รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

รักต้องมนตร์ คนต้องสาป

last updateآخر تحديث : 2025-12-29
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
44فصول
417وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

'ผมอยู่มานานเห็นคนจากไปก็ไม่น้อย ผมรู้ว่าการเสียคนสำคัญรู้สึกยังไง ถ้าต้องเสียคุณไปอีกคน จะให้ผมใช้ชีวิตอีกร้อยปี พันปี ไปเพื่ออะไร ในเมื่อบนโลกนี้มีณจันทร์แค่หนึ่งเดียว'

عرض المزيد

الفصل الأول

โลกของคุณหนูณจันทร์

บทนำ

โลกของคุณหนูณจันทร์

“ฮืออ…ร้อน จันทร์เจ็บ ๆ” วันนี้ของทุกเดือนผมมักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วตัวเหมือนตัวเองถูกต้มอยู่ในหม้อน้ำเดือด ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนพอจำได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด น่าจะอายุสักสิบสี่หรือเปล่านะ กลางฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกาที่เป็นหน้าหนาวแต่ผมกลับรู้สึกร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะขาดใจตาย

ผมเลยต้องนั่งแช่น้ำเย็นจัดอยู่ในอ่างจากุซซีแบบนี้มาตลอด ถึงจะไม่หายแต่ยังพอบรรเทาได้บ้าง ผมหาหมอทุกคนที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ สำคัญคือมันไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมก็เช่นกัน…

“หนูจันทร์เป็นยังไงบ้าง” พี่มีนตราเป็นเด็กที่พ่อแม่ผมอุปการะไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุสิบขวบ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้เธอรู้ใจ รู้ทุกอย่างในชีวิตของผมรวมถึงอาการนี้ด้วย

พี่มีนมักจะมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ทุกเดือนไม่เคยขาด มันไม่ช่วยอะไรแต่เธอทำให้ผมรู้ว่าผมจะมีเธออยู่ข้าง ๆ ตลอด

“พี่มีน จันทร์เจ็บจัง ฮึก…” ผมตอบพี่มีนไปพร้อมกับใช้น้ำแข็งที่พี่มีนหอบมาถูไปตามแขนแรง ๆ มันน่าแปลกผมปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนถูกต้มในน้ำเดือดแต่ร่างกายภายนอกของผมไม่มีร่องรอยอะไรเลย

นอกจากจะปวดแสบปวดร้อนผมยังมักฝันประหลาด ๆ อย่างเช่นเห็นตนเองเดินอยู่หน้าทางเข้าถ้ำที่มีรูปปั้นผู้หญิงสวมมงกุฎดอกไม้เธอมักจะบอกผมว่าของ ๆ เธอผมไม่ควรเก็บไว้ ผมฝันถึงมันทุกเดือน ฝันจนจำรายละเอียดเล็กน้อยของปากทางเข้าถ้ำได้หมด

“หนูจันทร์อดทนหน่อยนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ข้ามวันแล้ว” พี่มีนบอกเสียงอ่อนโยน ใช่สิอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเพราะผมนั่งอยู่ในนี้มาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว ผมมักมีอาการหลังหกโมงเย็นวันที่สิบห้าของเดือน แค่เดือนละครั้งเท่านั้น ผมนั่งแช่น้ำไปร้องครวญครางไปจนเหน็ดเหนื่อยจึงผล็อยหลับไป

“คุณเป็นใคร” ผมร้องถามผู้หญิงที่สวมมงกุฎดอกไม้ตรงหน้า เธอเดินเร็วมาก ร่างกายไม่ไหวเอนตามการเดินเลยเหมือนเท้าไม่ติดพื้น เธอเดินไปยังบัลลังก์แก้ว ด้านหลังบัลลังก์เป็นกำแพงแก้วดูเข้ากันดีกับบัลลังก์จริง ๆ ผมเดินตามเธอไปจนเธอหยุดมองกำแพงแก้วใช้มือลูบแผ่วเบาบนช่องว่างสามช่อง ช่องนั้นใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือเล็กน้อย แต่รอยช่องนั้นดูคุ้นตา เหมือนเขาเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน

ผมเดินตามเธอตั้งนานเธอก็ไม่ยอมหันมาคุยกับผมเลยสักคำ พอเธอลูบไล้ช่องว่างนั้นเสร็จก็หันกลับมามองผมที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“เอาของมาคืนซะ” เธอพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนผมเกือบหยุดหายใจ ใบหน้าเคร่งขรึมของเธอทำผมใจหายวาบ สุดท้ายก็สะดุ้งตื่น

นี่คงผ่านเที่ยงคืนมาแล้ว ร่างกายถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเหมือนก่อนหน้านี้เลย ผมขยับตัวลุกนั่งบนเตียงนุ่มในห้องนอนของตนเอง คงเป็นพี่มีนตราที่พาผมมาไว้บนเตียง ผมกับเธอเราตัวเท่ากันจนผมสามารถใส่เสื้อผ้าของเธอได้และเธอเองก็คงใส่เสื้อผ้าของผมได้เช่นเดียวกัน

ต่างกันแค่เธอแข็งแกร่งกว่าผมเยอะเลย ผมกับเธอถูกบังคับให้ฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายแต่ผมได้แค่งู ๆ ปลา ๆ พี่มีนดันเก่งแทบทุกแขนง เธอเลยเป็นเพื่อน เป็นพี่สาว เป็นแม่ เป็นบอดีการ์ดของผม

“หนูจันทร์ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นหรือยัง” เธอถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะหน้าวัดไข้ เธอทำแบบนี้เสมอแม้จะรู้ว่ามันไม่เคยมีไข้เลยสักครั้งก็ตาม

“หนูจันทร์ฝันแปลก ๆ อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจริงมากเลยพี่มีน”

“ยังไงเหรอ”

“เธอคนนั้นบอกให้จันทร์เอาของไปคืนที่กำแพงแก้วนั่น เธอพูดแบบนั้นแล้วจันทร์ก็ตื่น” ผมเล่าความฝันเหมือนจริงครั้งนี้ให้พี่มีนตราฟัง เหมือนทุกครั้ง เธอมักเป็นคนแรกที่ผมคิดถึงเมื่อเกิดปัญหาอะไร นั่นทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือคนสำคัญของคุณหนูณจันทร์ วารีฬาลักษณ์ คนอื่นจึงพากันเกรงใจไปด้วย แม้สุดท้ายทุกคนจะยอมฟังเธอเพราะความสามารถของเธอเองก็ตาม

“เอาอะไรไปคืนล่ะ เกี่ยวกับอาการของหนูจันทร์ด้วยหรือเปล่า” สิ่งที่พี่มีนพูดทำให้ผมได้ขบคิดบางอย่าง ทุกครั้งแค่คิดว่าเป็นเพราะดูหนังดูซีรีส์มากไปเลยคิดเป็นตุเป็นตะ พอได้ฟังแบบนี้ถึงได้คิดต่อว่าไอ้ช่องว่างบนกำแพงแก้วนั่นคุ้นตามากจริง ๆ

“ไอ้ช่องว่างนั่นมันดูคุ้นตามากเลยพี่มีนแต่จันทร์จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน”

“ไม่เป็นไรค่อย ๆ คิดเดี๋ยวพี่จะลงไปหาอะไรมาให้กินนะ แล้วก็นี่สร้อยที่หนูจันทร์ทำตกในอ่าง” ผมรับสร้อยคอมาถือไว้ จี้ของสร้อยมีสองอันถึงจะไม่ใช่จี้เสียทีเดียวเพราะดูแปลกตาแต่สวยงามในเวลาเดียวกัน

ใช่! ช่องว่างนั่นกับจี้สองอันนี้เหมือนกันไม่มีผิด จี้นี่พ่อและแม่มอบให้เขาคนละอันก่อนตาย มันทำจากทองคำเป็นรูปคล้ายดอกไม้หกกลีบดูเหมือนดอกลีลาวดีแต่รอบเกสรกลับมีกลีบเล็ก ๆ ซ่อนอยู่อีก

“พี่มีน ของนี่แหละที่เธอบอกให้หนูจันทร์เอาไปคืน ต้องใช้แน่ พ่อแม่ก็เคยบอกไว้ให้เก็บดี ๆ ห้ามทำหายเด็ดขาด เมื่อถึงวันที่ต้องใช้ถึงจะรู้ว่าควรใช้ยังไง”

“หนูจันทร์แน่ใจแล้วเหรอ” พี่มีนตรารีบหมุนตัวกลับมานั่งเก้าอี้ข้างเตียงเหมือนเดิม หน้าตาตื่นเล็กน้อย เพราะพวกเราไม่เชื่อสิ่งลี้ลับแต่พอคิดอีกทีมันดูมีเค้ามีลางเลยอยากไปเคลียร์ให้รู้แล้วรู้รอดไป

“จันทร์แน่ใจ จันทร์จำถ้ำนั่นได้แม่นเลย จันทร์ต้องไปหาคำตอบที่นั่น”

“แล้วหนูจันทร์รู้เหรอว่ามันอยู่ที่ไหน” เออแหะ ผมลืมคิดไปเลยว่าเคยเห็นแค่ในฝันจะไปจริง ๆ ก็ต้องรู้ว่ามันคือที่ไหน ผมเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะเกิดความคิดบางอย่าง

“พี่มีนตามลุงเฉินให้จันทร์หน่อย จันทร์จะวาดรูปให้ลุงเฉินไปสืบว่ามันคือที่ไหน”

“ได้ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับแม่บ้านก่อนแล้วจะตามลุงเฉินให้ โอเคมั้ย หนูจันทร์ก็วาดรูปรอก่อนก็ได้”

ผมร่างรูปวาดอยู่เกือบชั่วโมง โชคดีที่ผมเรียนวาดรูป มันถึงออกมาเหมือนถ่ายจากกล้องแบบนี้ พี่มีนกลับขึ้นมาพร้อมถาดอาหารและลุงเฉิน พี่ชายของคุณทิวากรหรือก็คือพี่ชายพ่อผมนั่นแหละ หลังพ่อแม่ตายผมก็ได้ลุงเฉินดูแลมาตลอด ทั้งงานในบริษัท งานในบ้านล้วนมีลุงเฉินคอยตรวจตราดูแล ผมถึงได้ใช้ชีวิตเอาแต่ใจตนเองได้แบบนี้ ไม่ต้องเข้าบริษัทไม่ต้องบริหารงานยาก ๆ ผมแค่ต้องเป็นคุณหนูณจันทร์ไปเท่านั้น

“หนูจันทร์เป็นอะไรหรือเปล่า” ลุงเฉินถามเมื่อเห็นว่าผมกำลังนั่งโซ้ยข้าวต้มอยู่บนเตียง ปกติผมลงไปกินข้างล่างนะแต่เมื่อวานอาการบ้าบอกำเริบตอนนี้ไม่มีแรงจะเดิน พี่มีนเลยยกอาหารขึ้นมาให้

“ไม่ครับลุงเฉิน แค่อาการกำเริบเลยไม่มีแรง แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ จันทร์มีเรื่องอยากรบกวนคุณลุงสักหน่อย”

“พูดเลยครับไม่ต้องเกรงใจ ว่าไงลุงจะรีบไปทำให้เลย” ลุงเฉินก็ไม่ต่างจากพ่อกับแม่เพราะลุงเฉินรักและตามใจผมมาตลอด พ่อแม่ถึงวางใจใส่ชื่อลุงเฉินเป็นตัวแทนประธาน ผมเองก็รักลุงเฉินถึงไม่เคยคิดว่าลุงจะทรยศต่อความไว้ใจเหล่านี้

“จันทร์อยากให้คุณลุงช่วยหาสถานที่ในภาพวาดนี้ให้ครับ จันทร์อยากรู้ว่ามันคือที่ไหน”

“ได้ครับ อีกวันสองวันลุงจะมาบอกความคืบหน้าตอนนี้พักผ่อนก่อนเถอะ” เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วลุงเฉินรักและตามใจผมจะตายไป ไม่ว่าเรื่องอะไรแค่เอ่ยปากลุงจะรีบออกไปจัดการให้

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
44 فصول
โลกของคุณหนูณจันทร์
บทนำโลกของคุณหนูณจันทร์“ฮืออ…ร้อน จันทร์เจ็บ ๆ” วันนี้ของทุกเดือนผมมักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วตัวเหมือนตัวเองถูกต้มอยู่ในหม้อน้ำเดือด ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนพอจำได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด น่าจะอายุสักสิบสี่หรือเปล่านะ กลางฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกาที่เป็นหน้าหนาวแต่ผมกลับรู้สึกร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะขาดใจตายผมเลยต้องนั่งแช่น้ำเย็นจัดอยู่ในอ่างจากุซซีแบบนี้มาตลอด ถึงจะไม่หายแต่ยังพอบรรเทาได้บ้าง ผมหาหมอทุกคนที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ สำคัญคือมันไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมก็เช่นกัน…“หนูจันทร์เป็นยังไงบ้าง” พี่มีนตราเป็นเด็กที่พ่อแม่ผมอุปการะไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุสิบขวบ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้เธอรู้ใจ รู้ทุกอย่างในชีวิตของผมรวมถึงอาการนี้ด้วยพี่มีนมักจะมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ทุกเดือนไม่เคยขาด มันไม่ช่วยอะไรแต่เธอทำให้ผมรู้ว่าผมจะมีเธออยู่ข้าง ๆ ตลอด“พี่มีน จันทร์เจ็บจัง ฮึก…” ผมตอบพี่มีนไปพร้อมกับใช้น้ำแข็งที่พี่มีนหอบมาถูไปตามแขนแรง ๆ มันน่าแปลกผมปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนถูกต้มในน้ำเดือดแต่ร่างกายภายนอกของผมไม่มีร่องรอยอะไรเลยนอกจากจะปวดแสบปวดร้
اقرأ المزيد
เทวาลัยกุสุมาลย์
1เทวาลัยกุสุมาลย์“เป็นไงบ้างครับลุงเฉิน” ผ่านไปคืนเดียวลุงเฉินก็กลับมาพร้อมกับคำตอบที่ผมต้องการ ในมือถือรูปวาด บนรูปวาดมีดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน ตรงกลางมีทางเดินไปยังบัลลังก์แก้ว หลังบัลลังก์มีกำแพงแก้วสวย และลึกลับไปพร้อมกัน ผมเดาว่ากำแพงน่าจะเปิดได้“คิดว่ามันน่าจะเป็นเทวาลัยกุสุมาลย์ แต่ลุงคิดว่าไม่น่าจะมีใครเคยไป พรานคนหนึ่งบอกว่ามันคือตำนาน เป็นเทวาลัยในป่าลึกทางเหนือของประเทศ ไม่รู้ตอนนี้จะยังมีคนรู้ทางไปอยู่หรือเปล่า” ลุงเฉินเล่าข่าวที่ได้มาให้ฟัง ผมพยักหน้าให้ระหว่างฟังไม่คิดเลยว่ามันจะดูลึกลับแบบนี้ ชื่อนี้เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่รู้สึกจำไม่ได้อยู่ดีว่ามันคือที่ไหน ช่างมีประโยชน์จริง ๆ ความจำของผม“หนูจันทร์ยังจะไปอยู่เหรอ ไม่มีใครเคยไปเลยนะ” พี่มีนถามแล้วลุกเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับผม หยิบรูปที่ลุงเฉินวางไว้บนโต๊ะมาดู จะว่าไปจี้นี่ก็ได้มาจากพ่อแม่ ท่านสองคนน่าจะเคยไปมาก่อน ผมควรลองไปแอบอ่านไดอารี่ของแม่หน่อยจะดีกว่าเผื่อจะมีข้อมูลอะไร“จันทร์ต้องไปครับพี่มีน จำเป็นต้องไป”“งั้นพี่ไปด้วย พี่จะไม่ปล่อยให้หนูจันทร์ไปคนเดียวแน่ ๆ พี่เองก็จะลองช่วยหาดูว่ามีใครพอจะรู้เร
اقرأ المزيد
พันคีรี
2พันคีรีลุงเฉินใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็หาพรานไพลจนเจอ แต่พรานไพลนั่นตายไปเมื่อหกปีก่อนเหลือแต่ลูกชายที่พอจะรู้ทางอยู่บ้าง ตกลงกันอยู่นานพรานพงลูกชายพรานไพลก็ยอมตกลงนำทางให้พวกเรา นอกจากตกลงนำทางพรานพงยังมีข้อเสนอให้อีกอย่างว่าถ้าอยากเข้าป่าอย่างปลอดภัยให้ไปเชิญคนที่ชื่อพันคีรีร่วมทางด้วยในวงการหาของโบราณจากเทวาลัย วัง ปราสาทเก่า เมืองเก่า ชื่อพันคีรีนี้โด่งดังมาก ขึ้นชื่อเรื่องมากฝีมือ หน้าที่อย่างเดียวของเขาในการร่วมทางคือเฝ้าระวังคณะเดินทางเท่านั้น ผู้คนเรียกหน้าที่นี้ว่า ‘อารักษ์ขา’ ค่าตัวแพงหูฉี่ แต่เปอร์เซ็นต์การไปและกลับสูงกว่าการไปกันเอง พันคีรีคนนี้เลยมีคนไปเชิญวันละสามเวลานอกจากจะไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของเขาแล้ว ตัวตนก็เป็นความลับเหมือนกัน ไม่ว่าจะสืบหากันเท่าไรก็ไม่พบเจออะไร อายุ วันเดือนปีเกิด ไม่มีใครรู้เลย มีแค่ฝีมือเขาเท่านั้นที่เป็นที่ประจักษ์คนเล่าลือกันขนาดนี้ผมก็ต้องมีหวั่นไหวเพราะฉะนั้นเลยส่งคนไปทาบทามเขามาร่วมคณะแล้วถึงสองรอบ แต่เขาไม่แม้จะออกมาพูดคุยด้วยตนเอง ส่งลูกกระจ๊อกออกมาไล่คนของผมทั้งสองครั้ง ผมมันคนไม่ย่อท้อยิ่งไล่ผมยิ่งต้องการ ฮ่า ๆวันนี้ผมเลยมาเอ
اقرأ المزيد
ต้องเชื่อเท่านั้น
3ต้องเชื่อเท่านั้น“พี่มีน ช่วยลิสต์รายการสัมภาระให้จันทร์หน่อยได้มั้ย จันทร์จะไปร่างสัญญาจ้างงานของคีรี”“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปปรึกษาลุงเฉิน อย่างไงซะคนเตรียมของก็คือพี่ ไม่รู้ลุงเฉินหาคนไว้กี่คนจะได้เตรียมของให้พอกับจำนวนคน” คนสวยของผมใจดีเสมอจริง ๆ ไหว้วานอะไรไม่เคยขัด จัดให้ตลอด ผมคิดว่าหลังจัดการหนังสือจ้างงานชั่วคราวนี่เสร็จจะไปคุยกับพรานพงสักหน่อย ไม่รู้ว่าการเดินทางนี้ใช้เวลากี่วันเราจะได้จัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มยารักษาโรคไปให้พอดีนอกจากคุยกับพรานพงแล้วผมยังต้องไปรายงานนายท่านคีรีที่บ้านของเขาอีก ช่างเป็นช่วงฉุกละหุกจริง ๆ เหมือนทุกอย่างอยู่ในช่วงเวลารีบเร่ง“นายท่านรอคุณอยู่ข้างใน เชิญ” ผู้ชายคนเมื่อคราวก่อนเปิดประตูรั้วรอตั้งแต่ผมยังไม่ทันได้จอดดีเสียด้วยซ้ำ เหมือนเขารู้ว่าผมจะมา พอปิดประตูรถเสร็จก็เดินตามเขาเข้าไปในบ้านพันคีรีนั่งรอผมอยู่กลางห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ห้องคราวก่อนที่ผมเข้าไป ห้องนั่งเล่นเป็นกระจกทุกด้าน ถึงจะมีแดดส่องแต่ก็ถูกต้นไม้บดบังไม่มีแสงแดดพาดผ่านตัวบ้านเลย ทั้งยังเย็นสบายจนน่าแปลกอีกต่างหากต้องเป็นเพราะในบ้านทาสีกันความร้อนแน่“ไหน รายการสัมภาระ” เขาว่าด้ว
اقرأ المزيد
ออกเดินทาง
4ออกเดินทางฝนตกตามที่คีรีบอกสองวันติด สงสัยเขาจะดูพยากรณ์อากาศมา อีกสี่วันถัดมาจึงเป็นวันออกเดินทาง พวกเราเริ่มออกเดินทางจากเมืองหลวงช่วงเย็นของวัน กะไว้ว่าคงถึงจุดหมายช่วงเช้ามืดวันพรุ่งนี้ขณะยกกระเป๋าขึ้นรถ ก็มีรถสองคันขับเข้ามาในบริเวณบ้าน คันหนึ่งผมจำได้แม่นเลย ปริมมาจริง ๆ ผมอุตส่าห์ไม่บอกวันเดินทางหมอนี่รู้ได้ไงว่าเราเดินทางกันตอนเย็น ส่วนรถเล็กขับเคลื่อนสี่ล้อหรือที่คนชอบเรียกว่าออฟโรดคันนั้น ไม่แน่ใจเลยว่าเป็นรถของใคร แต่ถ้าให้เดาก็ไม่ยากเท่าไร น่าจะเป็นคนที่เรียกตนเองว่าอารักษ์ขาคนนั้น“ปริม มาทำไม”“ก็บอกแล้วไงว่าปริมจะไปด้วย” ปริมยักคิ้วแล้วยกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ลงจากรถสปอร์ตคันโปรด แบกเป้เดินไปหาพี่มีนตรงออฟโรดคันสีขาวเงา พี่มีนหันมามองผมเหมือนกำลังจะถามว่าจะให้จัดการอย่างไรถึงไล่ปริมก็ไม่ไปผมยักไหล่สองข้างอย่างจนใจ เธอเลยเปิดประตูรถให้เขาเก็บเป้เดินทางไว้ในรถ ครู่เดียวคีรีเดินลงจากรถฝั่งข้างคนขับ สองเท้าก้าวออกไปอัตโนมัติ เดินมาครึ่งทางก็เจอคีรียืนอยู่ตรงหน้า“พร้อมหรือยัง”“ครับ คนของผมก็เตรียมพร้อมแล้ว รอคีรีคนเดียว”“งั้นก็ไปเถอะ ผมจะตามอยู่หลังสุด” คุยกับนายท่านอารักษ
اقرأ المزيد
ป่าดิบ
5ป่าดิบออกจากหมู่บ้านพรานพงมาแค่ห้านาทีท้องฟ้าพากันครึ้มโดยไม่ได้นัดหมาย ฟ้าแบบนี้ไม่มีทางที่ฝนจะไม่ตกอย่างแน่นอน ทุกคนต่างหันหน้ามองกัน จากนั้นจึงหันไปมองคีรีที่อยู่ในรถคันหลังสุด ระยะทางสี่สิบกิโลเมตรแต่ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเพราะทางขรุขระเกินจะบรรยายได้ ผมนึกว่าไส้จะออกมากองกันข้างนอกซะแล้วจากที่ผมตามอยู่รองสุดท้าย พอออกจากหมู่บ้านต้องขึ้นมาเป็นคันแรก เพราะคนรู้ทางมีแค่พรานพง ในที่สุดพรานพงก็พูดคำพูดที่ผมรอคอยมานาน “ถึงแล้ว”“โอ้โห พื้นผิวพระจันทร์หรือไงเนี่ย” ปริมร้องออกมา เมื่อรถหยุดลงตรงสุดเขตถนนที่รถจะสามารถแล่นไปได้“พี่มีนไหวมั้ย” ผมถามพี่มีนที่ลงมายืนบิดตัวเบา ๆ อยู่ตรงประตูรถ ส่วนตัวผมบิดตัวครั้งใหญ่เมื่อยจนไม่รู้จะเมื่อยอย่างไร ปกติไปไหนมาไหนใช้เครื่องบินพอต้องนั่งรถไกลแบบนี้ ผมรู้สึกเพลียล้า เหมือนจะไข้ขึ้น“สบายมาก พรานพง เราจะเอายังไงต่อ”“เดี๋ยวให้ทุกคนยืดเส้นยืดสายสักสิบนาที ช่วยกันขนสัมภาระแบ่งหน้าที่แล้วค่อยเดินเท้าต่อ” เธอพยักหน้าให้พรานพง จากนั้นเดินไปสั่งงานหัวหน้าทีมทั้งสองทีมต่อ แม้จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในคณะ แต่ด้วยความสามารถของเธอจึงไม่มีใครกังขาพี่เก็
اقرأ المزيد
ผาร้อยศพ
 6 ผาร้อยศพ   ปริมรีบเข้ามาช่วยจับแขนบังคับให้ผมยืนนิ่ง ความขนลุกขนพองนี่ทำเอาผมยืนนิ่งไม่ได้เลย “ทากดูดเลือดน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เอาออกให้ ปริมจับหนูจันไว้” แม้จะไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรแต่ก็ทำผมขยะแขยงอยู่ดี ยิ่งรู้ว่ามันกำลังดูดเลือดก็ยิ่งน่าขยะแขยงไปใหญ่ ปริมจับไหล่พี่มีนก็ควักเอาสเปรย์แอลกอฮอล์ในกล่องปฐมพยาบาลมาฉีดไปที่หลังคอ ไม่นานพี่มีนก็ดึงทากตัวเป้งออกมาโชว์ซึ่งผมไม่ได้อยากเห็นเลย ขนลุกจริง ๆ “ระวังกันด้วยน่าจะมีทากเยอะ” พี่มีนตะโกนบอกทุกคนให้ระวังรอบตัว ป่าชื้นแฉะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยชุกชุม ลูกทีมพากันหันมองรอบตัวระแวดระวัง “รีบไป ข้างหน้าค่อยหาที่พัก” คีรีบอกพรานพง เขาพยักหน้ารับคำนายท่านอารักษ์ขาข้างหลัง รีบพาพวกเราเดินไปจากแอ่งน้ำให้เร็วที่สุด “แวะพักที่นี่ ดูตัวเองก่อนว่ามีทากดูดเลือดเกาะอยู่หรือเปล่า อีกเดี๋ยวค่อยเดินทางต่อ อีกไม่ไกลก็ถึ
اقرأ المزيد
สงสัย
 7 สงสัย   ลงจากผาเป็นรองสุดท้าย ผานี้ไม่ได้ลงง่ายอย่างที่คิดเลย ค่อย ๆ ไต่ลงก็ยังสงสัยว่าทำไมคีรีกับพรานพงลงไปได้เร็วขนาดนั้น นี่เกือบสิบห้านาทีผมยังลงไม่ถึงข้างล่างเลย “พี่มีน” เสียงของผมดังในความมืดสงัดเกือบจะตีสี่แล้ว ตอนนี้แม้แต่เสียงนกร้องก็ไม่มี “หนูจันเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมได้ยินเสียงพี่มีนมาจากด้านหลัง คิดว่าคงอีกไม่นานก็ถึงเพราะเสียงนั้นอยู่ใกล้มากแล้ว แปลก...ผมได้ยินเสียงกุกกักข้างบน เงยหน้าไปก็เห็นแมลงตัวโตใหญ่กว่ากำปั้นตนเองเสียอีก มันไต่ลงมาตามเชือกกึ่งเร็วกึ่งช้า ถามว่ามืดขนาดนี้เห็นได้อย่างไร พอพี่มีนตอบเธอก็ฉายไฟมาที่เชือก ทำให้ผมเห็นสิ่งนั้นไปด้วย รูปร่างคล้ายด้วงกวาง บนปีกไม่ได้เงาวาวเหมือนด้วงกวางกลับขรุขระ ไม่เรียบ ขาทั้งหกยาวไม่ต่างจากขาแมงมุม สองขาหน้าใหญ่กว่าสี่ขาหลัง ผมพบว่าบนขาของมันมีหนามเล็ก ๆ อยู่ ปากเหมือนปากตั๊กแตนแ
اقرأ المزيد
เหตุผลที่ควรรีบลงผา
 8 เหตุผลที่ควรรีบลงผา   “คีรี ผมมีเรื่อง...” ผมตั้งใจจะถามเขาเรื่องรีบลงผา แล้วก็เรื่องแปลกที่สงสัย ทำไงได้คนไทยขี้สงสัยชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน “จันยังไม่นอนอีกหรอ” ยังไม่ทันได้ถามปริมก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผมเลยพับเก็บโครงการนี้ไว้ก่อน “มีโอกาสค่อยคุย คุณพักผ่อนเถอะ รีบทำแผลด้วยล่ะ” พอเห็นปริมเดินมา คีรีก็ปลีกตัวออกไป ผมสับสนนิดหน่อยเหมือนเขาอยากหลบเลี่ยงคนอื่น ไม่ยอมเข้าใกล้หรือพูดคุยกับใคร เขาพูดน้อยจนในบางครั้งเหมือนพูดไม่ได้ พี่มีนหันมองผมยักไหล่ให้แทนคำถาม มองตามเขาก้าวไปไม่กี่ก้าว “แปลกจริง ๆ นั่นแหละแต่คุณคีรีดูคุยกับหนูจันเยอะกว่าคนอื่น บางทีเป็นฝ่ายเข้ามาคุยเองด้วยซ้ำ” ผมขมวดคิ้วจนรู้สึกได้ว่ากลางหน้าผากมีรอยย่น พี่มีนยกกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ข้าง ๆ “จันบาดเจ็บหรอ” กลับมาถึงปริมก็เบิกตาโตถามผมเสียงต
اقرأ المزيد
พลัดหลง
 9 พลัดหลง   ผมเพิ่งได้สังเกตว่าป่านี้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินด้วยซ้ำ นอกจากต้นไม้สูงจะบดบังแสงแดดแล้ว บนต้นไม้พุ่มสูงยังถูกปกคลุมด้วยมอสส์และเฟิร์น ห้อยระโยงระยางบดบังแสงแดดจ้า ทำให้เห็นเพียงแสงสว่างแต่ไม่เห็นแสงอาทิตย์ พื้นที่ป่าทับถมกันไว้ด้วยซากพืชหลายชนิด ผมคิดว่าในป่าคงเป็นแบบนี้เสียส่วนใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างชื้นแฉะหมอกจึงลงมากเป็นพิเศษ ยิ่งเดินลึกเข้าไปทัศนวิสัยในการมองเห็นยิ่งแย่ลง “เดินใกล้กันไว้ ระวังคนข้าง ๆ ด้วย อย่าให้พลัดหลงกัน” คีรีตะโกนมาจากทางด้านหลังให้เราระวังตัว หมอกลงหนักหากไม่ระวังให้ดีมีโอกาสพลัดหลงกันได้ง่ายมาก ผมขยับไปเดินชิดพี่มีนกลัวว่าจะพลัดหลง สายตามองไปอย่างระแวดระวัง หาทางหนีทีไล่ไว้เผื่อ “หนูจันยืนเฉย ๆ” พี่มีนใช้เชือกมัดรอบเอวผมไว้ให้อยู่ใกล้กับเธอไว้ป้องกันพลัดหลง เราเดินกันเงียบ ๆ ไปได้สักครู่ดูเหมือนหมอก
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status