Masukชางเป็นตระกูลเศรษฐีอันดับต้นๆ ในฮ่องกง ธุรกิจเก่าแก่ที่ทำเม็ดเงินมหาศาลให้ตระกูล มาจากท่าเรือขนส่งสินค้าเป็นที่รู้จักกันในแวดวงพ่อค้ารายใหญ่ที่กระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้การดูแลของชางจู่หลง ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการเปลี่ยนมือมอบอำนาจทั้งหมดให้ลูกชายคนโต นอกจากนั้นชางเหว่ยหลงยังมีธุรกิจกาสิโน LasBos ในมาเก๊าที่ถูกก่อตั้งขึ้นในภายหลัง โดยมีหุ้นส่วนเป็นถึงสองหนุ่มจากตระกูลหยางและเฉิน
เหว่ยหลงได้ข่าวว่าพนักงานของเขามีการรับสินบนคู่แข่ง ซึ่งเป็นคนจากตระกูลไหนเขายังไม่ได้คำตอบ หนอนบ่อนไส้ตัวนี้ค่อนข้างแบกรับความเจ็บปวดได้ดี เห็นทีว่าคงจะมีแต่ความตายที่ให้คำตอบทุกอย่าง เฉิน ฟูจินกดสายตาดุดันมองร่างบอบช้ำของชายใต้รองเท้าหนังมันวาว ออกแรงบดขยี้ฝ่าเท้ากับใบหน้าปูดโปนจนคนถูกกระทำส่งเสียงครางเจ็บปวด “เขามีครอบครัวหรือเปล่า” “สำคัญด้วยหรือซูเหวิน หนอนก็คือหนอนเก็บไว้ไม่เกิดประโยชน์” ฟู่จินกล่าวเสียงเย็นชา หยาง ซูเหวินถอนหายใจพรืดใหญ่ ปรายตามองไปยังอีกคนที่นั่งดูเหตุการณ์ด้วยท่าทีเฉยเมย “เอาไงหลงหลง ในฐานะที่นาย...” ไม่ทันที่หยางซูเหวินได้พูดจบ ประตูหน้าห้องก็ถูกเปิดด้วยน้ำมือของผู้จัดการคาสิโน ทุกสายตาเลื่อนมองที่เขาเพียงผู้เดียว และดูเหมือนว่าคนถูกมองจะรู้สึกประหม่าไม่น้อย แถมยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่นอนหายใจรวยรินบนพื้น ดังนั้นน้ำเสียงที่เปล่งออกไปจึงค่อนข้างเจือความหวาดกลัว “ขออภัยครับเฮีย อาหลางพา...พามานู้นแล้ว” ผู้จัดการร้านเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าสาวสวยที่บุกมากาสิโนคนนั้น กำลังก้าวเดินมาทางเขา มีอาหลางคอยขัดขวาง แต่ดูเหมือนว่าอาหลางไม่ค่อยกล้าแตะต้องเธอสักเท่าไหร่... ผิงผิงเป็นคนอ่อนหวาน ทว่าเวลาที่เด็ดขาดแววตาหวานซึ้งก็ไม่ต่างอะไรกับนางพญา เธออยากจะรู้ว่าเหว่ยหลงเป็นคนประเภทไหนกันแน่ถึงได้กล้าโกหกกัน และบางทีหากเห็นเขานัวเนียอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เธอจะได้เอาเรื่องนี้ไว้เป็นเหตุผลในการหย่าร้างกับเขา “หลบไป” ผิงผิงผลักร่างท้วมของผู้จัดการให้พ้นประตูห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววับปราดมองเข้าไปด้านใน ทว่าสิ่งที่ได้เห็นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ เธอยืนอึ้งไปพักหนึ่งจนกระทั่งใบหน้าดุดันของสามีเงยขึ้น เขามองเธอนิ่งๆ มีความไม่พอใจเจือปน เหว่ยหลงวางไพ่ในมือลงบนโต๊ะแปดเหลี่ยม ตาคมเหลือบมองอาหลางที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังของภรรยาอย่างคาดโทษ ซูเหวินกับฟู่จินต่างลดระดับไพ่ในมือลง สายตาของคนทั้งสองจดจ้องไปยังผู้มาใหม่ ฟู่จินขมวดคิ้ว แต่คุณชายซูมีรอยยิ้มพึงพอใจ “เอาเรื่อง” ซูเหวินอุทานขึ้นราวกับหนุ่มเพ้อฝัน เมียของหลงหลงสวยเอาเรื่องจริงๆ ผ่านคนสวยมาก็เยอะ แต่เธอคนนี้ดูแตกต่าง เอาเป็นว่าเธอสวยจนเขาตะลึง แต่นั่นเมียเพื่อนเขาจะละเว้นไว้แล้วกัน... “ได้เวลากลับบ้านแล้วหลงหลง” ซูเหวินระบายยิ้มจางๆ ให้สาวสวย ขณะเดียวกันผิงผิงเริ่มรู้สึกหน้าชาตัวชา เธอคาดเดาผิดไปหมด เหว่ยหลงไม่ได้กกสาวไว้ เขาเพียงมาเล่นดัมมี่ผ่อนคลายกับเพื่อน... ผิงผิงเหมือนเป็นใบ้เมื่อถูกสายตาของสามีจ้องมอง คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดไม่ใช่หรือ... “ฉันดูเหมือนคนใจดีเหรอ” เหว่ยหลงละสายตาจากใบหน้าสวย เขาเอนหลังพิงเบาะรถ มองวิวทัศน์นอกกระจกราวกับไม่ใส่ใจในคำถาม ทว่าอาหลางรู้ดีภายใต้ความเนิบนาบนั้นเฮียกำลังยับยั้งโทสะ ผิงผิงเหมือนเป็นใบ้จริงๆ นั่นแหละ เธอเองก็เอาแต่หันหน้าออกไปทางกระจกใส มือนุ่มทั้งสองข้างกุมประสานกันเหนือหน้าตัก ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม เหว่ยหลงไม่ใช่คนใจเย็นนักเมื่อเห็นว่าภรรยาไม่ยอมตอบคำถาม รอยยิ้มเย็นจึงปรากฏให้ได้เห็น “จอดรถ” ผิงผิงจ้องหน้าคนดุ จากที่ไม่ยอมปริปากก็ส่งคำถามอย่างร้อนใจ “จอดทำไมคะ” “...” หนนี้เป็นเหว่ยหลงที่ไม่ตอบคำถาม หลังจากที่อาหลางดับเครื่องยนต์ก็สั่งให้ลงไปรอด้านนอก ดังนั้นในตอนนี้จึงเหลือเพียงเขากับภรรยาเท่านั้น กระจกรถติดฟิล์มทึบไม่สามารถมองผ่านไปยังด้านในได้ อาหลางมีสีหน้ากังวลใจ ได้แต่ภาวนาให้เฮียหลงไม่ใจร้ายกับซ้อเกินไป... “คุณจะทำอะไร” ผิงผิงเขยิบออกห่างจากสามี แผ่นหลังบางแนบชิดประตูเสียแล้ว เธอพยายามข่มใจไว้ แต่บอกตามตรงสีหน้าของเขาตอนนี้ดูไร้อารมณ์เหลือเกิน คล้ายกับว่าเขาสามารถฆ่าเธอให้ตายได้ภายในพริบตาเดียวโดยไม่รู้สึกผิด “ฉันแต่งงานกับเธอเพราะอะไรรู้มั้ยผิงผิง” “คุณ...คุณโดนบังคับ” ผิงผิงกลั้นเสียงไม่ให้สั่น แต่ทำยากเย็นเหลือเกิน “บังคับมันก็อีกเรื่อง แต่หลักๆ คือฉันต้องการอำนาจเธอเข้าใจมั้ย ถ้าพ่อไม่ยกธุรกิจท่าเรือให้ฉัน คิดเหรอว่าคนอย่างชางเหว่ยหลงจะลดตัวมาปรองดองกับตระกูลที่มีผู้นำเป็นผีพนัน แถมยังส่งเด็กกำพร้ามาแต่งเพื่อหวังจะกุมอำนาจชาง หลี่เชียนฝันสูงไปหน่อยนะ อีกอย่างการมีลูกไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมทุกอย่างให้ตระกูลหลี่ เพราะฉันสามารถเขี่ยเธอทิ้งตอนไหนก็ได้” ผิงผิงตัวแข็งทื่อ โดยเฉพาะคำว่าเด็กกำพร้า นั่นหมายความว่าเขารู้ว่าเธอเป็นแค่เด็กที่ตระกูลหลี่เก็บมาเลี้ยง แล้วทำไม... “บางครั้งเธอดูเหมือนไม่อยากแต่งกับฉัน แต่วันนี้กลับวิ่งเต้นตามมาถึงที่ หรือว่าทุกอย่างมันเป็นแค่การแสดงเพื่อเรียกค่าตัวให้สูงขึ้นกันล่ะ” เหว่ยหลงยิ้มเย็น เขาเหลือบมองสีหน้าภรรยา เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่นิ่งไม่ยอมพูดจา เขาก็ยิ่งเพิ่มถ้อยคำที่รุนแรงมากขึ้น “อย่าทำตัวเป็นเมียแก่น่าเบื่อที่คอยตามจับผิดผัวไปทั่ว วันนี้ฉันอาจจะไม่เอาความ แต่ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก...เธอได้หายสาบสูญก่อนที่จะได้ทำลูกกับฉันแน่นอนผิงผิง” วาจาของเขาทำเธอสะอึกไปหลายหน เมียแก่น่าเบื่อ ทั้งยังหายสาบสูญ เขากล้าพูดคำเหล่านั้นออกมาได้อย่างไร ไม่ดูหลงตัวเองไปหน่อยเหรอ เธอไม่ได้พิศวาสสามีคนนี้สักนิด ทำไมถึงได้กล้าเหยียดหยามกันถึงเพียงนี้ หรือว่าการเกิดในชนชั้นสูงเลยทำให้ชางเหว่ยหลง ลืมไปว่าเธอก็คนเหมือนเขา ผิงผิงเงยหน้าขึ้นมองสามีจอมปากดีตรงหน้า เธอเหยียดยิ้ม รวบรวมแรงทั้งหมดที่มี... เพียะ! เหว่ยหลงเบิกตากว้างรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ที่มุมปากเขาใช้ปลายลิ้นดุนเบาๆ รับรสคาวเลือดที่อบอวลอยู่ในช่องปาก แก้มซีกนั้นชาจนคล้ายกับว่ามันตายด้านไปเสียแล้ว “เธอกล้ามาก หลี่ผิงผิง” “ใช่! และฉันกล้าได้มากกว่านี้อีกเหว่ยหลง ถ้าหากว่าคุณยังไม่เลิกพูดจาข่มขู่กัน แก้มอีกข้างของคุณก็จะมีฝ่ามือฉันไปประทับ!” “นี่เธอขู่ฉัน?” “ไม่ได้ขู่ค่ะ แต่ทำจริง” เหว่ยหลงผงกศีรษะขึ้นลงถี่ๆ ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้แดงเถือกไม่รู้ว่าความโกรธ หรือเกิดจากการถูกตบกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เขาจะไม่ยอมเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว ฝ่ามืออุ่นจนร้อนจัดกระชากร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน เขาบีบรัดรุนแรง ใช้กล้ามเนื้อแขนพันธนาการเธอ และกดยิ้มเย็นเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มหายใจไม่ออก เช่นนั้นผัวที่ดีก็ต้องทำหน้าที่ผายปอดให้เมียใช่หรือไม่! ริมฝีปากอุ่นจัดจึงบดขยี้กลีบปากนุ่มของภรรยาตัวน้อย เธอขัดขืนแม้จะเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เหว่ยหลงจูบผิดจูบถูกอยู่หลายหน จนเขาหมดความอดทนใช้มือบีบปลายคางมนจนคนสวยต้องยอมจำนน กึก! เหว่ยหลงสะดุ้ง แรงบีบรัดส่งไปถึงร่างเล็กในอ้อมแขนตามสัญชาตญาณเมื่อร่างกายถูกทำร้าย เพราะดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกัดลิ้นเขาจนได้เลือด งั้นเธอก็สมควรกินเลือดเขา เหว่ยหลงใช้กำลังที่มีผลักร่างบางแนบไปกับเบาะรถ ปลายลิ้นร้อนที่มีหยดเลือดไหลกวาดไปทั่วโพรงปากเล็ก “อื้อ อื้อ!” ผิงผิงสะบัดหน้าจนเส้นผมพันกันยุ่งเหยิง เธอรับรู้ได้ถึงรสเลือดที่กำลังไหลเข้าสู่ลำคอจนแทบอาเจียน เป็นเวลาเนิ่นนานกว่าที่เขาจะผละออกไป ใบหน้าหวานตอนนี้แทบดูไม่ได้ คราบน้ำตาเปรอะเปื้อนไปยังลู่ผมที่ปรกหน้า “เป็นไงเล่า รสชาติถึงใจเธอมั้ย” เหว่ยหลงใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดออกจากมุมปากและรู้สึกชาที่ปลายลิ้น ผิงผิงพยุงร่างกายบอบช้ำพิงขอบประตูรถ พยายามปลดล็อกแต่ไม่อาจทำได้ “ฉันเคยบอกเธอแล้วผิงผิง เป็นเมียฉันไม่สนุกนักหรอก แล้วอย่ามาปากดีใส่กันอีก” เหว่ยหลงจับเนกไทให้เข้าที เขาเคาะกระจกรถไปกี่ครั้งอาหลางก็รีบขึ้นมา ฉากกั้นรถถูกเปิดใช้งานปิดบังไม่ให้อาหลางเห็นความอัปยศที่เกิดขึ้นกับคนด้านใน หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว ผิงผิงไม่ได้คุยกับเขาอีกส่วนเหว่ยหลงย้ายไปห้องข้างๆ ห้องนอนใหญ่จึงตกเป็นของผิงผิง ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกยินดีสักนิด ตรงกันข้ามชีวิตในแต่ละวันไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อสามีเธอต้องยิ้มแย้มและคอยปรนนิบัติตนเป็นภรรยาที่ดีของเหว่ยหลง ถึงแม้ความเป็นจริงแล้วเธอกับเขาแทบไม่คุยกันเลยด้วยซ้ำ ในช่วงสายของวัน ผิงผิงได้รับสายจากหลี่เชียน เขาชวนเธอกับสามีให้ไปร่วมฉลองงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวคนเล็กของบ้าน หลี่ฟางฟาง น้องสาวที่เกิดจากความรักไม่ใช่เธอที่เป็นเด็กกำพร้า เมื่อนึกถึงความทรงจำในวัยเด็กก็อดที่จะยิ้มขมขื่นไม่ได้ ในตอนนั้นผิงผิงเป็นที่รักของคนในครอบครัวถึงแม้จะเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงก็ตาม กระทั่งลี่อิงตั้งครรภ์ลูกสาว ตอนนั้นทุกอย่างราบรื่นไปหมด แม้แต่ผิงผิงก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้พบหน้าน้องสาวตัวน้อย แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร ลี่อิงเสียเลือดเยอะขณะที่ทำคลอด เธอจากไปอย่างสงบเหลือไว้เพียงเลือดเนื้อเชื้อไขที่รอดชีวิตในค่ำคืนแสนเศร้า หลี่เชียนเปลี่ยนไปนับตั้งแต่นั้น พ่อที่แสนดีกลับโหดร้ายขึ้นทุกวัน กระทั่งฟางฟางเริ่มรู้ความ หลี่เชียนทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลูกสาวสุดที่รักน้อยหน้าไปกว่าใคร เขาส่งฟางฟางไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผิงผิงกลายเป็นบุคคลที่ถูกลืมไปทันที เธออยู่ได้เพราะเศษข้าวจากตระกูลหลี่ ต่อหน้าคนอื่นเขาปฏิบัติตนเป็นพ่อที่แสนดี แต่ลับหลังนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง อาหารจานหลักในวัยเด็กที่คนบ้านนั้นมอบให้กันคือผัดถั่วงอกไม่มีแม้กระทั่งเต้าหู้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอไม่ชอบมัน แต่กลับเป็นสิ่งที่ต่อชีวิตให้กันจนถึงทุกวันนี้... หนักข้อขึ้นก็ถูกผลักไสให้แต่งกับคนที่ไม่ได้รัก เพียงเพราะคำคำเดียว บุญคุณที่ไม่รู้ว่าใช้ชาติไหนถึงจะหมดสักที... เหว่ยหลงกลับบ้านในช่วงหัวค่ำ วันนี้เขาค่อนข้างเหนื่อยกับงานเป็นพิเศษ อำนาจที่เพิ่มขึ้นมักมาพร้อมกับความเหน็ดเหนื่อย เขาไม่ใช่คนที่สักแต่ชี้นิ้วสั่งการ ฉะนั้นงานทุกอย่างจึงต้องผ่านการคัดกรองจากเขาโดยตรง เหว่ยหลงถอดชุดสูทวางไว้ที่พื้นโดยไม่ใส่ใจ เขานั่งพิงพนักโซฟาแล้วปิดเปลือกตาที่อ่อนล้าเต็มที ผ่านไปเพียงไม่นานเหว่ยหลงได้กลิ่นหอมกรุ่นจากสกิลแคร์ที่ครั้งหนึ่งมันแปลกปลอมสำหรับเขา ทว่าตอนนี้กลับเป็นกลิ่นคุ้นเคยที่จำได้ว่ามาจากตัวภรรยา และปลายลิ้นยังรู้สึกเจ็บไม่หาย จำได้ว่าต้องให้หมอประจำตระกูลมาเช็กอาการอยู่หลายวัน เพราะแรงกัดจากเจ้าหล่อนไม่ใช่เบาๆ หากกัดขาดได้เธอก็คงทำ ดังนั้นเหว่ยหลงจึงเลือกที่จะไม่ลืมตามองภรรยา แม้รู้ว่าเธอมีเรื่องจะคุยด้วย เขาไม่อยากเห็นเธอ ไม่อยากพูด ไม่อยากอะไรทั้งนั้นแหละ ผิงผิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปากสวยเม้มเข้าหากันอยู่หลายหน เธอรู้ว่าเหว่ยหลงไม่ได้หลับเขาเพียงแค่ไม่อยากคุย... เธอเองก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับเขาสักนิด ถ้าไม่ติดว่ามีธุระสำคัญ... “พ่อให้ชวนคุณไปงานเลี้ยงที่บ้านค่ะ” “...” “คุณจะไปใช่มั้ย” “...” เหว่ยหลงไม่แม้แต่จะตอบ ผิงผิงไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร บางทีเหตุการณ์ในวันนั้นมันรุนแรงเกินกว่าที่เราจะกลับมาคุยกันได้ปกติ ทั้งที่ผ่านมาก็ไม่เคยปกติอยู่แล้ว ผิงผิงถอนหายใจ เธอเลือกไม่เซ้าซี้เขาอีก ร่างผอมเพรียวจึงหมุนปลายเท้าเดินกลับขึ้นห้องไปตามเดิม เหว่ยหลงลืมตาขึ้น ใบหน้าเย็นชามองตามแผ่นหลังแบบบาง ภรรยาที่เขาไม่คิดจะร่วมหลับนอนด้วยสักครั้งเดียว นัยน์ตาสีรัตติกาลมืดมนทุกชั่วขณะ บางทีเขาควรเจรจาเรื่องหย่ากับพ่ออย่างจริงจัง เขาไม่ต้องการปรองดองกับบ้านหลี่ ไม่ต้องการเธอคฤหาสน์ชางเหว่ยหลงพาภรรยามาร่วมโต๊ะอาหารที่บ้านใหญ่ สมาชิกทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงอาไป๋ที่บินมาจากไทยเพื่อร่วมยินดีกับพี่ใหญ่ ตระกูลชางกำลังมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง ทำให้ชางจู่หลงปลาบปลื้มใจเป็นพิเศษ ถึงแม้ลูกชายกับลูกสะใภ้จะยังคงตึงๆ ใส่กันอยู่บ้างก็ตาม“ในที่สุดบ้านเราจะมีเด็กมาวิ่งเล่นแล้ว” คนที่ตื่นเต้นรองจากชางจู่หลงน่าจะเป็นอาเหยียน“ต้องวิ่งบ้านฉันถึงจะถูก” เหว่ยหลงแย้งกลับ ทุกคนหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว เจ้าของคำพูดห้วนๆ จึงขยายความต่อ “ก็ลูกฉันนี่ ก็ต้องอยู่บ้านฉันไม่ใช่หรือไง จะมาวิ่งบ้านนายได้ไงอาเหยียน” “แหมเฮีย ไม่ทันไรก็หวงลูกแล้ว” “นายก็หัดจริงจังกับใครสักคนแล้วก็ทำลูกเองเสียสิ” เป็นประโยคธรรมดาแต่กลับทำเอาคนฟังขนลุกซู่ อาเหยียนเปลี่ยนเรื่องด้วยการหันไปคุยกับซ้อแทนการสนทนากับพี่ชาย“เต้าหู้ทรงเครื่องจานนี้เด็ดมากซ้อลองดู” เหว่ยหลงที่มองเหตุการณ์ตรงหน้ารู้สึกเหมือนตัวเองบกพร่องในหน้าที่ เขาเป็นสามีเธอแท้ๆ ยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย ไวเท่าความคิดหมูสามชั้นผัดถั่วงอกถูกคีบขึ้นมาชนกับตะเกียบของอาเหยียนจนอีกฝ่ายงุนงง จานของผิงผิงจึงมีหมูสามชั้นผัดถั่วงอกแทนที่เต้า
เหตุการณ์ในลักษณะนี้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจจะเป็นวันแรกที่ผิงผิงแต่งเข้าชาง วันนั้นก็อย่างนี้ ประตูห้องถูกล็อกจากด้านนอก ต่างกันก็ตรงที่อารมณ์ อาหลางทำงานไวเหมือนกลัวไม่คุ้มเงินเดือน เสียงขลุกขลักด้านนอกทำให้รู้ว่าเขาได้ล็อกประตูตามคำบัญชาแล้วส่วนเฮียหลงเขายังโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง สักพักก็ลงไปนั่งบนเตียงแทนโดยมีเธออยู่บนตักแกร่ง ฝ่ามือใหญ่ขาวจัดกำลังลูบๆ คลำๆ บริเวณหน้าท้อง ซึ่งนั่นทำให้ผิงผิงย่นคิ้วไม่พอใจ“เมื่อก่อนฉันมองเธอผิดไปด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ต้องคิดแบบนั้น”“เพราะผิงไม่ได้บอกเฮียเรื่องจือลู่?” “มีส่วนนิดหน่อย” “แล้วเรื่องที่เฮียเข้าใจผิดคืออะไร”เหว่ยหลงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มพูดต่อ “ภูมิหลังของเธอไม่ใช่แค่เด็กกำพร้า…” คนในอ้อมแขนเหมือนจะเกร็งตัวขึ้นมา “เฮียรู้อะไรมาเหรอคะ” ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่เคยอยากรู้เรื่องพ่อแม่ที่แท้จริง ผิงผิงคิดว่าสิ่งนั้นไม่จำเป็น ในเมื่อพวกท่านทิ้งเธอไป เหตุใดต้องอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกท่านให้ยุ่งยากใจ ทว่าลึกๆ แล้วมันก็มีหลายครั้งที่ทำให้นึกถึง อย่างเช่นหากเธอไม่ได้เป็นเด็กกำพร้า ไม่ต้องมาอยู่ตระ
ชางเหว่ยหลงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ เขายกหลังมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู แต่อึดใจต่อมาก็เอากลับมาแนบลำตัวตามเดิม สักพักก็จะเคาะใหม่อีกครั้ง ในขณะที่สมองก็เตรียมคำพูดไว้อย่างมากมาย เธอมีอะไรจะบอกฉันไหม…ในท้องเธอน่ะกี่เดือนแล้ว…ที่ผ่านมาฉันมองเธอผิดไปเอง…เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะ…ตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาโดยมีร่างผอมเพรียวของผิงผิงยืนอยู่ตรงหน้า เธอเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเขายืนยกมือค้างกลางอากาศ เหว่ยหลงกะพริบตาถี่ๆ จากนั้นก็รีบหุบแขนลง“กินข้าวหรือยัง” ดูเหมือนว่าคำถามที่เตรียมไว้เขาไม่ได้เลือกมาใช้สักประโยค“เรียบร้อยแล้วค่ะ” “แล้วจะไปไหน”ผิงผิงยกเหยือกแก้วใส่น้ำขึ้นก่อนจะบอกเขาว่า “มันหมดค่ะ ผิงจะลงไปเติม” เหว่ยหลงพยักหน้ารับแล้วคว้าเอาเหยือกน้ำมาถือไว้เอง“เดี๋ยวจัดการให้” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้คัดค้าน เขาก็หมุนปลายเท้าเดินลงบันไดไปเสียแล้ว ผิงผิงยืนมองแผ่นหลังกว้างของเฮียหลงอย่างไม่เข้าใจ หรือเธอพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ…เธอยืนรออยู่หน้าห้องกระทั่งเหว่ยหลงกลับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับน้ำที่เต็มเหยือก “ขอบคุณค่ะ” “วันนี้ฉันจะนอนที่ห้อง” “คะ?” “ก็นอนห้อ
‘เป็นยาที่แพทย์มักจ่ายให้คนท้องซะส่วนใหญ่ เฮียไปเอามาจากไหน’อาไป๋พิมพ์ข้อความส่งกลับไปหลังจากที่พี่ใหญ่ของบ้านส่งรูปภาพบางอย่างมาถามเขา ข้อความถูกอ่านแล้วทว่าไร้วี่แววของคนถาม“พ่อครับ ผมควรทำยังไง” เหว่ยหลงนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ปลายเตียงของบิดา ชางจู่หลงที่ถูกรบกวนเวลานอนมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ “แกรู้อยู่แล้วอาหลงว่าต้องทำยังไง คำตอบทุกอย่างมันอยู่ที่ตรงนี้” จู่หลงจิ้มนิ้วไปยังอกด้านซ้าย ต่อมาก็เคลื่อนขึ้นข้างขมับ “และก็ตรงนี้ ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจพลาดหรอกนะ คนที่จะเจ็บมันก็คือตัวแกเองอาหลง” เหว่ยหลงที่มีอาการกรึ่มๆ สะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยต้องมานั่งระบายเรื่องอึดอัดใจต่อบิดา นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เรื่องราวที่สมควรจะเดินไปในทิศทางที่วางไว้กลับตาลปัตรไปหมด “ผิงท้อง...” เหว่ยหลงเอ่ยเสียงเบาหวิว “ฉันรู้” “ครับ?” หัวคิ้วเข้มขมวดยับยู่กับคำตอบที่ได้ยิน“บอกว่าฉันรู้แล้ว”“พ่อรู้ได้อย่างไง” จู่หลงส่ายหน้าระอา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปที่ชั้นไม้แกะสลักลายมังกรหยิบเอกสารบางอย่างออกมาให้ลูกชาย“เก่งทุกเรื่อง ฉลาดทุกอย่าง แต่ไม่มีไ
ผิงผิงเรียนรู้การเป็นเลขาของสามีได้หนึ่งสัปดาห์ โดยเวลาส่วนใหญ่มักอยู่แต่ในห้องทำงานกับเฮียหลง ไม่ว่าจะในสถานะไหนเหว่ยหลงก็คือเหว่ยหลง เขาจองจำเธอให้อยู่แต่ในพื้นที่ของเขา ตั้งแต่มาทำงานกับสามีเธอแทบไม่ได้พบเจอคนใหญ่คนโตของที่นี่ เจอแต่หน้าท่านประธานถือว่าข้ามขั้นตอนไปเยอะเลยทีเดียว!ช่วงพักเที่ยงผิงผิงอยู่ทำงานเพียงลำพังภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนเฮียหลงเขาไปคุยงานนอกสถานที่ยังไม่กลับมา เหว่ยหลงไม่ได้ให้ผิงผิงติดตามไปด้วย ทำให้นึกถึงคำพูดตอนที่เขาพาฟางฟางเข้าบ้าน เพราะเป็นเลขาจึงต้องไปไหนมาไหนด้วยกันน่ะเหรอ ดูก็รู้ว่าเขาโกหกทั้งเพ ไม่เช่นนั้นเลขาอย่างเธอจะนั่งอ่านเอกสารอยู่ภายในห้องคนเดียวงั้นเหรอ ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับ”เป็นอาหลางที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารจานใหญ่ที่มีฝาครอบอย่างมิดชิด“ของฉันเหรอ” “ครับ เฮียสั่งมาให้น่ะครับ” อาหลางยิ้ม เขานำถาดอาหารวางไว้ที่ห้องครัว ห้องทำงานของเหว่ยหลงกว้างใหญ่มากมีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องฟิตเนส เพราะมีช่วงหนึ่งที่เฮียหลงไม่กลับบ้าน ผิงผิงเข้าใจแล้วว่าทำไม ก็ห้องทำงานของเขาครบครันเสียขนาดนี้ ดีไม่ดีก็คงพายัย
เหว่ยหลงส่งภรรยาที่บ้าน ส่วนตัวเขาเดินทางไปเคลียร์งานที่บริษัท รวมถึงประสานงานเรื่องการเปลี่ยนเลขาคนใหม่ แน่นอนว่าเมื่อเรื่องนี้ถึงหูจินเยว่ผู้อาวุโสไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่พอรู้ว่าเป็นคำสั่งของชางจู่หลงก็ทำได้เพียงเงียบเท่านั้น จางจือลู่ได้รับเรื่องอย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงว่าหมากที่วางไว้ถูกเปลี่ยนตัวเดินกะทันหัน ดวงตาเรียวคมหันมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากเป็นเช่นนั้นหลี่ฟางฟางก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เขาเองก็เบื่อจะคุยดีกับสองพ่อลูกบ้านหลี่จะแย่ หลี่เชียนกำเริบขึ้นทุกวัน ผีพนันเข้าสิงเกินจะกู่กลับ ไม่เอาการเอางานปล่อยทิ้งธุรกิจโรงแรมที่เป็นรายได้หลัก ไม่คิดจะสนใจเข้าดูแล เห็นทีว่าเขาเองก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องช่วยตาแก่นั่นอีกเหว่ยหลงกลับบ้านตอนเที่ยงคืน ใบหน้าหล่อเหลาค่อนข้างหมองคล้ำ ท้องร้องโครกครากประท้วงอย่างหนัก นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องสักอย่าง มีหลายเรื่องที่เขาต้องจัดการแทบไม่มีเวลาให้คิดสิ่งอื่นใด ร่างสูงเดินไปยังครัวเพื่อหาอะไรรองท้อง ทว่าแผ่นหลังของใครบางคนทำให้เท้าหนักต้องหยุดชะงัก ผิงผิงยืนอยู่หน้าตู้เย็นหยิบนมกล่องใหญ่รินใส่แก้วในมือด้วยความระ




![ห้าผัวแซ่บเกินต้าน [6P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


