Mag-log inขับขานบทเพลงแห่งสายใยรัก สัมพันธ์สลักรักมิห่างหาย ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ก็มิคลายรักเราพรากจากกัน
view more第1集
ย้อนกล่าวไปถึงตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันมาเกี่ยวกับเจ้าแห่งผู้ปกครองทั้งสามภพ ไม่ว่าในนิทานปรัมปราเอาไว้เล่าให้ลูกหลานที่ต้องการความตื่นเต้น และอยากเก่งกาจดั่งผู้ที่เอ่ยนาม ด้วยคำร่ำลือว่าทั้งเก่งกาจ ดุดัน และเป็นเจ้าเหนือเซียน แถมด้วยรูปโฉมดั่งเทพผู้สร้างรังสรรค์ให้เป็นหนึ่งหามีสองไม่ นั่นยิ่งทำให้การเล่าขานสืบต่อมานานยิ่งนาน จวบจนพันปีผ่านไปคำเหล่านี้ก็มิได้จางหายกลับยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
"องค์หลิงไท่นั้นกล่าวกันว่าปราบผู้เป็นฝ่ายอธรรมล้างบางจนไม่เหลือซาก"
"เดี๋ยวนะอาจารย์ผู้เฒ่าหากไม่เหลือซากแล้วเหตุใดพวกเรายังต้องร่ำเรียนวิชาพวกนี้เพื่อปราบอธรรมกันอีกเล่า"เป็นฮุ่ยเหอรัชทายาท ผู้ที่มีข้อโต้แย้งและช่างสงสัยในทุกๆเรื่องขมวดหัวคิ้วถาม เจ้าแมวหน้าบู้ตัวขาวอ้วนพีเงยหน้าขึ้นจากการหลับใหลอยู่ข้างกายยื่นขาข้างซ้ายยืดออกมาค่อยๆกางเล็บออกจนเห็นปลายแหลมบรรจงใช้เล็บแหลมคมจิกลงบนต้นขาเล็กที่นั่งซุกอยู่ใต้โต๊ะเรียน
"โอ๊ยยยยย!!ไป๋อวี้เป็นเจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"หลังจากนั้นคนและแมวก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าศิษย์ที่มาเล่าเรียนในสำนักและอาจารย์เอี้ยอวิ๋นอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนองค์ชายน้อยจะมิยินยอมให้ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไล่กวดกวาดต้อนกันจนถึงกองก้อนหินที่ตกแต่สวนเอาไว้ความวิจิตรหาได้ทำให้หนึ่งคนหนึ่งแมวซาบซึ้งกับความงดงามนั้นไม่ กระทั่งฮุ่ยเหอก้าวกระโดดแล้วเหยียบพลาดร่างร่วงหล่นลงบนพื้นจะว่าสูงก็มิเชิงต่ำเตี้ยก็มิใช่ ร่างเล็กถึงกับนอนสลบไสลไม่ได้สติร้อนถึงคนที่วิ่งไล่ตามเพื่อรักษาความปลอดภัยหนึ่งในนั้นคือเหลียงเฟยที่มาช้าเพียงครึ่งก้าว
"องค์ชายน้อย!!"ทุกคนเข้ามามุงตัวพลิกร่างกลับมานอนหงายแต่ร่างเล็กกลับนิ่งเงียบไปเสียแล้ว ทุกคนลืมใส่ใจแมวหน้าบูดที่สายตาเป็นประกายและจางหายไปอย่างช้าๆ
"อี๋ซู!!!เจ้ากล้าโขมยเปาเซียนอีกแล้วนั่นจะนำถวายท่านหลิงไท่นะ พรุ่งนี้จะมีพิธีบวงสรวงเจ้ารู้หรือไม่"หญิงร่างอวบใบหน้าเหี่ยวตามวัยโวยวายขึ้นจากห้องครัวตามติดด้วยเสียงตุ๊บตั๊บจากการวิ่งไล่คนร่างเล็ก เนื้อตัวมอมแมมจากการซุกซนไปทั่วยามนี้เด็กน้อยที่คนเอ่ยนามอี๋ซูอายุย่างเข้าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันปี หากเทียบกับมนุษย์บนโลกแล้วก็ปาเข้าไปในวัยหนุ่มอายุสิบเจ็ดสามารถออกไปท่องยุทธภพเพื่อเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตตามวิถีผู้กล้าได้แล้วแต่คนผู้นี้กลับซุกซนราวเด็กน้อยเขาคือนายน้อยอี๋ซูเป็นบุตรที่เกิดจากสนมผู้หนึ่งของเจ้าแห่งผู้ปกครองเผ่าปักษาด้วยภพที่กล่าวมาผู้ที่ปกครองเหนือทุกเผ่าที่ดำรงค์อยู่คือเผ่าสวรรค์ รวมโลกมนุษย์และโลกเซียนและผู้ที่เป็นเจ้าเหนือภพพระนามว่า หลิงไท่ ผู้ที่ยามดีดุจพ่อผู้อ่อนโยนปกป้องบุตรให้พ้นภัยแต่ยามที่กราดเกรี้ยวหาผู้ใดกล้าเข้าใกล้ไฟร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกผู้นามที่เผลอเข้าใกล้ให้ดับสูญจนมิเหลือซากเป็นเพราะอี๋ซูเป็นบุตรเกิดจากเมียปลายแถวที่มิได้รับการโปรดปราณจึงถูกชุบเลี้ยงโดยบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงแทนนางที่ทนการกลั่นแกล้งไม่ไหวจากไปด้วยวัยที่ยังสาวสะพรั่งทิ้งบุตรน้อยวัยสามเดือนให้ผู้อื่นคอยดูแล และเป็นเพราะเม่ยกู๋นั้นนางมิได้เป็นที่โปรดปราณจึงถูกกลั่นแกล้งจากเจิ่งหวาซึ่งเป็นเมียเอกของฮั่วซุน และเหล่าเมียรองอีกสามคนร่างบางปราดเปรียวมือหนึ่งถือเปาสีขาวลูกโต อีกมือก็ถือลูกท้อสีสดเอาไว้ปากคาบขนมอีกชิ้นวิ่งหนีเลี้ยวลดไปมากันมิให้เซิ่งหนิงแม่ครัวที่เลี้ยงดูเขาแทนมารดาไล่ตามทัน
"อี๋ซูถ้าเจ้าไม่หันมาเย็นนี้เจ้าอดข้าวมื้อเย็นแน่"เซิ่งหนิงตวาดเสียงดังยืนหอบเพราะแบกน้ำหนักตัวมากเอาไว้ สองมือเท้าเอวใบหน้าถมึงทึงอี๋ซูพอได้ยินดังนั้นก็หยุดเท้าจนหน้าคะมำรีบหันกลับไปทันที
"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน เซิ่งหนิงเจ้าจะใจร้ายกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ"อี๋ซูโวยวายก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าแม่เฒ่าทันที
"เจ้ากล้าต่อรองกับข้าหรืออี๋ซู"
"มิกล้าๆแต่ว่าแค่เปาสองลูกเซิ่งหนิงไยต้องหวงมากขนาดนี้ด้วยล่ะข้าหิวนี่นา"น้ำเสียงออดอ้อนเข้าไปคลอเคลียคนตัวโตจึงใจอ่อนน้ำเสียที่ใช้จึงนุ่มลงด้วยเช่นกัน
"เจ้านี่นะอย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองจะได้หรือไม่ นี่ถ้านายหญิงรู้เข้าละก็ใช่เพียงแต่งดข้าวเย็นเท่านั้นเจ้ายังต้องไปดูแลโรงนกอีกรู้หรือไม่"เซิ่งหนิงบ่นสองมือใหญ่ปัดสิ่งเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้าอี๋ซูออกให้
"ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้วน่าโอ๊ยเซิ่งหนิงเจ้าเบามือได้หรือไม่"
"ยังจะให้ข้าเบามือนี่ไปซุกซนที่ใดกันแน่ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้เศษดินเศษใบไม้ถึงได้มากมายขนาดนี้"เซิ่งหนิงบ่นเบาๆ
"จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไปข้ามีอะไรจะอวดเจ้าด้วย"อี๋ซูค่อยๆล้วงของบางสิ่งออกจากอกเสื้อตัวเองจากนั้นก็ยกขึ้นชูอวดต่อสายตา
"หา!!นี่เจ้ากล้าขโมยไข่นกหงส์ไฟเชียวรึเอาไปเก็บที่เดิมเดี๋ยวนี้ ไม่กลัวตายหรือยังไง"
"ไม่ๆข้าไม่ได้ขโมยนะใครจะเข้าไปในเขตหวงห้ามนั่นได้ง่ายๆกันเล่า"อี๋ซูรีบปฎิเสธ
"อย่าริเป็นเด็กพูดปดเจ้าบอกมาว่าไปเอามันมาได้อย่างไร"เซิ่งหนิงไม่ยอมอ่อนข้อให้
"เจ้าดูดีๆสิสีมันเหมือนไข่ของนกหงส์ไฟตรงไหน"อี๋ซูยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าเซิ่งหนิงอีกครั้งคราวนี้นางถึงกับตาโต เพราะไข่ที่ว่าบางครั้งเป็นสีแดง บางครั้งกลายเป็นสีชมพูม่วง และขาวสลับกันไป
"เป็นไปไม่ได้!"
"อะไรที่เป็นไปไม่ได้ข้าแค่เห็นมันตกอยู่ตรงใต้ต้นไม้ตรงทางเข้ามายังเขตของเผ่าเราอีกอย่างข้าหาดูแล้วหาดูอีกจนมั่นใจว่ามันไม่ได้ตกลงมาจากรังนกแถวนั้นแน่นอนข้าเลยเก็บมันมา"อี๋ซูครั้งแรกนึกสนุกแต่พอเห็นใบหน้าตกใจบวกกับสีหน้าที่จริงจังนั่นทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองจะถูกลงโทษหรือไม่น้ำเสียงที่เอ่ยจึงอ่อนอ่อย
"เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้ไปลักขโมยมา"
"นี่เซิ่งหนิงถึงข้าจะเกเร แต่ข้าไม่เคยพูดปดหรือลักขโมยของผู้ใดนะข้าเก็บมันได้จริงๆ"เขาเริ่มโมโหเป็นนางที่เลี้ยงดูเขามาแต่เล็กเหตุใดจึงไม่เชื่อในวาจาของเขากันเล่า
"ข้ารู้แล้วเอาเถอะๆในเมื่อเจ้าเก็บได้ก็รักษามันเอาไว้ให้ดี แล้วอีกอย่างอย่าให้ผู้ใดเห็นมันเด็ดขาดเจ้าเข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่ มิเช่นนั้นมันจะเป็นภัยสำหรับเจ้า"
"ข้าเข้าใจแล้ว"เซิ่งหนิงหมดความสนใจในเปาสองลูกนั่นดวงตาเลื่อนลอยดุจคนใช้ความคิดเดินจากไป ทิ้งให้อี๋ซูเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ
"เป็นอะไรของเขากันแน่"อี๋ซูบ่นแล้วก้มลงมองไข่อีกครั้งจากนั้นเขาเก็บมันเข้าอกเสื้อตัวเองอีกครั้ง จับเอาเปาเข้าปากเดินกินไปเต้นไปยังไม่ทันเอาเข้าปากจนหมดก็ถูกตบหลังเสียงดังเปาที่กำลังกลืนหลุดลงไปติดอยู่ในลำคอ เจ้าตัวต้องทุบอกตัวเอง
"แค่กๆ อึก แค่กๆ "
"ข้าขอโทษๆ เจ้าคายออกมาสิคายออกมาเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกตายหรอก"เสียงร้อนอกร้อนใจจากด้านหลังเป็นเสียงชายหนุ่มรุนคราวเดียวกัน ใบหน้าตอบนิดๆไม่ได้น่าเกลียดจนดูไม่ได้รีบบอกสองมือลูบหลังบางไปมาด้วยความตกใจ
"อย่าห่วงกิน คายออกมาเดี๋ยวนี้"อี๋ซูไม่ยอมคายมันออกซ้ำยังพยายามกลืนก้อนเปาเข้าไปให้หมด ปาไช่ต้องรีบวิ่งไปเอาน้ำมาส่งให้ถึงปากคอยลูบหลังให้ทุกอย่างลงท้อง
"เจ้า..เจ้า..เจ้าจะฆ่าข้าหรือยังไง"อี๋ซูตวาดหน้าที่แดงบัดนี้กลับกลายเป็นสีเดิมแล้ว
"ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไปขโมยอะไรจากในครัวมากินอีกแล้ว"ปาไช่บ่นเบาๆ
"ข้าไม่ได้ขโมย"
"จริงหรือ?ข้าเห็นเซิ่หนิงวิ่งไล่เจ้าจนพื้นดินสะเทือน"
"ข้าก็แค่ชิมดู"
"เฮอะ!!อย่างเจ้าน่ะหรือจะชิมแล้วนี่มีส่วนแบ่งข้าหรือไม่"อี๋ซูยื่นเปาอีกลูกที่เหลือให้แต่ปาไช่ทำหน้าแหยเปาในมือมีสีดำด่างไปทั่ว หนำซ้ำยังมีผิวที่เปียกจากน้ำโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นน้ำลายของอี๋ซูหรือน้ำที่เขาตักมาให้ดื่มกันแน่
"เอ่อ ขอบใจ ข้าว่าข้าอิ่มแล้วจะดีกว่า"อี๋ซูหน้าตึง
"ข้าอุตส่าห์นำมาเผื่อเจ้าแต่เจ้ากลับบอกว่าอิ่มไม่นึกเลยใช่หรือไม่ว่าข้าเกือบถูกเซิ่งหนิงตีแล้ว"
"ข้าขอโทษๆแต่ข้าอิ่มจริงๆ" อี๋ซูถอนหายใจ มองเปาในมือแล้วต้องยิ้มออกมา
"ข้าว่า เป็นข้าก็อิ่มฮ่าๆๆๆๆ"ปาไช่หน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งมองเพื่อนที่อ้าปากกว้างหัวเราะ
"เจ้านี่จริงๆเลยให้ตายสิ"สองคนต่างกอดคอกันเดินกลับไปที่พักเซิ่งหนิงหลังจากปล่อยอี๋ซูจากไปพร้อมเปาแล้วก็เดินใจลอยกลับมาในห้องครัวในใจเหน็บหนาวยิ่งนัก ภาพไข่ที่อี๋ซูยื่นมาให้ดูยังติดตามิรู้ลืม
"เซิ่งหนิงแม่เฒ่าเซิ่งหนิง"บ่าวในครัวเรียกซ้ำหลายครั้งจนต้องแตะข้อมือให้รู้ตัว
"ว่าอย่างไร"
"เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ"
"ไม่เป็นไรว่าแต่เรียกข้ามีเรื่องอันใด"
"นายหญิงเรียกเจ้าค่ะ"เซิ่งหนิงรู้ทันทีว่าเรียกนางไปด้วยเรื่องอันใดกันแน่
"ข้ารู้แล้วพวกเจ้าไปเตรียมอาหารเถอะดูดีๆอย่าให้ขาดตกบกพร่องไป"
"ข้ารู้แล้ว"เซิ่งหนิงเดินเข้าไปยังตำหนักปักษาด้วยท่าทียังไม่ปรกติมากนัก
"นายหญิง"
"เซิ่งหนิง เจ้าเห็นเจ้าลูกกระต่ายแสบนั่นหรือไม่"
"มิเห็นเจ้าค่ะนายน้อยอี๋ซูคงออกไปซุกซนตามประสา"
"ข้าไม่เข้าใจจริงๆเหตุใดนายท่านจึงยังเก็บมันเอาไว้ให้อับอายสกุลอีก"นายตบโต๊ะตบเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ
เซิ่งหนิงไม่ได้ต่อคำได้แต่ก้มหน้านิ่ง
"ให้คนไปตามมันมาหาข้าเดี๋ยวนี้พรุ่งนี้ข้ากับนายท่านและ เลี่ยงเอ๋อร์จะขึ้นไปถวายพระพรองค์หลิงไท่
ข้าจะให้มันไปจับนกหงส์ไฟมาเพื่อเป็นของถวาย"
"ตะ..แต่ว่ามันอันตรายมากนะเจ้าคะหากว่าหงส์ไฟโตเต็มวัยจับได้นายน้อยมิต้องเสี่ยงภัยรึเจ้าคะ"เซิ่งหนิงตกใจละล่ำละลัก
"ชีวิตมันไยต้องนับไปตามมันมาเดี๋ยวนี้"เซิ่งหนิงน้ำตาคลอเบ้านึกน้อยใจในโชคชะตาแทนเด็กน้อยที่ตนเองเลี้ยงมา ให้นับกระไรได้นายน้อยของนายมิใช่ลูกบ่าวในจวนเสียหน่อยถึงแม้ว่ามารดาของเขามิได้เป็นที่โปรดปรานแต่ก็ถือว่ามีศักดิ์เป็นคุณชายน้อยแล้วเหตุใดชะตาจึงย่ำแย่ไปยิ่งกว่าลูกบ่าวไพร่กันเล่าเพียงแค่คิดนางก็อดทดท้อในใจมิได้
“โธ่ นายน้อยอี๋ซู”
“เพ้ย! จะมาคร่ำครวญอะไรของเจ้า มันไม่มีค่าพอที่จะมาอยู่ในเผ่าในตระกูลของเราด้วยซ้ำ”นายหญิงถึงกับตวาดเสียงดัง เซิ่งหนิงได้แต่ก้มหน้าคุกเข่าลง
“นายหญิงเจ้าคะ ให้อภัยนายน้อยเถอะเจ้าค่ะ การจับหงส์ไฟมิใช่เรื่องง่าย หาก..หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น จะรายงานนายท่านเช่นไรเจ้าคะ”
“ตายก็ตาย แค่ชีวิตเดียว แถมยังไร้ค่าถึงปานนี้ปล่อยให้ไปตามพรหมลิขิตเถอะ”นางสะบัดแขนเสื้อเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องยกมือขึ้นหยิบจอกชาขึ้นสูดดมแล้วแย้มยิม
“เจ้าเองก็เถอะ อย่านึกว่าเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ ถ้าถือดีข้าจะขายเจ้าออกไปเป็นทาสขับไล่ออกจากเผ่าเสียดีหรือไม่”นางเอ่ยเสียงเรียบ เซิ่งหนิงสะอื้นในอก
“ขออภัยเจ้าค่ะ”เจิ่งหวาได้ยินก็เพียงยกมือโบกไล่โดยไร้เสียง แม่ครัวเฒ่าได้แต่ก้มหน้าเดินออกจากห้องไป
“นายน้อยหนอนายน้อย เหตุใดโชคชะตาจึงโหดร้ายกับท่านนัก สรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”นางได้แต่รำพึงขณะเดินกลับไปยังโรงครัว ในใจก็นึกถึงไข่ใบนั้นที่อยู่ในมือของอี๋ซู
“ช่างเถอะ ล้วนแล้วแต่สวรรค์ลิขิต นายหญิงเม่ยกู๋ได้โปรดคุ้มครองนายน้อยอี๋ซูด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ได้พบเจอเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้เลยนะเจ้าคะ”นางทำได้เพียงวอนขอเท่านั้น เสียงหัวเราะของอี๋ซูและป่าไช่ดังแว่วมาให้นางได้ยินจึงถอนใจอีกครั้ง
“แม่เฒ่า แม่เฒ่า รีบเข้าเถอะ คุณหนูกับนายหญิงใหญ่รีบให้เราปรุงอาหารและของว่างไปโดยด่วนเจ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้วๆ พวกเจ้าไปเตรียมวัตถุดิบมาเถอะ ข้าจะได้รีบปรุงให้ ถ้านายน้อยอี๋ซูมา ก็แบ่งเอามื้อกลางวันให้แก่เขาด้วย อย่าลืมเสียล่ะ”
“เจ้าค่ะๆ”แน่นอนว่า เรื่องราวคงไม่ง่ายดายปานนั้น เพราะพวกบ่าวในจวนล้วนแต่เป็นคนของนายหญิงใหญ่ไปเสียสิ้น
รอยลมระแผ่วแนวไผ่
อาลัยลมลู่จางหาย
เสียงสะอื้นจากลมแผ่วย่างกราย
คล้ายละอายเพราะจางหายไร้ร่องรอย
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ





