ログインเรือคือบ้าน มหาสมุทรคือมารดร หากแต่ชายฝั่งคือขุมทรัพย์ กองโจรสลัดประจำเรือแบล็กคาเคนจึงมุ่งหมายที่จะปล้นสะดมคฤหาสน์เก่าของตระกูลลอร์ดแห่งหนึ่งประเทศอังกฤษ แต่ผู้ใดจะรู้เล่า ว่าหีบสมบัติที่พวกเขาปล้นขึ้นเรือมาจะเป็น...โลงศพของแวมไพร์? แค่ถูกทางกองทหารหมายหัวลงบัญชีดำก็ว่าหนักหนาแล้ว เมื่อต้องมาเจอกับ ลอร์ดเกรแฮม แวมไพร์ที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปี เห็นทีว่าชีวิตของลูกเรือคงจะหาไม่กันในวันนี้ เดือดร้อนถึง กัปตันออเดรย์ แบรล์ ที่ต้องเสียสละตัวเอง เพื่อรักษาชีวิตลูกน้องจากการถูกลงมติเสียงข้างมากให้พลีกายแทนทุกชีวิต มันใช่เรื่องที่เขาจะต้องมาเสียสละเหรอ!? โชคดีที่ลอร์ดเกรแฮมไม่ได้กระหายเลือดถึงขนาดกล้ากัดกัปตันโจรสลัดรูปงามแต่โสโครกซกมกตรงหน้าได้ ทว่า...ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ กิน ต่อให้ไม่ได้กระหายเลือดแต่ก็กระหายรัก ความปรารถนาที่เก็บกลั้นมากกว่าหลายร้อยปีถูกปลดปล่อยในครานี้ โดยมีกัปตันจอมกะล่อนเป็นที่รองรับอารมณ์ คอยดูเถอะ ถึงฝั่งเมื่อไร ข้าจะเอาลิ่มไม้ตอกเจ้าให้จมดิน! ออเดรย์สาบานไว้กับตัวเองว่าจะต้องเอาคืนแวมไพร์มากราคะนี้อย่างสาสมแน่นอน!
もっと見るกล่าวกันว่าสำหรับพวกโจรสลัดแล้ว พวกมันเชื่อว่าเรือคือบ้าน มหาสมุทรคือมาดร หากแต่ชายฝั่งคือขุมทรัพย์ จึงไม่แปลกหากเหล่าโจรสลัดผู้กระหายในสมบัติเงินตราจะออกล่าขุมทรัพย์ไปทั่วน่านน้ำของทะเลแคริบเบียน ทั้งปล้นชิง ทั้งไล่ฆ่า อาจหาญปล้นไม่เว้นแม้แต่กองเรือของทางรัฐ ทำเอาผืนทะเลอันกว้างใหญ่แปรสภาพเป็นดินแดนอันตรายที่ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกราย หรือแม้แต่ชายฝั่งในบางแห่งซึ่งต้องกลายเป็นพื้นที่รกร้างด้วยถูกเหล่าโจรสลัดระรานจนไม่มีผู้ใดทนอยู่ได้ไหว
เรียกได้ว่ามันเป็นศตวรรษแห่งกลียุค...
แม้ว่าทางกองเรือของรัฐบาลของนานาประเทศในน่านน้ำนี้จะพยายามอย่างยิ่งที่จะปราบปรามเพียงใด แต่ก็หาได้ทำให้โจรสลัดโสมมเหล่านั้นลดจำนวนลงได้เลยสักนิด จึงได้แต่ออกอุบายให้เหล่าโจรสลัดไล่ประหัตประหารกันเองด้วยการวางฆ่าหัวของโจรสลัดที่มีชื่อเสียงเรื่องความร้ายกาจไว้เป็นสิ่งล่อใจ
กัปตันเรือโจรสลัดแบล็กคราเคนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีรางวัลค่าหัวสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยการประกาศจับของรัฐบาลอังกฤษ
กัปตันออเดรย์ แบรล์...
ในแถบทะเลแคริบเบียนนี้ไม่มีผู้ใดไม่เคยได้ยินชื่อเขา ชายหนุ่มซึ่งขึ้นมารับช่วงเป็นกัปตันเรือโจรสลัดแทนบิดาบุญธรรมที่เพิ่งจากโลกไปเมื่อสองปีก่อน ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีซึ่งเป็นเพียงกะลาสีบนเรือโจรสลัดไร้นามคนนั้น วันหนึ่งจะกลายมาเป็นกัปตันเรือโจรสลัดที่เพียงแต่พูดชื่อก็พากันเสียวสันหลังไปทั่วทุกหัวระแหงอย่างเช่นในตอนนี้
แต่ก็ไม่แปลกหากจะเป็นที่กล่าวขาน เพราะกองโจรของออเดรย์ไม่ปล้นเรือส่งสินค้าของชาวบ้าน หากแต่ปล้นกองเรือของรัฐบาลและโจรสลัดด้วยกันเอง ทำเอาเขาเป็นที่ชิงชังทั้งจากรัฐบาลนานับประเทศ มิหนำซ้ำยังเป็นที่เหม็นขี้หน้าของบรรดาโจรสลัดที่ถูกหยามเกียรติ
เขาเป็น ‘เจ้าตัวร้าย’ แห่งคาบสมุทรนี้
แต่ออเดรย์จะไปสนใจอะไร เขาคิดแต่เพียงว่าความสำราญของตนคือการปล้นชิงพวกชนชั้นสูงที่คอยแต่จะเอาเปรียบชาวบ้าน พวกหมูสกปรกพวกนั้น... เขาจะไม่มีวันทำให้พวกมันได้อยู่อย่างสงบสุขเลยแม้แต่วันเดียว!
เหล่าลูกเรือก็ไม่เคยโต้แย้งเมื่อกัปตันมีประสงค์จะเข้าปล้นที่ใด ด้วยรู้ดีว่าออเดรย์มีความแค้นกับบรรดาชนชั้นสูงด้วยเมื่อครั้งที่เขายังเด็ก ครอบครัวของเขาถูกคนเหล่านั้นข่มเหงรังแกจนบิดาของเขาต้องออกทะเลและกลายเป็นโจรสลัด ก่อนจะถูกจับได้และแขวนคอในท้ายที่สุด ส่วนมารดาก็ต้องตรากตรำทำงานจนสุดท้ายกลายเป็นโสเภณีและมีจุดจบอันน่าอนาถอยู่ในซ่อง และนั่น...จึงเป็นเหตุให้ลูกกำพร้าอย่างเขาต้องกลายมาเป็นโจรสลัดประจำเรือแบล็กคราเคนในวัยเพียงสิบขวบปีเท่านั้น
ความแค้นในวันนั้น เขาจะกลับมาเอาคืนตราบชั่วชีวิตของเขา ออเดรย์ยืนอยู่ที่หัวเรือ สายตาทอดมองออกไปยังเบื้องหน้า ก่อนที่เสียงของต้นหนรูปร่างสูงใหญ่จะดังขึ้นข้างๆ หู
“ใกล้จะถึงแล้วกัปตัน”
ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำสนิทยังคงจ้องไปข้างหน้านิ่ง ไม่พูดสิ่งใดออกมานอกจากจะยกมือขึ้นขยับหมวกอันเป็นสัญลักษณ์ของกัปตันเรือที่สวมอยู่บนศีรษะให้เข้าที่ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปยังเชือกตาข่ายที่จึงอยู่กับเสากระโดงเรือเล็กน้อยเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ก่อนที่จะพึมพำกับตนเอง
“พอร์ตรอยัล...”
เพียงเท่านั้นก็หาได้พูดสิ่งใดอีก นอกจากจะปล่อยให้ลมทะเลพัดมาต้องกาย เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยกระดำกระด่าง มองอย่างไรก็ดูไม่สะอาดตาพลิ้วไหวลู่ลมแนบไปกับลำตัวของเขา หากแต่ออเดรย์ก็หาได้ใส่ใจ เอาแต่คิดถึงสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้าน...
ใช่...บ้าน
เบื้องหน้านั้นเป็นชายฝั่งอันเป็นสถานที่กำเนิดของเขา ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกมันว่าบ้าน ดังนั้นวันนี้เขาจึงกลับมาเพื่อที่จะเยี่ยมเยือนให้สมกับความชั่วช้าที่พวกชนชั้นสูงได้กระทำกับเขาเอาไว้
“มีคำสั่งออกไป บอกให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เราจะเข้าปล้นท่าเรือคืนนี้”
“ขอรับกัปตัน”
ต้นหนรับคำ ก่อนที่จะร้องบอกทุกชีวิตบนเรือ
“เตรียมตัวเข้าปล้นท่าเรือคืนนี้!”
เสียงเฮโลดังตามมา พลันเหล่าชายฉกรรจ์ก็พากันรู้สึกได้ถึงโลหิตที่สูบฉีดอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงความหฤหรรษ์ที่จะบังเกิดในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า จะไว้แม้แต่ออเดรย์ที่ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาทีหนึ่ง
คืนนี้ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องจำชื่อข้าไว้ให้มั่นอีกครั้ง!
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 4: Make love as planไม่เลวร้ายบ้าบออะไรกัน!ความคิดนั้นเป็นความคิดชั่ววูบของคนโง่เขลาที่เผลอหลงใหลไปกับรสสัมผัสทางกามารมณ์ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของออเดรย์สักหน่อย!อดีตกัปตันหนุ่มแค้นใจยิ่งนัก เพราะหลังจากที่ถูกลูกเรือรวมหัวกันจับมัดส่งให้กับแวมไพร์ตนนั้นได้เชยชมแล้ว เกรแฮมก็กลืนกินเขาตลอดทั้งคืนจนกระทั่งรุ่งสางทั้งที่ปากบอกว่าจะอ่อนโยนแท้ๆ แต่ก็ทำเอาเสียสะโพรกครากจนลุกจากที่นอนไม่ได้ มันอ่อนโยนอย่างไรกัน!บาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้กับกองเรือของสหราชอาณาจักรหรือโจรสลัดด้วยกันยังไม่หนักหนาเท่ากับการถูกกระแทกกระทั้นอย่างไม่หยุดหย่อนเลยแท้แต่น้อย ขยับทีหนึ่งก็โอดโอยที ขยับอีกทีก็เบ้หน้าเหยเกไปหมดปวดร้าวไปทั้งร่างเช่นนี้ เห็นทีเขาคงจะต้องตายก่อนที่แวมไพร์ตัณหากลับนั่นจะดูดเลือดเขาแล้วล่ะ!แต่ก็ยังดีที่เกรแฮมไม่ได้บ้าคลั่งถึงขนาดจะให้เขาร่วมรักในตอนกลางวันด้วย เพราะทันทีที่อรุณรุ่งมาถึง แวมไพร์หนุ่มก็มีคำสั่งให้จอห์นพาบรรดาลูกเรือนำไม้สำหรับซ่อมแซมเรือเข้ามาในห้อง และสั่งให้ตอกปิดทุกร่องที่จะนำแสงผ่านมายังข้างในได้เขาแพ้แสงแดด...นอกจากไม้กางเขนและลิ่มไม้แล้ว ก็