุณรักษ์...แต่ข้า "" ข้ามองมิเห็นทางใดที่ข้าจะใช้ชีวิตโดยปราศจากความทุกข์ได้ดีเท่ากา

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 119

    " ข้าขอโทษเอ็งจริง ๆ นะไอ้จอม หากข้ายอมปล่อยพ่อกลิ่นไป พ่อกลิ่นก็คงไม่ต้องตายไปแบบนี้ "" ... "" หากข้าไม่เห็นแก่ตัว พ่อกลิ่นก็คงจะมีความสุขอยู่ที่ใดสักที่ไปแล้ว "น้ำเสียงสั่นเครือดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาที่อัดอั้นเอาไว้มานานแสนนาน ความรู้สึกผิดต่าง ๆ ที่เคยเก็บเอาไว้ บัดนี้ได้ถูกระบายออกมาหมดสิ้นไม่เห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status