รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-29
โดย:  เสี่ยวชิงเทียนยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
44บท
419views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

'ผมอยู่มานานเห็นคนจากไปก็ไม่น้อย ผมรู้ว่าการเสียคนสำคัญรู้สึกยังไง ถ้าต้องเสียคุณไปอีกคน จะให้ผมใช้ชีวิตอีกร้อยปี พันปี ไปเพื่ออะไร ในเมื่อบนโลกนี้มีณจันทร์แค่หนึ่งเดียว'

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

โลกของคุณหนูณจันทร์

控え室にあるモニター越しに、私、浅井和花(あさい わか)は夫・松本智也(まつもと ともや)の授賞式を最後まで見届けた。

眩いスポットライトが彼を照らし出し、司会者の華やかな声が響く。「今、この瞬間、最も感謝を伝えたい方はどなたですか?」

彼は指先で金縁の眼鏡をそっと押し上げ、カメラに向かって、非の打ちどころのない温和な微笑みを浮かべた。

「俺が最も感謝すべきなのは、元妻の森下遥香(もりした はるか)です。

彼女があの時、俺の元を去ってくれたからこそ、今の自分へと生まれ変わることができたのです」

その言葉に私の手首が震え、彼のために持っていたトロフィーが指先から滑り落ちそうになった。

五年だ。

私は彼の法律事務所で二十四時間待機する助手の「浅井さん」であり、親族の集まりでは台所仕事に追われる「手伝いに来た遠縁の親戚」であり、彼の息子の松本健太(まつもと けんた)の作文の中では「週末にやってくるお手伝いさん」だった。

これまでの私の献身は、とうの昔に冷たくなった愛情という名の骸を弔う、孤独な通夜に過ぎなかったのだ。

そして今、彼が公衆の前で放った「元妻」という言葉が、この婚姻の最も残酷な真実を、容赦なく全員の前にさらけ出した。

私は朦朧とした意識のままトロフィーを抱え、司会者の手に渡した。

智也が颯爽と席に戻ると、二人の実習生がすぐに甲斐甲斐しく立ち上がった。

一人が椅子を引き、もう一人が温かい飲み物を差し出す。

「松本先生は本当に一途ですね。奥様が国を離れて長いというのに、今もあの方を待っていらっしゃるなんて」

「これほど事業を成功させ、健太くんも立派に育て上げるなんて、本当に感心します」

智也は称賛の嵐の中で、あのトレードマークである穏やかな笑みを浮かべていた。

「浅井さん」一人の実習生が振り返って私を呼んだ。「早く松本先生に熱いお茶を淹れてきてください。あ、ついでにティッシュもお願いしますね」

私は硬直したまま、動かなかった。

「浅井さん?」あの実習生がもう一度私を呼ぶ。

智也は相変わらず微笑みながら周囲と談笑しており、私には一瞥もくれない。

そう、彼らが知っているのは、学生時代から一途に愛を育み、そのまま結ばれた元妻のことだけなのだ。

けれど、ここに立っている私が、智也と結婚して五年になることは、誰も知らない。

私は麻痺した感覚のまま湯呑みを持ち、給湯室へ向かった。

お湯を注ぐ際、煮え立つ熱湯が手の甲に跳ね、瞬間に赤い痕が浮かび上がる。

刺すような痛みが、私を現実に引き戻した。

私は智也が最も好む六十度というこだわりの温度にお茶を淹れ直し、ティッシュを握りしめて、再びホールへと足を進めた。

智也は実習生たちに、自分の腕時計を見せていた。

私はずっと知っていた。それが遥香から贈られた腕時計であることを。彼のその一途さこそが、かつて私が彼との結婚を決めた理由でもあった。

「これは、遥香が最初の給料で俺に買ってくれたものなんだ」

「奥様は本当に松本先生を大切にされていたのですね」

「遥香はずっと優秀だった。俺より先に司法試験に受かり、弁護士になったんだ」

彼の口調には誇らしさが満ちていた。「当時、彼女は俺と健太のために留学を諦めようとしたんだ。だが、俺は彼女をもっと高い場所へと羽ばたかせてやりたかった。俺が彼女の背中を押したのさ」

「先生、素晴らしすぎます!私が追い求めていた『理想のパートナー像』が、今、目の前で完成しました」

「真の愛とは、相手がより輝ける場所へ行くのを誰よりも喜べることだからね」

智也の言葉が針のように私の心に突き刺さる。

お茶を差し出す時、私の手がわずかに震え、茶が智也の腕時計のベルトにこぼれた。

「何をするんだ!」彼の顔色が豹変した。「このベルトは本革なんだぞ!」

智也は私の手からティッシュをひったくり、焦った様子で文字盤とベルトを拭き始めた。

「何をやっているんだ!お茶一杯すら、まともに運べないのか!」

彼は拭きながら私を睨みつける。

今夜、彼が初めて私を真っ向から見た瞬間だったが、その視線はナイフのように鋭かった。

空気が一瞬凍りつき、私は思わず半歩後退した。

「浅井さん、これは奥様が松本先生に贈られたかけがえのないお品なんですよ。どうしてそんなに不注意なんですか?」

「よかった、綺麗に拭き取れましたね」

「ええ。松本先生の愛情がこれほど深いからこそ、ベルトも新品同様に保たれているんでしょうね」

智也は腕時計に異常がないことを確かめると、ゆっくりといつもの穏やかな仮面を被り直し、淡々と言った。

「もういい、下がりなさい。俺にこぼしたから良かったものの、もしクライアント相手だったら、君はもうこの仕事は続けられなかっただろう」

彼はそう言い捨てて私から顔を背けると、再び実習生たちと遥香との眩い学生時代の思い出話に花を咲かせ始めた。

羨望と感嘆の声が渦巻く中、私はぐっしょりと濡れたティッシュの塊を拾い上げ、誰にも気づかれないようにその場を離れた。そして、物置部屋の隣にある、あの薄暗い自分の席へと静かに戻った。
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
44
โลกของคุณหนูณจันทร์
บทนำโลกของคุณหนูณจันทร์“ฮืออ…ร้อน จันทร์เจ็บ ๆ” วันนี้ของทุกเดือนผมมักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วตัวเหมือนตัวเองถูกต้มอยู่ในหม้อน้ำเดือด ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนพอจำได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด น่าจะอายุสักสิบสี่หรือเปล่านะ กลางฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกาที่เป็นหน้าหนาวแต่ผมกลับรู้สึกร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะขาดใจตายผมเลยต้องนั่งแช่น้ำเย็นจัดอยู่ในอ่างจากุซซีแบบนี้มาตลอด ถึงจะไม่หายแต่ยังพอบรรเทาได้บ้าง ผมหาหมอทุกคนที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ สำคัญคือมันไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมก็เช่นกัน…“หนูจันทร์เป็นยังไงบ้าง” พี่มีนตราเป็นเด็กที่พ่อแม่ผมอุปการะไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุสิบขวบ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้เธอรู้ใจ รู้ทุกอย่างในชีวิตของผมรวมถึงอาการนี้ด้วยพี่มีนมักจะมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ทุกเดือนไม่เคยขาด มันไม่ช่วยอะไรแต่เธอทำให้ผมรู้ว่าผมจะมีเธออยู่ข้าง ๆ ตลอด“พี่มีน จันทร์เจ็บจัง ฮึก…” ผมตอบพี่มีนไปพร้อมกับใช้น้ำแข็งที่พี่มีนหอบมาถูไปตามแขนแรง ๆ มันน่าแปลกผมปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนถูกต้มในน้ำเดือดแต่ร่างกายภายนอกของผมไม่มีร่องรอยอะไรเลยนอกจากจะปวดแสบปวดร้
อ่านเพิ่มเติม
เทวาลัยกุสุมาลย์
1เทวาลัยกุสุมาลย์“เป็นไงบ้างครับลุงเฉิน” ผ่านไปคืนเดียวลุงเฉินก็กลับมาพร้อมกับคำตอบที่ผมต้องการ ในมือถือรูปวาด บนรูปวาดมีดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน ตรงกลางมีทางเดินไปยังบัลลังก์แก้ว หลังบัลลังก์มีกำแพงแก้วสวย และลึกลับไปพร้อมกัน ผมเดาว่ากำแพงน่าจะเปิดได้“คิดว่ามันน่าจะเป็นเทวาลัยกุสุมาลย์ แต่ลุงคิดว่าไม่น่าจะมีใครเคยไป พรานคนหนึ่งบอกว่ามันคือตำนาน เป็นเทวาลัยในป่าลึกทางเหนือของประเทศ ไม่รู้ตอนนี้จะยังมีคนรู้ทางไปอยู่หรือเปล่า” ลุงเฉินเล่าข่าวที่ได้มาให้ฟัง ผมพยักหน้าให้ระหว่างฟังไม่คิดเลยว่ามันจะดูลึกลับแบบนี้ ชื่อนี้เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่รู้สึกจำไม่ได้อยู่ดีว่ามันคือที่ไหน ช่างมีประโยชน์จริง ๆ ความจำของผม“หนูจันทร์ยังจะไปอยู่เหรอ ไม่มีใครเคยไปเลยนะ” พี่มีนถามแล้วลุกเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับผม หยิบรูปที่ลุงเฉินวางไว้บนโต๊ะมาดู จะว่าไปจี้นี่ก็ได้มาจากพ่อแม่ ท่านสองคนน่าจะเคยไปมาก่อน ผมควรลองไปแอบอ่านไดอารี่ของแม่หน่อยจะดีกว่าเผื่อจะมีข้อมูลอะไร“จันทร์ต้องไปครับพี่มีน จำเป็นต้องไป”“งั้นพี่ไปด้วย พี่จะไม่ปล่อยให้หนูจันทร์ไปคนเดียวแน่ ๆ พี่เองก็จะลองช่วยหาดูว่ามีใครพอจะรู้เร
อ่านเพิ่มเติม
พันคีรี
2พันคีรีลุงเฉินใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็หาพรานไพลจนเจอ แต่พรานไพลนั่นตายไปเมื่อหกปีก่อนเหลือแต่ลูกชายที่พอจะรู้ทางอยู่บ้าง ตกลงกันอยู่นานพรานพงลูกชายพรานไพลก็ยอมตกลงนำทางให้พวกเรา นอกจากตกลงนำทางพรานพงยังมีข้อเสนอให้อีกอย่างว่าถ้าอยากเข้าป่าอย่างปลอดภัยให้ไปเชิญคนที่ชื่อพันคีรีร่วมทางด้วยในวงการหาของโบราณจากเทวาลัย วัง ปราสาทเก่า เมืองเก่า ชื่อพันคีรีนี้โด่งดังมาก ขึ้นชื่อเรื่องมากฝีมือ หน้าที่อย่างเดียวของเขาในการร่วมทางคือเฝ้าระวังคณะเดินทางเท่านั้น ผู้คนเรียกหน้าที่นี้ว่า ‘อารักษ์ขา’ ค่าตัวแพงหูฉี่ แต่เปอร์เซ็นต์การไปและกลับสูงกว่าการไปกันเอง พันคีรีคนนี้เลยมีคนไปเชิญวันละสามเวลานอกจากจะไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของเขาแล้ว ตัวตนก็เป็นความลับเหมือนกัน ไม่ว่าจะสืบหากันเท่าไรก็ไม่พบเจออะไร อายุ วันเดือนปีเกิด ไม่มีใครรู้เลย มีแค่ฝีมือเขาเท่านั้นที่เป็นที่ประจักษ์คนเล่าลือกันขนาดนี้ผมก็ต้องมีหวั่นไหวเพราะฉะนั้นเลยส่งคนไปทาบทามเขามาร่วมคณะแล้วถึงสองรอบ แต่เขาไม่แม้จะออกมาพูดคุยด้วยตนเอง ส่งลูกกระจ๊อกออกมาไล่คนของผมทั้งสองครั้ง ผมมันคนไม่ย่อท้อยิ่งไล่ผมยิ่งต้องการ ฮ่า ๆวันนี้ผมเลยมาเอ
อ่านเพิ่มเติม
ต้องเชื่อเท่านั้น
3ต้องเชื่อเท่านั้น“พี่มีน ช่วยลิสต์รายการสัมภาระให้จันทร์หน่อยได้มั้ย จันทร์จะไปร่างสัญญาจ้างงานของคีรี”“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปปรึกษาลุงเฉิน อย่างไงซะคนเตรียมของก็คือพี่ ไม่รู้ลุงเฉินหาคนไว้กี่คนจะได้เตรียมของให้พอกับจำนวนคน” คนสวยของผมใจดีเสมอจริง ๆ ไหว้วานอะไรไม่เคยขัด จัดให้ตลอด ผมคิดว่าหลังจัดการหนังสือจ้างงานชั่วคราวนี่เสร็จจะไปคุยกับพรานพงสักหน่อย ไม่รู้ว่าการเดินทางนี้ใช้เวลากี่วันเราจะได้จัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มยารักษาโรคไปให้พอดีนอกจากคุยกับพรานพงแล้วผมยังต้องไปรายงานนายท่านคีรีที่บ้านของเขาอีก ช่างเป็นช่วงฉุกละหุกจริง ๆ เหมือนทุกอย่างอยู่ในช่วงเวลารีบเร่ง“นายท่านรอคุณอยู่ข้างใน เชิญ” ผู้ชายคนเมื่อคราวก่อนเปิดประตูรั้วรอตั้งแต่ผมยังไม่ทันได้จอดดีเสียด้วยซ้ำ เหมือนเขารู้ว่าผมจะมา พอปิดประตูรถเสร็จก็เดินตามเขาเข้าไปในบ้านพันคีรีนั่งรอผมอยู่กลางห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ห้องคราวก่อนที่ผมเข้าไป ห้องนั่งเล่นเป็นกระจกทุกด้าน ถึงจะมีแดดส่องแต่ก็ถูกต้นไม้บดบังไม่มีแสงแดดพาดผ่านตัวบ้านเลย ทั้งยังเย็นสบายจนน่าแปลกอีกต่างหากต้องเป็นเพราะในบ้านทาสีกันความร้อนแน่“ไหน รายการสัมภาระ” เขาว่าด้ว
อ่านเพิ่มเติม
ออกเดินทาง
4ออกเดินทางฝนตกตามที่คีรีบอกสองวันติด สงสัยเขาจะดูพยากรณ์อากาศมา อีกสี่วันถัดมาจึงเป็นวันออกเดินทาง พวกเราเริ่มออกเดินทางจากเมืองหลวงช่วงเย็นของวัน กะไว้ว่าคงถึงจุดหมายช่วงเช้ามืดวันพรุ่งนี้ขณะยกกระเป๋าขึ้นรถ ก็มีรถสองคันขับเข้ามาในบริเวณบ้าน คันหนึ่งผมจำได้แม่นเลย ปริมมาจริง ๆ ผมอุตส่าห์ไม่บอกวันเดินทางหมอนี่รู้ได้ไงว่าเราเดินทางกันตอนเย็น ส่วนรถเล็กขับเคลื่อนสี่ล้อหรือที่คนชอบเรียกว่าออฟโรดคันนั้น ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นรถของใคร แต่ถ้าให้เดาก็ไม่ยากเท่าไร น่าจะเป็นคนที่เรียกตนเองว่าอารักษ์ขาคนนั้น“ปริม มาทำไม”“ก็บอกแล้วไงว่าปริมจะไปด้วย” ปริมยักคิ้วแล้วยกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ลงจากรถสปอร์ตคันโปรด แบกเป้เดินไปหาพี่มีนตรงออฟโรดคันสีขาวเงา พี่มีนหันมามองผมเหมือนกำลังจะถามว่าจะให้จัดการอย่างไรถึงไล่ปริมก็ไม่ไปผมยักไหล่สองข้างอย่างจนใจ เธอเลยเปิดประตูรถให้เขาเก็บเป้เดินทางไว้ในรถ ครู่เดียวคีรีเดินลงจากรถฝั่งข้างคนขับ สองเท้าก้าวออกไปอัตโนมัติ เดินมาครึ่งทางก็เจอคีรียืนอยู่ตรงหน้า“พร้อมหรือยัง”“ครับ คนของผมก็เตรียมพร้อมแล้ว รอคีรีคนเดียว”“งั้นก็ไปเถอะ ผมจะตามอยู่หลังสุด” คุยกับนายท่านอารักษ
อ่านเพิ่มเติม
ป่าดิบ
5ป่าดิบออกจากหมู่บ้านพรานพงมาแค่ห้านาทีท้องฟ้าพากันครึ้มโดยไม่ได้นัดหมาย ฟ้าแบบนี้ไม่มีทางที่ฝนจะไม่ตกอย่างแน่นอน ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน จากนั้นจึงหันไปมองคีรีที่อยู่ในรถคันหลังสุด ระยะทางสี่สิบกิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเพราะทางขรุขระเกินจะบรรยายได้ ผมนึกว่าไส้จะออกมากองกันข้างนอกซะแล้วจากที่ผมตามอยู่รองสุดท้าย พอออกจากหมู่บ้านต้องขึ้นมาเป็นคันแรก เพราะคนรู้ทางมีแค่พรานพง ในที่สุดพรานพงก็พูดคำพูดที่ผมรอคอยมานาน “ถึงแล้ว”“โอ้โห พื้นผิวพระจันทร์หรือไงเนี่ย” ปริมร้องออกมา เมื่อรถหยุดลงตรงสุดเขตถนนที่รถจะสามารถแล่นไปได้“พี่มีนไหวมั้ย” ผมถามพี่มีนที่ลงมายืนบิดตัวเบา ๆ อยู่ตรงประตูรถ ส่วนตัวผมบิดตัวครั้งใหญ่เมื่อยจนไม่รู้จะเมื่อยอย่างไร ปกติไปไหนมาไหนใช้เครื่องบินพอต้องนั่งรถไกลแบบนี้ ผมรู้สึกเพลียล้า เหมือนจะไข้ขึ้น“สบายมาก พรานพง เราจะเอายังไงต่อ”“เดี๋ยวให้ทุกคนยืดเส้นยืดสายสักสิบนาที ช่วยกันขนสัมภาระแบ่งหน้าที่แล้วค่อยเดินเท้าต่อ” เธอพยักหน้าให้พรานพง จากนั้นเดินไปสั่งงานหัวหน้าทีมทั้งสองทีมต่อ แม้จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในคณะ แต่ด้วยความสามารถของเธอจึงไม่มีใครกังขาพี่เก็
อ่านเพิ่มเติม
ผาร้อยศพ
 6 ผาร้อยศพ   ปริมรีบเข้ามาช่วยจับแขนบังคับให้ผมยืนนิ่ง ความขนลุกขนพองนี่ทำเอาผมยืนนิ่งไม่ได้เลย “ทากดูดเลือดน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เอาออกให้ ปริมจับหนูจันไว้” แม้จะไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรแต่ก็ทำผมขยะแขยงอยู่ดี ยิ่งรู้ว่ามันกำลังดูดเลือดก็ยิ่งน่าขยะแขยงไปใหญ่ ปริมจับไหล่พี่มีนก็ควักเอาสเปรย์แอลกอฮอล์ในกล่องปฐมพยาบาลมาฉีดไปที่หลังคอ ไม่นานพี่มีนก็ดึงทากตัวเป้งออกมาโชว์ซึ่งผมไม่ได้อยากเห็นเลย ขนลุกจริง ๆ “ระวังกันด้วยน่าจะมีทากเยอะ” พี่มีนตะโกนบอกทุกคนให้ระวังรอบตัว ป่าชื้นแฉะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยชุกชุม ลูกทีมพากันหันมองรอบตัวระแวดระวัง “รีบไป ข้างหน้าค่อยหาที่พัก” คีรีบอกพรานพง เขาพยักหน้ารับคำนายท่านอารักษ์ขาข้างหลัง รีบพาพวกเราเดินไปจากแอ่งน้ำให้เร็วที่สุด “แวะพักที่นี่ ดูตัวเองก่อนว่ามีทากดูดเลือดเกาะอยู่หรือเปล่า อีกเดี๋ยวค่อยเดินทางต่อ อีกไม่ไกลก็ถึ
อ่านเพิ่มเติม
สงสัย
 7 สงสัย   ลงจากผาเป็นรองสุดท้าย ผานี้ไม่ได้ลงง่ายอย่างที่คิดเลย ค่อย ๆ ไต่ลงก็ยังสงสัยว่าทำไมคีรีกับพรานพงลงไปได้เร็วขนาดนั้น นี่เกือบสิบห้านาทีผมยังลงไม่ถึงข้างล่างเลย “พี่มีน” เสียงของผมดังในความมืดสงัดเกือบจะตีสี่แล้ว ตอนนี้แม้แต่เสียงนกร้องก็ไม่มี “หนูจันเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมได้ยินเสียงพี่มีนมาจากด้านหลัง คิดว่าคงอีกไม่นานก็ถึงเพราะเสียงนั้นอยู่ใกล้มากแล้ว แปลก...ผมได้ยินเสียงกุกกักข้างบน เงยหน้าไปก็เห็นแมลงตัวโตใหญ่กว่ากำปั้นตนเองเสียอีก มันไต่ลงมาตามเชือกกึ่งเร็วกึ่งช้า ถามว่ามืดขนาดนี้เห็นได้อย่างไร พอพี่มีนตอบเธอก็ฉายไฟมาที่เชือก ทำให้ผมเห็นสิ่งนั้นไปด้วย รูปร่างคล้ายด้วงกวาง บนปีกไม่ได้เงาวาวเหมือนด้วงกวางกลับขรุขระ ไม่เรียบ ขาทั้งหกยาวไม่ต่างจากขาแมงมุม สองขาหน้าใหญ่กว่าสี่ขาหลัง ผมพบว่าบนขาของมันมีหนามเล็ก ๆ อยู่ ปากเหมือนปากตั๊กแตนแ
อ่านเพิ่มเติม
เหตุผลที่ควรรีบลงผา
 8 เหตุผลที่ควรรีบลงผา   “คีรี ผมมีเรื่อง...” ผมตั้งใจจะถามเขาเรื่องรีบลงผา แล้วก็เรื่องแปลกที่สงสัย ทำไงได้คนไทยขี้สงสัยชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน “จันยังไม่นอนอีกหรอ” ยังไม่ทันได้ถามปริมก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผมเลยพับเก็บโครงการนี้ไว้ก่อน “มีโอกาสค่อยคุย คุณพักผ่อนเถอะ รีบทำแผลด้วยล่ะ” พอเห็นปริมเดินมา คีรีก็ปลีกตัวออกไป ผมสับสนนิดหน่อยเหมือนเขาอยากหลบเลี่ยงคนอื่น ไม่ยอมเข้าใกล้หรือพูดคุยกับใคร เขาพูดน้อยจนในบางครั้งเหมือนพูดไม่ได้ พี่มีนหันมองผมยักไหล่ให้แทนคำถาม มองตามเขาก้าวไปไม่กี่ก้าว “แปลกจริง ๆ นั่นแหละแต่คุณคีรีดูคุยกับหนูจันเยอะกว่าคนอื่น บางทีเป็นฝ่ายเข้ามาคุยเองด้วยซ้ำ” ผมขมวดคิ้วจนรู้สึกได้ว่ากลางหน้าผากมีรอยย่น พี่มีนยกกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ข้าง ๆ “จันบาดเจ็บหรอ” กลับมาถึงปริมก็เบิกตาโตถามผมเสียงต
อ่านเพิ่มเติม
พลัดหลง
 9 พลัดหลง   ผมเพิ่งได้สังเกตว่าป่านี้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินด้วยซ้ำ นอกจากต้นไม้สูงจะบดบังแสงแดดแล้ว บนต้นไม้พุ่มสูงยังถูกปกคลุมด้วยมอสส์และเฟิร์น ห้อยระโยงระยางบดบังแสงแดดจ้า ทำให้เห็นเพียงแสงสว่างแต่ไม่เห็นแสงอาทิตย์ พื้นที่ป่าทับถมกันไว้ด้วยซากพืชหลายชนิด ผมคิดว่าในป่าคงเป็นแบบนี้เสียส่วนใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างชื้นแฉะหมอกจึงลงมากเป็นพิเศษ ยิ่งเดินลึกเข้าไปทัศนวิสัยในการมองเห็นยิ่งแย่ลง “เดินใกล้กันไว้ ระวังคนข้าง ๆ ด้วย อย่าให้พลัดหลงกัน” คีรีตะโกนมาจากทางด้านหลังให้เราระวังตัว หมอกลงหนักหากไม่ระวังให้ดีมีโอกาสพลัดหลงกันได้ง่ายมาก ผมขยับไปเดินชิดพี่มีนกลัวว่าจะพลัดหลง สายตามองไปอย่างระแวดระวัง หาทางหนีทีไล่ไว้เผื่อ “หนูจันยืนเฉย ๆ” พี่มีนใช้เชือกมัดรอบเอวผมไว้ให้อยู่ใกล้กับเธอไว้ป้องกันพลัดหลง เราเดินกันเงียบ ๆ ไปได้สักครู่ดูเหมือนหมอก
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status