LOGINเรือคือบ้าน มหาสมุทรคือมารดร หากแต่ชายฝั่งคือขุมทรัพย์ กองโจรสลัดประจำเรือแบล็กคาเคนจึงมุ่งหมายที่จะปล้นสะดมคฤหาสน์เก่าของตระกูลลอร์ดแห่งหนึ่งประเทศอังกฤษ แต่ผู้ใดจะรู้เล่า ว่าหีบสมบัติที่พวกเขาปล้นขึ้นเรือมาจะเป็น...โลงศพของแวมไพร์? แค่ถูกทางกองทหารหมายหัวลงบัญชีดำก็ว่าหนักหนาแล้ว เมื่อต้องมาเจอกับ ลอร์ดเกรแฮม แวมไพร์ที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปี เห็นทีว่าชีวิตของลูกเรือคงจะหาไม่กันในวันนี้ เดือดร้อนถึง กัปตันออเดรย์ แบรล์ ที่ต้องเสียสละตัวเอง เพื่อรักษาชีวิตลูกน้องจากการถูกลงมติเสียงข้างมากให้พลีกายแทนทุกชีวิต มันใช่เรื่องที่เขาจะต้องมาเสียสละเหรอ!? โชคดีที่ลอร์ดเกรแฮมไม่ได้กระหายเลือดถึงขนาดกล้ากัดกัปตันโจรสลัดรูปงามแต่โสโครกซกมกตรงหน้าได้ ทว่า...ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ กิน ต่อให้ไม่ได้กระหายเลือดแต่ก็กระหายรัก ความปรารถนาที่เก็บกลั้นมากกว่าหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยในครานี้ โดยมีกัปตันจอมกะล่อนเป็นที่รองรับอารมณ์ คอยดูเถอะ ถึงฝั่งเมื่อไร ข้าจะเอาลิ่มไม้ตอกเจ้าให้จมดิน! ออเดรย์สาบานไว้กับตัวเองว่าจะต้องเอาคืนแวมไพร์มากราคะนี้อย่างสาสมแน่นอน!
View More02/04/2027 - New York, Manhattan, Upper East Side.
"Aya Millenis, do you take Iuri Stevens to be your husband, to honor and respect him, in joy and in sorrow, in wealth and in poverty, in health and in sickness, promising fidelity until death do you part?"
She smiled at the pastor's question, with all eyes focused on us. My fiancée looked at me, tears of happiness welling up in her eyes, a wide smile on her face, warming my heart with joy. I never thought I would experience this moment, a dream I believed would never materialize outside the realm of imagination—a world I had created when I was six years old.
I never imagined that one day, the facade of my cold, selective persona would be shattered by the very woman I had imagined to shield myself from others. Throughout my life, I have been in love with only one woman—the woman who held my world together when it was falling apart, later tearing it apart herself, and then, after several more years, rebuilding it once again. Our journey has been arduous, but deep down, I always knew she was the right woman for me, no matter how much I tried to deny those feelings or resist the idea that things could be different.
I recall everything we have endured to reach this point today—the hurtful words we both endured, she from her parents and I from her. Even though her words broke me, I couldn't leave her at the mercy of the world. So, I chose to walk away, concealing everything I felt for her until we crossed paths once more, leading me to commit an act I still regret to this day, but will carry to the grave. Today, none of that matters. I am determined to do my utmost to ensure she never cries in pain again. I will give her the world.
"I, Aya Millenis, take Iuri Stevens to be my husband, and I promise to honor and respect him, in joy and in sorrow, in wealth and in poverty, in health and in sickness, and pledge fidelity until death do us part."
My heart overflows with joy, sensing her trembling hands within her gloves. I, more than anyone else, understand her shyness, her fears, her traumas, her dreams, her aspirations, and her warm, loving heart. I am her greatest admirer, captivated by both her inner and outer beauty. I love seeing her violet eyes gleaming with joy.
"Iuri Stevens, do you accept Aya Millenis as your wife, and do you promise to honor and respect her, in joy and in sorrow, in wealth and in poverty, in health and in sickness, vowing fidelity until death do you part?"
It's impossible to conceal my smile—I am living one of the best days of my life! A montage of everything we have lived through flashes before my eyes. Our story began like this:
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็
เกรแฮมเลิกคิ้วสูงกับคำขู่นั้น“ข้าต้องกลัวหรือไม่?”ออเดรย์พูดไม่ออกไม่...ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับแวมไพร์ได้ ถ้าทำได้ เขาคงไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างนี้หรอก“ถ้าไม่จำเป็นต้องกลัว เห็นทีข้าก็คงจะไม่เกรงใจ”สิ้นเสียงก็พุ่งเข้ามาหาอดีตกัปตันเรือทันที ออเดรย์สะดุ้งเฮือกจ
ออเดรย์ดิ้นพล่านเมื่อถูกหามหัวหามท้ายเข้ามาในห้องกัปตัน จอห์นพยักหน้าเป็นสัญญาณบอกให้ลูกเรือวางชายหนุ่มที่ยังคงถูกมัดอยู่ลงบนพื้น ก่อนที่จะต้องถูกสายตาดุดันของออเดรย์จ้องมองอย่างเคียดแค้น“จอห์น! เจ้ามันคนทรยศ!”คนที่คิดจะทิ้งลูกเรือแล้วหนีไปคนเดียวก็เรียกว่าคนทรยศเหมือนกันนั่นล่ะ!แต่คนถูกบริภาษไม
“ส่งเจ้าพวกไร้ประโยชน์ไป”หลังจากหารือกันแล้ว ออเดรย์ก็ออกคำสั่งเช่นนั้นด้วยเห็นตรงกันว่าในเมื่อเวลานี้ยังไม่มีโอกาสที่จะหนีได้ เพราะหนึ่ง...พวกเขายังอยู่กลางทะเล และสอง...มันเป็นเวลากลางคืน แวมไพร์ซึ่งมีชีวิตอยู่ภายใต้เงารัตติกาลย่อมตามไปกระชากวิญญาณออกจากร่างพวกเขาได้อย่างแน่นอนถ้าคิดจะหนีเอาชีวิ
Chapter 2: Pirates of Black Kraken shipหัวสมองของออเดรย์ยังประมวลผลอยู่ เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่รู้อย่างแน่นอนคือลูกเรือของเขาหลายคนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณและถูกโยนลงทะเลไปแล้ว แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ตอนนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นมือทั้งสองข้างจับข้อมือเย