Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2024-11-27 23:16:08

เข้มแข็งดุจผกากรอง

สองร่างกายเปลือยเปล่าบนตั่งนอนที่มีเบาะยัดนุ่นหุ้มด้วยผ้าพื้นสีแดง มือใหญ่ของพ่อรักษ์กอบกุมปทุมถันของนางกลางเมืองอย่าง “จำเรียน”

ร่างอรชรค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาตอนย่ำรุ่ง หลังผ่านค่ำคืนสวาทกับบุตรชายของท่านเจ้าคุณมีชื่อ ที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยู่ในวัยกลัดมันหรืออย่างไร จำเรียนจึงต้องปรนเปรอชายหนุ่มผู้นี้จนร่างกายบอบช้ำไปแทบทั้งตัว กว่าจะได้หลับตาพักก็ตอนที่แสงโคมสีแดงที่อยู่ในเรือนไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าเรือนแห่งนี้ได้เวลาหลับไหล

“ อือ.... ”

เสียงครางในลำคอ พร้อมกระชับวงแขนแกร่งให้แน่นขึ้นจนจำเรียนต้องพยายามดันแขนไว้

“ คุณรักษ์เจ้าคะ ขอจำเรียนไปล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ”

“ ล้างทำไมให้เปลืองเวลาไปเล่า อีกประเดี๋ยวข้าก็ทำให้เอ็งเหนียวตัวอีกรอบแล้ว เอ็งดูสิตัวของข้ามันต้องการเอ็งอีกรอบแล้วเห็นหรือไม่จำเรียน ”

พ่อรักษ์ส่งสายตาหวานเยิ้มไปยังส่วนที่กำลังขยายใหญ่ตรงกลางลำตัว จำเรียนจ้องมองไปยังส่วนนั้น ก่อนที่ร่างบางจะโดนร่างแกร่งจับพลิกตัวลงกับเบาะนอน พร้อม ๆ กับบทเพลงบรรเลงรสสวาทที่กำลังปะทุไปพร้อมกับเสียงไก่ขันตอนย่ำรุ่ง

“ คุณรักษ์เจ้าขา...อื้ออออ ”

“ คุณรักษ์ขอรับ คุณท่านเรียกหาขอรับ ”

เมื่อขาเหยียบย่างเข้ามาภายในบริเวณเรือน ไอ้มาดก็วิ่งเข้ามาแจ้งทันที พ่อรักษ์มีสีหน้าเรียบเฉยไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนสิ่งใด ก่อนก้าวเท้าเดินขึ้นเรือนใหญ่

“ คุณพ่อเรียกข้ามามีกระไรหรือขอรับ ”

เพียะ!!

พ่อรักษ์หันหน้ากลับมามองไปยังชายผู้เป็นบิดาที่ตอนนี้ใบหน้าดูช่างน่ากริ่งเกรง มือไม้สั่นเพราะความโมโห พ่อรักษ์เองก็ไม่ต่างกันแววตาแข็งกร้าวจนบ่าวไพร่ที่อยู่รอบข้างก็หวาดกลัวไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่แม่รำพึงที่ตอนนี้ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ

“ คุณพ่อเจ้าขา ใจเย็นเถิดเจ้าค่ะ ”

“ เจ้าจะให้พ่อใจเย็นกับพี่ของเจ้าได้เยี่ยงไร ทำงามหน้าดีนัก ไม่น่าให้มึงเกิดมาให้เสียข้าวสุกเรือนกู ”

“ เจ้าคุณพ่อ...คุณพี่ ”

รำพึงได้แต่มองทั้งสองคนด้วยแววตาตื่นกลัว ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของพ่อและพี่ชายไม่สู้ดีนัก แต่ก็ไม่เคยมีแม้สักครั้งที่เหตุการณ์จะรุนแรงถึงเพียงนี้

“ คุณพ่อมีเรื่องที่จะคุยกับข้าเรื่องนี้หรือขอรับ มีกระไรอีกหรือไม่ขอรับ ”

“ มึงมันโอหังนัก กูอยากจะรู้จริง ๆ หากไม่มีกูคุ้มกะลาหัว มึงจะอยู่รอดมาจนถึงบัดนี้หรือไม่ ”

“ ข้าคงไม่รอดหรอกขอรับคุณพ่อ แต่คุณพ่อมิต้องกลัวนะขอรับ ข้ายังคงอยู่พึ่งใบบุญของคุณพ่อไปอีกนานขอรับ ”

“ ไอ้รักษ์...มึงไปให้พ้นหน้ากูบัดเดี๋ยวนี้ ไป!! ”

พ่อรักษ์เดินลงจากเรือนตรงไปที่สวนด้านหลัง ทิ้งให้บิดาและน้องสาวอยู่บนเรือนกันตามลำพังอย่างที่ท่านเจ้าคุณ ต้องการ

“ คุณพ่อ...กินน้ำเสียหน่อยนะเจ้าคะ ”

“ ขอบใจมากรำพึง อย่างน้อยพ่อก็ยังพอมีเจ้านี่แหละที่ยังพอพึ่งพาได้บ้าง ”

“ ลูกไม่ได้ทำกระไรเลยเจ้าค่ะคุณพ่อ ตอนคุณพ่อไม่อยู่เรือนหลายวัน ลูกเห็นก็เพียงแต่คุณพี่ที่คอยดูแลบ่าวไพร่แลเรื่องในเรือนอย่างมิขาดตกบกพร่องเลยนะเจ้าคะ ”

“ เป็นเพราะมันไม่ได้มีเรื่องใหญ่กระไรให้ดูแลน่ะสิ ส่วนบ่าวในเรือนพวกมันก็อยู่กันดีอยู่แล้ว พ่อไม่เคยเห็นพวกมันจะมีเรื่องกระไรมาให้หนักใจเท่ากับพี่ชายของเจ้าหรอก ”

“ คุณพ่อเจ้าคะ... ”

“ ไปพักผ่อนเสียเถอะรำพึง ต่อจากนี้พ่อเห็นจะต้องพึ่งเจ้าช่วยดูแลบ่าวไพร่ในเรือนเสียทีแล้ว ”

“ เจ้าค่ะ คุณพ่อก็นอนพักเสียบ้างนะเจ้าคะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ”

รำพึงแยกตัวออกไป ปล่อยให้เจ้าคุณวรจิตรพักผ่อนเงียบ ๆ

“ พี่เหนื่อยเหลือเกิน...แม่กลอย ”

ท่านเจ้าคุณเปรยเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน ในหัวก็เอาแต่คิดถึงเรื่องบุตรชายที่ไปได้ยินมา

“ หากแม่กลอยยังอยู่ ลูกเราคงเติบใหญ่มาได้ดีกว่านี้แน่ เฮ้อ... ”

สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านต้นไม้ที่ปลูกอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ให้ร่มเงาที่ดูสดชื่นและร่มเย็น ร่างสูงที่ตอนนี้ดูจะใจเย็นลงแล้วนอนเงียบ ๆ อยู่ตรงนี้มาครู่ใหญ่ ท่อนแขนแกร่งที่ก่ายหน้าผากลดลงมาไว้ที่แผงอก ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ แล้วลืมตามองดูต้นไม้ด้านบนก่อนจะลุกขึ้นมานั่งพิงต้นไม้

“ วันนี้ทำไมไม่เห็นพ่อกลิ่นเลย ”

พ่อรักษ์อดแปลกใจไม่ได้เมื่อไม่เห็นบ่าวข้างกายเหมือนเช่นทุกที หากเป็นเพลาปกติแล้วเจ้ากลิ่นจะต้องมานั่งอยู่เงียบ ๆ เป็นเพื่อนกับตนไม่เคยห่างเลยสักครา แต่ครานี้กลับไม่มีเจ้ากลิ่นอยู่ข้าง ๆ เหมือนเช่นก่อน พ่อรักษ์จึงรู้สึกวูบโหวงในอก

พ่อรักษ์ลุกขึ้นเดินไปยังเรือนบ่าวที่อยู่ท้ายสวนระหว่างทางที่เดินไปพวกบ่าวไพร่ก็เอาแต่ลอบมองพ่อรักษ์แปลก ๆ แต่พ่อรักษ์ก็หาได้สนใจมุ่งหน้าไปยังเรือนบ่าวเพื่อไปตามหาคนที่อยากเจอ

“ พ่อกลิ่น...พ่อกลิ่นอยู่หรือไม่ ”

พ่อรักษ์ตะโกนเรียกบ่าวอยู่หน้าเรือน ถึงแม้ความจริงพ่อรักษ์จะเดินเข้าไปเสียเลยก็ย่อมได้ แต่เพราะพ่อรักษ์รู้นิสัยใจคอของเจ้ากลิ่นดีว่ามิชอบให้ผู้ใดเข้าไปยุ่มย่ามกับเรือนพักอาศัยของตน

“ คุณรักษ์...มีกระไรให้บ่าวรับใช้หรือไม่เจ้าคะ ”

“ พ่อกลิ่นไม่อยู่หรือแม่ปรุง ”

พ่อรักษ์กล่าวกับนังปรุงด้วยน้ำเสียงสุภาพ เพราะเมื่อคราที่มารดาของตนตายไปก็ได้แม่ปรุงนี่แหละเป็นคนปลอบโยนและคอยให้เจ้ากลิ่นมาอยู่ข้างตนมิได้ขาด พ่อรักษ์จึงรักและเคารพในตัวของนังปรุงเฉกเช่นแม่คนหนึ่ง

“ พอดีไอ้กลิ่นมันมีไข้น่ะเจ้าค่ะ คุณรักษ์มีกระไรเดี๋ยวอิฉันไปทำให้ได้นะเจ้าคะ ”

“ พ่อกลิ่นไม่สบายหรือแม่ปรุง เป็นกระไรมากหรือไม่ แล้วหยูกยาเล่ามีอยู่หรือ ให้ข้าเข้าไปดูพ่อกลิ่นเสียหน่อยเถิดแม่ปรุง ”

พ่อรักษ์คิ้วขมวดมุ่นเอ่ยรัว พร้อมก้าวอาด ๆ จะเข้าไปในเรือน

“ คุณรักษ์ไม่ต้องห่วงไอ้กลิ่นมันหรอกขอรับ ข้ากับป้าปรุงดูแลมันดีกว่าคนที่ทำให้มันเจ็บเสียอีกขอรับ ”

พ่อรักษ์หันไปมองตามเสียง ร่างหนาผิวคล้ำที่ไม่คุ้นตาเดินถือจอบเข้ามาเหมือนคนจะมาหาเรื่องชวนตี

“ มึงเป็นใคร แล้วเมื่อครู่มึงหมายความว่ากระไร ”

“ อย่าไปฟังไอ้จอมมันเลยเจ้าค่ะคุณรักษ์ มันก็พูดไปเลื่อนเปื้อนเจ้าค่ะ ไอ้จอมเอ็งเงียบปากไปเชียว “

นังปรุงเอ่ยปรามบ่าวหนุ่มที่ในมือถือจอบเหมือนพร้อมที่จะเอามันเป็นอาวุธได้ทุกเมื่อ

“ กูถามว่าเมื่อครู่มึงหมายความว่ากระไร ตอบกูมา ”

“ คุณรักษ์เจ้าขาอย่าไปฟังไอ้จอมมันพูดเลยเจ้าค่ะ ”

“ อย่าขัดข้าแม่ปรุง ”

น้ำเสียงมาพร้อมกับความดุดันในแววตา ส่งผลให้นังปรุงต้องเงียบปากก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวออกมาดูแทน

“ มึงพูดมา แจ้งกูมาให้กระจ่าง ”

ไอ้จอมดุนลิ้นอย่างยียวน แววตาไม่ยี่หระของจอมส่งผลให้พ่อรักษ์คิ้วกระตุก

“ แม่....ขอน้ำฉันกินหน่อยสิจ๊ะแม่... ”

เสียงอ่อนแรงเอ่ยขึ้นเพราะความแห้งผากในลำคอ มือขาวรับกะลาทรงกลมเล็ก ๆ ที่มีน้ำฝนบรรจุอยู่ในนั้นมากินก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

ดวงตาปูดบวมค่อย ๆ ลืมขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีคนนั่งอยู่ไม่ไกล ร่างสลัวค่อย ๆ เด่นชัดเข้ามาในสายตาของเจ้ากลิ่น ใบหน้าคร้ามของพ่อรักษ์ดูเรียบเฉยจนเจ้ากลิ่นเองก็มิรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เป็นนายได้เลยแม้แต่น้อย

“ คุณรักษ์หรือขอรับ.... ”

“ มิต้องลุกขึ้นมาดอก พักเสียเถอะ ”

น้ำเสียงที่แม้จะดูไร้อารมณ์แต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใย แต่เจ้ากลิ่นกลับคิดว่านายของมันกำลังโมโหเพราะสีหน้าที่ไม่แสดงออกของพ่อรักษ์

“ เห็นคุณรักษ์กลับเรือนมาแล้วบ่าวก็เบาใจขอรับ เมื่อวานบ่าวตามหาคุณรักษ์ไปเสียทั่วเลยขอรับ ”

“ เป็นห่วงเป็นใยข้าถึงเพียงนี้เลยหรือพ่อกลิ่น ”

“ ห่วงซีขอรับ แม่ข้าบอกว่าคุณหญิงกลอยเคยกำชับกับข้าเมื่อยังเด็กว่าให้ข้ารับใช้คุณรักษ์ให้ดีนี่ขอรับ ”

“ เด็กขนาดนั้นเจ้าจำได้ด้วยหรือพ่อกลิ่น ”

“ แค่คลับคล้ายคลับคลาขอรับ ว่าแต่คุณรักษ์มาเรือนบ่าวมีงานกระไรให้บ่าวทำหรือขอรับ ”

“ เขียวช้ำไปทั่วตัวเช่นนี้แล้ว พ่อจะทำงานได้เยี่ยงไร นอนพักสักสองสามวันให้หายดีเสียเถิด แล้วก็นี่...ข้าเอาของที่พ่อกลิ่นชอบมาให้ ”

พ่อรักษ์ยื่นกระทงใบตองสีเขียวเข้มด้านในบรรจุขนมพระพายก้อนกลม ๆ ที่มีทั้งสีเขียวสีฟ้า ราดด้วยน้ำกะทิข้น ๆ ดูน่ากิน เจ้ากลิ่นดูขนมที่รับมาด้วยความสนใจ

“ ขนมพระพายหรือขอรับ บ้านไหนมีงานแต่งหรือขอรับ คุณรักษ์ถึงหามาได้น่ะขอรับ ”

“ ขนมที่พ่อชอบกิน ต่อให้ไม่มีงานมงคล ข้าก็หามาให้พ่อกลิ่นกินได้ทั้งหมดนั่นแหละ ”

“ เป็นบุญของบ่าวอย่างไอ้กลิ่นเสียจริงขอรับคุณรักษ์ ขอบคุณนะขอรับ ”

“ รีบกินเสียเถิด จะได้พักผ่อน ”

พ่อรักษ์เอ่ยบอก มือหนายื่นไปลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดู มุมปากยกยิ้มเพราะแก้มขาวของเจ้ากลิ่นกำลังเคี้ยวขนมจนแก้มป่อง

“ ค่อย ๆ กินสิพ่อกลิ่น ”

พ่อรักษ์ปาดกะทิที่เปื้อนมุมปากของเจ้ากลิ่นออก นึกย้อนไปช่วงที่มารดายังมีชีวิตอยู่ ครั้งที่ตนกับเจ้ากลิ่นยังเล็กนัก แต่ก็จำได้ว่าเคยทำเฉกเช่นเดียวกับที่ตนทำกับเจ้ากลิ่นในตอนนี้มาก่อน

“ กินเปื้อนเปรอะหมดอีกแล้วพ่อกลิ่นของน้า อร่อยถึงเพียงนั้นเลยรึ ”

“ ขอรับคุณน้า ขนมที่คุณน้าให้ข้ากินอร่อยทุกอย่างเลยขอรับ ”

“ ช่างพูดช่างจาเสียจริงพ่อ ใช่มั้ยพ่อรักษ์น้องพูดจาฉอเลาะอย่างที่แม่พูดจริงหรือไม่ ”

“ จริงขอรับคุณแม่ พ่อกลิ่นช่างพูดช่างจานักขอรับ ”

พ่อรักษ์ได้แต่ทอดถอนในใจ ครุ่นคิดแต่เพียงว่าหากแม่ของตนยังอยู่ตนจะใช้ชีวิตได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้บ้างหรือไม่

“ เป็นกระไรหรือขอรับคุณรักษ์ ”

เจ้ากลิ่นถามเมื่อเห็นว่านายของมันสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก

“ ข้าเองมิได้เป็นกระไรดอก ตัวพ่อกลิ่นนั่นแหละที่เป็น บอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้ใดทำเจ้า ”

“ บ่าวไม่บอกดอกขอรับ บอกไปเดี๋ยวคุณรักษ์ก็ไปมีเรื่องมีราวให้คุณท่านเดือดร้อนใจอีก ”

“ เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นนั้นรึ ”

“ หรือไม่จริงเล่าขอรับ... ”

“ พ่อกลิ่นก็เห็นว่าข้าเป็นตัวปัญหาอย่างนั้นหรือ ”

น้ำเสียงทอดถอนใจส่งตรงไปให้เจ้ากลิ่น จนมันต้องรีบบอกเพราะกลัวนายของตนเข้าใจผิด

“ มิใช่เช่นนั้นนะขอรับคุณรักษ์ บ่าวไม่ได้ว่าคุณรักษ์ว่าเป็นตัวปัญหานะขอรับ บ่าวแค่อยากให้คุณรักษ์เพลา ๆ เรื่อง เที่ยวเล่นเสียบ้างขอรับ บ่าวแค่อยากให้คุณท่านพูดดี ๆ กับคุณรักษ์บ้างน่ะขอรับ ”

“ แค่พ่อกลิ่นพูดดีกับข้าก็เพียงพอแล้ว คนอื่นจะพูดกับข้าเช่นไร ข้ามิสนใจดอก แค่พ่อกลิ่นคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ”

“ อย่างน้อยก็ยังมีคุณรำพึงอีกคนนะขอรับที่รักและเคารพคุณรักษ์เหมือนบ่าว ”

ชื่อที่ถูกเปล่งออกมาทำให้สีหน้าของพ่อรักษ์ขมวดมุ่นในทันใด แต่ไหนแต่ไรพ่อรักษ์ไม่เคยแม้แต่ที่จะแยแสน้องสาวของตนเอง เพราะตั้งแต่แม่รำพึงคลอดออกมาจนมารดาต้องตาย พ่อรักษ์ก็เอาแต่เฝ้าโทษน้องของตนเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณหญิงกลอยต้องตาย และถึงแม้ว่าเติบใหญ่มาจนรู้ความมากแล้ว แต่เพราะความอคติที่มีอยู่ภายในใจจึงทำให้พ่อรักษ์ไม่สามารถมองหน้าน้องสาวด้วยความเอ็นดู หรือรักใคร่เฉกเช่นพี่น้องเรือนอื่นได้

“ หยุดเสียตั้งแต่ตอนนี้เถอะพ่อกลิ่น ข้ามาเรือนนี้เพราะจะมาหาเจ้า ไม่ใช่มาฟังเจ้าพูดถึงผู้อื่น หากไม่มีกระไรจะพูดก็กินขนมพระพายที่ข้าหามาให้เจ้าเถิดพ่อ ”

“ ขอรับคุณรักษ์... ”

เจ้ากลิ่นกลัวนายจะหัวเสียจึงหยิบขนมในมือขึ้นมากินอย่างเงียบ ๆ ลอบมองท่าทีของคุณรักษ์ที่มองมายังตนเองที่นั่งอยู่ใกล้กัน และดูเหมือนจะใกล้กันมากกว่าคราแรกที่เข้ามาเสียอีก ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ระยะห่างของนายกับบ่าวครู่นี้แทบจะไม่หลงเหลือช่องว่างให้ใครได้แทรกกลาง

“ แล้วนี่พ่อกลิ่นจะไม่บอกข้าจริง ๆ หรือ ว่ามันผู้ใดทำให้พ่อกลิ่นเจ็บถึงเพียงนี้ หรือเป็นเพราะข้าเองที่เป็นเหตุให้เจ้าต้องมารับกรรมแทนข้า ”

“ อย่าพูดเช่นนั้นสิขอรับ ขอเพียงคุณรักษ์ไม่มีรอยขีดข่วนบ่าวก็เบาใจแล้วขอรับ คุณรักษ์อย่าได้ถามหาคนทำ หรือโทษตนเองเลยนะขอรับ ถือว่าบ่าวขอนะขอรับ... ”

“ พ่อเล่นพูดเช่นนี้แล้วข้าก็จะไม่ถามอีก แต่ต่อจากนี้พ่อกลิ่นต้องอยู่ในสายตาของข้าตลอดเข้าใจหรือไม่ ”

“ ยกเว้นตอนปวดหนักกับปวดเบาให้บ่าวหน่อยได้ไหมขอรับ ”

“ พ่อกลิ่น...รีบกินขนมไปเสีย ยียวนกวนใจข้าตลอดนี่หากเป็นบ่าวคนอื่นข้าจะเฆี่ยนให้หลังลายเชียว ”

พ่อรักษ์ยิ้มน้อย ๆ ให้กับบ่าวคู่ใจ มือหนายีหัวทุยของเจ้ากลิ่นด้วยความเอ็นดู

“ อร่อยไหมเล่าพ่อกลิ่น เห็นทีเย็นนี้คงไม่ต้องกินข้าวแล้วกระมัง ”

“ อร่อยขอรับ ”

“ เช่นนั้นข้าก็ขอลองกินบ้างซี เผื่อคราหน้าข้าจะได้หามาให้พ่อกลิ่นอีก ”

พูดจบพ่อรักษ์ก็ก้มลงไปกัดขนมพระพายในมือของเจ้ากลิ่นที่กำลังจะเอาเข้าปากตนเอง ริมฝีปากพ่อรักษ์สัมผัสเข้ากับปลายนิ้วของเจ้ากลิ่น ดวงตาสบกันแต่ต่างความรู้สึก เจ้ากลิ่นรู้สึกโหวงในช่องท้องจนลืมหายใจไปชั่วขณะ จนกระทั่งพ่อรักษ์ยืดตัวกลับไปเช่นเดิม เจ้ากลิ่นจึงได้หายใจเอาอากาศเข้าร่างกาย

“ อร่อยจริง ๆ เสียด้วย เห็นทีข้าต้องหาขนมพระพายมากินบ่อย ๆ เสียแล้ว ”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 124

    “ ขอโทษครับ พอดีผมไม่ระวัง... ”“ ไม่เป็นไร มาสอบสัมภาษณ์เหรอ ”“ ครับ ”น้ำเสียงหวานที่ได้ยินทำให้คนตัวโตกว่าคิ้วกระตุก รู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก กลิ่นอายอะไรบางอย่างของเด็กคนนี้ ที่ก้มหน้างุดนั้นทำให้อยากเอื้อมมือไปเชยคางใบหน้ามนนั้นให้เงยขึ้นมาสบตากัน“ คุณจอมทัพคะ ที่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 123

    “ พี่จอม ผมมาแล้ว ”กรเดินเข้ามาในห้องของพี่ชายตนเอง พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาด ร่างสูงส่งยิ้มให้พี่ชายก่อนที่จะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาราคาแพงในส่วนที่ต้องเอาไว้รับรองแขก“ มึงมาเร็วไปมั้ยไอ้กร ”“ ผมเบื่อ ๆ ก็เลยออกมาก่อน พี่ทำงานไปก่อนเลยผมรอได้ ”“ งั้นมึงก็รอไปก่อน กูมีเอกสารที่ต้องเ

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 122

    ตอนที่ ๓สุดท้ายเราอาจจะได้พบกัน...เคยเป็นมั้ยที่ตื่นขึ้นมาแล้วชีวิตเหมือนมีอะไรหายไปบางอย่าง...ตั้งแต่ที่ผมฝันประหลาดครั้งนั้น ทุกเช้าที่ตื่นมาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะมีความสุขอยู่กับพ่อแม่แต่ก็เป็นความสุขที่มันไม่เต็มอิ่ม ผมได้แต่เฝ้าถามกับตัวเองว่าเพราะอะไร แต่มันก็ไม่เคยมีคำตอบ“ ตื่นแล้ว

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 121

    " เจ้าคะหลวงพี่ "" พี่มิได้หายหน้าไปไหน มิต้องร้องไห้ดอก หากอยากมาเยี่ยมมาหา ก็มาทำบุญเสียที่วัดนะโยมน้อง "" เจ้าค่ะหลวงพี่ รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ รำพึงจะมาทำบุญที่วัดบ่อย ๆ นะเจ้าคะ "หลวงพี่รักษ์อมยิ้มน้อย ๆ ให้กับน้องสาว ก่อนที่จะมองทุกคนที่อยู่ตรงเบื้องหน้า บ่าวไพร่ในเรือนที่เห็นหน้าค่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 120

    " ข้าอยากบวชไม่สึก... "" กระไรนะขอรับ "ไอ้จอมดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อรักษ์เอ่ยมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย" เอ็งกลับมาอยู่ที่เรือนนี้เถิดนะไอ้จอม ถือว่าข้าขอร้อง แล้วข้าเองก็จะนับว่าเอ็งเป็นพี่ชายของข้า "" คุณรักษ์...แต่ข้า "" ข้ามองมิเห็นทางใดที่ข้าจะใช้ชีวิตโดยปราศจากความทุกข์ได้ดีเท่ากา

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 119

    " ข้าขอโทษเอ็งจริง ๆ นะไอ้จอม หากข้ายอมปล่อยพ่อกลิ่นไป พ่อกลิ่นก็คงไม่ต้องตายไปแบบนี้ "" ... "" หากข้าไม่เห็นแก่ตัว พ่อกลิ่นก็คงจะมีความสุขอยู่ที่ใดสักที่ไปแล้ว "น้ำเสียงสั่นเครือดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาที่อัดอั้นเอาไว้มานานแสนนาน ความรู้สึกผิดต่าง ๆ ที่เคยเก็บเอาไว้ บัดนี้ได้ถูกระบายออกมาหมดสิ้นไม่เห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status