มนตราแห่งรัก

มนตราแห่งรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-26
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
104Bab
322Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ขับขานบทเพลงแห่งสายใยรัก สัมพันธ์สลักรักมิห่างหาย ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ก็มิคลายรักเราพรากจากกัน

Lihat lebih banyak

Bab 1

เผ่าปักษา

                                                                           第1集

ย้อนกล่าวไปถึงตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันมาเกี่ยวกับเจ้าแห่งผู้ปกครองทั้งสามภพ ไม่ว่าในนิทานปรัมปราเอาไว้เล่าให้ลูกหลานที่ต้องการความตื่นเต้น และอยากเก่งกาจดั่งผู้ที่เอ่ยนาม ด้วยคำร่ำลือว่าทั้งเก่งกาจ ดุดัน และเป็นเจ้าเหนือเซียน แถมด้วยรูปโฉมดั่งเทพผู้สร้างรังสรรค์ให้เป็นหนึ่งหามีสองไม่ นั่นยิ่งทำให้การเล่าขานสืบต่อมานานยิ่งนาน จวบจนพันปีผ่านไปคำเหล่านี้ก็มิได้จางหายกลับยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

"องค์หลิงไท่นั้นกล่าวกันว่าปราบผู้เป็นฝ่ายอธรรมล้างบางจนไม่เหลือซาก"

"เดี๋ยวนะอาจารย์ผู้เฒ่าหากไม่เหลือซากแล้วเหตุใดพวกเรายังต้องร่ำเรียนวิชาพวกนี้เพื่อปราบอธรรมกันอีกเล่า"เป็นฮุ่ยเหอรัชทายาท ผู้ที่มีข้อโต้แย้งและช่างสงสัยในทุกๆเรื่องขมวดหัวคิ้วถาม เจ้าแมวหน้าบู้ตัวขาวอ้วนพีเงยหน้าขึ้นจากการหลับใหลอยู่ข้างกายยื่นขาข้างซ้ายยืดออกมาค่อยๆกางเล็บออกจนเห็นปลายแหลมบรรจงใช้เล็บแหลมคมจิกลงบนต้นขาเล็กที่นั่งซุกอยู่ใต้โต๊ะเรียน

"โอ๊ยยยยย!!ไป๋อวี้เป็นเจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"หลังจากนั้นคนและแมวก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าศิษย์ที่มาเล่าเรียนในสำนักและอาจารย์เอี้ยอวิ๋นอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนองค์ชายน้อยจะมิยินยอมให้ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไล่กวดกวาดต้อนกันจนถึงกองก้อนหินที่ตกแต่สวนเอาไว้ความวิจิตรหาได้ทำให้หนึ่งคนหนึ่งแมวซาบซึ้งกับความงดงามนั้นไม่ กระทั่งฮุ่ยเหอก้าวกระโดดแล้วเหยียบพลาดร่างร่วงหล่นลงบนพื้นจะว่าสูงก็มิเชิงต่ำเตี้ยก็มิใช่ ร่างเล็กถึงกับนอนสลบไสลไม่ได้สติร้อนถึงคนที่วิ่งไล่ตามเพื่อรักษาความปลอดภัยหนึ่งในนั้นคือเหลียงเฟยที่มาช้าเพียงครึ่งก้าว

"องค์ชายน้อย!!"ทุกคนเข้ามามุงตัวพลิกร่างกลับมานอนหงายแต่ร่างเล็กกลับนิ่งเงียบไปเสียแล้ว ทุกคนลืมใส่ใจแมวหน้าบูดที่สายตาเป็นประกายและจางหายไปอย่างช้าๆ

"อี๋ซู!!!เจ้ากล้าโขมยเปาเซียนอีกแล้วนั่นจะนำถวายท่านหลิงไท่นะ พรุ่งนี้จะมีพิธีบวงสรวงเจ้ารู้หรือไม่"หญิงร่างอวบใบหน้าเหี่ยวตามวัยโวยวายขึ้นจากห้องครัวตามติดด้วยเสียงตุ๊บตั๊บจากการวิ่งไล่คนร่างเล็ก เนื้อตัวมอมแมมจากการซุกซนไปทั่วยามนี้เด็กน้อยที่คนเอ่ยนามอี๋ซูอายุย่างเข้าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันปี หากเทียบกับมนุษย์บนโลกแล้วก็ปาเข้าไปในวัยหนุ่มอายุสิบเจ็ดสามารถออกไปท่องยุทธภพเพื่อเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตตามวิถีผู้กล้าได้แล้วแต่คนผู้นี้กลับซุกซนราวเด็กน้อยเขาคือนายน้อยอี๋ซูเป็นบุตรที่เกิดจากสนมผู้หนึ่งของเจ้าแห่งผู้ปกครองเผ่าปักษาด้วยภพที่กล่าวมาผู้ที่ปกครองเหนือทุกเผ่าที่ดำรงค์อยู่คือเผ่าสวรรค์ รวมโลกมนุษย์และโลกเซียนและผู้ที่เป็นเจ้าเหนือภพพระนามว่า หลิงไท่ ผู้ที่ยามดีดุจพ่อผู้อ่อนโยนปกป้องบุตรให้พ้นภัยแต่ยามที่กราดเกรี้ยวหาผู้ใดกล้าเข้าใกล้ไฟร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกผู้นามที่เผลอเข้าใกล้ให้ดับสูญจนมิเหลือซากเป็นเพราะอี๋ซูเป็นบุตรเกิดจากเมียปลายแถวที่มิได้รับการโปรดปราณจึงถูกชุบเลี้ยงโดยบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงแทนนางที่ทนการกลั่นแกล้งไม่ไหวจากไปด้วยวัยที่ยังสาวสะพรั่งทิ้งบุตรน้อยวัยสามเดือนให้ผู้อื่นคอยดูแล และเป็นเพราะเม่ยกู๋นั้นนางมิได้เป็นที่โปรดปราณจึงถูกกลั่นแกล้งจากเจิ่งหวาซึ่งเป็นเมียเอกของฮั่วซุน และเหล่าเมียรองอีกสามคนร่างบางปราดเปรียวมือหนึ่งถือเปาสีขาวลูกโต อีกมือก็ถือลูกท้อสีสดเอาไว้ปากคาบขนมอีกชิ้นวิ่งหนีเลี้ยวลดไปมากันมิให้เซิ่งหนิงแม่ครัวที่เลี้ยงดูเขาแทนมารดาไล่ตามทัน

"อี๋ซูถ้าเจ้าไม่หันมาเย็นนี้เจ้าอดข้าวมื้อเย็นแน่"เซิ่งหนิงตวาดเสียงดังยืนหอบเพราะแบกน้ำหนักตัวมากเอาไว้ สองมือเท้าเอวใบหน้าถมึงทึงอี๋ซูพอได้ยินดังนั้นก็หยุดเท้าจนหน้าคะมำรีบหันกลับไปทันที

"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน เซิ่งหนิงเจ้าจะใจร้ายกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ"อี๋ซูโวยวายก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าแม่เฒ่าทันที

"เจ้ากล้าต่อรองกับข้าหรืออี๋ซู"

"มิกล้าๆแต่ว่าแค่เปาสองลูกเซิ่งหนิงไยต้องหวงมากขนาดนี้ด้วยล่ะข้าหิวนี่นา"น้ำเสียงออดอ้อนเข้าไปคลอเคลียคนตัวโตจึงใจอ่อนน้ำเสียที่ใช้จึงนุ่มลงด้วยเช่นกัน

"เจ้านี่นะอย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองจะได้หรือไม่ นี่ถ้านายหญิงรู้เข้าละก็ใช่เพียงแต่งดข้าวเย็นเท่านั้นเจ้ายังต้องไปดูแลโรงนกอีกรู้หรือไม่"เซิ่งหนิงบ่นสองมือใหญ่ปัดสิ่งเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้าอี๋ซูออกให้

"ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้วน่าโอ๊ยเซิ่งหนิงเจ้าเบามือได้หรือไม่"

"ยังจะให้ข้าเบามือนี่ไปซุกซนที่ใดกันแน่ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้เศษดินเศษใบไม้ถึงได้มากมายขนาดนี้"เซิ่งหนิงบ่นเบาๆ

"จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไปข้ามีอะไรจะอวดเจ้าด้วย"อี๋ซูค่อยๆล้วงของบางสิ่งออกจากอกเสื้อตัวเองจากนั้นก็ยกขึ้นชูอวดต่อสายตา

"หา!!นี่เจ้ากล้าขโมยไข่นกหงส์ไฟเชียวรึเอาไปเก็บที่เดิมเดี๋ยวนี้ ไม่กลัวตายหรือยังไง"

"ไม่ๆข้าไม่ได้ขโมยนะใครจะเข้าไปในเขตหวงห้ามนั่นได้ง่ายๆกันเล่า"อี๋ซูรีบปฎิเสธ

"อย่าริเป็นเด็กพูดปดเจ้าบอกมาว่าไปเอามันมาได้อย่างไร"เซิ่งหนิงไม่ยอมอ่อนข้อให้

"เจ้าดูดีๆสิสีมันเหมือนไข่ของนกหงส์ไฟตรงไหน"อี๋ซูยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าเซิ่งหนิงอีกครั้งคราวนี้นางถึงกับตาโต เพราะไข่ที่ว่าบางครั้งเป็นสีแดง บางครั้งกลายเป็นสีชมพูม่วง และขาวสลับกันไป

"เป็นไปไม่ได้!"

"อะไรที่เป็นไปไม่ได้ข้าแค่เห็นมันตกอยู่ตรงใต้ต้นไม้ตรงทางเข้ามายังเขตของเผ่าเราอีกอย่างข้าหาดูแล้วหาดูอีกจนมั่นใจว่ามันไม่ได้ตกลงมาจากรังนกแถวนั้นแน่นอนข้าเลยเก็บมันมา"อี๋ซูครั้งแรกนึกสนุกแต่พอเห็นใบหน้าตกใจบวกกับสีหน้าที่จริงจังนั่นทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองจะถูกลงโทษหรือไม่น้ำเสียงที่เอ่ยจึงอ่อนอ่อย

"เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้ไปลักขโมยมา"

"นี่เซิ่งหนิงถึงข้าจะเกเร แต่ข้าไม่เคยพูดปดหรือลักขโมยของผู้ใดนะข้าเก็บมันได้จริงๆ"เขาเริ่มโมโหเป็นนางที่เลี้ยงดูเขามาแต่เล็กเหตุใดจึงไม่เชื่อในวาจาของเขากันเล่า

"ข้ารู้แล้วเอาเถอะๆในเมื่อเจ้าเก็บได้ก็รักษามันเอาไว้ให้ดี แล้วอีกอย่างอย่าให้ผู้ใดเห็นมันเด็ดขาดเจ้าเข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่ มิเช่นนั้นมันจะเป็นภัยสำหรับเจ้า"

"ข้าเข้าใจแล้ว"เซิ่งหนิงหมดความสนใจในเปาสองลูกนั่นดวงตาเลื่อนลอยดุจคนใช้ความคิดเดินจากไป ทิ้งให้อี๋ซูเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ

"เป็นอะไรของเขากันแน่"อี๋ซูบ่นแล้วก้มลงมองไข่อีกครั้งจากนั้นเขาเก็บมันเข้าอกเสื้อตัวเองอีกครั้ง จับเอาเปาเข้าปากเดินกินไปเต้นไปยังไม่ทันเอาเข้าปากจนหมดก็ถูกตบหลังเสียงดังเปาที่กำลังกลืนหลุดลงไปติดอยู่ในลำคอ เจ้าตัวต้องทุบอกตัวเอง

"แค่กๆ อึก แค่กๆ "

"ข้าขอโทษๆ เจ้าคายออกมาสิคายออกมาเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกตายหรอก"เสียงร้อนอกร้อนใจจากด้านหลังเป็นเสียงชายหนุ่มรุนคราวเดียวกัน ใบหน้าตอบนิดๆไม่ได้น่าเกลียดจนดูไม่ได้รีบบอกสองมือลูบหลังบางไปมาด้วยความตกใจ

"อย่าห่วงกิน  คายออกมาเดี๋ยวนี้"อี๋ซูไม่ยอมคายมันออกซ้ำยังพยายามกลืนก้อนเปาเข้าไปให้หมด ปาไช่ต้องรีบวิ่งไปเอาน้ำมาส่งให้ถึงปากคอยลูบหลังให้ทุกอย่างลงท้อง

"เจ้า..เจ้า..เจ้าจะฆ่าข้าหรือยังไง"อี๋ซูตวาดหน้าที่แดงบัดนี้กลับกลายเป็นสีเดิมแล้ว

"ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไปขโมยอะไรจากในครัวมากินอีกแล้ว"ปาไช่บ่นเบาๆ

"ข้าไม่ได้ขโมย"

"จริงหรือ?ข้าเห็นเซิ่หนิงวิ่งไล่เจ้าจนพื้นดินสะเทือน"

"ข้าก็แค่ชิมดู"

"เฮอะ!!อย่างเจ้าน่ะหรือจะชิมแล้วนี่มีส่วนแบ่งข้าหรือไม่"อี๋ซูยื่นเปาอีกลูกที่เหลือให้แต่ปาไช่ทำหน้าแหยเปาในมือมีสีดำด่างไปทั่ว หนำซ้ำยังมีผิวที่เปียกจากน้ำโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นน้ำลายของอี๋ซูหรือน้ำที่เขาตักมาให้ดื่มกันแน่

"เอ่อ ขอบใจ ข้าว่าข้าอิ่มแล้วจะดีกว่า"อี๋ซูหน้าตึง

"ข้าอุตส่าห์นำมาเผื่อเจ้าแต่เจ้ากลับบอกว่าอิ่มไม่นึกเลยใช่หรือไม่ว่าข้าเกือบถูกเซิ่งหนิงตีแล้ว"

"ข้าขอโทษๆแต่ข้าอิ่มจริงๆ" อี๋ซูถอนหายใจ มองเปาในมือแล้วต้องยิ้มออกมา

"ข้าว่า เป็นข้าก็อิ่มฮ่าๆๆๆๆ"ปาไช่หน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งมองเพื่อนที่อ้าปากกว้างหัวเราะ

"เจ้านี่จริงๆเลยให้ตายสิ"สองคนต่างกอดคอกันเดินกลับไปที่พักเซิ่งหนิงหลังจากปล่อยอี๋ซูจากไปพร้อมเปาแล้วก็เดินใจลอยกลับมาในห้องครัวในใจเหน็บหนาวยิ่งนัก ภาพไข่ที่อี๋ซูยื่นมาให้ดูยังติดตามิรู้ลืม

"เซิ่งหนิงแม่เฒ่าเซิ่งหนิง"บ่าวในครัวเรียกซ้ำหลายครั้งจนต้องแตะข้อมือให้รู้ตัว

"ว่าอย่างไร"

"เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ"

"ไม่เป็นไรว่าแต่เรียกข้ามีเรื่องอันใด"

"นายหญิงเรียกเจ้าค่ะ"เซิ่งหนิงรู้ทันทีว่าเรียกนางไปด้วยเรื่องอันใดกันแน่

"ข้ารู้แล้วพวกเจ้าไปเตรียมอาหารเถอะดูดีๆอย่าให้ขาดตกบกพร่องไป"

"ข้ารู้แล้ว"เซิ่งหนิงเดินเข้าไปยังตำหนักปักษาด้วยท่าทียังไม่ปรกติมากนัก

"นายหญิง"

"เซิ่งหนิง เจ้าเห็นเจ้าลูกกระต่ายแสบนั่นหรือไม่"

"มิเห็นเจ้าค่ะนายน้อยอี๋ซูคงออกไปซุกซนตามประสา"

"ข้าไม่เข้าใจจริงๆเหตุใดนายท่านจึงยังเก็บมันเอาไว้ให้อับอายสกุลอีก"นายตบโต๊ะตบเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ

เซิ่งหนิงไม่ได้ต่อคำได้แต่ก้มหน้านิ่ง

"ให้คนไปตามมันมาหาข้าเดี๋ยวนี้พรุ่งนี้ข้ากับนายท่านและ เลี่ยงเอ๋อร์จะขึ้นไปถวายพระพรองค์หลิงไท่

ข้าจะให้มันไปจับนกหงส์ไฟมาเพื่อเป็นของถวาย"

"ตะ..แต่ว่ามันอันตรายมากนะเจ้าคะหากว่าหงส์ไฟโตเต็มวัยจับได้นายน้อยมิต้องเสี่ยงภัยรึเจ้าคะ"เซิ่งหนิงตกใจละล่ำละลัก

"ชีวิตมันไยต้องนับไปตามมันมาเดี๋ยวนี้"เซิ่งหนิงน้ำตาคลอเบ้านึกน้อยใจในโชคชะตาแทนเด็กน้อยที่ตนเองเลี้ยงมา ให้นับกระไรได้นายน้อยของนายมิใช่ลูกบ่าวในจวนเสียหน่อยถึงแม้ว่ามารดาของเขามิได้เป็นที่โปรดปรานแต่ก็ถือว่ามีศักดิ์เป็นคุณชายน้อยแล้วเหตุใดชะตาจึงย่ำแย่ไปยิ่งกว่าลูกบ่าวไพร่กันเล่าเพียงแค่คิดนางก็อดทดท้อในใจมิได้

“โธ่ นายน้อยอี๋ซู”

“เพ้ย! จะมาคร่ำครวญอะไรของเจ้า มันไม่มีค่าพอที่จะมาอยู่ในเผ่าในตระกูลของเราด้วยซ้ำ”นายหญิงถึงกับตวาดเสียงดัง เซิ่งหนิงได้แต่ก้มหน้าคุกเข่าลง

“นายหญิงเจ้าคะ ให้อภัยนายน้อยเถอะเจ้าค่ะ การจับหงส์ไฟมิใช่เรื่องง่าย หาก..หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น จะรายงานนายท่านเช่นไรเจ้าคะ”

“ตายก็ตาย แค่ชีวิตเดียว แถมยังไร้ค่าถึงปานนี้ปล่อยให้ไปตามพรหมลิขิตเถอะ”นางสะบัดแขนเสื้อเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องยกมือขึ้นหยิบจอกชาขึ้นสูดดมแล้วแย้มยิม

“เจ้าเองก็เถอะ อย่านึกว่าเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ ถ้าถือดีข้าจะขายเจ้าออกไปเป็นทาสขับไล่ออกจากเผ่าเสียดีหรือไม่”นางเอ่ยเสียงเรียบ เซิ่งหนิงสะอื้นในอก

“ขออภัยเจ้าค่ะ”เจิ่งหวาได้ยินก็เพียงยกมือโบกไล่โดยไร้เสียง แม่ครัวเฒ่าได้แต่ก้มหน้าเดินออกจากห้องไป

“นายน้อยหนอนายน้อย เหตุใดโชคชะตาจึงโหดร้ายกับท่านนัก สรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”นางได้แต่รำพึงขณะเดินกลับไปยังโรงครัว ในใจก็นึกถึงไข่ใบนั้นที่อยู่ในมือของอี๋ซู

“ช่างเถอะ ล้วนแล้วแต่สวรรค์ลิขิต นายหญิงเม่ยกู๋ได้โปรดคุ้มครองนายน้อยอี๋ซูด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ได้พบเจอเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้เลยนะเจ้าคะ”นางทำได้เพียงวอนขอเท่านั้น เสียงหัวเราะของอี๋ซูและป่าไช่ดังแว่วมาให้นางได้ยินจึงถอนใจอีกครั้ง

“แม่เฒ่า แม่เฒ่า รีบเข้าเถอะ คุณหนูกับนายหญิงใหญ่รีบให้เราปรุงอาหารและของว่างไปโดยด่วนเจ้าค่ะ”

“ข้ารู้แล้วๆ พวกเจ้าไปเตรียมวัตถุดิบมาเถอะ ข้าจะได้รีบปรุงให้ ถ้านายน้อยอี๋ซูมา ก็แบ่งเอามื้อกลางวันให้แก่เขาด้วย อย่าลืมเสียล่ะ”

“เจ้าค่ะๆ”แน่นอนว่า เรื่องราวคงไม่ง่ายดายปานนั้น เพราะพวกบ่าวในจวนล้วนแต่เป็นคนของนายหญิงใหญ่ไปเสียสิ้น

รอยลมระแผ่วแนวไผ่

อาลัยลมลู่จางหาย

เสียงสะอื้นจากลมแผ่วย่างกราย

คล้ายละอายเพราะจางหายไร้ร่องรอย

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
104 Bab
เผ่าปักษา
第1集ย้อนกล่าวไปถึงตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันมาเกี่ยวกับเจ้าแห่งผู้ปกครองทั้งสามภพ ไม่ว่าในนิทานปรัมปราเอาไว้เล่าให้ลูกหลานที่ต้องการความตื่นเต้น และอยากเก่งกาจดั่งผู้ที่เอ่ยนาม ด้วยคำร่ำลือว่าทั้งเก่งกาจ ดุดัน และเป็นเจ้าเหนือเซียน แถมด้วยรูปโฉมดั่งเทพผู้สร้างรังสรรค์ให้เป็นหนึ่งหามีสองไม่ นั่นยิ่งทำให้การเล่าขานสืบต่อมานานยิ่งนาน จวบจนพันปีผ่านไปคำเหล่านี้ก็มิได้จางหายกลับยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"องค์หลิงไท่นั้นกล่าวกันว่าปราบผู้เป็นฝ่ายอธรรมล้างบางจนไม่เหลือซาก""เดี๋ยวนะอาจารย์ผู้เฒ่าหากไม่เหลือซากแล้วเหตุใดพวกเรายังต้องร่ำเรียนวิชาพวกนี้เพื่อปราบอธรรมกันอีกเล่า"เป็นฮุ่ยเหอรัชทายาท ผู้ที่มีข้อโต้แย้งและช่างสงสัยในทุกๆเรื่องขมวดหัวคิ้วถาม เจ้าแมวหน้าบู้ตัวขาวอ้วนพีเงยหน้าขึ้นจากการหลับใหลอยู่ข้างกายยื่นขาข้างซ้ายยืดออกมาค่อยๆกางเล็บออกจนเห็นปลายแหลมบรรจงใช้เล็บแหลมคมจิกลงบนต้นขาเล็กที่นั่งซุกอยู่ใต้โต๊ะเรียน"โอ๊ยยยยย!!ไป๋อวี้เป็นเจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"หลังจากนั้นคนและแมวก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าศิษย์ที่ม
Baca selengkapnya
ผจญภัย
第2集ปาไช่มองเจ้านายที่กลายเป็นเพื่อน ด้วยเพราะถูกบ่าวไพร่เลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่ยังเล็กเพราะความเอ็นดูปนเวทนาสงสารในโชคชะตาของคนที่เป็นถึงลูกชายของหัวหน้าเผ่า ตัวเขาเองเป็นลูกของบ่าวในนี้เช่นกันแต่กำพร้าพ่อแม่ ดังนั้นทั้งคู่จึงจับคู่กันมาตลอด ตัวเขานั้นสูงใหญ่ด้วยวัยสิบเจ็ด แต่เพื่อนเขากลับดูราวกับเด็กวัยยังไม่พ้นสิบห้าเสียด้วยซ้ำไป ใบหน้าขาวใสเรียวงดงาม เขาลือกันว่าอี๋ซูหน้าเหมือนมารดาของเขายิ่งนัก ยิ่งจุดเด่นคือนัยตาสีสนิมกลมโตนั่น หากได้จ้องลึกลงไปดุจดั่งต้องมนต์แล้วยากจะถอนตัว เรือนร่างเล็กบางปราดเปรียวซุกซนหาเรื่องเจ็บตัวไม่ว่างเว้น หากเอาตัวรอดได้เสียทุกครั้งไป คราวนี้ก็เช่นกันทั้งคู่นั่งใช้กิ่งไม้เรียวยาวตีบนผิวน้ำไปมา สองขาหย่อนลงให้เท้าแช่อยู่ในน้ำ ร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยความรื่นเริง"อี๋ซู""หือ?""เจ้ามีอะไรปิดบังข้าหรือไม่""ไม่มี"ปาไช่ใช้นิ้วชี้จิ้มขมับเพื่อนแล้วผลักออกแรงๆ"ยิ่งเจ้ารีบปฎิเสธเช่นนี้แสดงว่ายิ่งมีความลับ เอาล่ะ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้"อี๋ซูหน้ามุ่ยจำใจยอมล้วงเอาไข่ออกมาให้ดู ปาไช่ตาโตจ้องเข
Baca selengkapnya
กลิ่นอาย
第3集ปาไช่และอี๋ซูต่างหลบหนีออกจากหมู่บ้านปักษา จริงอยู่ ที่พวกเขาเป็นชาวเผ่าวิหค แต่น่าแปลกกลับไม่สามารถแปลงร่างกลายเป็นนกพิทักษ์ของตนเองได้ จึงทำได้แต่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง เมื่อพ้นเขตแล้วพวกเขาดิ่งข้ามเขตเวทมนต์ที่ปกป้องเผ่าวิหคกับโลก มุนษย์เอาไว้ วงเวทย์นี้เผ่ามนุษย์ล้วนมองไม่เห็น จะมีเพียงเผ่าวิหคเท่านั้นที่มองเห็นวงเวทย์สีทองที่วาดเป็นตัวหนังสือคาถาตัวยึกยืออ่านไม่อ่อนนี้ได้ ยกเว้นผู้ปกป้องเวทย์เท่านั้นที่สามารถท่องคาถานี้เมื่อมองเห็นวงเวทย์ขนาดใหญ่แล้วทั้งคู่หลับตาปี๋จับมือกันก้าวช้าๆข้ามผ่านวงสีทองที่เปล่งประกายยามมีสิ่งใดไปรบกวนมันเข้าเมื่อทะลุวงเวทย์ออกไปอีกด้านได้ โดยทั้งคู่ลืมนึกถึงเจ้านกเจ้าปัญหาเสียสิ้น“แกว๊วววกกกก ลืมข้างั้นหรือ เจ้านายข้าลืมเอาข้าข้ามไปด้วยงั้นหรือ ไม่จริง เหตุใดเขาจึงเป็นคนเช่นนี้ไปได้ นี่ข้าถูกลิขิตให้มาพบกับผู้ใดกันแน่ โธ่วาสนาของข้าคงจบเพียงแค่นี้แน่ๆ ท่านหลิงไท่ ข้าจะทำเช่นไรดี”เลี่ยงเฟิ่งรำพึงกับตัวเองด้วยความท้อใจในวาสนานี้"ฮะ..เฮ้ย!"อี๋ซูตกใจร้องเสียงดัง เมื่อตัวเขากับปาไ
Baca selengkapnya
ลงมือกับชายาเอก
ระหว่างรอจางหย่งที่หายออกไปตามคำสั่งนั้น หลิงไท่กลับเข้าไปยังภัตคารเช่นเดิมเพื่อนั่งรอผู้คน เขานั่งดื่มชาร้อนที่ถูกรินลงจอกอย่างช้าๆ ก่อนยกมันขึ้นจิบแล้ววางจอกชาลง สองมือไพล่หลังเดินออกไปยังระเบียงร้านชั้นสองชมท้องถนนด้านล่างที่คราคร่ำผู้คนด้วยสายตาครุ่นคิด เด็กคนนั้นที่เขาช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ เขาเองรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดมากถึงขั้นไตร่ตรองเพราะรู้ดีว่าตนเองนั้นมิได้รู้จักมักคุ้นผู้ใดบนโลกมนุษย์ ที่เขามา ณ ที่แห่งนี้คือการนัดพบปะกับคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นนับว่าซุกซ่อนตัวจากโลกเทพโลกเซียนมาเนิ่นนานนับหมื่นนับแสนปี แต่เพราะจดหมายที่ส่งมาถึงมือเขา โดยให้จางหย่งเป็นผู้ส่งมอบนั่นต่างหากน่าสนใจยิ่ง เขาหยิบจดหมายที่อยู่ในแขนเสื้อปีกกว้างออกมาอ่านซ้ำอีกรอบ 'จ้าวผู้ครองภพ เนื้อหาใจความยากนักจะเอ่ยถึง ข้าผู้ผ่านกลาเวลามานับแสนกว่าปี บัดนี้มีคำทำนายที่ต้องบอกกล่าวถึงท่าน เกรงว่าสถานที่ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์ชั้นเก้า หรือเขตเซียนก็มิอาจจะได้ยินคำทำนายล่วงหน้านี้ ดังนั้นขอท่านจงมาพบข้ายังดินแดนที่ล้วนมีแต่คาวโลกีย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหล นามข้า เซียนซิ่ว' นี่ต่างหากที่เขาวิตกกังวล
Baca selengkapnya
เทพจันทราเผชิญหน้ากับฝ่าบาท
"ท่านว่าอะไร"หลิงไท่เสียงตึง "ข้าน้อยมารายงานว่า บัดนี้ดาวคู่ของฝ่าบาทปรากฏขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ" "เหลวไหล"เขาถึงกับวางจอกชาลงกับโต๊ะเสียงดังกึกให้รู้ว่าไม่พอใจยิ่ง "ท่านดูเอาเองเถิด"เทพจันทราโบกมือเล็กน้อย ภาพตรงหน้ากลับเป็นท้องฟ้ามืดมิด ดวงดาวประจำกายของเขาเปล่งประกายสว่างสุกใสยิ่งนัก ทุกครั้งดาวดวงนี้มักโดดเด่นอยู่ดวงเดียวไม่มีดาวใดมากรายอยู่ใกล้ หากยามนี้กลับมีดวงดาวสีฟ้าขนาดเล็กสดใสสุกสกาวยิ่งนักมาปรากฏอยู่ข้างๆ "เป็นไปไม่ได้" "ทุกอย่างอยู่เบื้องหน้าแล้ว ท่านมิอาจขัดมติแห่งสวรรค์ได้พะย่ะค่ะ" "ตามเทพดารามาหาข้าจางหย่ง"หลิงไท่นั้นมีชายารองถึงสองคนแต่กลับหามีชายาเอกไม่ เขานึกถึงเด็กหนุ่มผู้ครอบครองวิหคสวรรค์เอาไว้แล้วอยากยกมือกุมหน้าผากตัวเอง นี่มันประจวบเหมาะเกินไปแล้ว เพียงไม่นานร่างเทพเซียนชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ตามหลังด้วยจางหย่ง "ฝ่าบาท" "เป็นเรื่องจริงหรือไม่"เทพดารานั้นจำเป็นต้องรู้ว่าสิ่งที่เจ้าภพถามคือสิ่งใด ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งมา เขาเอียงหน้ามองไปยังเทพจันทราเพียงครู่แล้วก็ยกนิ้วขึ้นนับตรวจชะตา "จริงแท้พะย่ะค่ะ บัดนี้เนื้อคู่ของฝ่าบาทปรากฏขึ้นแล้ว"เทพดาราพยักหน
Baca selengkapnya
ได้เวลาเปิดเผยมติสวรรค์
หลิงไท่เดินวนไปมาอย่างคนใช้ความคิด มือข้างหนึ่งไพล่หลังอีกข้างหนึ่งถือจอกชาคลึงไปมา สายตามองเลยออกไปยังนอกตำหนัก เขาเป็นถึงเจ้าภพปกครองทั้งสวรรค์ สัตว์เซียนและเผ่าอสูร ปัญหาหนักอกของเขามีอยู่สามเรื่อง เรื่องแรกคือเผ่าอสูรกำลังจะก่อกบฎ เขาจึงต้องส่งทหารเทพไประแวดระวังยังรอยต่อของประตูมารกับสัตว์เซียนเอาไว้ ข้อสองคือเผ่าสัตว์เซียนมีปัญหากันเองระหว่างเผ่าวิหคกับเผ่าจิ้งจอก ทำให้เขาต้องนั่งกุมหน้าผากเสมอทุกครั้งไป ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร และสุดท้ายพระชายา เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวเขาเอง เดิมทีเขาเกิดมาจากจิตเทพของเทพสงคราม ดังนั้นเวลาเขาโกรธจิตของเทพสงครามจะส่งผลมากกว่า ไอปราณแห่งความกระหายเลือดและการเข่นฆ่ามักจะเบียดจิตเทพของเขาและเขามักจะควบคุมจิตไม่ได้บ่อยครั้ง หากเขามีพระชายาแน่นอนผลกระทบก็คือยากจะควบคุมยามเผลอตัวนั่นยังไม่เท่าไหร่ ถ้าพระชายามีพระโอรสจิตแห่งเทพสงครามจากเขาจะถูกถ่ายทอดไปสู่พระโอรสด้วย นี่เรียกได้ว่าเป็นเคราะห์ที่เขาต้องได้รับ ความดุดันและอารมณ์แรงจนยากจะควบคุมนั่นเป็นเหมือนสีดำที่ถูกแต้มลงบนผ้าขาวให้ด่างพร้อย เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ฝ่าบา
Baca selengkapnya
เคราะห์รักเจ้าภพ
"พักก่อนได้หรือไม่ข้าไม่ไหวแล้ว"อี๋ซูหอบจนตัวโยน "อ่อนแอ"เลี่ยงเฟิ่งส่งมาหนึ่งคำ "หนอยเจ้าบินบนฟ้าแต่ข้าเดินนะใครจะสบายอย่างเจ้ากันเล่า"อี๋ซูบ่น ทันใดนั้นเองเลี่ยงเฟิ่งก็ค่อยๆกลายร่างเป็นคนในชุดสีแดงร่างสูงโปร่งใบหน้างดงามยากจะแยกออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แย้มปากยิ้มริมฝีปากสีสดราวกับดื่มเลือดมาเอ่ยขึ้น "เอาล่ะคราวนี้เจ้ากล่าวหาข้าไม่ได้แล้วนะ"เลี่ยงเฟิ่งไม่สนใจเด็กน้อยสองคนที่อ้าปากมองอย่างตกตะลึง "เจ้า..เจ้า..สวยมากเลย"ประโยคแรกที่ปาไช่เอ่ยทำเอาเลี่ยงเฟิ่งถึงกับใช้เล็บยาวสีแดงสดเกี่ยวใบหูเล็กๆเอาไว้ "เจ้าปากพล่อยใครสวยกัน" "เอาน่า พวกเจ้าอย่าทะเลาะกันเลย แต่ว่าเรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับปาไช่นะ"เลี่ยงเฟิ่งถึงกับกัดฟันแน่นเพราะทำอะไรนายตนไม่ได้ "เลิกเหลวไหล! เดินทางได้แล้ว"เลี่ยงเฟิ่งนอกจากจนปัญญาจะต่อกรกับอี๋ซูแล้วยังต้องแบกความคับแค้นเพราะมิอาจถกเถียงกับปาไช่ได้ ระหว่างเดินทางกลับมีพายุลูกย่อมพัดจนใบไม้กระจัดกระจาย ทั้งสามยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้กันฝุ่นผงเข้าใบหน้า ปาไช่และอี๋ซูไม่ได้ล่วงรู้ว่าลมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่เลี่ยงเฟิ่งรับรู้ บัดนี้จางหย่งร่างยักษ์ในชุดสีเทาเงิ
Baca selengkapnya
เจอกันแล้ว
กลุ่มคณะที่ดูพิลึกพิลั่นสี่คนราวกับคณะปาหี่ มีชายร่างยักษ์แม้นใบหน้าจะหล่อเหลาแต่กลับบึ้งตึงยิ่งนัก เดินเคียงข้างคนที่มิรู้ว่าชายหรือหญิงหากใบหน้างดงามยิ้มแย้ม ทั้งตัวแต่งแต้มด้วยสีแดงสดตัดกับเรือนผมยุ่งเหยิงสีดำ ตามติดด้วยสองหนุ่มน้อย หนึ่งนั้นใบหน้างดงามราวกับเทพเซียน ค่อนข้างมอมแมมด้วยความซุกซน ใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาสุกใสกวาดมองซ้ายบ้างขวาบ้าง มือบางไม่หยุดนิ่งหยิบจับโน่นนี่สองข้างทางไม่หยุด อีกหนึ่งใบหน้าค่อนข้างซูบผอมแต่หาใช่ขี้ริ้วไม่ กลับยิ่งขับดวงตากลมโตให้ดูน่าสนใจยิ่ง ทั้งคู่เดินหนีบเนื้อตัวตามหลังสองหนุ่มรุ่นพี่ต้อยๆ ................... ย้อนไปก่อนหน้าครึ่งชั่วยาม “เช่นนั้นข้าขอลา รักษาตัวด้วย”เลี่ยงเฟิ่งกล่าวลาและเตรียมตัวจะจากไป หากแต่มีมือที่อยู่ในชุดเกราะขาวขวางหน้าเอาไว้ก่อน “รอเดี๋ยวท่านวิหคสวรรค์”จางหย่งรั้งเอาไว้ “มีอันใดชี้แนะหรือท่านจางหย่ง” “ข้าไม่มีอะไรชี้แนะ เพียงแต่ ข้าจะไปกับพวกท่านด้วย”จางหย่งบอกเสียงเรียบ “เดี๋ยวนะ ช้าก่อน ท่านจะไปกับพวกเรา นี่ข้าฟังไม่ผิดใช่หรือไม่” “หรือท่านยังไม่ได้สติล่ะท่านวิหคสวรรค์ ข้ากล้าออกจะชัดเจนถึงเพียงนี้”จางหย่งบอกเสียงซื่
Baca selengkapnya
พาหนะคู่กาย
"อู๊ยย พวกเขาจะบาดเจ็บหรือไม่ปาไช่" "ไม่หรอก ไปเถอะรีบไป มิเช่นนั้นเจอพวกเราจะยุ่งไปใหญ่"ปาไช่ดึงแขนเพื่อนค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ เมื่อพ้นสายตาแล้วทั้งคู่จึงวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่อับชื้น "พ้นหรือไม่ พวกเราหนีพ้นหรือยัง"อี๋ซูถาม "พ้นแล้วเขาจับทิศทางของพวกเราไม่ได้แน่นอน"ปาไช่ยืนยัน "ทำไมล่ะ" "นี่ยังไงเล่า"ปาไช่ชูไม้หลงทิศให้อี๋ซูดู เขาถึงกับหัวเราะร่า "เจ้าฉลาดที่สุดเลยปาไช่" "ใช่สิก็ข้ามีเพื่อนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นเจ้า ข้าจึงต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้ เผื่อแก้ไขความผิดพลาดของเจ้ายังไงล่ะ"ปาไช่บ่นทั้งคู่ทรุดลงนั่งบนพื้นกวาดตาสำรวจไปทั่วถ้ำที่มืดมิด "วันนี้พวกเรานอนในนี้ก็แล้วกัน"ปาไช่ขยับตัวลุกขึ้น "เจ้าจะไปไหน" "หาฟืน เจ้าเองก็อย่างนั่งเฉยๆไปหาด้วย อีกอย่างข้าจะดูด้วยว่าพอจะมีอะไรให้พวกเรากินได้หรือไม่ อาหารที่กักตุนไว้เจ้ากินจนหมดแล้ว"ปาไช่เดินไปบ่นไปจนเสียงหายลับไปแล้วพร้อมกับร่างกาย อี๋ซูหันมองซ้ายขวาไปทิศทางตรงกันข้ามกับปาไช่ ลึกเข้าไปยังด้านในเขาได้ยินเสียงน้ำตก "เห๋.. มีน้ำตกด้วยแปลกจัง"อี๋ซูเดินเข้าไปใกล้น้ำตกขนาดเล็ก น้ำใสจนกระทั่งเห็นพื้นทราย
Baca selengkapnya
พยัคเมฆา
第7集หลิงไท่หลังจากแน่ใจในตำแหน่งของเจ้าเสือเทพตัวนั้นแล้วก็สลายตัวเองกลายเป็นควันไปยังที่มันแอบซ่อนอยู่ เขายังไม่ปรากฏกายให้มันเห็นได้แต่เฝ้าดูสถานการณ์ว่าเป็นเช่นไร เขามองร่างเล็กที่ดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าสัตว์เทพนั่น ในใจขุ่นข้องอย่างบอกไม่ถูก พลางคิดในใจว่าคนที่ทำร้ายเจ้ากระต่ายน้อยนี่ได้คงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ใครที่ไหนก็หามีสิทธิ์ทำได้ไม่ ทั้งที่เขาเองเป็นคนออกคำสั่งให้จางหย่งมาจัดการแท้ๆ ครั้นพอนึกขึ้นได้ก็อดเม้มปากแน่นไม่ได้ พาลโมโหจางหย่งไปเสียอีกที่ไม่คิดจะค้านเขาเลยสักนิดว่าให้คิดดีๆเสียก่อน นับว่ายังโชคดีที่จางหย่งไม่ได้ทำตามคำสั่งนั่น"ปล่อยข้านะ"อี๋ซูดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าเสือ บัดนี้มันกลายร่างเป็นคนตัวใหญ่เห็นมัดกล้ามเด่นชัด เส้นผมของมันสั้นจนเกือบจะเห็นหนังศีรษะ เนื้อตัวของมันมีกลิ่นวิงเวียนชวนให้คลื่นเหียน ตัวของเขาเล็กยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของร่างกายมันเสียด้วยซ้ำ"หุบปากของเจ้าเสียเด็กน้อย""พวกเจ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ ข้าไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของพวกเจ้าเสียหน่อย ใยต้องลากข้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย"อี๋ซูโวยวาย"ปล่อยคน!"หลิงไท่ตะโกนมาจากด้านหลัง มันหันมามองถึงแ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status