รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

last updateDernière mise à jour : 2025-12-29
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
44Chapitres
437Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

'ผมอยู่มานานเห็นคนจากไปก็ไม่น้อย ผมรู้ว่าการเสียคนสำคัญรู้สึกยังไง ถ้าต้องเสียคุณไปอีกคน จะให้ผมใช้ชีวิตอีกร้อยปี พันปี ไปเพื่ออะไร ในเมื่อบนโลกนี้มีณจันทร์แค่หนึ่งเดียว'

Voir plus

Chapitre 1

โลกของคุณหนูณจันทร์

คานประตูของตำหนักเย็นนั้นไม่ถือว่าสูงมากนัก หลังจากนำกะละมังซักผ้าสองใบมาซ้อนรองเป็นฐาน ในที่สุดฉันก็ขึ้นไปแขวนคอตัวเองได้สำเร็จ

กำลังจะได้กลับบ้านแล้ว!

ฉันแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว พอสองเท้าออกแรงถีบส่ง ความรู้สึกขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้าสู่ลำคอในทันที

ขณะที่สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลง เสียงดนตรีในวังที่ดังครึกครื้นอยู่ไกล ๆ ก็ค่อย ๆ เบาลง ทุกอย่างที่ฉันเคยเผชิญมาในโลกใบนี้ฉายชัดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับภาพม้าหมุน

ฉันทะลุมิติมาเกิดใหม่ในราชวงศ์เว่ยได้ 21 ปี มีเป้าหมายให้ต้องพิชิตใจถึงสี่คน ขอเพียงได้รับค่าความรู้สึกดีจากใครคนใดคนหนึ่ง ฉันในโลกเดิมก็จะรักษาโรคร้ายที่รักษาไม่หายให้หายขาดได้

เป้าหมายทั้งสี่คนล้วนเป็นถึงเสาหลักของชาติ เป็นบุตรแห่งสวรรค์ ทว่าพวกเขากลับเกลียดชังฉันเข้ากระดูกดำและอยากจะให้ฉันตาย ๆ ไปซะ เพียงเพราะนางเอกของเรื่อง

ในที่สุดระบบก็ตัดสินให้ภารกิจล้มเหลว ฉันกำลังจะได้จากไปสมใจปรารถนาของพวกเขาแล้ว

ท่ามกลางความเลื่อนลอย ฉันคล้ายกับได้ยินเสียงใครบางคนกำลังร้องเรียกชื่อฉัน

หลังกลับมาหายใจได้อีกครั้ง น้ำเย็นเฉียบกะละมังหนึ่งก็ถูกสาดเข้าใส่หน้าฉัน ฉันสะดุ้งเฮือก สำลักออกมาอย่างรุนแรง

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับชายหนุ่มในชุดขันทีสีม่วงกำลังนับลูกประคำ พลางจ้องมาที่ฉันด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

ใบหน้านั้นช่างคุ้นเคยเหลือเกิน สติของฉันยังกลับมาไม่ครบถ้วนดีก็เผลอหลุดปากเรียกชื่อของเขาออกไป

“หวยเอิน?”

เพิ่งเรียกจบ ฉันก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา

และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อที่ฉันเรียก เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ

“อย่ามาเรียกชื่อข้า เจ้าไม่คู่ควร!”

ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาตรงหน้าคือท่านเก้าพันปีที่คนทั่วทั้งราชวงศ์เว่ยต่างหวาดผวาเมื่อได้ยินชื่อ และยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพิชิตใจของฉัน...ซ่งหวยเอิน

ตอนตระกูลของเขาล่มสลาย ฉันเป็นคนเสี่ยงชีวิตไปขุดร่างที่บาดเจ็บสาหัสของเขาออกมาจากกองซากศพ พากลับบ้านมารักษาด้วยตัวเองอยู่นานกว่าครึ่งปี

ในเวลานั้น ซ่งหวยเอินเพิ่งสูญเสียครอบครัวไป เขาจึงต่อต้านการเข้าใกล้ของฉันราวกับลูกสัตว์ตัวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บ

ฉันค่อย ๆ เปิดประตูหัวใจของเขาทีละก้าว และนำทางไม่ให้เขาทำร้ายตัวเองอีก

เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องรื้อฟื้นคดีให้ตระกูลให้ได้ ยอมแม้กระทั่งปิดบังชื่อแซ่ปลอมตัวเข้าวัง ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าว จนในที่สุดก็กลายเป็นขันทีผู้มากด้วยอำนาจครอบงำราชสำนัก

ฉันผ่านบททดสอบความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เคยเห็นด้านที่ตกต่ำที่สุดของเขา และเคยเป็นคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดเช่นกัน

น่าเสียดายที่นั่นมันเป็นเรื่องเมื่อสี่ปีที่แล้ว

คืนเทศกาลไหว้พระจันทร์เมื่อสี่ปีก่อน ฉันกับองค์รัชทายาทเข้าพิธีอภิเษกสมรส ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีและอวยพร แม้แต่ระบบเองก็ยังคิดว่าการพิชิตใจของฉันกำลังจะสำเร็จลุล่วง

ทว่าเหลิ่งซู่ซิน นางเอกของโลกนี้กลับทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับแล้วหนีไป

ทุกถ้อยคำในจดหมายล้วนเขียนขึ้นด้วยน้ำตาเป็นสายเลือด โดยระบุชื่ออย่างชัดเจนว่าฉันเป็นคนหลอกให้เหลิ่งซู่ซินไปที่วัดร้างจนถูกขอทานย่ำยี

เธอไม่มีหน้าจะไปพบใครได้อีก จึงทำได้เพียงจากไปเพื่อใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า

พี่ชายแท้ ๆ ไล่ฉันออกจากบ้าน และประกาศกร้าวว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับฉัน

องค์รัชทายาทยึดตำแหน่งพระชายาของฉันคืน และลดขั้นให้ฉันเป็นเพียงนางสนมในตำหนักบูรพา

ซ่งหวยเอินอาศัยอำนาจหน้าที่ในฐานะหัวหน้าขันที จัดการส่งฉันไปอยู่ที่ตำหนักเย็น ต้องคอยซักล้างเสื้อผ้าให้พวกขันทีทุกวี่ทุกวัน

“ซู่ซินอยู่ข้างนอกนั่นไม่รู้จะต้องตกระกำลำบากมากเพียงใด สตรีที่มีจิตใจอำมหิตดั่งงูพิษเช่นเจ้า สมควรจะต้องชดใช้บาปกรรมไปทุกวัน”

ตลอดสี่ปีในตำหนักเย็น ฉันต้องทนรับการกลั่นแกล้งสารพัด แม้จะใช้ทุกวิถีทางก็ยังคงไม่มีใครยอมเชื่อในความบริสุทธิ์ของฉัน

บัดนี้เหลิ่งซู่ซินกลับมาแล้ว องค์รัชทายาทตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะครองคู่กับเธอเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต แม้แต่ในตำหนักเย็น ฉันก็ไม่สามารถอยู่ต่อไปได้อีก

ดังนั้นระบบจึงตัดสินให้ภารกิจของฉันล้มเหลว ฉันทำได้เพียงรีบชิงฆ่าตัวตายเพื่อจะได้กลับบ้าน ไปใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายที่เหลืออยู่

ซ่งหวยเอินสั่งให้ขันทีน้อยสองคนเข้ามาประกบซ้ายขวาหิ้วปีกฉันขึ้น เมื่อเห็นรอยรัดบนลำคอของฉัน นัยน์ตาเรียวยาวของเขาก็ฉายแววเย้ยหยันออกมาวูบหนึ่ง

“เวทีงิ้วยังตั้งไม่ทันเสร็จ เจ้าก็เกิดอยากแสดงขึ้นมาเสียแล้ว อยากตายงั้นหรือ เจ้าเลือกที่ผิดแล้วละ ตำหนักเย็นห่างไกลผู้คน ไม่มีใครเขามาทนดูเจ้าเล่นงิ้วหรอกนะ”

ฉันเผยรอยยิ้มขื่นขม เขากำลังคิดว่าฉันแกล้งทำเป็นอยากตายงั้นเหรอ

“ใต้เท้าซ่ง ในเมื่อตำหนักเย็นห่างไกลผู้คน เช่นนั้นท่านมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าตั้งใจมาหาข้า”

ซ่งหวยเอินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มเยาะ “ซู่ซินกลับมาแล้ว ข้าไม่อยากให้เจ้าไปทำลายความสุขของนางในวันแห่งการอยู่พร้อมหน้าเช่นนี้ อยากตายก็ย่อมได้ แต่จงไปตายให้ห่าง ๆ หน่อย”

ซ่งหวยเอินสั่งให้คนโยนฉันพร้อมกับห่อผ้าออกไปนอกประตูวัง เขาก้มมองฉันจากมุมสูง ราวกับกำลังมองดูของสกปรกโสมมอะไรสักอย่าง

“ออกจากวังไปแล้ว เจ้าคิดว่าข้าจะยังสนอีกหรือว่าเจ้าจะอยู่หรือตาย”

ฉันเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มอันสดใสเจิดจ้าไปให้เขา

แบบนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลย ฉันจะได้กลับบ้านแล้ว!

ฉันไม่ได้หยิบจับอะไรติดมือไปเลย ก่อนวิ่งตรงไปยังสะพานข้ามคูเมืองนอกกำแพงวัง แล้วกระโดดพุ่งตัวทิ้งดิ่งลงไปทันที
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
44
โลกของคุณหนูณจันทร์
บทนำโลกของคุณหนูณจันทร์“ฮืออ…ร้อน จันทร์เจ็บ ๆ” วันนี้ของทุกเดือนผมมักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วตัวเหมือนตัวเองถูกต้มอยู่ในหม้อน้ำเดือด ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนพอจำได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด น่าจะอายุสักสิบสี่หรือเปล่านะ กลางฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกาที่เป็นหน้าหนาวแต่ผมกลับรู้สึกร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะขาดใจตายผมเลยต้องนั่งแช่น้ำเย็นจัดอยู่ในอ่างจากุซซีแบบนี้มาตลอด ถึงจะไม่หายแต่ยังพอบรรเทาได้บ้าง ผมหาหมอทุกคนที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ สำคัญคือมันไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมก็เช่นกัน…“หนูจันทร์เป็นยังไงบ้าง” พี่มีนตราเป็นเด็กที่พ่อแม่ผมอุปการะไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุสิบขวบ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้เธอรู้ใจ รู้ทุกอย่างในชีวิตของผมรวมถึงอาการนี้ด้วยพี่มีนมักจะมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ทุกเดือนไม่เคยขาด มันไม่ช่วยอะไรแต่เธอทำให้ผมรู้ว่าผมจะมีเธออยู่ข้าง ๆ ตลอด“พี่มีน จันทร์เจ็บจัง ฮึก…” ผมตอบพี่มีนไปพร้อมกับใช้น้ำแข็งที่พี่มีนหอบมาถูไปตามแขนแรง ๆ มันน่าแปลกผมปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนถูกต้มในน้ำเดือดแต่ร่างกายภายนอกของผมไม่มีร่องรอยอะไรเลยนอกจากจะปวดแสบปวดร้
Read More
เทวาลัยกุสุมาลย์
1เทวาลัยกุสุมาลย์“เป็นไงบ้างครับลุงเฉิน” ผ่านไปคืนเดียวลุงเฉินก็กลับมาพร้อมกับคำตอบที่ผมต้องการ ในมือถือรูปวาด บนรูปวาดมีดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน ตรงกลางมีทางเดินไปยังบัลลังก์แก้ว หลังบัลลังก์มีกำแพงแก้วสวย และลึกลับไปพร้อมกัน ผมเดาว่ากำแพงน่าจะเปิดได้“คิดว่ามันน่าจะเป็นเทวาลัยกุสุมาลย์ แต่ลุงคิดว่าไม่น่าจะมีใครเคยไป พรานคนหนึ่งบอกว่ามันคือตำนาน เป็นเทวาลัยในป่าลึกทางเหนือของประเทศ ไม่รู้ตอนนี้จะยังมีคนรู้ทางไปอยู่หรือเปล่า” ลุงเฉินเล่าข่าวที่ได้มาให้ฟัง ผมพยักหน้าให้ระหว่างฟังไม่คิดเลยว่ามันจะดูลึกลับแบบนี้ ชื่อนี้เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่รู้สึกจำไม่ได้อยู่ดีว่ามันคือที่ไหน ช่างมีประโยชน์จริง ๆ ความจำของผม“หนูจันทร์ยังจะไปอยู่เหรอ ไม่มีใครเคยไปเลยนะ” พี่มีนถามแล้วลุกเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับผม หยิบรูปที่ลุงเฉินวางไว้บนโต๊ะมาดู จะว่าไปจี้นี่ก็ได้มาจากพ่อแม่ ท่านสองคนน่าจะเคยไปมาก่อน ผมควรลองไปแอบอ่านไดอารี่ของแม่หน่อยจะดีกว่าเผื่อจะมีข้อมูลอะไร“จันทร์ต้องไปครับพี่มีน จำเป็นต้องไป”“งั้นพี่ไปด้วย พี่จะไม่ปล่อยให้หนูจันทร์ไปคนเดียวแน่ ๆ พี่เองก็จะลองช่วยหาดูว่ามีใครพอจะรู้เร
Read More
พันคีรี
2พันคีรีลุงเฉินใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็หาพรานไพลจนเจอ แต่พรานไพลนั่นตายไปเมื่อหกปีก่อนเหลือแต่ลูกชายที่พอจะรู้ทางอยู่บ้าง ตกลงกันอยู่นานพรานพงลูกชายพรานไพลก็ยอมตกลงนำทางให้พวกเรา นอกจากตกลงนำทางพรานพงยังมีข้อเสนอให้อีกอย่างว่าถ้าอยากเข้าป่าอย่างปลอดภัยให้ไปเชิญคนที่ชื่อพันคีรีร่วมทางด้วยในวงการหาของโบราณจากเทวาลัย วัง ปราสาทเก่า เมืองเก่า ชื่อพันคีรีนี้โด่งดังมาก ขึ้นชื่อเรื่องมากฝีมือ หน้าที่อย่างเดียวของเขาในการร่วมทางคือเฝ้าระวังคณะเดินทางเท่านั้น ผู้คนเรียกหน้าที่นี้ว่า ‘อารักษ์ขา’ ค่าตัวแพงหูฉี่ แต่เปอร์เซ็นต์การไปและกลับสูงกว่าการไปกันเอง พันคีรีคนนี้เลยมีคนไปเชิญวันละสามเวลานอกจากจะไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของเขาแล้ว ตัวตนก็เป็นความลับเหมือนกัน ไม่ว่าจะสืบหากันเท่าไรก็ไม่พบเจออะไร อายุ วันเดือนปีเกิด ไม่มีใครรู้เลย มีแค่ฝีมือเขาเท่านั้นที่เป็นที่ประจักษ์คนเล่าลือกันขนาดนี้ผมก็ต้องมีหวั่นไหวเพราะฉะนั้นเลยส่งคนไปทาบทามเขามาร่วมคณะแล้วถึงสองรอบ แต่เขาไม่แม้จะออกมาพูดคุยด้วยตนเอง ส่งลูกกระจ๊อกออกมาไล่คนของผมทั้งสองครั้ง ผมมันคนไม่ย่อท้อยิ่งไล่ผมยิ่งต้องการ ฮ่า ๆวันนี้ผมเลยมาเอ
Read More
ต้องเชื่อเท่านั้น
3ต้องเชื่อเท่านั้น“พี่มีน ช่วยลิสต์รายการสัมภาระให้จันทร์หน่อยได้มั้ย จันทร์จะไปร่างสัญญาจ้างงานของคีรี”“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปปรึกษาลุงเฉิน อย่างไงซะคนเตรียมของก็คือพี่ ไม่รู้ลุงเฉินหาคนไว้กี่คนจะได้เตรียมของให้พอกับจำนวนคน” คนสวยของผมใจดีเสมอจริง ๆ ไหว้วานอะไรไม่เคยขัด จัดให้ตลอด ผมคิดว่าหลังจัดการหนังสือจ้างงานชั่วคราวนี่เสร็จจะไปคุยกับพรานพงสักหน่อย ไม่รู้ว่าการเดินทางนี้ใช้เวลากี่วันเราจะได้จัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มยารักษาโรคไปให้พอดีนอกจากคุยกับพรานพงแล้วผมยังต้องไปรายงานนายท่านคีรีที่บ้านของเขาอีก ช่างเป็นช่วงฉุกละหุกจริง ๆ เหมือนทุกอย่างอยู่ในช่วงเวลารีบเร่ง“นายท่านรอคุณอยู่ข้างใน เชิญ” ผู้ชายคนเมื่อคราวก่อนเปิดประตูรั้วรอตั้งแต่ผมยังไม่ทันได้จอดดีเสียด้วยซ้ำ เหมือนเขารู้ว่าผมจะมา พอปิดประตูรถเสร็จก็เดินตามเขาเข้าไปในบ้านพันคีรีนั่งรอผมอยู่กลางห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ห้องคราวก่อนที่ผมเข้าไป ห้องนั่งเล่นเป็นกระจกทุกด้าน ถึงจะมีแดดส่องแต่ก็ถูกต้นไม้บดบังไม่มีแสงแดดพาดผ่านตัวบ้านเลย ทั้งยังเย็นสบายจนน่าแปลกอีกต่างหากต้องเป็นเพราะในบ้านทาสีกันความร้อนแน่“ไหน รายการสัมภาระ” เขาว่าด้ว
Read More
ออกเดินทาง
4ออกเดินทางฝนตกตามที่คีรีบอกสองวันติด สงสัยเขาจะดูพยากรณ์อากาศมา อีกสี่วันถัดมาจึงเป็นวันออกเดินทาง พวกเราเริ่มออกเดินทางจากเมืองหลวงช่วงเย็นของวัน กะไว้ว่าคงถึงจุดหมายช่วงเช้ามืดวันพรุ่งนี้ขณะยกกระเป๋าขึ้นรถ ก็มีรถสองคันขับเข้ามาในบริเวณบ้าน คันหนึ่งผมจำได้แม่นเลย ปริมมาจริง ๆ ผมอุตส่าห์ไม่บอกวันเดินทางหมอนี่รู้ได้ไงว่าเราเดินทางกันตอนเย็น ส่วนรถเล็กขับเคลื่อนสี่ล้อหรือที่คนชอบเรียกว่าออฟโรดคันนั้น ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นรถของใคร แต่ถ้าให้เดาก็ไม่ยากเท่าไร น่าจะเป็นคนที่เรียกตนเองว่าอารักษ์ขาคนนั้น“ปริม มาทำไม”“ก็บอกแล้วไงว่าปริมจะไปด้วย” ปริมยักคิ้วแล้วยกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ลงจากรถสปอร์ตคันโปรด แบกเป้เดินไปหาพี่มีนตรงออฟโรดคันสีขาวเงา พี่มีนหันมามองผมเหมือนกำลังจะถามว่าจะให้จัดการอย่างไรถึงไล่ปริมก็ไม่ไปผมยักไหล่สองข้างอย่างจนใจ เธอเลยเปิดประตูรถให้เขาเก็บเป้เดินทางไว้ในรถ ครู่เดียวคีรีเดินลงจากรถฝั่งข้างคนขับ สองเท้าก้าวออกไปอัตโนมัติ เดินมาครึ่งทางก็เจอคีรียืนอยู่ตรงหน้า“พร้อมหรือยัง”“ครับ คนของผมก็เตรียมพร้อมแล้ว รอคีรีคนเดียว”“งั้นก็ไปเถอะ ผมจะตามอยู่หลังสุด” คุยกับนายท่านอารักษ
Read More
ป่าดิบ
5ป่าดิบออกจากหมู่บ้านพรานพงมาแค่ห้านาทีท้องฟ้าพากันครึ้มโดยไม่ได้นัดหมาย ฟ้าแบบนี้ไม่มีทางที่ฝนจะไม่ตกอย่างแน่นอน ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน จากนั้นจึงหันไปมองคีรีที่อยู่ในรถคันหลังสุด ระยะทางสี่สิบกิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเพราะทางขรุขระเกินจะบรรยายได้ ผมนึกว่าไส้จะออกมากองกันข้างนอกซะแล้วจากที่ผมตามอยู่รองสุดท้าย พอออกจากหมู่บ้านต้องขึ้นมาเป็นคันแรก เพราะคนรู้ทางมีแค่พรานพง ในที่สุดพรานพงก็พูดคำพูดที่ผมรอคอยมานาน “ถึงแล้ว”“โอ้โห พื้นผิวพระจันทร์หรือไงเนี่ย” ปริมร้องออกมา เมื่อรถหยุดลงตรงสุดเขตถนนที่รถจะสามารถแล่นไปได้“พี่มีนไหวมั้ย” ผมถามพี่มีนที่ลงมายืนบิดตัวเบา ๆ อยู่ตรงประตูรถ ส่วนตัวผมบิดตัวครั้งใหญ่เมื่อยจนไม่รู้จะเมื่อยอย่างไร ปกติไปไหนมาไหนใช้เครื่องบินพอต้องนั่งรถไกลแบบนี้ ผมรู้สึกเพลียล้า เหมือนจะไข้ขึ้น“สบายมาก พรานพง เราจะเอายังไงต่อ”“เดี๋ยวให้ทุกคนยืดเส้นยืดสายสักสิบนาที ช่วยกันขนสัมภาระแบ่งหน้าที่แล้วค่อยเดินเท้าต่อ” เธอพยักหน้าให้พรานพง จากนั้นเดินไปสั่งงานหัวหน้าทีมทั้งสองทีมต่อ แม้จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในคณะ แต่ด้วยความสามารถของเธอจึงไม่มีใครกังขาพี่เก็
Read More
ผาร้อยศพ
 6 ผาร้อยศพ   ปริมรีบเข้ามาช่วยจับแขนบังคับให้ผมยืนนิ่ง ความขนลุกขนพองนี่ทำเอาผมยืนนิ่งไม่ได้เลย “ทากดูดเลือดน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เอาออกให้ ปริมจับหนูจันไว้” แม้จะไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรแต่ก็ทำผมขยะแขยงอยู่ดี ยิ่งรู้ว่ามันกำลังดูดเลือดก็ยิ่งน่าขยะแขยงไปใหญ่ ปริมจับไหล่พี่มีนก็ควักเอาสเปรย์แอลกอฮอล์ในกล่องปฐมพยาบาลมาฉีดไปที่หลังคอ ไม่นานพี่มีนก็ดึงทากตัวเป้งออกมาโชว์ซึ่งผมไม่ได้อยากเห็นเลย ขนลุกจริง ๆ “ระวังกันด้วยน่าจะมีทากเยอะ” พี่มีนตะโกนบอกทุกคนให้ระวังรอบตัว ป่าชื้นแฉะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยชุกชุม ลูกทีมพากันหันมองรอบตัวระแวดระวัง “รีบไป ข้างหน้าค่อยหาที่พัก” คีรีบอกพรานพง เขาพยักหน้ารับคำนายท่านอารักษ์ขาข้างหลัง รีบพาพวกเราเดินไปจากแอ่งน้ำให้เร็วที่สุด “แวะพักที่นี่ ดูตัวเองก่อนว่ามีทากดูดเลือดเกาะอยู่หรือเปล่า อีกเดี๋ยวค่อยเดินทางต่อ อีกไม่ไกลก็ถึ
Read More
สงสัย
 7 สงสัย   ลงจากผาเป็นรองสุดท้าย ผานี้ไม่ได้ลงง่ายอย่างที่คิดเลย ค่อย ๆ ไต่ลงก็ยังสงสัยว่าทำไมคีรีกับพรานพงลงไปได้เร็วขนาดนั้น นี่เกือบสิบห้านาทีผมยังลงไม่ถึงข้างล่างเลย “พี่มีน” เสียงของผมดังในความมืดสงัดเกือบจะตีสี่แล้ว ตอนนี้แม้แต่เสียงนกร้องก็ไม่มี “หนูจันเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมได้ยินเสียงพี่มีนมาจากด้านหลัง คิดว่าคงอีกไม่นานก็ถึงเพราะเสียงนั้นอยู่ใกล้มากแล้ว แปลก...ผมได้ยินเสียงกุกกักข้างบน เงยหน้าไปก็เห็นแมลงตัวโตใหญ่กว่ากำปั้นตนเองเสียอีก มันไต่ลงมาตามเชือกกึ่งเร็วกึ่งช้า ถามว่ามืดขนาดนี้เห็นได้อย่างไร พอพี่มีนตอบเธอก็ฉายไฟมาที่เชือก ทำให้ผมเห็นสิ่งนั้นไปด้วย รูปร่างคล้ายด้วงกวาง บนปีกไม่ได้เงาวาวเหมือนด้วงกวางกลับขรุขระ ไม่เรียบ ขาทั้งหกยาวไม่ต่างจากขาแมงมุม สองขาหน้าใหญ่กว่าสี่ขาหลัง ผมพบว่าบนขาของมันมีหนามเล็ก ๆ อยู่ ปากเหมือนปากตั๊กแตนแ
Read More
เหตุผลที่ควรรีบลงผา
 8 เหตุผลที่ควรรีบลงผา   “คีรี ผมมีเรื่อง...” ผมตั้งใจจะถามเขาเรื่องรีบลงผา แล้วก็เรื่องแปลกที่สงสัย ทำไงได้คนไทยขี้สงสัยชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน “จันยังไม่นอนอีกหรอ” ยังไม่ทันได้ถามปริมก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผมเลยพับเก็บโครงการนี้ไว้ก่อน “มีโอกาสค่อยคุย คุณพักผ่อนเถอะ รีบทำแผลด้วยล่ะ” พอเห็นปริมเดินมา คีรีก็ปลีกตัวออกไป ผมสับสนนิดหน่อยเหมือนเขาอยากหลบเลี่ยงคนอื่น ไม่ยอมเข้าใกล้หรือพูดคุยกับใคร เขาพูดน้อยจนในบางครั้งเหมือนพูดไม่ได้ พี่มีนหันมองผมยักไหล่ให้แทนคำถาม มองตามเขาก้าวไปไม่กี่ก้าว “แปลกจริง ๆ นั่นแหละแต่คุณคีรีดูคุยกับหนูจันเยอะกว่าคนอื่น บางทีเป็นฝ่ายเข้ามาคุยเองด้วยซ้ำ” ผมขมวดคิ้วจนรู้สึกได้ว่ากลางหน้าผากมีรอยย่น พี่มีนยกกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ข้าง ๆ “จันบาดเจ็บหรอ” กลับมาถึงปริมก็เบิกตาโตถามผมเสียงต
Read More
พลัดหลง
 9 พลัดหลง   ผมเพิ่งได้สังเกตว่าป่านี้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินด้วยซ้ำ นอกจากต้นไม้สูงจะบดบังแสงแดดแล้ว บนต้นไม้พุ่มสูงยังถูกปกคลุมด้วยมอสส์และเฟิร์น ห้อยระโยงระยางบดบังแสงแดดจ้า ทำให้เห็นเพียงแสงสว่างแต่ไม่เห็นแสงอาทิตย์ พื้นที่ป่าทับถมกันไว้ด้วยซากพืชหลายชนิด ผมคิดว่าในป่าคงเป็นแบบนี้เสียส่วนใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างชื้นแฉะหมอกจึงลงมากเป็นพิเศษ ยิ่งเดินลึกเข้าไปทัศนวิสัยในการมองเห็นยิ่งแย่ลง “เดินใกล้กันไว้ ระวังคนข้าง ๆ ด้วย อย่าให้พลัดหลงกัน” คีรีตะโกนมาจากทางด้านหลังให้เราระวังตัว หมอกลงหนักหากไม่ระวังให้ดีมีโอกาสพลัดหลงกันได้ง่ายมาก ผมขยับไปเดินชิดพี่มีนกลัวว่าจะพลัดหลง สายตามองไปอย่างระแวดระวัง หาทางหนีทีไล่ไว้เผื่อ “หนูจันยืนเฉย ๆ” พี่มีนใช้เชือกมัดรอบเอวผมไว้ให้อยู่ใกล้กับเธอไว้ป้องกันพลัดหลง เราเดินกันเงียบ ๆ ไปได้สักครู่ดูเหมือนหมอก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status