مشاركة

บทที่ 3

last update تاريخ النشر: 2024-11-27 23:06:10

มั่นคงดั่งทานตะวัน

“ พี่กลิ่นจ๊ะ คุณพี่ไปไหนแล้วหรือจ๊ะ ”

คุณหนูรำพึงบุตรสาวคนเล็กของท่านเจ้าคุณวรจิตร เติบโตมาเป็นสาวรุ่นอายุอานามก็เข้าปีที่สิบแล้ว หน้าตาก็สะสวยละม้ายคล้ายคลึงมารดาที่รำพึงเองก็จำหน้ามิได้

“ คุณรักษ์อยู่ที่ท้ายสวนขอรับคุณหนู ”

เจ้ากลิ่นละมือจากการคัดดอกมะลิ มองไปยังหญิงสาวด้วยสายตาเอ็นดู

“ คุณพี่คงดูชนไก่อีกสินะ แล้วนี่พี่กลิ่นไม่ไปดูบ้างหรือจ๊ะ เห็นมาช่วยรำพึงคัดแต่ดอกมะลิจะเบื่อเอานะ ”

“ บ่าวไม่เบื่อหรอกขอรับคุณหนู บ่าวอยู่กงนี้ดีแล้วขอรับไปอยู่กับคุณรักษ์ตอนนี้บ่าวสงสารไก่ขอรับ ”

“ พี่กลิ่นนี่ก็ช่างแปลกคน บ่าวผู้ชายคนอื่นก็ขลุกกันอยู่ที่ท้ายสวนกันทั้งนั้น มีก็แต่พี่กลิ่นนี่แหละหนาที่มาขลุกอยู่แต่กับรำพึง ระวังเถิดประเดี๋ยวคุณพี่เรียกหาไม่เจอจะโดนดุเอาเสียอีก ”

“ คุณรักษ์ไม่ว่าบ่าวหรอกขอรับ เพราะคุณรักษ์เป็นคนไล่บ่าวให้กลับมาช่วยงานคุณหนูเองขอรับ ”

“ คุณพี่น่ะหรือเป็นคนบอกให้พี่กลิ่นมาช่วยงานรำพึงที่เรือนนี้ ”

“ ขอรับ คุณรักษ์เป็นคนพูดเองเลยขอรับ ” เจ้ากลิ่นพูดบอกคุณรำพึงก่อนจะอมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงตอนที่ถูกพ่อรักษ์ไล่ให้ออกมาช่วยงานแทนที่จะอยู่กับตน

ท้ายสวนก่อนหน้านี้

“ เฮ้...เอาเลยสิวะไอ้เหลืองลูกพ่อ ”

เสียงโห่ร้องดังลั่นอยู่ท้ายสวน บ่าวผู้ชายหลายคนยืนล้อมคอกไม้ไผ่สานเป็นวงกลม ด้านในมีไก่ชนพันธุ์ดีสองตัวกำลังเข้าสู้กันตามสัญชาตญาณ

คุณรักษ์นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่บ่าวในบ้านเป็นคนทำไว้ นุ่งโจงนั่งชันเข่าท่อนบนเปลือยเปล่าอวดมัดกล้ามพร้อมผิวกร้านที่ดูสมกับวัยที่ครบสิบเก้าปี สายตามองไปยังไก่ชนที่กำลังไล่ตีไล่จิกกันอยู่ในคอก

“ เอาสิวะ อย่าไปยอมมัน ”

เสียงทุ้มห้าวดวงตามุ่งมาด ผนวกกับใบหน้าคร้ามที่สันกรามเด่นชัด จมูกเป็นสันโด่งรั้นเข้ากับริมฝีปากหนา ส่งผลให้เจ้าตัวดูมีราศีเป็นที่ต้องตาต้องใจหญิงสาวที่เข้ามาทอดสะพานให้แทบไม่ว่างเว้น ไม่เว้นแม้แต่บ่าวสาวๆ ในเรือน

“ พ่อกลิ่นส่งน้ำมาให้ข้าที ”

คุณรักษ์สั่งบ่าวคนสนิทด้วยคำเรียกที่ถ้าเป็นคนอื่นคงแปลกใจเพราะมันไม่ใช่ถ้อยคำที่จะใช้เรียกบ่าวไพร่ แต่กับคนในบ้านหลังนี้ไม่ได้แปลกใจเลยสักน้อย เพราะต่างก็รู้ว่าเจ้ากลิ่นกับพ่อรักษ์โตมาพร้อมกันจนแทบจะเป็นพี่น้องกันได้เสียด้วยซ้ำ

“ น้ำลอยดอกมะลิขอรับคุณรักษ์ ”

เจ้ากลิ่นยื่นขันน้ำให้นาย อาจเพราะเจ้ากลิ่นมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก จากที่พ่อรักษ์สนใจแต่กับไก่ชนของตน ก็ต้องหันมามองหน้าบ่าวข้างกายแทน

“ เป็นกระไรหรือพ่อกลิ่น ”

น้ำเสียงอ่อนโยนส่งตรงไปให้คนข้างกาย

“ บ่าวไม่ได้เป็นกระไรขอรับ ”

“ จะไม่เป็นกระไรได้อย่างไร คิ้วพ่อขมวดเป็นปมเสียขนาดนี้ หรือพ่อกลิ่นไม่ชอบตีไก่ ”

“ ขะ...ขอรับ บ่าวแค่สงสารไก่มันน่ะขอรับ คนเราจับมันมาตีกันเยี่ยงนี้กันเพื่อกระไรหรือขอรับคุณรักษ์ ”

“ ก็เพื่อความสนุกของคนกระมัง ดูสิบ่าวไพร่ในเรือนก็ดูมีความสุขดีมิใช่รึ ”

“ ให้คนมีความสุข แล้วความสุขของไก่เล่าขอรับ คนเรายังไม่ชอบความเจ็บปวด แล้วไก่มันจะชอบความเจ็บปวดหรือขอรับ ”

พ่อรักษ์ได้แต่นิ่งเงียบแล้วคิดตามคำพูดของบ่าวข้างกาย เอื้อมมือหนาไปวางบนหัวแล้วใช้หัวแม่มือลูบหัวเบา ๆ

“ หากพ่อกลิ่นไม่ชอบใจ ข้าก็ไม่ได้ฝืนใจพ่อให้อยู่ดูหรอก แต่หากจะให้ข้าห้ามไม่ให้บ่าวในเรือนตีไก่ ซึ่งมันเป็นความสุขเล็กน้อยของพวกมัน ข้าว่าก็ไม่ควร ”

“ บ่าวเข้าใจขอรับ... ”

“ เช่นนั้นพ่อกลิ่นก็ขึ้นไปช่วยงานบนเรือนเถิด เห็นว่าน้องข้าอยากได้คนไปช่วยคัดดอกมะลิอยู่พอดี ”

“ หากให้บ่าวไปแล้วใครจะช่วยงานล่ะขอรับ ”

“ ไปเถิด ข้ายังไม่อยากได้กระไรตอนนี้ดอก ”

“ เช่นนั้นบ่าวไปช่วยคุณหนูบนเรือนนะขอรับ ”

“ ไปเถิดพ่อกลิ่น... ”

“ พี่กลิ่น ๆ ” เสียงเรียกของคุณรำพึงทำให้เจ้ากลิ่นหลุดออกจากภวังค์

“ ขอรับคุณหนู ”

“ อยู่ดี ๆ ก็นั่งยิ้มอยู่อย่างนั้น คิดกระไรอยู่หรือจ๊ะพี่กลิ่น ”

“ บ่าวก็คิดไปเรื่อยขอรับ ”

เจ้ากลิ่นบอกกับคุณรำพึง แล้วก็นั่งคัดดอกมะลิให้รำพึงต่อ

“ นายเอ็งไปไหนเสียล่ะไอ้กลิ่น ”

เสียงท่านเจ้าคุณดังมาจากบันไดหัวเรือน ริ้วรอยบนใบหน้ายิ่งสร้างความน่าเกรงขามให้มีมากขึ้นไปอีกโข ไอ้มาดบ่าวข้างกายเองก็ดูแก่ตัวลงไปมากทีเดียว มันถือดาบตามนายของมันมาต้อย ๆ

“ เจ้าคุณพ่อ ”

รำพึงเข้าไปหาท่านเจ้าคุณ ก่อนจะตักน้ำให้ผู้เป็นบิดากินให้หายเหนื่อย

“ ว่าอย่างไรไอ้กลิ่น นายเอ็งออกไปก่อเรื่องที่ไหนอีก ”

“ คุณรักษ์อยู่เล้าไก่ที่ท้ายสวนขอรับ ”

“ กูเพิ่งจะมาจากท้ายสวนกูไม่ยักเห็นนายมึง แล้วนี่มึงขึ้นมาทำกระไรบนเรือนใหญ่ ”

ท่านเจ้าคุณมองไปที่เจ้ากลิ่นตาเขม็ง ก่อนหน้านี้ใช่ว่าเจ้ากลิ่นไม่เคยขึ้นมาช่วยงานบนเรือนใหญ่ แต่เป็นเพราะตอนนั้นมันกับรำพึงยังเป็นเด็กนัก แต่ตอนนี้เจ้ากลิ่นเริ่มเข้าสู่วัยกำหนัดแล้วท่านเจ้าคุณจึงไม่ใคร่ชอบใจนัก

“ คุณพี่ให้พี่กลิ่นมาช่วยลูกคัดดอกมะลิเจ้าค่ะ ”

“ บ่าวไพร่มีตั้งมากตั้งมายที่จะเรียกใช้ได้ ไอ้กลิ่นมันก็ผู้ชายคัดดอกมะลิมันหน้าที่ผู้หญิงมันไม่สมควร อีกอย่างพี่ชายเจ้าน่ะหรือจะให้บ่าวของมันมาช่วยเจ้า พ่ออยากจะขำให้ฟันร่วงเสียให้หมดปาก ”

ท่านเจ้าคุณแค่นหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“ คุณรักษ์สั่งให้บ่าวมาช่วยคุณหนูจริง ๆ นะขอรับท่านเจ้าคุณ ”

เจ้ากลิ่นรีบยืนยันกับท่านเจ้าคุณ เพราะต้องการให้ท่านเจ้าคุณเห็นความดีความชอบของบุตรชายบ้าง

“ เอ็งมันรักนายเอ็งไอ้กลิ่น ก็ต้องเข้าข้างนายเอ็ง แต่ไหนแต่ไรนายเอ็งเห็นหน้าน้องสาวตัวเองก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง เหน็บแนมน้องนุ่งยิ่งเสียกว่าผู้หญิงเสียอีก ”

“ แต่คุณรักษ์สั่งบ่าวจริง ๆ นะขอรับ ”

“ ไป ๆ เอ็งจะไปไหนก็ไป ข้าเห็นหน้าเอ็งแล้วก็พาลจะหงุดหงิด ”

เจ้ากลิ่นได้แต่ถดถอยตัวออกมาจากเรือนใหญ่ ก่อนที่จะวิ่งไปดูนายของมันที่เล้าไก่ท้ายสวน

“ พี่จอมๆ เห็นคุณรักษ์บ้างไหมจ๊ะ ”

เจ้ากลิ่นเอ่ยถามจอมบ่าวหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่เพิ่งเข้ามาเป็นบ่าวที่เรือนนี้ได้ไม่นาน จอมเป็นลูกชายของน้าผาดที่เป็นเพื่อนของแม่เจ้ากลิ่น พอแม่จอมตายก็เลยให้บุตรชายมาพึ่งใบบุญของท่านเจ้าคุณ เพราะแม่เจ้ากลิ่นมักจะมาเล่าถึงความเมตตาของนายเรือนนี้ให้แม่ของจอมฟัง

“ ข้าเห็นคุณรักษ์เดินดุ่ม ๆ ออกไปตอนท่านเจ้าคุณมาน่ะ แต่ก็ไม่รู้ดอกว่าคุณรักษ์ไปที่ใด ”

“ หรือว่าคุณรักษ์จะไปตลาดวังหว้า ”

“ แล้วนั่นเอ็งจะไปไหนกลิ่น นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วหนา ”

“ ข้าจะไปตามคุณรักษ์จ้ะพี่จอม บอกแม่ข้าให้ทีนะจ๊ะพี่ ” เจ้ากลิ่นรีบวิ่งออกไปยังท่าน้ำเพื่อพายเรือไปที่ตลาดวังหว้า

ตลาดวังหว้า เป็นตลาดที่อยู่ตีนเขาห่างไกลจากหมู่บ้านออกมาสมควร ตลาดนี้เป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งโสมมที่สุด เพราะมีทั้งโรงบ่อน โรงมวย โรงชำเรา ไหนจะร้านเหล้าดองยาดองที่ตั้งกันให้เต็มพื้นที่ ทำให้ตลาดแห่งนี้คือที่ที่รวมเหล่ากระทาชายหลากหลายวัย รวมไปถึงนักเลงเจ้าถิ่นที่เดินกันขวักไขว่ไม่เกรงกลัวผู้ใด

เจ้ากลิ่นพายเรือมาเทียบที่ท่าน้ำตลาดวังหว้า ผูกเรือเสร็จสรรพก็รีบกุลีกุจอวิ่งตามหานายของตน แต่จนแล้วจนรอดก็ตามหาไม่เจอ ทุกที่ที่นายมันเคยไปก็ตามไปดูจนทั่วแล้วก็ไม่เห็นแม้กระทั่งเงา ถามผู้ใดก็ไม่มีใครพบเห็นเลยสักคน

“ หรือคุณรักษ์จะไปที่โรงชำเรา...แต่คุณรักษ์ไม่เคยไปเสียหน่อย ”

สถานที่สุดท้ายที่เจ้ากลิ่นยังไม่ได้ไปคือโรงชำเรา ถึงแม้ในใจจะไม่คิดว่านายของตนจะไปแต่ขาก็ก้าวเดินเข้าไปในซอยที่เจ้ากลิ่นไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย

เจ้ากลิ่นเดินเข้ามาในซอยที่มีแสงสีแดงสลัว ตลอดทางที่เดินมีหญิงสาวยืนอยู่หน้าเรือนไม้ที่ดูจะมืดสลัวไปเสียหมด บางคนก็เปลือยท่อนบนจนเห็นปทุมถัน บางคนก็มีเพียงผ้าแพรบาง ๆ ปิดไว้เท่านั้น เจ้ากลิ่นได้แต่ยืนชะโงกหน้ามองอยู่ด้านหน้า ไม่กล้าเข้าไปด้านใน

“ เฮ้ย เอ็งมายืนทำกระไรกงนี้ ”

เจ้ากลิ่นสะดุ้งตัวโยน หันไปมองกระทาชายร่างกำยำสามสี่คนที่มองมาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร

“ ข้ามาตามหานายของข้าน่ะจ้ะพี่ พวกพี่เห็นนายข้าบ้างหรือไม่จ๊ะ ”

“ แล้วนายเอ็งเป็นใครล่ะวะ ”

“ คุณรักษ์น่ะจ้ะพี่ ลูกชายของท่านเจ้าคุณวรจิตรน่ะ เห็นบ้างไหมจ๊ะ ”

“ อ๋อ นายเอ็งชื่อคุณรักษ์งั้นรึ เห็นสิข้าเห็นนายเอ็งไปทางโน้นน่ะ เดี๋ยวข้าพาเอ็งไปหานายเอ็งเอง ตามข้ามาสิ ”

แววตาที่ตอนแรกว่าน่ากลัวแล้ว แต่ตอนนี้กลับดูเยือกเย็นกว่าเก่า แต่ดวงตาแข็งกร้าวก็ไม่ทำให้เจ้ากลิ่นเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

“ พี่จ๊ะพี่ คุณรักษ์มาที่นี่จริงหรือจ๊ะ ฉันไม่เห็นมีใครผ่านมาแถวนี้เลยจ้ะ ” เจ้ากลิ่นทักในขณะที่เดินตามเข้ามาในตรอกมืด ๆ ไม่มีผู้ใดเดินสวนไปมาเลยสักคน

พลั่ก

เจ้ากลิ่นล้มลงเพราะแรงเตะที่ขาพับด้านหลัง ก่อนที่มันจะโดนคนที่มันเดินตามมารุมเตะมันบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวดแข็ง ๆ

พลั่ก ๆ ๆ

“ อั่ก โอ้ยยย ”

“ นายมึงมันระยำแย่งอีจำเรียนของกูไป กูทำกระไรนายมึงไม่ได้เพราะนายมึงเป็นลูกคนมียศมีตำแหน่ง เช่นนั้นมึงก็ต้องรับกรรมแทนนายมึงเสียก็แล้วกัน ”

“ โอ้ย อั่ก อุกกก อย่าทำ โอ้ยย กระไรคุณรักษ์ ”

“ กูไม่ทำกระไรนายมึงดอก แต่มึงต้องมาเป็นที่ระบายอารมณ์ให้กู ”

พลั่ก ผัวะ ๆ

“ เฮ้ย พี่เชิดพอได้แล้วพี่ เดี๋ยวมันก็ตายห่ากันพอดี เรื่องใหญ่เลยนะพี่ ”

เสียงห้ามทำให้ ไอ้เชิด นักเลงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดี เพราะมันเป็นคนคุมตลาดวังหว้าแห่งนี้นั้นหยุดเตะเจ้ากลิ่น ร่างบางสะบักสะบอม เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลจากกรวด และรอยช้ำจากการถูกทำร้าย

“ ฝากไปบอกนายมึงด้วยว่ากูชื่อไอ้เชิด ใครที่มันมายุ่งกับของ ๆ กู ของ ๆ มันก็ต้องย่อยยับเหมือนกัน ถุย!! ”

“ ... ”

เจ้ากลิ่นได้แต่นอนหายใจรวยริน มันไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่ตรงนี้มันมืด หรือเพราะตาของมันฝ้าฟางกันแน่จึงทำให้มันมองกระไรพร่าเลือนไปเสียหมด

ไอ้เชิดกับลูกน้องทิ้งร่างเจ้ากลิ่นที่แทบจะไร้วิญญาณไว้ เจ้ากลิ่นได้แต่ยื่นมือไปหวังจะคว้าตัวของไอ้เชิดไว้

“ อย่า...ทำกระไร...คุณรักษ์... ”

“ กลิ่น กลิ่น ใครทำกระไรเอ็ง ”

ก่อนสติจะดับหายเงาสลัว ๆ ที่ดูคุ้นเคยก็เข้ามาช่วยร่างที่นอนอยู่บนพื้น ร่างสูงอุ้มเจ้ากลิ่นไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะรีบวิ่งไปท่าน้ำเพื่อพาเจ้ากลิ่นกลับเรือน
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 124

    “ ขอโทษครับ พอดีผมไม่ระวัง... ”“ ไม่เป็นไร มาสอบสัมภาษณ์เหรอ ”“ ครับ ”น้ำเสียงหวานที่ได้ยินทำให้คนตัวโตกว่าคิ้วกระตุก รู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก กลิ่นอายอะไรบางอย่างของเด็กคนนี้ ที่ก้มหน้างุดนั้นทำให้อยากเอื้อมมือไปเชยคางใบหน้ามนนั้นให้เงยขึ้นมาสบตากัน“ คุณจอมทัพคะ ที่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 123

    “ พี่จอม ผมมาแล้ว ”กรเดินเข้ามาในห้องของพี่ชายตนเอง พ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาด ร่างสูงส่งยิ้มให้พี่ชายก่อนที่จะเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาราคาแพงในส่วนที่ต้องเอาไว้รับรองแขก“ มึงมาเร็วไปมั้ยไอ้กร ”“ ผมเบื่อ ๆ ก็เลยออกมาก่อน พี่ทำงานไปก่อนเลยผมรอได้ ”“ งั้นมึงก็รอไปก่อน กูมีเอกสารที่ต้องเ

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 122

    ตอนที่ ๓สุดท้ายเราอาจจะได้พบกัน...เคยเป็นมั้ยที่ตื่นขึ้นมาแล้วชีวิตเหมือนมีอะไรหายไปบางอย่าง...ตั้งแต่ที่ผมฝันประหลาดครั้งนั้น ทุกเช้าที่ตื่นมาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้จะมีความสุขอยู่กับพ่อแม่แต่ก็เป็นความสุขที่มันไม่เต็มอิ่ม ผมได้แต่เฝ้าถามกับตัวเองว่าเพราะอะไร แต่มันก็ไม่เคยมีคำตอบ“ ตื่นแล้ว

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 121

    " เจ้าคะหลวงพี่ "" พี่มิได้หายหน้าไปไหน มิต้องร้องไห้ดอก หากอยากมาเยี่ยมมาหา ก็มาทำบุญเสียที่วัดนะโยมน้อง "" เจ้าค่ะหลวงพี่ รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ รำพึงจะมาทำบุญที่วัดบ่อย ๆ นะเจ้าคะ "หลวงพี่รักษ์อมยิ้มน้อย ๆ ให้กับน้องสาว ก่อนที่จะมองทุกคนที่อยู่ตรงเบื้องหน้า บ่าวไพร่ในเรือนที่เห็นหน้าค่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 120

    " ข้าอยากบวชไม่สึก... "" กระไรนะขอรับ "ไอ้จอมดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อรักษ์เอ่ยมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย" เอ็งกลับมาอยู่ที่เรือนนี้เถิดนะไอ้จอม ถือว่าข้าขอร้อง แล้วข้าเองก็จะนับว่าเอ็งเป็นพี่ชายของข้า "" คุณรักษ์...แต่ข้า "" ข้ามองมิเห็นทางใดที่ข้าจะใช้ชีวิตโดยปราศจากความทุกข์ได้ดีเท่ากา

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 119

    " ข้าขอโทษเอ็งจริง ๆ นะไอ้จอม หากข้ายอมปล่อยพ่อกลิ่นไป พ่อกลิ่นก็คงไม่ต้องตายไปแบบนี้ "" ... "" หากข้าไม่เห็นแก่ตัว พ่อกลิ่นก็คงจะมีความสุขอยู่ที่ใดสักที่ไปแล้ว "น้ำเสียงสั่นเครือดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาที่อัดอั้นเอาไว้มานานแสนนาน ความรู้สึกผิดต่าง ๆ ที่เคยเก็บเอาไว้ บัดนี้ได้ถูกระบายออกมาหมดสิ้นไม่เห

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 82

    ท่านเจ้าคุณเอ่ยตัดบทเมื่อเห็นท่าทีอ้ำอึ้งของเจ้ากลิ่น ก่อนที่จะหันไปถามคนข้าง ๆ ที่อยู่ดี ๆ วันนี้ก็ปลุกตนเองตั้งแต่ยังไม่ไก่โห่ อ้างว่าหมอยาให้ออกมารับลมยามเช้าเพราะว่าดีต่ออาการเจ็บไข้ของตนเอง“ หมอยาแจ้งอิชั้นไว้เจ้าค่ะ ว่าคุณพี่ต้องออกมารับลมรับแดดเสียบ้างอาการที่เป็นอยู่ถึงจะดีขึ้น อิชั้นเห็นว่

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 78

    ท่านเจ้าคุณย้ำกับคนตรงหน้าก่อนที่จะบอกให้เจ้ากลิ่นกลับเรือนไปเพื่อตัดสินใจในสิ่งที่ตนเองร้องขอ...ข้าขอโทษนะกลิ่นเอ้ย ความรักของเอ็งกับลูกข้ามันไม่มีทางเป็นไปได้ หวังว่าเอ็งคงเข้าใจ... “ คุณพ่อเอ่ยกระไรกับพ่อกลิ่นหรือสีหน้าดูไม่ดีเลย ”พ่อรักษ์เอ่ยถามเมื่อเจ้ากลิ่นลงมาจากเรือนใหญ่ เจ้ากลิ่นมองหน้าค

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 77

    “ หากคุณหญิงอยากให้แม่นวลของคุณหญิงแต่งนักล่ะก็ ก็ไปหาอ้ายอีในเรือนให้มาแต่งเสียเถอะ แต่ไม่มีทางที่ข้าจะแต่งกับคนของคุณหญิงเป็นแน่ ”“ พ่อรักษ์!! ”แม่พุดตานโกรธจนหน้าแดงก่ำ เมื่อเห็นว่าพ่อรักษ์นั้นหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรี กล้าดีอย่างไรมายกอ้ายอีให้เทียบเคียงกับเจ้าหล่อน แม่นวลลออได้ฟังก็ได้แต่ตกใจก

  • ซ่อนกลิ่นรัก   บทที่ 74

    “ เจ้าค่ะท่านเจ้าคุณ ”“ เอ็งไปตาม ‘ แม่นวลลออ ’ มาหาข้าที ”“ เจ้าค่ะ ”เจ้ากลิ่นนึกสงสัยถึงคนที่ท่านเจ้าคุณเอ่ยถึง แต่ก็มิได้เอ่ยกระไร เมื่อรอได้สักพักแม่พุดตานก็เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงแม่พุดตานแต่ดูอ่อนหวานและอ่อนเยาว์กว่า รอยยิ้มละไมทำให้ใบหน้าสะอาดสะอ้านนั้นดูงดงามมากขึ้น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status